The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สื่อการงานอาชีพ ม.3 เทอม 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Rungarun Podjana, 2023-04-05 00:03:36

สื่อการงานอาชีพ ม.3 เทอม 2

สื่อการงานอาชีพ ม.3 เทอม 2

เรื่องผ้าและการตัดเย็บ วิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผู้สอน ครูรุ่งอรุณ พจนาธ ารงพงศ์


การสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด มีส่วนช่วยในการเสริมสร้าง บุคลิกภาพให้แก่ตนเองได้อย่างไร


ความส าคัญของการดูแลรักษาเสื้อผ้า ถนอมเนื้อผ้าให้คงทน ไม่เสื่อมสภาพง่าย มีอายุการใช้งานยาวนาน ประหยัดค่าใช้จ่ายในครอบครัว ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จ าเป็น มีเงินเก็บเพิ่มขึ้น ได้สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ปราศจากคราบสิ่งสกปรก กลิ่นไม่เหม็น เกิดความมั่นใจในตนเอง เกิดความภาคภูมิใจที่ได้ดูแลเสื้อผ้าด้วยตนเอง ปลูกฝังลักษณะนิสัยที่ดี เช่น การรักษาความสะอาด มีระเบียบวินัย ป้องกันไม่ให้เกิดโรคผิวหนัง เช่น ผิวหนังอักเสบจากเชื้อรา กลาก เกลื้อน


หลักการดูแลรักษาเสื้อผ้า ระวังเปื้อนสิ่งสกปรก หรือถูกของมีคมเกี่ยวจนขาด แขวนเสื้อที่ถอดแล้วกับไม้แขวนเสื้อ ห้ามแขวนกับตะปู หรือตะขอ หากเสื้อผ้าเปื้อนสิ่งสกปรก ควรท าความสะอาดทันที แยกผ้าสีและผ้าขาวก่อนซัก หรือแยกตามความสกปรก ผึ่งเสื้อผ้าที่เปียกเหงื่อให้แห้ง ในที่ลมโกรกก่อนใส่ลงในตะกร้า ซักถุงเท้าทุกครั้งหลังใส่ เพื่อป้องกันการเกิดโรคผิวหนัง ซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ช ารุด ให้เรียบร้อย ก่อนน ามาซัก พับ หรือแขวนเสื้อผ้าในตู้ที่ไม่มีความชื้น เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ ห้ามใส่ของหนักในกระเป๋าเสื้อ เพราะอาจท าให้กระเป๋าเสื้อฉีกขาดได้ ผ้าที่ซักสะอาดแล้วต้องน าไปผึ่งแดด ให้แห้งสนิทก่อนน าไปรีด


การซักแห้ง Dry-clean สามารถ ส่งซักแห้งได้ ห้ามซักแห้ง เด็ดขาด ควรซักแห้งด้วยสาร ไฮโครคาร์บอนโซเวนเท่านั้น ควรซักแห้งด้วยสาร เตตระคลอโรเอทิลีนเท่านั้น การรีดผ้า Iron รีดในอุณหภูมิ ต ่า รีดในอุณหภูมิ ปานกลาง สามารถรีด ในอุณหภูมิสูงได้ ห้ามรีดด้วยเตารีด เด็ดขาด สัญลักษณ์ในการดูแลรักษาเสื้อผ้า การซักผ้า Wash ซักด้วยน้่าอุณหภูมิ 30 องศา หรือต ่ากว่า ห้ามซักเครื อง ควรซักด้วยมือเท่านั้น ซักผ้าด้วยเครื อง ห้ามซักเด็ดขาด แสดงว่าเสื้อผ้าชิ้นนี้ซักไม่ได้ การอบ Dry สามารถ อบแห้งได้ อบแห้งได้ แต่ต้อง อยู่ในอุณหภูมิต ่า อบแห้งได้ แต่ต้อง อยู่ในอุณหภูมิปานกลาง ห้ามอบแห้งเด็ดขาด การฟอก Bleach สามารถใช้สาร ฟอกขาวได้ทุกชนิด สามารถใช้สารฟอกขาว ที มีคลอรีนผสมได้ ห้ามใช้สารที มีคลอรีน เป็นองค์ประกอบ ห้ามฟอกขาว เด็ดขาด


การขจัดรอยเปื้อน สนิม กาว น าไปซักให้สะอาดด้วยมือ หรือเครื่องซักผ้า น าผ้าที่เปื้อนมาแช่ลงใน น้ าเย็น ทิ้งไว้สักพัก น าผ้าที่เปื้อนสนิม มาชุบน้ าให้เปียก บีบมะนาวลงไป บนรอยเปื้อนทิ้งไว้สักพัก น าไปซักให้สะอาดด้วยมือ หรือเครื่องซักผ้า ใช้น้ าส้มสายชูเช็ด บริเวณที่เกิดรอยเปื้อน


การขจัดรอยเปื้อน ชอล์กเขียนผ้า คราบจากเตารีดไหม้ ขยี้ตามแนว รอยเปื้อน น าไปซักให้สะอาดด้วยมือ หรือเครื่องซักผ้า แช่ในน้ าสบู่อ่อน ๆ ผสมสารซักฟอก ผ่าครึ่งหัวหอม น าไปถูบริเวณที่เปื้อน ทิ้งไว้สักพัก แล้วจึง ล้างด้วยน้ าสะอาด น าไปซักให้สะอาดด้วยมือ หรือเครื่องซักผ้า


การซักผ้า 3 ใช้น้่าเปล่าผสมสารซักฟอก แช่ผ้าทิ้งไว้ 15-20 นาที เพื อรอให้น้่าผสมสารซักฟอกซึมเข้าในเนื้อผ้า และใยผ้า เพื อคายความสกปรกออกมา แช่ผ้า 4 ขยี้ หรือแปรงผ้าให้ทั วในบริเวณที สกปรกมาก เช่น ปกคอเสื้อ โดยใช้สบู่ขจัดคราบ หรือน้่ายาขจัดคราบ ทา แล้วขยี้ หรือแปรงจนสะอาด ขยี้ หรือแปรงผ้า 1 น่าสิ งของ หรือวัสดุต่างๆ ที อยู่ในกระเป๋าเสื้อ หรือกระเป๋ากางเกงออกให้หมด หากพบว่าช่ารุดให้รีบซ่อมแซมก่อนน่าไปซัก ก่อนซัก 2 แยกผ้าขาวและผ้าสีออกจากกัน จากนั้นแยกถุงเท้า เสื้อชั้นใน กางเกงชั้นในออก แล้วจึงแยกซัก ตามประเภทของผ้า ห้ามน่ามาซักรวมกัน คัดแยก 5 • แปรงผ้าในบริเวณที มีคราบสกปรกมาก ๆ • แช่ผ้าทิ้งไว้นาน 15-20 นาที จากนั้นจึงน่า ไปซักตามปกติ • ใส่สารซักฟอก เปิดเครื อง เลือกโปรแกรมการซัก • หากผ้าที ซักสกปรกมาก ให้ตั้งโปรแกรมแช่ผ้า ทิ้งไว้ จะช่วยให้ผ้าสะอาดมากยิ งขึ้น วิธีการซัก : การซักด้วยมือ การซักด้วยเครื่องซักผ้า


เลือกสารซักฟอกอย่างไรให้เหมาะกับการซักผ้า สังเกตข้อมูลต่างๆ ที ระบุบนบรรจุภัณฑ์ เช่น หากใช้ซักผ้าขาว บนบรรจุภัณฑ์ จะระบุว่า “ส าหรับผ้าขาว” เส้นใยผ้า เลือกจากวิธีซัก โดยสังเกตบนบรรจุภัณฑ์ เช่น รูปมือซัก ข้อความระบุว่าเป็นน้่ายาซัก ด้วยมือ จะเหมาะสมกับการซักมือ วิธีซัก เลือกที มีสีอ่อน เช่น ขาว หากมีสีอื นผสมอยู่ เมื อละลายสารซักฟอกไม่หมด เม็ดสีที ผสมอยู่ จะท่าให้ผ้าเกิดรอยคราบสีนั้น ๆ สีของสารซักฟอก ดูว่าใช้เครื องซักผ้าแบบใด หากใช้ฝาหน้า ให้ สังเกตบนบรรจุภัณฑ์ จะเป็นรูปเครื องซักผ้า ฝาหน้า คุณสมบัติส่าคัญ คือ มีฟองน้อย เครื่องซักผ้า


เลือกสารซักฟอกอย่างไรให้เหมาะกับการซักผ้า ไม่มีการเจือปนของสารอื น ๆ ในผลิตภัณฑ์ เช่น แป้ง ปูนขาว ซังข้าวโพดบด แม้จะมีราคาถูก แต่จะขาดคุณภาพ ส่วนประกอบ เป็นสารซักฟอกชนิดหนึ งที สะดวกต่อการ ใช้งาน ละลายน้่าได้ง่าย เมื อน่าไปใช้ สารละลายจะซึมเข้าเส้นใยผ้าได้ดีกว่า น้ ายาซักผ้า ไม่มีส่วนผสมของเม็ดสี เช่น ฟ้า ส้ม เขียว เพราะจะละลายน้่าได้ช้า เมื อสัมผัสกับ ผ้าสีอ่อน อาจท่าให้ผ้าเกิดรอยด่างได้ง่าย เม็ดสี ควรเลือกใช้แบบไม่มีกลิ น เพราะกลิ นของ สารซักฟอกอาจตีกับกลิ นของสารปรับผ้านุ่ม หรือน้่าหอมได้ กลิ่น


การตากผ้า ก่อนตาก กลับผ้าทุกชิ้น กลับเอาด้านในออกด้านนอก จะช่วยป้องกันการเสื อมสภาพของสีผ้า เพื อไม่ให้สีซีดจางจากความร้อนของแสงแดด บีบน้ าออก (ซักด้วยมือ) บีบน้่าออกจากผ้าก่อนตากแทนการบิด จะ ช่วยให้ผ้าไม่เกิดรอยยับ หรือเกิดรอยยับน้อย เส้นใยไม่เสื อมสภาพและไม่เสียรูปทรงได้ง่าย ตากผ้าสี ควรตากในบริเวณที โล่ง มีลมโกรก หรือมีลม พัดผ่าน แสงแดดร่าไร ไม่ควรตากบริเวณที มี แสงแดดจัด เพราะจะท่าให้ผ้าสีซีดเร็ว


การตากผ้า ตากผ้าขาว ควรตากในบริเวณที โล่ง มีลมโกรก หรือมีลม พัดผ่าน แสงแดดร่าไร ไม่ควรตากแดดนาน เกินไป เพราะจะท่าให้ผ้าเปลี ยนเป็นสีเหลือง ตากบนราวตากผ้า ควรตากในปริมาณที เหมาะสม ไม่มากเกินไป เพราะผ้าจะไม่แห้ง แห้งช้า และเกิดกลิ นอับ กระจายผ้าออกจากกัน ช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้น ใช้ไม้แขวนเสื้อ ใช้มือจัดทรงของเสื้อผ้าให้เรียบ โดยดึงเบา ๆ เพื อให้เกิดรอยยับน้อยที สุด ไม่เสียรูปทรง และช่วยประหยัดเวลาในการรีด


การรีดผ้า เตรียมอุปกรณ์ เช่น เตารีด ที รองรีด ไม้แขวนเสื้อ รวมถึงเสื้อผ้าที ต้องการ พรมน้่า แล้วม้วนทิ้งไว้ จะได้ไม่เสียเวลาขณะรีด กลับผ้าทุกชิ้นก่อนรีด ผ้าชนิดใดรีดด้านในแล้ว เรียบถึงด้านนอก ให้รีด ด้านใน จะช่วยให้เนื้อผ้า ไม่สึกหรอ สีไม่ซีด ป้องกัน การเกิดรอยมันตามแนวตะเข็บ ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับชนิด ของผ้า เช่น ผ้าเนื้อหนา ให้รีดด้วยความร้อนสูง ผ้าเนื้อบางปานกลาง ให้รีดด้วยความร้อนปานกลาง เสื้อให้รีดปก แขน บ่า ตัวเสื้อ ด้านหน้า–หลัง กางเกงให้รีด ขอบเอว ถุงกระเป๋า ขา ตัวกางเกงด้านหน้า–หลัง กระโปรงให้รีดซับใน ขอบตะเข็บ ตัวกระโปรง ด้านหน้า-หลัง ก่อนรีด วิธีการรีด การกลับผ้า ปรับอุณหภูมิ เตารีด


การเลือกเตารีดให้เหมาะสมกับผ้า ➢ เตารีดแห้ง เหมาะส่าหรับผ้าใยธรรมชาติที ต้องการความร้อนสูง เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ➢ เตารีดไอน้ า เหมาะส่าหรับผ้าใยสังเคราะห์และผ้าที ต้องการ การดูแลเป็นพิเศษ ➢ เตารีดแบบทับ เหมาะส่าหรับผ้าที ต้องการรีดในบริเวณกว้าง และต้องการความรวดเร็วในการรีด เช่น ผ้าปูที นอน ปลอกหมอน ➢ เครื่องพ่นผ้า เหมาะส่าหรับแต่งรอยยับของผ้า นิยมน่ามาใช้ กับเสื้อสูท


การจัดเก็บเสื้อผ้า แยกสีและประเภท ❑ คัดแยกสี ไล่ระดับสี และคัดแยก ประเภทของเสื้อผ้า ❑ หากเป็นเสื้อผ้าที ไม่ต้องรีด ควรพับ เก็บให้เรียบร้อย ❑ หากเป็นเสื้อผ้าที จะต้องรีด เมื อรีด เสร็จให้เก็บใส่ตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อย วิธีการแขวน ❑ แขวนเสื้อด้วยไม้แขวนเสื้อ พร้อมทั้งจัดทรง เสื้อให้เรียบร้อย ❑ แขวนกระโปรง โดยใช้ไม้หนีบหนีบที ขอบ กระโปรง หรือใช้ไม้แขวนส่าหรับกระโปรง ❑ แขวนกางเกง พับไปกับไม้แขวนเสื้อ ห้ามใช้ ไม้หนีบหนีบ เพราะจะท่าให้เกิดรอยได้ การจัดเก็บ ❑ เก็บให้พ้นจากแสงแดด เพื อป้องกันสีซีด จางและใยผ้าแห้งกรอบ ❑ ตู้เสื้อผ้าควรมีลักษณะปิดทึบ ซึ งจะช่วย ป้องกันฝุ่นละอองได้ดี ❑ ไม่แขวนเสื้อผ้าจนแน่นตู้ เพราะจะท่าให้ เสื้อผ้าเสียรูปทรงได้ง่าย


ตัวอย่าง : ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการดูแลรักษาเสื้อผ้า สารซักฟอก ใช้ส่าหรับซักผ้า ท่าความสะอาดผ้า มีทั้งชนิดผงและชนิดน้่า สารปรับผ้านุ่ม ใช้เคลือบผ้า เพื อลดความกระด้าง และลดการดูดซึมของน้่า สารฆ่าเชื้อโรค ใช้ท่าความสะอาดเสื้อผ้า มีหลายชนิด เช่น น้่ามันสน สารฟอกขาว คลอรีน สารเพิ่มความขาว ใช้เพิ มความสดใสให้กับผ้า ส่วนมาก สารชนิดนี้จะถูกผสมอยู่ในสารซักฟอก สารตกแต่งผ้าให้แข็ง ใช้กับผ้าที ต้องการความคงรูป เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าไหม สารก าจัดรอยเปื้อน ใช้ก่าจัดรอยเปื้อน ต้องใช้อย่าง ระมัดระวัง เพราะอาจท่าลายเนื้อผ้าได้


ความส าคัญของการดูแลรักษาเครื่องประกอบการแต่งกาย ส่งเสริมบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ให้ดูดียิ งขึ้น ช่วยให้ผู้ที สวมใส่เสื้อผ้าเกิดความมั นใจในตนเอง สร้างความโดดเด่นให้แก่ร่างกาย เช่น เครื องประดับ เก็บรักษาของมีค่า หรือของส่าคัญต่าง ๆ เช่น กระเป๋า ป้องกันอันตรายจากแสงแดดและฝุ่นละออง เช่น แว่นตา ถนอม ป้องกัน และดูแลรักษาอวัยวะต่าง ๆ เช่น รองเท้า ปลูกฝังลักษณะนิสัยที ดี เช่น การรักษาความสะอาด


หลักการดูแลรักษาเครื่องประกอบการแต่งกาย เก็บให้เป็นหมวดหมู่และเป็นระเบียบ เพื อความสะดวกในการใช้งาน ระวังไม่ให้เปรอะเปื้อนสิ งสกปรก หรือถูกของมีคมเกี ยวจนขาด หากพบร่องรอยการช่ารุดให้รีบน่าไป ซ่อมแซมทันที ก่อนน่าไปใช้งาน หากเปรอะเปื้อนควรรีบท่าความสะอาด ทันที เพราะจะท่าความสะอาดได้ง่าย


วิธีการดูแลรักษาเครื่องประกอบการแต่งกาย เครื่องประดับ ❖ ใช้ผ้าที นุ่มสะอาดเช็ดท่าความสะอาด ❖ ไม่วางทับซ้อนกัน โดยไม่มีผ้า หรือวัสดุอื น ๆ ห่อหุ้ม ❖ ตุ้มหู ควรจัดเก็บเป็นคู่ และเก็บใส่กล่อง ❖ หากเป็นเครื องเงินให้ห่อและเก็บใส่กล่องพลาสติก แว่นตา ❖ พับขาและหงายแว่นตาขึ้นทุกครั้ง เพื อป้องกันรอยขีดข่วน ❖ ท่าความสะอาดกรอบแว่นตาและเลนส์เป็นประจ่า เพื อ ล้างคราบเหงื อไคล รองเท้าผ้าใบ ❖ วางผึ งให้กลิ นเหงื อแห้ง เก็บในที แห้ง ไม่อับชื้น ❖ ท่าความสะอาดด้วยน้่าผสมสารซักฟอก ใช้แปรงขนอ่อน ขัดให้ทั ว ❖ ก่อนน่าไปผึ งแดดต้องซับน้่าออกให้หมด


วิธีการดูแลรักษาเครื่องประกอบการแต่งกาย เข็มขัด ❖ แขวนตรงส่วนหัวเข็มขัดกับตะขอแขวน ❖ หากเป็นเข็มขัดผ้าใบ ให้ซักและตากให้แห้ง ❖ หากเป็นเข็มขัดหนัง ให้ใช้แปรงปัดฝุ่นแล้วขัด ❖ ไม่วางสายเข็มขัดพาดกับราว เพราะจะเสียรูปทรงได้ง่าย กระเป๋า ❖ ใช้น้่ายาเช็ดท่าความสะอาดและเก็บไว้ในถุงผ้า เพื อ ป้องกันฝุ่นละออง ❖ ยัดไส้กระเป๋าด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ จะช่วยรักษา รูปทรงของกระเป๋าได้ หมวก ❖ หากหมวกเปื้อน ให้ใช้น้่าสบู่ หรือน้่ายาล้างจานผสมกับน้่า แล้วใช้แปรงสีฟันถูบริเวณรอยเปื้อนเบา ๆ ❖ การซักหมวกทั้งใบ ให้ใช้มือซักเท่านั้น ห้ามใช้เครื องซักผ้า ในการซัก เพราะจะท่าให้เสียรูปทรงได้ง่าย


ตัวอย่าง : ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการดูแลรักษาเครื่องประกอบการแต่งกาย น้ ายาล้างเครื่องเงิน ใช้ขจัดคราบสิ งสกปรกบนเครื องเงิน ช่วยให้ผิวของโลหะสะอาดและเงางาม น้ ายาขัดเครื่องหนัง ใช้ขจัดคราบสิ งสกปรกบนเครื องหนัง และเพิ มความเงางามให้กับเครื องหนัง ครีมท าความสะอาดอเนกประสงค์ ใช้ขจัดคราบสิ งสกปรกบนวัสดุต่าง ๆ ได้ หลายชนิด เช่น หนัง ผ้า แก้ว พลาสติก


ตัวอย่าง : ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการดูแลรักษาเครื่องประกอบการแต่งกาย น้ ายาเคลือบรองเท้า ใช้เคลือบรองเท้า เพื อป้องกันน้่าและ สิ งสกปรกต่างๆ เปรอะเปื้อนบนรองเท้า น้ ายาเช็ดเลนส์แว่นตา ใช้ท่าความสะอาดเลนส์ ฆ่าเชื้อรา ฆ่าเชื้อโรค ขจัดคราบมันที เกิดบนเลนส์ น้ ายาขจัดกลิ่นรองเท้า ใช้ขจัดกลิ นอับในรองเท้า ยับยั้งการ เจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย


หลักการซ่อมแซมเสื้อผ้า ผู้ใช้ เมื อท่าการซ่อมแซมเสร็จ ผู้ใช้ยินดีที จะสวมใส่หรือไม่ วิธีการ วิธีที ใช้ในการซ่อมแซมเหมาะสม กับลักษณะการช่ารุดหรือไม่ ค่าใช้จ่าย คุ้มค่ากับเงิน หรืองบประมาณ ที ใช้จ่ายไปหรือไม่ เครื่องมือ เครื่องใช้ มีอุปกรณ์ เครื องมือ เครื องใช้พร้อม ส่าหรับการซ่อมแซมหรือไม่ เวลา ใช้เวลาในการซ่อมแซมมากน้อยเพียงใด ซ่อมแซมแล้วใช้งานได้นานเท่าใด


วิธีการซ่อมแซมเสื้อผ้า การสอย การเนา การปะ สอยซ่อนด้าย เนาเท่ากัน ปะด้านนอก สอยพัน เนาไม่เท่ากัน ปะด้านใน สอยฟันปลา เนาเฉียง


วิธีการซ่อมแซมเสื้อผ้า การเย็บตะเข็บ การด้น การติดกระดุม ตะเข็บธรรมดา ด้นตะลุย กระดุมแป๊บ ตะเข็บคู่ ด้นถอยหลัง กระดุมแบบไม่มีก้าน ตะเข็บล้ม กระดุมแบบมีก้าน รังดุม (มือ) การท ารังดุม การชุน ชุนรังผึ้ง


วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ❑ เข็มสอย / เข็มหมุด / จักรเย็บผ้า ❑ ด้ายสีเดียวกับผ้า หรือสีใกล้เคียง ❑ กรรไกรตัดผ้า การซ่อมแซมกระเป๋าเสื้อ เข็มเย็บผ้า No. กว้าง (มม.) ยาว (มม.) ชนิดของผ้า ส าหรับ เสื้อผ้า ทั่วไป 6 7 8 9 0.78 0.71 0.64 0.56 31.8 30.3 28.8 27.3 ผ้าวูล ผ้าฝ้ายเนื้อหนานุ่ม ผ้าวูล ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน ผ้าฝ้ายชนิดบาง ผ้าขนสัตว์ชนิดบาง ผ้าฝ้ายชนิดบาง ผ้าไหม TIP : การเลือกเข็มให้เหมาะสมกับการตัดเย็บ หมายเหตุ : เข็มขนาดใหญ่เหมาะส าหรับผ้าที่มีเนื้อหนา ส่วนเข็มที่มีขนาดเรียวยาวเหมาะส าหรับผ้าเนื้อบาง


ขั้นตอนการซ่อมแซม 1) ตรวจสอบลักษณะของตะเข็บเดิม เพื อจะได้ เย็บตะเข็บในลักษณะเดียวกัน จากนั้นใช้ กรรไกรตัดเส้นด้ายที หลุดรุ่ยออกจนหมด 2) ใช้เข็มหมุดกลัดผ้าตามแนวตะเข็บให้แน่น หรือใช้วิธีการเนาตะเข็บตามแนวเดิมของ เส้นเย็บ 3) ใช้เข็มสอยเย็บด้วยวิธีการด้นถอยหลัง หรือ ใช้จักรเย็บตามแนวเส้นเย็บที เนาไว้ 4) ตัดด้ายออกให้เรียบร้อย แล้วน่าไปรีด ให้เรียบ 1 2 3 4 การซ่อมแซมกระเป๋าเสื้อ


หลักการตกแต่งเสื้อผ้า ผู้ใช้ ออกแบบเหมาะสมกับเพศ วัย รูปร่าง และบุคลิกภาพของผู้สวมใส่หรือไม่ วิธีการ วิธีที ใช้ในการตกแต่งเหมาะสม กับลักษณะของเสื้อผ้าหรือไม่ ค่าใช้จ่าย คุ้มค่ากับเงิน หรืองบประมาณ ที ใช้จ่ายไปหรือไม่ เครื่องมือ เครื่องใช้ มีอุปกรณ์ เครื องมือ เครื องใช้พร้อม ส่าหรับการตกแต่งหรือไม่ เวลา ใช้เวลาในการตกแต่งมากน้อยเพียงใด ตกแต่งแล้วใช้งานได้หรือไม่


วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ❑ เสื้อ ❑ สีชอล์กเขียนผ้า ❑ ดินสอ / กระดาษแข็ง เพนต์เสื้อด้วยสีชอล์กเขียนผ้า TIP : สีส าหรับเพนต์เสื้อ สีอีกประเภทหนึ่งที่นิยมน ามาใช้ในการเพนต์เสื้อ คือ “สีอะคริลิกส าหรับการเพนต์เสื้อ” หลังจากการลงสีเสร็จ จะต้องรอให้ผ้าแห้ง จากนั้นใช้ผ้าสะอาดวางทับก่อนรีดด้วย ความร้อนปานกลางนาน 3-5 นาที เพื่อช่วยเพิ่มความคงทน ในการยึดเกาะของสีให้มีมากยิ่งขึ้น


1 2 3 4 เพนต์เสื้อด้วยสีชอล์กเขียนผ้า ขั้นตอนการตกแต่ง 1) ตัดกระดาษแข็งให้มีความกว้างและความยาว เท่ากับขนาดของเสื้อ จากนั้นใส่เข้าไปในตัวเสื้อ จะช่วยให้เสื้อมีความแข็ง คงรูปได้ดี ใช้ดินสอ ร่าง ภาพตามต้องการลงบนเสื้อ โดยวาดเป็นเส้นบาง ๆ จนเต็มพื้นที แล้ววาดเก็บรายละเอียดที ต้องการให้ครบ 2) ใช้สีชอล์กเขียนผ้าระบายสีตามต้องการลงบนเสื้อ ให้เรียบเนียน 3) ใช้สีชอล์กเขียนผ้าสีด่าตัดขอบ เพื อให้ภาพดู สวยงามและชัดเจนยิ งขึ้น 4) น่าไปรีด โดยใช้ผ้าปูทับบริเวณที วาดภาพ จากนั้น จึงน่าไปซักให้เรียบร้อย


หลักการดัดแปลงเสื้อผ้า ผู้ใช้ มีการดัดแปลงที เหมาะสมกับเพศ วัย รูปร่าง และบุคลิกภาพของผู้สวมใส่หรือไม่ วิธีการ วิธีที ใช้ในการดัดแปลงเหมาะสม กับลักษณะของเสื้อผ้าหรือไม่ ค่าใช้จ่าย คุ้มค่ากับเงิน หรืองบประมาณ ที ใช้จ่ายไปหรือไม่ เครื่องมือ เครื่องใช้ มีอุปกรณ์ เครื องมือ เครื องใช้พร้อม ส่าหรับการดัดแปลงหรือไม่ เวลา ใช้เวลาในการดัดแปลงมากน้อยเพียงใด ดัดแปลงแล้วใช้งานได้หรือไม่


วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ❑ เสื้อ / ลูกปัดร้อยผมสีต่างๆ ❑ สีชอล์กเขียนผ้า / กรรไกรตัดผ้า ❑ ไม้บรรทัดตรง / ไม้บรรทัดโค้ง 1 2 3 4 เปลี่ยนเสื้อตัวเก่าให้เป็นเสื้อตัวใหม่


เปลี่ยนเสื้อตัวเก่าให้เป็นเสื้อตัวใหม่ ขั้นตอนการดัดแปลง 1) ใช้ไม้บรรทัดโค้งวางทาบบริเวณไหล่ ใช้ชอล์กเขียนผ้าลากเส้นตามวงโค้งของแขนเสื้อที ต้องการตัดออก ใช้กรรไกรตัดผ้าตัดตามรอย ที วาด พับกึ งกลางของเสื้อเพื อดูว่าบริเวณที ตัดเท่ากันหรือไม่ หากไม่เท่ากันควรตัดให้เรียบร้อย ใช้ไม้บรรทัดตรงวัดกึ งกลางของ คอเสื้อ ใช้ชอล์กเขียนผ้าก่าหนดจุดกึ งกลางจากเส้นตรงเข้าหาจุดที ก่าหนดให้เป็นตัววี ใช้กรรไกรตัดคอเสื้อ จากนั้นใช้ไม้บรรทัดตรง วางทาบ วัดระยะความสูงตามต้องการ ใช้ชอล์กเขียนผ้าขีดเส้นไว้ เพื อให้การตัดมีความสูงเท่ากัน 2) ใช้กรรไกรตัดผ้าตัดชายเสื้อบริเวณกึ งกลางของเสื้อยาวมาถึงแนวที ก่าหนดไว้เป็นเส้นตรง โดยแบ่งการตัดออกเป็น 4 ชิ้นใหญ่ ตัดชายเสื้อเป็นเส้นตรงขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร จนครบทั้งตัวเสื้อ 3) ขมวดชายเสื้อแต่ละเส้นเป็นปม แล้วมัดให้แน่นจนครบทุกเส้น 4) น่าลูกปัดร้อยผมสีต่าง ๆ มาร้อยที ชายเสื้อแต่ละเส้น ขมวดชายเสื้อแต่ละเส้นเป็นปม มัดให้แน่นจนครบทุกเส้น เพื อป้องกันลูกปัด หลุด


หลักการตัดเย็บ ผู้ใช้ มีการออกแบบที เหมาะสม เอื้อประโยชน์ ต่อการใช้งาน หรือวัตถุประสงค์ที ตั้งไว้หรือไม่ วิธีการ วิธีที ใช้ในการตัดเย็บเหมาะสมกับ ลักษณะของชิ้นงานที ต้องการตัดเย็บหรือไม่ ค่าใช้จ่าย คุ้มค่ากับเงิน หรืองบประมาณ ที ใช้จ่ายไปหรือไม่ เครื่องมือ เครื่องใช้ มีอุปกรณ์ เครื องมือ เครื องใช้พร้อม ส่าหรับการตัดเย็บหรือไม่ เวลา ใช้เวลาในการตัดเย็บมากน้อยเพียงใด ตัดเย็บแล้วใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่


การตัดเย็บกางเกงนอน 1. การวัดตัว การตัดกางเกงจะมีการวัดตัว 3 ต่าแหน่ง ดังนี้ 1 2 3 ❖ วัดรอบเอว โดยวัดให้พอดี ❖ วัดรอบสะโพก โดยวัดส่วนที ใหญ่ที สุดของสะโพกและวัดให้พอดี ❖ วัดความยาวของตัวกางเกง โดยวัดจากเอวลงไปถึงจุดที ต้องการ


2. การสร้างแบบตัดแผ่นหน้า ก่อนสร้างแบบ ให้พับครึ งกระดาษสร้างแบบตามแนวเส้น 1-3-2 ดังภาพ ❖ จุด 1-2 เท่ากับความยาวของกางเกง ❖ จุด 1-3 เท่ากับรอบสะโพกหาร 3 บวก 1 เซนติเมตร ❖ จุด 1-4 เท่ากับรอบสะโพกหาร 4 บวก 1 เซนติเมตร ❖ จุด 3-5 เท่ากับเส้น 1-4 ขีดเส้น 4-5 ❖ จุด 5-7, 5-6 เท่ากับ 7 เซนติเมตร ขีดเส้นโค้ง 7-6 ❖ จุด 2-8 เท่ากับ 22-23 เซนติเมตร 3. การสร้างแบบตัดแผ่นหลัง ❖ จุด 4-9 = 2 เซนติเมตร ❖ จุด 9-10 = 3 เซนติเมตร ❖ ขีดเส้น 1-10 เป็นเส้นเอวหลัง ❖ จุด 5-11 = 11-12 เซนติเมตร ❖ จุด 6-12 = 5 เซนติเมตร ❖ จุด 12-13 = 1 เซนติเมตร ❖ ขีดเส้นโค้งเป้า 10-11-13 ❖ ขีดเส้น 13-14 ❖ ขีดเส้น 14-2 เป็นเส้นปลายขา 4. การลอกเส้นแผ่นหลัง ❖ คลี ก ระด าษออกจะได้เส้นแผ่นหลัง ดังภาพ เพื อป้องกันการผิดพลาดให้เขียน ค่าว่า “แผ่นหน้า” และ “แผ่นหลัง” ที กด รอยลอกเส้นแล้ว ❖ พับเส้น 1-2 ❖ กดรอยเส้น 1-10 ❖ กดรอยเส้น 10-11-13 ❖ กดรอยเส้น 13-14 ❖ กดรอยเส้น 14-2


6. การสร้างเส้นเผื่อพับขอบเอว ❖ ขีดเส้นขอบเอวหน้าถึงเอวหลังจากจุด 4-10 ❖ วัดระยะ 18-4, 19-0 เท่ากับความกว้างของยางยืด ที ใช้ใส่ขอบเอวบวก 1 เซนติเมตร ❖ พับกระดาษที เส้น 4-10 กดรอย 4-18, 18-19, 19-10 จะ ได้เส้นขอบเอว ดังภาพ 7. การสร้างเส้นเผื่อตะเข็บและ ❖ เผื อตะเข็บทุกด้าน ด้านละ 1.5 เซนติเมตร ❖ เขียนเครื องหมายและรายละเอียดต่างๆ บนแบบตัดให้ ชัดเจน เพื อป้องกันความผิดพลาดเมื อตัดผ้า ดังภาพ เขียนเครื่องหมายบนแบบตัด 5. การสร้างเส้นเผื่อพับปลายขา ❖ กดรอย 8-16, 16-17, 17-14 จะได้เส้นพับปลายขา ดังภาพ ❖ วัดระยะเส้น 15-16-17 ให้ห่างจากเส้น 8-14 = 3 เซนติเมตร ❖ พับกระดาษที เส้น 8-14


9. การเย็บ ❖ พับเย็บปลายขาทั้ง 2 ชิ้น ❖ น่าผ้าทั้ง 2 ชิ้น มาประกบกันทางด้านนอกที มีลวดลายชัดเจน ❖ เย็บตะเข็บเป้าหน้าและตะเข็บเป้าหลัง พร้อมทั้งเย็บกันตะเข็บรุ่ยให้เรียบร้อย ❖ เย็บตะเข็บที อยู่ใต้เป้าขา โดยจับส่วนเป้าหน้าและเป้าหลังมาประกอบกัน แล้วเย็บกันรุ่ย ❖ พับเย็บรอบกางเกง โดยเว้นระยะการเย็บไว้สอดยางยืดประมาณ 2 เซนติเมตร ❖ ใส่ยางยืดขอบเอว ดังภาพ ❖ เย็บปิดรอยที เว้นไว้ใส่ยางยืด ❖ ตรวจสอบความเรียบร้อย ความถูกต้อง หากมีจุดใดบกพร่องควรแก้ไขให้เรียบร้อย ❖ รีดด้านในกางเกงให้ตะเข็บเรียบ แล้วกลับเอาด้านนอกของกางเกงออกให้เรียบอีกครั้ง 8. การวางแบบตัดและการตัดผ้า ❖ ตัดผ้าตามแบบตัดจ่านวน 2 ชิ้น โดยวาง แบบตัดให้เครื องหมายเกรนผ้าบนแบบตัด ขนานกับแนวริมผ้า ❖ จัดวางผ้าให้พอดีกับแบบ เพื อให้ผ้าส่วน ที เหลือสามารถน่าไปใช้ประโยชน์อย่าง อื นได้ จากนั้นจึงตัดผ้าตามแบบ


การสวมเสื้อผ้าที่สะอาด มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างบุคลิกภาพให้แก่ตนเองได้อย่างไร ช่วยให้เกิดความมั่นใจ ในตนเอง สร้างความประทับใจ ให้แก่ผู้พบเห็น เสริมสร้างบุคลิกภาพ ของตนให้ดูดี มีสุขอนามัยที่ดี ปราศจากโรคผิวหนัง เป็นที่ชื่นชมของคน ที่อยู่รอบข้าง


Click to View FlipBook Version