The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ทักษะการคิดแก้ปัญหา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จันสุดา มีมั่ง, 2023-10-23 13:16:24

ทักษะการคิดแก้ปัญหา

ทักษะการคิดแก้ปัญหา

ทักทัษะการคิดคิแก้ปัก้ญปัหทั ากทัษะการคิดคิแก้ปัก้ญปัหาชุดชุ กิจกิกรรมกิจพัฒนาสมองสื่อส่งเสริมการคิดสำ หรับเด็กปฐมวัยThinking Activities Teachers Early Childhood


หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา สมองและการคิดสําห รับเด็กปฐมวัย [ED-042-201] ชั้นปีที่ 2 หนังสือเล่มนี้จัดทำ ขึ้นเพื่อเป็นคู่มือการให้ความรู้เรื่อง ความสามารถในการแก้ไข ปัญหาของเด็กปฐมวัย ในหนังสือเล่มนี้จะประกอบไปด้วยชุด ความรู้เเละชุดกิจกรรม ซึ่งในชุดความรู้จะมีเนื้อหาเรื่องความ หมายของปัญหา ความสำ คัญของปัญหา ทฤษฎีที่ใช้เกี่ยวข้อง ประเภทลักษณะของความสามารถในการการแก้ไขปัญหา และ วิธีการส่งเสริมการแก้ไขปัญหา ในชุดกิจกิจกรรมจะประกอบไป ด้วยกิจกรรม 5 กิจกรรม เพื่อใช้ในการฝึกทักษะการคิดเเก้ ปัญหาของเด็กปฐมวัย ทั้งนี้ขอขอบคุณเจ้าของข้อมูลอาทิเช่น เว็บไซต์ วารสาร และ คณาจารย์ที่สนับสนุนนุให้คำ ปรึกษาในการจัดทำ หนังสือเล่มนี้ สำ เร็จลุล่วงไปด้วยดี คณะผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโย ชน์เน์เก่ผู้อ่านไม่มากก็น้อน้ย หากมีข้อผิดพลาดประการใดคณะผู้ จัดทำ ก็ขออภัยไว้ ณะ ที่นี้ด้วย คณะผู้จัดทำ นักศึกษาการศึกษาปฐมวัยชั้นปีที่ 2 คำ นำ การคิดเเก้ปัญหา ก


เรื่อง หน้าน้ คำ นำ ก สารบัญ ข ความหมายของปัญหา 1 ความสำ คัญในการแก้ปัญหา 2 ความสามารถในการเเก้ปัญหา 3 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 4 ประเภทของความสามารถในการเเก้ไขปัญหา 7 ลักษณะของความสามารถในการแก้ไขปัญหา 9 การส่งเสริมความสามารถในการเเก้ไขปัญหา 10 บ้านบล็อกหรรษา 12 coding game เรียนรู้ทิศทาง สี สังเกตุอย่างต่อเนื่อง 14 เเทนเเกรม 16 ปริศนาเขาวงกตบ้านของสัตว์ 18 ตัวต่อปริศนา 21 รายชื่อคณะผู้จัดทำ 24 เอกสารอ้างอิง 25 QR- Code คู่มือการจัดกิจกรรมการคิดเเก้ปัญหา ปกหลัง สารบัญ การคิดเเก้ปัญหา ข


สุวิทย์ มูลคำ (2547: 9) กล่าวว่าปัญหาคือ สภาวะ หรือ สถานการณ์ที่ณ์ ที่ทำ ให้บุคคลไม่สบายกาย ไม่สบายใจไม่สนอง ความต้องการจำ เป็นพื้นฐานของบุคคล ทิพย์วัลย์ สีจันทร์ และคนอื่นๆ (2548: 181) กล่าวว่า ปัญหาหมายถึง เหตุการณ์ ยุ่งยากที่ต้องการการแก้ไข หรือ เหตุการณ์ไณ์ม่พึงประสงค์ที่ไม่คาดหวังว่าจะให้เกิดขึ้น และ เมื่อ เกิดขึ้นแล้วทำ ให้การดำ เนินงานไม่บรรลุเป้าป้หมาย ตามที่กำ หนด ตามพจนานุกนุรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 “ปัญหา” หมายถึง ข้อสงสัย ข้อขัดข้องความสงสัย สิ่งเข้าใจ ยาก สิ่งที่ตนไม่รู้ หรือคำ ถาม อันได้แก่ ปัญหาเฉพาะหน้าน้ โจทย์ ในแบบฝึกหัด หรือข้อสอบเพื่อประเมินผลปัญหา เกิดได้ทุกโอกาสเมื่อมีอุปสรรค การคิดเเก้ปัญหา 1 ความหมายของการปัญหา


เปลว ปุริปุริสาว (2543, หน้าน้ 27) กล่าวว่า การแก้ปัญหา เป็นส่วนสำ คัญของการศึกษา เพราะสภาพสังคมในปัจจุบัน ส่วนมากเกี่ยวข้องกับปัญหา ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงมีความ สำ คัญอย่างยิ่งต่อเด็กในอนาคต ช่วยลดความกลัวในการ เผชิญปัญหา และสามารถนำ สิ่งที่ตนเรียนรู้ไปใช้ในการแก้ ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ชาติชาย ปีวาสน์ 2544, หน้าน้ 13) กล่าวว่า การแก้ ปัญหาเป็นส่วนสำ คัญของการจัดการ ศึกษาและการส่งเสริม ให้เด็กปฐมวัย โดยการจัดประสบการณ์แณ์ละกิจกรรมที่ เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก เพื่อจะทำ ให้เด็กสามารถ เผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำ วันได้ เป็นทักษะพื้นฐานในการดำ รงชีวิตต่อไปในอนาคตอย่างมี ประสิทธิภาพ ฉันทนา ภาคบงกช (2528, หน้าน้ 51-55, อ้างถึงใน สุดา ยูเค็ม, 2554 หน้าน้ 18) ได้กล่าวว่า ความสามารถในการ แก้ปัญหาเป็นเป้าป้หมายที่สำ คัญที่สุดของการสอนเด็กให้ เด็กคิดครูจึงจำ เป็นต้องปลูกฝังส่งเสริมให้โอกาสเด็กได้ฝึก คิดอยู่เสมอ เพื่อจะทำ ให้เด็กมีความสามารถในการแก้ ปัญหา อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับการจัด ประสบการณ์เณ์พื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาของ เด็กปฐมวัย การคิดเเก้ปัญหา 2 ความสำ คัญในการแก้ปัญหา


จากการศึกษาพบว่า นักการศึกษาหลายท่านให้ความหมาย ของความสามารถในการแก้ปัญหาในทัศนะต่างกันดังนี้ ชูชีพ อ่อนโคก (2522 120) กล่าวถึง ความสามารถใน การแก้ปัญหาว่าเมื่อบุคคลมีจุดมุ่งหมาย (Goal) มีอุปสรรคขัด ขวางไม่ให้ไปถึงหรือได้บางสิ่งที่ต้องการ จะทำ ให้ปัญหาเกิด ขึ้นหรือปัญหาอาจเกิดจากการไม่ทราบจุดหมายที่แน่นอนว่า คืออะไรบุคคลจึงพยายามขจัดปัญหาต่าง ๆ ให้หมดไป เพื่อให้ บรรลุจุดมุ่งหมาย ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นการลดที่ มีจุดมุ่งหมาย ชุมพล พัฒนสุวรรณ (2531:17) ความสามารถในการแก้ ปัญหาจะประกอบด้วยกลุ่มของความสามารถหลายๆ ด้าน ประกอบกัน เช่น การนืกคิดที่รวดเร็วเกี่ยวกับลักษณะของวัตถุ หรือสถานการณ์ที่ณ์ ที่กําหนดให้ การจําแนกประเภทของวัตถุ การ รับรู้ความสัมพันธ์ บริกจ์ (แก้วตา คณะวรรณ, 2524: 69; อ้างอิงจาก Gagne ; & Brigges n.d.) กล่าวว่า ความสามารถในการแก้ ปัญหา เป็นทักษะทางปัญญา (Intellectual Skill) อย่างหนึ่ง ที่สามารถสอนกันได้ และมุ่งหวังให้นำ ความสามารถในด้านนี้ ไปเชื่อมโยงใช้ในสถานการณ์อื่ณ์ อื่น การคิดเเก้ปัญหา 3 ความสามารถในการแก้ปัญหา


การคิดเเก้ปัญหา 4 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจท์ (Piaget) ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจท์ (อรชร วราวิทย์. 2526: 12 - 14) แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตามระดับอายุ ซึ่งในที่นี้จะ กล่าว เพียง 2 ขั้น ซึ่งอยู่ในช่วงอายุ 0 - 7 ปี ขั้นที่ 1 ระยะการแก้ปัญหาด้วยการกระทำ (Sensory Motor Stage) ตั้งแต่แรก เกิดถึงอายุ 2 ปี เด็กจะรู้เฉพาะสิ่งที่เป็นรูป ธรรมมีดวามเจริญอย่างรวดเร็วในด้านความคิด ความเข้าใจ การ ประสานระหว่างกล้ามเนื้อและสายตา และการใช้ประสาทสัมผัส ส่วนต่างๆ ต่อสภาพที่เป็นจริงรอบ ๆตัวเด็กในวัยนี้จะชอบทำ อะไร ซ้ำ ๆบ่อยๆ เป็นการเลียนแบบ พยายามแก้ปัญหาแบบลองผิด ลองถูก เมื่อสิ้นสุดระยะนี้เด็กจะมีการแสดงออกของพฤติกรรม อย่างมีจุดมุ่งหมายและสามารถแก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนวิธีต่างๆ เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ แต่ความสามารถในการคิดวางแผนของ เด็กยังอยู่ในขีดจำ กัด ขั้นที่2 ระยะการแก้ปัญหาด้วยการรับรู้แต่ยังไม่สามารถใช้ เหตุผล(Preoperational Stage) อยู่ในช่วงอายุ 2 - 7 ปี เด็ก พยายามแก้ปัญหาแบบลองผิดลองถูกแสดงพฤติกรรมอย่างมีจุด มุ่งหมายและสามารถแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ความ สามารถในการวางแผนมีขีดจำ กัด เด็กในช่วง 2 - 4 ปีเริ่มจะใช้ เหตุผลเบื้องตันไม่สามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง เหตุการณ์ 2เหตุการณ์หณ์รือมากกว่า เพราะเด็กยังยึดตนเองเป็น ศูนย์กลาง คือ ยึดความคิดของตนเองเป็นส่วนใหญ่และมองไม่ เห็นเหตุผลของคนอื่น เหตุผลของเด็กวัยนี้จึงไม่ค่อยถูกต้องตาม ความเป็นจริง เด็กในช่วงอายุประมาณ 4 - 7 ปี จะมีความคิดรวบ ยอดในสิ่งต่างๆรอบตัวดีขึ้น รู้จักแยกประเภทและแยกชิ้นส่วน ของวัตถุ เริ่มมีพัฒนาการเกี่ยวกับการอนุรันุรักษ์แต่ยังไม่แจ่มชัด รู้จักแบ่งพวกแบ่งชั้น แต่คิดหรือตัดสินผลของการกระทำ ต่างๆ จากสิ่งที่เขาเห็นภายนอกเท่านั้น


การคิดเเก้ปัญหา 5 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) ทฤษฎีของบรูเนอร์ (Bruner. 1969: 55- 68) จะแบ่งออกเป็น 3 ขั้น คือ 1. ขั้นการแก้ปัญหาด้วยการกระทำ (Enactive Stage) เริ่มตั้งแต่แรกเกิดถึง 2ปี ซึ่งตรงกับขั้น (Sensory Motor Stage) ของเพียเจท์ (Piaget) เป็นขั้นที่เด็กเรียนรู้ด้วยการกระ ทำ หรือประสบการณ์มณ์ากที่สุด 2. ขั้นแก้ปัญหาด้วยการรับรู้ (Iconic Stage) แต่ยังไม่รู้จัก ใช้เหตุผลซึ่งตรงกับขั้น(Preoperational Stage) ของเพียเจท์ (Piaget) เด็กวัยนี้จะเกี่ยวข้องกับความเป็นจริงมากขึ้น จะเกิด ความคิดจากการรับรู้ส่วนใหญ่และภาพแทนในใจ (Iconic Representation) อาจมีจินตนาการบ้างแต่ยังไม่ลึก ซึ้งเท่ากับขั้น (Concrete Operational Stage) 3.ขั้นพัฒนาสูงสุด (Symboic Stage) เป็นการเปรียบได้กับ ขั้นการแก้ปัญหาด้วยเหตุผลกับสิ่งที่เป็นนามธรรม (Formal Operation Stage) ของเพียเจท์ (Piaget) เป็นพัฒนาการพื้น ฐานมาจากขั้นแก้ปัญหาด้วยการรับรู้ (Iconic Stage) เด็ก สามารถถ่ายทอดประสบการณ์โณ์ดยการใช้สัญลักษณ์หณ์รือภาพ สามารถคิดหาเหตุผลสามารถเข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรมและ สามารถแก้ปัญหาได้


การคิดเเก้ปัญหา 6 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง (ต่อ) ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของโคลเบิร์กและไวก็อตสกี้ (Berk ; & Winsler. 1995) กล่าวถึงกระบวนการเรียนรู้ พัฒนาการทางสติปัญญาและ ทัศนคติว่าเกิดขึ้นเมื่อมีการปฏิสัมพันธ์และทำ งานร่วมกับคน อื่นๆ เช่น ผู้ใหญ่ ครู เพื่อน บุคคลเหล่านี้จะให้ข้อมูลสนับสนุนนุให้ เด็กเกิดขึ้นในZone of Proximal Development หมายถึง สภาวะที่เด็กเผชิญปัญหาที่ท้าทายแต่ไม่สามารถคิดได้โดยลำ พัง เมื่อได้รับการช่วยเหลือแนะนำ จากผู้ใหญ่หรือเกิดจากการทำ งาน ร่วมกับเพื่อนที่มีประสบการณ์มณ์ากกว่าเด็กจะสามารถแก้ปัญหา นั้นได้และเกิดการเรียนรู้ การให้การช่วยเหลือและนำ ในการแก้ ปัญหาและการเรียนรู้ของเด็ก (Assisted Learning)เป็นการ ให้การช่วยเหลือแก่เด็กเมื่อเด็กแก้ปัญหาโดยลำ พังไม่ได้ เป็นการช่วยอย่างเหมาะสม เพื่อให้เด็กแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง วิธีการที่ครูเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับเด็กเพื่อให้การช่วยเหลือเด็ก เรียกว่า "Scaffolding"เป็นการแนะนำ ช่วยเหลือให้เด็กแก้ ปัญหาด้วยตนเองโดยให้การแนะนำ (Clue) การช่วยเตือนความ จำ (Remainders) การกระตุ้นให้คิด(Encouragement) การ แบ่งปัญหาที่สลับซับซ้อนได้ง่ายลง(Breaking the Problem down into step) การให้ตัวอย่าง (Providing and Example) หรือสิ่งอื่น ๆ ที่ช่วยเด็กแก้ปัญหาและเรียนรู้ด้วยตนเอง การ ให้การช่วยเหลือ (Scaffolding)ที่มีประสิทธิภาพต้องมีองค์ ประกอบและเป้าป้หมาย 5 ประการ ดังนี้ 1. เป็นกิจกรรมร่วมกันแก้ปัญหา 2. เข้าใจปัญหาและมีวัตถุประสงค์ที่ตรงกัน 3. บรรยากาศอบอุ่น และการตอบสนองที่ตรงกับความต้องการ 4. มีการจัดสภาพแวดล้อม กิจกรรม และบทบาทของผู้ใหญ่ให้ เหมาะสมกับ ความสามารถและความต้องการ 5. สนับสนุนนุให้เด็กควบคุมตนเองในการแก้ปัญหา


การคิดเเก้ปัญหา 7 ประเภทของความสามารถในการแก้ปัญหา กมลรัตน์ หล้าสุวงษ์ (2528: 260 - 261) ได้กล่าวถึงวิธีการแก้ ปัญหาของเด็กไว้ดังนี้ 1. การแก้ปัญหาโดยใช้พฤติกรรมแบบเดียว โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงการ แก้ปัญหา เด็กเล็กมักใช้วิธีนี้ เนื่องจากยังไม่เกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้องเป็นเหตุผล เมื่อประสบ ปัญหา จะไม่มีการไตร่ตรองหาเหตุผล ไม่มีการพิจารณาสิ่ง แวดล้อมเป็นการจำ และเลียนแบบปัญหา พฤติกรรมที่เคยแก้ ปัญหาได้เนื่องจากเด็กยังไม่เกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้องและเป็นเหตุ เป็นผล 2. การแก้ปัญหาแบบลองผิดลองถูก การแก้ปัญหาแบบนี้มีการวิจัยสรุปลงความเห็นว่าเหมาะสม สำ หรับเด็กวัยรุ่น เพราะเด็กในวัยนี้ต้องการอิสระและต้องการ แสดงว่าตนเป็น ที่พึ่งของตนได้ 3. การแก้ปัญหาโดยการเปลี่ยนแปลงความคิด ซึ่งเป็นพฤติกรรมภายใน ยากแก่ การสังเกต ที่นิยมใช้มากที่สุด คือ การหยั่งเห็น การหยั่งเห็นนี้ขึ้นอยู่กับการรับรู้และประสบการณ์ เดิม 4. การแก้ปัญหาโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์ การแก้ปัญหาในระดับนี้ถือว่าเป็นระดับ ที่สูงสุดและใช้ได้ผลดี ที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแก้ปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อน


การคิดเเก้ปัญหา 8 เปลว ปุริปุริสาร เอ้าถึงใน ศิรินาถ บัวดล, 2549, หน้าน้ 34 ได้แบ่ง ประเภทการปัญหาไว้ 4 ประเภท คือ 1.การแก้ปัญหาของตนเองที่ต้องแก้ไขทันที หมายถึง การแสดง ที่เกิดจากความต้องการหรือการกระทำ ของตัวเด็กเองโดยไม่ เกี่ยวข้องกับผู้อื่น เพื่อตัดสินใจแก้ปัญหาของตนเองที่จําเป็นต้อง แก้ไขทันที เช่น ความหิว ความเจ็บป่วป่ย เป็นต้น 2.การแก้ปัญหาของตนเองที่ไม่ต้องแก้ไขทันที หมายถึง การ แสดงออกที่เกิดจากความต้องการหรือการกระทำ ของตัวเด็กเอง โดยไม่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น เพื่อตัดสินใจแก้ปัญหาของตนเองไม่จํา เป็นต้องแก้ไขทันที เช่น ความอยากได้ ความรัก เป็นต้น 3.การแก้ปัญหาของตนเองที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น หมายถึง การ แสดงออกที่เกิดจากความต้องการหรือการกระทำ ของตนเองเพื่อ ตัดสินใจแก้ปัญหาของตนเองที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น เช่น เกเร เพื่อน แย่งของเล่น เป็นต้น 4.การแก้ปัญหาของผู้อื่น หมายถึง การแสดงออกที่เกิดจาก ความต้องการหรือการกระทำ ของผู้อื่นโดยไม่เกี่ยวข้องกับเด็ก เห็น เหตุการณ์ เพื่อตัดสินใจแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้อื่น เช่น เห็นคน ขโมยของ เห็นรถชน เป็นต้น สรุปได้ว่า ประเภทของการแก้ปัญหานั้นจะจำ แนกประเภทเป็น ปัญหาในชีวิตประจำ วันและปัญหาทางสติปัญญาซึ่งวิธีการแก้ ปัญหาในเด็กเล็กส่วนใหญ่จะเป็นการแก้ปัญหาโดยใช้พฤติกรรม เดียวเพราะเด็กยังมีประสบการณ์น้ณ์อน้ยจะไม่คิดไตร่ตรอง และ ปัญหา จะเป็นปัญหาตนเองต้องแก้ไขทันที ปัญหาของตนเองที่ไม่ ต้องแก้ไขทันที ปัญหาของตนเองที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น ปัญหาของผู้ อื่น ประเภทของความสามารถในการแก้ปัญหา (ต่อ)


การคิดเเก้ปัญหา 9 ลักษณะของความสามารถในการแก้ไขปัญหา เฟรเดอริค (ฉันทนา ภาคบงกช. 2528: 25; อ้างอิงจาก Frederikson. n.d.) จำ แนก ลักษณะการแก้ปัญหาเป็น 2 ประเภท คือ 1.ปัญหาที่มีโครงสร้างสมบูรณ์ คือกำ หนดรายละเอียดไว้ ชัดเจนครบถ้วน สำ หรับให้ผู้เรียน แก้ปัญหาได้แก่โจทย์คณิตศาสตร์ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ 2.ปัญหาที่มีโครงสร้างไม่สมบูรณ์ คือ ตัวคำ ถามไม่กระจ่างชัด อาจเพราะมีความ ซับซ้อนไม่ระบุรายละเอียด ซึ่งจำ เป็นต้องใช้ใน การพิจารณา หรือไม่มีแนวทางในการหาคำ ตอบเป็น ปัญหาที่ผู้ ตอบจะต้องใช้ความพยายามในการหาความสัมพันธ์และแยกแยะ ประเด็นของปัญหา โดย ต้องอาศัยความรู้ด้านการคิด และความ จำ เป็นที่เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ต่างๆ เข้ามาช่วยก่อนที่จะ ดำ เนินการ คิดตามขั้นตอนของการแก้ปัญหาได้


การคิดเเก้ปัญหา 10 การส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา ฉันทนา ภาคบงกช (2528: 47- 49) ได้เสนอแนวทางในการ ส่งเสริมความสามารถใน การแก้ปัญหาไว้ดังนี้ 1. การให้ความรักความอบอุ่น สนองความต้องการของเด็กอย่างมี เหตุผล ทำ ให้ เด็กรู้สึกปลอดภัย มีความสุข มีความเชื่อมั่นใน ตนเองและมองโลกในแง่ดี 2. การช่วยเหลือพึ่งพาตนเอง การส่งเสริมให้เด็กช่วยตนเองโดย เหมาะสมแก่วัย จะช่วยให้เด็กพัฒนาความเชื่อมั่น เกิดความเชื่อมั่น ในตนเอง ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนา บุคลิกภาพของเด็กต่อไป 3. การซักถามของเด็กและการตอบคำ ถามของผู้ใหญ่ ควรได้รับ ความสนใจและ ตอบคำ ถามของเด็ก สนทนาทางด้านความจำ การ คิดหาเหตุผล เพื่อให้เด็กได้แสดงออก และฝึกการคิด เนื่องจาก เด็กปฐมวัยมีความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็นและช่างซักถาม ผู้ใหญ่ไม่ควร หรือแสดงความไม่พอใจ 4. การฝึกให้เป็นคนช่างสังเกต ควรจัดหาอุปกรณ์หณ์รือสิ่งเร้าให้ เด็กพัฒนาการ สังเกต โดยการใช้ประสาทรับรู้ทุกด้าน การตั้ง คำ ถาม หรือชี้แนะโดยผู้ใหญ่จะช่วยให้เด็กเกิดความ สนใจและ หาความจริงจากการสังเกต 5. การแสดงความคิดเห็น เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความคิด เห็นและตัดสินใจใน เรื่องใดเรื่องหนึ่งตามความพอใจ จะช่วยให้ เด็กกล้าแสดงออกและมีความเชื่อมั่นในการแสดงความ คิดเห็น 6. การให้รางวัล ควรให้รางวัลเมื่อเด็กทำ สิ่งที่ดีงามในโอกาสอัน เหมาะสม แสดง ความชื่นชมและกล่าวย้ำ ให้เกิดความมั่นใจว่าเด็ก ทำ ในสิ่งที่ดี จะทำ ให้เด็กมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง และมีกำ ลังใจที่ จะทำ ในสิ่งที่ดีงาม 7. การจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาความคิดของเด็กและมี บรรยากาศอิสระ ไม่เคร่งเครียด ช่วยให้เด็กรู้สึกสบายใจ มีความ รู้สึกที่ดี ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำ คัญของการพัฒนา ทักษะทางการคิด แก้ปัญหา


การคิดเเก้ปัญหา 11 การส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหา (ต่อ) เจษฎา สุภางคเสน (2530: 28 - 29) ได้เสนอแนะวิธีการส่ง เสริมทักษะการแก้ปัญหา ไว้ ดังนี้ 1. ฝึกฝนให้เด็กทำ ตามขั้นตอนของกระบวนการแก้ปัญหา คือ รวบรวมข้อมูล ตั้งสมมติฐาน รวบรวมวิธีการแก้ปัญหาและทดสอบ สมมติฐาน 2. ควรเน้นน้ ในเรื่องการรวบรวมข้อมูลให้มาก 3. ฝึกให้รู้จักใช้ทักษะในการแก้ปัญหา คือ ฝึกให้คิดเกี่ยวกับ ปัญหา การ แก้ปัญหาด้วยวิธีต่างๆ และการทำ นายผลของวิธีการ แก้ปัญหานั้น 4. ใช้วิธีการชี้แจงอธิบายเหตุผล หลีกเลี่ยงวิธีการเข้มงวดกับ เด็ก 5. เปิดโอกาสให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ 6. ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก เพราะมีความสำ คัญ กับการแก้ปัญหา 7. ให้โอกาสเด็กได้ตัดสินใจด้วยตนเอง 8. กระตุ้นให้เด็กได้คิดในหลายทิศทาง เพื่อนำ ไปใช้กับปัญหาที่ ยุ่งยากซับซ้อน นอกจากผู้ปกครองโรงเรียนก็มีส่วนสำ คัญในการ ช่วยส่งเสริมทักษะ ครูจึงควรมีความเข้าใจเกี่ยวกับ การจัดกิจกรรม


จุดมุ่งหมาย 1.ฝึกทักษะการคิดแก้ปัญหาแบบลองผิดลองถูก จนกว่าจะต่อบล็อกได้สำ เร็จ 2.ฝึกทักษาการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ ด้วยการสังเกตโครงสร้าง และแยกแยะรูปทรงต่างๆของบล็อก 3.การเล่นต่อบล็อกทำ ให้เสริมสร้างสมาธิ มีสติมากขึ้นเพราะเวลาต่อบล็อก จิตใจ จะจดจ่ออยู่กับการต่อบล็อค 4.ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่นกล้ามเนื้อนิ้วมือ ข้อมือ ให้แข็งแรงขึ้น 5.พัฒนาความคิดรวบยอดเกี่ยวกับรูปทรง รูปร่าง เช่น สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ฯลฯ 6.การแก้ปัญหาโดยใช้พฤติกรรมแบบเดียว โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงการแก้ปัญหา 7. การช่วยเหลือพึ่งพาตนเอง การส่งเสริมให้เด็กช่วยเหลือตนเองอย่างเหมาะสม กับวัย จะช่วยให้เด็กพัฒนาความเชื่อมั่น ทักษะที่ใช้ ใช้ทักษะสมอง EF 1.ยั้งคิดไตร่ตรอง ระหว่างเล่นต้องคิดตลอดเวลาว่าจะวางบล็อกชิ้นใด ตรงไหน และเมื่อวางไปแล้วจะได้ผลอย่างไร รู้ว่าควรเล่นอย่างถูกต้องแบบใด เช่น ไม่ปาบล็อกไปโดนหัวเพื่อน ไม่เอาบล็อกตีเพื่อน ไม่หยิบบล็อกที่เพื่อนต่อไปแล้ว 2.ยืดหยุ่นความคิด เมื่อทำ บล็อกหล่น หรือ ต่อแล้วไม่ได้ดั่งใจก็เริ่มใหม่ หาวิธี ใหม่ๆ เล่นคนเดียวเมื่อพลาดครั้งหนึ่งก็ได้ลองวิธีใหม่ เล่นกับคนอื่นอาจไม่ได้ดั่ง ใจก็เรียนรู้ที่จะยอมรับและเล่นต่อโดยใช้สันติวิธี 3.การแก้ปัญหา บล็อกไม่เกิดความสมดุลทำ ให้พังลงมา เด็กๆจะต้องเรียนรู้และ ใช้ทักษะการแก้ปัญหาในการลองผิดลองถูก จนกว่าจะต่อบล็อกได้สำ เร็จด้วยตนเอง บ้านบล็อกหรรษา การคิดเเก้ปัญหา 12


อุปกรณ์ 1.บล็อกรูปทรงต่างๆ 2.บ้านบล็อก วิธีการดำ เนินกิจกรรม 1. หย่อนบล็อกลงปล่องไฟให้ตกลงมาที่จุด start จากนั้นเด็กหยิบบล็อก ออกมาจากจุด startเพื่อเริ่มต่อบล็อก 2. นำ บล็อกไปต่อที่บ้านบล็อกที่ละอันตามความเข้าใจของเด็ก 3. เมื่อเกมจบเเล้วเด็กสามารถต่อบล็อกได้สำ เร็จ บล็อกจะเรียงตรงกันโดย ไม่มีช่องว่างประโยชน์ที่น์ ที่ได้รับ ฝึกให้มีสมาธิ เด็กจะจดจ่ออยู่กับการต่อบล็อก ฝึกทักษะ การแก้ปัญหา เพราะการต่อบล็อกเป็นของเล่นปลายเปิด สามารถใช้ความคิดและจินตนาการ สร้างสรรค์การต่อบล็อกเป็นรูปทรงต่างๆ การเล่นบล็อก เหมาะที่จะใช้ฝึกฝนสำ หรับเด็กที่ไม่ค่อยมีสมาธิ ให้มีจิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ ทำ เป็นเวลานานได้ ช่วยแก้ปัญหาการเกิดสมาธิสั้นในเด็กได้ ฝึกสายตาฝึกฝนการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการต่อบล็อกขึ้นมาใหม่ ช่วยฝึกการใช้ กล้ามเนื้อมัดเล็ก ให้ต่อยอดไปสู่การใช้มือของเด็กเพื่อจับดินสอก่อนเข้า เรียน การประเมินผล 1. เด็กสามารถต่อบล็อคได้ถูกต้องตามรูปทรงของบล็อกโดยไม่มีช่องว่างบนตัวบ้าน 2. เด็กมีมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการต่อบล็อก การคิดเเก้ปัญหา 13 ภาพตัวอย่างการทำ กิจกรรม


จุดประสงค์ 1.เสริมสร้างการใช้มือประสานกับตา ทักษะการคิด เเก้ปัญหา 2.ส่งเสริมการคิดอย่าเชื่อมโยง การสังเกตทิศทาง สี ฝึกการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง3.ฝึกการคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นเหตุเป็นผลอย่างเป็นระบบ 4.การคิดแก้ปัญหาโดยใช้พฤติกรรมแบบเดียว โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงการแก้ปัญหา 5. ารส่งเสริมให้เด็กช่วยเหลือตนเองอย่างเหมาะสมกับวัย จะช่วยให้เด็กพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเอง การคิดเเก้ปัญหา 14 เกมปริศนา coding Game เรียนรู้ทิศทาง สี สังเกตอย่างต่อเนื่อง ทักษะที่ใช้ 1.ทักษะในการคิดและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ 2.ทักษะในการเขียน เขียนเพื่อสื่อสารกับใครต่อใครได้ 3.ทักษะในการคิดสร้างสรรค์ คิด วิเคราะห์ อย่างมีเหตุมีผล4.ทักษะเชิงคณิตศาสตร์ อุปกรณ์ที่ณ์ ที่ใช้ 1.การ์ดสีจำ นวน 15 ใบ 2.การ์ดรูปปลา 5 สี สีละ 8 ตัว สีเเดง สีฟ้าฟ้สีเหลือง เเละสีเขียว 3.ตารางเกมปริศนา coding Game 4.การ์ดลูกศรทิศทาง


วิธีการดำ เนินกิจกรรม 1.สุ่มหยิบการ์ดสีมาติดบนเเถวเเรกของบอร์ดเกม ให้ครบทุกช่อง 2.เลือกการ์ดปลามาติดตามสีของการ์ดเเต่ละช่องเเละหันหัวของปลาตามทิศทางของลูกศรที่กำ หนด 3.ติดตัวปลาครบทุกช่อง ตรงตามสี โดยที่หัวปลาหันตรงตามลูกศรที่กำ หนด เป็นการจบเกม การคิดเเก้ปัญหา 15 ประโยชน์ที่น์ ที่ได้รับ 1.เด็กมีพัฒนาการด้านทักษะการคิด การสังเกต การเปรียบเทียบ การจำ แนก การเรียงลำ ดับ และการจัดหมวดหมู่ 2.ส่งเสริมทักษะการแก้ไขปัญหา เด็กจะได้ฝึกการคิดแก้ปัญหา การวางแผน อย่างเป็นระบบ เช่น ลูกศร หรือการใช้สีแทนค่าแทนคำ ตอบ การประเมินผล 1.เด็กสามารถวางทิศทางของปลาได้ถูกต้องตามลูกศร 2.เด็กสามารถเรียงลำ ดับสีได้ถูกต้อง ภาพตัวอย่างกิจกรรม


จุดประสงค์ 1.เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์ ความสัมพันธ์เชิงพื้นที่และช่วยพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 2.ฝึกสมาธิ ฝึกความอดทนและรู้จักคิดแก้ปัญหาให้กับเด็กโดย อาศัยจินตนาการเเละการสังเกต เพื่อเเก้โจทย์ปัญหาที่กำ หนดไว้ อีกทั้งยังส่ง เสริมพัฒนาการด้านอื่นๆที่เชื่อมโยงกัน 3.เด็กสามารถจินตนาการเปลี่ยนรูปร่างในการแก้ปัญหาตามสถานการณ์ ตามเรื่องเล่าที่ด็กพบเจอได้อย่างเหมาะสม 4.เด็กสามารถบอกรูปทรงต่างๆที่พบเห็นได้อย่างหลากหลาย 5.ช่วยให้เด็กคิดแก้ปัญหาในการ วางตำ แหน่ง ทิศทาง การประกอบรูปทรง เข้าด้วยกันจะเกิดเป็นรูปทรงที่สมบูรณ์ ทักษะที่ใช้ 1.ทักษะการคิดแก้ปัญหาของเด็กด้วยกิจกรรมการศึกษา ส่งเสริมประสบการณ์สำณ์ สำคัญพื้นฐานผ่านการเล่นเกมแทนแกรม ในเรื่อง การแก้ปัญหาแบบรูป รูปร่าง รูปทรง การเรียงลำ ดับ และการใช้ตัวแทน ซ้ำ ๆ เพื่อปูพื้นฐาน ก่อนการเรียนรู้ในลําดับต่อไป 2.เด็กได้เรียนรู้เรื่องรูปร่างรูปทรงเรขาคณิต การคิดเเก้ปัญหา 16 เเทนเเกรม


อุปกรณ์ที่ณ์ ที่ใช้ 1.เเผ่นชิ้นส่วนจิ๊กซอว์รูปเรขาคณิต 2.ฐานรอง วิธีดำ เนินกิจกรรม ในการต่อปริศนาแทนแกรม สามารถประยุกต์ได้หลายวิธีการเล่น แต่ สำ หรับการต่อแบบมาตรฐานจะต้องใช้เงื่อนไขดังนี้ 1.ต้องใช้ชิ้นส่วนรูปเรขาคณิตครบทั้ง 7 ชิ้น โดยไม่ขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่ง และ ไม่มีชิ้นส่วนอื่นเพิ่มเติมเข้ามา 2.ชิ้นส่วนรูปเรขาคณิตแต่ละชิ้น ต้องมีอย่างน้อน้ยหนึ่งด้านหรือหนึ่งมุม สัมผัสกับรูปเรขาคณิตชิ้นอื่น 3.ต้องวางชิ้นส่วนรูปเรขาคณิตทุกชิ้นราบไปกับพื้นเรียบ โดยไม่วางทับ ซ้อนกันกับชิ้นอื่น 4.สามารถหมุน หรือพลิกรูปเรขาคณิตทุกชิ้นได้ตามต้องการ ประโยชน์ที่น์ ที่ได้รับ 1.การจัดวางแทนแกรมให้เป็นรูปต่างๆตามจินตนาการ เป็นการฝึกความคิด สร้างสรรค์ให้กับผู้เล่นและยังได้รับความสนุกนุสนานเพลิดเพลิน ได้จัดวางรูป เรขาคณิตตามรูปภาพที่โจทย์กำ หนด 2.ฝึกความสามารถด้านการคิดแก้ปัญหาเชิงคณิตศาสตร์ รู้จักพลิกแพลงในสถานการณ์ต่ณ์ ต่างๆ ช่วยในการพัฒนาสมอง ขณะจัดวางเป็นรูปต่างๆยังเป็นการฝึกสมาธิ ฝึกความจำ 3.เป็นการเสริมสร้างพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กการประสานมือกับตาได้เป็นอย่างดี การคิดเเก้ปัญหา 17 ภาพตัวอย่างกิจกรรม


1.เกมปริศนาเขาวงกต ช่วยส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาให้เด็กได้ฝึกการตัดสิน ใจ คิดอย่างมีเหตุผล รอบคอบ 2.ฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าน้ได้ เพราะเด็กจะได้เรียนรู้การแก้ปัญหาต่างๆได้ อย่างเหมาะสม 3.เด็กสามารถอธิบายวิธีการแก้ปัญหาที่หลากหลายแปลกใหม่ตามลำ ดับขั้น 4.เด็กจะมีความเข้าใจในการหลีกเลี่ยงอุปสรรคหรือสิ่งกีดขวางมากขึ้นและยังช่วยให้เด็กได้เรียนรู้อาหารของสัตว์แต่ละชนิดอีกด้วย 5.ได้ฝึกการแก้ปัญหาแบบลองผิดลองถูกเพื่อที่จะไปสู่เส้นทางที่ถูกต้อง จุดประสงค์ การคิดเเก้ปัญหา 18 ปริศนาเขาวงกต บ้านของสัตว์ ทักษะที่ใช้ 1.เกมเขาวงกต จะทำ ให้เด็กได้ใช้ความจำ ได้คิดและไตร่ตรอง มีเป้าป้หมายและทำ งานตามเป้าป้หมายได้สำ เร็จ 2.เกมเขาวงกต ช่วยให้เด็กได้พัฒนาตรรกะทางความคิด การให้เหตุผล ความ สามารถในการแก้ปัญหา นอกจากนี้ยังได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กจากการค่อย ๆ ลากไปเรื่อย ๆ และช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านการมองเห็น โดยเฉพาะการมองภาพแบบองค์รวม ที่เป็นสิ่งสำ คัญต่อทักษะการอ่านและเขียนของเด็ก


1.เขาวงกตช่วยให้เกิดกระบวนการคิดและวางแผนแก้ไขปัญหา เด็กจะเกิดกระบวนการคิดเพื่อหาทางออก มีการวางแผนเพื่อให้เดินไปใน ทางที่ถูกต้องที่สุด 2.เขาวงกตทำ ให้เกิดการเรียนรู้ที่จะควบคุมตนเอง เด็กรู้จักควบคุมตนเองได้เพราะการหาทางออกจากเขาวงกต ต้องลากเส้น ให้ถูกทาง ถ้าไม่มีการควบคุมตัวเองก็จะทำ ให้ออกเส้นทางหรือไม่ก็ทำ ให้ไป ผิดจากทางที่วางแผนไว้ 3.เขาวงกตฝึกการมองภาพรวม จะทำ ให้เด็กเกิดการใช้สายตามองและประเมินผลว่าทางไหนมีความเป็น ไปได้ว่าจะเป็นทางออกที่ถูกต้อง นอกจากนั้นการมองภาพรวม ยังเป็นทักษะที่ดีสำ หรับการอ่านและการเขียนอีกด้วย4.เขาวงกตทำ ให้เกิดเรียนรู้การแก้ปัญหาแบบเป็นลำ ดับขั้น เด็กจะได้เรียนรู้การแก้ปัญหาที่มีความยากง่ายต่อเนื่องตามลำ ดับ อาจมี เดินผิดทาง เจอทางตัน แต่ก็ทำ ให้เกิดการแก้ไขเพื่อไปสู่เส้นทางที่ถูกต้องซึ่งจะทำ ให้มีทักษะในการแก้ปัญหาดีขึ้น 5.เขาวงกตทำ ให้เด็กๆ เกิดความเชื่อมั่น เชื่อใจในตัวเอง เด็กได้เรียนรู้ที่จะวางแผนแก้ไขปัญหา รู้จักควบคุมตัวเอง ได้มองภาพ แบบภาพรวมและได้แก้ปัญหาตามลำ ดับความยากง่ายแล้ว เมื่อลากเส้นออก จากเขาวงกตได้ ก็จะทำ ให้เด็กเกิดความมั่นใจและเชื่อใจในตัวเองว่า มีความ สามารถมากพอที่จะแก้ปัญหา และพาตัวเองออกมาจากหนทางที่ซับซ้อนได้ ประโยชน์ที่น์ ที่ได้รับ การคิดเเก้ปัญหา 19 อุปกรณ์ที่ณ์ ที่ใช้ 1.ปริศนาเขาวงกตบ้านของสัตว์


ให้เด็กพาสัตว์แต่ละชนิดเดินทางกลับบ้านตามเส้นทางโดยระหว่างทางให้ เด็กมองหากล่องเก็บอาหารของสัตว์ชนิดต่างๆแล้วนำ อาหารของสัตว์ชนิด นั้นเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย การประเมินผล 1.เด็กสามารถพาสัตว์ผ่านอุปสรรค์เขาวงกตไปได้ตามเส้นทางที่เด็กคิดเอง 2.สังเกตุว่าเด็กมีวิธีเเก้ไขปัญหาอย่างไรเมื่อมีอุปสรรค์ระหว่างการเดินทางพาสัตว์ไปยังจุดมุ่งหมาย การคิดเเก้ปัญหา 20 วิธีดำ เนินกิจกรรม ภาพตัวอย่างกิจกรรม


จุดประสงค์ 1.เด็กมีการคิดค้นหาแนวทางการแก้ไขปัญหาคือเด็กจะทําอย่างไร ถ้านําตัวต่อ มาต่อลงกระดานแล้วแต่ไม่สำ เร็จ เป็นการทดลองแบบการลองผิดลองถูก 2.ฝึกการสังเกตรูปร่างชิ้นส่วนของตัวต่อว่ามีรูปร่างลักษณะอย่างไร 3.เด็กเกิดการคิดวิเคราะห์รูปร่างของตัวต่อแต่ละอันได้ว่าแต่ละอันควรจะนํามา วางไว้ตรงไหนของกระดาน 4.เด็กมีการคิดวางแผนอย่างเป็นระบบ 5.ฝึกความจำ เด็กมีความพยายามจำ รูปร่างชิ้นส่วนของตัวต่อที่ลองประกอบแล้วแต่ไม่ลงล็อกหรือกระดาน 6.เด็กมีการแสดงความคิดเห็น กล้าคิด กล้าทํา กล้าการตัดสินใจมีทักษะการช่วยเหลือตนเองในการแก้ปัญหาได้โดยไม่พึ่งพาผู้อื่น 7.ฝึกให้เด็กมีการควบคุมอารมณ์ตณ์นเอง เมื่อเด็กทําไม่สำ เร็จ ทักษะที่ใช้ทักษะการวางแผน อย่างเป็นระบบ และการดํางาน ทักษะการจําเมื่อเด็กทําผิดพลาด เด็กจะไม่ทําซํ้าอีกทักษะการคิดแบบยืดหยุ่นไม่ยึดติดกับวิธีเดิมแต่จะคิดหาวิธีใหม่ๆอยู่เสมอฝึกทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็ก และการประสานมือและตาเมื่อเล่นเกมตัวต่อปริศนา เด็กๆ จะต้องหยิบและจับชิ้นส่วน คัดแยกและจัดวางลงกระดาน ให้ถูกที่ซึ่งเป็นการทำ งานร่วมกันของมือดวงตา เพื่อเรียงลำ ดับและต่อชิ้นส่วน ปริศนาให้ถูกต้อง การคิดเเก้ปัญหา 21 ตัวต่อปริศนา


อุปกรณ์ที่ณ์ ที่ใช้ 1.ตัวต่อปริศนา 2.กระดาน วิธีดำ เนินกิจกรรม 1.นําตัวต่อมาต่อลงบนกระดาน 2.จัดวางตัวต่อเหล่านั้นให้เต็มกระดานด้วยวิธีใดก็ได้ 3.เมื่อจัดวางตัวต่อลงครบแล้ว โดยที่ในกระดานไม่เหลือที่ว่าง จะเป็นการจบเกมลงทันที การคิดเเก้ปัญหา 22 ภาพตัวอย่างกิจกรรม


ประโยชน์ที่น์ ที่ได้รับ 1.ช่วยฝึกในเรื่องความจำ เด็กต้องค้นหาตามสี หรือรูปร่างที่คุณมีในใจ และประกอบ หรือเติมเต็มส่วนที่หายให้สมบูรณ์ ช่วยฝึกความจำ เมื่อเด็กๆพยายามจำ รูปร่างชิ้นส่วนของภาพที่ลองประกอบแล้วแต่ไม่ลงล็อก 2.ส่งเสริมการเล่นแบบให้ความร่วมมือ โดยอิงจากการทำ งานร่วมกันกับ เพื่อนๆ ได้ฝึกการเข้าสังคมของเด็กปฐมวัย ได้พูดคุยกันว่าควรใส่ชิ้นใดลงช่องใดและทำ ไมต้องใส่ ผลัดกันแลกเปลี่ยนไอเดียร์และสนับสนุนนุซึ่งกัน และกัน ได้ฝึกการจัดการอารมณ์ ความรู้สึกเมื่อรู้สึกขัดใจบางอย่าง ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความอดทนและความร่วมมือกันอย่างดี 3.ส่งเสริมการคิดนอกกรอบ การให้ความสนใจในสิ่งที่กําลังทํา การคิดเเก้ปัญหา 23 ภาพตัวอย่างกิจกรรม การประเมินผล 1.เด็กสามารถต่อตัวต่อได้ตรงสมบูรณ์โณ์ดยไม่มีช่องว่างเหลืออยู่ 2.สังเกตว่าเด็กมีวิธีการเเก้ปัญหาอย่างไรเมื่อต่อแล้ว แต่ไม่ลงล็อค 3.เด็กสามารถทบทวนได้ในเกมที่เล่นจบไป


การคิดเเก้ปัญหา 24 คณะผู้จัดทำ 1.นางสาววีรดา คำ ไข่ เนื้อหา 651790001003-1 เลขที่ 1 หมู่ 1 2.นางสาวจุฑารัตน์ หอมสุวรรณ เนื้อหา 651790001016-3 เลขที่ 9 หมู่ 1 3.นางสาวรสรินญา มาตมุงคุณ เนื้อหา 651790001019-7 เลขที่ 12 หมู่ 1 4.นางสาวปัณณพร โรมวาปี เนื้อหา + แก้ไขเนื้อหา 651790001030-4 เลขที่ 21 หมู่ 1 5.นางสาวศุภากร เหมะธุลิน เนื้อหา + แก้ไขเนื้อหา 651790001032-0 เลขที่ 23 หมู่ 1 6.นางสาวธนาภรณ์ ไร่เกื้อ เนื้อหา 651790001042-9 เลขที่ 32 หมู่ 1 7.นายทรงพล ผาทอง เนื้อหา 651790001043-7 เลขที่ 1 หมู่ 2 8.นางสาวสุกัญญา ปะวันโน เนื้อหา 651790001051-0 เลขที่ 9 หมู่ 2 9.นางสาวพรพิมล สุ่มมาตย์ เนื้อหา 651790001052-8 เลขที่ 10 หมู่ 2 10.นายอรุณภพ สอนสูญ เนื้อหา 651790001053-6 เลขที่ 11 หมู่ 2 11.นางสาวจันสุดา มีมั่ง โครงสร้างหนังสือ 65170001059-3 เลขที่ 17 หมู่ 2 อาจารย์ที่ปรึกษาผู้ช่วยศาสตราจารย์วรนุชนุนิลเขต


การคิดเเก้ปัญหา 25 เอกสารอ้างอิง กมลรัตน์ หลาสุวงษ์. (2528), จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพฯ: คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. กุลยา ต้นติผลาชีวะ. (2545), รูปแบบการเรียนการสอนปฐมวัยศึกษา. กรุงเทพฯ: เอดิ สันเพลสโปรดักส์.แก้วตา คณะวรรณ. (2524). พัฒนาการสอน. ขอนแก่น: คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น. กรมการศึกษานอกโรงเรียนศูนย์ภาคเหนือ. (2535), การสร้างแบบสมรรถภาพ ด้านการคิดแก้ปัญหาและการตัดสินใจอย่างมีเหตุผลของนักการศึกษานอก โรงเรียนสายสามัญระดับมัธยมการศึกษาตอนต้น. ลำ ปาง กระทรวงฯ. กรมวิชาการ. (2546). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 (สำ หรับ เด็กอายุ-5 ปี).กรุงเทพฯ: หน่วยศึกษานิเทศก์, กรมฯ. เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2548), ครอบครัวแสนสนุกนุ: สร้างกิจกรรมครอบครัวให้สนุกนุจนลูกๆติด. กรุงเทพฯ: ซัคเซสมีเดีย. จิราภรณ์ ส่องแสง. (2550). ผลของการใช้กิจกรรมศิลปะบูรณาที่มีต่อความ สามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย). กรุงเทพฯ:บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร. เจษฎา ศุภางคเสน. (2530). การศึกษาความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหา เฉพาะหน้าน้ของเด็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน, ปริญญานิพนธ์ กศม. (การประถม ศึกษา), กรุงเทพฯ:บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่าย เอกสาร.ฉันทนา ภาคบงกช. (2528), สอนให้เด็กคิดโมเดลการพัฒนาทักษะการคิดเพื่อคุณภาพชีวิตและสังคม, กรุงเทพฯ: มหาวิทยาศรีนครินทรวิโรฒ, ถ่ายเอกสาร. เฉลิมพล ต้นสกุล. (2521), พัฒนาการทางสติปัญญาและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าน้ของเด็กก่อนวัยเรียนในเขตการศึกษา ปริญญานิพนธ์กศ.ม. (จิตวิทยาพัฒนาการ) กรุงเทพฯ:บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถ่าย เอกสาร. ไฉไลรัตน์ รูปชัยภูมิ. (2549). ความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยที่ ได้รับ การจัดกิจกรรมการละเล่นไทย, ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การศึกษาปฐมวัย), กรุงเทพฯ:บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ถ่ายเอกสาร.ชุมพล พัฒนสุวรรณ. (2531) เทคนิดบางประการในการกระตุ้นความคิด สร้างสรรค์ และความคิดเชิงแก้ปัญหา. สสวท. 25(3): 17 – 21ชูชีพ อ่อนโดกสูง. (2522), สอนอย่างไร, กรุงเทพฯ: ภาควิชาการแนะแนวและ จิตวิทยาการศึกษา คณศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางเขน.56


เชิญเข้ามาเยี่ยมชมผลงานของพวก เรา สแกนคิวอาร์โค้ด ที่นี่ สแกนตรงนี้ การคิดเเก้ปัญหา 26


Click to View FlipBook Version