The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การวัดเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต21001) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของ กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 264ed000068, 2023-04-08 00:36:13

วิจัยในชั้นเรียน 2/2565

การวัดเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต21001) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของ กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย

ประกาศคุณูประการ การวิจัยเรื่อง การวัดเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต21001) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของ กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย สำเร็จลงด้วยดี ผู้วิจัยต้อง ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งสำหรับ บุคลากรและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นแหล่งข้อมูล ขอกราบขอบพระคุณ ท่านผู้อำนวยการ นางริสา วัฒนะรัตน์ที่ได้สนับสนุนให้ครูได้ทำการวิจัย เพื่อเป็นการพัฒนาตนเองและพัฒนากระบวนการการจัดการเรียนการสอนต่อไป นางสาวกัญฐณา สุริยะแก้ว


สารบัญ หน้า บทที่ 1 บทนำ 1 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2 บทที่ 3 วิธีการดำเนินงานวิจัย 4 บทที่ 4 ผลของการดำเนินงาน 7 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ 8 ภาคผนวก บรรณานุกรม


ชื่อวิจัย การวัดเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต21001) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของ กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ชื่อผู้วิจัย นางสาวกัญฐณา สุริยะแก้ว ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล ประเภทวิจัย วิจัยในชั้นเรียน บทคัดย่อ การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต21001) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของ กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย โดยนำผล การศึกษา ที่ได้ไปเป็นแนวทางในการเรียนการสอนในภาคเรียนถัดไป ซึ่งการศึกษาครั้งนี้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วย การใช้แบบสอบถาม ถามนักศึกษา กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง จำนวน 13 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 13 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาได้แก่ ค่าเฉลี่ย จากการศึกษาและวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยของคะแนนที่ได้จากแบบสอบถามวัดเจตคติของนักศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย แสดงให้เห็นว่า คะแนนเฉลี่ย ของแบบสอบถามทั้ง 15 ข้อ เกี่ยวกับวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต21001) ทั้งข้อคำถามประเภท ทางบวกและ ทางลบ มีค่าเท่ากับ 3.63 ซึ่งแปลความได้ว่านักศึกษา มีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษใน ชีวิตประจำวัน (พต21001)


1 บทที่ 1 บทนำ ความสำคัญและความเป็นมา ปัจจุบันการเรียนการสอนภาษาอังกฤษนับว่ามีความสำคัญมาก เนื่องมาจากความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีและการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัย ทำให้การติดต่อกันระหว่างประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึง จำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะเรียนรู้ภาษาอังกฤษอันเป็นภาษาสากล เพื่อนำมาใช้ในการติดต่อสื่อสาร และเพื่อ ความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการ ในด้านการศึกษา ภาษาอังกฤษได้ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรให้นักเรียนได้เรียนรู้ ตั้งแต่ระดับประถม มัธยม ตลอดจนในระดับอุดมศึกษา ซึ่งจากวัตถุประสงค์ของหลักสูตรภาษาอังกฤษใน ปัจจุบัน นอกจากจะมีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนมีความสามารถในการใช้ภาษา ทั้งเพื่อการศึกษาและการ นำไปใช้ในชีวิต ประจำวันแล้ว ยังมีการมุ่งเน้นให้นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ เห็นประโยชน์ และคุณค่าของภาษาอังกฤษอีกด้วย จากที่มาและความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงทำให้ผู้วิจัยเห็นความสำคัญของของการมีเจตคติที่ดีต่อ วิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันของนักศึกษา จึงได้จัดทำการวิจัยเพื่อวัดเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อวิชา ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของ กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง เพื่อนำมาเป็นข้อมูลใน การแก้ปัญหาในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ต่อไป วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.เพื่อวัดเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน 2.เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับการแก้ปัญหาในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน กรอบแนวคิดงานวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเจตคติของนักศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของกศน.ตำบล ทุ่งยางเมือง ผู้วิจัยได้จัดทำแบบสอบถามเพื่อวัดเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน จำนวน 15 ข้อ โดยใช้ข้อคำถามทั้ง 2 ประเภทคือ ประเภททางบวก และทางลบ และได้ทำการนำผลของแต่ละ ข้อคำถามมาหาค่าเฉลี่ย แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์และหาข้อสรุปพร้อมทั้งนำเสนอในรูปของตารางประกอบ คำบรรยาย เพื่อศึกษาเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น


2 บทที่ 2 แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 1. เจตคติ เจตคติมาจากคำในภาษาอังกฤษว่า Attitude เดิมทีเรามักใช้คำว่าทัศนคติแต่ปัจจุบันเราใช้คำว่าเจตคติ แทนมีผู้ให้ความหมายของคำว่าเจตคติหลายท่านดังสรุปคือเจตคติ หมายถึง ความรู้สึกที่คนเรามีต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือหลายสิ่ง ในลักษณะที่เป็นอัตวิสัย (Subjective) อันเป็นพื้นฐานเบื้องต้น หรือการแสดงออกที่เรียกว่า พฤติกรรม เจตคติ หมายถึง ความรู้สึก หรือท่าทีของบุคคลที่มีต่อบุคคล วัตถุสิ่งของ หรือสถานการณ์ต่างๆ ความรู้สึกหรือท่าทีจะเป็นไปในทำนองที่พึงพอใจหรือไม่พอใจเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้ เจตคติ หมายถึง สภาพความคิด ความเข้าใจและความรู้สึกเชิงประเมินที่มีต่อสิ่งต่างๆเช่น วัตถุ สถานการณ์ ความคิด ผู้คน เป็นต้น ซึ่งเจตคติทำให้บุคคลมีแนวโน้มที่จะแสดงพฤติกรรมต่อสิ่งนั้น ในลักษณะเฉพาะตัวตามทิศทางของทัศนคติที่มีอยู่ “เจตคติ” คือ สภาพความรู้สึกทางด้านจิตใจที่เกิดจากประสบการณ์และการเรียนรู้ของบุคคลอันเป็นผล ทำให้เกิดมีท่าทีหรือมีความคิด เห็นรู้สึกต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งในลักษณะที่ชอบหรือไม่ชอบ เห็นหรือไม่เห็น ด้วย เจตคติมี ๒ ประเภทคือ เจตคติทั่วไป เจตคติเฉพาะอย่าง 2.ภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษใหม่ เป็นภาษาในกลุ่มภาษาเจอร์แมนิกตะวันตกที่ใช้ครั้งแรกใน อังกฤษสมัยต้นยุคกลาง และปัจจุบันเป็นภาษาที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในโลก ประชากรส่วนใหญ่ในหลาย ประเทศ รวมทั้ง สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย ไอร์แลนด์นิวซีแลนด์และประเทศใน แคริบเบียน พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่หนึ่ง ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ที่มีผู้พูดมากที่สุดเป็นอันดับสามของ โลก รองจากภาษาจีนกลางและภาษาสเปน มักมีผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองอย่างกว้างขวาง และ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการของสหภาพยุโรป หลายประเทศเครือจักรภพแห่งชาติและ สหประชาชาติตลอดจนองค์การระดับโลกหลายองค์การ


3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ส.อ.ปิยะณัฐ ทันหาบุรุษ ได้ทำการศึกษาเรื่อง การวัดเจตคติของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ทั้ง 4 ทักษะ โรงเรียนปทุมพิทยาคม ต.ปทุม อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานีการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ วัดเจตคติของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อวิชา ภาษาอังกฤษ เพื่อนำผลการวิจัยมาเป็นข้อมูลในการแก้ปัญหา ในการจัดการเรียนการสอนและ เพื่อให้นักเรียน มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เห็นประโยชน์และคุณค่าของภาษาอังกฤษโดยใช้แบบสอบถามเพื่อ วัดเจตคติของนักเรียนทั้ง 4 ทักษะ คือ การฟัง การพูด การอ่าน การเขียน จำนวน 4 ชุดๆละ 10 ข้อ โดยได้ทำ การสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 โรงเรียนปทุมพิทยาคม จำนวน 30 คน ผู้วิจัยได้ทำวิจัยโดยให้นักเรียนทำแบบสอบถามวัด เจตคติของนักเรียนที่ มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษทั้ง 4 ทักษะ นายอนพันธ เขียวฤทธิ์ได้ทำการศึกษาเรื่อง การศึกษาเจตคติตอการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษา ปที่ 2 โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2563 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาเจตคติตอการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปที่ 2 โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2563 รูปแบบการวิจัยครั้งนี้เปนการวิจัยเชิงสํารวจ กลุมเป้าเหมายเปนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 จํานวน 4 หอง และจาก การศึกษาและวิเคราะหแบบสอบถามวัดเจตคติของนักเรียนที่มีตอการเรียนวิชา ภาษาไทย แสดงให เห็นวาระดับเจตคติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรีภาคเรียนที่ 1 ป การศึกษา 2563 จํานวน 170 คน โดยเฉลี่ยจากแบบสอบถามทั้งหมดได 3.49 คะแนน ซึ่งแปล ความไดวา นักเรียนมีเจตคติอยูในระดับปานกลางตอวิชาภาษาภาษาไทย


4 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการงานวิจัย ขั้นตอนการดำเนินงาน 1.ศึกษาสภาพปัญหาและวิเคราะห์ปัญหา 2. เขียนเค้าโครงงานวิจัยในชั้นเรียน 3.ศึกษาเทคนิคการสร้างแบบสอบถาม 4.ออกแบบและสร้างแบบสอบถามที่จะใช้ในงานวิจัย 5. นักศึกษาทำแบบสอบถาม 6.เก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล 7.สรุปและอภิปรายผล 8.จัดทำรูปเล่ม ประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ประชากรที่ใช้ในวิจัยในชั้นเรียน คือ นักศึกษา กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย จำนวน 13 คน ประกอบด้วย ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 13 คน ตัวแปรต้น/ตัวแปรตาม 1. ตัวแปรต้นIndependent Variable • นักศึกษา กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง • วัดเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต21001) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของ กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย 2. ตัวแปรตาม Dependent Variable • แบบสอบถามวัดเจตคติของนักเรียนที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต21001) • ระดับคะแนนเฉลี่ยของแบบสอบถาม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล 1. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย 1.1 แบบสอบถามเพื่อวัดเจตคติของนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กศน.ตำบลทุ่งยาง เมือง ที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต21001) จำนวน 15 ข้อ ที่มีข้อคำถามประเภททางบวก 8 ข้อ และข้อคำถามประเภททางลบ 7 ข้อ รวม 15 ข้อ


5 วิธีการดำเนินการ ในการดำเนินการศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเจตคติของนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง ที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต21001) ผู้วิจัยได้วางแผนการดำเนินการ ศึกษา สร้างแบบสอบถาม โดยใช้ข้อคำถามประเภททางบวก 8 ข้อ และข้อคำถามประเภททางลบ 7 ข้อ รวม 15 ข้อ และได้ดำเนินการซึ่งมีรายละเอียดเป็นขั้นตอนดังนี้ 1.ขั้นวิเคราะห์ ( Analysis) 1.1 วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของผู้เรียน การวิเคราะห์ผู้เรียนได้กำหนดไว้ดังนี้ - ประชากรที่ใช้ในการศึกษาคือนักศึกษา กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง ศึกษาอยู่ในระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 13 คน 1.2 วิเคราะห์เจตคติของนักศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง ที่มีต่อวิชา ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต21001) - โดยการหาค่าเฉลี่ย และระดับทัศนคติ 2. ขั้นออกแบบ (Design) ผู้วิจัยดำเนินการสร้างแบบวัดเจตคติของนักเรียนต่อวิชาภาษาอังกฤษ โดยมีลำดับขั้นตอนการสร้างดังนี้ 1.1 ศึกษาเทคนิคการสร้างแบบสอบถามวัดเจตคติจากเอกสารต่างๆ 1.2 สร้างแบบวัดเจตคติของนักเรียน ที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษจำนวน 15 ข้อ โดยใช้มาตราส่วน ประมาณค่า 5 ระดับ ตามวิธีการของ Likert ซึ่งมีตัวเลือกให้เลือก 5 ข้อ โดยถือเกณฑ์น้ำหนักใน การให้คะแนนตัวเลือกของข้อคำถามประเภทบวกและประเภทลบดังนี้ (บุญเรียง ขจรศิลป์, 2530) ข้อคำถามประเภททางบวก Favorable Statement ข้อคำถามประเภททางลบ Unfavorable Statement เห็นด้วยอย่างยิ่ง ให้ 5 คะแนน เห็นด้วย ให้ 4 คะแนน ไม่แน่ใจ ให้ 3 คะแนน ไม่เห็นด้วย ให้ 2 คะแนน ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ให้ 1 คะแนน ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ให้ 5 คะแนน ไม่เห็นด้วย ให้ 4 คะแนน ไม่แน่ใจ ให้ 3 คะแนน เห็นด้วย ให้ 2 คะแนน เห็นด้วยอย่างยิ่ง ให้ 1 คะแนน


6 กำหนดเกณฑ์ในการคิดคะแนนเฉลี่ยของแบบสอบถามตามเกณฑ์ของ ศักดิ์ชัย เสรีรัฐ (2530) ดังนี้ ถ้าคะแนนเฉลี่ยมีค่าน้อยกว่า 1.55 แสดงว่ามีเจตคติที่ไม่ดีอย่างมากต่อวิชาภาษาอังกฤษ ถ้าคะแนนเฉลี่ยระหว่าง 1.56 – 2.55 แสดงว่ามีเจตคติที่ไม่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษ ถ้าคะแนนเฉลี่ยระหว่าง 2.56 – 3.55 แสดงว่ามีเจตคติปานกลางต่อวิชาภาษาอังกฤษ ถ้าคะแนนเฉลี่ยระหว่าง 3.56 – 4.55 แสดงว่ามีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษ ถ้าคะแนนเฉลี่ยมากกว่า 4.55 แสดงว่ามีเจตคติที่ดีอย่างมากต่อวิชาภาษาอังกฤษ 1.3 นำแบบวัดเจตคติที่สร้างขึ้นเสนอต่อที่ปรึกษางานวิจัย เพื่อตรวจสอบแก้ไข 1.4 นำแบบวัดเจตคติมาปรับปรุงแก้ไขก่อนนำไปใช้จริง 3. ขั้นดำเนินการ ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้มีการดำเนินการดังนี้ 3.1 นำแบบวัดเจตคติของนักศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษใน ชีวิตประจำวันกศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย จำนวน 13 คน ทำเพื่อวัดเจตคติของ นักเรียน และทำการบันทึกคะแนน 3.2 ดำเนินการหาค่าเฉลี่ยของแต่ละข้อคำถาม 3.3 ดำเนินการหาค่าเฉลี่ยของแบบสอบถามวัดเจตคติทั้งฉบับและเขียนสรุป 4. ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล 4.1 วิเคราะห์ข้อมูล - วิเคราะห์ผลจากคะแนนที่ได้จากการทำแบบประเมินความพึงพอใจ 4.2 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 4.2.1 การหาค่าเฉลี่ย ( x ) ( x )= X N เมื่อ X = ค่าเฉลี่ย N = จำนวนนักเรียนทั้งหมด


7 บทที่ 4 ผลของการดำเนินงาน จากการศึกษาวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ วัดเจตคติของนักศึกษาระดับมัธยมศึกษา ตอนต้น กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต 21001 )เพื่อนำผลการวิจัยมาเก็บเป็นข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาในการเรียนการสอนและเพื่อให้นักศึกษามีเจตคติที่ ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ เห็นประโยชน์และคุณค่าของภาษาอังกฤษ โดยใช้แบบสอบถามเพื่อวัดเจตคติของ นักเรียนจำนวน 15 ข้อ โดยได้ทำการสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นนักศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย จำนวน 13 คน ผู้วิจัยได้ทำวิจัยโดยให้นักศึกษาทำ แบบสอบถามวัดเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ โดยสามารถวิเคราะห์ผลได้ดังนี้ 5.1 ผลการวิเคราะห์แบบสอบถามวัดเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษใน ชีวิตประจำวัน (พต21001) ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ตาราง 1 แสดงผลการวิเคราะห์แบบสอบถามวัดเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษ ชีวิตประจำวัน (พต21001) ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ความคิดเห็นของนักเรียน ค่าเฉลี่ย 1. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่น่าสนใจ 3.38 2. ข้าพเจ้ารู้สึกหงุดหงิดเมื่อเรียนภาษาอังกฤษ 3.38 3. การเรียนวิชาภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย 3.38 4.วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ทำให้เกิดความสนุกสนาน 3.38 5.ข้าพเจ้าไม่สบายใจทุกครั้งเมื่อเรียนภาษาอังกฤษ 3.38 6.วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ทำให้เป็นคนกล้าแสดงออก 3.69 7. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ต้องใช้สมองมาก 2.53 8. การเรียนวิชาภาษาอังกฤษไม่ช่วยให้ชีวิตก้าวหน้า 4.23 9. ข้าพเจ้ารู้สึกสดชื่นเมื่อทำงานวิชาภาษาอังกฤษ 3.53 10. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่เรียนรู้ได้ยากมาก 2.53 11.วิชาภาษาอังกฤษทำให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 4.15 12. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ฝึกฝนได้ง่าย 4.23 13. ภาษาอังกฤษช่วยในการประกอบอาชีพ 5 14. ภาษาอังกฤษไม่ได้ช่วยให้บ้านเมืองเจริญ 4.15 15.ข้าพเจ้ามีความสุขมากเมื่อได้เรียนวิชาภาษาอังกฤษ 3.61 รวม 54.55 เฉลี่ย 3.63 จากตาราง 1 แสดงให้เห็นว่านักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษ โดยเฉลี่ยจากแบบสอบถามทั้งหมดได้ 3.63 คะแนน


8 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ จากการศึกษาและวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยของคะแนนที่ได้จากแบบสอบถามวัดเจตคติของนักศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย แสดงให้เห็นว่า คะแนนเฉลี่ย ของแบบสอบถามทั้ง 15 ข้อ เกี่ยวกับวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต21001) ทั้งข้อคำถามประเภท ทางบวกและ ทางลบ มีค่าเท่ากับ 3.63 ซึ่งแปลความได้ว่านักศึกษา มีเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษใน ชีวิตประจำวัน (พต21001) ข้อเสนอแนะ 1. ในการสร้างแบบสอบถามวัดเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต21001) อาจเป็นในรูปของการสัมภาษณ์ หรือการให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นบ้างก็ได้ หรืออาจจะลองเปรียบเทียบเจตคติของนักเรียนที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษกับวิชาอื่นๆ เพื่อที่จะเป็น การเก็บข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป 2. ในการวิจัยครั้งต่อไปอาจลดปริมาณของกลุ่มตัวอย่างลงและอาจเจาะจงทำการวิจัยกลุ่มนักเรียน ในระดับชั้นอื่นๆ ต่อไป


9 ภาคผนวก


10 แบบสอบถามเพื่อวัดเจตคติของนักศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ที่มีต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต21001) ความคิดเห็นของนักเรียน เห็น ด้วย อย่าง ยิ่ง 5 เห็น ด้วย 4 ไม่แน่ใจ 3 ไม่เห็น ด้วย 2 ไม่เห็น ด้วย อย่างยิ่ง 1 1. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่น่าสนใจ 2. ข้าพเจ้ารู้สึกหงุดหงิดเมื่อเรียนภาษาอังกฤษ 3. การเรียนวิชาภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย 4.วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ทำให้เกิดความ สนุกสนาน 5.ข้าพเจ้าไม่สบายใจทุกครั้งเมื่อเรียนภาษาอังกฤษ 6.วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ทำให้เป็นคนกล้า แสดงออก 7. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ต้องใช้สมองมาก 8. การเรียนวิชาภาษาอังกฤษไม่ช่วยให้ชีวิตก้าวหน้า 9. ข้าพเจ้ารู้สึกสดชื่นเมื่อทำงานวิชาภาษาอังกฤษ 10. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่เรียนรู้ได้ยากมาก 11.วิชาภาษาอังกฤษทำให้เกิดความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ 12. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ฝึกฝนได้ง่าย 13. ภาษาอังกฤษช่วยในการประกอบอาชีพ 14. ภาษาอังกฤษไม่ได้ช่วยให้บ้านเมืองเจริญ 15.ข้าพเจ้ามีความสุขมากเมื่อได้เรียนวิชา ภาษาอังกฤษ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


11 ตารางที่ 2 ผลการแสดงคะแนนของเจตคติของนักศึกษาที่มีต่อวิชาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน (พต21001) ของนักศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ความคิดเห็นของนักเรียน เห็น ด้วย อย่าง ยิ่ง 5 เห็น ด้วย 4 ไม่แน่ใจ 3 ไม่เห็น ด้วย 2 ไม่เห็น ด้วย อย่างยิ่ง 1 1. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่น่าสนใจ 2 5 3 2 1 2. ข้าพเจ้ารู้สึกหงุดหงิดเมื่อเรียนภาษาอังกฤษ 1 2 3 5 2 3. การเรียนวิชาภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย 1 2 3 5 2 4.วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ทำให้เกิดความ สนุกสนาน 2 5 3 2 1 5.ข้าพเจ้าไม่สบายใจทุกครั้งเมื่อเรียนภาษาอังกฤษ 1 2 3 5 2 6.วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ทำให้เป็นคนกล้า แสดงออก 5 3 2 2 1 7. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ต้องใช้สมองมาก 3 5 2 1 2 8. การเรียนวิชาภาษาอังกฤษไม่ช่วยให้ชีวิตก้าวหน้า 0 0 0 10 3 9. ข้าพเจ้ารู้สึกสดชื่นเมื่อทำงานวิชาภาษาอังกฤษ 2 4 6 1 0 10. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่เรียนรู้ได้ยากมาก 3 5 2 1 2 11.วิชาภาษาอังกฤษทำให้เกิดความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ 5 5 3 0 0 12. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ฝึกฝนได้ง่าย 6 4 3 0 0 13. ภาษาอังกฤษช่วยในการประกอบอาชีพ 13 0 0 0 0 14. ภาษาอังกฤษไม่ได้ช่วยให้บ้านเมืองเจริญ 0 0 3 5 5 15.ข้าพเจ้ามีความสุขมากเมื่อได้เรียนวิชา ภาษาอังกฤษ 4 3 4 1 1


12 ตารางที่ 3 แสดงการหาค่าของแต่ละข้อคำถาม ความคิดเห็นของนักเรียน เห็น ด้วย อย่าง ยิ่ง 5 เห็น ด้วย 4 ไม่แน่ใจ 3 ไม่เห็น ด้วย 2 ไม่เห็น ด้วย อย่างยิ่ง 1 1. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่น่าสนใจ 2x5 5x4 3x3 2x2 1x1 2. ข้าพเจ้ารู้สึกหงุดหงิดเมื่อเรียนภาษาอังกฤษ 1x1 2x2 3x3 5x4 2x5 3. การเรียนวิชาภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย 1x1 2x2 3x3 5x4 2x5 4.วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ทำให้เกิดความ สนุกสนาน 2x5 5x4 3x3 2x2 1x1 5.ข้าพเจ้าไม่สบายใจทุกครั้งเมื่อเรียนภาษาอังกฤษ 1x1 2x2 3x3 5x4 2x5 6.วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ทำให้เป็นคนกล้า แสดงออก 5x5 3x4 2x3 2x2 1x1 7. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ต้องใช้สมองมาก 3x1 5x2 2x3 1x4 2x5 8. การเรียนวิชาภาษาอังกฤษไม่ช่วยให้ชีวิตก้าวหน้า 0x1 0x2 0x3 10x4 3x5 9. ข้าพเจ้ารู้สึกสดชื่นเมื่อทำงานวิชาภาษาอังกฤษ 2x5 4x4 6x3 1x2 0x1 10. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่เรียนรู้ได้ยากมาก 3x1 5x2 2x3 1x4 2x5 11.วิชาภาษาอังกฤษทำให้เกิดความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ 5x5 5x4 3x3 0x2 0x1 12. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ฝึกฝนได้ง่าย 6x5 4x4 3x3 0x2 0x1 13. ภาษาอังกฤษช่วยในการประกอบอาชีพ 13x5 0x4 0x3 0x2 0x1 14. ภาษาอังกฤษไม่ได้ช่วยให้บ้านเมืองเจริญ 0x1 0x2 3x3 5x4 5x5 15.ข้าพเจ้ามีความสุขมากเมื่อได้เรียนวิชา ภาษาอังกฤษ 4x5 3x4 4x3 1x2 1x1


13 ตารางที่ 4 แสดงคะแนนรวมของแต่ละข้อคำถาม ความคิดเห็นของนักเรียน เห็น ด้วย อย่าง ยิ่ง 5 เห็น ด้วย 4 ไม่แน่ใจ 3 ไม่เห็น ด้วย 2 ไม่เห็น ด้วย อย่างยิ่ง 1 1. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่น่าสนใจ 10 20 9 4 1 2. ข้าพเจ้ารู้สึกหงุดหงิดเมื่อเรียนภาษาอังกฤษ 1 4 9 20 10 3. การเรียนวิชาภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย 1 4 9 20 10 4.วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ทำให้เกิดความ สนุกสนาน 10 20 9 4 1 5.ข้าพเจ้าไม่สบายใจทุกครั้งเมื่อเรียนภาษาอังกฤษ 1 4 9 20 10 6.วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ทำให้เป็นคนกล้า แสดงออก 25 12 6 4 1 7. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ต้องใช้สมองมาก 3 10 6 4 10 8. การเรียนวิชาภาษาอังกฤษไม่ช่วยให้ชีวิตก้าวหน้า 0 0 0 40 15 9. ข้าพเจ้ารู้สึกสดชื่นเมื่อทำงานวิชาภาษาอังกฤษ 10 16 18 2 0 10. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่เรียนรู้ได้ยากมาก 3 10 6 4 10 11.วิชาภาษาอังกฤษทำให้เกิดความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ 25 20 9 0 0 12. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ฝึกฝนได้ง่าย 30 16 9 0 0 13. ภาษาอังกฤษช่วยในการประกอบอาชีพ 65 0 0 0 0 14. ภาษาอังกฤษไม่ได้ช่วยให้บ้านเมืองเจริญ 0 0 9 20 25 15.ข้าพเจ้ามีความสุขมากเมื่อได้เรียนวิชา ภาษาอังกฤษ 20 12 12 2 1


14 ตารางที่ 4 แสดงคะแนนเฉลี่ยของแต่ละข้อคำถามและคะแนนเฉลี่ยโดยรวม ความคิดเห็นของนักเรียน ค่าเฉลี่ย 1. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่น่าสนใจ 3.38 2. ข้าพเจ้ารู้สึกหงุดหงิดเมื่อเรียนภาษาอังกฤษ 3.38 3. การเรียนวิชาภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่น่าเบื่อหน่าย 3.38 4.วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ทำให้เกิดความสนุกสนาน 3.38 5.ข้าพเจ้าไม่สบายใจทุกครั้งเมื่อเรียนภาษาอังกฤษ 3.38 6.วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ทำให้เป็นคนกล้าแสดงออก 3.69 7. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ต้องใช้สมองมาก 2.53 8. การเรียนวิชาภาษาอังกฤษไม่ช่วยให้ชีวิตก้าวหน้า 4.23 9. ข้าพเจ้ารู้สึกสดชื่นเมื่อทำงานวิชาภาษาอังกฤษ 3.53 10. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่เรียนรู้ได้ยากมาก 2.53 11.วิชาภาษาอังกฤษทำให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 4.15 12. วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ฝึกฝนได้ง่าย 4.23 13. ภาษาอังกฤษช่วยในการประกอบอาชีพ 5 14. ภาษาอังกฤษไม่ได้ช่วยให้บ้านเมืองเจริญ 4.15 15.ข้าพเจ้ามีความสุขมากเมื่อได้เรียนวิชาภาษาอังกฤษ 3.61 รวม 54.55 เฉลี่ย 3.63


15 บรรณานุกรม http://www.digitalschool.club/digitalschool/social2_1_1/m4_1/content/lesson4/more4 _4/item1.php https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0 %B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9 http://www2.surasak.ac.th/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B 8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2% E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88/file/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0 %B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B 0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0% B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%A0%E0%B8%B2 %E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/%E0%B8%84%E0% B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99 %E0%B8%98%E0%B9%8C_full.pdf http://www.ska2.go.th/reis/data/research/25640706_205333_2581.pdf


16 คณะผู้จัดทำ การศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษา กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ในการจัดการเรียนสอนออนไลน์ ผ่านระบบ Google Meet ที่ปรึกษา 1. นางริสา วัฒนะรัตน์ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอคีรีมาศ 2. นางสาวสกาวรัตน์ ขวานา ครูผู้ช่วย กศน. 3.นายวัฒนะพันธุ์ มั่นอ้น ครูผู้ช่วย กศน. 4.นางสมคะนึง จารุเสนีย์ ครูอาสาสมัคร กศน. 5.นายสุวิจักขณ์ พรหมวัชรานนท์ นักวิชาการศึกษา ผู้จัดทำ นางสาวกัญฐณา สุริยะแก้ว ครู กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง ผู้พิมพ์/ทาน นางสาวกัญฐณา สุริยะแก้ว ครู กศน.ตำบลทุ่งยางเมือง


Click to View FlipBook Version