บทท่ี 12
ความปลอดภัยดา นไฟฟา
ผลของการเรยี นรู
ทานจะไดเรียนรูเกี่ยวกับขอควรระวังดานความปลอดภัยในระบบไฟฟาทั้งเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบัติ
มาตรฐานขอกำหนดตาง ๆ ที่เกี่ยวของ กระแสไฟฟาที่มีผลตอรางกาย กฎเกณฑดานความปลอดภัยในระบบ
ไฟฟา การตรวจสอบระบบไฟฟาของเครอ่ื งใชไฟฟา วิธใี ชสายไฟและอปุ กรณใ นการติดต้ังท่ถี ูกตอง
วตั ถุประสงค
เม่ือรบั การเรียนรูในบทนี้แลวผู เรียนจะตอ งสามารถ
1. ทราบถึงความเสี่ยงและขอควรระวังดา นความปลอดภัยของระบบไฟฟา ได
2. เขาใจชนดิ และการจดั ลำดบั การปองกันทางไฟฟาได
3. เขา ใจการตรวจสอบระบบไฟฟา ของเครื่องใชไ ฟฟา ได
การจัดการใชส ารทำความเยน็ ท่ีติดไฟไดอยางปลอดภัย 349
บทท่ี 12 ความปลอดภัยดานไฟฟา
12.1 ความเสีย่ งและขอควรระวงั ดา นความปลอดภัยของระบบไฟฟา
เนื้อหาเกี่ยวกับเทคนิคดานไฟฟาเปนสวนสำคัญของการฝกหัดหรือการฝกอบรมสำหรับผูปฏิบัติงาน
ดา น RACHP ทีม่ ีทักษะและควรจะเปนสวนหน่ึงของการสอบดานขีดความสามารถเชิงปฏบิ ตั แิ ละเชงิ ทฤษฎี
การทำงานกับวงจรไฟฟา คือสาเหตุสำคญั ประการหนึ่งของอุบัติเหตใุ นที่ทำงานของผูปฏิบัตงิ านใน
ระบบ RACHP
ไฟฟาลัดวงจร เปนสาเหตุสำคัญสำหรับอุบัติเหตุสำหรับหนวย RACHP ซึ่งควรจะปฏิบัติงาน
ตามปกตถิ า ไมม เี หตุไฟฟาลัดวงจร
ระบบและอุปกรณไ ฟฟาจะตอ งไดร บั การติดตั้ง ดัดแปลง บำรุงรักษา และใหบริการโดยผูปฏิบัติงานที่
มีทักษะและมีคุณสมบัติตามกำหนดเทา น้ัน หรอื ภายใตก ารนำและดูแลของชางไฟฟาท่ีมีคุณสมบัติตามกำหนด
โดยสอดคลองกับกฎและระเบียบที่ใชบ ังคับทางดา นวศิ วกรรมไฟฟา
มาตรฐานระหวางประเทศตอไปน้ี จะจัดการกับขอกำหนดทั่วไปในการติดตั้งเชิงไฟฟา โดยเฉพาะ
อยา งย่งิ การแยกแยะและการกำหนดโดยเฉพาะสำหรบั ขอกำหนดเก่ยี วกับ:
• ชางไฟฟา ทมี่ ที กั ษะ
• บคุ ลากรท่ไี ดร บั การฝก อบรมดา นไฟฟา
• คนทั่วไปทีท่ ำงานดา นเทคนิคไฟฟา
IEC - การขยายการติดตั้งอุปกรณที่มีกระแสไฟฟาต่ำ - - ตอน 100: หลักการพื้นฐาน การประเมิน
ลักษณะทั่วไปและคำจำกดั ความ
EN 60204-1 – ความปลอดภัยของเครื่องจักร – อุปกรณไฟฟาของเครื่องจักร ตอน 1 - ขอกำหนดทั่วไป
60364
พนักงานและหัวหนางานในอุตสาหกรรม RACHP ตองรับผิดชอบในการตัดสินวางานนั้นสามารถ
กระทำโดยชางเทคนคิ ดาน RACHP หรือจะตอ งปรกึ ษาชา งไฟฟา ทมี ีคุณสมบตั ิตามกำหนด
12.1.1 ผลของกระแสไฟฟา ท่มี ีตอรางกายมนุษย
อุบัติเหตุทางไฟฟาหรือไฟฟาช็อต คือการบาดเจ็บที่เกิดจากการกระทำของกระแสไฟฟาที่มีตอมนุษย
ผลที่พบไดโดยทั่วไปจากอุบัติเหตุดานไฟฟา คือผลทางเคมีและความรอน (ไหม) ผลทางระบบประสาท การ
ระคายเคืองของกลามเนื้อ (เชน ตะคริวที่กลามเนื้อ การหดตัวอยางตอเนื่องของกลามเนื้อ หรืออัมพาตของ
กลามเน้ือ โดยเฉพาะอยา งย่ิง กรณหี ลังน้ีอาจนำไปสูภาวะหัวใจเตนผิดจังหวะ ซ่ึงเปนการคุกคามตอชีวิต เชน
ภาวะหัวใจหองลางเตนรัว รวมทั้งหัวใจหยุดเตน หรือกลามเนื้อหายใจอัมพาต ซึ่งทำใหถึงแกความตาย
นอกจากน้ี อยา มองขา มอุบัตเิ หตซุ ึง่ เปนสาเหตุทางออ ม เชน การลม ซง่ึ ทำใหเกิดผลทร่ี ายแรงได
การจัดการใชส ารทำความเยน็ ทต่ี ิดไฟไดอยา งปลอดภยั 350
ระดับของผลจากอุบตั ิเหตุดานไฟฟา ขึ้นอยูกบั :
• กระแสไฟฟาตอพื้นที่ (ความหนาแนนของกระแสไฟฟา) อันเนื่องมาจากสถานการณ (นอกเหนือจาก
กำลงั ไฟและความตานทาน)
• ชนิดของกระแสไฟฟา – AC หรอื DC
• ความถี่ (เฉพาะ DC กระแสตรงท่เี ปน จังหวะ หรือกระแสสลับ AC)
• เสน ทางของกระแสไฟฟาในรา งกาย (เชน มือ-มือ มอื -เทา ซาย ขวา)
• ระยะเวลาที่เกดิ กระแสไฟฟา
• ขนาดของพน้ื ผวิ สมั ผัส (ในกรณที ส่ี มั ผสั โดยไมม ีการเกิดวาบไฟ)
• กระแสไฟฟาเหนย่ี วนำในจดุ สัมผัส (ในกรณีที่สมั ผสั โดยไมมกี ารเกิดวาบไฟ)
• แรงดนั ไฟฟาชวงกา ว (step voltage) (ในกรณีที่เกิดพายุหรอื ระบบไฟฟากระแสดิน)
• ภาวะสุขภาพหรืออายขุ องบคุ คลทไี่ ดร บั ผลกระทบ
• การมีหรอื ไมม ีการใชอวัยวะเทียม
12.1.1.1 กระแสไฟฟา และแรงดันไฟฟา
เมื่อกระแสไฟฟาไหลผานรางกายมนษุ ย กลามเนื้อจะหดตัวเนื่องจากกระแสไฟฟาภายนอกนั้น
มีมากกวากระแสในระบบประสาทของรางกาย ในจุดสัมผัสบนผิวหนัง อาจปรากฏจุดไหมขึ้น สำหรับ
กระแสไฟฟาที่สูงขึ้น บุคคลที่บาดเจ็บจะไมสามารถหลุดออกจากจุดที่สัมผัสได ถากระแสไฟฟาสลับไหลผาน
หัวใจมนุษย อาจกระตุนใหเกิดภาวะหัวใจหองลางเตนรัว (ventricular fibrillation) ซึ่งจะหยุดการไหลเวียน
ของโลหิต เมื่อหัวใจหยุดทำงานอยางถูกตอง จะไมมีออกซิเจนไปเลี้ยงสมองเพียงพอ และหลังจากนั้นไมนาน
เซลลสมองจะเสียหาย และอาจนำไปสูความตาย ผลของกระแสไฟฟาในระยะยาวยังอาจนำไปสูกระบวนการ
ผานกระแสไฟฟา เขาไปในโลหิตและเซรั่มของเซลลรางกาย ผลที่เกิดจากการยอยสลายที่เปนพิษนี้ จะเกิดขึ้น
นานหลายวนั หลงั จากอุบตั ิเหตุ
ตารางที่ 12.1 จะแสดงผลสำหรับ กระแสสลับ 50 เฮริตของกระแสไฟฟาที่แตกตางกัน
นอกเหนือจากผลทแ่ี สดงรายการไวแลว ความเสียหายตอ เนอ้ื เย่ืออันเนอ่ื งจากความรอน ยงั อาจมสี าเหตมุ าจาก
คาของกระแสไฟฟาท่รี ะบไุ วในตารางน้ี (การไหม)
ตารางท่ี 12.1 คากระแสไฟฟา และผลท่มี ตี อ รางกายมนษุ ย
กระแสไฟฟา ผลทมี่ ตี อรา งกายมนุษย
ถึง 0.5 mA ไมอ าจสงั เกตเห็น หรือส่นั สะทานเล็กนอย
0.5 - 5 mA อาการสั่นสะทา นอยางชดั เจนจนถงึ การกระตุกของกลามเน้ือ ซง่ึ ทวั่ ไปแลวจะหายได
5 - 15 mA เกรง็ จนเจ็บปวด เกินระดบั การผอ นคลาย
15 - 25 mA ขัดขวางการหายใจและการหมุนเวยี นโลหติ
25 - 50 mA ขดั ขวางระบบทางเดนิ หายใจ หวั ใจเตนผิดจงั หวะ ความดันโลหติ สูงข้นึ
> 50mA ภาวะหวั ใจหอ งลา งเตนรัว หวั ใจหยดุ เตนหลังจากหนึ่งรอบหัวใจเตน (≤1 s)
การจัดการใชส ารทำความเย็นทีต่ ดิ ไฟไดอยางปลอดภยั 351
12.1.1.2 ความตา นทานของรางกาย /ความตา นทานไฟฟา กระแสสลับ
รางกายมนุษยอ าจมองวา เปน ความตา นทานหรือความตานทานตอวงจรไฟฟากระแสสลบั (AC)
ความตานทานไฟฟากระแสสลับของรางกายนั้นไมคงท่ี แตขึ้นอยูกับแรงดันไฟฟาและความถี่ ผิวที่แหง หรือ
บริเวณสัมผัสที่เปนฉนวนกับพื้น จะลดความตานทาน ผิวที่เปยกและพื้นผิวสัมผัสที่เหนี่ยวนำไฟฟา จะเปน
อนั ตรายมากกวา ย่ิงแรงดันไฟฟา สูงเทาใด ความตานทานของรางกายย่งิ นอ ยลงเทานนั้
ความตา นทานของรางกาย
ความตา นทานของรางกาย (body resistance) คือความตานทานไฟฟา ของรา งกายมนุษยหรือ
สัตว โดยความตานทานสวนใหญ จะกำหนดขดี จำกดั เพอ่ื การปอ งกนั อุบตั ิเหตจุ ากไฟฟา
โดยประกอบดวยความตานทานของผิว (ประมาณ 10,000 โอหม ในสภาพที่แหง ประมาณ
100 โอหม สำหรับผิวเปยก) และความตานทานของสวนอื่น ๆของรางกาย (ประมาณ 700 ถึง 1,000 โอหม)
เมื่อแรงดันไฟฟาสูงขึ้น ความตานทานของผิวจะถูกทำลาย และเกิดการปลอยกระแสไฟฟาแบบทำลาย ย่ิง
แรงดันไฟฟาที่สัมผัสสูงเทาใด ความตานทานของรางกายยิ่งตำ่ ลงเทา นั้น ดังนั้นความตา นทานของรางกาย ซ่ึง
แตกตางจากความตานทานทั่วไป จึงไมคงทแี่ ละไมมีความสัมพันธแบบเสน ตรงระหวา งกระแสไฟฟาในรางกาย
และแรงดันไฟฟาที่สัมผัส ความตานทานของรางกายเปลี่ยนแปลงโดยขึ้นอยูกับปจจัยหลายประการ เชน
ความแหง เสนทางตลอดในรางกายและลกั ษณะของบุคคล ภายใตส ภาพทีส่ ุดขัว้ คาดวาจะพบความตานทาน
ของรางกายตำ่ กวา 300 โอหม
ตัวอยา ง:
กระแสไฟฟาที่วิ่งผานรางกายมนุษยคืออะไร สมมติวาคาแรงตานทานของรางกายต่ำสุดอยูที่ 1000
โอหม (เชน ผวิ เปย ก ความตานทานของรางกายโดยเฉลยี่ ) และแรงดันไฟฟาหลักอยทู ี่ 230 โวลต
กำหนดให: R = 1000 Ω; U = 230 V
สตู ร (กฎของโอหม):
การคำนวณ : = 230 /1000 Ω = 230 mA
กระแสไฟฟาขนาด 230 mA อาจทำใหเสียชีวิตไดในเวลาที่สัมผัสกับกระแสไฟฟาที่สอดคลองกัน
(ประมาณ 0.5 ถงึ 1 วนิ าท)ี
การไหมที่คุกคามตอชีวิตนั้น คาดวาจะเกิดในชวงแรงดันไฟฟาปานกลาง (1 kV จนถึง 52 kV) และชวง
แรงดันไฟฟาขนาดสูง (ถึง 1 MV) ในชวงแรงดันไฟฟาต่ำ (AC ถึง 1000 V; DC ถึง 1500 V) คาดวาจะทำใหเกิด
ความเสี่ยงตอ ภาวะหัวใจหองลางเตนรวั และสิง่ ทเ่ี รียกไดว า อบุ ัติเหตุขนั้ ทุตยิ ภมู ิ
อุบัติเหตุขัน้ ทุติยภูมิ ( secondary accidents) คืออุบัติเหตุทีเ่ ดจากการเคล่ือนไหวอยางฉบั พลันและ
ไมเต็มใจ อันเนื่องมากจากการช็อคหรือตื่นตกใจ เชน การตกมาจากบันได โดยเปนปฏิกิริยาโดยตรงจากการ
สมั ผัสกบั สว นท่ีมีไฟฟา (live part)
การจัดการใชส ารทำความเยน็ ท่ตี ดิ ไฟไดอยางปลอดภัย 352
ภาพที่ 12.1 ตอไปนี้ แสดงใหเห็นวารางกายมนุษยจะเปนสวนหนึ่งของวงจรไฟฟาไดอยางไร และ
กระแสไฟฟาใดจะไหลผานรางกาย
ตารางท่ี 12.2 คา กระแสไฟฟา และผลทีม่ ีตอรางกายมนษุ ย
ความตา นทานไฟฟา ช่อื ยอ คำอธิบาย
ความตา นทานของตวั นำไฟฟา ของสายไฟเปลอื ย แสดงถงึ ความตานทานของสายไฟเปลอื ยของสายไฟ (cable) ทีเ่ ชอ่ื มตอ กัน ซึ่งโดยท่ัวไป
(Wire conductor resistance) RW จะเปนเพียงไมก ี่โอหม
ความตานทานความผดิ ปกติ
ความตา นทานการสัมผสั RF ความผดิ ปกตขิ องฉนวนระหวางตวั นำไฟฟาทม่ี กี ระแสไฟฟาและอปุ กรณร องรบั ตวั นำ
(contact resistance) ไฟฟา (conductive housing)
ความตานทานของรางกาย RC ความตา นทานระหวา งอุปกรณรองรบั และบคุ คลท่สี มั ผัส เชน ผานเส้ือผา
ความตานทานเฉพาะที่
(Local resistance) RB ความตานทานของผวิ และความตานทานภายในของบุคคลทส่ี มั ผัส อยทู ่ปี ระมาณ 1 k
ความตา นทานดิน โอหม์
(Plant earth resistance)
RL ความตานทานแบบฉนวนจากบคุ คลทม่ี ีตอ พื้นดิน โดยผานรองเทาหรอื สิ่งทีค่ ลมุ พน้ื
RP ความตานทานของดนิ ตอ ระบบท่ีติดต้ัง พนื้ ดินทเี่ ปน รากฐาน มีเพยี งไมกโี่ อหม
ภาพที่ 12.1 สถานการณกระแสไฟฟาที่ผิดปกติ (ซาย) N: นิวทรลั (Neutral) (กลาง) ; L: Life Wire
(สายไฟที่ตอเขากบั คน) ; M คือเคร่ืองยนตทั่วไป และผงั วงจรทเ่ี ทา เทยี มกันของสถานการณกระแสไฟฟา
ลัดวงจร (ขวา) ลูกศรสแี ดงชี้ถึงกระแสไฟฟา ที่ไหลผานรา งกายในกรณีท่เี กิดสถานการณผ ิดปกติ
แรงดันไฟฟาทผ่ี ิดปกติ UE แรงดนั ไฟฟาลงดินในกรณที ี่เกิดความผดิ ปกตขิ องฉนวนระหวา งตวั นำไฟฟา และอุปกรณ
(Fault voltage) รองรับของอุปกรณท่เี ชือ่ มตอ
แรงดนั ไฟฟา สัมผัส
(Touch voltage) UT แรงดันไฟฟา ทีเ่ กิดจากบุคคลท่เี ช่ือมโยงแรงดนั ไฟฟาระหวางจดุ ทส่ี มั ผัสและจุดทล่ี งดิน
กระแสไฟฟา ของรางกาย
(Body current) IB กระแสไฟฟา ที่ไหลผา นความตา นทานของรา งกายเมื่อเชือ่ มตอกบั แรงดนั ไฟฟาขณะสมั ผสั
กระแสไฟฟา ท่ีผิดปกติ
(Fault current) IF กระแสไฟฟาทอ่ี าจไหลผานไดอ นั เน่อื งมาจากความผิดปกตขิ องฉนวนและแรงดนั ไฟฟา ที่
ผิดปกติซ่ึงเปนผลตามมา
การจดั การใชสารทำความเย็นที่ตดิ ไฟไดอยางปลอดภยั 353
12.1.1.3 ระยะเวลาของการสัมผสั
นอกเหนือจากคาของกระแสไฟฟาที่วิ่งผานรางกายและหัวใจนั้น ระยะเวลาการกระตุนทาง
ไฟฟาก็มีความสำคัญเชนกัน ยิ่งมีการสัมผัสนานเทาใด ผลก็จะรายแรงย่ิงขึ้นเทานั้น กระแสไฟฟาระดับต่ำอาจ
คงอยูไดเปนเวลานานกวาโดยไมสงผลใด ๆ แตกระแสไฟฟาแรงสูงอาจทำใหถึงแกความตายไดอยางรวดเร็ว
ภาพที่ 12.2 แสดงกระแสไฟฟาและระยะเวลาในการสมั ผสั ท่เี ปนอันตราย
• พื้นที่ (1): ผลของกระแสไฟฟาสูงถึง 0.5 mA นั้นสวนใหญแลวจะไมมีอันตราย ถึงแมจะ
ไดรับเปนเวลานาน
• พื้นที่ (2): ไมเกิดความเสียหายระยะยาวตอสุขภาพจนถึงกระแสไฟฟาท่ี 10 mA และ
ระยะเวลา ≤ 1 s สำหรบั กระแสไฟฟา ตอรางกายที่สงู กวานี้ อัตราของเวลาการสัมผัสอยางปลอดภัยจะลดลง
ทก่ี ระแสไฟฟา 50 mA เวลาสูงสุดเพียง 200 ms
• พ้ืนท่ี (3): คาดวา จะเกิดความเสียหายตอสุขภาพอยา งสังเกตไดบ นรา งกาย
• พื้นที่ (4): ถอื วา ทำใหเ สียชวี ติ ได
• พื้นทสี่ เี ขียวออน แสดงการปฏิบัตงิ านของอุปกรณ RCD ในอตั รา 10mA และ 30 mA
ภาพท่ี 12.2 การคุมครอง RCD – แผนภูมแิ สดงกระแสไฟฟา ตอ รางกายทเี่ ปน อนั ตราย ที่มา :
Landesamt fuer Natur, Umwelt und Verbraucherschutz Nordrhein-Westfale
ในความถี่ท่สี งู มากเทา นนั้ กระแสไฟฟา สว นใหญจ ะไหลเขาสูพนื้ ผวิ ของรา งกาย และมเี พียงสว น
นอยที่ผานไปได สิ่งสำคัญคือ เมื่อกระแสไฟฟาเขาและออกจากรางกาย (จุดเปลี่ยนผานของรางกาย) เพราะมี
ผลตอ การไหลของกระแสไฟฟา ท่ัวรา งกาย ถา วงจรระหวางมือและรางกาย หรอื มือกบั มอื นัน้ ปด เม่อื น้นั ฉนวน
ทอี่ ยูใ นตำแหนงนน้ั ไมอ าจชว งปอ งกนั อะไรได
การจัดการใชสารทำความเยน็ ทีต่ ดิ ไฟไดอยางปลอดภยั 354
12.1.2 ความผิดปกตดิ า นไฟฟา
ความผดิ ปกตดิ า นไฟฟา ชนดิ ตา ง ๆ ไดแ ก
1. กระแสไฟฟาลดั วงจร (short circuit)
กระแสไฟฟาลัดวงจร หมายความวามีการเชื่อมตอที่เหนี่ยวนำไฟฟา โดยไมมีน้ำหนักในการใชงาน
ระหวา งแรงดันไฟฟา ทีน่ ำพาตวั เหน่ียวนำไฟฟาซึ่งตั้งใจใหมีแรงดนั ไฟฟาระดบั ตาง ๆ กัน อันเน่ืองมาจากความ
ผิดปกตขิ องฉนวน
กระแสไฟฟาลัดวงจรนี้สง ผลใหเกดิ กระแสไฟฟาลัดวงจรในระดับสูง ซึ่งหากไมมีมาตรการปองกนั แลว
อาจทำลายสายไฟ อปุ กรณปดเปด และสวนประกอบตา ง ๆ
2. ความผดิ ปกตขิ องสายดนิ (Earth fault)
ความผิดปกติของสายดิน คือการเชื่อมโยงที่มีการเหนี่ยวนำไฟฟาผิดปกติของตัวเหนี่ยวนำไฟฟาของ
ชว งระยะหนึ่ง หรอื ตัวเหนย่ี วนำไฟฟาทเี่ ปน กลางโดยมีฉนวนลงสสู วนทเี่ ปนสายดนิ
3. การลดั วงจรของตวั เหน่ียวนำไฟฟา (conductor short circuit)
การลัดวงจรของตัวเหนย่ี วนำไฟฟา คอื การเช่อื มโยงซงึ่ มีการหนวยนำ ทเี่ กดิ จากความผิดปกติระหวาง
ตวั เหนยี่ วนำไฟฟาทมี่ แี รงดนั ไฟฟาในการปฏบิ ัติงาน เมือ่ มนี ้ำหนักการใชงาน ในวงจรทผี่ ิดปกติ
4. การลดั วงจรบนอุปกรณท ่ีรองรับ
การลัดวงจรบนอุปกรณที่รองรับ (แบบปด) คือการเชื่อมโยงแบบมีการเหนี่ยวนำไฟฟาที่ผิดปกติ
ระหวางอุปกรณท ีร่ องรับและสว นทีท่ ำงานของอุปกรณไ ฟฟา
ภาพตอไปแสดงถงึ ความแตกตางระหวา งความผดิ ปกตดิ า นไฟฟา ชนดิ ตา ง ๆ ที่ไดก ลาวถึงกอนหนาน้ี
ภาพที่ 12.3 ชนิดของความผิดปกติทางไฟฟา
1) การลัดวงจร (Short circuit) ความตานทานตำ่ การเชอื่ มโยงโดยตรงระหวางลวดไฟฟา ทม่ี กี ระแสไฟฟาวง่ิ สองเสน
ความตานทานตำ่ การเชื่อมโยงโดยตรงของสายทม่ี ีแรงดนั ไฟฟาลงสูดนิ
2) ความผิดปกตขิ องสายดิน (Earth fault)
สวน หรือตวั ตานทานนำ้ หนักทัง้ หมด ถกู เช่ือมในกรณที ่ีเกดิ ความผิดปกติ
3) การลัดวงจรของคอนดักเตอร ความผดิ ปกตขิ องฉนวนของสว นท่ีมกี ระแสไฟฟา ไปยังอุปกรณร องรับทมี่ ีการเหนย่ี วนำ
(Conductor short circuit) ไฟฟา
การลดั วงจรสูอปุ กรณรองรับ(Short
4) circuit to a housing)
การจดั การใชสารทำความเยน็ ท่ตี ิดไฟไดอยางปลอดภยั 355
สำหรับความผิดปกติของไฟฟาที่พบไดมากที่สุด คือการลัดวงจรนั้น ฟวสที่หลอมละลายเปนอุปกรณ
ปองกันที่เกาแกที่สุดในดานวิศวกรรมไฟฟา อยางไรก็ตาม ปจจุบัน การสรางโรงงานที่ปราศจากฟวสที่หลอม
ละลายนั้นมีความสำคัญยิ่งขึ้น และถูกแทนที่ดวยอุปกรณปองกันแบบใหมลาสุด การปองกันดวยฟวสที่หลอม
ละลายนั้น ยดึ หลกั การในการปลอยใหลวดไฟฟาชิ้นหน่ึงหลอมละลายเพ่ือเปนตัวกำหนดลวงหนาถึงจุดแตกหัก
ภายในวงจรไฟฟา ชนิดในการทำหนาที่ของฟวส เปนตัวกำหนดวาชวงของกระแสไฟฟาชวงไหนที่การเชื่อม
ฟว สจ ะตัดออกได โดยชนิด “g” หมายถึงจุดมงุ หมายท่วั ไป (general purpose) และ “a” หมายถงึ ฟว สท่ีใช
รวม (accompanied fuse)
12.1.2.1 การปอ งกันความผดิ ปกติดา นไฟฟา
เพอ่ื ปองกนั ความผดิ ปกตดิ านไฟฟา อาจแยกการปองกันออกเปน 3 ระดับสำหรบั วศิ วกรรมไฟฟา
ตารางท่ี 12.3 แนวคิดหลักของการปอ งกนั ไฟฟา
การกำหนด การปอ งกนั โรงงาน การปอ งกนั อุปกรณ
ระดับ 1 การปองกนั ข้ัน ปอ งกนั มใิ หเ กิดการตดิ ตอ โดยตรง ปอ งกนั มิใหเ กิดการติดตอโดยตรง
พ้นื ฐาน ของชน้ิ สว นทมี่ ีกระแสไฟฟา (ทำงาน) และส่งิ แปลกปลอม
ระดบั 2 การปอ งกนั ความ ปอ งกันมิใหเ กิดการตดิ ตอโดยออ ม ชนดิ ของการปอ งกนั (บทท่ี 12.2)
ผดิ ปกติ ของช้นิ สวนทีม่ ีกระแสไฟฟา
ระดับ 3 การปอ งกนั มาตรการเพอ่ื ปองกนั การติดตอโดยตรงกบั ชนิ้ สวนท่ที ำงาน เชน อปุ กรณที่
เพิม่ เติม มกี ระแสไฟฟาหลงเหลือ โดยมคี ากระแสไฟฟาหลงเหลือ nominal
residual current of ≤ 30 mA
ระดบั 1: การปองกนั การติดตอ โดยตรงโดยใชฉนวน
การปองกันการติดตอโดยตรงระหวางชิ้นสวนที่มีกระแสไฟฟา (ทำงาน) กับพื้นดิน หรือชิ้นสวนท่ี
ทำงานซึ่งมีโอกาสตาง ๆกัน คือการปองกันพื้นฐานมิใหเกิดไฟฟาช็อต ตัวอยางไดแก การคลุม ปลอก การใชสิ่งกีด
ขวางหรอื ระยะหางระหวางชน้ิ สว นตาง ๆ และการปองกันมิใหม ีการสอดส่ิงแปลกปลอมเขาไป (เชน เขม็ โลหะ)
การปองกันโรงงาน
• ฉนวนพนื้ ฐาน
• อปุ กรณที่ใชค ลมุ
• อปุ กรณร องรับ (housings)
• ส่ิงกดี ขวาง
• ระยะทาง (ขนาดของระยะทาง ขนึ้ อยกู บั แรงดันไฟฟา )
การจัดการใชส ารทำความเย็นที่ติดไฟไดอยา งปลอดภัย 356
การปองกนั อุปกรณ
• การปองกนั จากการติดตอ และการปอ งกนั จากการสอดสงิ่ แปลกปลอมเขาไป
การปองกันอยางสมบูรณเปนสิ่งจำเปนสำหรับอุปกรณและระบบไฟฟาท่ีใชหรอื ปฏิบัติการโดย
คนทั่วไป ถาเปนการปองกันบางสวน จะเปนเพียงการปองกันมิใหเกิดการติดตอโดยไมตั้งใจ เชน ในอุปกรณ
ไฟฟา แบบปด ในกรณขี องโครงสรา งท่ลี ดหลั่นกนั มาในการปองกนั การติดตอ ทเี่ ปนอันตราย การปอ งกนั พ้นื ฐาน
ยังอาจเรียกวา เปน มาตรการปอ งกันขน้ั แรกสดุ
การปอ งกนั พนื้ ฐานอาจผิดพลาดจากอายุการใชง าน สภาพเชิงกล ความรอ น หรอื แรงดนั เคมี
• หากเกิดขึ้นกับฉนวนหรืออุปกรณค ลุมภายนอก ชิ้นสวนทีม่ กี ระแสไฟฟาจะสัมผัสไดโดยตรง
ความเสยี หายนัน้ เหน็ ไดท นั ที และจำเปนตอ งซอ มแซมเพ่อื ปองกนั
• ถาฉนวนภายในอุปกรณใชงานไมได อาจทำใหชิ้นสวนที่เหนี่ยวนำไฟฟาภายนอกไดรับ
แรงดันไฟฟาที่ผิดปกติ ในกรณีนี้ จะมองไมเห็นวาชิ้นสวนที่สัมผัสไดนั้นมีแรงดันไฟฟาอยู จะตองใชมาตรการ
เพื่อใหมั่นใจวา ในกรณีที่เกิดความผิดปกติในฉนวนพื้นฐาน ชิ้นสวนที่เหนี่ยวนำภายไฟฟาภายนอกจะไมรับ
กระแสไฟฟาที่ผิดปกติซึ่งเปนอันตรายนั้น (แรงดันที่ต่ำกวา ฉนวนปองกัน หรือการแยกเพื่อปองกัน) หรือ
อุปกรณท ่ีผิดปกติจะตอ งปดลงโดยอัตโนมตั ิ
ระดับ 2: การปองกันการติดตอทางออมของชิ้นสวนที่มีกระแสไฟฟาโดยการใชฉนวนปองกัน
อุปกรณปกคลมุ อุปกรณรองรบั และสายดิน
ระดบั 2 หรือการปอ งกันความผิดปกติ ปอ งกนั อันตรายในกรณที ฉี่ นวนพนื้ ฐานใชงานไมไ ด
ซึ่งรวมถึงฉนวนปองกันภายใน อุปกรณปกคลุมและอุปกรณรองรับ รวมทั้งฟวสและเซอรกิต
เบรกเกอร
การปองกนั โรงงาน
• ปองกันโดยปดสวติ ช
• ฉนวนปอ งกนั
• ปอ งกนั โดยใชชอ งวางทีไ่ มมกี ารเหนย่ี วนำไฟฟา
• ปอ งกันโดยวิธปี ระสานศกั ยเ ฉพาะจดุ (ตอ สายดนิ )
• การแยกเพอื่ ปองกัน
การปอ งกนั อุปกรณ
• การปอ งกนั ชนดิ ที่ 1 – อุปกรณท ีม่ กี ารเชอื่ มโยงของตวั เหนยี่ วนำเพ่ือปองกัน (สายดนิ )
• การปองกนั ชนดิ ที่ 2 – อุปกรณท ีม่ ีฉนวนปองกัน
• การปองกนั ชนดิ ท่ี 3 – แรงดนั ไฟฟา ต่ำเปนพเิ ศษเพอื่ ปองกนั :
การจดั การใชสารทำความเยน็ ท่ีตดิ ไฟไดอยา งปลอดภยั 357
ประสบการณแ สดงใหเ ห็นวา แมกระทั่งการปองกันความผิดปกติก็อาจลมเหลวได การปองกัน
ดวยสายดิน อาจเสียหาย หรือสับสน อุปกรณที่ใชคลุมอาจหายไป ทำใหชิ้นสวนที่มีกระแสไฟฟานั้นเขาถึงได
หรืออุปกรณอาจหลน ลงไปในถงั น้ำ
มักจะมีเหตุการณผิดพลาด ซึ่งทำใหการปองกันความผิดปกติไมไดผล เชน เมื่อกระแสไฟฟาท่ี
ติดตออยางเปนอันตรายนั้น ไม เพียงพอที่จะตัดการลัดวงจรไดท ันเวลา ในกรณีเชนนี้ การปองกันระดับท่สี าม
อาจไดผ ล โดยเขาแทรกแซงกระแสไฟฟา ทผ่ี ิดปกติ หรอื จำกดั กระแสไฟฟา นั้นใหอ ยูในคาที่ไมเปน อันตราย
มาตรการปองกันดวยสายดิน
สายดินไดสรางการเชื่อมตอทางไฟฟาระหวางอุปกรณรองรับโลหะที่เขาถึงได (ตัวเรือนของ
อุปกรณไฟฟา) และแทงสายดินหลกั ไมวาจะดวยวิธีการเช่ือมตออยางถาวร หรือดวยการเชื่อมตอของสายดิน
ในเบา ปลกั๊ ตัวเมยี สายดนิ จะเชอื่ มแทงสายดินเขา กับหลักดิน ( ground electrode) โดยท่ัวไปจะเปนสายดิน
พื้นฐาน (foundation earth) หรือหลักดิน (earth electrodes) อื่น ๆ เชน หลักดินแบบวงแหวน (ring-
earther) อุปกรณปองกันที่เชื่อมคอนดักเตอรทำหนาที่สรางความม่ันใจถึงการตอประสานศักยใหเทากัน
(equipotential bonding) และเช่ือมช้ินสวนที่เหนย่ี วนำไฟฟา (ทอน้ำ เครอื่ งทำความรอ น เครือ่ งปรบั อากาศ
ราง ฯลฯ) กบั แทงสายดนิ หลัก (main earthing bar)
สำหรบั อุปกรณท่ีมสี ารทำความเย็นทตี่ ดิ ไฟได :
• การตอสายดนิ มคี วามจำเปนอยางย่งิ เพ่อื ปอ งกันการปลอยกระแสไฟฟา ซึ่งอาจสงผลใหเกิดประกายไฟ
โปรดตรวจสอบวา มกี ารตอ สายดินเสมอ กอ นท่จี ะจบงานตดิ ตงั้ / ทง้ิ อปุ กรณไว
• ระหวา งดำเนนิ การทดสอบระบบ การใหบริการ และการถอดถอนระบบ RACHP จะตอ งตอ สายดินเขา
กับอุปกรณตาง ๆ เชน ปมสุญญากาศ หนวยดึงสารทำความเย็นกลับ และถังเก็บสารทำความเย็นที่
นำกลบั ( โปรดดูบทท่ี 5 สำหรับขอกำหนดดานความปลอดภัยเพ่อื หลีกเลย่ี งการปลอยกระแสไฟฟา
สถิตเมื่อทำงานกับสารทำความเย็นที่ติดไฟได และบทที่ 9 เกี่ยวกับการติดตั้งและการทดสอบการ
ทำงานของระบบ)
• หลกี เลีย่ งใยสงั เคราะหตา ง ๆ เน่อื งจากอาจทำใหเ กิดประกายไฟจากไฟฟาสถติ
การตอสายดินเพื่อปองกัน (Protective earth conductors) สายตอหลักดิน (earthing
conductors) และสายดินที่เช่ือมตอประสานศกั ยใหเทากนั (equipotential bonding conductors) จะตอง
ไดรับการวางอยางถูกตองและเช่ือมตอกบั ไฟฟา การเชื่อมตอและจุดที่ติดตอ น้ัน จะตองไดรบั การปองกนั มิให
หลวม หรอื มกี ารเสยี ดสี รวมท้งั ตองสามารถเขาไปตรวจสอบได
การจดั การใชส ารทำความเยน็ ท่ีติดไฟไดอยางปลอดภยั 358
ภาพที่ 12.4 การเสยี บสายไฟฟา และ ภาพที่ 12.5 การเสยี บสายไฟฟาและการวางสายดิน
การวางสายดนิ ที่ไมเ พยี งพอ แบบใหมลา สุดภายในหอ งควบคมุ
จะตองทำเครื่องหมายของสายดินเพื่อปองกันและการเชื่อมตอสายดินเพื่อปองกันตาม
มาตรฐานของสายดิน ซึง่ เรยี กวา PE (protective earth) คอื อุปกรณเหน่ยี วนำไฟฟาเพ่ือจดุ มุงหมายของความ
ปลอดภยั เชน เพือ่ ปอ งกันมใิ หเกดิ ไฟฟาช็อตในกรณที ่ีเกดิ ความผิดปกติ
จุดเชื่อมตอสำหรับสายดิน จะทำเครื่องหมายดวยสัญลักษณของสายดินเพื่อความปลอดภัย
(สัญลักษณของการตอสายดินในวงกลม) ทั้งนี้ สายดินเพื่อความปลอดภัย (Protective conductors) และ
สายนิวทรัล (neutral conductors ) จะไมเชื่อมโยงซึ่งกันและกันอีกตอไปตั้งแตแยก PE กับ N ครั้งแรกใน
ระบบ (และจะไมมกี ารสบั เปล่ียนกนั แนน อน) สายนวิ ทรลั เปนสายตอ ที่ทำงานและมีผลในการจา ยพลงั งาน ซึ่ง
จะตองไดร บั การปองกนั มใิ หม ีการเช่ือมตอกนั
การเชื่อมตอสายดินกับเบาปลั๊กจะตองอยูในสภาพดีเสมอ คือ จะตองไมโคงงอ สกปรก หรือ
ถกู ทาสีทบั สายดนิ จะตอ งไมติดกับสวิตชเ กียร
ระดับ 3: การปองกนั เพมิ่ เตมิ
การปองกันระดับ 3 ประกอบดวยมาตรการเสริมตา ง ๆเพื่อปองกันมิใหเกิดกระแสสัมผัสที่เปน
อันตราย ถาการปอ งกันขนั้ พื้นฐาน และ/หรอื การปองกนั ความผดิ ปกตขิ องกระแสไฟฟาน้ันใชง านไมไ ด หรือไม
อาจปองกันไดอันเนื่องมาจากสถานการณผิดปกติโดยเฉพาะ เชน เทคโนโลยีเซอรกิตเบรกเกอรตัดไฟฟารั่ว
(residual current circuit breaker technology (RCD)) ซึ่งทำใหสามารถปองกันได แมกระทั่งเมื่ออุปกรณ
ปอ งกนั อุบัตเิ หตจุ ากไฟฟา ข้นั ท่ีสองลมเหลว ดังทจี่ ะไดอธิบายโดยละเอยี ดตอ ไป
การปองกันดังกลาว ไดสรางระบบที่ลดหลั่นกันเพื่อความปลอดภัยถึงสามชั้น โดยมีคาการ
ปองกันสูงสุด (โปรดดูภาพที่ 12.5) การเชื่อมตอประสานศักยใหเทากัน (equipotential bonding) ยังลด
ความเสี่ยงตอการสัมผัส ถึงแมวาการปองกันการผิดปกติไมอาจทำงานได นอกจากน้ี ยังใชไดกับพื้นและ
กำแพงท่เี ปน ฉนวน (โปรดดตู อนท่ี 12.3.2)
การใชอ ปุ กรณป องกนั กระแสไฟฟาคงเหลอื
การจัดการใชส ารทำความเยน็ ที่ติดไฟไดอยา งปลอดภยั 359
ในการปฏิบัติงานตามปกติ ควรเปนกระแสไฟฟา
เดียวกันทัง้ ในสายไฟที่มีกระแสไฟฟาอยูและที่เปนกลาง (อุปกรณ
เหนี่ยวนำไฟฟาหรือสายตอ) การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในคาของ
กระแสไฟฟา อันเนื่องมาจากความผิดปกติทางไฟฟา ชี้ใหเห็นถึง
การรั่วของไฟฟา ซึ่งอาจทำใหเกิดไฟช็อตและเสี่ยงตอชีวิตคน
อุปกรณปองกันกระแสไฟฟาที่คงเหลือ หรือเครื่องตัดไฟร่ัว
(residual-current device (RCD)) หรอื เซอรก ิตเบรกเกอรตัดไฟ
รั่ว (residual-current circuit breaker (RCCB)) คืออุปกรณท่ี
ตรวจจับการรั่วของไฟฟา และขวางวงจรไฟฟาทันที เพื่อสราง
ความมัน่ ใจถึงการปองกันไฟฟาช็อต ภาพที่ 12.6 RCD อุปกรณไ ฟฟา 30 mA
คุณลกั ษณะของ RCD :
ยังรจู กั กนั ในนามของ :
• United States and Canada: ground fault circuit interrupter (GFCI), ground fault
interrupter (GFI) or an appliance leakage current interrupter (ALCI).
• United Kingdom: RCD
• Australia: Safety Switch or RCD
• ในกรณีที่มีกระแสไฟฟาสูง (spikes or surges) RCDs จะไมใหการปองกันจากความรอนท่ี
สูงเกิน ความเสย่ี งตอ อคั คภี ยั หรอื ไฟฟาลดั วงจร
• ในกรณที ่ีมกี ระแสไฟฟาในวงจรมากเกินไป RCDs มักจะถูกใชพรอมกับเซอรกติ เบรคเกอร
เชน ฟวส หรือ เซอรกิตเบรคเกอรขนาดเล็ก (miniature circuit breaker (MCB)) สิ่งเหลานี้เรียกวา เซอรกิต
เบรกเกอรตดั ไฟฟากระแสเกนิ (residual circuit breaker with over protection (RCBO))
• RCDs เปนอุปกรณท ส่ี ามารถทดสอบไดและตัง้ คา ใหมได
• RCDs บางอยาง ตัดการเชื่อมตอกับสายตอที่ถูกปอนไฟและสายตอสงกลับเมื่อเกิดความ
ผิดปกติของกระแสไฟฟาขึ้น (การออกแบบ ‘สองเสา’) ในขณะที่ชนิดอื่น ๆ จะตัดการเชื่อมตอของสายที่ถูก
ปอนไฟและตองอาศัยสายสงกลับ (return conductor) ซึ่งอยูที่ ground (earth) potential (การออกแบบ
‘ขว้ั เด่ยี ว’)
• ถาความผดิ พลาดนั้นไดออกไปจากสายสงกลบั "floating" หรอื ไมอ ยทู สี่ ายดินตามท่ีคาดไว
ไมว าจะดวยเหตผุ ลใดกต็ าม RCD แบบขว้ั เดีย่ ว จะปลอยใหส ายตอนี้เชือ่ มอยูกบั วงจรเมอื่ พบความผิดพลาด
การจัดการใชส ารทำความเย็นทต่ี ดิ ไฟไดอยางปลอดภยั 360
อปุ กรณความปลอดภยั ของไฟฟา ในระบบควบคมุ การทำความเย็น
การตดั ไฟฟา กระแสเกนิ จากความรอน
ในกรณีที่เกิดอันตราย การตัดไฟฟากระแสเกินจากความรอนจะตัดการเชื่อมตอของจุดติดตอ
มอเตอรท เ่ี กยี่ วขอ งและรวมถึงมอเตอรที่เชื่อมโยงโดยผานสวติ ชเสริมที่ตดิ อยูในอปุ กรณ ดว ยเหตนุ ้ี จึงสามารถ
ปองกันมอเตอรในกรณีที่มกี ระแสไฟฟามากเกนิ ไป รวมทั้งความเสียหายในกรณีที่โรเตอรหยุดหมุน (blocked
rotor) และรบั ประกันถึงการปฏบิ ัตงิ านทีไ่ มถ กู รบกวนสำหรับมอเตอรไ ฟฟาภายในขอบเขตทก่ี ำหนดไว
มอเตอรเ ซอรก ติ เบรกเกอร (The motor-protective circuit-breaker (MPCB))
มอเตอรเซอรกิตเบรกเกอร (Motor-protective circuit-breakers) หรืออุปกรณสตารท
มอเตอรดวยตัวเอง คือสวิตชที่ทำงานดวยมือ ซึ่งปองกันมิใหมอเตอรมีกระแสไฟมากเกินไปและปองกันการ
ลดั วงจรดว ยการเปดวงจรหลักเอง นอกจากน้ี ในทางเดนิ กระแสไฟแตล ะทาง มอเตอรเซอรกิตเบรกเกอรจะมี
เสนทางตัดวงจรดวยโลหะสองชนิด (bimetal trip) เพื่อปองกันกระแสไฟฟาลนเกินและปลอยแมเหล็กอยาง
รวดเร็วเพื่อปองกันกระแสไฟฟาลัดวงจร นอกจากการเปดวงจรหลักแลว สวิตชยังสามารถติดกับจุดติดตอ
เสริมที่สงสัญญาณถึงภาวะของสวิตช หรือใหเชื่อมตอประสาน (interlocking) กับอุปกรณไฟฟาอื่นๆ และยัง
สามารถตดิ ตัง้ MPCBs ในจุดใดก็ไดในวงรไฟฟา ของมอเตอรโดยไมต อ งมีฟวสส ำรอง
อุปกรณป องกันความเสยี หายของอปุ กรณไ ฟฟา (Thermistor protective relay)
การปองกันมอเตอรดวยเทอรมสิ เตอร (Thermistor motor protection) คือการปองกันแบบ
ใหมลาสุดที่มีประสิทธิภาพและความนาเชื่อถือมากที่สุดสำหรับมอเตอรไฟฟามิใหมีกระแสไฟฟามากเกิน
ผูผลิตคอมเพรสเซอร (สวนใหญจะเปนคอมเพรสเซอรมอเตอรแบบกึ่งปด) ไดรวมการปองกันมอเตอรนี้ไวใน
อุปกรณไฟฟาพื้นฐาน โดยทั่วไป เทอรมิสเตอรน ้ีจะนำมาใชเ พือ่ ปอ งกันความรอนจากกระแสไฟฟามากเกินไป
ถาอุปกรณดังกลาวไดติดไวในขดลวดที่พันทั้งสามรอบของมอเตอรในคอมเพรสเซอรสามระยะ จะชวยทำ
หนา ท่ีปอ งกนั การสะดดุ จากการมคี วามรอ นจากกระแสไฟมากเกินไป (แถบโลหะค)ู
สวิตชแถบโลหะคู (Clixon)
สวิตชแ ถบโลหะคู ทำหนาทเ่ี ปนสวติ ชป องกนั มอเตอรซึง่ ตัง้ คาดวยตวั เอง โดยสวนใหญจะใชกับ
คอมเพรสเซอรแบบปดในตูเ ยน็ และตูแชเยน็ (ระบบทีป่ ลอดภยั ในตวั เอง)
แถบโลหะคู ไดรับความรอนจากลวดที่ใหความรอนและการไหลของกระแสไฟฟาโดยตรงผาน
ลวดจากมอเตอรโหลด โดยจะแทรกแซงการติดตอถากระแสไฟฟาในมอเตอรยังคงสูงเกินไป เชน หลังจาก
เริ่มตน ดังนั้นจึงปองกันมอเตอรไฟฟามิใหมีกระแสไฟฟามากไปเมื่อกลไกในการเริ่มทำงานลมเหลว หรือ
หลกี เลี่ยงอนั ตรายเม่ือมอเตอรเสยี หาย
แถบโลหะคูของสวิตชนี้ไดรับการออกแบบมาเปนแผนซึ่งโคงที่เวาเขาไป และดังนั้นจึงมีการ
สะทอนเมอ่ื เกิดภาวะฮีสเตอเรซิส (hysteresis) (เม่ือใหค วามรอ นมากเกินไปและทำใหเ ยน็ ลงอีกครง้ั )
การจัดการใชสารทำความเย็นทีต่ ดิ ไฟไดอยางปลอดภัย 361
12.1.3 กฎเกณฑดานความปลอดภัย
“การทำงานในสายงานท่ีมีชีวิต (Live-line working)” หมายถงึ กิจกรรมทผี่ ูคนหรือวัตถุอาจติดตอกับ
ช้นิ สวนที่มสี ายไฟ/มีพลงั งาน ของโรงงาน หรืออาจเขาไปใกลพ อที่จะตกอยใู นสถานการณอ นั ตรายได
ในกรณีที่แรงดนั ไฟฟาที่เกินกวา 50 โวลต (กระแสสลับ) หรือ 120 โวลต (กระแสตรง) การทำงาน
กับชิ้นสวนท่ีมีไฟฟาจะกระทำได ถาชิ้นสวนเหลา น้ันไมสามารถปดไดดวยเหตุผลสำคัญ เชน ความเสี่ยงตอ
สุขภาพ อนั ตราย ความเสียหายดานเศรษฐกิจ หรือระหวางการทำงานเก่ียวกบั การจายไฟฟาสาธารณะ ใน
สถานทีท่ ำงานทีเ่ สย่ี งตอ อนั ตรายจากอัคคีภัย โดยท่ัวไปจะหา มทำงานกบั ชิน้ สวนท่มี กี ระแสไฟฟา
ปฏบิ ัตติ ามกฎดานความปลอดภัย 5 ประการเสมอ เม่ือทำงานกบั ช้ินสว นท่ีมกี ระแสไฟฟา
การทำงานกับชิน้ สว นท่มี ีกระแสไฟฟานั้นมีอนั ตรายเปน พเิ ศษ งานนน้ั จะตอ งกระทำโดยบุคคลากร
ที่มีคุณสมบัติหรือไดรับการรับรองเปนพิเศษ ในขณะทำงานกับชิ้นสวนที่มีไฟฟา ควรจะตองมีพนักงานอีก
คนหนึ่งทีไ่ ดรับการฝก อบรมดานปฐมพยาบาลมาแลวอยูด วย
12.1.3.1 กฎเกณฑด า นความปลอดภัย 5 ประการ
สำหรับการทำงานอยางปลอดภัยกับอุปกรณไฟฟา ใหปฏิบัติตามกฎเกณฑดานความปลอดภัย
ตอไปในตามลำดับ ! กฎเกณฑเหลาน้ี ชวยสรางความมั่นใจวา ชิ้นสวนที่ทำงานของเครื่องใชไฟฟาหรือระบบ
ไฟฟา น้ันจะตองปด กอนทท่ี านจะเร่มิ ทำงาน และจะตอ งคงปด อยูเชนนน้ั ระหวา งท่ีทานทำงาน
ขอสังเกต: ชิ้นสวนที่ทำงาน ไดแก คอนดักเตอร หรือชิ้นสวนของอุปกรณเหนี่ยวนำ ซึ่งมุงที่จะ
เปน ตวั นำกระแสไฟฟา ระหวางการปฏิบัตงิ านตามปกติซง่ึ ไมม ีการรบกวน รวมทง้ั คอนดักเตอรท ่เี ปน กลาง
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาถึงระบบและแรงดันไฟฟา มีเพียงขั้นตอนที่ 1-3 ที่อาจจำเปน เชน ในกรณี
ของเคร่อื งปรับอากาศแบบแยกสว น
กฎดานความปลอดภยั 5 ประการ ในการทำงานกบั ระบบไฟฟา
1. ปดกระแสไฟ
2. ตรวจสอบไมใ หมีการปด วงจรไฟฟาอีกครัง้
3. ตรวจสอบวาสายและอปุ กรณไมไดใชงาน
4. ระยะการตอ สายดนิ และการลัดวงจร
5. ปดดวยฉากหรือแผงกนั้ จากสว นของสายไฟที่อยูใ กลเคียง
การจดั การใชสารทำความเยน็ ท่ตี ดิ ไฟไดอยา งปลอดภยั 362
กฎขอ 1: ปดสวติ ชไ ฟฟา 363
• เพื่อเหตุผลดานความปลอดภัย ใหแทรกวงจรอยางสมบูรณ เชน ดวยการถอด
ฟวสอ อก หรือตัดเซอรกิตเบรกเกอร
• การปดอุปกรณอาจไมเ พยี งพอ ! ในบางระบบ แรงดันไฟฟา ยงั อาจมีอยกู บั สายดนิ
• ในวงจรที่มีตัวเก็บประจุ (capacitors) ตรวจสอบใหแนใจวาหลังจากปดสวิตช
แลว ไดลดประจุขององคประกอบออกดวยอุปกรณที่เหมาะสม เชน ผานตัว
ตา นทาน (resistors) ทตี่ ิดอยู แรงดนั ไฟฟาในตัวเก็บประจุ จะตอ งลดลงจนถึงคา
ตำ่ กวา 50 โวลต ภายในหน่งึ นาที
กฎขอ 2: ระวงั ไมใ หปดวงจรอีกครั้ง
• ปองกันมิใหระบบเริ่มตนใหมอีกครั้งจากการปดวงจรไฟฟาอีกครั้งหนึ่ง เชน ใน
กรณีที่บางคนเสียบปลั๊กอุปกรณ สอดฟวสที่อาจถูกนำออกมาโดยไมตั้งใจ หรือ
เกิดขึ้นอยางเปนอัตโนมัติ
• ล็อคและปองกันอุปกรณรักษาความปลอดภัย และ/หรือสวิตชหลัก มิใหมีการ
เปด สวติ ชโ ดยอัตโนมัติอยา งไมตง้ั ใจ เชน การใชก ุญแจคลอ ง หรอื นำฟว สอ อกไป
• ติดสัญญาณเตือนในชวงที่มีการทำงานกับระบบ เพ่ือปองกันมิใหผูอื่นซึ่งมิใช
บคุ ลากรทีม่ ที ักษะทเี่ กย่ี วขอ งมาเปดเคร่ืองใหมโ ดยไมตง้ั ใจ
กฎขอ 3: ตรวจสอบวา สายไฟและอปุ กรณต า ง ๆ ไมมไี ฟฟาอยู
• ตดั สินสภาวะปราศจากแรงดันไฟฟาดว ยการวัดกอ นทีจ่ ะเริ่มงาน!
• ใชเครื่องวัดแรงดันไฟฟาสองขั้ว หรือเครื่องวัดปริมาณไฟฟาที่วัดไดหลายชนิด
หรือมัลตมิ ิเตอร เคร่อื งวัดแรงดนั ไฟฟาแบบขัว้ เดยี ว ไมใหผ ลท่เี ชือ่ ถือได
กฎขอ 4: สายดินและระยะลัดวงจร
• สำหรับแรงดันไฟฟาตั้งแต 1000 โวลตขึ้นไป ตองตอสายดินและเชื่อมกับ
ชน้ิ สวนที่ทำงานทจ่ี ะทำใหล ดั วงจร
• ตัดสนิ ถึงสถานะท่ีไมมีแรงดันไฟฟาอีกครง้ั
• ไมจ ำเปนในระบบที่แรงดนั ไฟฟาต่ำกวา 1000 โวลต กรณนี ี้กฎขอ 1-3 พอแลว
กฎขอ 5: ปดแผงหรือฉากกนั้ ออกจากสวนของสายไฟที่อยูใกลเคียง
• ในกรณีของการติดต้งั ทตี่ ำ่ กวา 1000 โวลต: ปดสวนท่มี กี ระแสไฟฟาอยดู วยผาที่
เปนฉนวน ฟอยล แผน หรือพิมพ
• สำหรบั แรงดันไฟฟาท่สี ูงกวา 1000 โวลต: จำเปน ตอ งใชแผง เชือก และปา ย
เตอื นความปลอดภยั เพ่ิมเติม ในกรณนี ี้ รางกายตองไดรบั การปองกันแยก
ตา งหาก เชน มหี มวกนริ ภยั ซ่ึงมีสวนปดใบหนาและถงุ มือซ่ึงมคี วามเปนฉนวนสูง
การจัดการใชสารทำความเยน็ ท่ีติดไฟไดอยา งปลอดภัย
หลังจากใชก ฎความปลอดภยั 5 ประการแลว หวั หนา งานอาจปลอ ยใหม ีการดำเนนิ งานตามปกติได
การตั้งคาใหมในลำดับทส่ี ลับกัน
อาจเร่ิมยกเลิกมาตรการรักษาความปลอดภัยใหมไดหลังจาก:
• ทุกคนที่อยใู นงานไดร ายงานวางานน้นั เสร็จสมบูรณแ ลว
• มกี ารทำความสะอาดสถานที่ทำงานเหมาะสม เชน ไดน ำเคร่ืองมือ อปุ กรณแ ละบนั ไดออกไปแลว
อาจเรมิ่ ตนระบบใหมไดห ลงั จาก:
• ทกุ คนออกไปจากพ้ืนท่ีอันตรายแลว
• ไดร ับอนุมัติจากหัวหนา งาน
ระบบจะกลับมาทำงานใหมไดอีกครั้งดวยการสลับกิจกรรมเกี่ยวกับกฎเกณฑความปลอดภัยท่ี
กลาวถงึ ขา งตน
1. นำส่งิ ท่คี ลมุ ฉากหรือแผน ก้นั ออกจากสว นของสายไฟที่อยูใกลเคยี ง
2. นำสายลดั วงจรออก แลวนำสายดินออก
3. ตรวจสอบวา สายไฟทัง้ หมดไมม กี ระแสไฟฟาอยู
4. ถอดกญุ แจ และ/หรือ สอด/ กระตนุ การทำงานของฟว ส
5. เปดไฟเขาระบบ
12.1.3.2 ขอควรระวังดานความปลอดภัยเมื่อจัดการกับสวนโรงงานที่มีวงจรซึ่งมีไฟฟาอยู
รวมทงั้ เครือ่ งมอื ทม่ี ีกำลงั ไฟฟา การเชอ่ื มตอสายไฟและปลก๊ั เครือ่ งจักรและอุปกรณ
ขอ ควรระวังดานความปลอดภยั เมื่อทำงานใกลกับสวนของวงจรทม่ี ีไฟฟาอยู
เมื่อทำงานในสวนหนึ่งของโรงงาน บางครั้งเปนไปไมไดที่จะยุติการทำงานของชิ้นสวนที่กำลัง
ทำงานอยูบริเวณใกลเคียง ชิ้นสวนเหลานี้ อาจไมไดรับการปอกันจากการติดตอโดยตรง ในกรณีเชนน้ี ตอง
ใชค วามระมดั ระวังเปน พเิ ศษเพือ่ คัดเลือกเคร่ืองมอื ทเ่ี หมาะสมและทำงานในระยะทป่ี ลอดภยั
ระยะปองกนั สำหรับระบบที่มแี รงดนั ไฟฟาหลกั มากถึง 1000 โวลต คือ 0.5 เมตร
ผูที่ไมไดรับการฝกอบรมในฐานะชางไฟฟาที่มีคุณสมบัติ หรือบุคลากรที่ไดรับการสอนดาน
ไฟฟา อาจทำงานใกลกบั สว นของโรงงานซึ่งมีวงจรทม่ี ีไฟฟา อยูไดภายใตการดูแลของผเู ชย่ี วชาญ
การจัดการใชสารทำความเยน็ ทตี่ ิดไฟไดอยางปลอดภัย 364
ขอควรระวังดา นความปลอดภยั เมือ่ ทำงานกับสว นของโรงงานซง่ึ มวี งจรท่ีมไี ฟฟาอยู
การทำงานกับสวนของโรงงานที่มีวงจรซึ่งมีไฟฟาอยูนั้น จำเปนตองอาศัยความรู ทักษะและ
ความรับผิดชอบในระดับสงู จากคนงานและจากหวั หนา งาน
ใชอุปกรณปองกันบุคคล (PPE) เครื่องมือ อุปกรณที่เหมาะสมเสมอสำหรับชนิดของงาน ระดับ
แรงดนั ไฟฟา และสภาพแวดลอ ม
ถา จำเปนตอ งทำงานกับสวนประกอบหรือสวนซึง่ มวี งจรท่ีมีกระแสไฟฟาอยู ใหใ ชเครื่องมือความ
ปลอดภยั ทเ่ี ปน ฉนวนเทา นน้ั ซง่ึ มกั จะใหการปอ งกนั เพมิ่ ขน้ึ มใิ หสัมผสั สายไฟท่ีมีกระแสไฟฟา อยแู ละมิให
เกิดไฟช็อต
ดำเนินการประเมนิ ความเสีย่ งกอ นตดั สนิ ใจทำงานและไดรับอนุญาตจากหวั หนางาน (ถา ทำได)
ในตาราง 12.4 รายการสภาพสำหรบั การทำงานกับชน้ิ สวนของระบบซ่งึ มวี งจรท่ีมีแรงดันไฟฟา
อยูมากถงึ 1000 โวลต
ตารางท่ี 12.4 สภาพการทำงานกับสว นประกอบที่มีวงจรซ่ึงมกี ระแสไฟฟาอยูทไ่ี ดร บั อนญุ าต
การทำงานกบั สวนของโรงงานซงึ่ มีวงจรท่ีมีไฟฟาอยู - ขอแตกตาง
มากถึง AC 50 V ชางไฟฟาท่ีมีทกั ษะ บคุ ลากรทีไ่ ดร บั การอบรมดา นไฟฟา (ตามมาตรฐาน IEC
มากถึง DC 120 V 60364 and EN 60204-1) และคนท่ัวไปท่ีเปนชางเทคนิคไฟฟา:
- ไมอ าจทำงานทุกชนิดที่มอี ันตราย เชน จากการเกิดประกายไฟ
มากกวา AC 50 V ชา งไฟทีม่ ีทักษะ บุคลากรทไ่ี ดรบั การอบรมดานไฟฟา (ตามมาตรฐาน IEC 60364
หรอื DC 120 V และ EN 60204-1):
- ใชอปุ กรณการทดสอบ การวัด และการปรับทีเ่ หมาะสม เชน เครือ่ งวัด
มากถึง 1000 V AC แรงดนั ไฟฟา และเครือ่ งมือที่เหมาะสมในการยายช้นิ สว นที่ทำงานไดอยา งราบรน่ื
และ DC - เตรียมเครื่องมือและของใชที่เหมาะสมในการทำความสะอาดและตดิ ต้ังอุปกรณ
ครอบและกนั้ ที่เหมาะสม
- ถอด หรอื แทรก สว นเชื่อมฟวสแบบที่ไมสัมผสั โดยตรง เชน ฟวส NH พรอมทัง้
เครือ่ งมือชว ยท่เี หมาะสมถาทำไดโ ดยไมเกิดอันตราย
- ทฉี่ ีดน้ำสำหรับชน้ิ สวนท่ีมีวงจรทมี่ ีไฟฟา ระหวางการดบั เพลิง
- การทำงานกับแบตเตอรี่ ตองอาศัยการระมัดระวังอยา งเหมาะสม
ชางเทคนิคทมี่ ีทักษะเทา น้นั :
- ตำแหนงการเกดิ ความผดิ ปกติในวงจรเสรมิ เชน การติดตามสญั ญาณ รวมท้ังการ
ทดสอบการทำงานของอปุ กรณแ ละวงจร
- งานอ่ืน ๆ ถามเี หตผุ ลที่เพียงพอ และถา มีคำส่ังของบุคคลทร่ี บั ผิดชอบ
การจัดการใชส ารทำความเย็นท่ีตดิ ไฟไดอยา งปลอดภัย 365
เครอ่ื งมอื ความปลอดภยั ท่ีมีฉนวนยางมืออาชีพน้ัน จะบง ชีโ้ ดยสัญลกั ษณทีฉ่ นวน (โปรดดภู าพที่
12.7) โดยจะตอ งมกี ารระบุขอ มลู เพมิ่ เติม ไดแก ปท ่ผี ลติ คำยอ ของชนดิ และเครื่องหมายแสดงจดุ กำเนดิ
ภาพที่ 12.7 ตวั อยางคีมของชางไฟฟา (คีมตัดดา นขา ง) ผา นการทดสอบแรงดนั ไฟฟา 1000 Volts
tested. www.knipex.de และภาพแสดงระดับแรงดันไฟฟา ของเครื่องมือความปลอดภัย (ขวา)
ขอควรระวังดา นความปลอดภัยเมอื่ ทำงานกับเครื่องมือท่ีใชไฟฟา สายไฟ และการเช่อื มตอปล๊ัก
เคร่อื งจกั รและอุปกรณต าง ๆ
การหยิบจับอุปกรณที่ใชไฟฟาอาจเปนอันตราย มีอันตรายตาง ๆ ที่เกิดจากกระแสไฟฟา และ
ยังมีอันตรายที่เกิดขึ้นเมื่อหยิบจับเครื่องมือและอุปกรณตาง ๆ รวมกับของเหลวในการทำงาน เชน สารทำ
ความเยน็ (โดยเฉพาะสารทต่ี ดิ ไฟไดและเปนพิษ) นำ้ มนั หลอล่ืน และสือ่ นำความรอ นและวสั ดุกอ สรา งตา ง ๆ
กฎเกณฑดานความปลอดภยั ในการใชเครอ่ื งมือไฟฟา
กฎเกณฑเพ่ือปอ งกันอบุ ัติเหตจุ ากอปุ กรณไฟฟา :
1. เก็บเคร่ืองมือใหอยใู นสภาพดีโดยมกี ารบำรุงรกั ษาเปน ประจำ
2. ใชเคร่ืองมือที่เหมาะกับงาน
3. ตรวจสอบความเสยี หายของเคร่อื งมือแตละช้ินกอนใชงาน
4. ดำเนินงานตามคำแนะนำของผผู ลติ
5. จัดหาและใชอุปกรณป องกนั บุคคล (PPE) อยา งเหมาะสม
การเลือกเครื่องมือที่ไมถูกตอง สงผลใหเกิดความเสียหายตอองคประกอบและอุปกรณท่ี
เชอื่ มตอ และดงั น้ัน จงึ ทำใหเ ส่ียงตอ การบาดเจ็บ เชน จากการล่นื ขณะท่ถี อื เคร่ืองมืออยู อุปกรณไฟฟา ทใ่ี ชมือ
ถือ เปนสาเหตุท่ีพบไดทัว่ ไปของอุบตั ิเหตุ ดังนั้น จึงตองระมัดระวังเปนพิเศษ ควรจะตรวจสอบเครือ่ งมือที่ใช
ไฟฟาดวยตาเพอ่ื หาความเสียหายภายนอก (เชน อุปกรณรองรับที่เสยี หาย) กอนใชงาน
• ควรดำเนนิ การบำรุงรกั ษาเชิงปอ งกนั เปนประจำสำหรบั เครื่องมอื ท่ีใชประจำวนั
• เคร่อื งมอื เจาะและถักจะตองรกั ษาใหคมไวเสมอ
• หัวสิว่ จะตองไมมีเสยี้ น
• ขวานจะตองตดิ แนน กับดา ม
• ประแจและไขควงจะตอ งเขา กับสลกั เกลียวพรอ มนอ ตท่ีเลือกไว
การจัดการใชส ารทำความเยน็ ทตี่ ดิ ไฟไดอยา งปลอดภัย 366
นอกจากนี้ จะตอ งเลือกเคร่ืองมือใหสอดคลองกับงานเฉพาะที่ตองการ การอนมุ ัติอปุ กรณใด ๆ
จะตอ งไดรบั การตรวจสอบอยา งระมัดระวงั (เครอื่ งดดู สารทำความเยน็ กลบั ถงั เก็บสารทำความเยน็ ที่ดูดกลับ
ปมสุญญากาศ ฯลฯ) โดยเฉพาะอยางยิ่ง การใชอุปกรณในการจัดการกับสารทำความเย็นที่ติดไฟได จะตอง
ไดร บั อนุมัตแิ ละบำรงุ รกั ษาอยา งระมัดระวงั
เคร่อื งจักร เคร่ืองมอื และอุปกรณต าง ๆ ในหองปฏบิ ตั กิ ารหรือยานพาหนะเพื่อบริการ ควรจะ
เก็บไวอยา งระมดั ระวงั และตามลำดบั เพอ่ื ใหหาไดง า ยและปองกนั ความเสยี หาย
จะตองไมถอดองคป ระกอบของระบบทำความเยน็ เชน สวนที่ทำหนา ท่ี ทอถายสารทำความ
เย็นที่ตดิ ไฟได แผนกรอง เครอื่ งกรอง ฯลฯ ออกจากระบบ (เชน ระหวา งใหบริการ) ดวยการใชเ คร่ืองมือ
ไฟฟา (เครื่องตดั เครือ่ งเจาะ เครอื่ งบด เล่อื ย ฯลฯ) หรือดวยการบัดกรี (งานรอน) ถาไมป ลอดภัยที่จะทำ
เชนนั้น (ออกใบอนญุ าตใหท ำงาน) !
อุบัติเหตุที่ทำใหถึงแกชีวิต สรางความเสียหายแกรางกาย และ/หรือ ทำลายทรัพยสิน อาจ
เกิดขึน้ ได เมือ่ เปนไปได ใหตัดสว นประกอบดว ยเครื่องตัดทอหรืออุปกรณท่คี ลายกนั หรอื มฉิ ะนั้น ใหใชวิธี
ทำใหเ ปน กาซเฉือ่ ย
การทำใหเปนกาซเฉอื่ ย (Interstation)
ควรจะนำระบบ โปรแกรมใชง าน หรือสว นของการติดตั้ง ที่จะตองทำงานดวยออกไปกอน แลว จงึ ลางแรงๆ
ดว ยไนโตรเจน Oxygen Free and Dry Nitrogen เพอ่ื ขจดั สารทำความเย็นทตี่ ิดไฟไดท ีค่ งคางอยู
โปรดดบู ทท่ี 5 สำหรับขอมลู เพิ่มเติมเกี่ยวกับไนโตรเจน Oxygen Free Dry Nitrogen (OFDN) และ
บทที่ 6 เก่ยี วกบั การทำใหเปนกา ซเฉ่ือย
การจัดการใชสารทำความเยน็ ทีต่ ิดไฟไดอยา งปลอดภยั 367
ภาพที่ 12.8 อบุ ตั ิเหตุจากระบบทำความเย็นทใ่ี ชไฮโดรคารบอน R290 (อัคคีภยั และการระเบิด)
ดว ยความผิดของมนุษยซ ่ึงรายแรงจนทำใหถ ึงแกช วี ิตได จากการใชเครื่องมือผดิ (งานที่ทำดวยความ
สถานการณอ ันตรายยังอาจเกดิ จาก:
• อุปกรณแบบเสียบปล๊ักทบ่ี กพรอ ง
• การซอมทไี่ มถกู ตองหรือไมส มบูรณ
• กลองหรอื ปลอกทเี่ สียหรือหายไป
• สายไฟเดี่ยวที่เปดไวบนชุดสายไฟ เชน ในชว งหุมที่โคงหรืออปุ กรณย ึดสายไฟ (cable glands)
• ฉนวนของสายไฟเชือ่ มตอ ทหี่ ลดุ ลยุ เปนรูพรุน มีตำหนิหรือขาด
การทดสอบโดยชางไฟฟา
การทดสอบเปนประจำโดยชางไฟที่มีคุณสมบัติเปนสิ่งจำเปนสำหรับอุปกรณไฟฟา หลังจาก
การตรวจสอบ อุปกรณจะไดรับสติกเกอรแสดงการตรวจสอบ ซึ่งมีวันที่ทดสอบและวันที่ตรวจสอบครั้งตอไป
(โปรดดูภาพภาพ 12.9)
ภาพท่ี 12.8 ปา ย : สติกเกอรแสดงการทดสอบไฟฟา
ควรจะตรวจสอบอุปกรณเปนประจำและอยางนอยปละครั้ง ขอกำหนดระดับประเทศอาจ
แตกตางกันไป จึงเปนหนาที่ของนายจางที่จะสรางความมั่นใจวาไดมีการตรวจสอบเครื่องมือและอุปกรณโดย
สอดคลอ งกบั วธิ ีปฏิบตั ิทางเทคนิคไฟฟาท่ีดีที่สุด นอกจากนี้ ควรเก็บบนั ทึกการตรวจสอบไวเปน หลักฐาน
การจัดการใชสารทำความเย็นท่ีตดิ ไฟไดอยางปลอดภยั 368
12.2 ชนิดและการจัดลำดบั การปอ งกันทางไฟฟา
คำวา “ชนดิ ของการปองกันทางไฟฟา” มกั จะนำมาใชเ พื่ออธบิ ายถึงระบบท่แี ตกตางกนั สองระบบ ไดแก
1) อตุ สาหกรรมการผลิตเครื่องใชไฟฟา ไดกำหนดชนิดของการปองกันIEC ส่ีชนดิ (IEC 61140: 2016
การปองกันไฟฟาช็อต – แงมุมท่ัวไป) เพื่อแยกความแตกตางระหวาง protective-earth ขอกำหนดในการ
เชอ่ื มโยงอุปกรณจ ากแรงดันทเี่ ปนอันตรายจากการติดตอ
2) มาตรฐานการปองกันฝุนและน้ำเขาในเครื่องไฟฟา (Ingress protection (IP)) ไดกำหนดไวใน
มาตรฐาน IEC อีกฉบับหนึ่ง ((IEC 60529 ระดับการปองกันท่ีไดจากสิ่งที่ปกปด) และอธิบายถึงระดับการ
ปอ งกันของอปุ กรณร องรบั จากการตดิ ตอ วตั ถแุ ปลกปลอม และนำ้
12.2.1 ชนิดของการปองกันไฟฟา ช็อต
ในดานวิศวกรรมไฟฟา ชนิดของการปองกันนี้ใชเพื่อแยกประเภทและติดฉลากอุปกรณไฟฟา เชน
เครื่องมอื และองคประกอบในการติดตัง้ ในสวนของมาตรการความปลอดภยั ท่ีมีอยู และเพือ่ ปองกันไฟฟาช็อต
หรือระบบทำความเย็นที่ผิดพลาด ซึ่งอาจทำใหเกิดประกายไฟ การปองกันอุปกรณไฟฟามีสี่ชนิด โดยการ
ปองกนั ชนิดที่ I-III พบไดม ากท่ีสดุ
โดยทัว่ ไปแลว เครื่องใชไฟฟา จะตอ งมคี ัสซที ี่เชื่อมกับสายดิน
มาตรฐาน IEC ที่เกยี่ วของ :
IEC 61140: 2016 การปอ งกันไฟฟา ชอ็ ต– แงม ุมท่ัวไปสำหรบั การตดิ ต้ังและอุปกรณ
IEC 60529 ระดับการปองกนั ท่ไี ดจ ากสง่ิ ปกปด
ISO 7000/IEC 60417 สญั ลักษณภ าพเพื่อใชก ับอปุ กรณ
12.2.1.1 ชนิดของการปอ งกนั “0” – ไมมกี ารปอ งกันเปน พเิ ศษ
นอกจากฉนวนพื้นฐานแลว ไมมีการปองกันไฟฟาช็อตเปนพิเศษแตอยางใด การเชื่อมตอกับ
ระบบสายดินนัน้ เปน ไปไมไ ด การปองกนั จะตองตรวจสอบใหมน่ั ใจถงึ บรเิ วณลอมรอบอุปกรณน น้ั
สำหรับการปองกันชนิด 0 ไมมีการทำสัญลักษณหรือเครื่องหมาย และไมสามารถใชไดใน
หลายประเทศ เชน เยอรมนี ออสเตรีย สหราชอาณาจักรและนวิ ซีแลนด
อยางไรก็ตาม อุปกรณในประเภทนี้ ยังพบไดทั่วไปในหลายประเทศ ไมวาจะไดรับอนุญาต
หรอื ไมก ็ตาม
อุปกรณท่ีไมไดต อสายดนิ โดยมืออาชีพน้ันอันตรายเม่ือนำมาใชกับสารทำความเย็นทตี่ ิดไฟได !
การจัดการใชสารทำความเยน็ ทตี่ ดิ ไฟไดอยา งปลอดภยั 369
12.2.1.2 การปองกันชนิด “I” – การตอ สายดนิ
สำหรับการปองกันชนิด “I” อุปกรณหรือเครื่องใชไฟฟา สวนของอุปกรณรองรับที่เหนี่ยวนำ
ของอปุ กรณน ้ันจะตอกบั สายดนิ (ซึง่ เรียกวา การตอไฟฟาสายดนิ ) โดยคอนดักเตอรส ายดินท่ีแยกออกไป
โดยทั่วไปแลว โลหะเปลือย และชิ้นสวนที่เหนี่ยวนำในอุปกรณรองรับจะเช่ือมตอกันเพื่อให
สามารถตอไปยงั สายดิน ในกรณที ีเ่ กดิ ความผิดพลาด บุคคลทส่ี มั ผัสกับชน้ิ สว นเหลานี้จะไดรบั การปองกันจาก
การถกู ไฟฟาช็อต ( โปรดดตู อนที่ 12.3.2 การตอเช่อื มประสานศักยใ หเทากัน (equipotential bonding))
ในประเทศตาง ๆ สวนใหญ คอนดักเตอรสายดินจะเปนสีเขียว/เหลือง สวนในสหรัฐอเมริกา
แคนาดา และญี่ปนุ จะเปน สีเขียวเทาน้ัน
อุปกรณที่เคลื่อนที่ได ซึ่งมีชนิดการปองกัน “I” มีการตอปลั๊กกับสวนที่ตอกับคอนดักเตอร
ปองกัน ซึ่งเปนปลั๊กที่มีสวนติดตอเพื่อปองกัน หรือปลั๊กสามขา การเชื่อมตอคอนดักเตอรปองกัน ไดรับการ
ออกแบบในลักษณะที่ทำใหเปนสวนติดตอสวนแรกทีจ่ ะตองคงไวเมื่อเสียบปลัก๊ และเปนสวนสดุ ทายท่ีจะตอง
ตดั ออกในกรณที ่ีเกดิ ความเสียหาย (ทำเปน สว นแรก ตดั การติดตอเปน สว นสดุ ทาย)
การแทรกสายเชื่อมตอเขาไปในอุปกรณ จะตอง “คลายความเคน” เชิงกล เม่ือสายไฟฉีกขาด
เมอื่ สายไฟถูกดงึ ออกมา คอนดักเตอรปอ งกันจะตองฉกี ออกมาในทส่ี ดุ
การตอสายดินทำไดดวยสายหลักที่มีสายนำ 3 สาย ซึ่งโดยทั่วไปจะไปจบที่ปลั๊กสามขา AC
connector ซึ่งเสียบเขาไปในเตา AC ขอกำหนดพื้นฐานคือ ไมมีความลมเหลวครั้งไหนที่จะสงผลใหเกิด
แรงดนั ไฟฟาที่อันตรายซึ่งอาจทำใหเกิดไฟฟา ช็อต และเมอ่ื เกิดขอผิดพลาด จะตองตดั แหลงจายไฟโดยอัตโนมัติ (ซึ่ง
บางคร้ังเรียกวา ADS = การตัดกระแสไฟฟาโดยอัตโนมัติ (Automatic Disconnection of Supply)
สญั ลักษณข องการตอสายดินในชนดิ การปอ งกัน “I” สำหรับการปองกันชนิด “I” เอง ไมม สี ญั ลกั ษณ
12.2.1.3 การปอ งกนั ชนดิ “0I”
ในการปองกันชนิด “0I” โครงจะถูกเชื่อมกับสายดินผานปลายทางที่แยกออกไปและไมได
ผา นสายหลกั การปอ งกันน้ันเทากับชนิด “I”
12.2.1.4 การปองกันชนดิ “II” – การปอ งกนั ดว ยฉนวนสองชน้ั หรือฉนวนเสริมแรง
อุปกรณที่มีการปองกันชนิด “II” มีฉนวนเสริมแรงหรือฉนวนสองชั้นในปริมาณของแรงดันไฟฟา
ของฉนวนตามอัตราระหวางสวนท่ีทำงานและสวนท่ีสามารถสัมผสั ได ชน้ิ สวนเหลา นี้ โดยทั่วไปไมมีการเช่ือมตอกับ
คอนดักเตอรป องกัน ถงึ แมวา จะมีพน้ื ผิวทีเ่ ปนตัวนำไฟฟา แตกไ็ ดร บั การปองกนั ดวยฉนวนเสริมแรงหรือฉนวนสอง
ชั้น ซึ่งสรางความมั่นใจวาจะมีการปองกันการติดตอกระแสไฟฟาที่เปนอันตราย แมกระทั่งเมื่อฉนวนพื้นฐานถูก
เชื่อมดวยฉนวนที่ผิดพลาด สำหรับการเชื่อมตอกำลังไฟของอุปกรณที่เคลื่อนที่ไดซึ่งมีการปองกันชนิด “II”
สายไฟและปล๊ักจะใชงานโดยไมมีการเช่ือมโยงกับตัวเหนีย่ วนำสายดนิ เพ่ือปองกัน
สญั ลกั ษณสำหรบั ฉนวนสองชน้ั อปุ กรณอาจติดฉลากวา เปนชนิด “II”
การจายไฟฟา AC/DC ที่มีฉนวน เชน เครื่องตรวจจับรอยรั่วและเครื่องชารจแบตเตอร่ี
โทรศพั ทเ คลื่อนที่ โดยทว่ั ไปแลว จะกำหนดใหเ ปน ชนิด “II”
การจดั การใชส ารทำความเยน็ ทต่ี ิดไฟไดอยา งปลอดภัย 370
12.2.1.5 การปอ งกันชนดิ “III” – แรงดันเพ่อื ความปลอดภัยต่ำมาก
อุปกรณชนิด “III” จะเชื่อมโยงไดกับแหลงไฟฟาที่มีแรงดันความปลอดภัยต่ำมากเทาน้ัน
(SELV) รวมถึง:
• หมอ แปลงนิรภัย ตามมาตรฐาน DIN EN 61558-2-6
• แหลง กำลงั ไฟฟาเคมี (แบตเตอร่ี ถังสะสมไฟฟา (accumulator))
อุปกรณทำงานดวยแรงดันไฟฟาซึ่งสอดคลองกับกำลังไฟฟาสูงสุดที่สามารถสัมผัสได
แรงดนั ไฟฟา สงู สดุ ทส่ี มั ผสั ได คอื :
ทั่วไป DC: U ≤ 120 V =
AC: U ≤ 50 V ~
ในคอกมา/ สถานเลย้ี งสัตว DC: U ≤ 60 V =
สำหรับของเลนเด็ก AC: U ≤ 25 V ~
ในหองท่ีเปยก
เทคโนโลยที างการแพทย U ≤ 25.0 V
U ≤ 12.0 V
U ≤ 6.0 V
อปุ กรณทมี่ ีการปอ งกนั ชนิด “III” โดยท่ัวไปแลว จะใชสำหรบั การใชง านสารทำความเยน็ ท่ีติดไฟได
สัญลกั ษณสำหรับการปอ งกนั ชนิด III
12.2.2 การปองกนั ภายในอปุ กรณไฟฟา (Ingress protection (IP))
ในโปรแกรมใชงาน RACHP อุปกรณไฟฟาและอิเล็คทรอนิคจะตองทำงานอยางปลอดภัยภายใต
สภาพแวดลอมทรี่ ุนแรงเปน เวลาหลายป จดุ สำคญั ท่ีจะรบั ประกันคือการปองกนั สิ่งแปลกปลอมเขา มา เชน สิ่ง
ตาง ๆ และแรงดันเชิงกลซ่ึงเกิดจากการกระทบ
มาตรฐานอนุญาตใหมีการเปรียบเทียบอยางเปนกลางถึงลักษณะตางๆ มากกวาที่จะใชคำพูดทาง
การตลาด เชน “กนั นำ้ ”
รหสั IP ประกอบดว ยตวั เลขท่มี ี 2 หลัก (เชน IP 67)
การจดั การใชสารทำความเยน็ ทต่ี ิดไฟไดอยา งปลอดภยั 371
ตารางที่ 12.5 ชนดิ ของการปองกันสำหรับ IP หลกั ท่สี อง- การเขา ของของเหลว
IP หลักแรก – การเขา ของของแขง็ -
0 ไมม ีการปอ งกัน
1 การปองกนั วตั ถุแปลกปลอมที่เปนของแข็ง การปอ งกันน้ำหรือการควบแนนทหี่ ยดลงมาใน
(เสน ผาศูนยก ลาง ≥50 มม.) แนวตงั้
2 การปอ งกันวตั ถแุ ปลกปลอมที่เปนของแขง็ การปอ งกันละอองน้ำจนถึง 15° ในดา นใดก็ได
(เสน ผาศูนยก ลาง ≥12.5 มม.) ของแนวตง้ั
3 การปองกันวตั ถุแปลกปลอมท่ีเปนของแขง็ การปองกันละอองน้ำจนถึง 60° ในดานใดกไ็ ด
(เสนผา ศนู ยกลาง≥2.5 มม.) ของแนวตง้ั
4 การปอ งกนั วตั ถุแปลกปลอมที่เปนของแขง็ การปอ งกนั นำ้ กระเด็นจากทุกทศิ ทาง
(เสน ผา ศนู ยก ลาง ≥1 มม.) ปอ งกันนำ้ ในระดับความดนั ของเหลวทีต่ ำ่ จากส่งิ
5 การปอ งกันทางเขาของฝนุ ทีจ่ ำกดั หอหุมจากทกุ ทิศทาง
ปองกันนำ้ ในระดับความดนั ของเหลวทสี่ ูงจากสงิ่
6 การปองกนั ทางเขาของฝุนท้ังหมด หอ หุมจากทุกทิศทาง
จมุ น้ำชั่วคราว (1 เมตร เปนเวลา 30 นาที)
7 ไมสามารถใชได N/A ปองกันการจมุ น้ำอยางตอเน่ืองในระยะเวลาส้ัน
8 ไมสามารถใชไ ด N/A (2 เมตร เปนเวลา 60 นาที)
9 ไมส ามารถใชไ ด N/A ไอน้ำซึ่งพงุ ตรงไปสสู ิ่งหอหุมท่ีแรงดนั สูงจากทุก
ทิศทาง
สำหรบั การใชง านกับสารทำความเย็นท่ีตดิ ไฟได แนะนำใหใช IP 67 เปนขน้ั ตำ่ สุดเพื่อรับประกนั
ถึงความแนน ของกาซ
IP67: การปอ งกนั ฝนุ เขา ท้ังหมดและการจุมในน้ำชั่วคราว
การจัดการใชส ารทำความเย็นท่ีตดิ ไฟไดอยา งปลอดภัย 372
12.3 การตรวจสอบระบบไฟฟา ของเครอื่ งใชไฟฟา
ระบบไฟฟาและเคร่ืองไฟฟาจะตองไดรับการทดสอบกอนเริ่มทดสอบระบบ ทัง้ หลงั จากการติดต้ังและ
ดัดแปลง โดยจะตองดำเนนิ การโดยผทู ม่ี ีคณุ สมบตั ทิ ีเ่ หมาะสม รวมทั้งมีอปุ กรณแ ละเครือ่ งมอื ท่ีไดร บั อนมุ ตั ิ
การตรวจสอบทางไฟฟา โดยทว่ั ไปจะรวมถงึ ข้นั ตอนตอไปน:ี้
• ตองมอง สมั ผสั เขยา หรอื ดึงอุปกรณ
• ตรวจสอบวา สายไฟและองคประกอบทางไฟฟาน้ันติดแนน
• ตรวจสอบการเช่ือมตอท่ถี กู ตอ ง
• ตรวจสอบระยะที่ถกู ตอง เชน ของสายไฟและฟวส
• ตรวจสอบวา สวนหางปลา (cable lugs) ของอุปกรณไ ฟฟา นั้นติดตัง้ อยา งถกู ตอง
• ทดสอบเซอรกิตเบรกเกอรกันไฟฟาลัดวงจร มาตรการปองกัน (เชน วัสดุหอหุม) และการเชื่อมตอ
ทถี่ กู ตอ งของัวเหนี่ยวนำเพอ่ื ปองกัน
หากละเลยหรือไมระมัดระวัง อาจเกิดอันตรายตอชีวิตของทุกคนซึ่งเขามาสัมผัสกับเครื่องไฟฟาหรือ
โรงงาน และผูท่ตี อ งทำงานกับอปุ กรณเหลานี้
12.3.1 การตรวจสอบทว่ั ไป
ข้ันแรก คือการตรวจสอบดว ยตาอยา งครา วๆ :
1. อุปกรณนน้ั จะตอ งไดรบั การปองกนั จากสิ่งแวดลอ มภายนอกหรอื ไม มกี ารจดั การอยางไร
ตัวอยางสิ่งแวดลอมภายนอก ไดแก ระบบไฟฟาอื่น ๆที่ทำใหเกิดการสั่นสะเทือนหรืออาจทำใหตอง
สัมผัสกับน้ำ การรัดอุปกรณ การใชกรอบปองกัน หรือการหาที่วางอื่น ๆ อาจเปนทางแกปญหาเพื่อปองกัน
อนั ตรายเหลานนั้
2. ไดมีการจัดระยะของอุปกรณปองกันกระแสไฟฟาลนเกิน เชน ฟวส และ MCBs ตามจุดออนที่สุด
ของวงจรหรอื ไม
ตัวอยา งเชน : สายไฟ 1.5 มม. ² = 18 A; ปลั๊กไฟ = 16 A; สวิตช = 10A;
สรุป: เลือกฟว ส 10 A
3. ไดต ดิ ฉลากของแตล ะวงจรอยา งถกู ตองหรือไม
วงจรหลัก วงจรควบคุม และวงจรที่มีแรงดันไฟฟาต่ำ จะตองทำเครื่องหมายไวอยางชัดเจน เชน ใช
สายไฟที่มสี ีแตกตางกนั
4. มีผงั การวางสายไฟหรือไม (ถา สามารถทำได)
เอกสารแสดงผังวงจรจะอยูที่ตัวเครื่องจักรเอง หรือจะใหไวแยกตางหากก็ได โดยจะตองมีการ
ตรวจสอบวาผังดงั กลาวน้นั เปนของโรงงาน
การจดั การใชสารทำความเยน็ ทต่ี ดิ ไฟไดอยา งปลอดภยั 373
12.3.2 สายตอประสานหลัก (Main Equipotential Bonding)
การประสานศกั ยใหเทา กัน (equipotential bonding) ปอ งกนั ความตา งศกั ยที่อาจเกดิ ขึ้นซ่ึงคุกคาม
ตอชีวิตหรือแรงดันระหวางชิ้นสวนที่เหนี่ยวนำและสายดินในกรณีที่เกิดความผิดพลาดของฉนวน ซึ่ง
หมายความวา วสั ดุทเ่ี ปนตวั เหนีย่ วนำทัง้ หมดจะเช่ือมตอกนั และตอกับสายดิน ระบบการกอสรางตอไปน้ีและ
วัสดเุ หนีย่ วนำจะรวมเขา ดวยกนั โดยตรง :
• เครอื ขา ยโทรคมนาคม
• ระบบขอ มลู
• สายไฟฟาสาธารณปู โภค
• ทอกา ซภายใน
• ทอจา ยน้ำทเี่ ปนโลหะ
• ทอ ระบายน้ำโลหะ
• ระบบทำความรอ นสวนกลาง
• ระบบทอนำ้ เยน็ สว นกลาง
• หลกั ดนิ (earth electrodes) พ้นื ฐาน หรอื หลกั ดนิ เพือ่ ปอ งกนั ฟาผา
• ตวั เหนย่ี วนำสายดินสำหรบั เสาอากาศ (ถา มี)
• ตัวเหนย่ี วนำสายดินสำหรับระบบโทรคมนาคม (ถา มี)
• ตัวเหนี่ยวนำเพื่อปองกันของการติดตั้งทางไฟฟาโดยสอดคลองกับมาตรฐานชุด VED0100-
100:2009-06 s (ตวั เหนยี่ วนำ PEN สำหรบั ระบบ TN และตัวเหนยี่ วนำ PE สำหรับระบบ TT หรือระบบ IT)
• สายดนิ หลกั เพ่อื การประสานศกั ยใหเ ทา กัน (Main equipotential bonding conductor)
• แผนโลหะปอ งกนั สำหรบั ตัวเหนีย่ วนำไฟฟา และอเิ ลค็ ทรอนิค
• ปลอกสายไฟโลหะสำหรบั สายไฟฟา แรงดนั สงู ถึง 1000 โวลต
• ชิ้นสวนที่เปนตัวเหนี่ยวนำของโครงสรางการกอสราง (เชน รางยก โครงเหล็กกลา การวางทอระบาย
อากาศและทอเครื่องปรบั อากาศ)
การติดตั้งซึ่งมีการปองกันการกัดกรอนแบบแคโธดิค (cathodic) นั้นรวมกันทางออมโดยผานชอง
ประกายแยก (isolating spark gaps)
สายดิน จะตองเปนไปตามเงอ่ื นไขตอ ไปน:้ี
• ทนทานตอ ส่งิ ที่มผี ลกระทบภายนอกท้ังหมดในระหวา งการปฏิบตั ิงานตามปกติ
• ไมท ำใหเ กิดอันตรายจากไฟ
• ไมสงผลตอการทำงานของอุปกรณอ่ืน ๆ
• สน้ั ทสี่ ุดเทา ทเ่ี ปนไปได โดยไมม ชี ว งโคง ที่ชัดเจน หรอื แนวโคงและหว งท่ไี มจำเปน
• ชิน้ สวนทอี่ ยูเหนอื พ้นื ดินจะตองสามารถควบคมุ ได
• ช้ินสว นท่อี ยดู า นนอกจะตองไดร ับการปองกนั อยา งเหมาะสม เชน ดว ยการรองรับหรือวางไวในทอ
(เชน ในสถานท่ีซึ่งอาจเกดิ ความเสยี หายได)
การจัดการใชส ารทำความเยน็ ทตี่ ดิ ไฟไดอยา งปลอดภยั 374
สวนประกอบในการกอสรางสายดินสำหรับการกอสรางโลหะ อาจใชเปนสายดินแบบสุมได
สวนประกอบเหลาน้ี จะสรา งกลมุ ท่เี ช่อื มโยงอยา งตอเน่ือง เชน ถาดสายไฟ กรอบสายไฟ เสา รางปน จั่น เสา
เหล็กกลา การเสริมเสาซึ่งทำจากคอนกรีตที่ไหลจากการหมุน ทอโลหะ อุปกรณรองรับทอและเครื่องจักร
การเชื่อมโยงสายดิน (grounding conductors) และสายตอหลักดิน (ground electrodes) จะตอง
ดำเนนิ การอยางถูกตอ งและวางระยะโดยเฉพาะ ในขณะทใ่ี ชอ ปุ กรณย ึด หลักการคือ อุปกรณยึดท่ใี ชจะตองไม
สรางความเสยี หายโดยตรงตอ หลักดิน (เชน ทอ) หรือสายดนิ
หลักการของการประสานศักยใหเ ทา กัน (equipotential bonding) รวมถงึ การปอ งกนั สายฟาภายใน
โครงสรา งอาคารและองคประกอบทวั่ ไปไดร ะบไุ วในภาพ 12.9
ภาพที่ 12.9 ตวั อยา งของการประสานศกั ยใหเ ทากัน
1 การประสานศกั ยใหเ ทา กนั (Equipotential 7 หางปลา (terminal lug) ของสายดนิ 13 การจา ยไฟฟาและเครอื ขายการ
bonding)/ ปลายทางของสายดินหลกั พนื้ ฐาน กระจาย
ชองผา นประกายของฉนวน
2 หลกั ดินพน้ื ฐานและหลักดนิ กนั ฟาผา 8 (Insulation spark gap) 14 ระบบ IT
3 ตวั เชอื่ มหลกั ดนิ พน้ื ฐานและหลกั ดนิ กนั ฟาผา 9 องคป ระกอบท่เี ปน ฉนวน 15 หางปลา (Terminal lug) เพื่อปองกนั
ฟาผา ภายนอก
การตดิ ต้งั แบบฝง การดำเนนิ การทแี่ ยก
4 กับดกั ฟาผา (Lightning current arrestor) 10 ออกมา (เชน การตดิ ตง้ั ถงั ปอ งกนั แบบ 16 มิเตอร
5 ปลายทาง แคโทดคิ (cathodic) 17 การติดต้ังไฟฟา ในอาคาร
องคประกอบโลหะท่ผี า นเขาไปใน
6 อุปกรณย ึดทอ (Pipe clamp) 11 อาคาร (เชน โครงโลหะ รางยก (lift 18 พื้นฐานและโครงสรางของอาคาร
rails) ฯลฯ)
- เสาอากาศ
- ระบบสง สัญญาณระยะไกล
12 - การประสานศกั ยใหเ ทา กัน
(Equipotential bonding) ของ
หอ งนำ้
การจัดการใชสารทำความเย็นทีต่ ิดไฟไดอยา งปลอดภัย 375
12.3.3 การวดั ความตา นทานฉนวนในระบบไฟฟา
ฉนวนจะเกาลงจากความรอน เคมี และแรงดันเชิงกล ฉนวนทเี่ ส่ือมสภาพคือสาเหตุสำคญั ประการหน่ึง
ท่ที ำใหเ กดิ ความผิดปกติในระบบไฟฟา ดังนนั้ จงึ ควรวัดความตา นทานของฉนวนเปน ประจำ ซึง่ ทำไดโดยการ
วัดฉนวนระหวางตัวเหนี่ยวนำไฟฟาทีท่ ำงานได (active conductors) และสายดิน (protective conductor)
การวัดความตา นทานของฉนวนอาจทำไดสำหรับเครื่องใชไฟฟาที่มีการทำความเย็นบางชนิดและองคประกอบ
ตาง ๆ เชน คอมเพรสเซอร พดั ลม และเครอื่ งทำความรอน
ตรวจสอบใหแ นใ จวา ไมมีสารทำความเย็นท่ีตดิ ไฟไดห รือสารอน่ื ๆทต่ี ิดไฟไดอยูภ ายใน
บรเิ วณทว่ี ัดฉนวน ถาจำเปน ใหท ำอุปกรณใหเ ปนกาซเฉื่อย และตรวจสอบใหแ นใจวา ไมมสี ารคงคางใด ๆ
ในพ้นื ท่ีซึ่งอาจเกิดบรรยากาศทที่ ำใหร ะเบดิ ได จะตองวัดตัวเหนีย่ วนำทั้งหมดโดยเทียบซง่ึ กันและกัน
การวัดความตานทานของฉนวน
• เช่อื มตะก่วั ทงั้ สองขา มส่ิงกดี ขวางท่ีเปนฉนวนท่ีทานตองการทดสอบ
• ใชแรงดันไฟฟาทสี่ งู กวา แรงดันไฟฟา ทท่ี ำงานอยู
• ใชกระแสไฟฟา DC ทม่ี กี ารควบคมุ และคงที่ เน่ืองจากกระแส AC อาจทำใหเ กดิ ความตานทานของตัว
เกบ็ ประจหุ รือความตา นทานของตัวเหนี่ยวนำ ซงึ่ ทำใหผ ลการวัดผิดไปได
• ไมต ออุปกรณท ีอ่ าจเสียหายจากแรงดันไฟฟา ที่ใชวดั หรือทำใหการวัดผดิ พลาด (เชน หมอแปลง)
• ทำใหท ัง้ ระบบไมม ีแรงดันไฟฟา
• ถา เปน ไปได/ จำเปน ใหเปด ฟวสแ ละสวิตชเ พ่ือวดั ทั้งระบบในระบบท่ไี มม แี รงดนั ไฟฟา
• วัดการไหลของกระแสท่ีร่ัวและคำนวณการวัดความตา นทาน (เปน megohms)
12.3.4 การวัดคาความตานทานรวมของระบบ (loop impedance)
การทดสอบนี้ ใชเพื่อทดสอบวาฟวสหรือเซอรกิตเบรคเกอรทำงานเร็วพอหรือไมในกรณีที่เกิด
ขอ ผิดพลาดในการตดิ ตั้งเพื่อปองกนั อัคคีภัย
• คาความตานทานรวมของระบบ ( loop impedance) คือผลรวมของความตานทานทั้งหมดใน
เครอื ขา ยการจายไฟฟาและตัวเหนยี่ วนำในวงจรสุดทาย
• ความตานทานจะตองต่ำพอที่จะปลอยใหมีกระแสไฟฟาที่เพียงพอไหลเขามาในกรณีที่เกิด
กระแสไฟฟา ลดั วงจรเพือ่ ตดั ฟว ส ในทางปฏบิ ัติแลว คา ความตานทานรวมของระบบสูงสดุ คอื 1 โอหม
• คา ความตานทานรวมของระบบอาจมากกวา 1โอหม ได ตราบเทาทกี่ ระแสไฟฟาท่ลี ัดวงจรนั้นมาก
พอท่จี ะตัดอุปกรณป องกันวงจร (circuit protector)
การจัดการใชสารทำความเย็นที่ติดไฟไดอยา งปลอดภยั 376
12.3.5 การวัดแรงดนั ไฟฟาใชงาน (operating voltages)
การวัดแรงดันไฟฟาที่กำหนดทั้งหมดหลังจากเปดสวิตชระบบเพื่อใหมั่นใจถึงการทำงานที่ปลอดภัย
ใชเ ครือ่ งทดสอบแรงดันไฟฟา แบบสองเสา หรอื มลั ติมิเตอร (multimeter)
เชน เครือขายในครวั เรือนทีพ่ บไดท่ัวไปใน EU:
• ตัวเหน่ียวนำภายนอกเทยี บกบั ตวั เหน่ยี วนำภายนอก 400 โวลต
• ตวั เหนยี่ วนำภายนอกเทยี บกบั คากลาง 230 โวลตV
• ตัวเหนีย่ วนำภายนอกเทียบกับสายดิน 230 โวลต
• ตวั เหน่ยี วนำคา กลางเทยี บกับสายดนิ 0 โวลต
12.3.6 การทดสอบระบบปองกนั
ระบบปองกันและระบบเตือนภัย เชน RCDs เครื่องติดตามฉนวน และอุปกรณปองกันเหตุฉุกเฉิน
จะตอ งไดร ับการทดสอบเปน ประจำเพื่อใหแ นใจวาทำงานไดอ ยางถกู ตอง
ตัวอยา งการทดสอบเหลาน้ีไดแก:
• การทำงานของปมุ ทดสอบใน RCDs และอปุ กรณตรวจตดิ ตามฉนวน
• ขอพสิ ูจนก ารทำงานของอปุ กรณปองกนั เหตฉุ ุกเฉิน (โดยใชปุมทดสอบ)
• การตรวจสอบการทำหนาทขี่ องหนวยใหส ัญญาณ
เมื่อกดปุมทดสอบของอุปกรณ RCD จะเปนการทดสอบการทำงานของอุปกรณนี้เทานั้น แตจะไมได
พสิ ูจนถ ึงการทำงานของมาตรการปอ งกันโดยรวมและประสทิ ธิภาพ ดังนั้นจงึ จำเปน อยา งย่งิ ที่จะตอ งมกี ารวัดใน
สวนนี้
ภาพที่ 12.10 ปุมทดสอบบนอุปกรณ RCD 377
การจดั การใชส ารทำความเย็นทต่ี ิดไฟไดอยางปลอดภัย
12.4 สายไฟฟาและเสน ลวดสายไฟ
สำหรับการคัดเลือกวัสดุในการติดตั้ง ขอกำหนดในการติดตั้ง และขอกำหนดเฉพาะในการใชงาน
จะตองปฏิบัติตามกฎระเบียบระดับประเทศ โดยกฎระเบียบระดับประเทศเหลาน้ี อาจแตกตางไปจากเนือ้ หา
ทางเทคนคิ ท่ไี ดอ ธิบายตอไปนี้
12.4.1 การวางสายไฟตายตัวและการเชือ่ มตอกับโครงขายไฟฟา สาธารณะ
อุปกรณไฟฟา จะตองตดิ ตัง้ โดยชา งไฟฟา ที่ผา นการรับรองและลงทะเบียนแลวเทา นน้ั
ผูปฏิบัติงาน RACHP ที่มีทักษะ โดยทั่วไปไมมีคุณสมบัติที่จะวางสายไฟในระบบเทคนิคไฟฟา
อยางไรก็ตาม ถาพวกเขาผานการฝกอบรมมาอยางเหมาะสม อาจวางสายไฟของเครื่องจักร RACHP
โดยสอดคลอ งกับมาตรฐานและกฎระเบียบระดบั ประเทศ
กฎโดยทวั่ ไปคือ การวางสายไฟ จะตองเปนไปตามมาตรฐานและกฎระเบยี บระดบั ประเทศ และ
ตองปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบียบตา ง ๆ เก่ยี วกับความแข็งแรงของสายไฟ การปองกัน และการรดั สายไฟ
มีสายเคเบิลและสายไฟอยูหลายชนิด ตาราง12.6 แสดงปจจัยตาง ๆ ซึ่งนำไปสูการเลือกสายเคเบิล
และสายไฟที่เหมาะสมสำหรบั สถานการณเ ฉพาะ
ตารางที่ 12.6 ปจจยั ในการเลือกสายไฟฟา
ปจจัย ผลสำหรบั การเลือก
• ตำแหนง ท่ีติดตง้ั ? ชนิดของสายไฟ
o ภายนอกหรอื ภายในอาคาร จำนวนเสนลวดไฟฟา
o สอดคลอ งกบั กฎระเบียบดา นความปลอดภัยสำหรบั การติดตงั้ นี้
• การตดิ ตง้ั แบบตายตวั หรอื ยืดหยนุ ได เสน ผา ศนู ยกลางของตัว
• อปุ กรณใ ดจะตอ งใชไ ฟฟา บา ง เหนีย่ วนำไฟฟา
• ชนดิ ของวงจรไฟฟา
o ระยะเดียว สามระยะ โดยมี หรอื ไมมีสายนวิ ทรัล (neutral) ระยะระหวา งจุดทีย่ ดึ
• เสนผาศนู ยก ลางตำ่ สดุ ของตวั เหนี่ยวนำตามขอ กำหนดของมาตรฐาน
• ขีดจำกดั ในการรับกระแสไฟฟา ต่ำสดุ ตามขอกำหนดของมาตรฐาน
• การปอ งกนั ท่จี ำเปน เพ่อื จา ยไฟใหแ กอ ุปกรณท่ีทำงาน
• ขดี จำกดั ในการรบั กระแสไฟฟาเพอ่ื ปอ งกนั ไฟ
• สภาพของเซอรกิตเบรกเกอรของมาตรการปอ งกัน
• การตกของแรงดันไฟฟา
• ชนดิ ของการตดิ ตงั้
o ระยะในการยกสูงสุด
o รัศมคี วามโคง สงู สดุ
o การผอ นความตึง
การจัดการใชส ารทำความเยน็ ทต่ี ิดไฟไดอยา งปลอดภัย 378
12.4.1.1 พกิ ดั ศลุ กากร CENELEC ในยุโรป
สายเคเบิลจะมีการรวมพิกัดและจัดทำมาตรฐานในยุโรปโดย CENELEC ใน พ.ศ. 2519 การ
ติดฉลากสายเคเบลิ ไดใ หข อมลู เก่ยี วกบั แรงดนั ไฟฟา และโครงสรางของสายเคเบลิ ทอ่ี นุญาตใหใ ชได
การใชสายเคเบิลที่ไดรับคำแนะนำตามตัวอยาง (สำหรับการใชในการติดตั้งระบบ RACHP
เชนกนั ) ดงั ทกี่ ำหนดไวใ นมาตรฐานการจัดทำพกิ ดั มีดงั ตอ ไปนี้
สาย PVC (YSLY-JB)
• ใชไ ดทว่ั ไป: กำลังที่ยืดหยุน มีการควบคมุ กระบวนการ ภาพที่ 12.11 สาย YSLY-JB
และเปนสายเคเบิลที่จำเปนสำหรับการใชงานทางอุตสาหกรรมและ
วศิ วกรรมเคร่อื งกลสำหรบั การใชงานภายในอาคาร
• เพอ่ื การตดิ ตั้งในหองท่แี หง และช้นื
• สายเคเบิลชนิดนีท้ นทานตอสารเคมี น้ำมัน และคราบ
มนั ทพ่ี บไดม ากที่สุด
• ไมเหมาะสมกบั การเคลือ่ นทอี่ ยเู สมอ
สายยาง (H05RR-F / H07RN-F),
• เพื่อการใชงานเมื่อสายเคเบิลจะตองเผชิญกับความ
กดดนั เชงิ กลในบรเิ วณทแ่ี หงหรือชน้ื
• อาจใชเปนสายจายไฟสำหรับมอเตอรแบบพกพา
เครื่องใชไฟฟา เครื่องมือไฟฟาสำหรับใชในบาน และอุปกรณดาน
การเกษตรและนำ้ ใช
• อาจติดตั้งบนปลาสเตอร หรือติดตั้งโดยตรงบน
ช้นิ สว นเชงิ โครงสรางของเครือ่ งจกั รที่มนี ้ำหนักมาก
ภาพท่ี 12.12 สาย H=5RR-F
สาย PVC (H05VV-F)
• สำหรับการใชงานในสำนักงานและบานเรือน ภาพที่ 12.13 สาย H=5RR-F
โดยทั่วไปแลว จะใชสำหรับเครื่องใชไฟฟาในครัวเรือน เชน เครื่องซักผา
และตูเยน็
• อนุญาตใหใชไดกับเครื่องใชไฟฟาในการทำอาหาร
และใหความรอน ในกรณีที่สายเคเบิลนั้นไมไดสัมผัสกับสวนที่รอน และ
ไมไ ดร ับรังสี
• ไมเหมาะกับการใชงานนอกอาคารและการเคลื่อนท่ี
เปนประจำ
การจัดการใชสารทำความเย็นทต่ี ิดไฟไดอยา งปลอดภยั 379
12.4.2 การใชสีของสายไฟ
สำหรบั สายเคเบิลสวนใหญ สายไฟดานในจะมีการใหร หสั ดวยสี
ตารางที่ 12.7 การใหรหัสสีของสายไฟโดยท่วั ไป
สายไฟ (wire) ยุโรป จนี สงิ คโปร รสั เซีย สหรฐั อเมรกิ า แคนาดา ออสเตรเลีย
ระยะของตัวเหนยี่ วนำ ยเู ครน เบลลารสุ อเมรกิ าใตแ ละญปี่ นุ นวิ ซแี ลนด
นวิ ทรลั หรอื กลาง แดง ขาว อ่ืน ๆ
สายดนิ ปองกันและสายดนิ คาซัคสถาน อารเ จนตินา ไทย ดำ นำ้ เงิน
ประสานศกั ย ดำ น้ำตาล เทา แดง ดำ เขยี วตองออน เขียว
น้ำเงิน ขาว
เขียวตองออน เขียว
ถา สายเคเบิลประกอบดวยสายไฟมากกวา 5 สาย โดยทั่วไปแลว ตอ งบันทึกจำนวน นอกจากสายไฟที่
มีการบันทึกตัวเลขนี้แลว สายเหนี่ยวนำสายหนึ่งจะตองมีสีเหลืองอมเขียว ถามีการวางเสนทางตัวเหนี่ยวนำ
กลางในสายไฟเหลาน้ี สายไฟนี้อาจนำมาใชโดยมีการใหตัวเลขที่ไดเลือกไว อยางไรก็ตาม สายไฟเหลานี้ยัง
ตองทำเคร่ืองหมายเปน สนี ้ำเงินในจุดของการยึดสายไฟ เชน ดว ยเทปฉนวนสีน้ำเงิน และทำเครื่องหมายเปน
สายนิวทรัล
12.4.3 การวางและตดิ สายเคเบิล
สภาพการวางสายเคเบิลและระยะการติดสายเคเบิลและสายไฟ ขึ้นอยูกับชนิดของวัสดุที่ใช ทั้งนี้ตอง
ปฏิบัติตามบทบัญญัติ กฎระเบียบ และมาตรฐานในการเชื่อมตอของทองถิ่น โดยเฉพาะอยางยิ่ง สำหรับการ
วางสายเคเบลิ ในอาคาร
สายเคเบิลที่ติดอยูบนพ้ืนผิว ควรเดินใหเรียบรอยและยึดติดในระยะหางที่สม่ำเสมอโดยสอดคลองกบั
คำแนะนำของผูผลิต (ดังนั้น จึงอาจตองมีการปรึกษาหารือเพื่อใหไดรับขอมูลทางเทคนิคโดยเฉพาะ)
นอกจากนี้ ควรใชอ ุปกรณยดึ ติดท่ีสามารถทนกับอณุ หภมู สิ ูงได
สายเคเบิลที่เคลื่อนที่ได จะตองจัดใหพรอมกับอุปกรณผอนความตึงโดยตรงในจุดที่แทรกเขาไป ซ่ึง
อาจเกิดขึ้นกับอปุ กรณยดึ สายเคเบิล หรอื ในอุปกรณหรือเครอ่ื งจกั ร
จะตองสอดสายเคเบิลเขาไปในองคประกอบของเครื่องไฟฟาและเครื่องจักร โดยใชอุปกรณยึดสาย
เคเบิลที่เหมาะสม ซึง่ จะใหก ารปองกนั IP ขจดั การสั่นสะเทอื น และผอนคลายความตึง
โดยทั่วไป จะใชสายเคเบิลที่ยืดหยุนได (ทางเคมีและการตานทานตอน้ำมัน) และอาจวางและติดตั้ง
ภายในทอ วางสายเคเบิลโดยเฉพาะ หรอื ในทอ ปองกนั หรอื รางสายเคเบิลที่เหมาะสม
การจัดการใชสารทำความเยน็ ท่ตี ดิ ไฟไดอยางปลอดภัย 380
ภาพที่ 12.14 การตดิ ตัง้ ไฟฟาสำหรบั การใชง านระบบ RACHP
12.4.4 ระบบทางเขาสายเคเบลิ (อุปกรณย ึดสายเคเบิล)
อุปกรณยึดสายเคเบิล (Cable glands) ใชเพื่อสอดและนำสายเคเบิลไฟฟา รวมทั้งทอลอน
(corrugated hoses) และทอ ลม (pneumatic hoses) เขาไปในตคู วบคุม ตูแจกจาย จดุ ตอสายไฟ (terminal
boxes) เครอื่ งจักรหรือยานพาหนะ
อุปกรณย ึดสายเคเบิ้ล จะใหการปอ งกันในระดับหน่งึ จาก:
• น้ำหรือฝุน ท่ีจะเขาไปในสายเคเบลิ
• การสมั ผสั
• ขอบโลหะทแ่ี หลมคม
• คลายความตึงเมอื่ ประกอบดว ยน็อตล็อค
ทางเขาสายเคเบิลมีอยูหลายขนาด ขนาดที่พบไดทั่วไป คือขนาดที่สอดคลองกับการจะที่กำหนดและ
รูปแบบของรใู นจุดทตี่ ดิ กับจดุ เช่อื มตอ ของอตุ สาหกรรมหนัก (10-pin, 16-pin หรือ 24-pin)
ทางเขาสายเคเบลิ แบบกลม โดยทั่วไปมักจะสอดคลองกับขนาดของสะพานไฟมาตรฐาน (M16-M63)
เนื่องจากระบบดังกลาวไดใชในระบบใชงานเอนกประสงค การปฏิบัติตามมาตรฐานตาง ๆจึงสำคัญมาก เชน
การแยกประเภท IP การอนุมัติ UL หรือการอนุมัติ ATEX สำหรับการติดตั้งในบรรยากาศที่อาจเกิดระเบดิ ได
ท้ังน้ี ขอหลงั นีใ้ นบางกรณีอาจมีความสำคัญในการใชส ารทำความเยน็ ท่ีติดไฟได
การจัดการใชส ารทำความเยน็ ท่ีตดิ ไฟไดอยางปลอดภัย 381
ภาพที่ 12.15 การแทรกสายเคเบิลมากกวาหน่งึ สายเขา ไปใน ภาพที่ 12.16 การวางและการสอด
จดุ ตอ สายของคอมเพรสเซอรอยางไมเพยี งพอ สายเคเบลิ เขา ไปในจุดตอสายของ
คอมเพรสเซอรแบบใหมล าสดุ
การแยกประเภทการปองกัน IP และการคลายความตึง จะรับประกันไดเมื่อสอดสายเคเบิลเขา
ไปหนึ่งสาย! การสอดสายเคเบิลมากกวาหนึง่ สายผานอุปกรณยึดสายเคเบิลนั้นไมส ามารถทำได และทำให
การรบั รองทีใ่ หเปน โมฆะ (การรับรองการปอ งกนั IP)
12.4.4.1 ตัวอยา งของระบบทางเขา สายเคเบิล (อุปกรณย ดึ สายเคเบลิ )
อุปกรณยึ ดส า ยเ คเ บิล ที ่ อิ งเ ท อร โ ม พล า ส ติ ก ภาพที่ 12.15 อปุ กรณยึด
(Thermoplastic-based cable gland) สำหรับการใชงานทั่วไปและ สายเคเบลิ PVC IP67
เพื่อความปลอดภัยในการทำงานในการติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ
การปองกันการสั่นสะเทือนและการคลายความตึง รวมทั้งแปนเกลียว
ลอ็ ค (locknut) และอปุ กรณย ดึ ขนาดใหญทห่ี ลากหลาย
อปุ กรณทใี่ ชม ากทส่ี ุด ซึง่ ไดแนะนำสำหรบั ระบบ RACHP
IP67 – 5 บาร ทดสอบตามมาตรฐาน EN 60529
เหมาะสำหรับการติดต้ังภายนอกอาคารท่ีไมมีการปองกัน
ตามมาตรฐาน DIN VDE 0100 Part 737
ตัวอยาง: แบบ (ตัดดานขาง) ของอุปกรณยึดสายเคเบิล ภาพที่ 12.16 แบบตดั
IP67 ซง่ึ มีการปอ งกนั การส่ันสะเทือน การคลายความตึง และเกลียวล็อค ดา นขางของอุปกรณย ึดสาย
แปน www.hensel-electric.de
การจดั การใชสารทำความเย็นที่ตดิ ไฟไดอยา งปลอดภัย 382
อุปกรณยึดเคเบิลที่ทำจากทองเหลือง เคลือบดวยนิกเกลิ สำหรับการใชงานทั่วไปและสำหรับ
ความปลอดภยั ในการทำงานในการตดิ ต้งั เครอื่ งจกั รและอุปกรณ
การปองกันการสั่นสะเทือนและการคลายความตึงและ
เกลียวล็อคแปน อุปกรณยึดตา ง ๆ ขนาดใหญ
แนะนำสำหรับระบบ RACHP
M50x1,5 IP 68 – 10บ า ร / 30 น า ที สำหรับ M12x1,5 ถึ ง ภาพที่ 12.17 อุปกรณย ึดสาย
ตามมาตรฐาน EN 60529 เคเบิลทองเหลืองและเคลือบนิกเกลิ
ตอเนือ่ ง ฝุนไมเขา มีการปองกันอยางเต็มที่จากการสัมผัสรางกาย ปองกันผลจากการจุมน้ำอยาง
เหมาะสำหรับการติดตั้งภายนอกอาคารที่ไมมีการปองกัน ตามมาตรฐาน DIN VDE 0100
ตอนท่ี 737
อุปกรณยึดเคเบิลแบบพลาสติก ATEX พลัส ซึ่งมีการ
ปองกันในระดับสูงและลดการสอดปด ปองกันการระเบิด การปองกัน
การสั่นสะเทือนและการคลายความตึง และเกลียวล็อคแปน พรอมทั้ง
อปุ กรณยึดทหี่ ลากหลายขนาดใหญ
แนะนำสำหรับระบบ RACHP และในกรณีที่ตองปฏิบัติ
ตามกฎระเบยี บ ATEX
การรับรอง : CE 0637 Ex II 2G Ex eb IIC Ex II 1D Ex ภาพท่ี 12.18 อปุ กรณยึด
ta IIIC IECEx IBE 13.0027X สายเคเบิล ATEX สำหรับ
การใชในเขตท่ีตดิ ไฟได
เหมาะสำหรับการติดตั้งภายนอกอาคารซึ่งไมมีการ
ปองกนั ตามมาตรฐาน DIN VDE 0100 ตอนท่ี 737
อุปกรณยึดสายเคเบิลเทอรโมพลาสติกสำหรับการใชทั่วไปและสำหรับอุปกรณยึดชนิดตาง ๆ
ขนาดใหญ
ไมมีการคลายความตึง และมีการปองกันการสั่นสะเทือน
ทจ่ี ำกัด
ใชมากที่สุดในการติดตั้งอาคารที่ประดับหลอดไฟฟา
จำกดั /เฉพาะ สำหรับ RACHP
การทดสอบ IP54 ตามมาตรฐาน EN 60529 ภาพท่ี 12.19 อปุ กรณยึด
การปอ งกนั ฝนุ การปอ งการสมั ผัสกบั รางกาย การปองกัน สายเคเบิลแบบเรียบ IP54
น้ำที่ฉีดมาจากทุกทิศทาง จำกัดสง่ิ ทเ่ี ขาไปในสายเคเบลิ
การจัดการใชส ารทำความเย็นทต่ี ิดไฟไดอยา งปลอดภยั 383
จกุ PVC แบบขนั้ สำหรับสายเคเบลิ ขนาด 5 ถงึ 16 มม. ภาพท่ี 12.20 จุกเคเบลิ
ไมมีการคลายความตึง และมีการปองกันความ แบบขนั้ IP54
สั่นสะเทอื นจำกดั
การทดสอบ IP54 ตามมาตรฐาน EN 60529 ภาพท่ี 12.21 ปลอกสาย
การปองกันฝุน การปองกันการสัมผัสกับรา งกาย ปองกัน เคเบลิ ยาง
นำ้ ท่ีฉีดมาจากทุกทิศทาง จำกดั ส่ิงทเ่ี ขาไปในสายเคเบลิ
ปลอกสายเคเบิลยางสำหรับการใชงานทั่วไป ไมมีการ
ปอ งกนั การสัน่ สะเทอื นและคลายความตงึ
มชี วงการใชง านท่ีหลากหลาย
ใชทั่วไป จำกัด/ เฉพาะสำหรบั ระบบ RACHP
ไมม ชี นดิ ของการปองกนั ท่ีระบเุ ปนพิเศษ
12.4.4.2 การตอ สายไฟฟา และปล๊กั
ปลายสายเคเบิลที่ปลอยโลง (ในสายไฟแบบยืดหยุนไดบางประเภท) อาจเปนอันตรายเนื่องจากทำ
ใหเกิดประกายไฟและการไหม ซึ่งอาจเปนแหลงจุดไฟถามีสารทำความเย็นที่ติดไฟได และสงผลใหระบบ
ทำงานผดิ พลาดหรือเกิดสถานการณอันตราย (ไฟและระเบิด)
เพื่อเปนการปองกัน จำเปนตองติดตั้งหางปลาแบบกด (crimping cable lugs) และปลอก
สายไฟแบบถาวรและเชื่อถือได หางปลาจะชวยใหมีการตอสายเคเบิลหรือฟนเกลียวดวยตะปูควง (โลหะที่ทำ
เปน รู คราด) หรือปล๊กั (ตัวตอแบบแบน)
ในทางตรงกันขาม มักจำเปนตองใชขั้วปลายสายในการรัดสายไฟที่ตูไฟ นอกจากน้ี ตัว
เหนี่ยวนำแบบของแข็ง อาจเชื่อมโดยตรงกับวงจรดวยการดัดสายไฟ สำหรับการยึดดวยตะปูควงสำหรับสาย
เคเบลิ แบบฟนเกลียว ตอ งใชหวงยึด เมื่อสายไฟถกู สอดเขามาเปน รูปวงแหวน
ปลอกปลายสายเคเบิลท่เี ปน ฉนวน จะมีลกั ษณะสขี องสว นทตี่ ดั กัน:
• สแี ดงสำหรบั สวนทีต่ ัดกันตั้งแต 0.5 ถงึ 1.5 ตารางมลิ ลิเมตร
• สีนำ้ เงนิ สำหรับสวนทตี่ ัดกนั ต้งั แต 1.5 ถงึ 2.5 ตารางมิลลเิ มตร
• สีเหลอื ง สำหรับสว นทต่ี ัดกันท่มี ากกวา 2.5 ถึง 6 ตารางมิลลิเมตร
การจัดการใชส ารทำความเยน็ ทต่ี ดิ ไฟไดอยา งปลอดภัย 384
สำหรับการเตรียมตอสายเคเบิลแบบยืดหยุน
ได ใหใชคีมคบี สายไฟ
ไมควรใชค มี ตดั ดา นขา งหรอื มดี !
เพราะอาจสรางความเสียหายแกสายไฟ
ทองแดงเสนบาง ๆ แตละเสน สายไฟทองแดงที่
เสียหาย จะทำใหเกิดประกายไฟและการไหม ซึ่งอาจ
นำไปสูการจดุ ประกาย
ภาพที่ 12.22 คีมคบี สายไฟสำหรบั
การเตรียมตอสายเคเบลิ
ตัวอยางของคีมคีบสายไฟเพื่อตัดสายเคเบิล
คีมย้ำสายไฟ และการยึดปลายสายเคเบิลและตัว
เชื่อมตอท้ังท่ีหุมฉนวนและไมห ุมฉนวน โดยมีรูผานเพื่อ
ต ั ด ส ล ั ก เ ก ล ี ย ว ท อ ง แ ด ง ห ร ื อ ท อ ง เ ห ล ื อ ง ซ ึ ่ ง มี
เสนผา ศนู ยกลาง M 2.6; M 3; M 3.5; M 4 และM 5
ภาพท่ี 12.23 คมี คีบสายไฟ ควรใชปลอกปลายสายไฟเมื่อสามารถกระทำ
www.knipex.de ได (อุปกรณตัดตอวงจร (contactors) การควบคุม
ฯลฯ) เพ่ือใหมกี ารเช่อื มตอของไฟฟาอยา งเชือ่ ถือได
ภาพท่ี 12.24 ปลอกปลายสายไฟสำหรบั
การตอ เชื่อมสายไฟที่ยืดหยนุ ได (Knipex)
ภาพที่ 12.25 หางปลาแบบกด สำหรบั ใชกับ หางปลาแบบกด (Crimping cable lugs) เปน
การตอสายไฟแบบยืดหยนุ (Knipex) ร ู เ จ า ะ ห ร ื อ แ ฉ ก เ พ ื ่ อ ใ ห ใ ช ต ะ ป ู ค ว ง เ ช ื ่ อ ม ต อ กั บ
สวนประกอบที่เหนี่ยวนำไฟฟา ซึ่งเชื่อมกับ
สว นประกอบนี้ และเชื่อมกบั หางปลาอีกหนึ่งชิน้ ข้นึ ไป
การจดั การใชส ารทำความเย็นทต่ี ดิ ไฟไดอยา งปลอดภัย 385
ภาพที่ 12.26 การสรางการเช่อื มตอ ดวยการใชหางปลาแบบกด จะมีการสรางหาง
ดว ยการกดสำหรบั หางปลา (Knipex) ปลาแบบกดนี้จากแผนโลหะ ซึ่งโคงขึน้ มา ระหวางการ
กดนั้น บริเวณนี้รวมทั้งปลายสายไฟ จะถูกสอดเขาไป
ภาพที่ 12.27 หางปลาแบบอัด ในเครื่องมือหรือเครื่องจักรที่ใชกด ทำใหแผนโลหะ
หมุ ฉนวน (Knipex) เปนแถบโคงเขามาและลงไปที่ปลายสายไฟ ดังนั้น จึง
กลายเปน สว นตัดรูปไต
บอยครั้งที่มีแถบโลหะต้ังแตสองชิ้นขึ้นไปอยูท่ี
ปลายฉนวนของสายไฟ ดังนั้น จึงเปนไปไดที่จะสราง
ขึ้นมาในลักษณะเดียวกันกับการผอนความตึงและการ
ปอ งกนั รอยขด
หางปลาแบบอัด (Compression cable lugs)
มีสายเหนี่ยวนำรูปปลอกที่หนากวาโดยมีปลายปด ซึ่ง
ผิดรูปดวยคีมคีบ เพื่อใหตัวเหนี่ยวนำมีการเชื่อมตอ
ดว ยกำลังและรปู ทรง
ตัวเชื่อมตอไฟฟา ซึ่งไดจัดเตรียมโดยมือ
อาชีพนี้ จะชวยใหมีการตอไฟฟาอยางนาเชื่อถือที่สุด
และหลีกเล่ียงประกายไฟและการไหม
ภาพท่ี 12.28 ขว้ั ตอ ปลายสายไฟ (Knipex) สำหรับการเชื่อมตอเฉพาะ การใชขั้วตอปลาย
สายไฟชวยใหมั่นใจถึงการเชื่อมตอไฟฟาที่คงทนและ
หลกี เลี่ยงประกายไฟและการไหม
ตัวอยา งของการเชอื่ มตอไฟฟาทเี่ หมาะสม
การเชือ่ มตอไฟฟา ในเครอื่ งปรบั อากาศแบบแยกสวน ODU / IDU
• การเชื่อมตอไฟฟาดวยมือ จะตองเตรียมพรอมและเชื่อมตอโดยใชหางปลาที่และ
เครือ่ งมอื คีบที่เหมาะสม
• จัดใหม ีการตอ กับสายดนิ ดังท่ีคาดการณไวจาก OEM
• ตรวจสอบวาโมดุลท่ีเสียบปลกั๊ นนั้ ไดต ิดต้ังอยางถกู ตอง (ถา ใชไ ด)
• การคลายความตงึ ท่เี ชื่อถอื ได (ตะกรอ ดึงสาย) มคี วามสำคญั มาก
• สว นปดชองตอสายไฟ จะตอ งติดตง้ั ภายหลงั การเชอ่ื มตอ ไฟฟา ซึ่งไดต ิดไวแนน แลว
การจดั การใชสารทำความเยน็ ที่ตดิ ไฟไดอยางปลอดภยั 386
ภาพที่ 12.29 เคร่ืองปรับอากาศแบบแยกสว น – การเช่ือมตอไฟฟา
แบบ ODU (ซาย) – การเชื่อมตอ ไฟฟา แบบ IDU (ขวา)
ภาพที่ 12.30 การเช่ือมตอไฟฟากบั ปล๊ัก ขอ ควรระวงั ทวั่ ไปและขอกำหนดในการติดตงั้ สำหรับปลก๊ั หลัก
• ใชปล๊ักและสายเคเบิลหลักท่ีเหมาะสม
• เลือกชนิดการปองกันที่ถูกตอง (โปรดดูตอนที่
A12.2)
• จะตองเตรียมและเชื่อมขั้วตอปลายสายไฟ (Wire
end ferrules) ดว ยเครือ่ งมือคบี ท่ีเหมาะสม
• การคลายความตึงที่เชื่อถือได (ตะกรอดึงสาย) มี
ความสำคญั มาก
• จะตองติดตั้งสวนหุมปลั๊กหลังจากไดเชื่อมตอ
ไฟฟาและตดิ ใหแ นน
สายดินจะตองยาวกวาระยะและสายนิวทรัล เพื่อที่สายเคเบิลหลักจะถูกดึงออกมาโดย
สถานการณท ไ่ี มอาจควบคมุ ได และสายดนิ จะถกู ตัดออกในเปนลำดบั สดุ ทา ย!
กอนเริ่มทดสอบระบบวงจรสารทำความเย็นและการทำงานของเครื่องใชไฟฟา ตัวตอสายไฟทั้งหมด
(สลักเกลียว) จะตองขันใหแนนและไดรับการตรวจสอบการเช่ือมตอ และการติดตั้งทีไ่ วใ จได โดยเฉพาะ
อยางย่งิ จะตอ งตรวจสอบใหแนใ จวามกี ารตอสายดินเสมอ
การจัดการใชสารทำความเย็นท่ีตดิ ไฟไดอยางปลอดภัย 387
ตวั อยางที่ไมเ หมาะสมจากการติดตั้งในภาคสนาม
หางปลา (wire lugs) ทต่ี ดิ ต้งั อยางไมเพียงพอ จะไมทำใหเ กดิ การเช่ือมตอไฟฟาอยางนาเช่ือถือ
และทำใหระบบทำงานผดิ พลาด
ภาพท่ี 12.31 หางปลาทีต่ ิดต้ังอยา งไมถูกตอง ภาพที่ 12.32 ขาดปลอกสายไฟท่ีตวั นำไฟฟา
การเชื่อมตอสายไฟอยางไมเพียงพอที่เซอรกิตเบรกเกอร แถบสายไฟเปลาที่เชื่อมและติดตั้ง
ดวยสกรูจะทำใหสายขาด และดงั น้นั จงึ เกิดประกายไฟและการไหม และในทีส่ ดุ ทำใหติดไฟ
หางปลาที่ติดตั้งอยางไมเพียงพอ ทำใหเกิดการไหมในจุดสัมผัส และสุดทาย ทำให
คอมเพรสเซอรไมท ำงาน
ภาพที่ 12.33 หางปลาท่ีไมเ พยี งพอ (หลวม) ทำใหเกิดประกายไฟและการไหม
การจัดการใชสารทำความเย็นทตี่ ดิ ไฟไดอยา งปลอดภัย 388