The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การนำสารทำความเย็นกลับมาใช้ใหม่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by akavinz, 2022-06-15 02:18:05

บทที่ 10

การนำสารทำความเย็นกลับมาใช้ใหม่

บทท่ี 10

การนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหม

ผลของการเรียนรู
ทานจะไดเรียนรูเกี่ยวกับการนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหม โดยจะรูวิธีปฏิบัติตามขั้นตอนตาง ๆ

ในการปลอยสารสูบรรยากาศ การเผาทำลาย หรอื การติดฉลาก โดยเฉพาะสารทำความเยน็ ไฮโดรคารบอน
วตั ถปุ ระสงค

เมอ่ื รบั การเรยี นรูในบทน้แี ลว ผู เรียนจะตองสามารถ
1. ทราบถงึ การปลอยสารทำความเยน็ ทม่ี าจากสารตามธรรมชาติสบู รรยากาศได
2. เขาใจวธิ ีการปลอ ยสารทำความเย็นไฮโดรคารบ อนได
3. เขาใจวธิ ีการเผาสารทำความเย็นตดิ ไฟไฮโดรคารบ อนได
4. ทราบถึงการนำสารทำความเยน็ ติดไฟกลับมาใชใหมไ ด

การจดั การใชส ารทำความเยน็ ทีต่ ดิ ไฟไดอยางปลอดภยั 305

บทท่ี 10 การนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหม

10.1 การปลอยสารทำความเย็นท่มี าจากสารตามธรรมชาติสบู รรยากาศ

การปลอยสารทำความเย็นที่มาจากสารตามธรรมชาตสิ บู รรยากาศแทบไมเปนอันตรายตอส่ิงแวดลอม
ในโลก แตตองหลกี เลยี่ งสารทำความเยน็ ตอ ไปน้ี เนื่องจากเหตุผลในดานสขุ ภาพและความปลอดภยั

• แอมโมเนยี : ความเปนพิษ ความติดไฟ อาการขาดอากาศหายใจ
• คารบอนไดออกไซด: ความเปน พษิ อาการขาดอากาศหายใจ
• ไฮโดรคารบ อน: ความตดิ ไฟ อาการขาดอากาศหายใจ
สารทำความเยน็ ไฮโดรคารบอนทุกชนิดติดไฟมากและติดไฟเม่ือผสมกับอากาศ ปญหาเร่ืองการติดไฟ
สามารถจัดการไดหากมีมาตรการบางดานรองรับ โดยเฉพาะอยางยิ่งในการกำจัดสารทำความเย็น ตองปฏิบัติ
ตามขอควรระวังดานความปลอดภัยบางดานที่อยูในคำสั่ง ATEX (ATEX directive) มาตรฐาน และระเบียบ
ตา ง ๆ ( ดบู ทที่ 4)

การที่ตองนำสารทำความเย็นจากระบบ RACHP กลับมาใชใหม กอนทำงานในวงจรสารทำความเย็น
เชน ในกรณีของการซอม หรือกอนถอดแยก นอกจากน้ีอาจมีความจำเปนตองกำจดั สารทำความเย็นที่ตกคาง
จากถงั บรรจุ ( ดบู ท A3) ผูใชอ ุปกรณตอ งรับผดิ ชอบในการดำเนินกระบวนการนำสารทำความเย็นกลับมาใช
ใหมต ามกฎดา นความปลอดภัยท่กี ำหนดไว ตามเอกสารขอมูลความปลอดภัยของสารเคมีที่เกีย่ วของ และคูมือ
การทำงานของอปุ กรณของผูผลิต!

การเก็บสารทำความเย็นท่ีนำกลับมาใชใหมใ นถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหม และ
สามารถระบายทงิ้ หรือเผาแบบมกี ารควบคมุ กราฟตอ ไปน้แี สดงใหเห็นข้นั ตอนใดบางที่แนะนำในกรณตี า ง ๆ

มี ขน้ั ตอนการ รีไซเคิล
นำกลบั มาใช ฟอกเพ่ือใชซ ำ้
เครอ่ื งดูด
กลบั &ถงั เก็บ การกำจดั
การระบาย
ปรมิ าณการเตมิ > 500 กรัม ไฮโดรคารบอน ไมมี การเผาไฮโดรคารบอนที่
ไฮโดรคารบ อน < 500 กรมั มกี ารควบคุม/ยอมรบั

ภาพท่ี 10.1 ตัวเลือกในกำจดั สารทำความเย็นไฮโดรคารบอน

การจดั การใชส ารทำความเยน็ ทีต่ ดิ ไฟไดอยา งปลอดภยั 306

10.2 การปลอ ยสารทำความเย็นไฮโดรคารบอน

สำหรับสารทำความเย็นไฮโดรคารบอน สามารถทำการระบายทิ้งไดในฐานะที่เปนตัวเลือกหนึ่งในการนำ
สารทำความเย็นกลับมาใชใหม หากเติมในปริมาณที่ไมถึง 500 กรัม ทั้งน้ีเนื่องจากสารทำความเย็นไฮโดรคารบอน
ไมมคี า ODP (ตวั เลขแสดงระดับการทำลายโอโซนในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟยรสารทำความเย็น) และมคี า GWP
(ศกั ยภาพในการทำใหเกิดภาวะโลกรอน) เลก็ นอ ย อยา งไรก็ตาม สามารถดำเนินการไดต อเมื่อไดร ับอนุญาตตามกฎ
และระเบียบของประเทศ และควรปฏบิ ัตติ ามใหเ หมาะสม

การระบายทิ้งจะทำไดเฉพาะกับระบบท่ีมสี ารทำความเยน็ ไฮโดรคารบอนนอยกวา 500 กรมั หากมี
ปริมาณที่มากกวา น้ี ตอ งใชเ ครอื่ งดดู นำกลบั มาใชใหมห รือนำไปเผาใหป ลอดภยั

กอนระบายทงิ้ ในระบบตอ งม่นั ใจวา
• ไดพ ิจารณากฎหมายท่ีเกย่ี วของกับวสั ดทุ ่เี ปนของเสยี
• ไดพจิ ารณากฎหมายที่เกยี่ วของกับสง่ิ แวดลอม
• ไดปฏบิ ตั ิตามกฎหมายเกี่ยวกบั การจดั การความปลอดภัยของสารอนั ตราย
การระบายสารไฮโดรคารบ อน
• ขอ กำหนดเก่ียวกับทอ
• ทอตอ งมีความยาวและเสนผา นศูนยก ลางมากพอทจ่ี ะลากออกไปนอกอาคารอยางนอ ย 3 เมตร
• ทอตอ งทำจากวัสดทุ ใ่ี ชง านไดกับสารทำความเยน็ ไฮโดรคารบอนและนำ้ มนั ได
• ใชอุปกรณตอเพื่อยกระดับการระบายของทอเหนือระดับพื้นดินอยางนอย 1 เมตร เพื่อใหมีการ
ระบายในทิศทางข้นึ บน เพ่อื ชว ยเรอื่ งความเจอื จาง (ไมใ หเ ขม ขน )
• บรเิ วณใกล ๆ กบั ชองทางเขา ของทอ ตองตออปุ กรณแ ยกน้ำมนั เพ่ือปองกนั ไมใหมีการปลอยน้ำมัน
ทำความเย็นออกมา เพื่อที่จะสามารถเก็บและกำจัดไดอยางเหมาะสมตามขั้นตอนการระบาย อาจใชถังบรรจุ
สำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหมเ พื่อการน้ี
• ควรตรวจสอบทออยางสม่ำเสมอเพื่อใหแนใจวา ไมมีรหู รือการบิดท่ีอาจทำใหเ กิดการรว่ั หรือการปด
กั้นเสนทางการไหล
• มาตรการปอ งกันทตี่ อ งดำเนินการ
• ไมอ นุญาตใหมกี ารระบายเขาดานในอาคาร ไมว า สถานการณใ ด
• ตองไมร ะบายสูท ่ีสาธารณะ หรือในบริเวณท่คี นไมทราบวา ขั้นตอนน้ีเกดิ ขึ้น
• การระบายควรเกิดขึ้นเฉพาะในกรณีที่ไมสามารถปลอยสารทำความเย็นกลับเขาไปในอาคารที่อยู
ติดกนั ได และหากไมสามารถเคลอ่ื นยา ยไปยังบริเวณที่อยตู ำ่ กวา ระดับพ้ืนดินได
• ปลายทอสามารถระบายและกระจายไอควันติดไฟเพื่อสูอากาศในบรรยากาศ ไมควรมีเงื่อนไข
ขอจำกัดหรอื การบดิ งอภายในทอ ระบายอากาศท่จี ะขัดขวางการไหลโดยงาย
• ไมมีแหลง จุดตดิ ไฟใกลกบั จุดทร่ี ะบายของทอ
• ตอ งติดปายเตอื นกา ซไฟไวใกลก บั การระบายของทอและตามจงั หวะของทำความเยน็

การจัดการใชส ารทำความเยน็ ท่ตี ิดไฟไดอยางปลอดภยั 307

เกจวัดความดัน ปา ยสญั ลกั ษณ
เครอื่ งปรับอากาศแบบแยกสว น ความปลอดภยั

หรอื ชิลเลอร

โครงส รางอาคาร ~ 1 เมตร

เครอ่ื ง กา ซ ทอ ระบายอากาศ
ตรวจจบั ≥3 เมตร
กา ซ นำ้ มนั
พื้นที่ทำการตดิ ตง้ั

ภาพที่ 10.2 การตดิ ต้ังอปุ กรณในสถานการณที่มีการระบายกาซติดไฟไฮโดรคารบอนในที่ตดิ ต้ัง

เครอ่ื งมือ

• ชดุ แมนโิ ฟลดเกจพรอ มการปรบั เทียบสำหรบั สารทำความเย็นท่ีใช
• ชดุ ทอ สงสารทำความเยน็ ¼” SAE (ความยาวส้นั ทส่ี ุดท่ีเปนไปได 90 ซม./36 นิว้ ) โดยมีแรงดันใช

งาน 60 บาร (870 ปอนดตอตารางนิ้ว) แรงดันระเบิด 300 บาร (4350 ปอนดตอ ตารางน้ิว) บอล
วาลวทีป่ ลายทอ (ปลายดานหน่ึง) และตวั ท่กี ดหลกั
• ทอพลาสตกิ ซึ่งมคี วามยาวทเ่ี หมาะสมสำหรับใชเปน ทอระบายอากาศ (ประมาณ 15 เมตร)
• วาลวศรหนึ่งชุดเพื่อลดการปลอยสารทำความเย็นใหมากที่สุดระหวางการเชื่อมตออุปกรณที่ตัว
อปุ กรณไฟฟา /พอรตการใชงานของระบบ (หากกำหนดไว)
• ถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหม ADR/DOT ที่เหมาะสม พรอมวาลวศรจุดตอคู
และทอ ดดู (จดุ ตอ ของเหลว) แรงดันใชง าน 42 บาร เพอื่ มีลกั ษณะเปนตวั แยกนำ้ มนั
• หัวตอวาลวของถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเยน็ กลับมาใชใ หม (หากกำหนดไว)
• เครื่องวัดกาซของสารทำความเย็นติดไฟที่เปนไปตามการประเมินความเสี่ยงขั้นต่ำ: เครื่องตรวจ
หารอยรั่วที่มีการจำแนกประเภทความปลอดภัยจากการระเบิด; ประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะ
อยางยิ่งกบั ระบบใหญ ๆ และความเส่ยี งทีร่ ะบไุ วซึง่ อยูในระดบั สูง: เครื่องวดั กา ซ (0-100% LFL)
• อุปกรณป องกนั สวนบคุ คล (PPE) ตามการประเมนิ ความเสีย่ ง
• สัญลักษณเ ตอื นพื้นท่ีปลอดภัย (โซน 2)

การจดั การใชส ารทำความเยน็ ท่ีติดไฟไดอยา งปลอดภัย 308

การเตรยี มการระบาย

• แจงเจาของ หัวหนางาน และขออนญุ าตปฏบิ ัติงาน (หากกำหนดไว)
• สวมอปุ กรณป องกันสว นบคุ คล ตามทีก่ ำหนด
• ติดสัญลักษณเตือนภายในพื้นที่ทำงาน เชื่อมตออุปกรณและเครื่องมือที่แสดงรายการไวกอนหนานี้

ดังทร่ี ะบุในภาพท่ี 9.3
• ปดระบบทำความเย็น
• เปดสวิตชเครอ่ื งวัดกาซ (อุปกรณตรวจหารอยรว่ั ) ในบรเิ วณอากาศใหมภ ายนอกพน้ื ทป่ี รบั อากาศ และ

วางในพื้นที่อาคารถัดจากสวนจัดเตรียมดานอุปกรณ หรือเปดสวิตชเครื่องวัดกาซ (อุปกรณปองกัน
สวนบคุ คล) หากมี
• ใชแมนิโฟลดสารทำความเย็น (พรอมกระจกดูสารทำความเย็น) และเชื่อมตอสายสงสารทำความเยน็
ตามทก่ี ำหนด

กระบวนการปลอยกาซสบู รรยากาศ

• ตรวจสอบวาสวนเชื่อมตอทอสารทำความเย็นชั่วคราวมกี ารขันจนแนน (สวนเชือ่ มตอทั้งหมดคือ โซน
ตดิ ไฟชั่วคราว ดูบทที่ 5)

• เปดวาลวปดระบบท่ีความดันสูง (ในจุดที่มี) และดานความดันต่ำของระบบทำความเย็น ใหสังเกต
มาตรวดั ที่แมนโิ ฟลด มาตรวดั แสดงใหเ หน็ แรงดันท่คี งที่(นงิ่ )ในระบบ

• หากมีการรักษาแรงกันในระบบ ใหเปดวาลวท่ีชุดมาตรวัดแมนิโฟลดและที่ถังบรรจุสำหรับนำสารทำ
ความเย็นกลับมาใชใหม (ตัวแยกน้ำมัน) ของเหลวและไอ

• ตั้งคาอัตราการไหลใหอยูในระดับต่ำผานทอระบายอากาศ เพื่อแนใจวาสารทำความเย็นมีความเจือ
จางอยา งเหมาะสม

• ตรวจสอบการไหลของสารทำความเย็นไฮโดรคารบอน (ตัวแจง เตอื นแรงดัน กระจกดูสารทำความเย็น
ทแ่ี มนโิ ฟลด ทางออกทอระบายอากาศ)

• ใหสังเกตดูวาสวนที่มีของเหลวควบแนน(เหงื่อ) สามารถมองเห็นบนผิวหนาคอมเพรสเซอร (หองขอ
เหวี่ยง) หรอื สว นของทอ หรือไม ใหค วามรอนสว นนี้ใหมากพอ

• ใหระบายสารทำความเย็นอยางตอเนื่อง หากมาตรวัดแรงดันไมไดระบุวามีคา 0 บาร/0 ปอนดตอ
ตารางนิ้ว (แรงดันบรรยากาศ) ไมตองรีบ ปลอยใหสารทำความเย็นไหลออกจากอุปกรณทำความเย็น
จนหมด

• ขอ สงั เกต: ระบบยงั คงมสี ารทำความเย็น ณ แรงดันบรรยากาศ

การจัดการใชส ารทำความเยน็ ท่ตี ดิ ไฟไดอยา งปลอดภยั 309

หลงั การระบาย

• ปดวาลวท้ังหมด
• นำถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเยน็ กลับมาใชใหม (ตัวแยกน้ำมัน) ออกจากพื้นที่ ใสฝาปดตรงสวน

การเช่ือมตอ จดั การขวดบรรจุ ตามขอ กำหนด ดูบทท่ี 3 ถังบรรจุและการจัดการถงั บรรจุ
• ทำสุญญากาศในระบบ ดูบทที่ 9 “การทำสุญญากาศในระบบ”
• เมื่อกระบวนการระบายสารทำความเย็นทั้งหมดและกระบวนการขจัดสิ่งตกคางเสร็จสิน้ ใหลางระบบ

ดวยไนโตรเจนที่ปลอดออกซิเจนเพื่อวงจรสารทำความเย็นดวยกาซเฉื่อย ดูบทที่ 9 “การลางระบบ
ดวยไนโตรเจนที่ปลอดออกซิเจน” หากทำไมได ตองรักษาแรงดันในระบบดวยไนโตรเจนที่ปลอด
ออกซิเจน รวมทั้งดำเนินขั้นตอนระบายตั้งแต 2 ครั้งขึ้นไป เพื่อใหแนใจวามีสารทำความเย็น
ไฮโดรคารบ อนหลงเหลือนอ ยทส่ี ุดในระบบ
• เตรียมระบบสำหรับการทำงานข้นั ตอนตอ ไป
• หากระบบทำความเย็นไมมีสารทำความเย็นหลงเหลือใหกำจัดแลว ใหเขียนกำกับลงบนระบบ
(อปุ กรณ) โดยใชปากกามารค เกอรแ บบถาวร เขียนตัวหนงั สอื ใหญๆ วา “หมดแลว ”

10.3 การเผาสารทำความเย็นติดไฟไฮโดรคารบ อน

หากสารทำความเย็นที่เติมมีปริมาณมากกวา 500 กรัม และไมมีตัวเลือกในการนำสารทำความเย็น
ไฮโดรคารบอนกลับมาใชใหมไดอยางปลอดภัย ก็สามารถเผากาซติดไฟขางนอกได ภายใตขอควรระวังดาน
ความปลอดภัยบางขอ แนะนำใหใชตัวเลือกนี้เมื่อไมมีความตั้งใจที่จะนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหม เพ่ือ
การใชสารทำความเย็นซ้ำในระบบเดียวกันในเวลาตอมาหรือเพื่อการนำมาสกัดหรือแยกสวนที่ใชประโยชน
นอกจากน้ีอาจตัดสินใจเผาสารทำความเย็นไฮโดรคารบอน แทนที่จะนำกลับมาใชใหม หากเห็นวาการจัดการ
สารทำความเยน็ ตอ ไปในสภาพแวดลอมการทำงานบางอยา ง ไมมคี วามปลอดภัยและอาจกอใหเกิดอนั ตรายตอ
ความปลอดภยั หากเผาอยา งปลอดภัยก็จะไมกอ ใหเกิดความเส่ียงใด ๆ อกี ตอ ไป

ไมควรกำจดั สารทำความเย็นท่ีเตมิ ฟลอู อไรด โดยการเผาดว ยวธิ ที ใ่ี หรายละเอยี ดดา นลางน้ี!
สารทำความเย็นที่เติมฟลูออไรด (เชน ไฮโดรฟลูโอคารบอนและไฮโดรคลอโรฟลูโอโรคารบอน)
เมอ่ื ถูกทำใหรอนหรือเผาไหม จะปลอยกา ซท่ีมีความเปน พิษสูง อยางกรดไฮโดรฟลูออริกและคารบอนิลลิม
เฮไลด สารประกอบเหลานี้มีความเปน พิษแมใ นระดับที่ต่ำมากและอาจทำใหบาดเจ็บถาวรหรือเสียชีวิตได
ไฟจากสารทำความเย็นท่เี ติมฟลูออไรดตดิ ไฟอาจลุกลาม ซ่งึ จะทำใหสารประกอบท่ีเปนพิษเหลาน้ี มีความ
เขม ขน สูงขน้ึ เม่ือเทียบกับสารทำความเยน็ เติมฟลูออไรดท ่ีไมต ิดไฟ สำหรับขอ มูลเพมิ่ เติม โปรดอานเอกสาร
ขอ มูลความปลอดภยั ของสารเคมขี องสารทำความเย็นไฮโดรเจนฟลูออไรดและคารบอนิลลิมเฮไลด

การจัดการใชส ารทำความเยน็ ทตี่ ดิ ไฟไดอยา งปลอดภยั 310

เครือ่ งมือ

• ชุดมาตรวัดแมนิโฟลดสำหรับการเชื่อมตอที่ระบบ RACHP (เชน การตรวจสอบเบื้องตนวาระบบ
อยูภายใตแรงดันของสารทำความเย็นทเ่ี ปน บวกหรอื ไม)

• หัวกา ซเพอ่ื พน ไฟ
• ทอเตมิ สารทำความเยน็ ความยาว 90 ซม. (35 นวิ้ ) และการเชอ่ื มตอ 1/$” SAE
• ทอกาซตดิ ไฟแรงดนั สูง ความยาว 2 เมตร เพื่อการเช่อื มตอหัวพนไฟกับตวั ปรบั แรงดัน
• บอลวาลว
• ตวั ปรบั แรงดนั ในสถานะของเหลว 4 บาร
• ทอกาซติดไฟแรงดันสูง ความยาว 5 เมตร ปลายดานหน่ึงเชื่อมตอที่มาตรวัดแมนิโฟลด ปลายอีก

ดานหนึ่งเชื่อมตอท่ีบอลวาลวหนา ตวั ปรบั แรงดัน
• ขาตั้งที่สามารถยดื หดได ที่มคี วามสูงประสทิ ธผิ ลสงู สดุ ไดถ ึง 2.5 เมตร
• หัวพนทีม่ กี ารจุดตดิ ไฟ (piezo) และกระปอ งกาซบวิ เทนขนาด 190 กรัม หรือใกลเคียง
• สเปรยทีม่ ีฟอง เพ่อื ตรวจเช็คกาซ (ประมาณ 400 มิลลลิ ติ ร) หรอื เทยี บเทา
• ถุงมอื ปอ งกนั (ปอ งกนั การแข็งตวั )
• แวนตาปอ งกนั

จุดตงั้ หวั เผา

เครอ่ื งปรับอากาศแบบแยกสว น บอลวาลว และ ขาตงั้ ยืด
หรอื ชิลเลอร วาลว ปรบั แรงดัน หดได
เกจวดั ความดนั
≥25 เมตร
สายตอ สาร
ทำความเยน็ โครงส รางอาคาร สาย LPG ปา ยสัญลักษณ
มีบอลวาลว ทนแรงดันสูง ≥5 เมตร ความปลอดภยั

พน้ื ทท่ี ำการตดิ ตัง้

ภาพที่ 10.3 การติดตง้ั อุปกรณใ นสถานการณท ี่มีการเผาสารติดไฟในท่ีตดิ ต้ัง

การจัดการใชส ารทำความเยน็ ทตี่ ดิ ไฟไดอยา งปลอดภยั 311

ตอ งดขู อพจิ ารณาดานความปลอดภัยตอไปน้ีในระหวางการติดต้ัง การปฏิบตั งิ าน และการบำรุงรักษา
ในจดุ ที่ทำการเผา

ขอ ควรระวงั
• อา นและปฏบิ ัตติ ามคมู อื การใชงานจุดตัง้ หวั พน ไฟที่ใชอยูเ สมอและนำมาไวในสถานท่ีติดตัง้
• ตรวจสอบเง่ือนไขและระเบียบของประเทศ และขอ ควรปฏบิ ัติตามไดอ ยา งเหมาะสม
• หวั พนไฟถูกออกแบบมาเพือ่ เผาโพรเพน บิวเทน หรอื สารผสมของกาซทงั้ สองชนดิ นี้ ใชไ ดเฉพาะ

กบั กาซเหลา นี้และในดานตามท่ีอธิบายไวเ ทา น้ัน หากพารามิเตอรการทำงานเปล่ียนแปลง ตอง
ติดตอ ผูผ ลติ ลวงหนา เสมอ
• ตรวจสอบซีลที่หัวพนไฟวามีสัญญาณของมีความสึกหรอมากเกินไปหรือไม (เชน การลดลงของ
ประสทิ ธภิ าพการทำงาน หากไมส ามารถรกั ษาแรงดันสดุ ทายไวได)
• ใชเฉพาะอปุ กรณที่ไดรับการทดสอบและรับรองเพ่ือวัตถปุ ระสงคดังกลาวเทานั้น อยาใชอุปกรณ
ท่สี รางเอง!
• ติดตั้งอะไหลของแทเ ทา นั้น การบำรุงรักษาและซอมแซมตองทำโดยบุคลากรผูเชี่ยวชาญที่ไดรบั
อนญุ าตเทาน้ัน

การเตรยี มการเผาสารทำความเย็น

การติดตั้งจุดทที่ ำการเผาในตำแหนง ทท่ี ำการติดตัง้
• ติดตั้งหัวพนไฟบนพื้นผิวเรียบที่เปดและมีการปูที่พื้นผิว หามเปนพื้นที่เปนน้ำแข็งหรือพื้นผิวของ

นำ้ แข็ง! ไมใ หอยใู นหอ งหรือภายใตบ รเิ วณหลังคา!
• ตรวจสอบใหม ่ันใจวาระบบการเผาไหมมีความปลอดภัยจากการทำงานโดยไมตัง้ ใจหรืออันตรายอ่ืน ๆ

(กงิ่ ไมห ลน ใส ฯลฯ)
• บำรงุ รักษาโซนปองกันอยางนอ ย 1 โซน มเี สนผานศนู ยก ลาง 10 เมตร เน่อื งจากความรอนทคี่ าดวาจะ

เกิดข้ึน ทำเครอื่ งหมายพื้นท่ีเหลานี้ (เชน ใชเทปกาวและปายสัญลกั ษณค วามปลอดภัย)
• ดำเนินมาตรการปองกันที่เหมาะสมในสวนของผูปฏิบัติงาน (การปกปองหู) เนื่องจากในระหวางการ

ทำงานของหวั พนไฟ อาจเกดิ เสียงดังมากกวา 80 เดซิเบล
• ขนั หัวพนไฟกบั ขาตง้ั โดยใชสลกั และปรับขาใหไ ดค วามสงู ที่ตอ งการ
• เชื่อมตอทอแรงดันสูงขนาด 5 เมตร เขากับทอที่เกิดการเผาไหม และเขากับชองออกของชุดควบคุม

บอลวาลวท่ีปลายอกี ดานหน่งึ ใหแนน
• เชื่อมตอทอขนาด 2 เมตร เขากับชองรับของชุดควบคุมบอลวาลว และเขากับมาตรวัดแมนิโฟลดดวย

หวั ตอลดขนาดเหมาะสม (เขากับชิ้นสว นอปุ กรณ ¼” SAE)

การจดั การใชส ารทำความเยน็ ที่ตดิ ไฟไดอยา งปลอดภัย 312

แจง แผนกดับเพลงิ ในพ้ืนท่กี อ นจดุ หวั พนไฟ!
• กอ นทจ่ี ะมีการเปด ใชงานและจดุ ไฟ ใหต รวจสอบสว นเชอื่ มตอเพ่ือดรู อยรั่วดว ยสเปรย
ตรวจสอบรอยร่วั อยูเสมอ
• อุปกรณห รือระบบ RACHP ที่จะวางเปลา ควรตงั้ อยูนอกโซนปองกนั

การเผาและการปด

• ตรวจสอบใหแนใ จวา ปดวาลวทกุ ตวั เม่อื เช่ือมตอทอ ขนาด 2 เมตรเขากบั มาตรวัดแมนโิ ฟลด
• ตรวจสอบใหแนใ จปดบอลวาลว บนหวั พน ไฟ กอนเปด วาลว ทม่ี าตรวัดแมนโิ ฟลด
• เมื่อใชแมนิโฟลด ใหตรวจสอบวามีแรงดันสูงเกิน (สารทำความเย็น) ภายในอุปกรณ/ระบบที่จะวาง

หรือไม
• ปรบั วาลวควบคุมท่ีตัวปรับแรงดนั ใหอยทู แี่ รงดันขาออกประมาณ 1 บาร (ประมาณหนงึ่ รอบ)
• เมื่อจุดหัวพนไฟโดยใชหัวเตาแบบ cartridge burner (หรือใกลเคียงกัน) หลังจากระยะเวลาสั้น ๆ

( 1 นาที) และทอี่ ณุ หภูมใิ นการปฏิบตั ิงาน สามารถตงั้ คาตวั ปรับแรงดนั ไปท่ี 4 บาร (เตม็ กำลงั )
• เปด จดุ ท่ที ำการเผา ภายใตก ารดูแลอยางตอ เน่ืองจากผทู ผี่ านการอบรม จนเปลวไฟดับลงโดยอตั โนมตั ิ
• ปด และถอดแยกวาลวทุกตัวทีแ่ มนโิ ฟลด ระบบ RACHP และชุดตัวปรับแรงดนั
• ถึงตอนน้ี กส็ ามารถระบายสารทำความเย็นปริมาณเล็กนอยท่ีตกคางอยูในระบบเขาสูอากาศที่เปดโลง

โดยมกี ารควบคมุ ผา นแมนโิ ฟลด

• อันตรายของการเผาไหม: หวั พนไฟจะรอนมากทันท่ีท่ีจบกระบวนการเผาไหม
• ตอ งลางหัวพนไฟ ตัวปรับ และทอ ดว ยไนโตรเจนท่ปี ลอดออกซเิ จน เพือ่ ปองกันไมใ หสภาพ

บรรยากาศทจ่ี ดุ ติดไฟไดห ลงเหลอื อยูใ นสว นประกอบเหลา นี้

การปฏิบตั ิงานและการบำรงุ รกั ษา
• งานบำรงุ รกั ษาและซอมแซมในจุดท่ที ำการเผา ใหดำเนินการโดยผมู อี ำนาจเทา นัน้
• ผูป ฏบิ ตั งิ านตอ งคุนเคยกบั คุณสมบัติเฉพาะของเทคโนโลยแี รงดันสูง
• ใชอ ะไหลข องแทเทาน้ัน
• สามารถทำงานบนระบบไดเ ฉพาะกบั สวนประกอบท่ีระบายแรงดนั ออกหมด
• ตรวจสอบการเชื่อมตอ ดว ยสกรอู ยางสม่ำเสมอเพอ่ื ดวู า แนนและมีรอยรว่ั หรือไม

การจดั การใชส ารทำความเยน็ ท่ตี ิดไฟไดอยา งปลอดภยั 313

10.4 การนำสารทำความเย็นติดไฟกลับมาใชใ หม

สำหรับระบบ RACHP ท่ีมีการเติมสารทำความเย็นมากกวา 500 กรัม สวนใหญจะแนะนำใหใชวิธี
นำสารทำความเยน็ กลบั มาใชใหมแ ทนทจ่ี ะระบายท้งิ

10.4.1 ถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเยน็ กลับมาใชใหม
10.4.1.1 ขอกำหนดทางเทคนคิ
ถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหมไดรับการออกแบบเปนพิเศษเพื่อดึงสารทำ

ความเย็น (และน้ำมัน) ออกจากระบบทำความเย็น ถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหม ควรมี
วาลวที่มีคู 2 หัวสำหรับสารทำความเย็นที่เปนของเหลวและไอ ถังจะสรางตามมาตรฐาน ADR หรือ DOT ใน
ปจจุบนั ไมมีถังบรรจุสำหรบั นำสารทำความเย็นกลับมาใชใหม DOT สำหรับสารทำความเยน็ ติดไฟ

ดูบทที่ 3 ถังและการจัดการถังบรรจุสารทำความเยน็ สำหรับขอ มูลเพิ่มเติมเก่ียวกบั ถังบรรจุสำหรับ
นำสารทำความเย็นกลบั มาใชใ หมและการจดั การถังสารทำความเย็น

ถงั บรรจุ ADR

• การออกแบบ/การสรา ง ตาม ADR, EN13322-1 และ TPED
• แรงดันทดสอบขนั้ ต่ำ = 42 บาร สำหรับ HCs และ uHFCs
• แรงดนั ทดสอบขัน้ ต่ำ = 48 บาร สำหรบั R-32
• เชื่อมตอวาลวถังบรรจุตรงเกลียวทางซายมือ (ตองมีหัวตอ

ลดขนาดเพ่ือเช่อื มตอทอสารทำความเยน็ – ¼” SAE).
• วาลวคู 2 หัว เพ่อื นำของเหลว & กา ซออก
• ทอดดู
• เซฟตี้วาวล

ภาพที่ 10.4 ถังบรรจุสำหรบั นำสารทำความเยน็ กลับมาใชใหม ADR/TPED สำหรับกาซตดิ ไฟ

ภาพท่ี 10.5 หวั ตอลดขนาดถังบรรจุ HC R-290 ภาพท่ี 10.6 หัวตอลดขนาดถังบรรจุ HFC R-32
สำหรับ R-290 – หัวตอลดขนาด F. W21.8-14 DIN 477 การเชื่อมตอแบบ male connection ¼”

SAE (7/16” UNF) สว น R32 - หัวตอลดขนาด F. W21.8-1/14 LH - 1/2 - 16 ACME M. LH

การจัดการใชส ารทำความเยน็ ทต่ี ดิ ไฟไดอยางปลอดภัย 314

ถังบรรจุ DOT

• ความจุน้ำ 11.9 กิโลกรมั 2 (6.2 ปอนด)
• การออกแบบ/การสรา ง ตาม DOT04BA400
• แรงดนั ทดสอบขน้ั ต่ำ = 400 พเี อสไอจ/ี 27.8 บาร
• การเช่อื มตอ วาลวถ ังบรรจุทอสารทำความเย็น – ¼” SAE
• วาลวพอรต คู เพอ่ื นำของเหลว & กาซออก
• ทอดดู
• เซฟตีว้ าวล
ภาพท่ี 10.7 ถงั บรรจุสำหรบั นำสารทำความเย็นกลบั มาใชใหม DOT

หมายเหต:ุ ไมแนะนำใหใชถ งั บรรจุสารทำความเยน็ กลับมาใชใ หม ใชกบั สารทำความเย็น R-32!

10.4.1.2 การใชถงั บรรจุสำหรบั นำสารทำความเยน็ กลับมาใชใหม

ความจุสงู สดุ ในการเติมสารของถังบรรจุหามเกนิ จากกำหนด
เมื่อมีการเติมสารทำความเย็นในภาชนะ ตองรักษาระดับการเตมิ สงู สุดอยูเสมอโดยใชเคร่ืองชง่ั
น้ำหนักที่ปรับเทียบแลว โดยพิจารณาขอที่วาสารผสมระหวางสารทำความเย็น–น้ำมันที่อาจเกิดขึ้นมีความ
หนาแนนต่ำกวาสารทำความเย็นเพียว ๆ ดังนั้นตองลดความจุที่ใชไดของภาชนะของสารผสมระหวางสารทำ
ความเยน็ –น้ำมัน (ดู EN378-4 6.3.2.4 เพือ่ ดรู ายละเอียดเพม่ิ เติม)
ความจุในการเติมเปนฟงกช่ันหนึ่งของปริมาตรภายในของภาชนะและความหนาแนนของ
ของเหลวของสารทำความเยน็ ณ อณุ หภมู ิอางองิ (ของเหลว 80% ตอ ปรมิ าตร ทอ่ี ุณหภมู ิ 50 องศาเซลเซียส)
ตัวอยา ง
• ความหนาแนน ของ R290 ท่ี 50 oC (122 oF) อยทู ี่ 0.449 กโิ ลกรมั /ลูกบาศกเดซิเมตร
• ความหนาแนน ของ R600a ที่ 50 oC (122 oF) อยทู ี่ 0.517 กโิ ลกรัม/ลูกบาศกเดซเิ มตร
แรงดันที่ยอมใหเกิดข้ึนไดในภาชนะในชวงการปฏิบัตงิ านใด ๆ หามเกินจากกำหนด แมแตเปน
การช่วั คราว
• สามารถติดวาลวพิเศษเขากับภาชนะใสสารทำความเย็นเพือ่ เล่ยี งไมใหมีการเติมจนลน
• การเติมสารในภาชนะอาจเปน ไปตามระเบียบของประเทศและภมู ิภาค
• อยา ผสมสารทำความเย็นตา งประเภทกนั ใหเ ก็บไวในภาชนะแยกกัน
ตองไมใสสารทำความเย็นในภาชนะที่บรรจุสารทำความเย็นอีกประเภทหนึ่งหรือสารทำความ
เย็นที่ไมรูจัก หามระบายสารทำความเย็นที่ไมรูจักที่อยูในภาชนะสูบรรยากาศ แตตองระบุวาเปนอะไร (ถา
เปนไปได) และนำมาสกดั หรอื แยกสวนที่ใชประโยชน หรือตอ งกำจดั อยางเหมาะสม
หมายเหตุ: สารทำความเย็นที่ปนเปอนสารทำความเย็นอีกตัวอาจทำใหไมสามารถนำมาสกัด
หรอื แยกสว นทใ่ี ชป ระโยชนไ ด

การจัดการใชส ารทำความเยน็ ทต่ี ดิ ไฟไดอยา งปลอดภัย 315

ถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหมที่เติมเกินปริมาณที่อนุญาต (สารทำความเย็น
และนำ้ มัน) อาจทำใหผ ูปฏิบัติงานสมั ผัสสารทำความเย็นท่ีระบายออกมาทีม่ ีความเขมขนสงู

ถงั บรรจทุ เ่ี ติมสารจนลนมาก ๆ อาจระเบดิ ได
กระบวนการที่เก่ียวของสวนเชื่อมตอช่ัวคราว และระบบภายใตแรงดนั ตองไมทิ้งไวโดยไมมีการดูแล ตอง
ตรวจสอบการเติมสารทำความเยน็ เขาสถู งั บรรจุโดยใชเ คร่อื งชง่ั อิเลก็ ทรอนิกสเพ่ือเติมสารทีป่ รบั เทียบแลว

10.4.1.3 คำเตอื นของกาซทไ่ี มส ามารถควบแนน ได
สำหรับการนำสารทำความเยน็ ตดิ ไฟกลบั มาใชใ หม มคี วามจำเปน อยา งย่ิงที่จะตอ งถา ยเทกาซท่ี
ไมสามารถควบแนน ได (NCG) เขาถังบรรจุสำหรบั นำสารทำความเย็นกลบั มาใชใหม กา ซทไี่ มส ามารถควบแนน
ไดที่พบบอยที่สุด คือ อากาศ ไนโตรเจน อารกอน และในบางกรณีก็เปนคารบอนไดออกไซด ตองหลีกเลี่ยง
อากาศเปนพิเศษ เนื่องจากประกอบดวยออกซเิ จน
อากาศสามารถเขาไปในระบบดว ยวธิ ีการตา ง ๆ โดยอาจถกู ดงึ เขาระบบโดยการรว่ั ทางดานลาง
หากแรงดันดานดูดลดลงจนต่ำกวาแรงดันบรรยากาศ อากาศอาจอยูในวงจรสารทำความเย็นของระบบที่จะ
ใหบริการแลวก็ได หรืออาจถูกนำเขาสูถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหมในระหวางการนำสาร
ทำความเย็นกลับมาใชใ หมแ ละกระบวนการถา ยเท

ออกซิเจนในอากาศจะทำใหเกิดสารผสมสำคัญที่ตดิ ไฟไดที่แรงดันสูงขึ้น โดยมี
สารทำความเย็นที่ประกอบดวย ไฮโดรเจน (ไฮโดรคารบอน ไฮโดรคลอโรฟลูโอโรคารบอน ไฮโดรฟลูโอ
คารบอน) และอาจกอ ใหเกดิ อุบัตเิ หตถุ ึงชีวติ
• กอ นนำสารทำความเยน็ กลับกลับมาใชใหม ตอ งไลก า ซออกหรือทำการสุญญากาศในทอสงทุกอัน เพ่ือ

ไลอากาศหรอื กาซอื่น ๆ ที่ไมส ามารถควบแนน ได รวมถึงสารปนเปอ นอื่น ๆ!
• ในระหวางการนำสารทำความเย็นติดไฟกลับมาใชใหม อยาใหวงจรสารทำความเย็นเขาสูสุญญากาศ!

อยาเปดใชงานแทนท่ีแรงดันต่ำของหนวยสำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหม ใหหยุด
กระบวนการนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหมที่ 0 บาร (0 ปอนดตอตารางนิ้ว) เพื่อปองกันการนำ
อากาศเขา สถู งั บรรจสุ ำหรบั การนำสารทำความเย็นกลับมาใชใ หม โดยไมไ ดต ัง้ ใจ
• เมื่อกระบวนการนำสารทำความเย็นติดไฟกลับมาใชใหม (A2L/A2/A3) เสร็จสิ้น ควรไลกาซออกจาก
ระบบโดยใชไ นโตรเจนทปี่ ลอดออกซิเจน
• เม่อื ใดมกี ารใชส ารเดี่ยว ๆ ใหต รวจสอบถังบรรจสุ ำหรบั นำสารทำความเย็นกลับมาใชใหมท่ีเต็มอยู เพื่อดูวา
มกี า ซท่ไี มส ามารถควบแนนไดอยหู รือไม (โดยเฉพาะอากาศ) โดยเปรียบเทยี บอุณหภูมิ/แรงดัน!

10.4.1.4 การทำเคร่ืองหมายตรงถงั บรรจสุ ารทำความเยน็ ท่ีตดิ ไฟที่นำกลับมาใชใ หม
ตองทำเครื่องหมายบนภาชนะที่มีสารทำความเย็นที่นำกลับมาใชใหมเพื่อระบุเงื่อนไขพิเศษ
เชน “HC R-290 – ถกู นำกลับมาใชใหม – หา มใชก อนมกี ารตรวจสอบ” ตามระเบียบในประเทศ

การจัดการใชส ารทำความเยน็ ท่ตี ดิ ไฟไดอยา งปลอดภัย 316

สายรัดสีแดงตรงขอบหรือบนภาชนะควรระบุสารประกอบติดไฟหรือสารผสมที่อาจติดไฟใน
กรณีมีการร่ัวไหล ภาพที่ 10.8 แสดง “ฉลากบนถังบรรจุสำหรับสารทำความเย็น (รวมน้ำมัน) นำกลับมาใช
ใหม” ซงึ่ เปน ตัวอยา งของการนำ HC R-290 กลบั มาใชใหม

ฉลากบนถังบรรจุสำหรับสารทำความเย็น(รวมกับน้ำมัน)นำกลบั มาใชใ หม
รหัส UN Code 1978 สญั ลกั ษณอนั ตรายของสารเคมี
ชือ่ ผลิตภณั ฑ R-290 } ตัว บง ้ีช
Propane เกี่ยวกับ

ท่ีอยู ขอ ูมล ูผจัดจำหนาย

อำเภอ

ประเทศ }
เมอื ง

เบอรโทร

เกบ็ ใหหา งจากความรอ น/ประกายไฟ/การ สัญญาณ
จุดเปลวไฟ/พ้ืนผิวท่รี อน หา มสบู บุหรี่ > อนั ตราย <
ในกรณที เ่ี กดิ เพลงิ ไหมจากกา ซทรี่ วั่ ออกมา
หา มดับจนกวา จะกำจัดการร่ัวซึมไดอยาง กา ซตดิ ไฟสงู มาก } ขอความแสดง
ปลอดภัย ัอนตราย
นำแหลง จดุ ติดไฟออก หากสามารถทำได ประกอบดว ยกาซภายใต
อยางปลอดภยั ใหด ำเนินมาตรการปองกนั แรงดนั สามารถระเบิดได
การเกิดประจไุ ฟฟาสถิต. หากไดร ับความรอ น
เก็บในที่เยน็ และมีอากาศถา ยเทสะดวก ปด
ภาชนะใหส นทิ

สวมถุงมอื และแวน ตาปองกนั คำเตือน ขอควรระ ัวง คำแนะนำ
กำจดั ตามกฎระเบยี บในทอ งท่ี ภมู ภิ าค ในการใช
ประเทศ และระดบั สากล ตามท่รี ะบุ } ขอ ูมลของ ัถงบรรจุ
ในกรณีทีเ่ กิดเพลิงไหม: ใหใ ชส ารเคมแี หง วนั ทีเ่ ตมิ
หรอื เครอ่ื งดับเพลิงชนิดคารบอนไดออกไซด
เพ่อื ดับเพลิง ใชสเปรยฉ ีดน้ำเพ่ือใหถังบรรจุ น้ำหนกั
ที่โดนไฟไหมเย็นลง ที่เตมิ
การปฐมพยาบาล: ตา > ลา งทนั ทดี วยน้ำอนุ
ในปรมิ าณมาก ผวิ หนงั > เมือ่ สมั ผัสผิวหนัง น้ำหนกั รวม
หรอื เนือ้ เสยี ทเ่ี ย็นจดั ใหล างบรเิ วณทสี่ มั ผสั
ดวยนำ้ อุน การสดู ดม > ผมู สี ติ ควรไดร ับ นำ้ หนกั
ความชว ยเหลือในพืน้ ทที่ ่ีไมม ีการปนเปอน ถังบรรจุ
และสดู อากาศใหม แลวนำไปพบแพทย

ภาพที่ 10.8 แสดง “ฉลากบนถังตัวอยางของการนำ HC R-290 กลับมาใชใ หม

การจดั การใชส ารทำความเยน็ ทตี่ ิดไฟไดอยางปลอดภยั 317

10.4.1.5 สวิตชปดการทำงานสำหรบั การนำสาร
ทำความเย็นกลับมาใชใหม – การปองกันการเติมจนลน (OFP)
ดว ยถังบรรจุ DOT

แตเดิม เซนเซอรปดการทำงาน OFP ตั้งใจให
เปนคุณลักษณะความปลอดภัยสำหรับการนำสารทำความเย็น
กลับมาใชใ หมด ว ยถังบรรจุ DOT และสารทำความเยน็ ไมต ดิ ไฟ

ภาพท่ี 10.9 ถงั บรรจุสารทำความเย็นนำกลบั มาใชใ หม พรอมสวติ ช OPF และตัวเชอื่ มตอ

อยาใชอุปกรณ OFP สำหรับการเติมสารในถังบรรจุสารทำความเย็นนำกลับมาใชใหม ในจุดที่มี
การใชสารทำความเย็นไฮโดรคารบอนติดไฟ มันอาจเปน แหลง จดุ ตดิ ไฟ

สวิตชเ หลา น้ี ซึง่ เชื่อมตอกับหนวยสำหรบั นำสารทำความเย็นกลับมาใชใหมและถงั บรรจุสำหรับนำสาร
ทำความเย็นกลับมาใชใหมพรอม OFP จะปดการทำงานเครื่องจักรที่ใชน ำสารทำความเย็นกลับมาใชใ หม โดย
ไมตองหยุดการไหลของสารทำความเย็น

คำเตือน: สวิตชปด OFP ไมสามารถปองกันการเติมจนลนในถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเย็น
กลับมาใชใหมไ ดต ลอด ซึง่ ตรงน้จี ะเปน อันตรายอยางสงู ตอ ผูป ฏิบตั ิงาน พนักงาน และประชาชน

อนั ตรายดานความปลอดภัยทีท่ ราบเกดิ ขึ้นในสถานการณทีพ่ บไดบ อยดงั ตอไปน้ี
1. ในขั้นตอนการนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหมแบบผลัก-ดึง: เมื่อเริ่มใชทอท่ีใชทำกาลักน้ำ การ
แคป ด เคร่อื งไมได ปอ งกนั การเตมิ จนลนในแทงค
2. เมื่อใชถังที่มีสารทำความเย็นที่มีความเย็นเปนจำนวนมากและเมื่อมีการนำสารกลับมาใชใหมจาก
ระบบเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น: การปดเครื่องจะไมสามารถปองกันสารทำความเย็นเคลื่อนที่ไปยังจุดที่เย็นที่สดุ (ใน
กรณนี ี้ คอื ถังท่ใี ชในการนำสารกลบั มาใชใหม) ซง่ึ สดุ ทา ยจะทำใหเ กิดการเตมิ จนลน ในถงั แมวาจะปดเครอ่ื งแลว
3. สารทำความเยน็ ท่ีมคี วามเยน็ จะขยายตวั เมือ่ อุนขน้ึ ดังน้ันผูใชต อ งระวงั

10.4.2 ขน้ั ตอนการนำสารทำความเยน็ กลบั มาใชใหมท ่ีเปน ไอหรือของเหลว
ข้ันตอนการนำสารกลบั มาใชใหมแบบเดิม ๆ ดังที่ใชกับสารทำความเย็นประเภทอน่ื ๆ (มีการปรบั บาง)
ใชไ ดเ หมอื นกนั กบั สารทำความเย็นไฮโดรคารบอน อยางไรกต็ าม ตอ งใหความระมัดระวังเปนพเิ ศษในบางเรือ่ ง
• เคร่อื งทใ่ี ชน ำสารทำความเยน็ กลับมาใชใหม ที่ใชตอ งเหมาะกับสารทำความเย็นตดิ ไฟโดยทวั่ ไป
• ไมควรมีบริเวณทอ่ี าจเปนแหลง จุดตดิ ไฟ (ขอ กำหนดนีเ้ หมอื นขอกำหนดทอ ของระบบทำความเย็น)
• ทอตอ งสมบรู ณ โดยมชี ดุ ตอประกบสำหรับถอดทไ่ี มม ีการร่ัวไหลและอยใู นสภาพดี
• กอนใชเครื่องจักรที่ใชนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหม ใหตรวจสอบใหแนใจวาอยูในสภาพการ
ทำงานที่นาพึงพอใจ ไดรับการบำรุงรักษาอยางเหมาะสม และสวนประกอบทางไฟฟาที่เกี่ยวของมีการซีลเพื่อ
ปองกนั การจุดตดิ ไฟ ในกรณที ม่ี กี ารปลอ ยสารทำความเยน็ ใหปรกึ ษาผูผ ลิตหากมีขอสงสัย

การจัดการใชส ารทำความเยน็ ท่ตี ิดไฟไดอยางปลอดภยั 318

• ถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหม ตองเหมาะสมกับสารทำความเย็นที่ใช
(โดยเฉพาะอยางย่ิง ในดานแรงดนั และความเขา กนั ไดข องซีลวาลว ฯลฯ)

• ตรวจสอบใหแนใ จวามีถังบรรจุครบจำนวนท่ีจะรบั สารทเ่ี ตมิ เขามาในท้ังระบบ
• ตรวจสอบใหแ นใจวา มีการกำหนดถังบรรจุทุกใบที่จะถูกนำมาใชกับสารทำความเยน็ ท่ีนำกลับมาใช
ใหม และมกี ารตดิ ฉลากใหส ารทำความเยน็ น้นั (ไดแ ก ถงั บรรจุแบบพิเศษสำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใช
ใหม) ถังบรรจุตอ งมีความสมบรู ณ พรอ มวาลวร ะบายแรงดันและวาลวปด ทเี่ กีย่ วของอยูในสภาพการทำงานท่ดี ี
• เมื่อเชื่อมตอทอ ระหวางระบบทำความเย็น มาตรวัดแมนิโฟลด เครื่องที่ใชนำสารทำความเย็น
กลับมาใชใหม และถังบรรจุ ใหตรวจสอบใหแนใจวาการเชื่อมตอดังกลาวมีความปลอดภัยและไมมีจุดที่อาจ
เปนแหลง จดุ ติดไฟในบริเวณใกลเคยี ง (ใหดูการจดั ต้งั ทที่ ำงานโดยทัว่ ไปทภ่ี าพ 10.10)
• ไลกาซในทอ แมนิโฟลด และเครื่องจักรที่ใชน ำสารทำความเย็นกลับมาใชใหม กอนนำสารกลับมา
ใชใหมเ พ่ือหลกี เลีย่ งการสูดอากาศเขา ใหระวังในการลดการปลอยสารทำความเยน็ ใหมากที่สุด แตใหม่ันใจวา
มีการระบายอากาศทเี่ พยี งพอเสมอเพื่อทำใหสารทป่ี ลอ ยออกมามีความเจือจาง (ใชเคร่ืองเปาลม)
• ตองหลีกเลีย่ งปริมาณออกซิเจนท่ีเพิ่มขึ้นในสภาพแวดลอมในสถานที่ทำงานโดยรอบ (เชน การนำ
สารกลบั มาใชใ หมในบรเิ วณโดยรอบทตี่ ิดกนั ของอปุ กรณบัดกรแี ข็ง)
• พลังงานในการจุดติดไฟขั้นต่ำจะลดไดอยางมากเมื่อระดับออกซิเจนหรืออุณหภูมิสูงขึ้น ขีดจำกัด
ความติดไฟจะเพิ่มขึ้นที่อุณหภูมิสูงขึ้นและที่แรงดันสูงขึ้น หมายความวาขีดระดับคาความเขมขนขั้นต่ำของ
สารเคมใี นอากาศทีอ่ าจตดิ ไฟหรือระเบดิ ได (LFL) อาจต่ำลงกวา นี้ หรอื อาจอยูในขดี ระดบั คาความเขมขนข้ันสูง
ของสารเคมีในอากาศท่อี าจติดไฟหรือระเบิดไดต ามความเขม ขนท่ีสูงข้ึน

10.4.2.1 ภาพอธบิ ายกระบวนการ

ปลอยไอ เกจสญุ ญากาศ พัดลมระบาย
เครื่องแวค ออก ทอ ระบายกา ซ
เครื่องปรับอากาศแบบแยกสว น เกจวัดความดนั เคร่ืองดดู กลับ ปลก๊ั ควบคมุ
ชนิด A2L/A3 ไฟฟาสถติ
หรือชลิ เลอร

เคร่ืองตรวจกา ซ
แบบพกพา

เครื่องตรวจ
กา ซ
เครอื่ งช่ังนำ้ หนัก

เครอื่ ง ทป่ี รับคา ไวแลว
แวคคัม่

ภาพที่ 10.10 สถานการณท ี่นำกา ซตดิ ไฟกลับมาใชใ หม/ การตดิ ตัง้ ในที่ทำงานในตำแหนงท่ที ำการตดิ ต้ัง

การจัดการใชส ารทำความเยน็ ท่ตี ิดไฟไดอยา งปลอดภยั 319

เครือ่ งมือ

• ทำสุญญากาศในถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหม ADR/DOT ที่เหมาะสม
(แรงดันใชง าน 42 บาร ในกรณีใชไฮโดรคารบ อน) พรอมวาลวระบายแรงดนั และวาลวปดระบบ

• หวั ตอลดขนาดวาลวของถังบรรจุสำหรบั นำสารทำความเยน็ กลับมาใชใหม
• หนว ยสำหรับนำสารทำความเยน็ กลบั มาใชใ หมส ำหรับใชกบั สารติดไฟ การรับรอง A3 (CE/UL)
• ชุดมาตรวดั แมนิโฟลดท ีม่ ี 4 วาลว พรอ มการปรบั เทยี บสำหรับสารทำความเยน็ ท่ีใช
• ชุดทอสงสารทำความเย็น ¼” SAE (ความยาวสั้นที่สุดทีเ่ ปน ไปได 90 ซม./36 นิ้ว) แรงดันใชงาน

60 บาร (870 PSI) แรงดันระเบิด 300 บาร (4350 PSI) มีบอลวาลวทีป่ ลายทอ และตวั ทก่ี ดหลัก
• วาลวศรหนึ่งชุดเพื่อลดการปลอยสารทำความเย็นใหมากที่สุดระหวางการเชื่อมตออุปกรณที่ตัว

อุปกรณไ ฟฟา/พอรต การใชงานของระบบ (หากกำหนดไว)
• เครื่องชั่งน้ำหนักใชพลังงานแบตเตอร่ี ซึ่งปรับเทียบแลว รับน้ำหนักไดสูงสุดประมาณ 110

กิโลกรัม (ความละเอียด 2 กรมั และ ความแมน ยำ +/- 0,5% ของชว งการวัด)
• ปม สญุ ญากาศ และทอระบายสารทำความเย็น
• อุปกรณกรองและเก็บความชื้นขาเขา (ปริมาณ 0.038 ลิตร) หากมี สวนเชอ่ื มตอ ทีไ่ หม ¼”
อุปกรณดานความปลอดภัย
• เคร่ืองเปาลมสำหรบั ระบายอากาศในพ้นื ท่ที ำงาน กำลงั ตำ่ สุด 700 ลูกบาศกเ มตร/ชวั่ โมง
• เครอ่ื งวัดกา ซของสารทำความเยน็ ติดไฟ (หารอยร่วั ) ทีจ่ ำแนกความปลอดภยั การระเบดิ , ขน้ั ตำ่
• อุปกรณป อ งกันสวนบคุ คล ซ่ึงมีเครอ่ื งวัดกาซ (0 – 100% LFL), ประสทิ ธิภาพสูงสุด
• เครื่องมือควบคุมการปลดปลอยไฟฟาสถิต (สายรัดขอมือ สายไฟ และหัวตอลดขนาดสำหรับถัง

บรรจุ หนวยสำหรับนำสารทำความเยน็ กลับมาใชใ หม และผปู ฏบิ ัตงิ าน)
• สญั ลกั ษณเตือนพน้ื ท่ีปลอดภัย (โซน 2)

การเตรยี มกระบวนการนำสารทำความเยน็ กลับมาใชใ หม

ขอควรระวงั ดา นความปลอดภัย
ก) แจง เจาของ หวั หนา งาน และขออนุญาตปฏบิ ัตงิ าน (หากกำหนดไว)
ข) ปดระบบใหคำนึงถงึ กฎ 5 ขอ เพือ่ ความปลอดภยั ดานไฟฟา ตามทอ่ี ธบิ ายไวใ น บทท่ี 12
ค) ตดิ สัญลกั ษณเ ตอื นภายในพ้ืนท่ีทำงาน เช่อื มตออปุ กรณแ ละเคร่ืองมือทแ่ี สดงรายการไวกอนหนาน้ี
ดงั ทร่ี ะบใุ นภาพที่ 10.8
ง) เชื่อมตอสายดิน (ควบคุมxลดปลอยไฟฟาสถิต) ระหวางเครื่องดูดสารทำความเย็นกลับมาใชใหม
ถงั บรรจุนำกลบั มาใชใหม และผูปฏิบัตงิ าน (เพื่อปองกันการเกดิ ไฟฟาสถติ )
จ) สวมอุปกรณป อ งกนั สวนบคุ คล ตามที่กำหนด

การจัดการใชส ารทำความเยน็ ทต่ี ดิ ไฟไดอยา งปลอดภัย 320

การเตรียมกระบวนการนำสารทำความเยน็ กลับมาใชใหม (ตอ)
การเตรยี มทว่ั ไป

ก) ตรวจสอบวา อปุ กรณท กุ ตัวอยใู นสภาพการทำงานทด่ี ี
ข) ใชแมนิโฟลดแ บบที่มวี าลว 4 ทิศทาง (มีกระจกด)ู และการปรับเทยี บสารทำความเยน็ ทถ่ี ูกตอง
ค) ใชถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหมที่เหมาะสมซึ่งสะอาดและอยูในภาวะ
สญุ ญากาศ ท่ีเหมาะสมกบั สารทำความเย็นตดิ ไฟ หากเปน ไปได สามารถแมแ ตร ะบายความรอ นได
ง) เขียนกำกับลงถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเย็นกลบั มาใชใหมดว ยประเภทที่ถูกตองและน้ำหนกั
สงู สุดในการเตมิ สารทำความเยน็ ทจ่ี ะนำกลับมาใชใหม (ดภู าพท่ี 10.8 เปนตวั อยางดวย)
จ) วางถังบรรจุสำหรบั นำสารทำความเย็นกลบั มาใชใหมบ นเคร่ืองชัง่ ที่ปรับเทียบแลว
ฉ) วางปลายทอ ระบายอากาศของปม สญุ ญากาศไวที่ท่ปี ลอดภัยนอกบรเิ วณโดยรอบ
ช) เปดสวิตชเครือ่ งวัดกา ซ (อุปกรณตรวจหารอยรั่ว) ในบริเวณอากาศใหมภายนอกพื้นที่ปรับอากาศ
และวางในพื้นที่อาคารถัดจากสวนจัดเตรียมดานอุปกรณ หรือเปดสวิตชเครื่องวัดกาซ (อุปกรณปองกัน
สว นบคุ คล) หากมี หรือเคร่ืองวดั รอยรั่วสำหรบั สารทำความเยน็ ไฮโดรคารบ อน
ซ) ตรวจสอบวาสวนเช่อื มตอ ทอ สารทำความเย็นชัว่ คราวมีการขันจนแนน (โซนติดไฟชว่ั คราว)

กระบวนการนำสารทำความเย็นกลับมาใชใ หม
ก. ใหม กี ารหมนุ เวยี นอากาศดวยเครือ่ งเปาลม
ข. เปด ใชห นว ยสำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใชใ หมต ามแนวทางการใชง านของผูผลติ
ค. เฝาสังเกตพารามิเตอรท่ีมาตรวัดแมนิโฟลด เครือ่ งดดู สารกลบั มาใชใ หม และเครือ่ งวดั กา ซ
ง. เติมสารในถังบรรจุสำหรับนำกลับมาใชใหมอยางระมัดระวัง และตรวจสอบน้ำหนักของถังบรรจุ
และสารทำความเย็นที่ถายเทดวยใชเคร่ืองชง่ั อยาเติมสารในถังบรรจุมากกวา 80% ตอ ปรมิ าตรท่ีอุณหภูมิ
50 องศาเซลเซยี ส ตรวจสอบแรงดนั ดานจา ยเพ่ือใหม่ันใจวา ถงั บรรจุมีแรงดนั ไมเ กินสงู สุดทยี่ อมใหเกดิ ขน้ึ
จ. เมอื่ สังเกตวามีระดับอยูที่ 0 0 bar / Psig ตรงมาตรวัดแมนิโฟลดดาน LOW ใหปดวาลว แมนิโฟลดท้ัง
ดาน LOW และ HIGH แลวปดหนว ยสำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหมเพื่อปองกันไมใหมีการนำอากาศ
ไปใชใ นระหวางการนำสารทำความเย็นกลบั มาใชใหม อยา ดงึ ใหร ะบบเขา สภู าวะสุญญากาศ
• เม่ือแรงดันของมาตรวัดแมนิโฟลดด าน LOW เริม่ สูง ใหดำเนินการตอ
• สังเกตดูวาเห็นของเหลวควบแนนหรือไม ในสวนของทอ แอกคิวมูเลเตอรหรือผวิ คอมเพรสเซอร (หอง
ขอ เหวีย่ ง) ใหท ำความรอ นสว นน้ีอยางปลอดภัยโดยใชส ายรัดทำความรอนไฟฟาหรือผาเปยกชมุ ดวยน้ำอุน
• หากมาตรวัดแมนิโฟลดด าน LOW คงอยูท ี่ 0 bar / Psig ใหป ดถงั บรรจุ แมนิโฟลด และวาลว ทอ

ดำเนินมาตรการปองกนั การปลดปลอยไฟฟาสถติ (ESD) ซง่ึ อาจเปน แหลงจุดตดิ ไฟ ควรติดสายดนิ
ในถังบรรจุในชว งการใชและเช่ือมตอกับทอสง สารทำความเย็น

การจดั การใชส ารทำความเยน็ ที่ตดิ ไฟไดอยา งปลอดภยั 321

การนำสารทำความเย็นกลบั มาใชใหมในขนั้ ตอนสดุ ทา ย
ก. บันทึกปรมิ าณจริงของสารทีถ่ กู นำกลับมาใชใหม และอัพเดตฉลากบนถังบรรจุ
ข. นำถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเยน็ กลบั มาใชใ หมอ อกจากเคร่ืองชง่ั ใสฝาปดบนพอรท การเช่ือมตอ
ค. ใชปมสุญญากาศและดึงระบบลงไปประมาณ 1000 ไมครอนเพื่อกำจัดสารทำความเย็นที่ตกคางจาก

ระบบและ โดยเฉพาะในสารหลอล่ืนของคอมเพรสเซอร ดบู ทท่ี 9.4.2 การทำสุญญากาศในระบบดว ย
ง. เมื่อกระบวนการระบายสารทำความเย็นทั้งหมดและกระบวนการขจัดส่ิงตกคา งเสร็จสิน้ ใหลางระบบ

ดว ยไนโตรเจนที่ปลอดออกซเิ จนเพ่อื วงจรสารทำความเย็นเกดิ ความเฉ่ือย
จ. จัดทำ/ซอ มแซม/บริการและงานตาง ๆ ทีเ่ กิดหลังจากน้ัน เพือ่ การทดสอบการทำงานของระบบ
ฉ. กรอกขอ มลู ในสมดุ บนั ทึกของระบบ และแบบฟอรม ซอมแซม/บรกิ าร ดวยขอ มูลทเ่ี กย่ี วของ
ช. ทำความสะอาดพน้ื ทที่ ำงาน รวมทง้ั แจงเจาของ/หวั หนา งาน

หลังการนำสารกลบั มาใชใ หม
• ตองนำสารทำความเย็นที่ถูกนำกลับมาใชใหมคืนใหผูผลิตของสารทำความเย็นในถังบรรจุที่ถูกตอง

ตองเตรยี มบนั ทึกท่ีเกย่ี วของกบั การถายของเสียทีเ่ กย่ี วของ อยา ผสมสารทำความเย็นในหนว ยสำหรับ
นำสารทำความเยน็ กลับมาใชใหม โดยเฉพาะอยา งยิง่ ท่ีไมใชอ ยูใ นถังบรรจุ
• หากตอ งนำคอมเพรสเซอรห รือนำ้ มันของคอมเพรสเซอรออก ตอ งตรวจใหแนใจวาสุญญากาศถึงระดับ
ท่ีรับได เพ่ือมั่นใจวาไมเหลือสารทำความเย็นติดไฟในสารหลอลื่น ตองทำสุญญากาศกอนจะคืน
คอมเพรสเซอรใหผ ูผ ลติ ในการเรง กระบวนการน้ี ตอ งทำรอ นดว ยไฟฟา ท่ตี ัวคอมเพรสเซอรเทา นนั้
• เมือ่ ระบายนำ้ มันจากระบบ ตองทำอยางปลอดภัย
• ไลก าซถงั บรรจุใสส ารทำความเย็นท่เี ต็มอยู ตามที่อธิบายไวดานลา งนี้ หากจำเปน

อันตรายจากความเส่ียงตอการระเบดิ หากมีอากาศหรือกา ซอ่นื ๆ ทไี่ มส ามารถ
ควบแนน ไดอยใู นถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหมทีเ่ ต็มอยู
เมื่อใดก็ตามที่เปนไปได ถังบรรจุสำหรับนำสารทำความเย็นกลับมาใชใหมที่บรรจุสารทำความเย็นติดไฟ
ไฮโดรคารบอนทีเ่ ต็มอยู ควรไลกาซออกหลังกระบวนการนำสารทำความเย็นกลับมาใชใ หม และกอนการ
ขนสงเพอื่ กำจัดกา ซทีไ่ มสามารถควบแนน ได ท่สี ำคญั ทีส่ ดุ คืออากาศ

• หลังจากนำถังบรรจุออก ควรทิ้งไวในทีร่ มประมาณ 30 นาที
• สามารถเปรียบเทียบอุณหภูมิ/แรงดัน (แรงดันและอุณหภูมิของสารทำความเย็นไฮโดรคารบอน

บางตัว) หากมีสารชนดิ เดียวในถังบรรจุเพอื่ ตรวจหากาซที่ไมส ามารถควบแนนได
• กาซทีไ่ มสามารถควบแนนไดจะสะสมอยูบนสารทำความเยน็ เหลว
• ไลก า ซท่ไี มส ามารถควบแนนไดเ ปน เวลาประมาณ 10 วินาที โดยเปด วาลว กาซของถงั บรรจุ

การจัดการใชส ารทำความเยน็ ท่ตี ิดไฟไดอยางปลอดภัย 322


Click to View FlipBook Version