The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือแนวปฏิบัติการจัดการข้อร้องเรียน โ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by seasan2554, 2022-06-06 08:41:58

คู่มือแนวปฏิบัติการจัดการข้อร้องเรียน โ

คู่มือแนวปฏิบัติการจัดการข้อร้องเรียน โ

Keywords: คู่มือ

คูมอื แนวปฏิบตั กิ ารจัดการขอรองเรียน
โรงเรียนบ้านสันติ

สาํ นกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2

คาํ นาํ

คูมือแนวปฏิบัติการจัดการขอรองเรียนโรงเรียนบ้านสันติ สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษา
ยะลา เขต 2 จัดทําขึ้น โดยมีวัตถุประสงคเพื่อใหบุคลากรของรัฐ ประชาชนผูเขารับบริการ ไดรับทราบถึง
ความหมาย ขั้นตอน วิธีการ ระยะเวลาดําเนินการ และเจาหนาท่ีผูรับผิดชอบในการดําเนินการจัดการเร่ือง
รองเรียน เพ่ืออํานวยความสะดวกในการเขารับบริการ และอํานวยความยุติธรรม พรอมทั้งสรางคุณธรรมและ
ความโปรงใส เพ่ือปองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐไดอยางเต็มประสิทธิภาพตลอดจนเจาหนาท่ี
ผูรับผิดชอบงานดานวินัยและนิติการของโรงเรียนบ้านสันติ ไดใชเพ่ือเปนแนวทางการปฏิบัติงาน
ไดอยางถูกตองมมี าตรฐานและไดทราบถึงบทบาทหนาท่ีซ่งึ อยูในความรับผิดชอบของตน

โรงเรียนบา้ นสนั ติ
27 มกราคม ๒๕๖4

สารบัญ หนา

คํานํา 1
สารบัญ 2
ภารกจิ งานกลุมกฎหมายและคดี 4
นิยามศพั ท
แผนผงั ขนั้ ตอนการปฏิบัตงิ าน

กระบวนการจัดการขอร้องเรียน
การอทุ ธรณ
การรองทุกข
ชองทางการรองเรยี น/รบั คาํ ปรกึ ษา

ภารกจิ งานกลุม/งานบรหิ ารงาน
บุคคลโรงเรยี นบา้ นสนั ติ

ตามทีพ่ ระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 39 ไดกําหนดใหกระทรวง
กระจายอํานาจการบริหารและการจัดการศึกษา ท้ังดานวชิ าการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการ
บริหารทั่วไปไปยังคณะกรรมการ และสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา
โดยตรงนัน้ สงผลใหงานวนิ ัยและการเสริมสรางวินัย อทุ ธรณ รองทุกข รองเรียน ซึ่งเปนสวนหนงึ่ ของงานดาน
การบริหารงานบุคคลอยูในอํานาจหนาท่ีของสถานศึกษาโดยตรงตามอํานาจที่กฎหมายกําหนด โรงเรียนบ้าน
สันติ สํานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2 จึงไดดําเนินการมอบหมายภารกิจงานดานวินัย
โดยมีภารกิจงานตามคําสั่งมอบหมายงานในหนาท่ีราชการตาม คําสั่งโรงเรียนบานสันติ ท่ี ......../2564
เรือ่ ง มอบหมายงานในหนาทร่ี าชการ ดงั น้ี

นางซารนี า เจ๊ะเตะ๊ ตําแหนงครูชำนาญการพเิ ศษ ปฏบิ ตั ิหนาทง่ี านวินัยและการรักษาวินัย
มีหนาท่ีและรบั ผดิ ชอบงาน ดังนี้

1. สงเสริม สนับสนุน พฒั นาการมีวนิ ัยและรกั ษาวนิ ัย

2. ดาํ เนินการสบื สวนเก่ยี วกบั เรื่องรองเรยี น

3. ดําเนนิ การสอบสวนเก่ียวกบั วินยั และการตรวจพิจารณาวินัย

4. ดําเนินการเกี่ยวกับการอุทธรณและการพจิ ารณาอุทธรณ

5. ดําเนนิ การเกย่ี วกบั การรองทุกขและการพจิ ารณารองทุกข

6. ดาํ เนินการเกีย่ วกบั ความรับผิดทางละเมิดของเจาหนาที่

7. ดําเนนิ การปองกันและปราบปรามการทจุ รติ และประพฤติมิชอบ

8. ศึกษา วเิ คราะห วิจัย จดั ทาํ ขอมูลและตดิ ตามประเมินผลเพอื่ พัฒนางานดานวนิ ัย

9. ปฏบิ ัตงิ านรวมกับหรือสนบั สนนุ การปฏบิ ัติงานของหนวยงานอืน่ ที่เก่ยี วของหรอื ที่ไดรับมอบหมาย

นยิ ามศัพท

ขอรองเรยี น หมายถึง เรื่องรองเรยี นทวั่ ไป เรื่องรองเรยี นการทจุ ริต การจัดซื้อจดั จาง การรบั สนิ บน
ผลประโยชนทบั ซอน เร่อื งรองเรยี นขอเสนอแนะ ขอคิดเห็น คําชมเชย การสอบถาม การรองขอขอมลู

ผูรอง หมายถงึ นักเรยี น ครู บคุ ลากรทางการศึกษา ผูปกครองนักเรยี น ประชาชน คูสญั ญา
ผูรบั บริการ ผูมสี วนไดเสยี ทมี่ ีขอรองเรยี น

เจาหนาท่รี ับขอรองเรยี น หมายถงึ เจาหนาทผ่ี ู้รับผิดชอบจัดการขอรองเรยี น
กลมุ /หนวย หมายถงึ กลุมงาน/หนวยงาน ในโรงเรียนบา้ นสนั ติ
หนวยงานทเ่ี กี่ยวของ หมายถึง หนวยงานท่เี กีย่ วของกบั การดาํ เนินการจดั การขอรองเรียน
ผูเกยี่ วของในหนวยงาน หมายถงึ ผูอาํ นวยการโรงเรยี น รองผูอาํ นวยการโรงเรยี น ขาราชการครแู ละ
บคุ ลากรในโรงเรยี นทีเ่ กยี่ วของกับการจัดการขอรองเรยี น น้นั ๆ
ระดบั ขอรองเรยี น หมายถึง การจาํ แนกระดับความสาํ คัญของข้อรองเรยี นออกเปน 3 ระดับ

ระดับ 1 2 3
ประเภท
ขอเสนอแนะ ขอคิดเห็น ขอรองเรยี น และ ขอรองเรยี นที่เจาหนาท่ี ไมสามารถ
นยิ าม คําชมเชย การสอบถาม เจาหนาท่ผี ูรบั ผิดชอบ แกไขได
การรองขอขอมูล แกไขไดเอง
ผูรองไดรับความเดือดรอนและ
ผูรองเรียนไมไดรับความ ผูรองไดรับความเดือดรอน แต ผูเกีย่ วของในหนวยงานไม สามารถ
เดือดรอน แตตดิ ตอเพ่ือ สามารถแกไขไดโดย เจาหนาที่ แกปญหาไดโดย เรงดวนและ
เสนอแนะ ใหขอคิดเห็น ในหนวยงาน มอบหมายเรื่องให
คาํ ชมเชย การสอบถาม ผูรับผดิ ชอบหรอื แตงต้งั
และการรองขอขอมูล คณะกรรมการจัดการขอ
รองเรียน
ตัวอยาง - การสอบถามขอมลู - การรองเรยี นเกี่ยวกบั
- การขอถายสาํ เนาเอกสาร พฤติกรรมการบริหารของ - การรองเรียนเกีย่ วกบั ความผดิ
วนิ ยั เจาหนาท่ี
เจาหนาท่ี - การรองเรยี นเกย่ี วกับการไม
- การรองเรียนเกีย่ วกับ โปร่งใสในการจดั ซื้อจัดจาง
ขอมูลผดิ พลาด - การรองเรียนเก่ียวกบั การ ทุจรติ
เงนิ อดุ หนนุ โรงเรยี น
เวลาในการ ภายใน 3 วันทําการ ตัง้ แต 5-15 วันทําการ - การรองเรยี นเก่ียวกบั การ ทุจริต
จัดการขอ เรยี กรบั เงนิ /สินบน
รองเรียน - การรองเรยี นทวั่ ไป

ผูรบั ผดิ ชอบ เจาหนาท่ีผูรบั ผิดชอบ กลมุ /หนวย เจาของเร่ือง - เกินกวา 15 วันทาํ การ
และเปนไปตามที่กฎหมาย
กําหนด
-กรณสี ืบสวนขอเทจ็ จรงิ หากไม
พบมูลความผดิ ใหยตุ เิ รอ่ื งแต
หากพบมลู ความผิดให
ผู้บงั คับบญั ชาดาํ เนนิ การทาง
วนิ ยั ตอไป

เจาหนาท่ีทไ่ี ดรบั การแตงต้งั

แผนผังขนั้ ตอนการปฏิบตั ิงาน

กระบวนการจัดการขอรองเรียน

ผรู้ ้องเรยี น

ผานสื่อสาธารณะ ใช เจา้ หน้าท่ี
งานวนิ ัย
ไมใ่ ช่ ธุรการลงทะเบยี น

มาดว้ ยตนเอง โทรศัพท์ หนงั สือ ผา่ นเจา้ หน้าท่ี

เจ้าหน้าที่ ผู้รับบันทึก ธรุการลงทะเบยี น บนั ทกึ ลงแบบฟอร์ม

เจ้าหน้าที่ รอง ผอ.โรงเรยี น
งานวนิ ยั

ไมร่ ุนแรง ผอ.โรงเรยี น วนิ ิจฉยั ส่ังการ ตอบผู้รองเรียน/ไกลเกลย่ี /
ยุติ
ตอบผู้รอ้ งเรยี น/ รุนแรง
ไกลเกลี่ย/ยุติ รายงานผลการ
ทบทวนในฝ่ายบริหาร/ ตรวจสอบข้อเทจ็ จริง
ต้ังกรรมการสอบหาขอเทจ็ จรงิ

ใช้กระบวนการ
ทางนติ ศิ าสตรและรัฐศาสตร

ลําดับขัน้ ตอนการสอบสวนวินยั ไมรายแรง (อาํ นาจผูบังคับบัญชา)
กฎ ก.ค.ศ.วาดวยการสอบสวนพจิ ารณา พ.ศ. 2550 ขอ 21 กําหนดใหดาํ เนินการใหเสร็จ
ภายใน 90 วัน หากไมเสร็จใหขยายไดไมเกนิ 30 วนั โดยนาํ ข้นั ตอนตามขอ 20 มาใชโดยอนโุ ลม ดังน้ี

ที่ การดําเนินการ ระยะเวลา หมายเหตุ

1 ประธานกรรมการลงลายมือชอ่ื วนั เดือน ป ผูสั่งแตงตัง้ แจงภายใน 3 วนั นบั แต

ออกคําส่ังแตงตง้ั

2 ประชุมคณะกรรมการเพ่อื วางแนวทางการ

สอบสวนพจิ ารณาเรอ่ื งท่กี ลาวหา กําหนดขอ ภายใน 10 วัน
กลาวหา (ขอ 16) นบั แตวนั ทราบคาํ สง่ั

3 แจงและอธบิ ายขอกลาวหาใหผูถ้ กู กลาวหาทราบ

(สว.2) ขอ 20 แจงสทิ ธิของผถู ูกกลาวหา

-ถามผถู ูกกลาวหาวา จะรับสารภาพหรอื ไม

4 รวบรวมพยานหลักฐานทีเ่ กี่ยวของกบั ขอ กลาวหา

(กรณที ผี่ ูถูกกลาวหาไมรับสารภาพ) - ประชุมเพ่ือ

พจิ ารณาวามพี ยานหลกั ฐานใด สนับสนนุ ภายใน 30 วัน
ขอกลาวหาว่า ผถู ูกกลาวหาไดกระทำ การใด นับแตแจง สว.2
เมือ่ ใด อยางไร และเปนความผดิ วินยั กรณใี ด ตาม

มาตราใด

5 แจงขอกลาวหาทปี่ รากฏตามพยานหลกั ฐานและ

สรุปพยานหลักฐานทสี่ นับสนุน ขอกลาวหาใหผถู กู ภายใน 10 วนั นบั
กลาวหาทราบ แตวันดาํ เนินการ
- ถามความประสงคของผูถกู กลาวหาวาจะยื่นคำ
ตามขอ 4
ชแ้ี จงเปนหนงั สอื หรือจะใหถอยคาํ ตอ

คณะกรรมการ (สว.3)

6 สอบสวนและรวบรวมพยานหลกั ฐานฝ่ายผถู ูก ภายใน 30 วนั นับแต

กลาวหา ดาํ เนนิ การตามขอ 5

7 ประชุมพจิ ารณาพยานหลกั ฐานทง้ั หมดเพื่อลงมติ

วาผถู ูกกลาวหากระทำ ผดิ วนิ ัยหรือไม ถาผดิ เปน

ความผดิ รายแรงหรอื ไมรายแรง ผดิ กรณใี ด มาตรา

ใด ควรไดรับโทษสถานใดหรอื หยอนความสามารถ ภายใน 10 วนั นบั
ตามมาตรา 111 หรอื มมี ลทินหรือมวั หมองตาม
แตวนั ดําเนิน
มาตรา 112
การ ตามขอ 6
8 ทาํ บันทกึ รายงานสอบสวน (ขอ 39)

9 เสนอสํานวนการสอบสวนตอผูสง่ั แตงต้ัง ดาํ เนินการใหแลวเสรจ็

คณะกรรมการสอบสวน ภายใน 90 วัน

ลําดับขน้ั ตอนการสอบสวนวินัยอยางรายแรง (อาํ นาจศึกษาธิการจงั หวัด)

กฎ ก.ค.ศ.วาดวยการสอบสวนพิจารณา พ.ศ. 2550 ขอ 20 กาํ หนดใหดําเนนิ การใหเสร็จ ภายใน
180 วัน หากไมเสร็จใหขยายไดไมเกนิ 60 วัน หากเกิน 240 วนั ประธานตองรายงานเหตใุ หผูสงั่ แตงตั้ง
คณะกรรมการสอบสวน เพ่ือรายงาน กศจ. พจิ ารณาเรงรัดการสอบสวน โดยนาํ ขั้นตอนตามขอ 20 มาใช
ดังน้ี

ที่ การดําเนนิ การ ระยะเวลา หมายเหตุ

1 ประธานกรรมการลงลายมอื ชื่อ วนั เดอื น ป ผูสั่งแตงตั้ง แจงภายใน 3 วนั

นบั แต ออกคาํ สั่งแตงตัง้

2 ประชมุ คณะกรรมการเพ่ือวางแนวทางการ

สอบสวนพจิ ารณาเรื่องท่ีกลาวหา กาํ หนด ภายใน 15 วนั

ขอกลาวหา (ขอ 16) นับแตวันทราบคาํ สั่ง

3 แจงและอธิบายขอกลาวหาใหผถู้ กู กลาวหาทราบ

(สว.2) ขอ 20 แจงสทิ ธขิ องผถู ูกกลาวหา

-ถามผถู กู กลาวหาวา่ จะรบั สารภาพหรอื ไม

4 รวบรวมพยานหลักฐานทีเ่ กยี่ วของกับขอ กลาวหา

(กรณที ผ่ี ูถูกกลาวหาไมรับสารภาพ) - ประชมุ เพือ่

พิจารณาวามีพยานหลกั ฐานใด สนบั สนนุ ภายใน 60 วนั
นับแตแจง สว.2
ขอกลาวหาว่าผถู ูกกล่าวหาไดกระทำ

การใดเมื่อใดอยางไร และเปนความผดิ วนิ ัยกรณี

ใด ตามมาตราใด

5 แจงขอกลาวหาท่ีปรากฏตามพยานหลักฐานและ

สรุปพยานหลักฐานทีส่ นับสนนุ ขอกลาวหาใหผถู ูก ภายใน 15 วนั นับ
กลาวหาทราบ แตวันดําเนนิการ
- ถามความประสงคของผูถกู กลาวหาวาจะย่นื คำ
ตามขอ 4
ชีแ้ จงเปนหนังสอื หรอื จะใหถอยคําตอ

คณะกรรมการ (สว.3)

6 สอบสวนและรวบรวมพยานหลกั ฐานฝ่ายผถู ูก ภายใน 60 วนั นบั แต
กลาวหา ดาํ เนนิ การตามขอ 5

7 ประชมุ พิจารณาพยานหลักฐานทงั้ หมดเพ่ือลงมติ

วาผถู กู กลาวหากระทำผดิ วนิ ยั หรือไม ถาผิดเปน

ความผดิ รายแรงหรอื ไมรายแรง ผดิ กรณใี ด มาตรา

ใด ควรไดรับโทษสถานใดหรือหยอนความสามารถ ภายใน 30 วันนับ
ตามมาตรา 111 หรือมีมลทินหรือมวั หมองตาม แตวนั ดําเนินการ
มาตรา 112
ตามขอ 6
8 ทําบนั ทกึ รายงานสอบสวน (ขอ 39)

9 เสนอสํานวนการสอบสวนตอผูส่งั แตงต้งั รวมระยะเวลาการสอบสวน

คณะกรรมการสอบสวน 180 วนั

10 หากไมเสร็จใหขยายไดไมเกิน 60 วนั หากเกนิ 240 วนั ประธานตองรายงานเหตใุ หผูสั่งแตงตั้ง

คณะกรรมการสอบสวน เพื่อรายงาน กศจ. พจิ ารณาเรงรดั การสอบสวน ภายในระยะเวลาที่ กศจ. กําหนด

การอุทธรณ

ผู้อทุ ธรณ์
สงั กัดเขต

โทษภาคทณั ฑ์ โทษภาคทณั ฑ์ โทษ ปลดออก/
ตัดเงินเดอื น ตดั เงินเดอื น ไลอ่ อกจากราชการ
ลดขั้นเงนิ เดอื น ลดขัน้ เงนิ เดือน

ของ ของ
-ผู้อาํ นวยการสาํ นักงาน -นายรัฐมนตรี
เขตพืน้ ทกี่ ารศึกษา -รฐั มนตรี เจ้าสังกดั
-ผู้อํานวยการสถานศึกษา - เลขาธิการ สพฐ.
- คาํ สง่ั ผู้บังคบั บญั ชา
ท่ีสั่งตาม มติ กศจ.

ทาํ หนังสอื ยน่ื อุทธรณ์ ถงึ ประธาน กศจ. /หรือยน่ื ทาํ หนงั สือยื่นอทุ ธรณ์ ถึงประธาน ก.ค.ศ /หรือยื่นผา่ น
ผา่ นหน่วยงานท่ที ําหน้าทีเ่ ลขานกุ าร กศจ. (ภายใน หนว่ ยงานที่ทําหน้าที่เลขานกุ าร ก.ค.ศ. (ภายใน 30
30 วนั ตง้ั แตว่ นั รับทราบคําส่งั ) วนั ตง้ั แตว่ ันรับทราบคาํ สัง่ )

การพิจารณาอุทธรณ์ ให กศจ./อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ต้ัง ก.ค.ศ. แล้วแต่กรณี พิจารณาอทุ ธรณ์ให้แล้วเสร็จภายใน
90 วัน โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงจากสาํ นวนการสืบสวนหรอื การพจิ ารณา ในเบือ้ งตน้ ม.95 และสํานวนวนิ ัย

ม.98 หรือสํานวนการไตสวนเอกสารหลกั ฐานท่ีเก่ียวของ ฯ โดยนาํ ข้ันตอนที่กําหนดไว้ใน
กฎ ก.ค.ศ. ว่าดว้ ยการอุทธรณแ์ ละพิจารณาอุทธรณ์ พ.ศ. 2550 มาใชประกอบการพิจารณา

อุทธรณ์/รอ้ งทกุ ข์
ต่อไปไม่ได้

ให้ผมู้ ีอาํ นาจตามมาตรา 53 ส่ังหรือปฏบิ ตั ิให้เป็นไปตามนัน้

ลาํ ดับขน้ั ตอนการอุทธรณ

พระราชบัญญตั ริ ะเบียบขาราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๑๒๑ และ
มาตรา ๑๒๒ กฎ ก.ค.ศ.วาดวยการอุทธรณและการพจิ ารณาอทุ ธรณ พ.ศ. 2550 ขอ ๓ กําหนดใหผูอุทธรณ
คําสงั่ ลงโทษ ทางวนิ ยั ภายใน ๓๐ วนั นบั แตวันทไ่ี ดรับแจงคาํ สั่ง การพิจารณาอุทธรณเฉพาะโทษทางวินยั
รายแรง ให ก.ค.ศ. พิจารณาใหแลวเสรจ็ ภายใน ๙๐ วนั โดยมีขน้ั ตอนดงั น้ี

การอุทธรณโทษวนิ ัยไมรายแรง

(โทษภาคทัณฑ ตัดเงินเดือน ลดขั้นเงนิ เดอื น)

ท่ี การดําเนินการ ระยะเวลา หมายเหตุ

1 ผอู ุทธรณยนื่ อทุ ธรณตอ ก.ศ.จ. หรอื ก.ค.ศ. - พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บ

แลวแตกรณี ขาราชการครแู ละบคุ ลากรทางการ
ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๑๒๑

2 อุทธรณตองทาํ เปนหนงั สือแสดงขอเทจ็ จริงและ ภายใน ๓๐ วนั - กฎ ก.ค.ศ.วาดวยการอทุ ธรณ
เหตุผลวาไม่ไดรบั ความเปนธรรมอยางไร และลง นับแตวัน ทราบคาํ สงั่ และการพิจารณาอทุ ธรณ พ.ศ.
2550 ขอ ๔

ลายมอื ชื่อและทอ่ี ยูของผูอทุ ธรณ

3 ใหอทุ ธรณไดสาํ หรับตนเองเทาน้นั จะอุทธรณแทน

ผอู ืน่ หรอื มอบหมายใหผอู น่ื อุทธรณแทนไมได

4 เม่ือพิจารณาวนิ จิ ฉันอทุ ธรณแลว้ ใหมีมติยก

อุทธรณ เพม่ิ โทษ ลดโทษ งดโทษ หรือให ผูบงั คับ

บญั ชาดำเนินการตง้ั กรรมการสอบสวนใหม

ในกรณที ี่คาํ ส่งั ลงโทษไมถูกตองหรือไมเหมาะสม

5 เมอ่ื ก.ศ.จ. หรอื ก.ค.ศ. แลวแตกรณี ไดมีมตแิ ลว

ใหผมู อี าํ นาจตาม มาตรา ๕๓ สง่ั หรือปฏิบัติให

เปนไปตามมตินัน้

6 เมื่อผูมอี ํานาจตาม มาตรา ๕๓ สง่ั หรอื ปฏบิ ัตใิ ห

เปนไปตามมตดิ งั กลาวแลว ใหแจงใหผูอุทธรณ

ทราบ พรอมท้งั แจงสิทธกิ ารฟองคดีตอศาล

ปกครองภายใน ๙๐ วนั ใหผอู ทุ ธรณทราบดวย

7 การจัดทํารายงานการประชุมและการจัดทำ ตามนัยพระราชบัญญัตวิ ิธปี ฏิบตั ิ

มตขิ อง ก.ศ.จ. หรอื ก.ค.ศ. แลวแตกรณี ราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

ใหดาํ เนนิ การจดั ใหมเี หตผุ ลไวในคาํ วนิ จิ ฉัยดวย

การอุทธรณโทษวนิ ัยรายแรง

(โทษปลดออกจากราชการ ไลออกจากราชการ)

ท่ี การดําเนนิ การ ระยะเวลา หมายเหตุ

1 ผอู ุทธรณย่ืนอทุ ธรณตอ ก.ค.ศ. - พระราชบัญญัติระเบียบ

2 อุทธรณตองทาํ เปนหนังสือแสดงขอเทจ็ จริงและ ขาราชการครูและบุคลากรทางการ

เหตุผลวาไมไ่ ดรบั ความเปนธรรมอยางไร และลง ภายใน ๓๐ วัน ศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๑๒๒
- กฎ ก.ค.ศ.วาดวยการอทุ ธรณ
ลายมือชือ่ และทอ่ี ยูของผูอทุ ธรณ นบั แตวนั ทราบ และการพิจารณาอุทธรณ พ.ศ.

3 ใหอุทธรณไดสาํ หรบั ตนเองเทาน้ัน จะอุทธรณแทน คาํ ส่ัง 2550 ขอ ๔

ผูอน่ื หรือมอบหมายใหผอู ื่นอทุ ธรณแทนไมได

4 เม่ือ ก.ค.ศ. พจิ ารณาวนิ จิ ฉันอทุ ธรณแลว ใหมมี ติ

ยกอุทธรณ เพ่ิมโทษ ลดโทษ งดโทษ

5 เม่ือ ก.ค.ศ. ไดมีมติเปนแลว ผูอทุธรณจะอุทธรณ พจิ ารณา

ตอไปมไิ ด ใหแจงใหสวนราชการทเ่ี กี่ยวของทราบ ใหแลว เสรจ็

หรอื ดําเนินการใหเปนไปตามมติ ก.ค.ศ. โดยเร็ว ภายใน ๙๐ วนั
6 ให ก.ค.ศ. แจงใหผูอุทธรณทราบเปนหนงั สอื พรอม นับแตไดรับอทุ ธรณ

ทั้งแจงสิทธกิ ารฟองคดตี อศาลปกครอง ภายใน ๙๐

วัน ใหผูอทุ ธรณทราบดวย

7 การจัดทาํ รายงานการประชุมและการจัดทำมติของ ตามนยั พระราชบญั ญัติวิธีปฏบิ ตั ิ

ก.ค.ศ. แลวแตกรณี ใหดําเนินการจดั ใหมีเหตุผลไว ราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

ในคาํ วนิ ิจฉัยดว้ ย

การรองทกุ ข

ผู้ร้องทุกข์

เหตุแห่งการ
ร้องทุกข์

ไม่ได้รบั ความคบั ของใจ การแต่งต้งั คําส่งั พักราชการ คาํ สงั่ ใหออก
ความเปน็ ธรรม จากการกระทํา คณะกรรมการ ตามมาตรา 103 จากราชการ

ของผู้บังคับบัญชา สอบสวน

เหตรุ ้องทุกข์
เกดิ จาก

นายกรฐั มนตรี/รัฐมนตรี/ ผู้บงั คบั บญั ชา ข้าราชการครูท่ี
เลขาธิการ/ผู้บงั คับบัญชา ตง้ั แต่ ผอ.สพท. มิไดสงั กัด

ซ่ึงสั่งตามมติ ก.ศ.จ. ลงมา ร้องทุกข์ต่อ สพป./สพม.
รอ้ งทุกข์ต่อ ก.ค.ศ. ก.ศ.จ. รอ้ งทุกข์ต่อ
ก.ค.ศ. หรือ
ก.ศ.จ. แลว้ แต่

กรณี

ให ก.ศ.จ. / อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตง้ั / ก.ค.ศ. พจิ ารณาวนิ ิจฉยั เรื่องรองทุกขใหแลวเสรจ็ ภายใน
30 วัน นับแตวนั ไดรบั หนังสือรองทกุ ข แตถามคี วามจาํ เปนไมอาจพจิ ารณาใหแลวเสรจ็ ใหขยาย
เวลาพิจารณาไดอีกไมเกนิ 30 วัน และใหบันทึกแสดงเหตุผลความจําเปนไวดวย

ลาํ ดับขน้ั ตอนการรองทกุ ข

พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บขาราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๑๒3 และ

มาตรา ๑๒4 กฎ ก.ค.ศ. วาดวยการรองทุกขและการพจิ ารณารองทกุ ข พ.ศ. 2551 กําหนดใหผูรองทุกขซึ่ง

ไมไดรบั ความเปนธรรมหรือมีความคับของใจเน่ืองจากการกระทําของผูบังคับบัญชาหรือการแตงตง้ั

คณะกรรมการสอบสวนทางวินยั ใหรองทกุ ขต์ อ ก.ศ.จ. อ.ก.ค.ศ. ท่ี ก.ค.ศ. ต้ัง หรอื ก.ค.ศ. แลวแตกรณี โดยมี

ข้ันตอนดงั น้ี

การรองทุกข

ที่ การดาํ เนนิ การ ระยะเวลา หมายเหตุ

1 ผูรองทุกขย่นื รองทุกขตอ ก.ศ.จ. อ.ก.ค.ศ. ท่ี - พระราชบญั ญัติระเบียบ

ก.ค.ศ. ตัง้ หรือ ก.ค.ศ. แลวแตกรณี ขาราชการครแู ละบุคลากร ทางการศึกษา

2 การรองทุกขกาํ หนดใหมีการรองทุกขดวยวาจา ภายใน ๓๐ วัน พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๑๒3 และ มาตรา
เพอ่ื ไดทาํ ความเขาใจกนั กอน หากไมเปนที่ นบั แตวนั ทราบเหตุ 124
พอใจจึงใหรองทกุ ขเปนหนงั สือโดยทาํ หนงั สือ แหงการรองทุกข - กฎ ก.ค.ศ.วาดวยการรองทุกข
รองทุกขลงลายมือชือ่ พรอมที่อยูของผูรองทกุ ข และการพิจารณารองทุกข พ.ศ.
2551
โดยยื่นเองหรือสงทางไปรษณียก็ได

3 หนงั สอื รองทุกขใหมีสาระสําคัญท่แี สดง ข

อเท็จจริงและเหตผุ ลใหเหน็ วาไมไดรบั ความ

เปนธรรมหรือมีความคบั ของใจอยางไร และ

แจง ความประสงคของการรองทุกขพรอม

พยานหลกั ฐานท่ีมี

4 เม่อื ก.ศ.จ. อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตงั้ หรอื ก.ค.ศ. พจิ ารณาใหแลว

แลวแตกรณีพิจารณาวนิ ิจฉนั รองทุกขแลว ใหมี เสรจ็ ภายใน 30
มติ ยกคาํ รองทุกข เพิกถอน หรือยกเลิกการ วัน นับแตวันไดรับ
ปฏิบตั ิ หรือใหขอแนะนาํ ตามท่ีเหน็ สมควร หนงั สือรองทุกข
เพือ่ ใหผูบังคบั บญั ชาปฏิบตั ใิ หถูกตอง หรือไม แตถามีความ
รบั คาํ ร้องทุกขในกรณีท่เี ห็นวาการรองทุกขไม จําเปนไมอาจ
เปนไปตามหลักเกณฑ
พจิ ารณาใหแลว
5 เมอื่ ก.ศ.จ. อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตง้ั หรอื ก.ค.ศ. เสรจ็ ใหขยายเวลา
แลวแตกรณี ไดมีมติแลว ใหถือเปนที่สดุ
พจิ ารณาไดอีก

6 ใหแจงใหผูรองทกุ ขทราบเปนหนงั สอื โดยเร็ว ไมเกิน 30 วัน
พรอมทงั้ แจงสิทธกิ ารฟองคดีตอศาลปกครอง และใหบนั ทึกแสดง
ภายใน ๙๐ วนั นบั แตวันทไี่ ดรับแจงคําวนิ ิจฉัย เหตผุ ลความ
จาํ เปนไวดวย
รองทุกข ใหผูรองทกุ ขท ราบดวย

7 การจดั ทาํ รายงานการประชมุ และการจดั ทาํ มติ ตามนยั พระราชบัญญตั วิ ิธปี ฏบิ ัติ ราชการ
ของ ก.ศ.จ. หรือ ก.ค.ศ. แลวแตกรณี ให ทางปกครอง พ.ศ.
ดําเนินการจัดใหมเี หตผุ ลไวในคําวนิ จิ ฉยั ดวย ๒๕๓๙

ชองทางการรองเรียน/รบั คําปรึกษา

1. รองเรียนดวยตนเอง (ในวันและเวลาราชการ)
- โรงเรยี นบา้ นสันติ สาํ นักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 2
อาคาร 1 กลมุ งานบรหิ ารงานทวั่ ไป (งานธรุ การ)

2. ทางโทรศพั ท
- สายตรงผูอํานวยการโรงเรยี นบ้านสันติ หรอื กลุมงานบรหิ ารงานท่วั ไป
โทร 087-836-5101

3. รองเรียนเปนหนังสือ
- ทอ่ี ยู โรงเรียนบา้ นสนั ติ สํานักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษายะลา เขต 2 หมทู่ ่ี 2
ตำบลเขื่อนบางลาง อาํ เภอบนั นังสตา จงั หวัดยะลา รหสั ไปรษณยี 95130

นายพารีดี ลาบอู าปี คณะผูจดั ทาํ
นางซารีนา เจะ๊ เต๊ะ
ผูอาํ นวยการโรงเรยี นบ้านสันติ
เจาหนาทง่ี านวนิ ยั โรงเรยี นบ้านสนั ติ


Click to View FlipBook Version