นายกฤษณุลัก ลั ษณ์ ดำ คล้า ล้ ย เลขที่ 2 นายธเนศพล เรืองเริงกุล กุฤทธิ์ เลขที่ 4 นายศุภกรวิชญ์ สงค์ดำ เลขที่ 22 รามเกีย กี รติ์ จัดทำ โดย โรงเรียนเบญจมราชูทิ ชู ทิศ ตอน ศึกกุมภกรรณ
รามเกียรติ์ รามเกียรติ์ เป็นวรรณกรรมที่มีเค้าโครงมาจาก เรื่องรามายณะซึ่งเป็นนิทานที่แพร่หลายอยู่ทั่วไปใน ภูมิภาคเอเชียใต้ ต่อมาอารยธรรมอินเดียได้แพร่สู่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะพ่อค้าชาว อินเดียได้นำ วัฒนธรรมและศาสนามาด้วย ทำ ให้รา มายณะแพร่หลายไปทั่วภูมิภาค กลายเป็นนิทานที่รู้จัก กันเป็นอย่างดี และได้ปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้ สอดคล้องกับวัฒนธรรมของประเทศนั้นจนกลาย เป็นวรรณคดีประจำ ชาติไป ดังปรากฏในหลายชาติ เช่น ไทย ลาว พม่า กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย ล้วนมีวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์เป็นวรรณคดีประจำ ชาติทั้งสิ้น “รามเกียรติ์” มีเค้าจากวรรณคดีอินเดียคือมหา กาพย์รามายณะที่ ฤๅษีวาลมีกิ ชาวอินเดีย แต่งขึ้น เป็นภาษาสันสกฤต เมื่อประมาณ ๒,๔๐๐ ปีเศษ เชื่อ ว่าน่าจะเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ จากอิทธิพลของลัทธิพ ธิ ราหมณ์ฮิณ์ฮินดู
ตัวละคร พระราม พระลักษมณ์
ตัวละคร นางสีดา ทศกัณฐ์
ตัวละคร กุมภกรรณ พิเภก
ตัวละคร หนุมาน สุครีพ
เนื้อเรื่องย่อ กุมภกรรณเป็นน้องชายร่วมบิดา มารดาเดียวกันกับทศกัณฐ์ คือท้าวลัส เตียน และพระนางรัชฎา หลังจากที่ ไมยราพได้ถูกสังหารแล้ว กุมภกรรณ ได้ถูกเรียกตัวมาช่วยรบ ซึ่งกุมภกรรณ นั้นแม้จะมีฤทธิ์มากแต่เป็นยักษ์รักสงบ แต่ด้วยถูกทศกัณฐ์บีบบังคับ จึงจำ ต้องยกทัพออกมารบกับพระราม
เนื้อเรื่องย่อ กุมภกรรณได้ทำ ศึกกับกองทัพของพระราม ทั้งหมด ๔ ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกกุมภกรรณได้ยก ทัพมาประจันหน้ากับกองทัพพระราม พิเภกเห็น ว่ากุมภกรรณเป็นยักษ์รักสงบและที่ออกมารบน่า จะเป็นเพราะถูกทศกัณฐ์บังคับเป็นแน่ จึงได้ทูล ขอพระรามออกไปเจรจากับกุมภกรรณ หากแต่ กุมภกรรณไม่ยอมยกทัพกลับไป ซ้ำ ยังฝากปริศนา ให้พิเภกนำ ไปทายพระรามด้วย ว่า "ช้างงารี ชี โฉด หญิงโหดมารยา ชายทรชน" นั้นหมายถึงใคร
เนื้อเรื่องย่อ พระรามไม่สามารถไขปริศนานั้นได้ จึง ได้ให้องคตไปลวงเอาคำ ตอบมาจาก กุมภกรรณ และกุมภกรรณได้เฉลยว่า ช้างงารีคือทศกัณฐ์ ชีโฉดคือพระราม ที่พอเมียหายก็เที่ยวตามหาให้วุ่น หญิงโหดมารยาคือนางสำ มนักขาที่ เป็นต้นเหตุของสงครามครั้งนี้ และ ชายทรชนคือพิเภกที่ทรยศพี่น้องมา เข้ากับพระราม
เนื้อเรื่องย่อ ต่อมาสุครีพขันอาสาไปรบกับกุมภ กรรณ และได้ถูกกุมกรรณหลอกให้ แสดงกำ ลังให้ดูด้วยการถอนต้นรังมา ให้ได้ดู ทำ ให้สุครีพเสียกำ ลังไป มากมายจนรบแพ้กุมภกรรณและได้ถูก กุมภกรรณจับตัวไป แต่หนุมานก็ตาม ไปช่วยกลับมาได้
เนื้อเรื่องย่อ ต่อมา กุมภกรรณได้ขึ้นไปนำ อาวุธประจำ กาย คือ หอกโมกขศักดิ์ซึ่งฝากไว้กับพระพรหมบน สวรรค์ลงมาใช้ แต่ด้วยคุณธรรมของกุมภ กรรณที่หม่นหมองลง หอกจึงขึ้นสนิม กุมภ กรรณจำ เป็นต้องตั้งโรงพิธีลับหอกเพื่อให้ กลับมาแวววาวและมีฤทธิ์ดังเดิม เมื่อทาง ฝ่ายพระรามรู้ จึงส่งหนุมานและองคตไป ทำ ลายพิธีด้วยการแปลงกายเป็นหมาเน่าและ อีกาจิกซากหมาเน่าลอยไปที่หน้าโรงพิธี ด้วย รู้จากพิเภกว่ากุมภกรรณเป็นยักษ์รักสะอาด
เนื้อเรื่องย่อ การทำ ลายพิธีได้ผล กุมภกรรณทน กลิ่นจากหมาเน่าไม่ได้และต้องหนีไป ถึงกระนั้น กุมภกรรณก็ยังนำ เอาหอก โมกขศักดิ์ไปใช้ และขว้างหอกโมกข ศักดิ์ไปปักอกพระลักษมณ์ซึ่งเป็นผู้นำ ทัพมาครั้งนั้น หอกโมกขศักดิ์จะไม่หลุด ออกจนกว่าพระลักษมณ์จะสิ้นชีวิต และพระลักษมณ์จะสิ้นชีพเมื่อต้อง แสงอาทิตย์
เนื้อเรื่องย่อ พระรามเศร้าโศกมากด้วยนึกว่าพระลัก ษมณ์สิ้นชีวิตแล้ว แต่พิเภกได้กราบทูล ว่าพระลักษมณ์ยังไม่สิ้นชีพ และพระ พรหมได้กำ หนดให้มียาแก้พิษหอกโมก ขศักด์นี้แล้ว คือต้นสังกรณีและตรีชวา บนเขาสรรพยา กับน้ำ ปัญจมหานทีซึ่งมี ในกรุงอโยธยาของพระราม พระราม จึงให้หนุมานไปนำ ตัวยาทั้งหมดมา
เนื้อเรื่องย่อ ก่อนอื่นหนุมานได้เหาะไปหยุดราชรถของ พระอาทิตย์ เพราะเกรงว่าหากพระอาทิตย์ ขึ้นและร่างของพระลักษมณ์ต้องแสงอาทิตย์ ก็จะสิ้นชีพ แต่พระอาทิตย์ทำ เช่นนั้นไม่ได้ เพราะจะทำ ให้เวลาบนโลกคลาดเคลื่อน แต่ ด้วยเห็นแก่ความจงรักภักดีของหนุมาน พระอาทิตย์จึงบังคับราชรถไปหลบหลังเมฆ แทน ก่อนที่หนุมานจะเหาะไปยังเขาสรรพยา เพื่อนำ ต้นสังกรณีและตรีชวามา
เนื้อเรื่องย่อ เมื่อได้ตัวยาทั้งหมดแล้ว หนุมานนำ เอา ยาทั้งหมดกลับมารักษาพระลักษมณ์ได้ เป็นผลสำ เร็จ เมื่อแผนการใช้หอกโมก ขศักดิ์ไม่สำ เร็จ กุมภกรรณจึงดำ เนิน แผนการด้วยการทำ พิธีทดน้ำ กั้นทางน้ำ ไม่ให้ไหลไปยังค่ายพระราม เพื่อที่จะ ให้กองทัพพระรามต้องอดน้ำ ตายหมด แต่หนุมานก็ตามไปทำ ลายพิธีได้สำ เร็จ
เนื้อเรื่องย่อ จนครั้งสุดท้าย กุมภกรรณยกทัพมารบ กับกองทัพพระรามซึ่งครั้งนี้พระราม เป็นผู้นำ ทัพมาด้วยตัวเอง และพระราม ก็แผลงศรไปปักอกกุมภกรรณได้ใน ที่สุด ก่อนตายกุมภกรรณเห็นร่างของ พระนารายณ์ซ้อนทับร่างของพระราม จึงได้กราบขอขมาต่อพระราม และ สิ้นชีพลงในที่สุด
คุณค่าที่ได้รับ ด้านวรรณศิลป์ ๑.การสรรคำ การใช้คำ ที่หลากหลายใน การสื่อความหมายถึงตัวละครแต่ละตัว ซึ่ง การสรรคำ จะทำ ให้ผู้อ่านไม่เกิดความเบื่อ หน่ายเพราะหากไม่มีการสรรคำ ก็จะต้องใช้ สรรพนามแทนตัวละครหนึ่งๆซ้ำ ๆ กันอยู่ ตลอดเวลาก็จะทำ ให้เรื่องราวอาจกร่อย ลงได้ ๒.การเล่นคำ ซ้ำ ทำ ให้เกิดความไพเราะ และเสริมความงดงามของบทประพันธ์ ซึ่ง ในเรื่องรามเกียรติ์นี้พบเป็นจำ นวนมาก
คุณค่าที่ได้รับ ด้านเนื้อหา เนื้อหานอกจากจะให้ความเพลิดเพลินแล้ว ตัว ละครในเรื่องยังได้แสดงถึงคุณธรรมที่เป็นแบบอย่างใน การดำ เนินชีวิต นอกจากนี้ยังมีข้อคิดที่ได้อีกมากมาย เช่น ๑.ทั้งในเรื่องความยุติธรรมของท้าวมาลีวราชที่ไม่ เข้าข้างฝ่ายทศกัณฐ์ซึ่งเป็นหลานของตน แต่ฟังความ จากทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ทุกคน ๒.การไม่เห็นแก้พวกพ้องจนเสียความยุติธรรม เห็น ได้จากสุครีพ ที่สาบานเป็นเพื่อนตายกับพิเภก แต่เมื่อ ได้รับบัญชาให้สอบสวนนางเบญจกายซึ่งปลอมตัวเป็น นางสีดาตายลอยน้ำ มาลวงพระราม สุครีพสอบสวน ความได้ว่า นางเป็นธิดาของพิเภกจึงเชื่อคำ ให้การของ นางเบญจกายแต่ก็ให้นางเข้าพบพระรามเพื่อตัดสินคดี ไม่ปล่อยให้นางเป็นอิสระทันที ๓.ความกล้าหาญในการรบของหนุมานและสุครีพ ที่ต่อสู้กับศัตรูอย่างกล้าหาญ
คุณค่าที่ได้รับ ด้านสังคม ๑.วัฒนธรรมและประเพณี ได้แก่ การทำ กิจกรรมต่างๆ เช่น ประเพณีการจัดทัพและการตั้งค่าย ความเชื่อเรื่อง โชคลาง และการบูชาบวงสรวงเทวดา เช่น พิธีปรุงข้าว ทิพย์ ความเชื่อเรื่องโชคลางในการหาฤกษ์ยามที่เหมาะ สมในการออกทัพ หรือระเบียบวิธีทางการทูตสมัยเก่า เช่นการปฏิสันถารสามนัด (เมื่อพระราชาพบทูต จะถาม คำ ถามสามคำ ถามก่อนที่จะเจรจากัน ได้แก่ ๑.พระราชาของท่านเป็นอย่างไร ๒.เมืองของท่านเป็นอย่างไร ๓.ท่านมีจุดประสงค์อะไร ซึ่งเป็นโอกาสให้ทูตให้ ปฏิภาณไหวพริบตอบ) เป็นต้น ๒.การแสดงสภาพชีวิตความเป็นอยู่และค่านิยมของ บรรพบุรุษ ที่ย่อมจะสอดแทรกสภาพสังคมสมัยก่อน ๓.การเข้าในธรรมชาติของมนุษย์ ตัวละครแต่ละตัว เป็นตัวแทนของมนุษย์โดยทั่วไปที่มี รัก โลภ โกรธ หลง ดีใจ เสียใจ
คุณค่าที่ได้รับ ๔.เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ชื่อเมืองและสถาน ที่หลายๆแห่งในเรื่องรามเกียรติ์นั้น ร่วมสมัยกับเมือง ไทยในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เช่นเมืองอยุธยา เมือง บุรีรัมย์ แม่น้ำ สะโตง นอกจากนั้นเทคโนโลยีก็ร่วมสมัย กัน เช่นมีการกล่าวถึงอาวุธปืน ซึ่งย่อมไม่มีในรามาย ณะ นอกจากนั้นระบบการปกครองในรามเกียรติ์ยังเป็น ระบบการปกครองแบบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เก่า ที่ เจ้าเมืองขึ้นยอมสยบต่อเมืองแม่เป็นทอดๆ โดยการ เคารพใน ‘บุญ’ ของพระมหากษัตริย์เป็นหลัก ๕.สอดแทรกมุมมองของปราชญ์ไทยที่นอกเหนือจาก รามายณะ เช่น เมื่อกุมภกรรณออกรบกับพระรามนั้น ได้ ตั้งปริศนาถามพระรามไว้บอกว่าถ้าพระรามตอบได้จะ ยอมเลิกทัพกลับ ปริศนาถามว่า ชีโฉด หญิงโหด ช้างงา รี ชายทรชน สี่อย่างนี้คืออะไร พระรามตอบไม่ได้จึงใช้ องคตมาถาม กุมภกรรณจึงเฉลยว่า หญิงโหด คือนาง สำ มะนักขาที่คิดเอาพระรามเป็นสามี พอไม่ได้ก็และยุยง ให้พี่น้องมารบกับพระรามจนเกิดเรื่อง
คุณค่าที่ได้รับ ช้างงารี คือทศกัณฐ์ที่เกะกะอันธพาล ไปแย่งเมียคนอื่น ชีโฉด คือพระรามที่เพื่อแย่งชิงนางสี ดากลับ ถึงกับยกทัพใหญ่มาทำ การวุ่นวาย ทำ ให้คนบริสุทธิ์มากมายเดือดร้อน ชายทรชน คือพิเภกที่ไม่รู้จักบุญคุณพี่ น้อง ไปบอกความลับของฝ่ายลงกาแก่ ศัตรู เหมือนแกล้งฆ่าพี่น้องทุกคน คำ บริภาษนี้เป็นของปราชญ์ไทยแต่งขึ้น โดยไม่มีในรามายณะต้นฉบับ ได้เป็นคำ บริภาษทุกฝ่ายอย่างยุติธรรมตามมุมมอง ของกุมภกรรณ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็น มุมมองของกวีที่สอดแทรกไว้ก็ได้