The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา
จรรยาบรรณของวิชาชีพครู
Iceberg Model
สมบัติผู้ดี
มงคลชีวิต 38 ประการ
ธรรมนูญชีวิต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kingkan Thep, 2022-04-14 00:22:04

บันทึกการเรียนรู้_สัปดาห์ที่13

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา
จรรยาบรรณของวิชาชีพครู
Iceberg Model
สมบัติผู้ดี
มงคลชีวิต 38 ประการ
ธรรมนูญชีวิต

บันทึกการเรียนรู้

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

จรรยาบรรณของวิชาชีพครู

Iceberg Model

สมบัติผู้ดี

มงคลชีวิต 38 ประการ

เสนอ : รศ.ดร.สุชาดา นันทะไชย ธรรมนูญชีวิต

วิชา การพัฒนาจริยธรรมวิชาชีพสำหรับผู้บริหารทางการศึกษา

DEVELOPMENT OF PROFESSIONAL ETHICS FOR EDUCATIONAL ADMINISTRATOR

สมาชิก

นายโยฑิน สมโนนนท์ น.ส. กิ่งกาญจน์ เทพกิฬา น.ส. ศิริมาดา รัมเนตร น.ส. กุณฑิกา โกมุก นายชนกันต์ แถบทอง

รหัสนิสิต 6414652202 รหัสนิสิต 6414651621 รหัสนิสิต 6414652041 รหัสนิสิต 6414651630 รหัสนิสิต 6414651737

เลขที่ 6 เลขที่ 12 เลขที่ 13 เลขที่ 19 เลขที่ 25

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

" การประกอบวิชาชีพครูต้องมีมาตรฐานวิชาชีพกำกับทั้งใน
ด้านความรู้ ประสบการณ์วิชาชีพ การปฏิบัติงาน และการปฏิบัติ
ตนอันได้แก่จรรยาบรรณเพื่ อให้เกิดคุณภาพในการประกอบ
วิชาชีพ สามารถสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้แก่ผู้รับบริการจาก
วิชาชีพได้ว่าเป็นบริการที่มีคุณภาพ โดยการ ประกอบวิชาชีพครู
ต้องใช้ความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญเฉพาะ "

ที่มา :https://teachingprofession.home.blog/2018/11/14/31//มาตรฐานวิชาชีพทางการรศึกษา

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา คือ ข้อกําหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ
และคุณภาพที่พึ งประสงค์ในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึ่งผู้
ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องประพฤติปฏิบัติตาม เพื่ อให้เกิด
คุณภาพในการประกอบวิชาชีพ สามารถสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้แก่
ผู้รับบริการจากวิชาชีพได้ว่าเป็นบริการที่มีคุณภาพ เนื่องจากเป็นวิชาชีพ
ที่มีลักษณะเฉพาะ ต้องใช้ความรู้ทักษะ และความเชี่ยวชาญในการ
ประกอบวิชาชีพ

ที่มา :https://teachingprofession.home.blog/2018/11/14/31//มาตรฐานวิชาชีพทางการรศึกษา

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

มาตรฐานความรู้และ ข้อกําหนดสําหรับผู้ที่จะเข้ามาประกอบวิชาชีพ จะต้อง
ประสบการณ์วิชาชีพ มีความรู้ มีประสบการณ์วิชาชีพเพียงพอที่จะประกอบ
วิชาชีพ จึงจะสามารถขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
เพื่ อใช้เป็นหลักฐานแสดงว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้
ความสามารถ โดยมีมาตราฐานความรู้และประสบการณ์
วิชาชีพ ดังต่อไปนี้

ที่มา :https://teachingprofession.home.blog/2018/11/14/31//มาตรฐานวิชาชีพทางการรศึกษา

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

มาตรฐานความรู้และ มาตราฐานความรู้
ประสบการณ์วิชาชีพ (1) ความเป็นครู
(2) ปรัชญาการศึกษา
(3) ภาษาและวัฒนธรรม
(4) จิตวิทยาสำหรับครู
(5) หลักสูตร
(6) การจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน
(7) การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
(8) นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
(9) การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้
(10) การประกันคุณภาพการศึกษา
(11) คุณธรรม จริยธรรม

ที่มา :https://teachingprofession.home.blog/2018/11/14/31//มาตรฐานวิชาชีพทางการรศึกษา

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

มาตรฐานการปฏิบัติงาน ข้อกําหนดเกี่ยวกับการปฏิบัติงานในวิชาชีพให้เกิดผล
หรือประสบการณ์วิชาชีพ เป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมกับมีการพัฒนาตนเองอย่าง
ต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความชํานาญในการประกอบวิชาชีพ
ทั้งความชํานาญเฉพาะด้านและความชํานาญตามระดับ
คุณภาพของมาตรฐานการปฏิบัติงาน หรืออย่างน้อยจะ
ต้องมีการพัฒนาตามเกณฑ์ที่กําหนดว่ามีความรู้ ความ
สามารถ และความชํานาญ กําหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพจะ
ต้องต่อใบอนุญาตทุกๆ 5 ปี

ที่มา :https://teachingprofession.home.blog/2018/11/14/31//มาตรฐานวิชาชีพทางการรศึกษา

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

มาตรฐานการปฏิบัติตน ข้อกำหนดเกี่ยวกับการประพฤติตนของ
ผู้ประกอบวิชาชีพ โดยมีจรรยาบรรณของ
วิชาชีพเป็นแนวทางและข้อพึ งระวังในการ
ประพฤติปฏิบัติ เพื่อดำรงไว้ซึ่งชื่อเสียง
ฐานะ เกียรติ และศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ ตาม
แบบแผนพฤติกรรม ตามจรรยาบรรณของ
วิชาชีพที่คุรุสภาจะกำหนดเป็นข้อบังคับต่อ
ไป

ที่มา :https://teachingprofession.home.blog/2018/11/14/31//มาตรฐานวิชาชีพทางการรศึกษา

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

มาตรฐานการปฏิบัติตน จรรยาบรรณของครูข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วย
จรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.2556 มีดังนี้

1) จรรยาบรรณต่อตนเอง
ข้อที่ 1 ต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์

ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ

ที่มา :https://teachingprofession.home.blog/2018/11/14/31//มาตรฐานวิชาชีพทางการรศึกษา

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

2)จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
ข้อที่ 2 ต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพและเป็นสมาชิกที่ดี

ขององค์กรวิชาชีพ

3)จรรยา จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
ข้อที่ 3 ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้กำลังใจแก่ศิษย์ และผู้รับ

บริการ ตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า
ข้อที่4 ต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์
ข้อที่ 5 ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งกาย วาจา และจิตใจ

ที่มา :https://teachingprofession.home.blog/2018/11/14/31//มาตรฐานวิชาชีพทางการรศึกษา

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

ข้อที่ 6 ต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญด้านร่างกาย สติปัญญา
จิตใจอารมณ์ของศิษย์

ข้อที่ 7 บริการด้วยความเต็มใจ เสมอภาค และไม่รับผลประโยชน์จากการใช้
ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ 4 จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ

ข้อที่ 8 พึ่งช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ 5 จรรยา
บรรณต่อสังคม

ข้อที่ 9 พึงปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา
ศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม

ที่มา :https://teachingprofession.home.blog/2018/11/14/31//มาตรฐานวิชาชีพทางการรศึกษา

จรรยาบรรณของวิชาชีพครู

มาตรฐานความประพฤติที่ผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องปฏิบัติเพื่ อผดุงเกียรติและ
สถานะของวิชาชีพ ผู้กระทำผิดจรรยาบรรณ จะต้องได้รับโทษหรือถูกยกเลิก
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ประกอบด้วย จรรยาบรรณวิชาชีพ 5 ด้าน

1. ตนเอง
ต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ

บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทาง
วิทยการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ

ที่มา : https://ptnpeo.go.th/org-activity/698/จรรยาบรรณวิชาชีพ 5 ด้าน

จรรยาบรรณของวิชาชีพครู

2. วิชาชีพ

ต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์ สุจริต รับผิดชอบต่อ
วิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ

3.ผู้รับบริการ
-ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือส่งเสริม

ให้กำลังใจแก่ศิษย์
-ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะและนิสัย

ที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์
-ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี
-ให้บริการด้วยความจริงใจ เสมอภาค

ที่มา : https://ptnpeo.go.th/org-activity/698/จรรยาบรรณวิชาชีพ 5 ด้าน

จรรยาบรรณของวิชาชีพครู

4.ผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ
ฟังช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์

โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ

5. สังคม
พึ งประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์
และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลป
วัฒนธรรม ภูมิปัญญา รักษาผลประโยชน์ของส่วน
รวม ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ที่มา : https://ptnpeo.go.th/org-activity/698/จรรยาบรรณวิชาชีพ 5 ด้าน

ICEBERG MODEL

David McClleland (1974)

สมรรถนะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

ส่วนที่มองเห็น (ส่วนที่อยู่เหนือน้ำ)
เป็นส่วนที่มองเห็นและพั ฒนาได้ง่าย

ส่วนที่มองไม่เห็น (ส่วนที่อยู่ใต้น้ำ)
เป็นส่วนที่มองไม่เห็น เปลี่ยนแปลง
หรือพั ฒนาได้ยาก และส่งผลกระทบ

ต่อพฤติกรรม

ที่มา : https://medium.com/edvisory/ภูเขาน้ำแข็งแห่งสมรรถนะ-competency-iceberg-bddbdbebcef7

ICEBERG MODEL

David McClleland (1974)

สมรรถนะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่

ส่วนที่มองเห็น (ส่วนที่อยู่เหนือน้ำ)
เป็นส่วนที่มองเห็นและพั ฒนาได้ง่าย

ส่วนที่มองไม่เห็น (ส่วนที่อยู่ใต้น้ำ)
เป็นส่วนที่มองไม่เห็น เปลี่ยนแปลง
หรือพั ฒนาได้ยาก และส่งผลกระทบ

ต่อพฤติกรรม

ที่มา : https://medium.com/edvisory/ภูเขาน้ำแข็งแห่งสมรรถนะ-competency-iceberg-bddbdbebcef7

ส่วนที่มองเห็น 1.1 ทักษะ (Skills) คือ ความสามารถในการ
(ส่วนที่อยู่เหนือน้ำ) ทำงานทั้งทางร่างกาย และจิตใจ เช่น ทักษะการ
เป็นส่วนที่มองเห็นและ พูด ทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการวางแผน
เป็นต้น
พั ฒนาได้ง่าย
1.2 องค์ความรู้ (Knowledge) คือ ความรู้
เฉพาะด้าน เช่น ความรู้คณิตศาสตร์ ความรู้ด้าน
การใช้คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

ที่มา : https://medium.com/edvisory/ภูเขาน้ำแข็งแห่งสมรรถนะ-competency-iceberg-bddbdbebcef7

ส่วนที่มองไม่เห็น 2.1 บทบาททางสังคม (Social Role) คือ บทบาท
(ส่วนที่อยู่ใต้น้ำ) หน้าที่ หรือความรับผิดชอบที่ได้รับอิทธิพลค่านิยมที่
เป็นส่วนที่มองไม่เห็น แต่ละคนต้องการให้สังคมรับรู้ตัวตนของแต่ละคนว่าเป็น
เปลี่ยนแปลงหรือพั ฒนาได้ อย่างไร เช่น อยากให้คนอื่นมองว่าตนเองมีความเป็นผู้นำ
ยาก และส่งผลกระทบต่อ เมื่อได้รับบทบาทหัวหน้า เป็นต้น

พฤติกรรม 2.2 ภาพลักษณ์ภายใน (Self-image) คือ ทัศนคติ
ค่านิยม และความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตนเอง
หรือสิ่งที่แต่ละคนเชื่อว่าตนเองเป็น เช่น การที่คนมีความ
เชื่อว่าตนเองเป็นคนมีความมั่นใจ เป็นต้น

ที่มา : https://medium.com/edvisory/ภูเขาน้ำแข็งแห่งสมรรถนะ-competency-iceberg-bddbdbebcef7

2.3 อุปนิสัย (Trait) คือ บุคลิกลักษณะประจำตัวที่
อธิบายถึงแต่ละคน เป็นสิ่งที่ใช้ตอบสนองต่อสถานการณ์
ในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดจนเกิดความเคยชิน เช่น
ลักษณะที่เป็นคนง่าย ๆ มีความยืดหยุ่น เป็นต้น

ส่วนที่มองไม่เห็น 2.4 แรงจูงใจ (Motive) คือ แรงจูงใจหรือแรงขับภายใน
(ส่วนที่อยู่ใต้น้ำ) ที่ทำให้เกิดพฤติกรรมที่มุ่งไปสู่สิ่งที่เป็นเป้าหมายของ
เป็นส่วนที่มองไม่เห็น แต่ละคน เช่น การตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย และพยายาม
เปลี่ยนแปลงหรือพั ฒนาได้ ทำให้สำเร็จตามที่ตั้งไว้ เป็นต้น
ยาก และส่งผลกระทบต่อ

พฤติกรรม

ที่มา : https://medium.com/edvisory/ภูเขาน้ำแข็งแห่งสมรรถนะ-competency-iceberg-bddbdbebcef7

สมบัติผู้ดี

ที่มา https://www.oldvajiravudh.net//wp-content/uploads/2019/09//สมบัติของผู้ดี

บทที่ 1 : ผู้ดี ย่อมรักษาความเรียบร้อย

กายกริยา คือ ทำดี เช่น เดินดี ยืนดี นั่งดี นอนดี ไม่ยกมือข้ามศีรษะผู้ใหญ่ หาก
ต้องการหยิบของที่อยู่สูงกว่า ควรกล่าวคำว่า ขอโทษก่อนหยิบส่ิงของ

เมื่อผู้ใหญ่นั่งให้ก้มหรือคลาน เมื่อต้องการเดินผ่านควรเดินอ้อมไปด้านหลัง
จับต้องใครที่เป็นผู้ใหญ่กว่าหรือไม่รู้จักต้องขอโทษก่อน หากจะลุกหรือเคลื่อนที่
ไปไหนควรมองให้รอบด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเสียงดัง สร้างความรำคาญ เมื่อ
จะส่งของให้ใครต้องหงายมือแล้วส่งให้ถึงมือผู้รับ

ที่มา https://www.oldvajiravudh.net//wp-content/uploads/2019/09//สมบัติของผู้ดี

บทที่ 1 : ผู้ดี ย่อมรักษาความเรียบร้อย

วจีจริยา การพูดจาให้เรียบร้อย ไม่ควรพูดแทรก หรือหากต้องการพูดต้องรอ
จังหวะ และกล่าวขอโทษก่อนจึงพูดได้ ควรพูดด้วยเสียงดังพอประมาณ ชัดเจน
หนักแน่น หากต้องการพูดคัดค้าน ควรกล่าวขอโทษก่อนพูด ควรพูดอย่างมี
เหตุผล น้ำเสียงสุภาพ อ่อนโยน นุ่มนวล สบายหู

มโนจริยา การคิดดี มีความมุ่งมั่นในการทำงานให้เสร็จ
เป็นเรื่องๆไป คนเราเมื่ออยู่ด้วยกัน เหมือนลิ้นกับฟันต้อง
มีกระทบกระทั่งกันบ้าง ก็ควรคิดก่อนพูด นับหนึ่งถึงสิบ
ในใจ พิจารณาไตร่ตรองก่อน ว่าคำพูดของเราจะทำให้ผู้
ฟังรู้สึกอย่างไร แล้วค่อยพูดออกมา

ที่มา https://www.oldvajiravudh.net//wp-content/uploads/2019/09//สมบัติของผู้ดี

บทที่ 2 : ผู้ดี ย่อมไม่ทำอุจาดลามก

กายจริยา การแสดงอาการที่กระทำด้วยการในทางที่เสียหาย แต่งกายให้สะอาด เรียบร้อย เหมาะ
สมกาลเทศะ การเปลี่ยนเครื่องแต่งกายต้องเปลี่ยนในที่มิดชิด ไม่ควรล้วง แคะ แกะ เกา หาว เรอ
หรือจามในที่สาธารณะ หากต้องการทำพฤติกรรมน้้นควรปิดปาก หรือหาที่กำบัง ไม่บ้วนขากด้วย
เสียงอันดัง หรือให้เปรอะเปื้อน เป็นที่รังเกียจ
ในการตักอาหารควรตักแต่พอดี ไม่ตักให้หก เลอะเทอะขอบจาน ของใช้ส่วนตัว แก้วนำ้
ข้อน ส้อม ไม่ควรใช้ร่วมกับใคร และไม่ควรให้ใครใช้ร่วมกับเรา ใช้ช้อนกลางในการตัก
อาหาร และไม่ควรนำช้อนกลางตักอาหารเข้าปากตนเอง เมื่อต้องการตักอาหารที่อยู่ด้าน
หน้าผู้อื่น ควรกล่าวขอโทษก่อนตัก หากตักไม่ถึง อาจให้ผู้นั้นส่งอาหารไม่ให้ ในการพูดคุย
ควรใช้เสียงให้พอเหมาะ และไม่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้คู่สนทนามากเกินไป

ที่มา https://www.oldvajiravudh.net//wp-content/uploads/2019/09//สมบัติของผู้ดี

บทที่ 2 : ผู้ดี ย่อมไม่ทำอุจาดลามก

วจีจริยา การไม่พูดคำลามกหรือพูดถึงสิ่งอันลามกในที่
ชุมชน หรือขณะรับประทานอาหาร แยกได้ดังนี้

ไม่ควรพูดถึงของเน่าของเหม็น หรือสกปรกในที่
สาธารณะ ไม่ควรพูดถึงสิ่งที่ทำให้เกิดความเสียหาย
ละอายแก่ตนเอง หมู่ หรือชาติบ้านเมืองในที่สาธารณะ
เพราะเป็นเรื่องที่ควรเก็บไว้พูดเฉพาะกับใครบางคน
บุคคลที่จะไม่เป็นภัยแก่ตนหรือใคร

มโนจริยา ความที่สะอาดบริสุทธิ์ พึงใจที่จะรักษา
ความสะอาดทั้งกายและใจ

ที่มา https://www.oldvajiravudh.net//wp-content/uploads/2019/09//สมบัติของผู้ดี

บทที่ 3 : ผู้ดี ย่อมมีสัมมาคารวะ

กายจริยา การแสดงสัมมาคาระทางกาย เมื่ออยู่กับผู้ใหญ่ต้องรู้ที่นั่งของตนว่าควรจะนั่งที่ใด
อย่างไร เช่น ถ้าผู้ใหญ่นั่งพื้นก็ควรนั่งกับพื้น และควรนั่งพับเพียบ หากนั่งเก้าอี้ไม่ควรนั่งไขว้
ขา หรือกระดิกเท้าไปมา การเดินไปกับผู้ใหญ่ควรเดินตามหลังท่าน เว้นระยะห่างพอสมควร
ไม่ควรเดินแซงผู้ใหญ่ หากต้องการเดินผ่านผู้ใหญ่ควรอ้อมไปด้านหลัง เมื่อโดยสารรถ
สาธารณะ ควรสละเก้าอี้ให้คนแก่ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ ไม่ควรสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ
ถอดหมวก ถอดรองเท้า เมื่อเข้าไปในโบสถ์ ศาลเจ้า หรือศาสนสถาน เด็กควรทำความเคารพ
ผู้ใหญ่ก่อน สุภาพบุรุษควรทำความเคารพสุภาพสตรีก่อน เมื่อพบคนรู้จักควรกล่าวทักทาย
ก่อน หรือทักทายกลับ ไม่ควรนิ่งเฉย
วจีกริยา พูดกับผู้ใหญ่ควรพูดจาสุภาพ ไม่ควรกล่าวว่าร้าย ตำหนิติเตียนสิ่งที่ผู้อื่นเคารพ
นับถือ ทำผิดควรกล่าวคำขอโทษให้เป็นนิสัย และกล่าวขอบคุณทุกครั้งเมื่อได้รับ
ความช่วยเหลือ

มโนจริยา การแสดงความมีน้ำใจอันดีงาม ควรยำเกรงบิดามารดา ครูอาจารย์
เด็กควรมีนอบน้อมต่อผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่ควรแสดงความเมตตา เอ็นดูต่อเด็ก

ที่มา https://www.oldvajiravudh.net//wp-content/uploads/2019/09//สมบัติของผู้ดี

บทที่ 4 : ผู้ดี ย่อมมีกริยาเป็นที่รัก

กายจริยา เมื่อมีแขกมาหาเราที่บ้าน ในฐานะเจ้าบ้านควรรีบมาต้อนรับ หาน้ำ อาหาร
มาต้อนรับ พูดจายิ้มแย้มเจ่มใส ไม่ควรมองนาฬิกา ดุด่าว่ากล่าวผู้อื่นต่อหน้าแขก และ
เมื่อแขกจะกลับควรลุกไปส่ง หากเราเป็นแขกก็ไม่ควรไปอยู่บ้านใครนานเกินไป เมื่อทำธุร
เสร็จควรรีบกลับ หากไปร่วมงานใดๆ ควรแสดงกิริยา อารมณ์ ให้เหมาะสมกับงานนั้นๆ
วจีจริยา กล่าวถ้อยคำอันเป็นที่ตั้งแห่งความเคารพนับถือ ต้องพูดจาด้วยความสุภาพ
จริงใจ ไม่กล่าวตำหนิ พูดเรื่องน่าละอายของผู้อื่นในที่สาธารณะ
ควรพูดจาสร้างสรรค์ เมื่อเห็นส่ิงใดไม่เหมาะก็ควรพูด
เพื่อให้เขาปรับปรุง

มโนจริยา การแสดงน้ำใจที่น่ารัก มีความเกรงใจผู้อื่น

ที่มา https://www.oldvajiravudh.net//wp-content/uploads/2019/09//สมบัติของผู้ดี

บทที่ 5 : ผู้ดี ย่อมเป็นผู้มีสง่า

กายจริยา การแสดงกิริยาท่าทางให้สง่างามผ่าเผยสมภูมิฐาน การนั่ง การเดิน ต้องตัวตรง
สง่าผ่าเผย ไม่ทำท่าลุกลี้ลุกลน มีความแกล้วกล้า
วจีจริยา การใช้วาจาให้เหมาะสม พูดจาฉะฉาน ฟังชัดเจน
มโนจริยา การแสดงน้ำใจอันงานให้ปรากฎ รู้จักเลือกส่ิง
ที่ดีงาม รู้จักเข้าสังคม รู้แพ้ รู้ชนะ รู้ถูก รู้ผิด รู้ให้อภัย
เป็นผู้มีพหูสูต มีจิตใจแกล้วกล้าไม่ย่อท้อต่ออันตราย

ที่มา https://www.oldvajiravudh.net//wp-content/uploads/2019/09//สมบัติของผู้ดี

บทที่ 6 : ผู้ดี ย่อมปฏิบัติงานดี

กายจริยา การปฏิบัติการงาน ซึ่งต้องใช้กายเป็นสำคัญ ต้องรักษาแบบแผนถือเอาเหตุผลเป็นสำคัญ
ไม่ทำตามอำเภอใจ เป็นคนตรงต่อเวลา ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ
วจีจริยา การปฏิบัติการงานด้วยคำพูดที่สำคัญ คำพูดต้องมาจากใจจริง ไม่แสแสร้ง ต้องยึดมั่นใน
คำสัญญา ไม่เพียงแต่พูดไปเรื่อย ต้องยึดหลักเสียชีพอย่าเสียสัตย์
มโนจริยา ตั้งจิตใจมั่นในการปฏิบัติงานทุกอย่างซึ่งเป็นหน้าที่ของตน
ปักใจลงในงานนั้น เห็นว่าการงานดีทั้งหลายรู้ได้
เมื่อทำเสร็จ มิใช่รู้ได้เมื่อกำลังทำหรือก่อนทำ
ไม่ทำตัวเกียจคร้าน ทำงานเสร็จในเวลาทำตาม
ระเบียบแบบแผน รู้จักหน้าที่ของตน ไม่ย่อท้อ
ต่อความยากลำบาก ตรวจสอบพิจารณางาน
ให้รอบคอบ

ที่มา https://www.oldvajiravudh.net//wp-content/uploads/2019/09//สมบัติของผู้ดี

บทที่ 7 : ผู้ดี ย่อมเป็นผู้ใจดี

กายจริยา แสดงออกให้ปรากฎว่า เป็นคนมีใจดีโดยการกระทำทางกาย เมื่อเห็นใครทำ
ผิดพลาดควรช่วยแก้ไข ไม่ซ้ำเติม เมื่อพบของตกแล้วเห็นทราบเจ้าของควรนำไปคืน
หากไม่ทราบควรมอบให้เจ้าหน้าที่ เป็นคนมีน้ำใจ ช่วยเหลือผู้อื่น
วจีจริยา แสดงความเป็นผู้มีใจดีให้ปรากฏด้วยการกล่าว
ด้วยวาจา ไม่พูดจาเยาะเย้ย ข่มขู่ผู้อื่น
มโนจริยา แสดงความเป็นผู้ดีให้ปรากฏจากใจ ต้องแสดง
ความมีน้ำใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุข ช่วยเหลือ เห็นอกเห็นใจ
ไม่ซำ้เติมเมื่อผู้อื่น ไม่แสดงความอาฆาตรจองเวร

ที่มา https://www.oldvajiravudh.net//wp-content/uploads/2019/09//สมบัติของผู้ดี

บทที่ 8 : ผู้ดี ย่อมไม่เห็นแต่แก่ถ่ายเดียว

กายจริยา การไม่แสดงความเห็นแก่ตัวให้ปรากฏโดยการกระทำทางกาาย สุภาพบุรุษควร
ให้ผู้หญิงกับผู้ใหญ่ได้รับประทานก่อนตน ควรมีความเอื้อเฟื้อ แบ่งปัน ช่วยเหลือผู้อื่น
โดยมองพิจารณาโดยรอบ ไม่มุ่งสนใจแต่เพียงตนเอง มีความพอเพียง เมื่อยืมของใครมา
เมื่อใช้เสร็จให้รีบคืน ในการเดินทางร่วมกัน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ควรหารเท่า

วจีจริยา การแสดงความไม่เห็นแก่ตัวให้ปรากฏทางวาจา อยู่
ในที่ชุมชนไม่ควรแยกใครออกมาเพื่อคุยความลับ ควรรอให้หา
โอกาสปลีกตัวออกมา ไม่พูดจาเฉพาะเรื่องของตน ไม่พูดจา
โอ้อวด เมื่อซื้อของให้ผุ้อื่นไม่ควรบอกราคา และไม่ควรถามรา
คาส่ิงของที่ผู้อื่นซื้อให้เช่นกัน

มโนจริยา การแสดงความไม่เห็นแก่ตัวในปรากฎในทางใจ
ไม่ปรารถนาที่จะได้ของคนอื่นมาเป็นของตน มีความเกรงใจ
ไม่หยิบยืม หรือพึางพอคนอื่นมากเกินไป ไม่มีใจริษยา

ที่มา https://www.oldvajiravudh.net//wp-content/uploads/2019/09//สมบัติของผู้ดี

บทที่ 9 : ผู้ดี ย่อมรักษาความสุจริตซื่อตรง

กายจริยา การแสดงความสุจริตซื่อตรงให้ปรากฏโดยการกระทำทางกาย ไม่ละลาบละล้วง
รื้อค้น หยิบฉวยของในบ้านผู้อื่น ไม่ขอดูเอกสารที่เป็นความลับ รื้นค้นโต๊ะทำงานหรือแอบ
ฟังการสนทนา เม่ื่อจะเข้าห้องควรเคาะประตูเสียก่อน
วจีจริยา การแสดงความสุจริตซื่อตรงให้ปรากฏทางวาจา ไม่เข้าไปยุ่งซอกแซก นินทา
เรื่องของคนอื่น ไม่นำเรื่องภายในครอบครัวของคนอื่น หรือของตนเองไปเล่า ไม่พูดจา
กลับไปกลับมา พูดแต่ความจริง จำเพียงความดีของเขา เพราะคนเรามีทั้งดีและชั่ว
มโนจริยา การแสดงความสุจริตซื่อตรงให้ปรากฏด้วยความคิด ทำ
ตรงไปตรงมาทั้งต่อหน้าและลับหลัง รักษาความไว้วางใจของผู้อื่น
แสวงหาผลประโยชน์ด้วยความชอบธรรม มีความเที่ยงตรง ไม่
ลำเอียง เพราะรัก โกรธ กลัว หลง

ที่มา https://www.oldvajiravudh.net//wp-content/uploads/2019/09//สมบัติของผู้ดี

บทที่ 10 : ผู้ดี ย่อมไม่ประพฤติชั่ว

กายจริยา เว้นความชั่วทางกาย ไม่ทำตัวเป็นอันธพาล เกะกะระราน รังแกผู้ทีอ่อนแอกว่า
ไม่เห็นความเดือดร้อนของผู้อื่นเป็นเรื่องสนุก ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด การพนัน ไม่
ประพฤติผิดในกาม
วจีจริยา เว้นความชั่วทางคำพูด ไม่ทะเลาะวิวาท นินทาว่าร้ายกันเอง
ไม่พูดส่อเสียดยุแยง ไม่เป็นคนประจบสอพลอ ไม่แช่งชักให้ร้ายผู้ใด

มโนจริยา เว้นความชั่วทางใจ เมื่อถูกว่ากล่าวให้เจ็บใจ
ก็ไม่คิดปองร้าย พยาบาท ไม่คิดหาความสุขเหนือความทุกข์
ของผู้อื่น รักษาจิตให้เป็นปกติ มีความละอายแก่บาป

ที่มา https://www.oldvajiravudh.net//wp-content/uploads/2019/09//สมบัติของผู้ดี

หนังสือ มงคลชีวิต

หนังสือ มงคลชีวิต

มงคล 38 คือ มูลเหตุแห่งความสุข จำนวน 38 ข้อ ที่ช่วยส่งเสริมความสุข และ
ความก้าวหน้า ทำให้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "มงคลชีวิต 38" ซึ่งไม่ใช่แนวคิดที่พึ่งพา
ปาฏิหาริย์แต่อย่างใด ทว่าเป็นหลักปฏิบัติง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน

มงคลชีวิต ได้มีผู้ที่มีชื่อเสียงได้นำมาพัฒนาปรับปรุงเรียบเรียงใหม่ เพื่อให้สอดคล้อง
กับบริบทของยุคสมัยมากขึ้น เช่น ฉบับของ พระธรรมโกศาจารย์ ซึ่งเรียบเรียงจากพระ
ธรรมคำสอนของเจ้าคุณพระธรรมโกศาจารย์ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุวัดชลประทานรัง
สฤษฏ์ หรือหนังสือมงคลชีวิต 38 ประการ ฉบับที่เรียบเรียงโดย พระมหาสมชาย ฐาน
วุฑโฒ หนังสือมงคลชีวิต "ฉบับทางก้าวหน้า" แต่ทั้งนี้ เนื้อหาสาระ ยังคงเป็นคนสอนของ
พระพุทธองค์ ตามต้นฉบับเดิมคือ มงคลชีวิต ผู้เขียนโดย พ.อ. ปิ่น มุทุกันต์

ที่มา : https://kalyanamitra.org/book/index_dhammabook_detail.php?id=124

หนังสือ มงคลชีวิต

ในพระพุทธศาสนามีหลักธรรมมากมาย ที่คอยชี้แนะข้อปฏิบัติดี และปฏิบัติชอบ สำหรับการดำเนิน
ชีวิตให้เป็น หนังสือมงคลชีวิต ก็ถือเป็นหลักธรรมมงคลยิ่ง ที่หากเรียนรู้ และนำมายึดถือปฏิบัติแล้ว จะ
นำมาซึ่งความสำเร็จ และความเจริญในชีวิต เป็นหนังสือที่เน้นให้คนปฏิบัติดี มีหลักธรรมคำสอน
ที่แบ่งออกเป็น 38 ประการ

ส่วนที่มาของมงคล 38 เล่าสืบต่อกันว่าสมัยพุทธกาล ชาวเมืองต่างพากันพูดคุยว่า "สิ่งใดที่ทำให้ชีวิต
เป็นมงคล" แม้แต่เทวดาก็สนทนากันถึงประเด็นนี้ แต่ไม่มีใครสามารถอธิบายได้ว่า คุณธรรมข้อใดที่จะ
ทำให้ชีวิตเป็นมงคล

เทวดาองค์หนึ่งจึงเดินทางไปทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ได้แสดงหลักธรรมอันเป็นมงคล
ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการยึดติดวัตถุใดๆ แต่เป็นการยึดถือปฏิบัติตนเองตามทำนองคลองธรรม อันประกอบ
ด้วย ข้อปฏิบัติมงคลจำนวน 38 ประการ ซึ่งสามารถจัดหมวดหมู่ออกเป็น 10 หมู่ ดังนี้

ที่มา : https://kalyanamitra.org/book/index_dhammabook_detail.php?id=124

มงคลหมู่ที่ 1 ฝึกให้เป็นคนดี ประกอบด้วย

มงคลที่ 1 ไม่คบคนพาล หมายถึง การไม่คบผู้ที่ชักจูงไปในทางที่ผิด และโง่เขลา
เบาปัญญา เพราะมีแต่จะทำให้ชีวิตเสื่อม

มงคลที่ 2 คบบัณฑิต หมายถึงการคบผู้มีความรู้ ความคิดที่ดี การปฏิบัติตนที่ดี
เพื่อจะได้รับการชี้แนะแต่เรื่องอันเป็นมงคล

มงคลที่ 3 บูชาบุคคลที่ควรบูชา หมายถึง การเชิดชูผู้ประพฤติดี
และผู้มีพระคุณ เป็นการลดทิฐิของตนเอง ไม่สักการบูชาในสิ่งที่ไม่เป็นมงคล

ที่มา : https://kalyanamitra.org/book/index_dhammabook_detail.php?id=124

มงคลหมู่ที่ 2 สร้างความพร้อมในการฝึกตนเอง

มงคลที่ 4 อยู่ในถิ่นที่เหมาะสม หมายถึง การพาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี
แวดล้อมไปด้วยบัณฑิตทั้งทางโลก และทางธรรม

มงคลที่ 5 มีบุญวาสนามาก่อน หมายถึง การฝึกชำระล้างจิตใจ สั่งสมอานิสงส์
ความดี ความสุข ทุกการกระทำส่งผลต่อปัจจุบันและอนาคต

มงคลที่ 6 ตั้งตนชอบ หมายถึง การวางตนอย่างเหมาะสมในการดำรงชีพ
และประกอบสัมมาอาชีพ

ที่มา : https://kalyanamitra.org/book/index_dhammabook_detail.php?id=124

มงคลหมู่ที่ 3 ฝึกตนให้เป็นคนมีประโยชน์

มงคลที่ 7 พหูสูต หมายถึง การเป็นผู้ที่สดับรับฟังมาก จึงมีความรู้ มีปัญญา
ในการคิดแก้ปัญหาต่างๆ อย่างถูกวิธี

มงคลที่ 8 มีศิลปะ หมายถึง การมีความรู้ในการใช้มือปฏิบัติการงานต่างๆ
มงคลที่ 9 มีวินัย หมายถึง ปฏิบัติตนตามระเบียบ และกฎเกณฑ์ของสังคม ไม่สร้าง
ความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น
มงคลที่ 10 มีวาจาสุภาษิต หมายถึง การพูดดี ไม่เหลวไหล เปล่งวาจา
อันเป็นมงคล ทั้งทางโลกและทางธรรม

ที่มา : https://kalyanamitra.org/book/index_dhammabook_detail.php?id=124

มงคลหมู่ที่ 4 บำเพ็ญประโยชน์ต่อครอบครัว

มงคลที่ 11 บำรุงบิดามารดา หมายถึง การเลี้ยงดูบิดา มารดา กล่าวยกย่องสรรเสริญผู้มีพระคุณ
เป็นมงคลชีวิตที่ทำให้เจริญก้าวหน้า

มงคลที่ 12 เลี้ยงดูบุตร หมายถึง การเลี้ยงดูบุตรให้ได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดี ได้รับการศึกษา
บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม

มงคลที่ 13 สงเคราะห์ภรรยา-สามี หมายถึง การเลี้ยงดูภรรยาให้ดี กล่าวยกย่อง ไม่ดูหมิ่น สร้าง
ความมั่นคงให้ครอบครัว

มงคลที่ 14 ทำงานไม่คั่งค้าง หมายถึง การทำงานทั้งทางโลก และทางธรรมให้สำเร็จสมบูรณ์ ไม่
เห็นแก่ตัว และประโยชน์ส่วนตน

มงคลที่ 15 บำเพ็ญทาน หมายถึง การฝึกจิตให้เป็นผู้มีความเสียสละ
ลดความเห็นแก่ตัวไม่ทุจริตในสิ่งของที่ไม่ชอบธรรม

ที่มา : https://kalyanamitra.org/book/index_dhammabook_detail.php?id=124

มงคลหมู่ที่ 5 บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม

มงคลที่ 16 ประพฤติธรรม หมายถึง การปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของ
พระพุทธเจ้า ยกระดับจิตใจให้สูงด้วยศีล และธรรมะ

มงคลที่ 17 สงเคราะห์ญาติ หมายถึง การให้ความช่วยเหลือญาติพี่น้องตามกำลัง
สงเคราะห์ญาติ เมื่อเดือดร้อน

มงคลที่ 18 ทำงานไม่มีโทษ หมายถึง การทำงานหาเลี้ยงตน
โดยต้องเป็นงานที่ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดประเพณี และศีลธรรมอันดี

ที่มา : https://kalyanamitra.org/book/index_dhammabook_detail.php?id=124

มงคลหมู่ที่ 6 ปรับเตรียมภาพใจให้พร้อม

มงคลที่ 19 งดเว้นจากบาป หมายถึง การการเว้นจากการทำบาป คือสิ่งที่ไม่ดี ไม่เป็น
มงคล ทำแล้วรู้สึกไม่สบายใจ สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

มงคลที่ 20 สำรวมจากการดื่มน้ำเมา หมายถึง การดื่มของมึนเมาแล้วไม่สามารถ
ควบคุมตนได้ย่อมนำมาซึ่งการเสียทรัพย์ เสียสติสัมปชัญญะ

มงคลที่ 21 ไม่ประมาทในธรรม หมายถึง การเป็นผู้มีสติพร้อม
ไม่ประมาท ไม่หุนหันพลันแล่น ปฏิบัติตนในทางที่ดี

ที่มา : https://kalyanamitra.org/book/index_dhammabook_detail.php?id=124

มงคลหมู่ที่ 7 การแสวงหาธรรมะเบื้องต้นใส่ตัว

มงคลที่ 22 มีความเคารพ หมายถึง การให้ความเคารพในบุคคลที่ควรแก่การเคารพ
ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ผู้คนจะสรรเสริญ

มงคลที่ 23 มีความถ่อมตน หมายถึง การมีมารยาท สงบเสงี่ยม ไม่หยิ่งผยองตน จะ
ทำให้ไม่เสียคน และไม่เสียมิตร

มงคลที่ 24 มีความสันโดษ หมายถึง การพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมี ไม่น้อยเนื้อต่ำใจ
ยินดีตามกำลังทรัพย์ของตน

มงคลที่ 25 มีความกตัญญู หมายถึง การเป็นผู้รู้คุณ รู้จักตอบแทนบุญคุณ
ผู้ที่มีพระคุณ และมีผู้ที่เมตตาในยามเดือดร้อน

มงคลที่ 26 ฟังธรรมตามกาล หมายถึง การเมื่อมีโอกาสให้ฟังธรรมะ
คิดทบทวนถึงประโยชน์แห่งหลักธรรม แล้วนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน

ที่มา : https://kalyanamitra.org/book/index_dhammabook_detail.php?id=124

มงคลหมู่ที่ 8 การแสวงหาธรรมะเบื้องสูงใส่ตัวให้เต็มที่

มงคลที่ 27 มีความอดทน หมายถึง การเป็นผู้มีความอดทนต่อความยากลำบาก
และอดทนต่อกิเลส และความโลภ

มงคลที่ 28 เป็นคนว่าง่าย หมายถึง การเป็นคนที่ว่านอนสอนง่าย ไม่ทำตัวกลบ
เกลื่อนความผิดของตน พร้อมปรับปรุงตัว

มงคลที่ 29 เห็นสมณะ หมายถึง การผู้ที่อยู่ในสมณะเพศ ต้องเป็นผู้ที่สงบกาย
วาจาและใจ

มงคลที่ 30 สนทนาธรรมตามกาล หมายถึง การแลกเปลี่ยนสาระความรู้กับผู้อื่น
พูดด้วยวาจาที่ไม่โอ้อวด และมีความรู้จริงในสิ่งที่พูด

ที่มา : https://kalyanamitra.org/book/index_dhammabook_detail.php?id=124

มงคลหมู่ที่ 9 การฝึกภาคปฏิบัติเพื่อกำจัดกิเลสให้สิ้นไป

มงคลที่ 31 บำเพ็ญตบะ หมายถึง การฝึกปฏิบัติตนให้กิเลสหมดไป สำรวมกายใจ
ไม่ยึดติดในสัมผัสภายในนอกเกินไป

มงคลที่ 32 ประพฤติพรหมจรรย์ หมายถึง การผู้บวชให้ละเว้นจากการเสพเมถุน
ส่วนฆราวาสให้ยึดปฏิบัติโดยการให้ทาน ช่วยเหลือผู้อื่นตามสมควร และรักษาศีล

มงคลที่ 33 เห็นอริยสัจ หมายถึง การเห็นความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ คือ
อริยสัจ 4 อันเป็นมูลเหตุแห่งการเกิดทุกข์ และวิธีทำให้ทุกข์หมดไป

มงคลที่ 34 ทำพระนิพพานให้แจ้ง หมายถึง การปฏิบัติตน ใช้หลักธรรมดับทุกข์
และความไม่สบายใจระลึกถึงคุณแห่งพระนิพพาน

ที่มา : https://kalyanamitra.org/book/index_dhammabook_detail.php?id=124

มงคลหมู่ที่ 10 ผลจากการปฏิบัติจนหมดกิเลส

มงคลที่ 35 จิตไม่หวั่นไหวในโลกธรรม หมายถึง การฝึกจิตใจตนให้ไม่หลงในลาภ
ยศ และการสรรเสริญเยินยอ

มงคลที่ 36 จิตไม่โศก หมายถึง การพลัดพรากเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต ใช้
ปัญญาพิจารณาความเศร้า และความอาลัยอาวรณ์

มงคลที่ 37 จิตปราศจากธุลี หมายถึง การฝึกปฏิบัติตนให้ห่างไกลจากกิเลส และสิ่ง
ที่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง

มงคลที่ 38 จิตเกษม หมายถึง การรักษาไว้ซึ่งสภาพที่มีจิตใจเป็นสุข
ละแล้วซึ่งกิเลส ไม่ยินดีในวัตถุ ในภพ ในอวิชชาทั้งหลาย

ที่มา : https://kalyanamitra.org/book/index_dhammabook_detail.php?id=124

ธรรมนูญชีวิต

ธรรมนูญชีวิต

ภาค ๑ วินัยชาวพุทธ
Part I The Buddhist' s Discipline

ที่มา : https://ptnpeo.go.th/org-activity/698/จรรยาบรรณวิชาชีพ 5 ด้าน

ธรรมนูญชีวิต

หมวดหนึ่ง
วางฐานชีวิตให้มั่น



ชาวพุทธจะต้องดำเนินชีวิตที่ดีงาม และร่วมสร้างสรรค์สังคมให้เจริญมั่นคง

ตามหลัก วินัยของคฤหัสถ์ (คิหิวินัย) ดังนี้



กฎ ๑ : เว้นชั่ว ๑๔ ประการ
๑. เว้นกรรมกิเลส (บาปกรรมที่ทำให้ชีวิตมัวหมอง) ๔ คือ

๑. ไม่ทำร้ายร่างกายทำลายชีวิต (เว้นปาณาติบาติ)
๒. ไม่ลักทรัพย์ละเมิดกรรมสิทธิ์ (เว้นอทินนาทาน)
๓. ไม่ประพฤติผิดทางเพศ (เว้นกาเมสุมิจฉาจาร)
๔. ไม่พูดเท็จโกหกหลอกลวง (เว้นมุสาวาท)

ที่มา : http://www.dhammajak.net/book/dhamma5/page01.php

ธรรมนูญชีวิต

2. เว้นอคติ (ความลำเอียง/ประพฤติคลาดธรรม) ๔ คือ
๑. ไม่ลำเอียงเพราะชอบ (เว้นฉันทาคติ)
๒. ไม่ลำเอียงเพราะชัง (เว้นโทสาคติ)
๓. ไม่ลำเอียงเพราะขลาด (เว้นภยาคติ)
๔. ไม่ลำเอียงเพราะเขลา (เว้นโมหาคติ)

3. เว้นอบายมุข (ช่องทางเสื่อมทรัพย์อับชีวิต) ๖ คือ
๑. ไม่เสพติดสุรายาเมา
๒. ไม่เอาแต่เที่ยวไม่รู้เวลา
๓. ไม่จ้องหาแต่รายการบันเทิง
๔. ไม่เหลิงไปหาการพนัน
๕. ไม่พัวพันมั่วสุมมิตรชั่ว
๖. ไม่มัวจมอยู่ในความเกียจคร้าน

ที่มา : http://www.dhammajak.net/book/dhamma
5/page01.php

ธรรมนูญชีวิต

หมวดสอง
นำชีวิตให้ถึงจุดหมาย

จุดหมาย ๓ ชั้น ดำเนินชีวิตให้บรรลุจุดหมาย (อัตถะ) ๓ ขั้น คือ
ขั้นที่ ๑ ทิฏฐธัมมิกัตถะ จุดหมายขั้นตาเห็น หรือ ประโยชน์ปัจจุบัน
ขั้นที่ ๒ สัมปรายิกัตถะ จุดหมายขั้นเลยตาเห็น หรือ ประโยชน์เบื้องหน้า
ขั้นที่ ๓ ปรมัตถะ จุดหมายสูงสุด หรือ ประโยชน์อย่างยิ่ง




ที่มา : http://www.dhammajak.net/book/dhamma5/page01.php


Click to View FlipBook Version