The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by BanDee Thimakorn, 2023-01-29 03:57:25

E-book นาฏศิลป์

E-book

นาฏยศิลป์ไทยในรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑


คำ นำ นาฏศิลป์ไป์ ทยเป็น ป็ศิลปะการแสดงประจําชาติ เป็น ป็สมบัติของชาติที่มี คุณค่าสูง เป็น ป็ ทรัพย์สินทางปัญ ปั ญาที่บรรพบุรุ บุ ษได้สร้างสรรค์ไว้และได้ รับการถ่ายทอดสืบต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเป็นแบบแผนที่ยึดถือ ปฏิบัติแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติสืบทอดตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันและแตกต่างกันไปตามยุคสมัย การแสดงนาฏศิลป์เป็นการ แสดงที่ใช้ท่ารําประกอบ เพื่อสื่อให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องราวของการแสดง ให้ได้รั ด้รั บความเพลิด ลิ เพลิน ลิ มีค มี วามสุขที่ได้ชด้ มได้ฟัด้ ง ฟั เป็น ป็ การแสดงที่มีค มี วาม ความวิจิตรงดงามมีลี มี ล ลี าอ่อ อ่ นช้อยตามแบบอย่างไทย ทําให้เป็น ป็ ที่ชื่นชอบ ของผู้ชม ความประณีตงดงามในศิลปวัฒนธรรมแขนงนี้คนไทยทุกคน ควรจะตระหนัก เห็นคุณค่า ร่วมกันอนุรักษ์สืบทอดสืบสานและร่วม ส่งเสริมเพื่อให้ศิลปะการแสดงนาฏศิลป์ไป์ ทยคงอยู่คู่ ยู่ คู่ ชาติไทยตลอดไป


สารบัญ นาฏศิลป์ไป์ ทยสมัย มั รัชกาลที่ ๑ โขนสมัย มั รัชกาลที่ ๑ ระบำ เมขลา-รามสูร เรื่อง หน้า บทละครเรื่อง รามเกีย กี รติ์ บทละครเรื่อง อุณรุท บทละครเรื่อง อิเหนา ประวัติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬ จุ าโลก ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๘ อ้างอิง จัดทำ โดย ๙ ๑๐


ประวัติ เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ ๑ ใน ราชวงศ์จักรี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๒๗๙ (นับแบบปัจจุบัน พ.ศ. ๒๒๘๐) ปราบดาภิเษก เป็นปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬ จุ าโลกมหาราช มีพระนามเดิมว่า ด้วง หรือทองด้วง เป็นบุตรพระอักษรสุนทร (ทองดี) ข้าราชการกรมอาลักษณ์ ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เสนาบดีกรมพระคลังในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช กับท่านหยก ธิดาเศรษฐีจีน พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๓๕๒ พระชนมพรรษาได้ ๗๓ พรรษา ๑


ส มั ย รั ต นโ ก สิ น ท ร์ ร ะ บำ แ ล ะ รำ มี ค ว า ม สำ คั ญ ต่ อ ร า ช พิ ธี ต่ า ง ๆ ใ น รู ป แ บ บ ข อ ง พิ ธี ก ร ร ม โ ด ย ถื อ ป ฏิ บั ติ เ ป็ น ก ฎ ม ณ เ ฑี ย ร บ า ล ม า จ น ถึ ง ส มั ย รั ต นโ ก สิ น ท ร์ ต อ น ต้ น รั ช ส มั ย พ ร ะ บ า ท - ส ม เ ด็ จ พ ร ะ พุ ท ธ ย อ ด ฟ้ า จุ ฬ าโ ล ก ม ห ร า ช โ ป ร ด ร ว บ ร ว ม ตำ ร า ฟ้ อ น รำ แ ล ะ เ ขี ย น ภ า พ ท่ า รำ แ ม่ บ ท บั น ทึ กไ ว้ เ ป็ น ห ลั ก ฐ า น มี ก า ร พั ฒ น า โ ข น เ ป็ น รู ป แ บ บ ล ะ ค รใ น มี ก า ร ป รั บ ป รุ ง ร ะ บำ - สี่ บ ท ซึ่ ง เ ป็ น ร ะ บำ ม า ต ร ฐ า น ตั้ ง แ ต่ สุโ ข ทั ย ใ น ส มั ย นี้ไ ด้ เ กิ ด น า ฏ ศิ ล ป์ ขึ้ น ม า ห ลา ย ชุ ด เ ช่ น ร ะ บำ เ ม ข ลา - ร า ม สูร ใ น ร า ช นิ พ น ธ์ รธ์ า ม เ กี ย ร ติ น อ ก จ า ก นี้ ยั ง มี ว ร ร ณ ก ร ร ม ที่ มั ก แ ต่ ง เ ป็ น บ ท น า ฏ ก ร ร ม แ ล ะใ ห้ ผู้ ห ญิ งใ น วั ง แ ส ด ง เ ท่ า นั้ น มี บ ท ล ะ ค ร ที่ ป ร า ก ฏ ต า ม ห ลั ก ฐ า น อ ยู่ ๓ เ รื่ อ ง คื อ บ ท ล ะ ค ร เ รื่ อ ง อุ ณ รุ ฑ บ ท ล ะ ค ร เ รื่ อ ง ร า ม เ กี ย ร ติ์ แ ล ะ บ ท ล ะ ค ร เ รื่ อ ง อิ เ ห น า น าฏ ย ศิล ป์ไป์ท ย สมัย รั ชก า ล ที่ ๑ ๒


เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นราชธานีและเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้วทรงฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมทุกด้าน สำ หรับการแสดงโขนนั้นพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เจ้านายและขุนนาง ผู้ใหญ่หัดโขนได้โดยไม่ทรงห้ามปราม เพราะฉะนั้นเจ้านายและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จึงได้ฝึกหัดโขนเพื่อประดับเกียรติของตน การแสดงโขนจึงแพร่หลายกว้างขวางขึ้น นอกจากนี้ี้ยังโปรดให้นักปราชญ์ราชบัณฑิตช่วยกันแต่งบทละครเรื่องรามเกียรติ์ สำ หรับใช้เป็นบทแสดงโขนละคร โดยพระองค์ทรงตรวจตราแก้ไข ครั้นถึงสมัย รัชกาลที่ ๒ ก็ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ขึ้นอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งมีเรื่อง ราวและคำ กลอนกระชับขึ้นเหมาะในการใช้บทสำ หรับแสดงโขนละคร โขนในยุคต้นรัตนโกสินทร์เจริญรุ่งเรือง เพราะเจ้านายหลายองค์และขุนนาง หลายท่านให้การสนับสนุนโดยให้มีการหัดโขนอยู่ในสำ นักของตน เช่น โขนของ กรม-พระพิทักษ์เทเวศร์ (ต้นสกุลกุญชร) โขนของกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (พระบาท-สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) โขนของพระเจ้าพระยาบดินทร์เดชา และ โขนของ เจ้าพระนคร (น้อย ) เป็นต้น เมื่อเกิดมีโขนขึ้นหลายโรง หลายคณะ แต่ละโรง แต่ละคณะ ก็จะประกวดประชันกัน เป็นเหตุให้ศิลปะการแสดงโขนในสมัยนั้น เจริญแพร่หลาย เป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไป โขนของเจ้านายและขุนนางดังกล่าว นี้ เรียกว่า"โขนบรรดาศักดิ์" โขน สมัย มั รัชกาลที่ ๑ ๓


การแสดงเบิกโรงชุดเมขลา-รามสูร เป็นการแสดงที่มาจากความเชื่อในตำ นาน ฟ้าแลบฟ้าร้อง และได้นำ ตำ นานที่เกิดขึ้น จากความเชื่อนี้มาประดิษฐ์เป็นท่ารำ เชื่อม โยงให้เกิดเป็นเรื่องราวขึ้น การแสดงชุด เมขลา-รามสูร จัดอยู่ในประเภทการแสดง เบิกโรงซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ต่อมาใน สมัยรัตนโกสินทร์ได้นำ มาเป็นบทละคร เรื่อง ”รามเกียรติ์ ” ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช การแสดง ชุด เมขลา-รามสูร เป็นชุดหนึ่งที่ตัดตอน มาจากตำ นานวสันตนิยาย เป็นการรำ ที่ แสดงถึงท่วงท่าลีลาของนางเมขลาซึ่งล่อ แก้วยั่วยุรามสูร ฝ่ายรามสูรก็แสดงท่วงท่า ลีลาเลี้ยวไล่ไขว่คว้าเพื่อแย่งชิงลูกแก้ว จาก การที่ได้ตัดตอนมาแสดงเพียงชุดสั้นๆ จึง นิยมนำ แสดงชุดนี้มาเป็นการแสดงเบิกโรง ระบํา เมขลา-รามสูร ๔


รามเกียรติ์เป็นวรรณกรรมสำ คัญของไทยที่มีต้นกำ เนิดมาจากคัมภีร์รามาย ณะของอินเดีย มีเนื้อหาว่าด้วยพระนารายณ์อวตารเป็นพระรามลงมาปราบยักษ์ซึ่ง เป็นผู้ไม่อยู่ในศีลธรรม เรื่องนี้นับเป็นหนังสือสำ คัญในลัทธิฮินดู และเป็นที่ นิยมของชาวอินเดียโดยทั่วไป เมื่ออารยธรรมอินเดียเผยแผ่เข้ามายังภูมิภาค เอเชียตะวัน-ออกเฉียงใต้ เรื่องที่เนื่องมาจากรามายณะจึงแพร่หลายไปยัง ประเทศต่างๆ คือ อินโดนีเซีย มาลาเซีย เขมร ลาว เวียดนาม พม่า และไทย ประเทศเหล่านี้ต่างมีวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์ที่แต่งขึ้นในภาษาของตนทั้งสิ้น รามเกียรติ์ของชาติต่างๆนั้นแม้จะมีที่มาเดียวกันแต่ก็มีความแตกต่างกันในราย ละเอียด แต่ละชาติจะสอดแทรกเอกลักษณ์ คตินิยม วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของ ตนลงไป หนังสือรามเกียรติ์ฉบับภาษาไทยนั้นมีอยู่หลายสำ นวนด้วยกัน และ แต่งเป็นคำ ประพันธ์หลายรูปแบบทั้ง คำ โคลง คำ ฉันท์ คำ กาพย์ และคำ กลอน บทละครเรื่องรามเกียรติ์พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา โลกมหาราช นับได้ว่าเป็นรามเกียรติ์ฉบับที่มีเนื้อหาตั้งแต่หิรันตยักษ์ม้วนแผ่น ดินแรกสร้างกรุงศรีอยุธยาดำ เนินความต่อไปจนเกิดสงครามระหว่างมนุษย์กับ ยักษ์กระทั่งถึงเบื่อความบริบูรณ์กว่าฉบับอื่น พระรามและนางสีดาครองกรุง ศรีอยุธยา ๕ บทละครเรื่อง รามเกีย กี รติ์


พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระราชนิพนธ์บท ละครในเรื่องอุณรุทเมื่อพ.ศ.๒๓๓๐ ก่อนทรงพระราชนิพนธ์บทละครในเรื่อ งอื่นๆ โดยทรงได้ที่มาจากบทละครเรื่องอุณรุทสมัยอยุธยาตอนปลายที่เหลือตกทอดมา ถึงรัชกาลของพระองค์ พระราชนิพนธ์บทละครเรื่องนี้มีเสน่ห์ทั้งด้านเนื้อหา รูปแบบคําประพันธ์กลวิธีการเล่าเรื่อง การใช้คําเพื่อความไพเราะของเสียงและ คํารวมทั้งการใช้คําจินตภาพในการสื่อภาพ ความคมคายของความเปรียบ ทําให้ เห็นคุณค่าของพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องอุณรุทในด้านวรรณคดีและ วรรณศิลป์ด้านวัฒนธรรมประเพณีไทยและด้านจริยธรรม ทั้งยังทําให้เห็น อิทธิพลของ พระราชนิพนธ์บทละครเรื่องอุณรุทที่มีต่อพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๓๔๐ บทละครเรื่อง อุณรุท ๖


ภูมิหลังของบทละครในเรื่องอุณรุท พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปีที่ทรงพระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องอุณรุทเป็นบทละครในเรื่องแรกในรัชกาลก่อนพระราชนิพนธ์บทละครในเรื่องอื่นๆ ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องนี้จบสมบูรณ์เมื่อ พ.ศ.๒๓๓๐ ดังปรากฏข้อความในบานแพนกว่า ทรงพระราชนิพนธ์เสร็จสิ้น เมื่อวันพุธ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะแม นพศก ซึ่งธนิตอยู่โพธิ์กล่าวว่า ตรงกับ วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๓๓๐ ในบานแพนกระบุว่าเวลาที่ทรงพระราชนิพนธ์คือ ๕ เดือน ๑๐ วัน แต่ธนิตอยู่โพธิ์กล่าวว่าระยะเวลาที่ทรงพระราชนิพนธ์ได้แก่ ๗ เดือน ๑๐ วัน วัตถุประสงค์ในการพระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระราชนิพนธ์บทละคร เรื่องอุณรุทเพื่อให้เป็นวรรณคดีคู่พระนครที่ให้ความบันเทิงแก่ประชาชน ดังปรากฏในกลอนท้ายเรื่องว่า ให้รำ ร้องครื้นเครงบรรเลงเล่น เป็นที่แสนสุขสโมสร แก่หญิงชายไพร่ฟ้าประชากร ก็ถาวรเสร็จสิ้นบริบูรณ์ ๗


บทละครเรื่อง อิเหนา บทละครในเรื่องอิเหนาที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันมี ๒ สำ นวนคือ สำ นวน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และ สำ นวนพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดให้เหล่ากวีราช สำ นักรวบรวม และแต่งซ่อมบทละครในเรื่องอิเหนาฉบับกรุงเก่าพระนิพนธ์ ในเจ้า-ฟ้าหญิงมงกุฎ ซึ่งขาดหายกระจัดกระจายไปในคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ ๒ โดยพระองค์ทรงเป็นผู้ตรวจแก้ไขแล้วตราเป็นบทพระราชนิพนธ์ไว้ เป็นต้นฉบับสำ หรับพระนคร ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงนำ บทละครในเรื่องอิเหนาฉบับนี้มาทรงขัดเกลาปรับปรุงใหม่ตลอดเรื่อง เพื่อให้มีความงดงามทางวรรณศิลป์มากยิ่งขึ้นและเหมาะแก่การแสดงละครใน ด้วยทรงเห็นว่าบทละครในเรื่องอิเหนาพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอด-ฟ้าจุฬาโลกมหาราช “ แต่งซ่อมแซมบทครั้งกรุงเก่าเข้ากันไม่ สนิทเล่นละคร ก็ไม่เหมาะ ๘


อ้างอิง ๙ ทีมงานทรูปลูกปัญญา. ๒๕๖๕. โขนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์. สืบค้นเมื่อ 19 กันยายน ๒๕๖๖, จาก https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/16392 Nopphawan. ๒๕๕๒. วรรณคดีสมัยรัตนโกสินทร์รัชกาลที่๑-๓. สืบค้นเมื่อ 19 กันยายน ๒๕๖๖, จาก https://elfhs.ssru.ac.th/nopphawan_ng/pluginfile.php/52/block_ html/content/ ธานีรัตน์ จัตุทะศรี. ๒๕๕๒. บทละครในเรื่องอิเหนาตอนดรสาแบหลาจนถึงเข้าห้องจินตะหรา: พระราชนิพลธฺส์อิเหนาฉบับราชกาลที่ ๑ ที่เพิ่งค้นพบ. ค้นเมื่อ 19 กันยายน ๒๕๖๖, จาก https://so04.tci thaijo.org/index.php/abc/article/download/54302/ 45080 ชลดา เรืองรักษ์ลิขิต. เสน่ห์ของบทละครในเรื่องอุณรุท พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธ ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช. ค้นเมื่อ 19 กันยายน ๒๕๖๖, จาก https://kukr.lib.ku. ac.th/kukr_es/kukr/search_detail/dowload_digital_file/313510/54052 จิรายุส เผือดผุด. ๒๕๖๒. นาฏยรังสรรค์ร่วมสมัย ชุด “ เมขลา-รามสูร”. ค้นเมื่อ 19 กันยายน ๒๕๖๖, จาก https://so02.tcithaijo.org/index.php/fakku/article/ download/232673/159103/785741 Nachuakit. วิวัฒนาการนาฏศิลป์ไทย. สืบค้นเมื่อ 19 กันยายน ๒๕๖๖, จาก https://nachuakpit.ac.th/client-upload/np/uploads/files/ วิวัฒนาการนาฏศิลป์ไทย%202_4.pdf ครูอุ้ม. ๒๕๖๐. ประวัติความเป็นมานาฎศิลป์ไทย. ค้นเมื่อ 19 กันยายน ๒๕๖๖, จาก https://www.kroobannok.com/board_view.php?b_id=146470


จัดทำ โดย ๑๐ นางสาวธิม ธิ ากร นางสาวปานชนก นางสาวชฎาพร นางสาวพิชชานุช ศีลบุต บุ ร ไชยชนะ ซุ่นเซ่ง สังข์ทอง เลขที่ ๑๒ เลขที่ ๒๒ เลขที่ ๒๗ เลขที่ ๒๙ ชั้นมัธ มั ยมศึกษาปีที่ ปีที่ ๖/๑๕ เสนอ นายณัฐดนัย หมั่น มั่ เที่ยง โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธ มั ยมศึกษา เขต ๑๖


Click to View FlipBook Version