The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 63040186226, 2024-02-08 23:13:00

วิจัยในชั้นเรียน

วิจัยในชั้นเรียน

41 2.2 การสร้างแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย ผู้วิจัยได้ด าเนินการสร้าง และ พัฒนาตามขั้นตอน ดังนี้ 2.2.1 ศึกษาคู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 เนื้อหา วัตถุประสงค์ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย 2.2.2 ก าหนดประเด็น และเกณฑ์การให้คะแนนแบบสังเกตทักษะการพูดของ เด็กปฐมวัย เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ทั้ง 3 ด้าน ด้านละ 5 ข้อ รวมทั้งหมด 15 ข้อ โดยมีขอบเขต ดังนี้ 2.2.2.1 ด้านการพูดเป็นค า จ านวน 5 ข้อ 2.2.2.2 ด้านการพูดเป็นประโยค จ านวน 5 ข้อ 2.2.2.3 ด้านการพูดเป็นเรื่องราว จ านวน 5 ข้อ 2.2.3 ก าหนดเกณฑ์การวัดความสามารถแบบสังเกตการพูดของเด็กปฐมวัย ดังนี้ 2.2.3.1 เกณฑ์การให้คะแนนการท าแบบสังเกต 1 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมแสดงออกน้อยที่สุด 2 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมแสดงออกน้อย 3 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมแสดงออกปานกลาง 4 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมแสดงออกมาก 5 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมแสดงออกมากที่สุด 2.2.4 น าแบบสังเกตทักการพูดของเด็กปฐมวัยเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อ ปรับปรุงแก้ไข 2.2.5 น าแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน พิจารณาตรวจสอบเพื่อตรวจสอบความตรงของเนื้อหา และสอดคล้องกับแบบสังเกตทักษะการพูด ของเด็กปฐมวัย แล้วลงความเห็น ดังนี้ (สุวิมล ติรกานันท์, 2549) ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบของแบบทดสอบ มีความเหมาะสมและสอดคล้องกัน ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าองค์ประกอบของแบบทดสอบ มีความเหมาะสมและสอดคล้องกัน ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบของแบบทดสอบ ไม่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกัน


42 แล้วน าคะแนนที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญค านวณหาค่าดัชนี (Index of Item Objective Congruence : IOC) ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 ทุกข้อ 2.2.6 น าแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย ไปทดลองใช้กับนักเรียน ชั้นอนุบาลที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง (Try out) จ านวน 50 คน แล้วน าคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ หาค่า อ านาจจ าแนก (r) เป็นรายข้อ มีค่าอยู่ระหว่าง 0.38 - 0.69 และน าไปหาค่าความเชื่อมั่นของแบบ สังเกตทั้งฉบับ โดยมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.88 2.2.7 น าแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปใช้ เก็บข้อมูลกับเด็กปฐมวัยที่เป็นกลุ่มตัวอย่างต่อไป ดังแสดงในภาพที่ 4


43 ภาพที่ 4 ขั้นตอนการสร้างแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย ก าหนดประเด็น และเกณฑ์การให้คะแนนแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า ทั้ง 3 ด้าน ด้านละ 5 ข้อ รวมทั้งหมด 15 ข้อ น าแบบสังเกตทักการพูดของเด็กปฐมวัยเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อปรับปรุงแก้ไข น าแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านพิจารณาตรวจสอบเพื่อ ตรวจสอบความตรงของเนื้อหา และสอดคล้องกับแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย แล้วลงความเห็น แล้วน าคะแนนที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญค านวณหาค่าดัชนี (Index of Item Objective Congruence : IOC) ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 ทุกข้อ น าแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นอนุบาล ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง (Try out) จ านวน 50 คน แล้วน าคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ หาค่า อ านาจจ าแนก (r) เป็นรายข้อ มีค่าอยู่ระหว่าง 0.38 - 0.69 และน าไปหาค่าความ เชื่อมั่นของแบบสังเกตทั้งฉบับ โดยมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.88 น าแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปใช้เก็บข้อมูลกับ เด็กปฐมวัยที่เป็นกลุ่มตัวอย่างต่อไป ศึกษาคู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 เนื้อหา วัตถุประสงค์ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย


44 การด าเนินการจัดกิจกรรม ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ด าเนินการจัดกิจกรรม ดังนี้ 1. ด าเนินการสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยก่อนการจัดกิจกรรมการเล่านิทาน ประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า 2. ด าเนินการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถาม ปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า บัตรภาพ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน ได้แก่ วันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์เป็นเวลา 30 นาที รวม 24 ครั้ง ในช่วงกิจกรรมเสริมประสบการณ์ 3. สังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยหลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบ ค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า (Posttest) โดยใช้แบบสังเกต ซึ่งเป็นแบบสังเกตชุดเดียวกับที่ใช้ ก่อนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า 4. น าคะแนนที่ได้จากการสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยไปวิเคราะห์ ด้วยวิธีการทางสถิติ การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้เสนอการวิเคราะห์ข้อมูลตามล าดับ ดังนี้ 1. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบสังเกตพฤติกรรมทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย โดยน า ข้อมูลไปหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Diviation) 2. เปรียบเทียบคะแนนทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเล่า นิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า โดยการใช้การทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t-test Dependent Sample) สถิติที่ใช้ในการวิจัย 1. สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพของเครื่องมือ ดังนี้ 1.1 หาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) IOC = ∑ R N เมื่อ IOC = ดัชนีความสอดคล้อง ∑ = ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N = จ านวนผู้เชี่ยวชาญ


45 1.2 หาค่าอ านาจจ าแนก (r) โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติ 1.3 หาค่าความเชื่อมั่น โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟ่า (α - Coefficient) ของครอนบัค (Cronbach) โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติ 2. สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าสถิติพื้นฐานในการบรรยายข้อมูลโดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูป ประกอบด้วย 2.1 ค่าเฉลี่ย (Mean 2.2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Diviation) 3. สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติในการเปรียบเทียบทักษะ การพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตร ค า ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมด้วยการทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t-test Dependent Sample)


46 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล สัญลักษณ์ที่ใช้ในการน าเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ส ำหรับกำรวิจัยครังนี้ ผู้วิจัยก ำหนดสัญลักษณ์และอักษรย่อที่ใช้ในกำรวิเครำะห์และแปลผล ข้อมูล ดังนี้ แทน จ ำนวนเด็กปฐมวัยในกลุ่มเป้ำหมำย ̅ แทน ค่ำเฉลี่ย .. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน t แทน ค่ำสถิติพื้นฐำนใน t-distribution ผลการวิเคราะห์ข้อมูล กำรวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้เสนอกำรวิเครำะห์ข้อมูลตำมล ำดับ ดังนี้ 1. วิเครำะห์ข้อมูลที่ได้จำกแบบสังเกตพฤติกรรมทักษะกำรพูดของเด็กปฐมวัย โดยน ำ ข้อมูลไปหำค่ำเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน (Standard Diviation) 2. เปรียบเทียบคะแนนทักษะกำรพูดของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังกำรจัดกิจกรรมกำรเล่ำ นิทำนประกอบค ำถำมปลำยเปิดเสริมด้วยบัตรค ำ โดยกำรใช้กำรทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t-test Dependent Sample) 1. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย โดยน าข้อมูลไปหา ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผู้วิจัยได้น ำคะแนนทักษะกำรพูดของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังกำรจัดกิจกรรม กำรเล่ำนิทำนประกอบค ำถำมปลำยเปิดเสริมด้วยบัตรค ำ มำหำค่ำสถิติพื้นฐำน คือ ค่ำเฉลี่ยและส่วน เบี่ยงเบนมำตรฐำนของคะแนน ปรำกฏดังแสดงใน ตำรำง 4


47 ตำรำง 4 ค่ำเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำนของทักษะกำรพูดของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังกำรจัด กิจกรรมกำรเล่ำนิทำนประกอบค ำถำมปลำยเปิดเสริมด้วยบัตรค ำ ระยะกำรจัดกิจกรรม N X̅ (S. D. ) ก่อนกำรจัดกิจกรรม 21 53.00 1.84 หลังกำรจัดกิจกรรม 21 66.05 3.93 จำกตำรำง 4 พบว่ำ คะแนนทักษะกำรพูดของเด็กปฐมวัยก่อนได้รับกำรจัด กิจกรรมกำรเล่ำนิทำนมีค่ำเฉลี่ยเท่ำกับ 53.00 และหลังได้รับกำรจัดกิจกรรมกำรเล่ำนิทำนประกอบ ค ำถำมปลำยเปิดเสริมด้วยบัตรค ำ มีค่ำเฉลี่ยเท่ำกับ 66.05 ตำมล ำดับ 2. การเปรียบเทียบคะแนนทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดกิจกรรม การเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า โดยการใช้การทดสอบแบบไม่อิสระ ผู้วิจัยได้น ำคะแนนทักษะกำรพูดของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังกำรจัดกิจกรรม กำรเล่ำนิทำนมำเปรียบเทียบกัน ดังแสดงใน ตำรำง 5 ตำรำง 5 กำรเปรียบเทียบคะแนนทักษะกำรพูดของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังกำรจัดกิจกรรมกำรเล่ำ นิทำนประกอบค ำถำมปลำยเปิดเสริมด้วยบัตรค ำ ระยะกำรจัด กิจกรรม N X̅ S. D. t ก่อนกำรจัด กิจกรรม 21 53.00 1.84 18.410* หลังกำรจัด กิจกรรม 21 66.05 3.93 จำกตำรำง 5 พบว่ำ เด็กปฐมวัยที่ได้รับกำรจัดกิจกรรมกำรเล่ำนิทำนประกอบค ำถำม ปลำยเปิดเสริมด้วยบัตรค ำ มีทักษะกำรพูดหลังกำรจัดกิจกรรมสูงกว่ำก่อนกำรจัดกิจกรรมอย่ำงมี นัยส ำคัญทำงสถิติที่ ระดับ .05


48 บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยในครั้งนี้มุ่งศึกษาการเปรียบเทียบทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัด กิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า สรุปสาระส าคัญได้ ดังนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อเปรียบเทียบทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังได้รับการจัดกิจกรรม การเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า สมมติฐานของการวิจัย เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า มีทักษะการพูดหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ก าหนดขอบเขตการวิจัย ดังนี้ 1. ประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นเด็กนักเรียนชั้นอนุบาลที่อยู่ในจังหวัดอุดรธานี 2. กลุ่มตัวอย่าง เด็กนักเรียนชาย - หญิง อายุระหว่าง 5 - 6 ปี ที่ก าลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนอนุบาลพิบูลย์รักษ์ต าบลบ้านแดง อ าเภอเพ็ญ จังหวัด อุดรธานี สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 3 จ านวน 21 คน ได้มาโดยการสุ่ม แบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling)


49 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า 2. แบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย การด าเนินการจัดกิจกรรม ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 1. ด าเนินการสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยก่อนการจัดกิจกรรมการเล่านิทาน ประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า 2. ด าเนินการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถาม ปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค าเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน ได้แก่ วันจันทร์ วันพุธ และ วันศุกร์เป็นเวลา 30 นาที รวม 24 ครั้ง ในช่วงกิจกรรมเสริมประสบการณ์ 3. สังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยหลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบ ค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า (Posttest) โดยใช้แบบสังเกต ซึ่งเป็นแบบสังเกตชุดเดียวกับที่ใช้ ก่อนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า 4. น าคะแนนที่ได้จากการสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยไปวิเคราะห์ ด้วยวิธีการทางสถิติ การวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้เสนอการวิเคราะห์ข้อมูลตามล าดับ ดังนี้ 1. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบสังเกตพฤติกรรมทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย โดยน าข้อมูลไปหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Diviation) 2. เปรียบเทียบคะแนนทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดกิจกรรม การเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค าการใช้การทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t-test Dependent Sample) สรุปผลการวิจัย เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า มีทักษะการพูดหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ ระดับ .05


50 อภิปรายผลการวิจัย จากการวิจัยครั้งนี้พบว่า เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถาม ปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า มีทักษะการพูดหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมอย ่างมี นัยส าคัญที่ระดับ .05 ซึ่งสามารถอภิปรายผลได้ว่า การจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถาม ปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า ช ่วยพัฒนาทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยได้เนื ่องมาจาก แผนการจัด กิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค าทั้ง 24 แผน ได้ผ่านการตรวจสอบ จากผู้เชี่ยวชาญ และได้น าไปทดลองใช้เพื่อหาคุณภาพที่เหมาะสม ดังนั้นกิจกรรมตามแผนการจัด กิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค าสามารถน ามาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในขั้นตอนการจัดกิจกรรม ครูได้ เล่านิทานให้กับเด็กฟังซึ่งเนื้อหาในด้านนิทานมีรูปแบบของค าคล้องจอง เมื่อฟังนิทานจบครูและเด็กได้ ร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับเนื้อหาในนิทาน โดยครูได้ใช้บัตรค าในการช่วยให้เด็กฝึกออกเสียงค าศัพท์จาก บัตรค า และการน าบัตรค ามาเรียงต่อกันเพื่อให้เด็กพูดเป็นประโยคที่สมบูรณ์ซึ่งเด็กจะได้ฝึกทักษะการ พูดเป็นค าและพูดเป็นประโยค ต่อมาครูได้ให้เด็กออกมาเล่าเรื่องราวในนิทานจากบัตรค าและการเล่า เรื ่องราวในชีวิตประจ าวันของตนเอง เด็กจะได้ฝึกกการพูดเป็นเรื่องราว ซึ ่งสอดคล้องกับ จรรยา สุวรรณทัต และคณะ (Suvannathat; et al. 1985) ที่กล ่าวถึง กระบวนการเรียนรู้ทางภาษาว่า เกิดขึ้นจากความช านาญ (Empricist Approach) ซึ่งเด็กจะเริ่มเรียนรู้ภาษาอย่างไม่เป็นกฎเกณฑ์แต่ เรียนรู้ภาษาในลักษณะเดียวกับการฝึกทักษะความช านาญและความสามารถด้านอื่นๆการเรียนรู้ค าได้ จากการได้ยินคนอื่นพูดซ ้าๆแล้วน ามาพูดซึ่งเด็กจะเรียนรู้ได้เร็วถ้าค าที่เด็กเรียนรู้เป็นประสบการณ์ ใกล้ตัวเด็กรูปแบบการเรียนรู้ที่ส าคัญส าหรับเด็กปฐมวัย คือ ต้องมีการ ปฏิสัมพันธ์กับวัตถุ เช่น ครูน า วัตถุสิ่งของ ของเล่น มาจัดวางในห้องเรียนและตั้งค าถามเพื่อเร้าให้เด็กหาค าตอบซึ่งเป็นการให้เด็ก ส ารวจวัตถุนั้นด้วยตัวเอง และสอดคล้องกับ นภาปิย สิริกรกาญจนา (2553 ) ได้ท าการวิจัยเรื่องผล ของการจัดกิจกรรมนิทานค ากลอนที่มีตอความสามารถในการแกปญหาของเด็กปฐมวัยผลการวิจัย พบวา เด็กปฐมวัยที่ไดรับการจัดกิจกรรมนิทานค ากลอน หลังการจัดกิจกรรม นิทานค ากลอน เด็ก ปฐมวัยมีคะแนนความสามารถในการแกปญหาของตนเอง และการแกปญหาของตนเองที่เกี่ยวของ กับผูอื่นมีคาสูงขึ้นอยางมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และคะแนนความ สามารถในการแกปญหา ของเด็กปฐมวัยหลังการจัดกิจกรรมนิทานค ากลอนมีคาสูงกวากอนการจัด กิจกรรมนิทานค ากลอน อยางมีนัยส าคัญทางสถิตที่ระดับ .01 และสอดคล้องกับ กตน์นิภา ฮาดคันทุง (2561 : ) การ พัฒนาการจัดประสบการณ์โดยการเล่านิทานด้วยเทคนิคที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมทักษะทางด้านการ ฟังและการพูดส าหรับเด็กปฐมวัยที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแม่ ผลการทดลอง ทักษะทางด้านการ


51 ฟังและการพูดส าหรับเด็กปฐมวัยที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแม่หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมี นัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ข้อเสนอแนะ จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะในการน าผลการวิจัยไปใช้ และข้อเสนอแนะในการท าวิจัย ครั้งต่อไป ดังนี้ 1. ข้อเสนอแนะในการน าผลวิจัยไปใช้ 1.1 ผู้ที่มีความประสงค์จะน าการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถาม ปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค าไปใช้ควรศึกษาและท าความเข้าใจในทฤษฎี แนวคิดพื้นฐานและหลักการ เป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1.2 ครูควรระวังการใช้ค าถามหรือการสัมภาษณ์ในระหว่างที่เด็กท ากิจกรรมไม่ให้ ไปรบกวนสมาธิเด็กในการท ากิจกรรม หากสังเกตพบว่าเด็กเกิดปัญหาในการท ากิจกรรม ครูคอยให้ ค าแนะน า 1.3 ครูควรมีบทบาทในการดูแลให้ความช่วยเหลือ ให้ค าแนะน าเมื่อเด็กต้องการให้ การเสริมแรง กล่าวชมเชย และใช้ค าถามกระตุ้นให้เด็กเกิดการพัฒนาทางทักษะการพูด 2. ข้อเสนอแนะในการท าการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า ต่อความสามารถด้านอื่นๆ เช่น ด้านทักษะทางสังคม ทักษะการคิดแก้ปัญหา ทักษะคณิตศาสตร์ ทักษะการคิดวิเคราะห์ และด้านทักษะวิทยาศาสตร์ เป็นต้น


52 บรรณานุกรม


53 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติพ.ศ. 2542 และที่แกไขเพิ่มเติม (ฉบับ 2) พ.ศ. 2545 พรอมกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องและพระราชบัญญัติ การศึกษาภาคบังคับ 2545. กรุงเทพฯ : องคการรับสงสินคาและพัสดุภัณฑ (ร.ส.พ.) _______. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ : คุรุสภาลาดพราว. ________.(2561). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ส าหรับเด็กอายุ 3-6 ปี. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย กุลยา ก่อสุวรรณ. (2553). การสอนเด็กที่มีความปกพร่องระดับเล็กน้อย. กรุงเทพมหานคร : เอดิสันเพรสโปรดักส์. กอบกาญจน์ วงศ์วิสิทธิ์. (2551). ทักษะภาษาเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพมหานคร โอเดียนสโตร์. กรรณิการ์ ท านองดี. (2554). ผลการเรียนรู้ด้วยหนังสืออิเล็กทรอนิกส์นิทานอีสป 2 ภาษาที่มีต่อ ความเข้าใจในการฟังและการอ่านของเด็กปฐมวัย วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์. ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม - สิงหาคม 2554) เกตน์นิภา ฮาดคันทุง. (2561). การพัฒนาการจัดประสบการณ์โดยการเล่านิทานด้วยเทคนิคที่ หลากหลายเพื่อส่งเสริมทักษะทางด้านการฟังและการพูดส าหรับเด็กปฐมวัยที่ไม่ได้ใช้ ภาษาไทยเป็นภาษาแม่. ปริญญาการศึกษามหาลัยบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยและ ประเมินผลการศึกษา .มหาวิทยาลัยนเรศวร. จงจิต เค้าสิม และคณะ.(2564).ปีที่ 11มกราคม–เมษายน การพัฒนาความสามารถในการคิด แก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยด้วยการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์แบบร่วมมือจากนิทาน. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.ปีที่11 ฉบับที่ 1. จารุณี ศรีเผือก. (2554). การเปรียบเทียบพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัยที่มีระดับความฉลาด ทางอารมณ์ต่างกันหลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบภาพด้วยการตอบค าถาม และด้วยการแสดงบทบาทสมมติ. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. จิรวัฒน์ เพชรรัตน์และอัมพร ทองใบ. (2555). ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพมหานคร โอเดียนสโตร์. จีรวรรณ นนทะชัย. (2555). ความสามารถทางด้านการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการ จัดประสบการณ์เล่านิทานประกอบการวาดภาพ. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษา มหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.


54 ชุติมา ประจวบสุข. (2556). การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยใช้นิทาน. วิทยานิพนธ์ ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต. สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ชนาธิป บุบผามาศ. (2553). การคิดเชิงเหตุผลของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทาน อีสปประกอบค าถาม.วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ญาณี ช่อสูงเนิน. (2557). ความสามารถในการแก้ปัญหาของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการ เล่านิทานประกอบศิลปะประดิษฐ์. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ณัฐวดี ศิลากรณ์. (2556). ความสามารถทางการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเล่า นิทานประกอบหุ่นมือ. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. นงเยาว คลิกคลาย. (2543). ความสามารถดานการฟงและการพูดของเด็กปฐมวัยที่ไดรับการจัด กิจกรรมเสริมประสบการณ์โดยการใชเพลงประกอบ. ปริญญานิพนธกศ.ม สาขาการศึกษาปฐมวัย. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถายเอกสาร. ปานใจ จารุวณิช. (2548). พฤติกรรมทางการพูดของเด็กปฐมวัยที่ไดรับการจัดกิจกรรม ค าคลองจอง. ปริญญานิพนธ สาขาการศึกษาปฐมวัย. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ถายเอกสาร. ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ. (2541). คิดเก่าสมองไว. กรุงเทพฯ: โปรดัคทีฟบุ๊ค. ปราณี ปริยวาที. (2551). การพัฒนาจริยธรรมของเด็กปฐมวัยโดยการเล่านิทานและการติดตาม ผล.ปริญญานิพนธ์สาขาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กรุงเทพฯ. ปิยนันท์ หิรัณยชโลทร. (2560). ภาษาและการรู้หนังสือส าหรับเด็กปฐมวัย. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขน ปีที่ 20 ( 1- 7) พิกุล พูลสวัสดิ์. (2562). การพัฒนาความสามารถทางด้านการฟังและการพูดของนักเรียนอนุบาล ชั้นปีที่ 1 โดยการจัดกิจกรรมการเล่านิทานอีสปร่วมกับกิจกรรมเกมการศึกษา. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยทักษิณ. พิชญาดา ธาตุอินจันทร์. (2551). การใช้นิทานภาพเพื่อพัฒนาทักษะการฟังและการพูดของเด็ก ปฐมวัย. ปริญญานิพนธ์ สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. พัณณ์ชิตา สิรภัทรศรีเสมอ. (2555). ผลการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบภาพที่มีต่อการรับรู้ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์.


55 พัชรินทร์ จันทร์ส่องแสง. (2551). การพูดและเขียนในโอกาสพิเศษ. กรุงเทพมหานคร : สุวีริยาสาส์น. มาณวิกา บุญรินทร์. (2552). การจัดประสบการณ์โดยใช้เทคนิคการเล่านิทานแบบเล่าเรื่องซ ้าเพื่อ พัฒนาความสามารถ ด้านการจับใจความและการพูดสื่อสารของเด็กปฐมวัย. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ปีที่ 10 ฉบับที่ 1. ลัดดา แพรภัทรพิศุทธ์. (2552). การพูด. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์. วรารี ศรัทธา. (2552). การพูดเพื่อประสิทธิผล. กรุงเทพมหานคร โอเดียนสโตร์. ศรัญญา พิมเสน. ( 2562). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์โดยการเล่านิทานแบบเล่าไปวาดไป ระดับชั้นอนุบาล 3. ศศิธร เวียงวะลัย. (2556). การจัดการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์. สมชาติ กิจยรรยง. (2559). ศิลปะการพูดที่ครองใจคน. กรุงเทพมหานคร : เพชรประกาย. สมบูรณ์ นิยมศิลป์. (2554). พูดอย่างไรให้สะกดใจคน. กรุงเทพมหานคร : เพชรประกาน. สุณี บุญพิทักษ์. (2557). วิจัยชั้นเรียนปฐมวัยหลักปฏิบัติจากประสบการณ์. กรุงเทพมหานคร : ปัญญาชน. อรชา ตุลานันท์. (2547). พัฒนาการทางภาษาของเด็กวัย 6 เดือนถึง 12 ปี. กรุงเทพมหานคร: ภาควิชาหลักสูตรการสอนและเทคโนโลยีการศึกษา คณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. Fontana, D. (1995). Psychology for teacher. 2nd ed. UK : Macmillan Press Ltd. Good, C.V. (1973). Dictionary of education. (3rded.). New York: McGraw-Hill. Glover, J. A. (2002). Cognitive psychology for teachers, New York: Mcmillan. Davis, Keith; & Newstrom, w (1985). Human Behavior at work : Organizational Behavior, (7 th ed.), New York: Me Graw-Hill. Schermerhorn, J. R.; Hunt, J. G. & Richard, N. O. (1991). Managing organizational behaviour. (4 th ed). New York: Wiley.


56 ภาคผนวก


57 ภาคผนวก ก ราชชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือ


58 ราชชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือ 1. นางเสาวลักษณ์ สวัสดี ครูช านาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลพิบูลย์รักษ์ 2. นางฉันทนา ต้นสียา ครูช านาญการพิเศษ โรงเรียนอนุบาลพิบูลย์รักษ์ 3. นางสาวกรรนิการ์ปราบพาล 4. นางสาวเวธกา สุภวีรฤทธิ์ 5. นางสาวชนาการน์ผ่านนอก 6. นายชลพรรษ สวัสดี ครูโรงเรียนอนุบาลพิบูลย์รักษ์ ครูโรงเรียนอนุบาลพิบูลย์รักษ์ ครูโรงเรียนอนุบาลพิบูลย์รักษ์ ผู้อ านวยการ โรงเรียนอนุบาลพิบูลย์รักษ์


59 ภาคผนวก ข ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย


60 ตารางที่ 6 ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบสังเกตทักษะสมองของเด็กปฐมวัย ด้านที่ประเมิน ข้อที่ประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ∑ คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ด้านที่ 1 การพูดเป็นค า 1. การออกเสียงถูกต้อง +1 +1 +1 5 1.0 2. การบอกชื่อสิ่งต่างๆ +1 +1 +1 5 1.0 3. การบอกค าศัพท์ใหม่ +1 +1 +1 5 1.0 4. การน าค ามาผสมกัน +1 +1 +1 5 1.0 5. การพูดเป็นค าจาก ภาพ +1 +1 +1 5 1.0 ด้านที่ 2 การพูดเป็น ประโยค 1. การพูดโต้ตอบเป็น ประโยคสั้นๆ +1 +1 +1 5 1.0 2. การพูดเป็นประโยค ได้อย่างมีความหมาย +1 +1 +1 5 1.0 3. การพูดแสดงความ ต้องการของตนเอง +1 +1 +1 5 1.0 4. การพูดประโยคสั้นๆ จากภาพ +1 +1 +1 5 1.0 5. การพูดตอบค าถาม สั้นๆ +1 +1 +1 5 1.0 ด้านที่ 3 การพูดเป็น เรื่องราว 1. การเล่าเรื่องราวใน นิทาน +1 +1 +1 5 1.0 2. การเล่าเรื่องราว เกี่ยวกับตนเอง +1 +1 +1 5 1.0 3. การเล่าเรื่องราว เกี่ยวกับผู้อื่น +1 +1 +1 5 1.0 4. การเล่าจากภาพ +1 +1 +1 5 1.0 5.การเล่าเหตุการณ ต่างๆ +1 +1 +1 5 1.0


61 ภาคผนวก ค ค่าอ านาจจ าแนก (r) และค่าความเชื่อมั่น ของแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย


62 ตารางที่ 7 ค่าอ านาจจ าแนก (r) และค่าความเชื่อมั่นของแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย ด้านที่ประเมิน ข้อที่ประเมิน ค่าอ านาจจ าแนก แปลผล ด้านที่ 1 การพูดเป็นค า 1. การออกเสียงถูกต้อง 0.47 น าไปใช้ได้ 2. การบอกชื่อสิ่งต่างๆ 0.56 น าไปใช้ได้ 3. การบอกค าศัพท์ใหม่ที่ได้เรียนรู้ 0.42 น าไปใช้ได้ 4. การน าค ามาผสมกัน 0.61 น าไปใช้ได้ 5. การพูดจากภาพ 0.54 น าไปใช้ได้ ด้านที่ 2 การพูดเป็นประโยค 1. การพูดโต้ตอบเป็นประโยคสั้นๆ 0.61 น าไปใช้ได้ 2. การพูดเป็นประโยคได้อย่าง มีความหมาย 0.38 น าไปใช้ได้ 3. การพูดแสดงความต้องการของ ตนเอง 0.62 น าไปใช้ได้ 4.การพูดจากภาพ 0.56 น าไปใช้ได้ 5.การพูดตอบค าถามสั้นๆ 0.50 น าไปใช้ได้ ด้านที่ 3 การพูดเป็นเรื่องราว 1. การเล่าเรื่องราวในนิทาน 0.69 น าไปใช้ได้ 2. การเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง 0.52 น าไปใช้ได้ 3. การเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผู้อื่น 0.66 น าไปใช้ได้ 4. การเล่าเรื่องจากภาพ 0.51 น าไปใช้ได้ 5.การเล่าเหตุการณต่างๆ 0.63 น าไปใช้ได้ ค่าความเชื่อมั่นของแบบสังเกตทักษะสมองของเด็กปฐมวัย มีค่าเท่ากับ 0.88


63 ภาคผนวก ง ตัวอย่าง แผนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าภามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า


64 ( ตัวอย่าง ) แผนการจัดประสบการณ์ ส าหรับประเมินทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย หน่วย วันลอยกระทง เรื่อง ความส าคัญของวันลอยกระทง วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09:00-09:30 น . ...................................................................................................................................... ส าหรับชั้น ปฐมวัยชั้นปีที่ 3 เวลาสอน วันละ 30 นาที ช่วงกิจกรรม กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สาระที่ควรรู้ วันส าคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ เด็กสามารถ 1. ออกเสียงเป็นค าได้อย่างชัดเจน 2. พูดเป็นประโยคได้อย่างถูกต้อง 3. พูดเป็นเรื่องราวได้อย่างต่อเนื่อง สาระการเรียนรู้ 1. สาระที่ควรเรียนรู้ ความเป็นมาวันลอยกระทง 2. ประสบการณ์ส าคัญ 1. ออกเสียงเป็นค าได้อย่างชัดเจน 2. พูดเป็นประโยคได้อย่างถูกต้อง 3. พูดเป็นเรื่องราวได้อย่างต่อเนื่อง กิจกรรมการเรียนการสอน 1. ขั้นน า 1.1 ครูน าเด็กเข้าสู่กิจกรรม โดยการร้องเพลง วันเพ็ญเดือนสิบสอง พร้อมท าท่าทางประกอบ


65 1.2 ครูและเด็กร่วมกันสร้างข้อตกลงในการท ากิจกรรม ดังนี้ - ไม่หยอกล้อกัน - ไม่ส่งเสียงดัง - ตั้งใจท ากิจกรรม 2. ขั้นสอน 2.1 ครูเล่านิทาน เรื่อง วันลอยกระทง ให้เด็กๆฟัง 2.2 ครูและเด็กร่วมกันสนทนาเนื้อหาในนิทาน โดยใช้ค าถามดังนี้ - เนื้อเรื่องนิทานเกี่ยวกับอะไร 2.3 ครูให้เด็กออกเสียงค าศัพท์ตามบัตรค า โดย - ครูออกเสียงให้ฟัง - เด็กออกเสียงตาม - เด็กออกเสียงเอง 2.4 ครูให้เด็กออกมาแต่งประโยคจากบัตรค า โดย - ครูแต่งให้ดู - เด็กแต่งด้วยตนเอง 2.5 ครูให้เด็กออกมาเล่าเรื่องราวตามบัตรค า 2.6 ครูให้สัญญาณเก็บอุปกรณ์ 3. ขั้นสรุป 3.1 ครูและเด็กร่วมกันทบทวนเนื้อหาค าศัพท์ประกอบบัตรค า - เด็กออกเสียงตามบัตรภาพด้วยตนเอง - เด็กแต่งประโยคจากบัตรภาพด้วยตนเอง 3.2 ครูและเด็กร่วมกันสรุปกิจกรรม - เด็กๆฟังนิทานเรื่องอะไร - เด็กๆท ากิจกรรมอะไรบ้าง - เมื่อเด็กๆท ากิจกรรมเสร็จแล้วควรท าอย่างไร สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 1. เพลงวันเพ็ญเดือนสิบสอง 2. นิทานวันลอยกระทง 3. ชุดบัตรค า


66 การวัดและประเมินผล สังเกตจาก 1. การออกเสียงเป็นค าได้อย่างชัดเจน 2. การพูดเป็นประโยคได้อย่างถูกต้อง 3. การพูดเป็นเรื่องราวได้อย่างต่อเนื่อง


67 ( ตัวอย่าง ) แผนการจัดประสบการณ์ ส าหรับประเมินทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย หน่วย วันลอยกระทง เรื่อง อุปกรณ์ในการท ากระทง วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09:00-09:30 น . ...................................................................................................................................... ส าหรับชั้น ปฐมวัยชั้นปีที่ 3 เวลาสอน วันละ 30 นาที ช่วงกิจกรรม กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สาระที่ควรรู้ วันส าคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ เด็กสามารถ 1. ออกเสียงเป็นค าได้อย่างชัดเจน 2. พูดเป็นประโยคได้อย่างถูกต้อง 3. พูดเป็นเรื่องราวได้อย่างต่อเนื่อง สาระการเรียนรู้ 1. สาระที่ควรเรียนรู้ ความเป็นมาวันลอยกระทง 2. ประสบการณ์ส าคัญ 1. ออกเสียงเป็นค าได้อย่างชัดเจน 2. พูดเป็นประโยคได้อย่างถูกต้อง 3. พูดเป็นเรื่องราวได้อย่างต่อเนื่อง กิจกรรมการเรียนการสอน 1. ขั้นน า 1.1 ครูน าเด็กเข้าสู่กิจกรรม โดยการร้องเพลง วันเพ็ญเดือนสิบสอง พร้อมท าท่าทางประกอบ


68 1.2 ครูและเด็กร่วมกันสร้างข้อตกลงในการท ากิจกรรม ดังนี้ - ไม่หยอกล้อกัน - ไม่ส่งเสียงดัง - ตั้งใจท ากิจกรรม 2. ขั้นสอน 2.1 ครูเล่านิทานวเรื่อง วันลอยกระทง ต่อจากเดิมที่แล้วให้เด็กฟัง 2.2 ครูและเด็กร่วมกันสนทนาเนื้อหาในนิทาน โดยใช้ค าถามดังนี้ - เนื้อเรื่องนิทานเกี่ยวกับอะไร 2.3 ครูให้เด็กออกเสียงค าศัพท์ตามบัตรค า โดย - ครูออกเสียงให้ฟัง - เด็กออกเสียงตาม - เด็กออกเสียงเอง 2.4 ครูให้เด็กออกมาแต่งประโยคจากบัตรค า โดย - ครูแต่งให้ดู - เด็กแต่งด้วยตนเอง 2.5 ครูให้เด็กออกมาเล่าเรื่องราวตามบัตรค า 2.6 ครูให้สัญญาณเก็บอุปกรณ์ 3. ขั้นสรุป 3.1 ครูและเด็กร่วมกันทบทวนเนื้อหาค าศัพท์ประกอบบัตรค า - เด็กออกเสียงตามบัตรภาพด้วยตนเอง - เด็กแต่งประโยคจากบัตรภาพด้วยตนเอง 3.2 ครูและเด็กร่วมกันสรุปกิจกรรม - เด็กๆฟังนิทานเรื่องอะไร - เด็กๆท ากิจกรรมอะไรบ้าง - เมื่อเด็กๆท ากิจกรรมเสร็จแล้วควรท าอย่างไร สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 1. เพลงวันเพ็ญเดือนสิบสอง 2. นิทานวันลอยกระทง 3. ชุดบัตรภาพ


69 การวัดและประเมินผล สังเกตจาก 1. การออกเสียงเป็นค าได้อย่างชัดเจน 2. การพูดเป็นประโยคได้อย่างถูกต้อง 3. การพูดเป็นเรื่องราวได้อย่างต่อเนื่อง


70 ( ตัวอย่าง ) แผนการจัดประสบการณ์ ส าหรับประเมินทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย หน่วย วันลอยกระทง เรื่อง กิจกรรมที่ท าในวันลอยกระทง วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09:00-09:30 น . ...................................................................................................................................... ส าหรับชั้น ปฐมวัยชั้นปีที่ 3 เวลาสอน วันละ 30 นาที ช่วงกิจกรรม กิจกรรมเสริมประสบการณ์ สาระที่ควรรู้ วันส าคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ เด็กสามารถ 1. ออกเสียงเป็นค าได้อย่างชัดเจน 2. พูดเป็นประโยคได้อย่างถูกต้อง 3. พูดเป็นเรื่องราวได้อย่างต่อเนื่อง สาระการเรียนรู้ 1. สาระที่ควรเรียนรู้ ความเป็นมาวันลอยกระทง 2. ประสบการณ์ส าคัญ 1. ออกเสียงเป็นค าได้อย่างชัดเจน 2. พูดเป็นประโยคได้อย่างถูกต้อง 3. พูดเป็นเรื่องราวได้อย่างต่อเนื่อง กิจกรรมการเรียนการสอน 1. ขั้นน า 1.1 ครูน าเด็กเข้าสู่กิจกรรม โดยการท่องค าคล้องจอง วันลอยกระทง


71 1.2 ครูและเด็กร่วมกันสร้างข้อตกลงในการท ากิจกรรม ดังนี้ - ไม่หยอกล้อกัน - ไม่ส่งเสียงดัง - ตั้งใจท ากิจกรรม 2. ขั้นสอน 2.1 ครูเล่านิทาน เรื่อง วันลอยกระทง ต่อจากเดิมที่แล้วจนจบ 2.2 ครูและเด็กร่วมกันสนทนาเนื้อหาในนิทาน โดยใช้ค าถามดังนี้ - เนื้อเรื่องนิทานเกี่ยวกับอะไร 2.3 ครูให้เด็กออกเสียงค าศัพท์ตามบัตรค า โดย - ครูออกเสียงให้ฟัง - เด็กออกเสียงตาม - เด็กออกเสียงเอง 2.4 ครูให้เด็กออกมาแต่งประโยคจากบัตรค า โดย - ครูแต่งให้ดู - เด็กแต่งด้วยตนเอง 2.5 ครูให้เด็กออกมาเล่าเรื่องราวตามบัตรค า 2.6 ครูให้สัญญาณเก็บอุปกรณ์ 3. ขั้นสรุป 3.1 ครูและเด็กร่วมกันทบทวนเนื้อหาค าศัพท์ประกอบค า - เด็กออกเสียงตามบัตรภาพด้วยตนเอง - เด็กแต่งประโยคจากบัตรภาพด้วยตนเอง 3.2 ครูและเด็กร่วมกันสรุปกิจกรรม - เด็กๆฟังนิทานเรื่องอะไร - เด็กๆท ากิจกรรมอะไรบ้าง - เมื่อเด็กๆท ากิจกรรมเสร็จแล้วควรท าอย่างไร สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 1. ค าคล้องจองวันลอยกระทง 2. นิทานวันลอยกระทง 3. ชุดบัตรค า


72 การวัดและประเมินผล สังเกตจาก 1. การออกเสียงเป็นค าได้อย่างชัดเจน 2. การพูดเป็นประโยคได้อย่างถูกต้อง 3. การพูดเป็นเรื่องราวได้อย่างต่อเนื่อง


73 ภาคผนวก จ แบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย


74 คู่มือแบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย คู่มือการใช้แบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยฉบับนี้จัดท าขึ้นเพื่อชี้แจงและอธิบาย รายละเอียดในการสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย ซึ่งในการประเมินครั้งนี้ได้ให้ค านิยาม ความหมายของทักษะการพูด หมายถึง การพูดเป็นการสื่อสารโดยการเปล่งเสียงออกมาเป็นถ้อยค า น ้าเสียง ภาษา เพื่อถ่ายทอดความรู้สึก ความคิด และความต้องการของผู้พูดไปสู่ผู้ฟังให้เข้าใจ ซึ่ง สามารถแบ่งเป็น 3 ด้าน ดังนี้ ด้านการพูดเป็นค า จ านวน 5 ข้อ ด้านการพูดเป็นประโยค จ านวน 5 ข้อ ด้านการพูดเป็นเรื่องราว จ านวน 5 ข้อ ค าชี้แจง แบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัยเป็นการบันทึกระดับคุณภาพของพฤติกรรม โดยวัด เป็น 5 ระดับคะแนน คือ 1 2 3 4 5 ข้อปฏิบัติในการประเมิน 1. เขียนชื่อผู้ประเมิน ชื่อนักเรียน วัน เดือน ปีที่ประเมิน 2. ให้ผู้ประเมินให้คะแนนพฤติกรรมที่สังเกตพบเมื่อมีการประเมินตรงกับช่องใด ให้ท า เครื่องหมาย ลงในช่องนั้น เกณฑ์การให้คะแนน 1 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมแสดงออกน้อยที่สุด 2 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมแสดงออกน้อย 3 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมแสดงออกปานกลาง 4 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมแสดงออกมาก 5 คะแนน หมายถึง มีพฤติกรรมแสดงออกมากที่สุด


75 แบบสังเกตทักษะการพูดของเด็กปฐมวัย ชื่อผู้ถูกสังเกต.....................................นามสกุล...............................................ชั้นปฐมวัยปีที่ 2 ชื่อผู้สังเกต...........................................นามสกุล.............................................................. ....... วันที่ท าการสังเกต..............................เดือน..........................................พ.ศ......................... ค าชี้แจง ใส่เครื่องหมาย ในช่องระดับคะแนนที่ตรงกับความสามารถของเด็กปฐมวัย รายการ ระดับคะแนน หมาย เหตุ 1 2 3 4 5 1. การพูดเป็นค า 1.1 การออกเสียงที่ถูกต้อง 1.2 การบอกชื่อสิ่งต่างๆ 1.3 การบอกค าศัพท์ใหม่ที่ได้เรียนรู้ 1.4 การน าค ามาผสมกัน 1.5 การพูดจากภาพ 2. การพูดเป็นปะโยค 2.1 การพูดโต้ตอบเป็นประโยคสั้นๆได้ 2.2 การพูดเป็นประโยคได้อย่างมีความหมาย 2.3 การพูดแสดงความต้องการของตนเอง 2.4 การพูดจากภาพ 2.5 การพูดตอบค าถามสั้นๆ 3. การพูดเป็นเรื่องราว 3.1 การเล่าเรื่องในนิทาน 3.2 การเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง 3.3 การเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผู้อื่น 3.4 การเล่าเรื่องจากภาพ 3.5 การเล่าเหตุการณ์ต่างๆ รวม


76 ภาคผนวก ฉ ภาพการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า


77 ภาพการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า ครูน าเด็กเข้าสู่บทเรียนและร่วมกันสร้างข้อตกลงในการท ากิจกรรมการเล่านิทาน


78 ภาพการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า ( ต่อ ) ครูเล่านิทาน


79 ภาพการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า ( ต่อ ) ครูออกเสียงบัตรภาพให้เด็กฟังให้เด็กออกเสียงตามและเด็กออกเสียงเอง


80 ภาพการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า ( ต่อ ) ครูเรียงบัตรภาพให้เด็กพูดเป็นประโยค


81 ภาพการจดดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบค าถามปลายเปิดเสริมด้วยบัตรค า ( ต่อ ) เด็กออกมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนิทานและเรื่องในชีวิตประจ าวัน


82 ประวัติย่อผู้วิจัย


83 ประวัติย่อผู้วิจัย ชื่อ - สกุล นางสาวจุฑาภรณ์ มั่งมูล วัน เดือน ปีเกิด 06 มีนาคม 2544 สถานที่เกิด อ าเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 59 หมู่ที่ 6 ต าบลสุมเส้า อ าเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี41150 ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2556 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จาก โรงเรียนบ้านดงยาง พ.ศ. 2559 มัธยมศึกษาตอนต้น จาก โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ. 2562 มัธยมศึกษาตอนปลาย จาก โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม พ.ศ. 2566 ครุศาสตรบัณฑิต (สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย) จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี


Click to View FlipBook Version