OGANRIOLNIC
หกรอะมเทยี มเทคนิคการปลูก
เพ�อผลผลติ คณุ ภาพ
แ@พplลanนteเตruอniรte dยูไนเตด็
หอม กระเทียมเปนพืชที่ปลูกงาย อายุสั้น ใชน้ำ เพราะหากเกิดสภาพอากาศที่แปรปรวนมีฝนมาก
นอยกวานา แตตองมีความละเอียดออนในการ เกินไป การควบคมุ ความชน้ื โดยการระบายน้ำจึง
จดั การตลอดอายุการปลูก ต้งั แตเ ตรียมดิน ยอ ย ทำไดดี การควบคุมโรคก็จะไดผลท่ีรวดเรว็ ลดความ
ดนิ ขึน้ แปลงขุดรอ งระบายนำ้ จนจัดหาวสั ดุคลุม เสียหายไดมาก แตหากเตรียมสภาพแปลงไดไมดี
กลา พนั ธุ เพอ่ื รกั ษาสภาพหนาดินใหม ีความชนื้ พอ ระบายนำ้ ไมได การแพรกระจายของโรคก็จะมาก
ไมแ หง เกินไป ระบายนำ้ ดไี มมีจดุ ขงั นำ้ การรดน้ำ จนควบคมุ ไดย าก เกดิ การระบาดยดื เยอ้ื การเจรญิ
ที่ใหเพียงพอกับความตองการของกลา การจัด เติบโตของกลา จะไมพรอมกนั
สภาพแปลงทเ่ี หมาะสมเปน ความสำเรจ็ ไปครง่ึ ทาง
เตรียมดินดีทำได 2. การระบายอากาศดี
1. การระบายน้ำดี
3. แกพิษปูนเกิน แกดินแนน 4. แกกรดแกดินเค็ม
เสรมิ ดวย แบล็คซอยล
อตั ราใช 1 ลิตรตอ 5 ไร
ผสมไปทางระบบน้ำ
ชวยลดกรดแกด ินเค็ม
ONION & GARLIC
เทคนคิ
การเพาะกลา หอม กระเทยี ม
เนื่องจากสภาพดินที่ใชปลูกไมเคยเปนดินเพื่อการ ที่กำลังงอก ลดการตายของรากมาจากสภาพ
ปลูกหอม กระเทียมมาเดิม การสม่ำเสมอของเนื้อ แวดลอมที่ดีของดิน การใชวัสดุคุมเชนฟางขาว
ดินจะไมดี การไถพลิกดินก็เปนการทำลายหนาดิน จะชวยรักษาความชื้นก็จริง แตมักจะมีเมล็ดหญา
การสูญเสียสารละลายดิน เคมีดินจะไมเหมาะที่ ติดมามาก และเปนอาหารที่ดีของเชื้อราโรคพืช
รากของกลาหอมเจริญไดดี เราสามารถปรับสภาพ ในดิน จึงตองหมั่นสังเกตวา มีเชื้อราโรคพืชมี
ดนิ ไดดวย วูดู หรือแบล็คซอยล เพือ่ ปรบั สภาพดนิ เสนใยสีขาวเจริญดีจนทำความเสียหายกับราก
ใหเหมาะสมโดยเฉพาะดินใหม ดินที่มีการไถ ของกลาหอมกระเทียมหรือไม หากมีตองใชยา
พรวน ดินที่มีการเติมปูนหรือมูลสัตว ดินที่ใชน้ำ กำจัดที่ถูกตองเหมาะสม โรครามักจะมาพรอม
บาดาล น้ำเหมืองที่มีปูนละลายมาก หรือแหลง กับฝนเพราะเปนสภาพที่เชื้อราระบาดเจริญไดดี
น้ำที่มีวัชพืชมาก น้ำเนาหรือเปนกรด การปรับ มาก รวดเร็วจนสรางความเสียหายกับหอม
สภาพดินใหดีดวย วูดู หรือแบล็คซอยล เปน กระเทียมไดมาก จึงตองคอยสังเกตตรวจ
การสรางการระบายน้ำ ชองอากาศในดินจะมาก แปลงเปนประจำเพื่อควบคุมความเสียหาย
เปนสภาพที่เปนมิตร กับรากกลาหอม กระเทียม ใหนอยที่สุด
อาหารเสริม
เพิม่ ผลผลติ หอม กระเทียม
ระยะเพาะกลา
ในชว งทเ่ี พง่ิ ลงกลา ใหมน น้ั หอม กระเทยี มตอ งการสารอาหารทจ่ี ำเปน ตอ การปรบั ตวั ตอ สภาพแวดลอ มใหม ซง่ึ ใน
สภาพดนิ ใหม อาจมสี ารอาหารไมเ พยี งพอทจ่ี ะใหต น กลา ใช และการแตกรากจำนวนมากนน้ั ตอ งการสารอาหารมาก
สไตรค เปน อะมโิ นกลมุ เฉพาะมสี ารทจ่ี ำเปน กบั ตน ทย่ี า ยกลา ปลกู ใหมๆ ชว ยใหต น กลา ปรบั ตวั ไดเ รว็ สรา งรากไดม าก
และแข็งแรง เดโฟ ชวยกระตุนการสรางรากฟอย ซึ่งจะทำใหตนหอม กระเทียม สามารถดูดซับธาตุอาหารในดิน
ไดมาก สง ผลตอ การเจรญิ เตบิ โตของยอด ใบ และลำตน ทำใหแ ขง็ แรงและเตบิ โตอยา งตอ เนอ่ื ง โชปาร เปน อาหาร
เสรมิ ทจ่ี ำเปน ตอ รากของหอม กระเทยี ม
เพิม่ จำนวนราก ตนสมบรู ณ เสรมิ สรา งความแข็งแรงจากภายในตน
อตั ราใช : สไตรค 30 ซีซี. + เดโฟ 30 ซซี ี. + โชปาร 30 ซีซ.ี
ระยะตนเล็ก สรางยอด ใบ
การสรา งยอด ใบ ในชว งฤดแู ลง หรอื นำ้ นอ ย หอม กระเทยี มมกั เจรญิ เตบิ โตไมด ี ตน จะโทรมไดง า ย ดงั นน้ั การสรา ง
ยอดและใบใหม จี ำนวนมากพอ มสี ที เ่ี ขยี วเขม เพอ่ื การสงั เคราะหแ สง สรา งนำ้ ตาลสง ไปเลย้ี งราก และ สะสมในตน
เพื่อการสรางดอกที่มีความสมบูรณ ควรฉีดพนดวย ดีซ และ โชปาร เพื่อปองกันการขาดธาตุอาหาร ซึ่งเมื่อหอม
กระเทยี มขาดธาตุอาหารมกั จะแสดงอาการใบเหลอื ง ดงั นั้น ดซี จงึ จำเปน ตอ หอม กระเทียม เพราะมีธาตุอาหาร
ที่จำเปนตอ การสรางสารสีเขยี วท่มี ากพอตอ หอม กระเทียม และ โชปาร ชว ยในการแตกกอเพม่ิ ข้ึน
ใบเขยี วเขม เพ่มิ ยอด ตนสมบรู ณ
อัตราใช : ดซี 30 ซีซ.ี + โชปาร 30 ซีซี.
อัตราที่แนะนำตอน้ำ 20 ลิตร
ระยะเก็บเกี่ยว น้ำหนักดี มีคุณภาพ
ชวงกอ นเกบ็ เกยี่ ว เมอ่ื ตองการจะเรง ใหหอม กระเทยี มมีขนาดทใ่ี หญสม่ำเสมอ มคี ุณภาพท่ีดี และไดน ้ำหนกั ดี ใช
รนู ีย ซึง่ มคี วามสามารถในการเพ่ิมจำนวนผล และใหผ ลที่ออกมามีความสมำ่ เสมอกัน ชว ยเพิ่มนำ้ หนกั เนื้อแนน
สีสวย บี-พลัส ชว ยลดการหลุดรวง และใชรว มกับ ฟต -ดี ชว ยในการเพม่ิ ขนาดผลใหใ หญข ้ึน
ผลดก ใหญส มำ่ เสมอ น้ำหนักดี ผลผลติ ตอ ไรสูง ไดคุณภาพ
อัตราใช : รนู ีย 20 ซีซ.ี + บี-พลัส 30 ซีซ.ี + ฟต -ดี 10 กรัม
*สตน้ั = หยดุ การเจรญิ เตบิ โต
ชวยฟนตัวหลังยายกลาหรือถอนแยก
สรางดอก ลดการรวงของดอก ดอกผสมติดดี
ลดการรวงของผลออนเม�อมีผลหลายรุน
เพ�อใหผลโตปกติเม�อมีผลจำนวนมาก
รากเยอะ โตไว ไมสตั้น!
ใชไดทั้ง..มะเขือเทศ พริก แตงกวา แตงโม ผักกินใบ ไมดอก
อัตราที่แนะนำตอน้ำ 20 ลิตร
ชวยปรับปรุงและเพิ่มคุณภาพผลผลิต
พืชสามารถดูดซึมผานผนังเซลลพืชไดดีและ
นำไปใชไดทันที ชวยขยายขนาดผล เพิ่มน้ำหนัก
ละลายน้ำไดดีไมตกตะกอน ไมเปนพิษตอพืช
ไมใช ใช ฟต -ดี
ฉีดพน ชวงติดผลออน 1-2 ครั้ง ทุก 7-10 วัน และ ชวงขยายผล เพ�อเพิ่มน้ำหนัก 2-3 ครั้ง ทุก 7-10 วัน
เพ�อใหไดประสิทธิภาพสูงสุด แนะนำใชรวมกับ บี-พลัส คารอส ใชไดดีในพืชกินผลทุกชนิด!
คำแนะนำในการใช ดร็อกบา ใหปฏิบัติดังนี้ อัตราใช 10 ซีซี.
1. เตรียมน้ำที่จะผสมสารเคมี (อาหารเสริม สารกำจัดโรคพืช แมลง วัชพืช ฯลฯ)
2. คอยๆ เติม ดร็อกบา ลงไปในน้ำที่เตรียมไวทีละนอย เพ�อปรับ pH ของน้ำ
สีของน้ำจะเปลี่ยนเปนสีชมพูหรือแดง สภาพน้ำนั้นคือ คา pH 4.5-5.5
ซึ่งเปนคาที่เหมาะสำหรับการผสมสารเคมี
3. ใสสารเคมี (อาหารเสริม สารกำจัดโรคพืช แมลง วัชพืช ฯลฯ) กวนใหเขากัน
4. หลังจากใสสารเคมีลงไปแลว สีชมพูหรือสีแดงจางลง ใหเติม ดร็อกบา
ลงไปอีกเล็กนอยจนน้ำเปนสีชมพู คา pH อยูระหวาง 4.5-5.5 จึงทำการฉีดพน
อัตราที่แนะนำตอน้ำ 20 ลิตร
การจัดธกาารตุอาหารของหอม กระเทยี ม
ระยะที่ 1 คือ ระยะดำหัวพันธุ
เมื่อดำหัวพันธุแลวมีการคุมฟางและใหน้ำเพื่อคุมความ แดดทนฝนและการเปลย่ี นแปลงของอากาศไดด ี การงอก
ชื้นใหมกี ารงอกทีด่ สี มำ่ เสมอ การงอกของหวั พนั ธุตอง ทด่ี สี ม่ำเสมอมีผลตอ การแตกกอเรง การสรางกอสรา งใบ
ใชส ารอาหารภายในหวั กบั ความชน้ื ภายนอก หากสภาพ เพิ่มจำนวนตนได การมีตนเสมอกันเปนภาวะพึ่งพิง
แวดลอ มภายนอกไมเ กอ้ื หนนุ ตอ การงอก การเจรญิ เตบิ โต สงเสริมการโตของกนั และกนั จงึ ควรมีการฉดี เดโฟ
จะไมสม่ำเสมอกัน มีอุปสรรคในการทำข้ันตอนตอ ไป กบั สไตรค อยา งนอ ย 3 ครง้ั หลังจากดำหวั พนั ธุ จึงจะ
การทำใหหวั พนั ธงุ อกรากแทงตน สมำ่ เสมอ โดยการใช ไดตนกลาที่สม่ำเสมอสมบูรณพรอมกัน เพื่อเขาสูระยะ
เดโฟ กบั สไตรค จะชว ยปรบั สมดลุ ในหวั พนั ธุ เกดิ การ เรงแตกกอไดดี
งอกรากแทงตน พรอมกนั ทกุ หัว การสรา งรากมาก ทน
ระยะที่ 2 คือ ระยะเรงแตกกอ
หอม กระเทยี มระยะเรง แตกกอ จะทำไดด เี มอ่ื การงอกของ ฉีดพนอยางนอ ย 3 ครงั้ ดว ย โชปาร กับ ดซี เพอ่ื การมี
ตน พนั ธพุ รอ มเพรยี ง โตทนั กนั ไมม ชี อ งวา ง แหวง มากเกนิ ไป กอทใ่ี หญใ บมากสเี ขยี วเขม หนาจากโคนยนั ปลาย หลอด
จากหัวพันธุที่ไมงอกหรืองอกชาไมทันกันตางรุนกันมาก แขง็ นวลสวย ทนฝน ทนแดดดี สำหรบั ดินทม่ี กี ารใสป นู
เกนิ ไป การเรง แตกกอจะไดก ารโตทไ่ี มส มำ่ เสมอ การงอก มากหรอื ดนิ สขี าว ดนิ ทรายขาดธาตอุ าหารทใ่ี ชส รา งสเี ขียว
ทไ่ี มด นี อกจากเปลอื งหวั พนั ธแุ ลว การเรง แตกกอกจ็ ะไมด ี ในใบ ดีซ ชวยชดเชยการขาด และแกปญหาได ยิ่งมี
ตามไปดว ย การเรง แตกกอสามารถใช โชปาร ฉดี พน เพอ่ื การใหป ยุ มากควรตอ งเพม่ิ ดซี เพอ่ื ชว ยการใชป ยุ ในตน
เพมิ่ การแตกกอสรา งใบจำนวนมากได ใบจะเขยี ว หลอด มีประสิทธิภาพมากขึ้นดวย เพราะหากสมดุลปุยไมดี
แข็งมีนวลมากตั้งแตโคนยันปลายดวย ดีซ จึงควรมีการ ตนจะเนา เปนโรคไดงาย เมื่อมฝี นมาก
อัตราที่แนะนำตอน้ำ 20 ลิตร
การจัดธกาารตุอาหารของหอม กระเทียม
ระยะที่ 3 คือ ระยะทำน้ำหนัก เรงหัว
การเพม่ิ นำ้ หนกั หอม กระเทยี ม และรกั ษาไวใ หน านทส่ี ดุ สญู เสยี นอ ย ไมเ บา ไมฝ อ เรว็ เกนิ ไป ตอ งเขา ใจ ปฏกิ ริ ยิ า
ภายในของหอม กระเทยี มตง้ั แตเ ร่ิมลงหัว การสะสมน้ำตาลอาหารภายในหัว ปริมาณไนโตรเจนท่ีตกคางในหวั
จนถึงปฏิกริ ิยาท่ไี นโตรเจนทำใหน ำ้ หนกั ของหวั หายไปจากการฝอ จนหัวเบา อายุหลังเกบ็ เกย่ี วส้ันมากกวา ที่ควร
จะเปน การเพิ่มน้ำหนกั หอม กระเทียมไมวา จะเปนตน สด หวั พันธุ และเก็บหวั ตองเพิ่มนำ้ หนักตงั้ แตตนโตเตม็ ที่
ครบอายุท่จี ะสะสมอาหารในหวั โดยการเตือนหรอื กระตุกใหทำการลงหวั เพราะการโตของหอม กระเทียมจะ
สรา งใบงามตนมากเกนิ ไป หากไมกระตุกใหเกิดการสะสมอาหารท่ีหวั การกระตุกทำไดโดยการฉดี รนู ยี จะทำให
หอม กระเทยี มท่ีกำลงั งามตน กลับมาสะสมอาหารที่ลำตนและหัว
การเพม่ิ การสะสมนำ้ ตาลแทนทน่ี ำ้ ในหวั และรกั ษาไวก นั การสญู เสยี นำ้ หนกั เรว็ เกนิ ไปดว ย บ-ี พลสั สว นการเรง การ
สรา งนำ้ ตาลและเพม่ิ นำ้ หนกั หวั ไดเ รว็ จะเปน ฟต ดี การทำงานของ รนู ยี + บ-ี พลสั + ฟต ดี จงึ สอดประสานในการ
เรง การลงหวั รกั ษาสะสมนำ้ ทห่ี วั เพม่ิ การสรา งนำ้ ตาลมาสะสมในหวั ใหม าก การสญู เสยี นำ้ หนกั ของหวั หอม กระเทยี ม
มาจากการตกคา งของไนโตรเจนในหวั มาก เพราะหอม กระเทยี มเปน พืชท่ีสรา งกลิน่ ระเหยได นำ้ หนกั จะหาย
เรว็ หวั ฝอ งา ยเพราะไนโตรเจนทม่ี าจากปยุ เกนิ สะสมในหวั ตอนเกบ็
เกย่ี ว การใสป ยุ แคพ อดไี มม ากเกนิ ไป ควบคมุ นำ้ ใหน อ ยกอนที่เก็บ
หรือถอนหอม และการฉดี ดวย บี-พลัส กอ นการถอนหอมจะทำ
ใหหวั หอม กระเทียมมนี ้ำหนกั เก็บไดนาน ฝอ นอ ย
อัตราที่แนะนำตอน้ำ 20 ลิตร
โรคการปองกันกำจัด สำคัญ
โรคใบแหง เช้อื แบคทเี รยี :
Xanthomonas campestris
พบแผลจุดฉ่ำน้ำ หัวแหลมทายแหลม ขยายขนาดไปตามความยาวของใบ เนื้อเยื่อ
ตรงกลางแผลบางโปรงใส บางครั้งพบแผลแตกเปนทางยาวตามแนวเสนใบ หากระบาด
รุนแรงจะทำใหเหี่ยวแหงตายเปนสีน้ำตาลออนหรือสีขาว ทำใหถูกเรียกวา โรคใบขาว
เกดิ ไดท กุ ระยะการเจรญิ เตบิ โต พบระบาดรนุ แรงในบรเิ วณทม่ี คี วามชน้ื สงู โดยเฉพาะชว ง
ฝนตกชกุ และมกี ารแพรร ะบาดไดร วดเรว็ มาก จงึ ควรพน สารปอ งกนั กอ นเกดิ การระบาด
โรคเนาเละ เชอื้ แบคทเี รยี :
Erwinia carotovora
หัวสวนใตดินมีอาการเนานิ่ม เมื่อผาออกพบวาเนื้อเยื่อตรงกลางหัวเนาช้ำ มีกลิ่นเหม็น
เปรี้ยวรุนแรง ทำใหสวนตนมีอาการเหี่ยวและยบุ ตายไปในทส่ี ดุ พบระบาดรนุ แรงในชว ง
ฝนตกชกุ และควรพน สารปอ งกนั กอ นเหน็ อาการของโรค
การปองกันกำจัด :
1. ขุดถอนตนและสวนที่เปนโรคออกไปเผาทำลายทิ้ง
2. พนดวย โพดี้ [กลุม M1] อัตรา 10-20 กรัม
หรือ ลาคิช [กลุม 24] อัตรา 40-80 ซีซี.
โรคใบเนา เชื้อรา :
Pythium sp.
ใบเกิดอาการแผลชำ้ ฉ่ำน้ำ หากมคี วามชื้นสูง และ
อากาศคอ นขางเย็น อาจพบเสน ใยสขี าวของเชอื้ รา
เจรญิ ฟูขน้ึ มามากมาย ทำใหเ กิดอาการใบเนา และยบุ
ตายไปในท่ีสดุ พบระบาดรนุ แรงในบริเวณท่ีมีความชืน้
สงู โดยเฉพาะชวงฝนตกชุก
การปองกันกำจัด :
พนดวย โบคุม [กลุม 22] อัตรา 30-40 ซีซี. หรือ คูเลเตอร [กลุม 7] อัตรา 10-20 กรัม
หรือ เมอรฟ [กลุม 40] อัตรา 20 กรัม
อัตราที่แนะนำตอน้ำ 20 ลิตร
โรคเหี่ยว เช้ือรา :
Fusarium oxysporum
ตน แสดงอาการเหย่ี ว ใบรอบนอกเหลืองแหง เปน สนี ้ำตาลและยบุ ตาย หากถอนดจู ะพบวา
ตน หลดุ จากดนิ ไดโ ดยงา ย เพราะรากและโคนเนา เปอ ยเปน สนี ำ้ ตาลออ น หวั จะเนา นม่ิ ไมม กี ลน่ิ
เหม็นเปรยี้ ว ทีโ่ คนตน บรเิ วณผิวดนิ มักไมพ บเสน ใย
พบระบาดรุนแรงในบรเิ วณทด่ี นิ มคี วามเปน กรดสูง
โดยเฉพาะชว งฝนตกชุก
การปองกันกำจัด :
1. ระบายน้ำในสวน อยาใหมีการทวมขัง โดยเฉพาะในชวงฝนตกชุก
2. พนดวย คูเลเตอร [กลุม 7] อัตราใช 10-20 กรัม
หรือ วีเซ [กลุม 14] อัตราใช 10-30 ซีซี.
โดยเนนไปที่บริเวณรอบๆ โคนตน หรือพนปองกันหลังปลูกไปแลว 7-10 วัน
โรคใบจุดสีมวง เชอื้ รา :
Alternaria porri
พบอาการเปน จดุ ฉำ่ นำ้ ขนาดเลก็ เมอ่ื แหง จะเปน จดุ สขี าว
ตอ มาแผลขยายวงกวา งออกไปตามความยาวของใบ รอยแผล
สมี ว งออ นถงึ สมี ว งเขม ขอบแผลสขี าว ใบหกั พบั ลง หากระบาด
รนุ แรงจะทำใหใ บแหง ตายจนหมด เกบ็ ผลผลติ ไมไ ด และมกั พบ
โรคใบไหมเขาทำลายรวมอยูดวย พบการระบาดรุนแรงขึ้น
หากมีเพลี้ยไฟเขาทำลาย โดยเฉพาะในชวงสภาพอากาศเย็น
และมคี วามชืน้ สูง
การปองกนั กำจดั :
1. พนดวย อีมเิ นน ท [กลุม 3] อัตรา 40 ซีซี. หรอื มุลเลอร [กลมุ 3] อตั รา 20 ซีซ.ี ปองกนั กำจัดไดท ัง้ โรคใบจุดสีมว ง
และโรคใบไหม
2. ปองกนั กำจดั เพล้ียไฟในแปลงปลูก
โรคแอนแทรคโนส
เช้ือรา :
Colletotrichum gloeosporioides
พบอาการเปน จดุ สเี ขยี วหมน ฉำ่ นำ้ ตอ มาจดุ ขยายใหญเ นอ้ื
แผลยุบตัวลงเล็กนอย บนแผลมีเชื้อราเปนหยดเยิ้มสีสมอม
ชมพู เมื่อแหงจะกลายเปนสีน้ำตาลดำเรียงกันเปนวงรีซอนกัน
หลายชั้น ถาแผลขยายใหญมาชนกันจะทำใหใบหักพับลงแลว
แหง ตายทง้ั ตน และเชอ้ื สาเหตสุ ามารถเขา ทำลายไดท โ่ี คนกาบใบ หรอื บรเิ วณหวั ซง่ึ ทำให
ตน มอี าการใบเลอ้ื ยเปน หยอ มๆ แคระแกรน็ ไมล งหวั จงึ เรยี กโรคนว้ี า หอมเลอ้ื ย หมานอน
หากมีหลายแผลจะเนายุบตายอยางรวดเร็ว เก็บผลผลิตไมได พบระบาดรุนแรงใน
สภาพอากาศรอ นชืน้ ฝนตกสลับแดด
การปองกนั กำจัด : พน ดว ย เจอราจ [กลุม 3] อัตรา 20-30 ซีซี.
หรือ มุลเลอร [กลุม 3] อัตรา 20 ซีซี.
อัตราที่แนะนำตอน้ำ 20 ลิตร
โรคการปองกันกำจัด สำคัญ
โรคเนาคอดิน เชื้อรา :
Rhizoctonia solani
ตนมีอาการปลายใบแหง และยบุ ตายเปน หยอมๆ หากถอนดจู ะพบวา รากเนา สีนำ้ ตาล ท่ี
โคนตนบริเวณคอดินมรี อยชำ้ สนี ำ้ ตาล ทำใหตนหักพับลงแลวแหงตาย พบระบาดรุนแรงใน
พื้นที่ที่ปลูกหลังนาขา ว หรือใชขี้แกลบ หรือฟางขา วคลมุ ดิน โดยเฉพาะชว งสภาพอากาศ
รอนช้นื
โรคราเมล็ดผักกาด เชือ้ รา :
Sclerotium rolfsii
ตนแสดงอาการเหีย่ ว และยุบตาย ที่โคนตน บริเวณผวิ ดินมักพบเสน ใยสีขาวคอ นขา งหยาบ
และจะเปลยี่ นเปนเม็ดสนี ำ้ ตาลคลายเมล็ดผักกาดเจรญิ อยดู วย พบระบาดรุนแรงในบรเิ วณ
ทมี่ ีความชื้นสงู โดยเฉพาะชวงฝนตกชุก
การปองกันกำจัด :
พนดวย คูเลเตอร [กลุม 7] อัตรา 10-20 กรัม โดยเนนที่บริเวณรอบๆ โคนตน
อาการปลายใบแฮม
พบอาการเหย่ี วจากปลายใบเขา มา ลกั ษณะแผลมสี นี ำ้ ตาล
เมื่อโรคระบาดมากขึ้นใบจะแหงเปนสีน้ำตาลเขม เกษตรกร
ทางภาคเหนอื เรยี กอาการนว้ี า ปลายใบแฮม พบระบาดในชว ง
อากาศคอนขางเย็นในเวลากลางคืนและรอนในเวลากลางวัน
หรอื มนี ำ้ คา งแรงในตอนเชา สนั นษิ ฐานวา เชอ้ื สาเหตคุ อื กลมุ เชอ้ื รานำ้ Peronospora
destructor หรอื Phytophthora porri ซง่ึ ทง้ั 2 เชอ้ื สาเหตสุ ามารถใชส ารปอ งกนั
กำจดั โรคพชื กลมุ เดยี วกนั ได
การปองกันกำจัด :
พนดวย โบคุม [กลุม 22] อัตรา 30-40 ซีซี. หรือ เมอรฟ [กลุม 40] อัตรา 20 กรัม
ทีม่ าขอ มูล : ดร.ศรสี ขุ พูนผลกลุ นกั วชิ าการโรคพชื ชำนาญการพเิ ศษ อัตราที่แนะนำตอน้ำ 20 ลิตร
: กลมุ วิจัยโรคพืชผักไมด อกและไมป ระดบั . 2542. โรคสำคัญของพชื สกุลหอมกระเทียมในประเทศไทย.
97 หนา . กองโรคพืชและจลุ ชีววทิ ยา กรมวิชาการเกษตร
สารคิวปรัสออกไซด 86.2%WG
ยาแดง
แบคทีเรียแปอลงะกเชนั ก้อื ำจรัดา..
โพดี้ ไดผานการตรวจสอบจาก
สำนักงานปกปองสิ่งแวดลอมและ
สถาบันตรวจสอบอินทรียวัตถุ
จากสหรัฐอเมริกา วาปลอดภัย
และเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม
แนะนำการใช : โพด้ี อัตรา 10-20 กรมั ตอ นำ้ 20 ลิตร
สารอ�นๆ ครลอักบษคณลุมะกบานรพืช 100% 0 5 10 15 20 25 30 35 40 ระดับน้ำฝน (มลิ ลิเมตร)
80% ตกรอากฟารแชสะดลงา คงจวาากมนค้ำงฝทนน
60%
40%
20%
เกาะตดิ ดเี ย่ยี ม ทนการชะลาง คุมโรคนาน ปลอดภัยตอคนและพชื
ยาแดงคมุ โรค
โรคเนาเละ เชอ้ื แบคทเี รยี :
Erwinia carotovora
การปองกันกำจัด โรค
1. วิธีใช โพดี้ คลุกปุย ปยุ ทุกคร้งั ทห่ี วานปุย
การใชโพดค้ี ลกุ กบั ปุย จะชว ยใหตน หอมเขยี ว 100 กรมั 50 กโิ ลกรมั
นานขึ้น และลดการสะสมของเชอื้ แบคทเี รยี
ในตน พชื และดนิ
โพดี้ 10 กรัม
2. วิธีใช โพดี้ 10 กรัมตอน้ำ 20 ลิตร น2้ำ0สละอิตารด เทสารลงในเครอ่ื งพน ยา
ผสม โพด้ี กบั พรอ มนำไปฉดี พน
ฉีดพน เดือนละ 1 ครง้ั เพอ� คุมโรคใบแหงและโรคเนา เละ นำ้ สะอาดกวนใหเ ขา กนั
ในหอม กระเทียม และชวยเพิ่มความสมบรูณใหกับพืช
ควรใชอ ยางสม่ำเสมอตามคำแนะนำ
** หมายเหตุ : ควรพนสารปอ งกนั กอนเห็นอาการของโรค เพอ� ปอ งกนั ความเสยี หายตอผลผลิต
แ@พplลanนteเตruอniรte dยไู นเตด็
แมลงการปองกันกำจัด ศัตรูสำคัญ
เพลี้ยไฟหอม ชอ� วทิ ยาศาสตร :
Thrips tabaci
ตัวออนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงที่ใบและหัว
เขาทำลายไดในทุกระยะการเจริญเติบโต ทำให
ปลายใบแหง ตนแคระแกร็น ใบเปนจุดดางสีขาว
แขง็ กระดา ง มผี ลกระทบตอ การเจรญิ เตบิ โตและตายไป
ในที่สุดหากถูกทำลายอยางรุนแรง เพลี้ยไฟระบาดรุนแรงในชวงแหงแลง หรือ
ฝนทิ้งชว ง
การปอ งกันกำจัด :
พนดว ย คลอรฟ นาเพอร 10 เอสซี [กลมุ 13] อัตรา 25-30 ซซี .ี หรอื ซานเชส [กลุม 2B] อตั รา 30-40 ซีซี. หรอื
เดอะเน็กซ [กลุม 6] อตั รา 10-20 กรัม
หนอนแมลงวันชอนใบหอม ชอ� วทิ ยาศาสตร :
Liriomyza chinessis
ตัวเต็มวยั เปน แมลงวันขนาดเลก็ ระยะตวั หนอนมี
ขนาดเลก็ จะชอนไชเขาไปกนิ อยใู ตผ ิวใบ เกดิ รอย
เสนสขี าวคดเคย้ี วไปมา กระทบตอ การเจรญิ เตบิ โต
ผลผลติ ลดนอ ยลง พบการระบาดไดตลอดทง้ั ป
การปองกันกำจัด :
พน ดวย เซนนา [กลมุ 4A] อัตรา 10 กรมั หรอื ซานตสิ [กลุม 4A] อตั รา 10-20 ซีซ.ี
หรอื ซานเชส [กลมุ 2B] อตั รา 30-40 ซซี .ี
หนอนกระทูหอม ช�อวิทยาศาสตร :
หนอนหนังเหนียว Spodoptera exigua
ตวั หนอนระยะเลก็ จะเจาะเขา ไปกดั กนิ ภายในหลอดหอม
เหลือแตเยอื่ ใบอยูภายนอก ทำใหเ กดิ อาการใบขาว
และใบจะหักพบั อาจพบข้หี นอน หรือรอยทำลายทิ้งเอาไว
ไขห นอน เมอ่ื หนอนโตขึน้ จะกัดกนิ ใบจนขาดสรา งความเสียหายอยา ง
รนุ แรง พบการระบาดไดต ลอดทงั้ ป และจะระบาดรุนแรงในชวงปลายฝนตนหนาวถงึ ฤดรู อ น
การปองกันกำจัด :
พนดว ย ฟลอรแ บค เอฟ.ซี. [กลมุ 11A] อตั รา 100 ซีซ.ี
รวมกับ เดอะเน็กซ [กลมุ 6] อัตรา 10-20 กรมั
หรือ คลอรฟนาเพอร 10 เอสซี [กลมุ 13] อตั รา 25-30 ซซี .ี
หรอื อรี อส [กลมุ 22A] อตั รา 10-20 ซซี .ี
เมอ� ตรวจพบกลมุ ไขห รอื ตัวหนอน
อัตราที่แนะนำตอน้ำ 20 ลิตร ทม่ี าขอมลู : กลมุ บรหิ ารศัตรพู ืชและกลมุ กีฏและสตั ววิทยา. 2554. แมลงศตั รูผัก เห็ด และไมด อก. 74 หนา .
สำนักวจิ ัยพัฒนาการอารกั ขาพืช กรมวิชาการเกษตร
ไรกระเทียม ชอ� วิทยาศาสตร :
Aceria tulipae
ตัวออน และตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงที่ใบ
และหัว เขาทำลายไดทุกระยะการเจริญเติบโต
จนถงึ ระยะเกบ็ เกย่ี วและในโรงเกบ็ ทำใหช ะงกั การ
เจรญิ เตบิ โต ขอบใบเปน สเี หลอื ง ปลายใบมว นงอ
พันกัน เกษตรกรจึงเรียกอาการนี้วา ใบบวง ไรชนิดนี้มีขนาดเล็กมาก ไม
สามารถมองเหน็ ไดด ว ยตาเปลา พบการระบาดรนุ แรงในชว งฤดฝู นจนถงึ
ฤดูหนาว และติดมากับหัวพันธุได
การปอ งกนั กำจัด :
พน ดวย โดลนิ [กลุม 19] อตั รา 30-40 ซซี ี. หรือ คลอรฟ น าเพอร 10 เอสซี [กลมุ 13] อตั รา 25-30 ซีซี.
เทคนิค..
หนอนดื้อยาการปองกันกำจัด
ปจจุบันแมลงศัตรูพืชมีการสรางความตานทานตอสารกำจัดแมลงเพิ่มมากขึ้น หรือเรียกวาการดื้อยา
โดยเฉพาะหนอนกระทูหอมหรือหนอนหนังเหนียว ดังนั้นเกษตรกรจึงตองใชสารปองกันกำจัดแมลงดวยวิธี
การสลับ-เปลี่ยน-หมุนเวียนตามกลไกการออกฤทธิ์ (IRAC) โดยไมใชสารกำจัดแมลงที่มีกลไกการออกฤทธิ์
แบบเดียวกันรวมกัน หรือซ้ำๆติดตอกันเกิน 2-3 ครั้ง
ตวั อยา งเชน ครง้ั ท่ี 1 ใช คลอรฟ น าเพอร 10 เอสซี [กลมุ 13] รว มกบั ฟลอรแ บค เอฟ.ซ.ี [กลมุ 11A]
ครง้ั ท่ี 2 ใช คลอรฟ น าเพอร 10 เอสซี [กลมุ 13] รว มกบั ฟลอรแ บค เอฟ.ซ.ี [กลมุ 11A]
ครง้ั ท่ี 3 ใช เดอะเนก็ ซ [กลมุ 6] รว มกบั ฟลอรแ บค เอฟ.ซ.ี [กลุม 11A] เปน ตน
คร1ั้งที่ คร2ั้งที่ คร3ั้งที่
ทง้ั น้ี เพอ่ื ชะลอความตา นทานและสรา งความยง่ั ยนื ของการใชส ารกำจดั แมลง นอกจากจะไดผ ลลพั ธท ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ
ดยี ง่ิ ขน้ึ แลว ยงั สามารถควบคมุ ศตั รพู ชื ไดก วา งและครอบคลมุ ดยี ง่ิ ขน้ึ อกี ดว ย
ฟลอรแ บค เอฟ.ซ.ี [กลมุ 11A] เปน สารชวี ภณั ฑก ลมุ เชอ้ื แบคทเี รยี หรอื เชอ้ื บที ี ซง่ึ ปจ จบุ นั ยงั ไมม รี ายงานวา หนอนผเี สอ้ื สรา งความตา นทาน
ตอ สารกลุมน้ี ฟลอรแบค เอฟ.ซ.ี จึงสามารถใชไดด รี ว มกับสารกำจดั แมลงทุกชนิด และทกุ ครัง้ ที่ใช ชว ยเพมิ่ เปอรเ ซน็ ตการตายและลด
การดอื้ ยาของหนอนผเี ส้ือ โดยเฉพาะในระยะเกบ็ เกย่ี วผลผลิต ฟลอรแบค เอฟ.ซ.ี สามารถใชโดยไมต อ งวิตกกงั วลถงึ สารพษิ ตกคางตอ
ผูบริโภค เพราะ ฟลอรแบค เอฟ.ซ.ี เปนสารชีวภณั ฑท ่ี ปลอดภัยตอ มนุษย ไรส ารพษิ ตกคา ง
ทีม่ าขอ มลู : www.irac-online.org อัตราที่แนะนำตอน้ำ 20 ลิตร
ปลอดภัย ไรพ้ ิ ษตกค้าง
ยหานเบอ�อ น
ไมใ่ ช้ ใชฟ้ ลอร์แบค
เทคนคิ การใช้ ฟลอร์แบค เอฟ.ซี. ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพสงู สุด
1. พ่นในชว่ งเชา้ หรอื ช่วงเย็น จะทําให้หนอนมีโอกาสกนิ เขา้ ไปมากกวา่ รปู แสดงอาการของหนอน
2. ปรับหวั ฉดี ใหเ้ ปน็ ละอองขนาดเลก็ จะทาํ ใหค้ รอบคลุมบนพืชเปา้ หมาย
ไดม้ ากท่สี ุด
3. ใชร้ ่วมกบั ดรอ็ กบา เพ่ือปรบั สภาพนํา้ ให้เหมาะสม
และเพ่ิ มการเกาะติดให้นานข้นึ
4. ใช้กอ่ นให้หนอนปว่ ยในระยะแรกๆทเ่ี พิ่งฟกั ออกจากไข่
แล้วซา้ํ ด้วยสารเคมีกําจัดแมลง หรือใชร้ ว่ มกบั สารเคมี
กําจัดแมลงเพ่ือเสริมฤทธส์ิ ามารถเพิ่มเปอรเ์ ซ็นตก์ าร
ตายให้สูงข้นึ ได้
วัชพืชการปองกันกำจัด
ระยะกอน ยายปลูก
คุมวชั พืชกอนปลูกดว ย เบตสิ [กลมุ K3] อตั รา 350-500 ซซี .ี ตอ ไร หรอื บารเ ซ [กลมุ E] อตั รา 250-350 ซซี .ี ตอ ไร
พน ทับหลงั ปลกู ทนั ที ใชร ว มกับ สารปรับโครงสรา งดิน วดู ู อตั รา 2-4 กรมั ตอ นำ้ 20 ลิตร เพือ่ ทำใหด นิ โปรง ระบาย
อากาศไดดี ทำใหก ารทำงานของระบบรากพืชเกดิ การแตกรากดี และลดปรมิ าณ เชอ้ื ราในดนิ ใช วีเซ [กลมุ 14] อัตรา
250-500 ซซี ี. ตอไร ราดหรอื พนลงดนิ ใหทว่ั แลวรดนำ้ พอสมควรกอนปลูกพชื 7-10 วนั (ในกรณที แี่ ปลงปลูกมีประวตั ิ
การระบาดของเชอื้ ราสาเหตุอยูเปน ประจำ)
ลูกขาว หญาตีนกา หญาดอกขาว
ระยะหลัง ยายปลูก
กำจดั วชั พชื ใบแคบดว ย ไวเดอแรค [กลมุ A] อตั รา 200 ซซี .ี ตอไร
เมอ่ื วชั พชื ใบแคบมจี ำนวนใบ 3-6 ใบ หรอื หลงั ยา ยปลกู 2-3 สปั ดาห สามารถพน ทบั พชื ประธานได
สารโพลิคารบอกซิเลท
ปรับโครงสรางดนิ เพิม่ ธาตอุ าหารในดิน
เพ�อใหด ินมีสภาพเหมาะสมตอ การเกิดรากของพืช
ชว ยในการแตกเซลล แตกราก แตกกอ แตกหนอ
แตกหวั แตกหนอ แตกตา แตกแขนง
อตั ราใช 2-4 กรมั ตอ นำ้ 20 ลติ ร ดนิคดืนีชรพี ากดเินดนิ
ดินแหง ดินรวนซุยดี
หอม กระเทยี มเทคนิคการปลูก
ระยะเพาะกลา ระยะตนเลก็
เพ่ิมจำนวนราก ตนสมบูรณ ชวยกระตุ็นราก
เสรมิ สรา งความแข็งแรงจากภายในตน ใบเขียวตั้ง สมบูรณแข็งแรง
สไตรค เดโฟ โชปาร ดซี โชปาร
อตั ราใช อตั ราใช อตั ราใช อตั ราใช อตั ราใช
30 ซซี .ี 30 ซซี .ี 30 ซซี .ี 30 ซซี .ี 30 ซซี .ี
สไตรค ชวยใหตนกลาปรับตัวไดเร็ว ดีซ ชวยในการสรางดอกที่มีความสมบูรณ
สรางรากไดมาก และปองกันการขาดธาตุอาหาร
เดโฟ ชวยกระตุนการสรางรากฝอย โชปาร ชวยในการแตกยอดเพิ่มขึ้น
โชปาร ชวยในการแตกยอดเพิ่มขึ้น
• คมุ วัชพชื กอ นปลกู ดว ย เบตสิ อตั รา 350-500 ซีซ.ี ตอไร หรอื
บารเซ อตั ราใช 250-350 ซีซ.ี ตอ ไร ใชร วมกบั สารปรบั โครงสรา งดนิ วูดู
อตั ราใช 2-4 กรมั ตอนำ้ 20 ลติ ร ชวยใหแตกรากดี
• ลดปรมิ าณเชือ้ ราในดิน ซงึ่ เปนสาเหตขุ อง โรคเนายบุ โรคเหยี่ ว ใช
วเี ซ อตั ราใช 250-500 ซซี ี. ตอ ไร ราดหรอื พน ลงดินใหท ว่ั แลวรดนำ้ พอสมควร
กอนปลกู พชื 7-10 วัน (ในกรณที ่ีแปลงปลูกมปี ระวัติการระบาดเปน ประจำ)
• กำจัดวัชพชื ใบแคบ ดว ย ไวเดอแรค อตั ราใช 200 ซซี .ี ตอไร
(เมอ� วัชพชื ใบแคบมีใบ 3-6 ใบ พน ทบั พชื ประธานได)
เพ�อผลผลิตคณุ ภาพ อตั ราท่แี นะนำตอนำ้ 20 ลติ ร
ระยะ 20-25 วนั
ระยะลงหัว
ใหญเสมอกัน น้ำหนักดี
ผลผลิตตอไรสูง ไดคุณภาพ
บ-ี พลสั คารอส ฟต -ดี รนู ยี บ-ี พลสั ฟต -ดี
อตั ราใช อตั ราใช อตั ราใช อตั ราใช อตั ราใช อตั ราใช
30 ซซี .ี 30 ซซี .ี 10 กรมั 20 ซซี .ี 30 ซซี .ี 10 กรมั
บี-พลัส ชวยลดการหลุดรวง รูนีย ชวยสะสมอาหารที่ตนและหัว
คารอส ชวยใหผลดก มีขนาดเสมอกัน บี-พลัส ชวยลดการหลุดรวง
ฟต-ดี เพ�อขยายผลใหญขึ้น
เนื้อแนน สีสวย คุณภาพดี
ฟต-ดี เพ�อขยายผลใหญขึ้น
อตั ราใช 10 ซซี .ี เสริมดวย แบลค็ ซอยล
อัตราใช 1 ลิตรตอ 5 ไร
ผสมไปทางระบบน้ำ
ชว ยลดกรดแกดนิ เค็ม
แ@พplลanนteเตruอniรte dยไู นเตด็
หกรอะมเทียมเทคนิคการปลูก
เพอ� ผลผลิตคุณภาพ
บริษัท แพลนเตอร ยูไนเต็ด จำกัด
326 ซ.ศรีนครินทร 24 ถ.ศรีนครินทร แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250
โทร. 0-2721-3510
แ@พplลanนteเตruอniรte dยไู นเต็ด
ตดิ ตามสาระและขอมูลดๆี ไดท ี่..