39 2.3) การควบคุมคุณภาพระหว่างผลิต และมาตรฐานในการทดสอบคุณภาพ โรงงานที่ผลิตลำไย แปรรูปมีมาตรฐาน HACCP ตรวจรับรอง 2 ปี / 1 ครั้ง มีค่าตรวจ 14,000 บาท / 1 ครั้ง และการตรวจสอบ ขั้นตอนการควบคุมตามหลักสุขาภิบาล ได้แก่ วัตถุดิบสะอาดคุณภาพดี ภาชนะสะอาดไม่ปนเปื้อน น้ำสะอาด กระบวนการผลิตสะอาดถูกหลักอนามัยและปราศจากการเปื้อน การควบคุมอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม และการ จัดการระบบบำบัดน้ำเสียและของเสียที่ถูกต้อง 2.4) ประเภทสินค้าที่ผลิต ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน 2.5) การบริหารคลังสินค้า วิสาหกิจชุมชนไม่มีห้องเย็นสำหรับเก็บผลผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง ลำพูนเพื่อรอจำหน่าย ซึ่งต้องเก็บผลผลิตในห้องเย็นเท่านั้น เพื่อรักษาคุณภาพผลผลิต สีผิวไม่ให้เปลี่ยนแปลง จึงมีการเช่าห้องเย็นบริษัทเอกชนในพื้นที่เป็นสถานที่จัดเก็บผลผลิตให้มีคุณภาพ อัตราค่าเช่า 1 บาท / กิโลกรัม / เดือน เพื่อบริหารจัดการให้สินค้าขายตลอดทั้งปีตามความต้องการของลูกค้า จึงสามารถผลิตตามคำสั่งซื้อ ของลูกค้าได้ 2.6) ลักษณะขนาดและบรรจุภัณฑ์มีการจัดทำบรรจุภัณฑ์หลายขนาด ได้แก่ เน้นการบริโภคครั้ง เดียวขนาด 20 กรัม ในราคา 20 บาท แบบกล่องขนาด 150 กรัม ราคา 200 บาท และขนาด 200 กรัม ราคา 250 บาท เป็นต้น และนอกจากนี้มีการทำแบรนด์ให้กับห้างสรรพสินค้าขนาด 150 กรัม โดยขายในราคาส่ง เฉลี่ยกิโลกรัมละ 1,200 บาท เป็นต้น ซึ่งบรรจุภัณฑ์มีการแสดงตราสินค้า มาตรฐานที่ได้รับชัดเจน ทั้งนี้มีหน่วยงาน ในระดับพื้นที่ ได้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน สนับสนุนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น รายละเอียดตาม ภาพที่ 4.6 และภาพที่ 4.7 ที่มา : จากการสำรวจ ภาพที่ 4.6 การบริหารคลังสินค้า
40 กิจกรรมหลัก วิธีการ คัดเกรดลำไยโดยใช้เครื่องคัดเกรดลำไย ร่อนผลผลิตแล้ว นำผลผลิตมาขายเฉพาะเกรด AA เท่านั้น เมื่อมาถึงจุดรับซื้อ วิสาหกิจชุมชนจะประเมินอีกครั้ง คัดผลที่เน่าเสียทิ้ง โดยนำไปล้างน้ำ หากผลลำไยเน่าเสียจะลอยน้ำ ให้คัดทิ้ง นำไปแกะเมล็ดโดยใช้อุปกรณ์คว้านเมล็ดลำไยออก โดยเป็นแรงงานที่มีทักษะในการทำ ทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 3-4 ครั้ง จัดเรียงผลลำไยบนตะแกรงสแตนเลสในลักษณะคว่ำ โดยวางเป็นชั้นเดียวไม่ซ้อนกัน และรีบนำเข้าเตาอบทันที เพราะหากน้ำหวานไหลเกาะจะทำให้สีลำไยไม่สวย ทำการอบโดยใช้อุณหภูมิระหว่าง 60 - 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 8 - 12 ชั่วโมง ทำการคัดเกรดผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานออกไป เช่น มีเนื้อฉีกหรือเนื้อสีแดง เป็นต้น เช่าห้องเย็นเอกชนเพื่อรอจำหน่าย ดำเนินการตามคำสั่งซื้อ ที่มา : จากการสำรวจ ภาพที่ 4.7 ขั้นตอนการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน การคัดเกรด ลำไยสด การล้างน้ำ การปอกเปลือก และคว้านเมล็ด การล้างน้ำ การจัดเรียงผล ลำไยสดลงบนถาด การอบ การคัดคุณภาพลำไย อบแห้งเนื้อสีทอง การบรรจุหีบห่อ การเก็บรักษา เพื่อรอจำหน่าย
41 3) โลจิสติกส์ขาออก (Outbound Logistic) เป็นกิจกรรมการขนส่งผลผลิต การขนส่งผลผลิต วิสาหกิจชุมชนจำหน่ายผลผลิตผ่านทางช่องทางหน้าร้าน และช่องทาง ออนไลน์ ได้แก่ Facebook และ Shopee จัดส่งโดยบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด และ บริษัท Kerry Express โดยผู้บริโภคเป็นผู้รับภาระค่าขนส่งเอง ส่วนวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านริมร่อง มีการจำหน่ายผลผลิตผ่าน ห้างสรรพสินค้าโดยจัดทำผลผลิตให้เท่านั้น ส่วนบรรจุภัณฑ์ ตราสินค้า และการตลาดผู้รับซื้อจะดำเนินการ 4) การตลาดและการขาย (Marketing and Sales) เป็นกิจกรรมที่ผู้ผลิตจะต้องจัดหาช่องทางการ จัดจำหน่าย การประชาสัมพันธ์การรับประกันคุณภาพ การกำหนดแผนและกลยุทธ์ส่งเสริมการขาย และวิธีการติดต่อลูกค้า แบ่งออกเป็น 5 ประเด็น ดังนี้ 4.1) ช่องทางการจัดจำหน่าย - การจัดทำสินค้าส่งห้างสรรพสินค้า โดยจัดทำสินค้าให้ผู้ว่าจ้างเท่านั้น โดยผู้ว่าจ้างเป็นผู้จะ จัดทำแบรด์และการตลาดเอง - การจำหน่ายโดยตรง ผ่านช่องทางตลาดออนไลน์ และหน้าร้าน ซึ่งการขายออนไลน์เป็น ช่องทางหลักที่สำคัญในปัจจุบัน 4.2) การประชาสัมพันธ์ ผู้ผลิตมีการประชาสัมพันธ์แบรนด์โดยการออกบูธในงานต่าง ๆ กับหน่วยงานราชการและเอกชน ช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook Shopee และ YouTube เป็นต้น และ การออกรายการในรายการโทรทัศน์ 4.3) แบรนด์สินค้า มีการจัดทำแบรด์สินค้าเพื่อให้เกิดการจดจำ โดยวิสาหกิจชุมชนแปรรูปลำไย เนื้อสีทองบ้านสันป่าเหียงมีแบรนด์ชื่อลำไยถุงทอง และวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านริมร่องมีแบรนด์ชื่อลำไยสวัสดี รายละเอียดตามภาพที่ 4.8 ที่มา : จากการสำรวจ ภาพที่ 4.8 แบรนด์สินค้า
42 4.4)การรับประกันคุณภาพ -การรับรองมาตรฐานการผลิต ได้แก่ การใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ เกรด AA ที่ได้รับมาตรฐาน GAP กระบวนการผลิต ผ่านมาตรฐาน HACCP และมาตรฐานสุขาภิบาล อย. HALAL และ GMP เป็นต้น -การแสดงตราสัญลักษณ์สินค้า ได้แก่ สัญลักษณ์ OTOP LAMPHUN Brand และ GI เป็นต้น - การจัดทำ QR Code ระบบตรวจสอบย้อนกลับถึงระดับโรงงาน แต่ยังไม่ถึงระดับวัตถุดิบลำไย จากแปลงของเกษตรกร 4.5) การกำหนดแผนและกลยุทธ์ส่งเสริมการขาย วิสาหกิจชุมชนมีการออกบูธแสดงสินค้าทั้งในและ ต่างประเทศโดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานระดับจังหวัด มีการประชาสัมพันธ์/ จัดโปรโมชั่นส่งฟรี/ ลด ราคา เป็นต้น 4.6) วิธีการติดต่อลูกค้าใช้ช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook Shopee และ YouTube เป็นต้น 5) การบริการ (Service) เป็นกิจกรรมเกี่ยวกับการบริการจัดส่งสินค้า การบริการรับคืนสินค้า การบริการตามคำสั่งซื้อ การบริการหลังการขาย ดังนี้ 5.1) การบริการเกี่ยวกับการจัดส่งสินค้า จัดส่งสินค้าผ่านทางบริษัทขนส่งพัสดุทั่วไป เช่น บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัท Kerry Express เป็นต้น 5.2) การบริการรับคืนสินค้า หากไม่พอใจสินค้า / สินค้ามีปัญหาสามารถส่งคืนได้โดยมีการ จัดทำ QR Code เพื่อให้ผู้บริโภคตรวจสอบย้อนกลับได้ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งผลิตลำไย อบแห้งเนื้อสีทองลำพูนได้ 5.3) การบริการตามคำสั่งซื้อ มีบริการรับจัดกระเช้าในเทศกาลที่สำคัญต่าง ๆ 5.4) การบริการหลังการขาย มีการจัดโปรโมชั่น ลดราคา แถมสินค้าเมื่อซื้อครบตามเงื่อนไข และจัดส่งฟรีรวมทั้งมีการติดตามความพึงพอใจของลูกค้า กิจกรรมสนับสนุน (Support Activities) กิจกรรมสนับสนุนประกอบด้วย 4 กิจกรรมเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้กิจกรรมหลัก ดำเนินไปได้ด้วยดี ได้แก่ การจัดหา / จัดซื้อ การพัฒนาเทคโนโลยี การบริหารทรัพยากรบุคคล และโครงสร้าง พื้นฐาน มีรายละเอียด ดังนี้ 1) การจัดหา / จัดซื้อ 1.1) หลักเกณฑ์ในการจัดหาวัตถุดิบลำไยสดที่นำมาอบแห้งจะต้องผลิตในพื้นที่จังหวัดลำพูน เป็นสวนลำไยที่ได้รับมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices : GAP) แจ้งขึ้น ทะเบียนแจ้งความประสงค์ที่จะขายผลผลิตเพื่ออบแห้งเนื้อสีทอง GI กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ (องค์การ บริหารส่วนจังหวัดลำพูน) 1.2) หลักเกณฑ์ในการจัดหา จัดซื้อเครื่องจักร และอุปกรณ์ต่าง ๆ จะพิจารณาจากยี่ห้อที่มีความ น่าเชื่อถือ และมีคุณภาพตรงตามความต้องการของวิสาหกิจชุมชน
43 2) การวิจัยและพัฒนา การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองให้ผลผลิตมีคุณภาพ เพิ่มขึ้น เช่น การอบลำไยโดยเตาอบระบบไฟฟ้าและแก๊ส การใช้โดมพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้ลำไยแห้ง สม่ำเสมอ ไม่ไหม้โดยมีหน่วยงานในพื้นที่ส่งเสริมและนำเทคโนโลยีมาใช้ ด้านบรรจุภัณฑ์มีการพัฒนารูปแบบ ที่ทันสมัย โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานระดับพื้นที่ 3) การบริหารทรัพยากรบุคคล แรงงานที่ใช้ในการผลิตสินค้า ส่วนใหญ่เป็นแรงงานจ้าง ซึ่งเป็นคนใน พื้นที่อำเภอเดียวกัน แรงงานค่อนข้างหายากเนื่องจากในกระบวนการคว้านเมล็ดต้องใช้แรงงานคนที่มีความ ชำนาญเพื่อให้ผลผลิตลำไยที่คว้านไม่เสียหาย และมีการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และทักษะต่าง ๆ แก่พนักงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตที่ไปอบรมแล้วนำความรู้มาถ่ายทอดต่อโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรม พนักงาน ทั้งนี้จะดำเนินการอบลำไยในเดือนกรกฎาคม – ตุลาคมเท่านั้น 4) โครงสร้างพื้นฐาน วิสาหกิจชุมชน ใช้เงินทุนในการรับซื้อลำไยจำนวน 800,000 –1,000,000 บาท / ปี / วิสาหกิจชุมชน โดยเป็นเงินทุนส่วนตัว และมีการกู้เงินจากธนาคารอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 5 บาทต่อปี ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารกลุ่ม และแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบสมาชิกมีการ ฝากเงินเป็นออมทรัพย์ และมีเงินปันผลจ่ายคืนให้กับสมาชิก โดยสมาชิกส่วนใหญ่ปลูกลำไยและขายผลผลิตให้ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน แต่วิสาหกิจชุมชนไม่ได้นำผลผลิตดังกล่าวมาผลิตเป็นลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนที่ได้ ตราสัญลักษณ์GI เนื่องจากผลผลิตลำไยของสมาชิกไม่ได้รับมาตรฐาน GAP รายละเอียดตามภาพที่ 4.9
44 Firm Infrastructure : มีการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน มีคณะกรรมการบริหารกลุ่ม และแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ โดยสมาชิกส่วนใหญ่ปลูกลำไยและขายผลผลิตให้กลุ่ม แต่ไม่ได้นำมาผลิต GI เนื่องจากไม่ได้รับ GAP Human Resource Management : แรงงานที่ใช้ในการผลิตเป็นแรงงานจ้างในพื้นที่และสมาชิกวิสาหกิจชุมชน ที่มีความชำนาญโดยจะดำเนินการอบลำไยในเดือนกรกฎาคม – ตุลาคมเท่านั้น ในส่วนเดือนอื่น ๆ จะอบผลไม้ชนิดอื่นแทน Technology Development : เน้นภูมิปัญญาชาวบ้าน และมีการนำเครื่องจักรมาช่วยในกระบวนการผลิต ได้แก่ เตาอบ ลำไยไฟฟ้าและเตาอบแก๊ส รวมถึงการใช้โดมพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้ลำไยแห้งสม่ำเสมอ Procurement : วิสาหกิจชุมชน เลือกซื้อลำไยจากเกษตรกรที่ผลิตลำไยในจังหวัดลำพูน ได้รับ GAP ผลใหญ่ขนาด AA เท่านั้น ภาพที่ 4.12 ห่วงโซ่คุณค่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์ของเกษตรกร ที่มา : จากการสำรวจ ที่มา : จากการสำรวจ ภาพที่ 4.9 ห่วงโซ่คุณค่าในการประกอบธุรกิจลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนของวิสาหกิจชุมชน 4.1.4 การเชื่อมโยงระหว่างห่วงโซ่คุณค่าในการประกอบธุรกิจลำไยของเกษตรกร และวิสาหกิจ ชุมชนผู้ผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน สามารถอธิบายการเชื่อมโยงในด้านปัจจัยการผลิตและการรวบรวม ด้านการผลิต และ ด้านการจำหน่าย ตามกิจกรรมที่ดำเนินการ รวมถึงจุดแข็งและข้อจำกัด ดังนี้ ด้านปัจจัยการผลิตและการรวบรวม มีผู้ที่เกี่ยวข้องคือ เกษตรกร/ผู้รวบรวม ดำเนิน กิจกรรมจัดหาปัจจัยการผลิต ปลูกลำไย คัดเกรด รวบรวม และขนส่งผลผลิต โดยมีจุดแข็งที่สำคัญ คือ วัตถุดิบ ปัจจัยการผลิตเป็นพืชประจำถิ่น ได้รับมาตรฐาน GAP มีการขายโดยคัดเกรดคุณภาพผลผลิต และเกษตรกร ได้รับการอบรมพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง สำหรับปัญหา / ข้อจำกัด คือ มีการสั่ง order ลำไยค่อนข้างจำกัด กำลังการผลิตต่อวันจึงค่อนข้างน้อย ประกอบกับมีการเก็บผลผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนในห้องเย็น ลำไยอบแห้ง เนื้อสีทอง ลำพูน (ลำไย GI) Operations: ผลิตโดยผ่านมาตรฐาน สุขาภิบาล , HACCP , มีการ เก็บผลผลิตในห้องเย็นและ บริหารจัดการคลังเพื่อให้ ผลผลิตสามารถ ขายตลอด ทั้งปีมีการจัดทำบรรจุภัณฑ์ หลากหลายขนาด Inbound Logistics: ลำไยที่ผลิตใน จั งห วัด ล ำพู น ได้รับ GAP และ ผลผลิตต้องได้ เกรด AA โดยรับ ซื้อสูงกว่าราคา ตลาดทั่วไป 10 บาท / กก. Outbound Logistics: จำหน่ายผลผลิต ผ่านทางช่องทาง หน้าร้าน ช่องทาง ออนไลน์และ ห้างสรรพสินค้า Marketing and Sales: ทำแบรนด์สินค้า และประชาสัมพันธ์ และรับรองคุณภาพ สินค้า Services : มีบ ริการจัดส่ง สินค้า การรับคืน บริการจัดทำตาม คำสั่งซื้อ และมี ช่ อ ง ท า ง ก า ร ติดต่อเพื่อบริการ หลังการขาย
45 เพื่อ Stock สินค้าไว้ขายตลอดปี สภาพอากาศฝนแล้งส่งผลต่อการเจริญเติบโตผลผลิตลำไย และแปลงลำไยอยู่ไกล จากโรงงานวิสาหกิจชุมชนทำให้มีต้นทุนค่าขนส่งสูง ด้านการผลิต มีผู้เกี่ยวข้องคือ วิสาหกิจชุมชนดำเนินกิจกรรมการผลิตลำไยอบแห้ง เนื้อสีทองลำพูน การจัดหาวัตถุดิบและตรวจคุณภาพใช้ลำไยผ่านมาตรฐาน GAP เกรด AA เท่านั้น ด้าน กิจกรรมการผลิตดำเนินตามมาตรฐาน HACCP และสุขาภิบาล มีการบริหารจัดการเก็บรักษา stocke ผลผลิต และจัดทำบรรจุภัณฑ์ โดยมีจุดแข็งที่สำคัญคือ มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนทำให้เกิดประโยชน์จากการ รวมกลุ่มสูง มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาใช้ทำบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมมีมาตรฐาน สามารถเพิ่มมูลค่าสูงขึ้น และมีความพร้อมในการให้บริการคู่ค้า สำหรับปัญหา / ข้อจำกัด คือ แปรรูปเฉพาะเดือนกรกฎาคม - ตุลาคมเท่านั้น สินค้ามีความแตกต่างกับลำไย อบแห้งทั่วไปค่อนข้างน้อย ยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคทั่วไป ช่องทางการกระจายสินค้ามีน้อย ขาดการ ประชาสัมพันธ์ต่อเนื่อง ตลาดรับซื้อไม่แน่นอน ราคาผลผลิตสูง ชุมชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ในการขอ GI และ ชุมชนขาดแคลนนักการตลาด ด้านการจำหน่าย มีผู้เกี่ยวข้องคือ จุดจำหน่ายของวิสาหกิจชุมชน / ร้านค้า ดำเนิน กิจกรรมการจัดทำแบรนด์สินค้า จัดจำหน่าย บริการการจัดส่งสินค้าให้ผู้บริโภค โดยมีจุดแข็งที่สำคัญคือ วิสาหกิจชุมชนเป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงในการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง มีการเพิ่มช่องทางใหม่สู่ตลาดออนไลน์ มีการออกบูธจำหน่ายสินค้าร่วมกับหน่วยงานราชการและในรายการโทรทัศน์ สำหรับประสบปัญหา / ข้อจำกัด คือ ไม่มีตลาดเฉพาะที่แน่นอน ผู้บริโภคไม่รู้จักตราสัญลักษณ์GI ปริมาณขายมีแนวโน้มลดลง ราคา สูงกว่าราคาลำไยอบแห้งเนื้อสีทองทั่วไปทำให้ผู้บริโภคสนใจเลือกซื้อน้อย ส่งผลให้วิสาหกิจอาจไม่สนใจต่ออายุ สัญลักษณ์ GI ได้รายละเอียดตามตารางที่ 4.1 ตารางที่ 4.1 เมทริกซ์การเชื่อมโยงจุดแข็งและข้อจำกัดการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ปัจจัยการผลิตและการรวบรวม การผลิต การจัดจำหน่าย ผู้เกี่ยวข้อง เกษตรกร/ผู้รวบรวม วิสาหกิจชุมชน จุดจำหน่าย / ร้านค้า วัตถุดิบ นำเข้า 1. ปุ๋ย สารชีวภาพ สารราดและสารพ่นลำไย และสารเคมี 2.พันธุ์ลำไย การจัดหาวัตถุดิบลำไย GAP ขนาดเกรด AA โดยมีการตกลงซื้อขายผลผลิต และ ตรวจคุณภาพผลผลิตตามที่กำหนด ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน กิจกรรมที่ ดำเนิน การ 1. การจัดหาปัจจัยการผลิต 2. ปลูกลำไยตามหลักหลักการปฏิบัติ ทางการเกษตรที่ดี(GAP) ดูแลรักษา และ การบริหารจัดการน้ำ 3. การคัดเกรด และรวบรวมผลผลิต 1. ผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ตาม มาตรฐาน HACCP และมาตรฐาน สุขาภิบาล โดยมีเครื่องมือ เตาอบ อุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตครบถ้วน 2. เก็บรักษาและจัดทำบรรจุภัณฑ์โดย แสดงสัญลักษณ์สินค้าสิ่งบงชี้ทาง ภูมิศาสตร์ที่ชัดเจน 1.จัดทำแบรนด์สินค้า 2. จำหน่ายแบบออนไลน์โดย บริการการจัดส่งสินค้าให้ ผู้บริโภค 3. จัดจำหน่ายสินค้าผ่านหน้า ร้าน / ออนไลน์
46 ตารางที่ 4.1 เมทริกซ์การเชื่อมโยงจุดแข็งและข้อจำกัดการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน (ต่อ) ปัจจัยการผลิตและการรวบรวม การผลิต การจัดจำหน่าย จุดแข็ง / จุดเด่น 1. วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า เป็นพืชถิ่น ของจังหวัด 2. สวนลำไยมาตรฐาน GAP และสามารถ คัดเกรดคุณภาพผลผลิตได้ และมีการขาย ตามเกรดคุณภาพ 3. เกษตรกรได้รับการอบรมพัฒนาความรู้ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพ ลำไย 1. มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน ทำให้เกิดประโยชน์จากการรวมกลุ่มสูง 2. มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในการแปรรูป ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองสูง 3 มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อพัฒนา คุณภาพสินค้า 4. การทำบรรจุภัณฑ์ให้มีความ เหมาะสม มีมาตรฐานสินค้าครบถ้วน 5. สามารถเพิ่มมูลค่าการแปรรูปได้สูง 6. มีความพร้อมในการให้บริการคู่ค้า 1. วิสาหกิจชุมชนที่เป็นที่รู้จัก มีชื่อเสียงในการผลิตลำไย อบแห้งเนื้อสีทอง 2.มีการเพิ่มช่องทางใหม่ สู่ตลาดออนไลน์ 3. มีการออกบูธจำหน่ายสินค้า ร่วมกับหน่วยงานราชการ และ ในรายการโทรทัศน์ ปัญหาที่ พบ/ ข้อจำกัด/ จุดด้อย 1. มี order จำกัด กำลังการผลิตลำไย อบแห้งเนื้อสีทองต่อวันค่อนข้างน้อย ลดลงจากปี 2561 2. ผลผลิตลำไยขนาด AA มีน้อย เนื่องจาก สภาพอากาศ ฝนแล้ง 3. แปลงลำไย GAP ของเกษตรกรอยู่ไกล ที่ตั้งวิสาหกิจชุมชน ส่งผลให้มีต้นทุน ค่าขนส่งสูง 1. การแปรรูปจะผลิตเดือน ก.ค.- ต.ค. เนื่องจากต้องใช้ลำไยสดในฤดู 2. ต้นทุนการผลิตเพิ่มจากการรับซื้อ ลำไยในราคาสูง และการเช่าห้องเย็น เอกชน (เก็บสต๊อกลำไยอบแห้ง) 3 สินค้าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน GI มีความแตกต่างกับลำไยอบแห้ง ทั่วไปค่อนข้างน้อย 4. สินค้าแสดงสัญลักษณ์ GI ยังไม่เป็นที่ รู้จักของผู้บริโภคทั่วไป ช่องทางการ กระจายมีน้อย ขาดการประชาสัมพันธ์ ต่อเนื่อง 5. ตลาดรับซื้อยังไม่แน่นอน ราคาลำไย GI สูง ส่งผลให้ราคาขายค่อนข้างสูง 6. ชุมชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ในการขอ GI การสร้างเรื่องราว GI น้อย 7. ชุมชนขาดแคลนนักการตลาด 1. ไม่มีตลาดเฉพาะที่แน่นอน ปริมาณขายมีแนวโน้มลดลง 2. ราคาสูงกว่าลำไยอบแห้ง เนื้อสีทองทั่วไป ทำให้ผู้บริโภค สนใจเลือกซื้อน้อย ที่มา : จากการสำรวจ
47 4.1.5 ห่วงโซ่คุณค่าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน จากการศึกษาห่วงโซ่คุณค่าในการประกอบธุรกิจลำไยของเกษตรกร และห่วงโซ่คุณค่าในการ ประกอบธุรกิจลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนของวิสาหกิจชุมชนพบว่า มีความเชื่อมโยงและเกี่ยวเนื่องกัน สามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า จึงต้องพัฒนาทั้งเกษตรกรในฐานะผู้ผลิตปัจจัยและรวบรวมผลผลิต และวิสาหกิจชุมชนในฐานะผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน โดยมีกิจกรรมที่สามารถสร้าง Value ให้ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนมากคือ การคัดสรรวัตถุดิบ โดยปลูกลำไยในพื้นที่จังหวัดลำพูน มีมาตรฐาน GAP และการขายผลผลิตแบบคัดเกรด และการแปรรูปลำไยเป็นลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน โดยเน้นการ สร้างความแตกต่างของลำไยอบแห้งเนื้อสีทองที่แสดงตราสัญลักษณ์สินค้า GI (กระบวนการผลิตมีคุณภาพ สินค้ามีความปลอดภัย และมีอัตลักษณ์) การดำเนินการ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานเกษตร จังหวัดลำพูนทำหน้าที่ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตลำไย GAP ให้ทั่วพื้นที่จังหวัดลำพูน โดยมีสำนักวิจัยและ พัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 ตรวจรับรองมาตรฐาน GAP องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนและสำนักงานพาณิชย์ จังหวัดลำพูนส่งเสริมและให้ความรู้แก่กลุ่มเกษตรกร / เกษตรกรรายอื่นขึ้นทะเบียนขอใช้ตราสัญลักษณ์ GI รวมถึงการตรวจรับรองมาตรฐานกระบวนการผลิตตามคู่มือ GI โดยมีการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนา คุณภาพสินค้าและจัดทำบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดลำพูนสร้างความเชื่อมันแก่ผู้บริโภคโดยส่งเสริมการจัดทำ QR Code การตรวจสอบย้อนกลับเพื่อ สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และสำนักพาณิชย์จังหวัดลำพูนเชื่อมโยงการตลาดเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย รวมถึงประชาสัมพันธ์สินค้า GI ให้ผู้บริโภครู้จักอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น รายละเอียดตามภาพที่ 4.10
48 Firm Infrastructure : การจัดเตรียมพื้นที่ปลูกลำไยที่ได้รับมาตรฐาน GAP และการจัดการ โรงงานแปรรูปให้มีมาตรฐาน Human Resource Management : มีการอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรในการทำลำไยให้ได้มาตรฐาน GAP , การจ้าง แรงงานที่มีทักษะในการผลิต และมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในแต่ละส่วน Technology Development : มีการนำเทคโนโลยีการทำลำไยคุณภาพมาใช้ในกระบวนการผลิตลำไย และการใช้ เครื่องจักรมาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงการควบคุมคุณภาพได้มาตรฐาน Procurement : จัดหาปัจจัยการผลิตวัตถุดิบลำไยที่ผลิตในพื้นที่จังหวัดลำพูน โดยได้รับ GAP จากการเชื่อมโยงเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนผ่านหน่วยงานภาครัฐ การผลิตต้องผลิตตามเกณฑ์ที่กำหนดในการใช้ตราสัญลักษณ์สินค้า GI ภาพที่ 4.12 ห่วงโซ่คุณค่าข้าวหอมมะลิอินทรีย์ของเกษตรกร ที่มา : จากการสำรวจ ที่มา : จากการสำรวจ และการประชุมสนทนากลุ่ม Focus Group ภาพที่ 4.10 ห่วงโซ่คุณค่าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน Inbound Logistics: (ต้นน้ำ) คัดเลือกวัตถุดิบ ลำไยในจังหวัด ลำพูน ได้รับ มาตรฐาน GAP และขนาดผล AA Operations: (กลางน้ำ) ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น / ความชำนาญผลิตตาม หลักสุขาภิบาลโรงงาน , HACCP , มีการเก็บ ผลผลิตในห้องเย็นเพื่อให้ ขายตลอดปีมีมาตรฐาน กำกับ Brand และ GI ลำไยอบแห้ง เนื้อสีทอง ลำพูน (ลำไย GI) Outbound Logistics: จำหน่ายโดยตรง ให้แก่ผู้บริโภค และผู้ค้าปลีก และ มีบริการส่ง สินค้าผ่าน ไปรษณีย์ Differentiation : เนื้อสีเหลืองทอง เนื้อหนา แห้งสนิทไม่ติดกัน มีรสหวาน มีเอกลักษณ์เฉพาะ Marketing and Sales: (ปลายน้ำ) จัดทำแบรนด์สินค้า จำหน่ายหน้าร้าน ตลาด ออนไลน์ และห้างฯ มี การประชาสัมพันธ์และ รับรองคุณภาพสินค้า Services : รับประกันคุณภาพ สินค้าบริการจัดทำ ตามคำสั่งซื้อ และ มี ช่ อ งท า งก า ร ติดต่อเพื่อบริการ หลังการขาย กิจกรรมที่สามารถสร้าง Value ให้ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนมาก : - การคัดสรรวัตถุดิบ : ลำไย GAP ปลูกในจังหวัดลำพูน และขนาดผลใหญ่ AA - การแปรรูป : ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน พิถีพิถันทุขั้นตอนแปรรูปเป็นลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง ลำพูน สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน ส่งเสริมการผลิตลำไย GAP และการตรวจรับรองแปลง
49 4.1.6 การเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนลำไย ลำไยที่ได้รับรอง GAP เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน มีต้นทุนรวมต่อไร่ เฉลี่ยของการผลิตลำไยเท่ากับ 12,674.82 บาท สูงกว่าต้นทุนลำไยทั่วไปที่มีต้นทุนรวม 12,441.58 บาท เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.87 แบ่งเป็น ต้นทุนผันแปรต่อไร่เท่ากับ 8,615.57 บาท ต่ำกว่าต้นทุนผันแปรลำไย ทั่วไปที่มีต้นทุน 8,849.98 บาท เปลี่ยนแปลงลดลงร้อยละ 2.65 เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่มีการรวมกลุ่มแบบ แปลงใหญ่ได้รับการอบรมเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และพัฒนาคุณภาพผลผลิตโดยการตรวจรับรอง GAP ส่งผล ให้มีต้นทุนการผลิตลดลง ต้นทุนคงที่ต่อไร่เท่ากับ 4,059.25 บาท สูงกว่าต้นทุนคงที่ลำไยทั่วไปที่มีต้นทุน 3,591.60 บาท เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.02 เนื่องจากเกษตรกรแปลงใหญ่ส่วนใหญ่พื้นที่ปลูกจะเป็นพื้นที่ ที่มีความเหมาะสมจึงมีต้นทุนค่าเช่าที่ดินที่สูงกว่า รวมถึงเกษตรกรมีการลงทุนเพื่อพัฒนาแปลงมากกว่า ได้แก่ การจัดทำระบบน้ำสปิงเกอร์ เป็นต้น ผลผลิตต่อไร่ ลำไยที่ได้รับรองมาตรฐาน GAP มีผลผลิตต่อไร่ 982.74 กิโลกรัม ต่ำกว่าลำไย ทั่วไปที่มีผลผลิตต่อไร่ 1,087.87 กิโลกรัม เปลี่ยนแปลงลดลงร้อยละ 9.66 เนื่องจาก เกษตรกรบางส่วนมีการนำ เทคโนโลยีการทำลำไยผลโตมาใช้ซึ่งจะมีการเด็ดผลผลิตในช่อผลให้ลดลงเพื่อให้ได้ขนาดผลที่โตขึ้น ราคาที่เกษตรกรได้รับ ลำไยที่ได้รับรอง GAP ขายผลผลิตได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 20.97 บาท สูงกว่า ลำไยทั่วไปที่ขายผลผลิตได้ 14.07 บาท เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นร้อยละ 49.04 เนื่องจาก เกษตรกรมีการคัดผลผลิต ขนาดใหญ่เกรด AA ขายให้วิสาหกิจชุมชนเพื่อทำลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนโดยสามารถขายได้สูงกว่าราคา ตลาด 10 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยรวมสูงกว่า โดยเมื่อพิจารณาผลตอบแทนสุทธิที่ได้รับพบว่า ลำไยที่ ได้รับรองมาตรฐาน GAP ได้รับผลตอบแทนสุทธิต่อไร่จำนวน 7,933.24 บาท และต่อกิโลกรัม 8.07 บาท สูงกว่า ลำไยทั่วไปที่ได้รับผลตอบแทนสุทธิต่อไร่จำนวน 2,864.75 บาท และต่อกิโลกรัม 2.63 บาท เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 176.93 และ 206.84 ตามลำดับ รายละเอียดตามตารางที่ 4.2
50 ตารางที่ 4.2 การเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนลำไย ปี 2562 หน่วย : บาทต่อไร่ รายการ ลำไย GAP ลำไยทั่วไป การเปลี่ยนแปลง (ร้อยละ) 1. ต้นทุนผันแปร 8,615.57 8,849.98 - 2.65 2. ต้นทุนคงที่ 4,059.25 3,591.60 13.02 3. ต้นทุนรวมต่อไร่ 12,674.82 12,441.58 1.87 4. ต้นทุนรวมต่อกิโลกรัม 12.90 11.44 12.76 5. ผลผลิตต่อไร่ (กิโลกรัม) 982.74 1,087.87 - 9.66 6. ราคาที่เกษตรกรขายได้ (บาท / กิโลกรัม) 20.97 14.07 49.04 7. ผลตอบแทนต่อไร่ 20,608.06 15,306.33 34.64 8. ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ 7,933.24 2,864.75 176.93 9. ผลตอบแทนสุทธิต่อกิโลกรัม 8.07 2.63 206.84 ที่มา : จากการสำรวจ 4.1.7 การเปรียบทียบต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ต้นทุนการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนเท่ากับ 505.69 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 95.45 ของต้นทุนรวม (529.81 บาทต่อกิโลกรัม) โดยสูงกว่าการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองทั่วไปที่มีต้นทุน 335.69 บาท เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นร้อยละ 50.64 เนื่องจากมีต้นทุนรับซื้อวัตถุดิบสูงกว่า โดยรับซื้อลำไยเกรด AA ที่ได้รับ การรับรอง GAP สูงกว่าราคาตลาดทั่วไป 10 บาทต่อกิโลกรัมสด (ลำไยจำนวน 10 กิโลกรัม แปรรูปเป็นลำไย อบแห้งเนื้อสีทองได้ 1 กิโลกรัม) และค่าใช้จ่ายการผลิตที่สูงกว่า โดยเฉพาะค่าบรรจุภัณฑ์ที่มีการรูปแบบที่ สวยงาม การรับรองมาตรฐานที่ชัดเจน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เป็นต้น ด้านค่าใช้จ่ายการบริหาร จัดการทั่วไปจำนวน 24.12 บาทต่อกิโลกรัมเท่ากัน ด้านราคา พบว่า ราคาจำหน่ายลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนกิโลกรัมละ 1,204 บาท สูงกว่าลำไย ทั่วไปที่ขายผลผลิตได้ 490 บาท เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นร้อยละ 145.71 เนื่องจาก ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ถือเป็นสินค้าพรีเมียมที่มีการคัดเลือกวัตถุดิบลำไยมาตรฐาน GAP ขนาดใหญ่ และขั้นตอนกระบวนการผลิตมี คุณภาพสูง โดยเมื่อพิจารณาผลตอบแทนสุทธิที่ได้รับพบว่า ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนได้รับผลตอบแทนสุทธิ ต่อกิโลกรัมจำนวน 674.19 บาท สูงกว่าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองทั่วไปจำนวน 130.19 บาท เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 98.46 รายละเอียดตามตารางที่ 4.3
51 ตารางที่ 4.3 การเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ปี 2562 หน่วย : บาทต่อกิโลกรัมลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง รายการ ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง การเปลี่ยนแปลง ลำพูน ทั่วไป (ร้อยละ) 1. ต้นทุนการผลิตสินค้า 505.69 335.69 50.64 2. ค่าใช้จ่ายในการบริหาร จัดการทั่วไป 24.12 24.12 - ต้นทุนรวม 529.81 359.81 47.25 ราคาที่ได้รับ 1,204.00 490.00 145.71 ผลตอบแทนสุทธิ 674.19 130.19 98.46 ที่มา : จากการสำรวจ 4.1.8 ส่วนต่างของราคาลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนในแต่ละระดับ ส่วนต่างระหว่างราคาที่เกษตรกรได้กับราคาขายปลีก โดยเกษตรกรจำหน่ายลำไยเพื่อใช้ผลิต ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน 1 กิโลกรัมลำไยอบแห้ง จำนวน 340 บาท เมื่อวิสาหกิจชุมชนนำไปผลิตลำไย อบแห้งเนื้อสีทองลำพูนได้ราคากิโลกรัมละ 1,204 บาท และจัดจำหน่ายส่งให้ผู้บริโภครวมค่าขนส่งเฉลี่ยราคา กิโลกรัมละ 1,274 บาท เมื่อเทียบสัดส่วนของผลตอบแทนสุทธิต่อต้นทุนพบว่าการผลิตลำไยมีสัดส่วน 1.64 รองลงมาการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง และการจัดจำหน่ายมีสัดส่วน 1.27 และ 0.058 ตามลำดับ แสดงให้ เห็นว่า เกษตรกรมีผลตอบแทนสุทธิต่อต้นทุนมากกว่าวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน โดย การขายผลผลิตแบบคุณภาพมี GAP และคัดขนาดผลใหญ่เกรด AA เท่านั้น ซึ่งจะทำให้ได้รับผลตอบแทนสูง มูลค่าเพิ่มของราคาขายระหว่างเกษตรกรกับวิสาหกิจชุมชนเท่ากับ 864.00 บาท ระหว่าง วิสาหกิจชุมชนกับผู้ค้าปลีกเท่ากับ 70.00 บาท และมีปริมาณ 10,820 กิโลกรัม จึงมีมูลค่าเพิ่มของรายได้ ระหว่างเกษตรกรกับวิสาหกิจชุมชน เท่ากับ 9,348,480 บาท ระหว่างวิสาหกิจชุมชนกับผู้ค้าปลีกจำนวน 757,400 บาท มูลค่าเพิ่มรวมเท่ากับ 13,784,680 บาท แสดงให้เห็นว่าการผลิตลำไยที่มีคุณภาพ และการ ผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนเป็นขั้นตอนที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น รายละเอียดตามตารางที่ 4.4
52 ตารางที่ 4.4 แสดงส่วนต่างของราคาลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนในแต่ละระดับ หน่วย : บาทต่อกิโลกรัมลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง รายการ หน่วย เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตลำไยอบแห้ง จัดจำหน่าย เนื้อสีทองลำพูน 1. ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วย บาท/กก. 129 529.81 1,204.00 2. ราคาขายต่อหน่วย บาท/กก. 340.00 1,204.00 1,274.00 3. ผลตอบแทนสุทธิ บาท/กก. 211 674.19 70 4. ปริมาณผลผลิต กิโลกรัม 10,820 10,820 10,820 5. ผลตอบแทนสุทธิต่อต้นทุน 1.64 1.27 0.058 6. มูลค่าเพิ่มของราคาขาย บาท 340 864 70 7. มูลค่าเพิ่ม บาท 3,678,800.00 9,348,480.00 757,400.00 8. มูลค่าเพิ่มรวม บาท 13,784,680.00 หมายเหตุ : 1 คือ ราคาลำไยที่เกษตรกรได้รับเกรด AA จำนวน 10 กิโลกรัม (ปริมาณลำไย 10 กิโลกรัมจะ ผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองได้ 1 กิโลกรัม) ที่มา : จากการสำรวจ
53 4.2 แนวทางการพัฒนาลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนที่ได้รับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ 4.2.1 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมดำเนินการจากการเก็บข้อมูลการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง และการจัด ประชุม Focus Group โดยกำหนดประเด็นจากการนำแนวคิดห่วงโซ่คุณค่า Value Chain มาวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมภายใน และแนวคิด Diamond Model มาวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก นำมาจัดลำดับ ความสำคัญโดยการให้คะแนน จากนั้นนำผลเบื้องต้นมาพิจารณาในที่ประชุม Focus Group ให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง พิจารณาอีกครั้ง พร้อมทั้งจัดทำแนวทางการพัฒนาลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทาง ภูมิศาสตร์ 1) ปัจจัยภายใน กำหนดประเด็นจากการนำแนวคิดห่วงโซ่คุณค่า Value Chain มาวิเคราะห์ สรุปได้ดังนี้ 1.1) โลจิสติกส์ขาเข้า (Inbound Logistics) จุดแข็ง (1) วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนเป็นพืชถิ่นของจังหวัดลำพูน มีสภาพ พื้นที่และภูมิอากาศมีความเหมาะสมต่อการปลูกลำไย จึงเป็นแหล่งผลิตและแปรรูปลำไยที่สำคัญก่อให้เกิดการ สร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชน (2) การปลูกลำไยจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP ทำให้มีความปลอดภัย โดยมีการ ขายผลผลิตตามเกรดโดยใช้เครื่องร่อนแยกขนาดผลจึงสามารถคัดเกรดคุณภาพผลผลิตได้ จุดอ่อน (1) วิสาหกิจชุมชนมีปริมาณการรับซื้อลำไยเฉลี่ยต่อวันเพื่อนำมาผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง ลำพูนค่อนข้างน้อย (2) กลุ่มเกษตรกร / เกษตรกรที่สนใจขายผลผลิตลำไยมีพื้นที่แปลงเกษตรกรอยู่ไกลจาก แหล่งผลิตของวิสาหกิจชุมชนทำให้มีต้นทุนค่าขนส่งสูง 1.2) การปฏิบัติการ (Operations) จุดแข็ง (1) วิสาหกิจชุมชนมีประสบการณ์ในการแปรรูปลำไยอบแห้งเนื้อสีทองสูง โดยชุมชนมีการ ผลิตแล้วหลายปี ก่อนการยื่นใช้ตราสัญลักษณ์ GI จึงมีทักษะความชำนาญสูง (2) สามารถเพิ่มมูลค่าการแปรรูปได้สูง เนื่องจากมีการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ผ่านภูมิปัญญา ของชุมชน มีการผลิตที่ได้มาตรฐานและการสร้างเรื่องราวที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น มีการขึ้นทะเบียนแปลง เกษตรกรผู้ขายผลผลิตลำไยเพื่อป้องกันไม่ให้นำลำไยจากแหล่งอื่นมาเจือปน จุดอ่อน (1) ผลผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนไม่สามารถเก็บได้นานในอุณหภูมิปกติ เนื่องจากสีผิว เปลี่ยนไม่เป็นสีเหลืองทอง ซึ่งวิสาหกิจชุมชนต้องเช่าห้องเย็นเอกชนทำให้มีต้นทุนการเก็บรักษา
54 (2) การผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนจะผลิตเดือนกรกฎาคม – ตุลาคมเท่านั้น เนื่องจาก ใช้ผลผลิตลำไยในฤดูที่มีคุณภาพ ส่วนลำไยนอกฤดูที่คุณภาพน้อยกว่าและขนาดผลเล็กไม่นำมาผลิต 1.3) โลจิสติกส์ขาออก (Outbound Logistics) จุดแข็ง วิสาหกิจชุมชนมีการทำบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม แสดงมาตรฐานสินค้าครบถ้วน โดยแสดง สัญลักษณ์สินค้า GI ชัดเจน สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงระดับโรงงานโดยใช้QR Code 1.4) การตลาดและการขาย (Marketing and Sales) จุดอ่อน (1) ราคาขายลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนมีราคาสูงกว่าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองทั่วไป เนื่องจากเป็นสินค้าพรีเมี่ยม ส่งผลให้มีสต๊อกสินค้าคงเหลือทำให้วิสาหกิจมีการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง ลดลง (2) ช่องทางการกระจายสินค้ามีน้อย เนื่องจากราคาสูงจึงมีผู้สนใจน้อย และขาดการ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคทราบถึงคุณค่าและความแตกต่างของสินค้าที่ได้รับสัญลักษณ์GI 1.5) การบริการ (Services) จุดแข็ง วิสาหกิจชุมชนมีความพร้อมในการให้บริการตามที่ต้องการ เนื่องจากวิสาหกิจชุมชนดำเนินธุรกิจ การผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองมานานจึงสามารถผลิตได้หลากหลายตามความต้องการของลูกค้าได้สูง 1.6) การจัดหา / จัดซื้อ (Procurement) จุดอ่อน ชุมชนขาดแคลนนักการตลาดในการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ให้เป็นที่รู้จัก 1.7) การวิจัยและพัฒนา (Technology Development) จุดแข็ง มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้า เช่น การใช้เตาอบลำไยไฟฟ้า และ การใช้โดมพลังงานแสงอาทิตย์ โดยหน่วยงานภาครัฐระดับพื้นที่ให้การสนับสนุน 1.8) การบริหารทรัพยากรบุคคล (Organization People and Methods) จุดอ่อน ชุมชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ในการขอ GI โดยหลายชุมชนในจังหวัดลำพูนมีการผลิตลำไย อบแห้งเนื้อสีทองแต่เป็นการผลิตทั่วไปที่ไม่นำความโดดเด่นทางภูมิศาสตร์มาใช้ รวมถึงไม่ทราบขั้นตอนในการ ขอขึ้นทะเบียน
55 1.9) โครงสร้างพื้นฐานขององค์กร (Company Infrastructure) จุดแข็ง มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนทำให้เกิดประโยชน์จากการรวมกลุ่ม ได้แก่ การลดต้นทุนการผลิต และการสนับสนุนจากภาครัฐ รายละเอียดตามตารางที่ 4.5 ตารางที่ 4.5 การวิเคราะห์ปัจจัยภายในลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ปัจจัย จุดแข็ง / จุดอ่อน 1) โลจิสติกส์ขาเข้า (Inbound Logistics) - วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า เป็นพืชถิ่นของจังหวัด เกิดการสร้างงานและกระจาย รายได้สู่ชุมชน - สวนลำไยมาตรฐาน GAP และสามารถคัดเกรดคุณภาพผลผลิตได้และมีการขาย ตามเกรดคุณภาพ - การรับซื้อเพื่อแปรรูปลำไย GI ต่อวันค่อนข้างน้อย โดยรับซื้อในราคาสูงกว่าตลาด - แปลงเกษตรกรอยู่ไกลมีต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้น จุดแข็ง จุดแข็ง จุดอ่อน จุดอ่อน 2) การปฏิบัติการ (Operations) - วิสาหกิจชุมชนมีประสบการณ์ในการแปรรูปลำไยอบแห้งเนื้อสีทองสูง - ผลผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองไม่สามารถเก็บได้นานในอุณหภูมิปกติ (สีเปลี่ยน) ต้องเช่าห้องเย็นเก็บผลผลิต ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่ม - สามารถเพิ่มมูลค่าจากการแปรรูปได้สูง - การแปรรูปจะผลิตเดือน ก.ค.-ต.ค. เท่านั้น จุดแข็ง จุดอ่อน จุดแข็ง จุดอ่อน 3) โลจิสติกส์ขาออก (Outbound Logistics) - การทำบรรจุภัณฑ์ให้มีความเหมาะสม มีมาตรฐานสินค้าครบถ้วน จุดแข็ง 4) การตลาดและการขาย (Marketing and Sales) - ราคาลำไย GI สูง ส่งผลให้ขายค่อนข้างสูงกว่าลำไยอบแห้งทั่วไป ทำให้มีสต๊อก สินค้าคงเหลือ ส่งผลให้มีการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนลดลง จุดอ่อน - ช่องทางการกระจายสินค้ามีน้อย ขาดการประชาสัมพันธ์ จุดอ่อน 5) การบริการ (Services) - มีความพร้อมในการให้บริการตามที่คู่ค้าต้องการ จุดแข็ง 6) การจัดหา/จัดซื้อ (Procurement) - ชุมชนขาดแคลนนักการตลาด จุดอ่อน
56 ตารางที่ 4.5 การวิเคราะห์ปัจจัยภายในลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน (ต่อ) ปัจจัย จุดแข็ง / จุดอ่อน 7) การวิจัยและพัฒนา (Technology Development) - มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้า จุดแข็ง 8) การบริหารทรัพยากรบุคคล (Organization People and Methods) - ชุมชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ในการขอ GI จุดอ่อน 9) โครงสร้างพื้นฐานขององค์กร (Company Infrastructure) - มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนทำให้เกิดประโยชน์จากการรวมกลุ่มสูง จุดแข็ง ที่มา : จากการสำรวจ และประชุมระดมความคิดเห็น Focus Group 2) ปัจจัยภายนอก กำหนดประเด็นจากการนำแนวคิด Diamond Model มาวิเคราะห์สรุปได้ดังนี้ 2.1) ปัจจัยการผลิต (Input Factor Conditions) อุปสรรค สภาพอากาศผันผวน ลำไยขาดน้ำในช่วงออกผลส่งผลให้ลูกเล็กลำไยเกรด AA มีปริมาณน้อย 2.2) อุปสงค์ (Demand Conditions) อุปสรรค (1) การผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองโดยใช้ตราสัญลักษณ์ GI เริ่มดำเนินการปี 2561 เพียง 2 วิสาหกิจชุมชน สินค้า GI จึงยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคทั่วไป (2) การศึกษาความต้องการของตลาดสินค้า GI ยังน้อย 2.3) การแข่งขันและกลยุทธ์ของธุรกิจ (Strategy and Rivalry Context) อุปสรรค มีคู่แข่งขันสูง เนื่องจากลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน เป็นการผลิตตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ผลผลิตสามารถลอกเลียนแบบได้ง่ายและมีความแตกต่างกันน้อย 2.4) อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนกัน (Related and Supporting Industries) อุปสรรค ราคาขึ้นอยู่กับสินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น ลำไยสด ลำไยอบแห้งทั้งเปลือก 2.5) โอกาสทางธุรกิจ (Chance) โอกาส (1) ตลาดสินค้า GI มีมูลค่าการตลาดสูง (2) เทคโนโลยีและการสื่อสารช่วยเพิ่มช่องทางการตลาด (3) พื้นที่จังหวัดลำพูนไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ
57 อุปสรรค การรับรู้ท่าทีการเจรจา GI ระดับสากลมีน้อย 2.6) บทบาทของภาครัฐ (Government) โอกาส มีหน่วยงานรัฐระดับพื้นที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริม อุปสรรค การเชื่อมโยงข้อมูล Big Data ทั้งระบบมีน้อย รายละเอียดตามตารางที่ 4.6 ตารางที่ 4.6 การวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ปัจจัย โอกาส / อุปสรรค 1. ปัจจัยการผลิต (Input Factor Conditions) - สภาพอากาศผันผวน เช่น แล้งจัด ทำให้ผลผลิตลำไยเกรด AA มีปริมาณน้อย อุปสรรค 2. อุปสงค์ (Demand Conditions) - สินค้า GI ยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคทั่วไป - การศึกษาความต้องการของตลาด สินค้า GI น้อย อุปสรรค อุปสรรค 3. การแข่งขันและกลยุทธ์ของธุรกิจ (Strategy and Rivalry Context) - มีคู่แข่งสูงเนื่องจากลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลอกเลียนแบบง่าย แตกต่างกันน้อย อุปสรรค 4. อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนกัน (Related and Supporting Industries) - ราคาขึ้นอยู่กับสินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น ลำไยสด ลำไยอบแห้งทั้งเปลือก อุปสรรค 5. โอกาสทางธุรกิจ (Chance) - ตลาดสินค้า GI มีมูลค่าการตลาดสูง - เทคโนโลยีและการสื่อสารช่วยเพิ่มช่องทางการตลาด - จ.ลำพูน พื้นที่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ - การรับรู้ท่าทีการเจรจา GI ระดับสากลมีน้อย โอกาส โอกาส โอกาส อุปสรรค 6. บทบาทของภาครัฐ (Government) - มีหน่วยงานรัฐระดับพื้นที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริม - การเชื่อมโยงข้อมูล Big Data ทั้งระบบมีน้อย โอกาส อุปสรรค ที่มา : จากการสำรวจ และประชุมระดมความคิดเห็น Focus Group
58 4.2.2 การเรียงตามลำดับความสำคัญสภาพแวดล้อม 1) ปัจจัยภายใน 1.1) จุดแข็ง พบว่า วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าเป็นพืชถิ่นของจังหวัด เกิดการสร้างงาน และกระจายรายได้สู่ชุมชน มีค่าคะแนนสูงที่สุด เท่ากับ 5 คะแนน รองลงมา ได้แก่ สวนลำไยมาตรฐาน GAP และ สามารถคัดเกรดคุณภาพผลผลิตได้วิสาหกิจชุมชนมีประสบการณ์ในการแปรรูปลำไยอบแห้งเนื้อสีทองสูง มีการ รวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนทำให้เกิดประโยชน์จากการรวมกลุ่มสูง สามารถเพิ่มมูลค่าจากการแปรรูปได้สูงการทำ บรรจุภัณฑ์ให้มีความเหมาะสมมีมาตรฐานสินค้าครบถ้วน มีความพร้อมในการให้บริการตามที่คู่ค้าต้องการ และ มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้า มีค่าคะแนน 4.25 4.25 4.00 4.00 4.00 4.00 และ 3.80 ตามลำดับ 1.2) จุดอ่อน พบว่า การรับซื้อเพื่อแปรรูปลำไย GI ต่อวันค่อนข้างน้อยโดยรับซื้อในราคา สูงทำให้ต้นทุนค่อนข้างสูง ราคาลำไย GI สูง ส่งผลให้ราคาขายค่อนข้างสูง สินค้า GI ยังไม่เป็นที่รู้จักของ ผู้บริโภคทั่วไป ช่องทางการกระจายสินค้ามีน้อยขาดการประชาสัมพันธ์ชุมชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ในการขอ GI การสร้างเรื่องราว GI น้อย ชุมชนขาดแคลนนักการตลาด การแปรรูปจะผลิตเดือนกรกฎาคม - ตุลาคม เท่านั้น มีค่าคะแนน 4.00 เท่ากัน รองลงมาผลผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองไม่สามารถเก็บได้นานในอุณหภูมิ ปกติ(สีเปลี่ยน) ต้องเช่าห้องเย็นเก็บผลผลิตทำให้ต้นทุนการผลิตสูง และแปลงเกษตรกรอยู่ไกลเพิ่มต้นทุนค่า ขนส่งมีค่าคะแนน 3.80 เท่ากัน รายละเอียดตามตารางที่ 4.7 และตารางผนวกที่ 1 ตารางที่ 4.7 สรุปปัจจัยสภาพแวดล้อมภายในโดยการเรียงตามลำดับความสำคัญ ปัจจัย จุดแข็ง - วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า เป็นพืชถิ่นของจังหวัด เกิดการสร้างงานและกระจาย รายได้สู่ชุมชน S1 - สวนลำไยมาตรฐาน GAP และสามารถคัดเกรดคุณภาพผลผลิตได้และมีการขาย ตามเกรดคุณภาพ S2 - วิสาหกิจชุมชนมีประสบการณ์ในการแปรรูปลำไยอบแห้งเนื้อสีทองสูง S3 - มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนทำให้เกิดประโยชน์จากการรวมกลุ่มสูง S4 - สามารถเพิ่มมูลค่าจากการแปรรูปได้สูง S5 - การทำบรรจุภัณฑ์ให้มีความเหมาะสม มีมาตรฐานสินค้าครบถ้วน S6 - มีความพร้อมในการให้บริการตามที่คู่ค้าต้องการ S7 - มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้า S8
59 ตารางที่ 4.7 สรุปปัจจัยสภาพแวดล้อมภายในโดยการเรียงตามลำดับความสำคัญ (ต่อ) ปัจจัย จุดอ่อน - การรับซื้อเพื่อแปรรูปลำไย GI ต่อวันค่อนข้างน้อย โดยรับซื้อในราคาสูงทำให้ ต้นทุนค่อนข้างสูง W1 - ราคาลำไย GI สูง ส่งผลให้ราคาขายค่อนข้างสูง W2 - สินค้า GI ยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคทั่วไป ช่องทางการกระจายสินค้ามีน้อย ขาดการประชาสัมพันธ์ต่อเนื่อง W3 - ชุมชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ในการขอ GI การสร้างเรื่องราว GI น้อย W4 - ชุมชนขาดแคลนนักการตลาด W5 - การแปรรูปจะผลิตเดือนกรกฎาคม - ตุลาคมเท่านั้น W6 - ผลผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองไม่สามารถเก็บได้นานในอุณหภูมิปกติ (สีเปลี่ยน) ต้องเช่าห้องเย็นเก็บผลผลิต ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่ม W7 - แปลงเกษตรกรอยู่ไกลมีต้นทุนค่าขนส่ง W8 ที่มา : จากการสำรวจ และประชุมระดมความคิดเห็น Focus Group 2) ปัจจัยภายนอก 2.1) โอกาส คือ ตลาดสินค้า GI สร้างมูลค่าการตลาดสูง มีค่าคะแนนเท่ากับ 4.80 รองลงมา ได้แก่ เทคโนโลยีและการสื่อสารช่วยเพิ่มช่องทางการตลาด มีหน่วยงานภาครัฐระดับพื้นที่ให้การสนับสนุนและ ส่งเสริม และจังหวัดลำพูนพื้นที่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ มีค่าคะแนนเท่ากับ 4.60 4.00 และ 2.67 ตามลำดับ 2.2) อุปสรรค คือ การรับรู้ท่าทีการเจรจา GI ระดับสากลมีน้อย และการศึกษาความต้องการ ของตลาดสินค้า GI น้อย มีค่าคะแนนเท่ากับ 4.00 เท่ากัน รองลงมา มีคู่แข่งสูงเนื่องจากลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง ลำพูนลอกเลียนแบบง่ายมีความแตกต่างกันน้อย การเชื่อมโยงข้อมูล Big Data ทั้งระบบมีน้อย ราคาขึ้นอยู่กับ สินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น ลำไยสด ลำไยอบแห้งทั้งเปลือก และสภาพอากาศผันผวน เช่น แล้งจัด ทำให้ผลผลิต ลำไยเกรด AA มีปริมาณน้อย มีค่าคะแนนเท่ากับ 3.80 3.80 2.00 และ 2.00 ตามลำดับ รายละเอียดตามตารางที่ 4.8 และตารางผนวกที่ 2
60 ตารางที่ 4.8 สรุปปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอกโดยการเรียงตามลำดับความสำคัญ ปัจจัย โอกาส / อุปสรรค โอกาส - ตลาดสินค้า GI สร้างมูลค่าการตลาดสูง O1 - เทคโนโลยีและการสื่อสารช่วยเพิ่มช่องทางการตลาด O2 - มีหน่วยงานรัฐระดับพื้นที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริม O3 - จังหวัดลำพูนพื้นที่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ O4 อุปสรรค - การรับรู้ท่าทีการเจรจา GI ระดับสากลมีน้อย T1 - การศึกษาความต้องการของตลาด สินค้า GI น้อย T2 - มีคู่แข่งสูงเนื่องจากลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลอกเลียนแบบง่าย มีความแตกต่างกันน้อย T3 - การเชื่อมโยงข้อมูล Big Data ทั้งระบบมีน้อย T4 - ราคาขึ้นอยู่กับสินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น ลำไยสด ลำไยอบแห้งทั้งเปลือก T5 - สภาพอากาศผันผวน เช่น แล้งจัด ทำให้ผลผลิตลำไยเกรด AA มีปริมาณน้อย T6 ที่มา : จากการสำรวจ และประชุมระดมความคิดเห็น Focus Group 4.2.3 แนวทางการเพิ่มศักยภาพการผลิตและการตลาดลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน 1) กลยุทธ์ SO หรือกลยุทธ์จุดแข็งกับโอกาส มีจำนวน 6 กลยุทธ์ ดังนี้ 1.1) ส่งเสริมให้มีการสร้างรูปแบบผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลาย โดยมีจุดแข็งจากวิสาหกิจ ชุมชนมีประสบการณ์สามารถเพิ่มมูลค่าจากการแปรรูปลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง และมีโอกาสจากตลาดสินค้า GI สร้างมูลค่าการตลาดที่สูง มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น มหาวิทยาลัยในพื้นที่ หรือหน่วยงานรัฐระดับพื้นที่ควรเข้ามา ช่วยผู้ประกอบการในการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น 1.2) แสวงหากลุ่มลูกค้า / ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น ตลาดต่างประเทศ และ Niche Market โดยมีจุดแข็งจากเกษตรกรผลิตวัตถุดิบลำไย GAP มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพ และมีโอกาสจากหน่วยงานรัฐในระดับพื้นที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริม จึงควรเชื่อมโยงตลาดใหม่ ๆ และตลาด เฉพาะ จากการสร้างเรื่องราวความพิเศษของผลิตภัณฑ์ และอัตลักษณ์ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน 1.3) ส่งเสริมการผลิตเชื่อมโยงการท่องเที่ยว โดยมีจุดแข็งจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้า เป็นพืชถิ่นของจังหวัดเกิดการสร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชน รวมทั้งจังหวัดลำพูนพื้นที่ไม่ไกลจากแหล่ง ท่องเที่ยวในภาคเหนือ จึงควรประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว และเชื่อมโยงไปยังผลิตภัณฑ์ในชุมชน 1.4) บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำโครงการและสนับสนุนงบประมาณเพื่อสร้าง ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนเป็นสินค้าประจำเด่นของจังหวัด โดยมีจุดแข็งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าเป็นพืชถิ่น
61 ของจังหวัดเกิดการสร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชน รวมทั้งได้รับโอกาสจากหน่วยงานรัฐระดับพื้นที่ ให้การสนับสนุนและส่งเสริม 1.5) พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับให้ครอบคลุมถึงแปลงสวนลำไย โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น QR Code โดยมีจุดแข็งได้แก่ สวนลำไยมีมาตรฐาน GAP เทคโนโลยีและการสื่อสารช่วยเพิ่มช่องทาง การตลาด และมีหน่วยงานรัฐระดับพื้นที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริม ซึ่งสามารถสร้างความเชื่อมั่นในด้าน ความปลอดภัยและมั่นใจคุณภาพของผลผลิตแก่ผู้บริโภค 1.6) ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนให้มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เหมาะสมมาใช้ในกระบวนการ ผลิตเพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้ามากขึ้น ทดแทนแรงงาน และลดต้นทุนการผลิต 2) กลยุทธ์ ST หรือกลยุทธ์จุดแข็งกับอุปสรรค มีจำนวน 4กลยุทธ์ ดังนี้ 2.1) พัฒนาช่องทางการเชื่อมโยงระหว่างผู้ขายและผู้บริโภค เพื่อให้เกิดการรับรู้ข่าวสาร ความต้องการของตลาด โดยมีจุดแข็งวิสาหกิจชุมชนมีความพร้อมในการให้บริการตามที่คู่ค้าต้องการ มีการนำ เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพ แต่การรับรู้ท่าทีการเจรจา GI ระดับสากล และการศึกษาความ ต้องการของตลาด สินค้า GI ยังมีน้อย ซึ่งหน่วยงานรัฐระดับพื้นที่แสวงหาช่องทางการประชาสัมพันธ์ผ่านทาง ช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook Line และเว็บเพจ (Web Page) เป็นต้น รวมทั้งพัฒนาช่องทางการติดต่อ โดยตรงผ่านทางหน้าร้าน 2.2) เพิ่มจุดเด่นของสินค้าผ่านคุณภาพสินค้าและเรื่องราวที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นต่างจากลำไย อบแห้งทั่วไป โดยมีจุดแข็งได้แก่ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าเป็นพืชถิ่นของจังหวัด วิสาหกิจชุมชน มีประสบการณ์ในการแปรรูปลำไยอบแห้งเนื้อสีทองสูง แต่มีคู่แข่งสูงเนื่องจากลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง ลอกเลียนแบบง่าย มีความแตกต่างกันน้อย 2.3) จัดทำฐานข้อมูลตลอดโซ่อุปทานให้เกิดเครือข่ายระหว่างผู้ปลูกลำไยและผู้แปรรูปเพื่อให้ เกิดประโยชน์ในการหาคู่ค้า ปัจจัยการผลิตที่ต้องการ และอำนาจการต่อรองระหว่างกัน โดยมีจุดแข็งได้แก่ มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนทำให้เกิดประโยชน์จากการรวมกลุ่ม แต่การเชื่อมโยงข้อมูล Big Data ทั้งระบบมีน้อย 2.4) ส่งเสริม/สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อพัฒนาการผลิตลำไย โดยมีจุดแข็งได้แก่วัตถุดิบ ที่ใช้ในการผลิตสินค้าเป็นพืชถิ่นของจังหวัด แต่สภาพอากาศผันผวน เช่น แล้งจัด ทำให้ผลผลิตลำไยเกรด AA มีปริมาณน้อย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรจัดหาแหล่งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อพัฒนาการผลิตลำไย 3) กลยุทธ์ WO หรือกลยุทธ์จุดอ่อนกับโอกาส มีจำนวน 4กลยุทธ์ ดังนี้ 3.1) ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้บริโภคทราบและสร้างคุณค่าให้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการรับซื้อผลผลิตลำไยเพื่อแปรรูปเป็นลำไย GI มีปริมาณการรับซื้อต่อวันค่อนข้างน้อย ราคาสูงกว่า ลำไยอบแห้งทั่วไป หน่วยงานรัฐระดับพื้นที่จึงควรให้การสนับสนุนและส่งเสริมการเพิ่มช่องทางการตลาดผ่าน เทคโนโลยีและการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคทราบถึงคุณค่าและความแตกต่าง
62 3.2) ฝึกอบรมกลุ่มเกษตรกรในการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตร GI โดยเฉพาะตลาด online เนื่องจากสินค้า GI ยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคทั่วไป ช่องทางการกระจายสินค้ามีน้อย และชุมชนส่วนใหญ่ ขาดความรู้ในการขอ GI และขาดแคลนนักการตลาดเชิงพาณิชย์จึงควรส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านตลาด สินค้าเกษตร GI ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น 3.3) สนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และสินค้าคงคลัง เนื่องจากผลผลิตลำไยอบแห้ง เนื้อสีทอง ไม่สามารถเก็บได้นานในอุณหภูมิปกติ (สีผิวลำไยเปลี่ยน) ทำให้ต้องเช่าห้องเย็นเก็บผลผลิต 3.4) ส่งเสริมเกษตรกรให้มีการผลิตตามมาตรฐาน GAP จากแปลงเกษตรกรอยู่ไกลมีต้นทุน ค่าขนส่งสูง และมีการผลิตในช่วงลำไยในฤดูที่ลำไยมีคุณภาพสูงเท่านั้น จึงควรสนับสนุนและส่งเสริมให้มีการ ตรวจแปลงตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีเพิ่มขึ้นให้ครอบคลุมทั้งจังหวัด 4) กลยุทธ์ WT หรือกลยุทธ์จุดอ่อนกับอุปสรรค มีจำนวน 2 กลยุทธ์ ดังนี้ 4.1) ศึกษาข้อมูลด้านการตลาด และแนวโน้ม ชุมชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ในการขอ GI มีการ สร้างเรื่องราว GI น้อย และการศึกษาความต้องการตลาดสินค้า GI มีน้อย จึงควรศึกษาความต้องการของ ผู้บริโภคเพื่อให้ทราบทิศทางของตลาดและแนวโน้มสินค้า 4.2) พัฒนาผลิตภณฑ์ และแสวงหาตลาดอื่น ๆ เพื่อนำผลผลิตที่ไม่ได้ขนาด AA ไปจำหน่าย แปลงเกษตรกรอยู่ไกลมีต้นทุนค่าขนส่งสูง รวมทั้ง ราคาขึ้นอยู่กับสินค้าที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ และสภาพอากาศผัน ผวน เช่น แล้งจัด ทำให้มีปริมาณผลผลิตลำไยเกรด AA น้อย จึงควรพัฒนาผลิตภัณฑ์ และแสวงหาตลาดอื่น ๆ เพื่อนำผลผลิตเกรดอื่น ๆ ( A B และ C) ไปจำหน่าย เป็นต้น รายละเอียดตามตารางที่ 4.9
ตารางที่4.9 การกำหนดกลยุทธ์โดยใช้ TOWS Matrix ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพู S1 วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสิ เกิดการสร้างงานและกระจาย S2 สวนลำไยมาตรฐาน GA คุณภาพผลผลิตได้และมีกา S3 วิสาหกิจชุมชนมีประสบ อบแห้งเนื้อสีทองสูง S4 มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาห ประโยชน์จากการรวมกลุ่มสูง S5 สามารถเพิ่มมูลค่าจากก S6 บรรจุภัณฑ์มีมาตรฐาน S7 มีความพร้อมในการให้บ S8 มีการนำเทคโนโลยีสมัยใ O1 ตลาดสินค้า GI สร้างมูลค่าการตลาดสูง O2 เทคโนโลยีและการสื่อสารช่วยเพิ่มช่องทาง การตลาด O3 มีหน่วยงานรัฐระดับพื้นที่ให้การสนับสนุนและ ส่งเสริม S3 S5 O1 ส่งเสริมให้มีกา แปรรูปที่หลากหลาย S8 O1 แสวงหากลุ่มลูกค้า เช่น ตลาดต่างประเทศ Nic S1 O4 ส่งเสริมการผลิตโดย
63 พูน สินค้า เป็นพืชถิ่นของจังหวัด ยรายได้สู่ชุมชน AP และสามารถคัดเกรด ารขายตามเกรดคุณภาพ การณ์ในการแปรรูปลำไย หกิจชุมชนทำให้เกิด ง การแปรรูปได้สูง มีตราสินค้าครบถ้วน บริการตามที่คู่ค้าต้องการ ใหม่มาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพ W1 การรับซื้อเพื่อแปรรูปลำไย GI ต่อวันค่อนข้างน้อย โดยรับซื้อในราคาสูงทำให้ต้นทุนค่อนข้างสูง W2 ราคาลำไย GI สูงส่งผลให้ขายค่อนข้างสูง W3 สินค้า GI ยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคทั่วไป ช่องทางการกระจายสินค้ามีน้อย ขาดการประชาสัมพันธ์ W4 ชุมชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ในการขอ GI มีการสร้าง เรื่องราว GI น้อย W5 ชุมชนขาดแคลนนักการตลาด W6 การแปรรูปจะผลิตเดือนกรกฎาคม - ตุลาคมเท่านั้น W7 ผลผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองไม่สามารถเก็บได้นาน ในอุณหภูมิปกติ (สีเปลี่ยน) ต้องเช่าห้องเย็นเก็บผลผลิต ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง W8 แปลงเกษตรกรอยู่ไกลมีต้นทุนค่าขนส่ง ารสร้างรูปแบบผลิตภัณฑ์ า / ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ che Market และ Online ยเชื่อมโยงการท่องเที่ยว W1 W2 O2 O3 ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ ผู้บริโภคทราบและสร้างคุณค่าให้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง W3 W4 W5 O3 ฝึกอบรมกลุ่มเกษตรกรในการพัฒนา ตลาดสินค้าเกษตร GI โดยเฉพาะตลาด Online
ตารางที่ 4.9 การกำหนดกลยุทธ์โดยใช้ TOWS Matrix ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพู O4 จังหวัดลำพูนพื้นที่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวใน ภาคเหนือ S1 O3 บูรณาการหน่วยงา โครงการและสนับสนุนงบ อบแห้งเนื้อสีทองลำพูนเป็นสิ S2 S6 O2 O3 พัฒนาระบ ครอบคลุมถึงแปลงสวนล ทันสมัย เช่น QR Code S8 O3 นำเทคโนโลยีสมัยให สินค้า และเพื่อลดต้นทุนการ T1 การรับรู้ท่าทีการเจรจา GI ระดับสากลมีน้อย T2 การศึกษาความต้องการของตลาด สินค้า GI น้อย T3 มีคู่แข่งสูงเนื่องจากลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง ลอกเลียนแบบง่าย มีความแตกต่างกันน้อย T4 การเชื่อมโยงข้อมูล Big Data ทั้งระบบมีน้อย T5 ราคาขึ้นอยู่กับสินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น ลำไยสด ลำไยอบแห้งทั้งเปลือก T6 สภาพอากาศผันผวน เช่น แล้งจัด ทำให้ผลผลิต ลำไยเกรด AA มีปริมาณน้อย S7 S8 T1 T2 เพิ่มช่องทาง และผู้บริโภค เพื่อให้เกิดการ S1 S3 T3 เพิ่มจุดเด่นขอ เรื่องราวที่มีอัตลักษณ์โดดเด่ S4 T4 จัดทำฐานข้อมูล เครือข่ายระหว่างผู้ปลูกแล ด้านการค้า และอำนาจการต S1 T6 ส่งเสริม/สนับสนุ พัฒนาการผลิตลำไย
64 พูน (ต่อ) านที่เกี่ยวข้องในการจัดทำ บประมาณเพื่อสร้างลำไย สินค้าเด่นประจำจังหวัด บบตรวจสอบย้อนกลับให้ ลำไย โดยใช้เทคโนโลยีที่ หม่มาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพ รผลิต W7 O1 O3 สนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และ สินค้าคงคลัง W8 W6 O3 ส่งเสริมเกษตรกรมีการผลิตตามมาตรฐาน การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) งการเชื่อมโยงระหว่างผู้ขาย รรับรู้ข่าวสารความต้องการ องสินค้าผ่านคุณภาพและ ่นจากลำไยอบแห้งทั่วไป ตลอดโซ่อุปทาน ให้เกิด ละผู้แปรรูป เกิดประโยชน์ ต่อรองระหว่างกัน นุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อ W4 T5 ศึกษาข้อมูลด้านการตลาด และแนวโน้ม W8 T5 T6 พัฒนาผลิตภณฑ์ และแสวงหาตลาดอื่น ๆ เพื่อนำผลผลิตที่ไม่ได้ขนาด AA ไปจำหน่าย
65 4.2.4 แนวทางการพัฒนาลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม และใช้ TOWS Matrix กำหนดกลยุทธ์จะได้กลยุทธ์ SO WO ST และ WT รวม 16 กลยุทธ์ จากนั้นจึงนำมาจัดทำแนวทางการพัฒนาได้ 4 แนวทาง ดังนี้ 1) แนวทางที่ 1 การยกระดับผลิตภัณฑ์ เนื่องจากลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองมาตรฐาน GI มีความความโดดเด่น และมีคุณภาพสูงสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ส่งผลให้เกษตรกร / วิสาหกิจชุมชนที่ผลิตมีรายได้สูงขึ้น มี หน่วยงานในพื้นที่หลายหน่วยงานให้ความสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนตั้งแต่ การผลิตลำไยเพื่อเป็น วัตถุดิบจนถึงกระบวนการแปรรูปลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง มีแนวทางดำเนินการดังนี้ 1) เพิ่มจุดเด่น สร้างภาพลักษณ์สินค้าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนผ่านเรื่องราวที่มีอัตลักษณ์ โดดเด่นแตกต่างจากลำไยอบแห้งทั่วไป โดยเน้นความมีคุณภาพเกรดพรีเมียม 2) หน่วยงานภาครัฐควรสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนโดยให้ความรู้แก่ชุมชนในการพัฒนา สินค้าชุมชนที่มีอัตลักษณ์ให้เข้าสู่การรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ 2) แนวทางที่ 2 การยกระดับกระบวนการผลิต ยกระดับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยและ มั่นใจคุณภาพของผลผลิตแก่ผู้บริโภค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มีแนวทางดำเนินการ ดังนี้ 1) พัฒนามาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับให้ครอบคลุมถึงแปลงสวนลำไย โดยใช้เทคโนโลยี ที่ทันสมัย เช่น QR Code เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและมั่นใจคุณภาพของผลผลิตแก่ผู้บริโภค ว่า เป็นลำไยที่ผลิตในจังหวัดลำพูนและมีมาตรฐาน GAP 2) สงเสริมวิสาหกิจชุมชนให้มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เหมาะสมมาใช้ในกระบวนการ ผลิตเพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้ามากขึ้น ทดแทนแรงงาน และลดต้นทุนการผลิต 3) สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อการลงทุนพัฒนากระบวนการผลิต ได้แก่ สินเชื่อเพื่อสร้าง ห้องเย็นพัฒนาผลิตภัณฑ์และสินค้าคงคลัง สินเชื่อเพื่อจัดซื้อเทคโนโลยีเครื่องจักรกลสมัยใหม่ เป็นต้น 4) ส่งเสริมเกษตรกรให้มีการผลิตตามมาตรฐาน GAP โดยหน่วยงานระดับพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนการตรวจรับรองและขึ้นทะเบียน GAP แก่เกษตรกรผู้ปลูกลำไยให้ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดลำพูน 5) พัฒนาผลิตภัณฑ์ และแสวงหาตลาดอื่น ๆ เพื่อนำผลผลิตที่ไม่ได้ขนาด AA ไปจำหน่าย 3) แนวทางที่ 3 การยกระดับในสถานะโซ่คุณค่า การรวมกลุ่มกันที่เข็มแข็ง การสร้างการมีส่วนร่วมและความร่วมมือจากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดโซ่อุปทานจะส่งผลให้เกิดการยกระดับในสถานะโซ่คุณค่า ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกร วิสาหกิจมีการรวมกลุ่มทั้งการผลิตและแปรรูป แต่มีการเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มน้อย มีแนวทางดำเนินการดังนี้ 1) จัดทำฐานข้อมูลBig Data ตลอดโซ่อุปทาน เพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผน และสร้าง เครือข่ายระหว่างผู้ปลูกลำไยและผู้แปรรูปเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการหาคู่ค้า ปัจจัยการผลิตที่ต้องการ และ อำนาจการต่อรองระหว่างกัน เป็นการเชื่อมโยงธุรกิจและสร้างพันธมิตรเครือข่ายการค้า
66 2) สร้าง / พัฒนาช่องทางการเชื่อมโยงการรับรู้ข่าวสารความต้องการของตลาดระหว่างผู้ขาย และผู้บริโภค เพื่อให้สามารถผลิตได้ตามความต้องการของตลาด โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อการ สื่อสาร รวมถึงการรับรู้ท่าทีการเจรจาสินค้า GI ระดับสากล 4) แนวทางที่ 4 การขยายธุรกิจโซ่คุณค่า ดำเนินการต่อยอดกับธุรกิจอื่น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด หรือเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า มี แนวทางดำเนินการดังนี้ 1) พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลายจากลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน เพื่อให้สินค้า มีความน่าสนใจต่อผู้บริโภคเพื่อให้มีโอกาสเพิ่มจากตลาดสินค้า GI 2) ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้บริโภคทราบและสร้างคุณค่า สร้างเรื่องราวความพิเศษ ของผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ GI อย่างต่อเนื่อง 3)แสวงหากลุ่มลูกค้า /ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น ตลาดต่างประเทศ และ Niche Market และหน่วยงานภาครัฐในระดับพื้นที่เกี่ยวข้อง ให้การสนับสนุนและส่งเสริมเชื่อมโยงตลาดใหม่ ๆ 4) ให้ความรู้ ฝึกอบรมกลุ่มเกษตรกรในการเป็นนักการตลาดสินค้าเกษตร GI โดยเฉพาะ ตลาด Online เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดสมัยใหม่ 5) ขยายตลาดเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยว โดยเน้นจุดแข็งจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าเป็น พืชถิ่นของจังหวัดทำให้สร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชน 6) ศึกษาข้อมูลด้านการตลาด และแนวโน้มความต้องการตลาดลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน และแนวโน้มสินค้าเกี่ยวเนื่อง
บทที่5 สรุปและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุป การศึกษาแนวทางการพัฒนาลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เกษตรกรผู้ปลูกลำไย วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง และผู้ที่ เกี่ยวข้องตลอดโซ่อุปทานในพื้นที่จังหวัดลำพูน นำข้อมูลที่รวบรวมได้มาอธิบายข้อมูลทั่วไป การวิเคราะห์ โซ่อุปทานและห่วงโซ่คุณค่าในการประกอบธุรกิจลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน และแนวทางการพัฒนาสินค้า ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนที่ได้รับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 5.1.1 โซ่อุปทานและห่วงโซ่คุณค่าในการประกอบธุรกิจลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน 1) โซ่อุปทานในการประกอบธุรกิจลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน โซ่อุปทานในการประกอบธุรกิจลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน เริ่มจากเกษตรกร /กลุ่มเกษตรกร ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตจัดหาปัจจัยการผลิตมาผลิตลำไย โดยมีกระบวนการผลิตลำไยที่ผ่านมาตรฐานการปฏิบัติ ทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) จากนั้นรวบรวมผลผลิตเข้าสู่กระบวนการแปรรูปโดยมี วิสาหกิจชุมชนทำหน้าที่ผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน นำไปสู่การจำหน่าย ได้แก่ Modern Trade ซึ่งเป็นช่องทางการจำหน่ายหลัก รองลงมาจำหน่ายเองผ่านตลาดออนไลน์ และหน้าร้าน โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง ในโซ่คุณค่าที่ก่อให้เกิดมูลค่า ได้แก่ เกษตรกรผู้ปลูกลำไย และวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง ลำพูน ดังนี้ 2) ห่วงโซ่คุณค่าในการประกอบธุรกิจลำไยของเกษตรกร กิจกรรมหลักเกษตรกรซื้อปัจจัยการผลิตจากแหล่งจำหน่ายที่เชื่อถือในพื้นที่เป็นหลัก โดยพันธุ์ลำไย ต้องเป็นพันธุ์ดอเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะซื้อปัจจัยการผลิตมาแล้วใช้ทันทีเนื่องจากไม่มีที่จัดเก็บ ในส่วนของสารเร่ง และสารพ่นลำไย เกษตรกรจะรวมกลุ่มซื้อทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง การปลูกลำไยเกษตรกรจะทำการปฏิบัติทาง การเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) โดยจะจำหน่ายทันทีหลังจากเก็บเกี่ยว มีการคัดขนาด ผลใหญ่เกรด AA จำหน่ายให้กับวิสาหกิจชุมชน การบริการเกษตรกรจะรับภาระค่าขนส่ง โดยรถกระบะ 4 ล้อ ขนาดบรรทุกตามปริมาณที่วิสาหกิจชุมชนต้องการ มีการตกลงราคารับซื้อผลผลิตเพิ่มสูงกว่าราคาตลาดทั่วไป กิโลกรัมละ 10 บาท กิจกรรมสนับสนุน เกษตรกรจัดหาปัจจัยจากแหล่งเชื่อถือได้ และมีการรวมกลุ่มซื้อทำให้สามารถ ลดต้นทุนได้ มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เช่น เทคโนโลยีตัดแต่งกิ่งให้เป็นทรงพุ่มโปร่ง เพื่อให้ลำไยเจริญเติบโตได้ดี การทำลำไยคุณภาพโดยการแต่งช่อให้เหลือผลลำไยจำนวน 40 - 60 ผล / ช่อ ช่วยทำให้ได้ผลผลิตลำไยขนาดผลใหญ่ขึ้น (เกรด AA เพิ่มสูงขึ้น) การควบคุมทรงพุ่มไม่ให้สูงเกิน 4 เมตรทำให้ การพ่นปุ๋ยทางใบและการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้ผลดีมีประสิทธิภาพและง่ายต่อการเก็บผลผลิต
68 และการผลิตลำไยคุณภาพตามมาตรฐาน GAP โดยเกษตรกรส่วนใหญ่เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตร แบบแปลงใหญ่ลำไย มีคณะกรรมการบริหารกลุ่มแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบตามตำแหน่งหน้าที่ของแต่ละคน ด้านเงินทุนส่วนใหญ่เกษตรกรใช้เงินตนเอง 3) ห่วงโซ่คุณค่าในการประกอบธุรกิจลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนของวิสาหกิจชุมชน กิจกรรมหลัก วิสาหกิจชุมชนซื้อผลผลิตลำไย GAP เกรด AA มีคุณภาพตามคู่มือการปฏิบัติงาน สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน กระบวนการและวิธีการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง จะดำเนินการเฉพาะลำไยในฤดูช่วงเดือนกรกฎาคม – ตุลาคมของทุกปีที่ผลผลิตมีคุณภาพ ทำการอบโดยใช้ อุณหภูมิระหว่าง 60 - 70 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 8 - 12 ชั่วโมง การควบคุมคุณภาพระหว่างผลิต และ มาตรฐานในการทดสอบคุณภาพ โรงงานที่แปรรูปมีมาตรฐาน HACCP ตรวจรับรอง 2 ปี / 1 ครั้ง และการ ตรวจสอบขั้นตอนการควบคุมตามหลักสุขาภิบาล เมื่อนำผลผลิตออกจากเตาจะทำการคัดเกรดผลผลิตที่ไม่ได้ มาตรฐานออกไป เก็บผลผลิตไว้ในห้องเย็น นำมาจำหน่ายตามคำสั่งซื้อได้ตลอดทั้งปี มีบรรจุภัณฑ์มีหลาย ขนาดได้แก่ ขนาดเล็ก 20 กรัม 150 กรัม 200 กรัม เป็นต้น ช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านการทำแบรนด์ส่ง ห้างสรรพสินค้า การจำหน่ายเองช่องทางออนไลน์และหน้าร้าน โดยมีการระบุมาตรฐานสินค้า และตรา สัญลักษณ์GI ที่ชัดเจน การบริการมีการจัดส่งสินค้าผ่านทางบริษัทขนส่งพัสดุ การบริการรับคืนสินค้า และตาม คำสั่งซื้อ กิจกรรมสนับสนุน วิสาหกิจชุมชนจัดหาปัจจัยจากกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ / เกษตรกรที่มีแปลง ลำไย GAP มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อพัฒนากระบวนการแปรรูปให้ผลผลิตให้มีคุณภาพเพิ่มขึ้น เช่น เตาอบลำไยระบบไฟฟ้าและแก๊ส การใช้โดมพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้ลำไยแห้งสม่ำเสมอไม่ไหม้ โดยมี หน่วยงานในพื้นที่ส่งเสริม การบริหารทรัพยากรบุคคลส่วนใหญ่เป็นแรงงานจ้างที่มีความชำนาญ มีการอบรม พัฒนาความรู้และทักษะของพนักงานผ่านสมาชิกฝ่ายผลิตที่ไปอบรมแล้วนำความรู้มาถ่ายทอดต่อโดยไม่มี ค่าใช้จ่ายในการอบรม โครงสร้างพื้นฐานมีการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนร่วมกันผลิตลำไยอบแห้งเนื้อ สีทองลำพูน มีการบริหารจัดการของกลุ่มสมาชิกมีการฝากเงินเป็นออมทรัพย์และมีเงินปันผลจ่ายคืนให้กับ สมาชิก 4) ห่วงโซ่คุณค่าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน กิจกรรมที่สามารถสร้างมูลค่าให้ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนมากที่สุดคือ การปลูกลำไย มาตรฐาน GAP การขายผลผลิตแบบคัดเกรด และการแปรรูปลำไยโดยผลิตเป็นลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน โดยห่วงโซ่คุณค่าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนเป็นการเชื่อมโยงกับผู้เกี่ยวข้อง สามารถช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ สินค้า จึงต้องพัฒนาทั้งเกษตรกรในฐานะผู้ผลิตปัจจัยและรวบรวมผลผลิตและวิสาหกิจชุมชนในฐานะผู้ผลิตและ ผู้จัดจำหน่ายลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน
69 5) การเปรียบเทียบต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนลำไย ลำไยที่ได้รับรอง GAP เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน มีต้นทุนรวมต่อไร่ เฉลี่ยของการผลิตลำไยเท่ากับ 12,674.82 บาท สูงกว่าต้นทุนลำไยทั่วไปที่มีต้นทุนรวม 12,441.58 บาท เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.87 ผลผลิตต่อไร่ ลำไยที่ได้รับรอง GAP มีผลผลิตต่อไร่ 982.74 บาท ต่ำกว่า ลำไยทั่วไปที่มีผลผลิตต่อไร่ 1,087.87 บาท เปลี่ยนแปลงลดลงร้อยละ 9.66 เนื่องจาก เกษตรกรบางส่วนมีการ นำเทคโนโลยีการทำลำไยผลโตมาใช้ซึ่งจะมีการเด็ดผลผลิตในช่อผลให้ลดลงเพื่อให้ได้ขนาดผลที่โตขึ้น และมี ผลตอบแทนสุทธิที่ได้รับพบว่า ลำไยที่ได้รับรอง GAP ได้รับผลตอบแทนสุทธิต่อไร่จำนวน 7,933.24 บาท และ ต่อกิโลกรัม 8.07 บาท สูงกว่าลำไยทั่วไปที่ได้รับผลตอบแทนสุทธิต่อไร่จำนวน 2,864.75 บาท และต่อกิโลกรัม 2.63 บาท เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 176.93 และ 206.84 ตามลำดับ 6) การเปรียบทียบต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน ต้นทุนการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนเท่ากับ 505.69 บาทต่อกิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 95.45 ของต้นทุนรวม โดยสูงกว่าการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองทั่วไปที่มีต้นทุน 335.69 บาท เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้นร้อยละ 50.64 เนื่องจากมีต้นทุนรับซื้อวัตถุดิบสูงกว่า โดยรับซื้อลำไยเกรด AA ที่ได้รับการรับรอง GAP สูงกว่าราคาตลาดทั่วไป 10 บาทต่อกิโลกรัมสด (ลำไยจำนวน 10 กิโลกรัม แปรรูปเป็นลำไยอบแห้งเนื้อสีทองได้ 1 กิโลกรัม) และค่าใช้จ่ายการผลิตที่สูงกว่าโดยเฉพาะค่าบรรจุภัณฑ์ 7) ส่วนต่างของราคาลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนในแต่ละระดับ ส่วนต่างระหว่างราคาที่เกษตรกรได้กับราคาขายปลีก โดยเกษตรกรจำหน่ายลำไยเพื่อใช้ผลิต ลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน 1 กิโลกรัมลำไยอบแห้ง จำนวน 340 บาท เมื่อวิสาหกิจชุมชนนำไปผลิตลำไย อบแห้งเนื้อสีทองลำพูนได้ราคากิโลกรัมละ 1,204 บาท และจัดจำหน่ายส่งให้ผู้บริโภครวมค่าขนส่งเฉลี่ยราคา กิโลกรัมละ 1,274 บาท โดยมีประมาณ 10,820 กิโลกรัม พบว่า มูลค่าเพิ่มของรายได้ระหว่างเกษตรกรกับ วิสาหกิจชุมชน เท่ากับ 9,348,480 บาท ระหว่างวิสาหกิจชุมชนกับผู้ค้าปลีกจำนวน 757,400 บาท มูลค่าเพิ่ม รวม เท่ากับ 13,784,680 บาท แสดงให้เห็นว่าการผลิตลำไยที่มีคุณภาพ และการผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง ลำพูนเป็นขั้นตอนที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น 5.1.2 แนวทางการพัฒนาลำไยอบแห้งเนื้อสีทองที่ได้รับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ วิเคราะห์สภาพแวดล้อมดำเนินการจากการเก็บข้อมูลการสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง และการจัด ประชุม Focus Group โดยกำหนดประเด็นจากการนำแนวคิดห่วงโซ่คุณค่า Value Chain มาวิเคราะห์ สภาพแวดล้อมภายใน และแนวคิด Diamond Model มาวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก นำมาจัดลำดับ ความสำคัญโดยการให้คะแนน จากนั้นนำผลเบื้องต้นมาพิจารณาในที่ประชุม Focus Group ให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง พิจารณาอีกครั้ง และใช้ TOWS Matrix กำหนดกลยุทธ์ จะได้กลยุทธ์ SO WO ST และ WT รวม 16 กลยุทธ์ จากนั้นจึงนำมาจัดทำแนวทางการพัฒนาได้ 4 แนวทาง พร้อมทั้งจัดทำแนวทางการพัฒนาลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง ลำพูนที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ได้ 4 แนวทาง ดังนี้
70 1) แนวทางที่ 1 การยกระดับผลิตภัณฑ์ 1.1) เพิ่มจุดเด่น สร้างภาพลักษณ์สินค้าลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูนผ่านเรื่องราวที่มีอัตลักษณ์ โดดเด่นแตกต่างจากลำไยอบแห้งทั่วไป โดยเน้นความมีคุณภาพเกรดพรีเมียม 1.2) หน่วยงานภาครัฐควรสร้างความเข้มแข็งโดยให้ความรู้แก่ชุมชนในการพัฒนาสินค้าชุมชนที่ มีอัตลักษณ์ให้เข้าสู่การรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ 2) แนวทางที่ 2 การยกระดับกระบวนการผลิต 2.1) พัฒนามาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับให้ครอบคลุมถึงแปลงสวนลำไย โดยใช้เทคโนโลยีที่ ทันสมัย เช่น QR Code เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและมั่นใจคุณภาพของผลผลิตแก่ผู้บริโภคว่าเป็น ลำไยที่ผลิตในจังหวัดลำพูนและมีมาตรฐาน GAP 2.2) ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนให้มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เหมาะสมมาใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อ พัฒนาคุณภาพสินค้ามากขึ้น ทดแทนแรงงาน และลดต้นทุนการผลิต 2.3) สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อการลงทุนพัฒนากระบวนการผลิต ได้แก่ สินเชื่อเพื่อสร้างห้องเย็น พัฒนาผลิตภัณฑ์และสินค้าคงคลัง สินเชื่อเพื่อจัดซื้อเทคโนโลยีเครื่องจักรกลสมัยใหม่ เป็นต้น 2.4) ส่งเสริมเกษตรกรให้มีการผลิตตามมาตรฐาน GAP โดยหน่วยงานระดับพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนการตรวจรับรองและขึ้นทะเบียน GAP แก่เกษตรกรผู้ปลูกลำไยให้ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดลำพูน 2.5) พัฒนาผลิตภัณฑ์ และแสวงหาตลาดอื่น ๆ เพื่อนำผลผลิตที่ไม่ได้ขนาด AA ไปจำหน่าย 3) แนวทางที่ 3 การยกระดับในสถานะโซ่คุณค่า 3.1) จัดทำฐานข้อมูล Big Data ตลอดโซ่อุปทาน เพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผน และสร้าง เครือข่ายระหว่างผู้ปลูกลำไยและผู้แปรรูปเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการหาคู่ค้า ปัจจัยการผลิตที่ต้องการ และ อำนาจการต่อรองระหว่างกัน เป็นการเชื่อมโยงธุรกิจและสร้างพันธมิตร เครือข่ายการค้า 3.2) สร้าง / พัฒนาช่องทางการเชื่อมโยงการรับรู้ข่าวสารความต้องการของตลาดระหว่างผู้ขาย และผู้บริโภค เพื่อให้สามารถผลิตได้ตามความต้องการของตลาด โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อการสื่อสาร รวมถึงการรับรู้ท่าทีการเจรจา GI ระดับสากล 4) แนวทางที่ 4 การขยายธุรกิจโซ่คุณค่า 4.1) พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลายจากลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน เพื่อให้สินค้ามี ความน่าสนใจต่อผู้บริโภคเพื่อให้มีโอกาสเพิ่มจากตลาดสินค้า GI 4.2) ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้บริโภคทราบและสร้างคุณค่า สร้างเรื่องราวความพิเศษ ของผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ GI อย่างต่อเนื่อง 4.3)แสวงหากลุ่มลูกค้า /ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เช่น ตลาดต่างประเทศ และ Niche Market และหน่วยงานภาครัฐในระดับพื้นที่เกี่ยวข้อง ให้การสนับสนุนและส่งเสริมเชื่อมโยงตลาดใหม่ ๆ 4.4) ให้ความรู้ ฝึกอบรมกลุ่มเกษตรกรในการเป็นนักการตลาดสินค้าเกษตร GI โดยเฉพาะตลาด Online เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดสมัยใหม่
71 4.5) ขยายตลาดเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยว โดยเน้นจุดแข็งจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าเป็นพืช ถิ่นของจังหวัดทำให้สร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชน 4.6) ศึกษาข้อมูลด้านการตลาด และแนวโน้มความต้องการตลาดลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน และแนวโน้มสินค้าเกี่ยวเนื่อง 5.2 ข้อเสนอแนะ 5.2.1 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องระดับพื้นที่ควร บูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยนำแนวทางการพัฒนาลำไยอบแห้งเนื้อสีทองที่ได้รับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จัดทำแผนงาน / โครงการตามภารกิจของหน่วยงานเชื่อมโยงตลอดโซ่คุณค่า รวมถึงการแสวงหางบประมาณ สนับสนุนจากแหล่งอื่น ๆ ร่วมกัน เช่น งบจังหวัด เพื่อยกระดับความสำคัญให้เป็นสินค้าเด่นประจำจังหวัด 5.2.2 จากการศึกษาพบว่า ปริมาณการขายผลผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน GI ปี 2564 ลดลง กว่าปี 2563 และมีสินค้าคงเหลือ ส่งผลให้วิสาหกิจชุมชนมีแนวโน้มลดกำลังการผลิตลง เนื่องจากผู้บริโภคเห็น ว่าราคาขายสูงกว่าลำไยอบแห้งทั่วไป จึงควรการเพิ่มช่องทางการตลาดและการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพสินค้าเกรดพรีเมียม และอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลำพูน GI ที่ แตกต่างจากลำไยอบแห้งเนื้อสีทองทั่วไป รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคจากการมีระบบตรวจสอบ ข้อมูลย้อนกลับได้ 5.2.3 หน่วงงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ควรมีการติดตามประเมินผลวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการขอตรา สัญลักษณ์สินค้า GI เพื่อติดตามผลการส่งเสริม ผลสำเร็จ ปัญหาอุปสรรคและข้อจำกัดในการดำเนินงาน เพื่อใช้ ในการปรับแผนการส่งเสริมต่อไป 5.2.4 จัดทำแผนการส่งเสริมสนับสนุนต่อเนื่องเป็นระยะเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน และขยาย ผลไปสู่กลุ่มวิสาหกิจชุมชน / ผู้ประกอบการรายอื่นที่มีศักยภาพ
72 บรรณานุกรม กรมทรัพย์สินทางปัญญา.(2561). สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.ipthailand.go.th/th/gi-001.html (วันที่สืบค้นข้อมูล: 16 ธันวาคม 2562). กรมวิชาการเกษตร. (2563). ค้นหาแหล่งผลิต GAP [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://gap.doa.go.th/searchgap. (วันที่สืบค้นข้อมูล: 30 สิงหาคม 2563). ฐารดี วงศ์ษา. (2557). สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์และส่วนประสมทางการตลาดที่มีความสัมพันธ์กับการรับรู้คุณค่า ตราสินค้าชามไก่ลำปาง [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://it.nation.ac.th/research/ntu/files/5601131052210f.pdf. (วันที่สืบค้นข้อมูล: 16 ธันวาคม 2562). ณภัทร อรุณรัตน์. (2560). การศึกษาศักยภาพผลไม้ไทยเปรียบเทียบกับเวียดนาม (กรณีศึกษา ทุเรียน และ ลำไย) เพื่อประกอบการจัดเตรียมยุทธศาสตร์ผลไม้ไทยในระยะ 5 ปี ข้างหน้า. สำนักงานเศรษฐกิจ การเกษตร, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. ณิชนันท์ คุปตานนท์ และคณะ. (2561). การศึกษาเรื่องข้าวเฉี้ยงปากรอ : สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เพื่อสิทธิชุมชน ภายใต้ชุดโครงการพัฒนาเครือข่ายพันธกิจสัมพันธ์ ม.อ. เพื่อชุมชนเข้มแข็ง [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://kb.psu.ac.th/psukb/bitstream/2016/11880/1//ข้าวเฉี้ยงปากรอ%20 สิ่งบ่งชี้ทาง ภูมิศาสตร์เพื่อสิทธิชุมชน%20%282018%29.pdf. (วันที่สืบค้นข้อมูล: 16 ธันวาคม 2562). ธีรพงษ์ ยืนยงค์. (2559). กลยุทธ์การตลาดสำหรับวิสาหกิจชุมชนแปรรูปลำไยอบแห้งเนื้อสีทองในอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://mdc.library.mju.ac.th:8080/mm/fulltext/thesis/2560/theerapong_yuenyong/fullt ext.pdf. (วันที่สืบค้นข้อมูล: 16 ธันวาคม 2562). ยุวันดา ไกรรอด. (2556). การวิเคราะห์โซ่คุณค่าของลำไยส่งออกจังหวัดจันทบุรีไปสาธารณรัฐประชาชนจีน : กรณีศึกษา จังหวัดจันทบุรี. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการจัดการการขนส่งและ โลจิสติกส์, มหาวิทยาลัยบูรพา. ศิริวัฒน์ ทรงธนศักดิ์. (2562). คู่มือการจัดทำและวิเคราะห์ประมาณการข้อมูลต้นทุนการผลิตพืช. สำนักงาน เศรษฐกิจการเกษตร. สุชีลา เตชะวงค์เสถียร. (2558). การศึกษาเรื่องการวิเคราะห์รูปแบบและกระบวนการจัดการยื่นขอขึ้นทะเบียน GI ของพริกไทยกาปอตใน ประเทศกัมพูชา [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://conference.kku.ac.th/colaimg/files/articles/b56f8-o-115-sreymom-phath.pdf. (วันที่สืบค้นข้อมูล: 16 ธันวาคม 2562).
73 สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน. (2563.) การบริหารจัดการลำไย ปี 2562. สำนักงานเทศบาลตำบลอุโมงค์. (2562). ประวัติลำไยอบแห้งสีทอง [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://1ab.in/pE7 (วันที่สืบค้นข้อมูล: 16 ธันวาคม 2562). สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน. (2563). รายงานผลการจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จังหวัดลำพูน ปี 2562. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. (2558). แนวคิดระบบโซ่อุปทานสินค้าเกษตรตามยุทธศาสตร์การพัฒนา โลจิสติกส์และโซ่อุปทานภาคเกษตร. ยุทธศาสตร์การพัฒนาโลจิสติกส์และโซ่อุปทานภาคเกษตร พ.ศ.2556-2559 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. (2563). ข้อมูลการผลิตสินค้าเกษตร ปี 2562. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. อนุรักษ์ ทองสุโขวงศ์. (2563).การบัญชีต้นทุน [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://home.kku.ac.th/anuton/cost%20accounting/cost%20split.htm (วันที่สืบค้นข้อมูล: 16 ธันวาคม 2562). อภิชาต โสภาแดง. (2552). การศึกษาระบบจัดการโซ่อุปทานของลำไยสดในประเทศไทย [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.tnrr.in.th/?page=result_search&record_id=148947 (วันที่สืบค้นข้อมูล: 16 ธันวาคม 2562). เอกชัย อภิศักดิ์กุล และทรรศนะ บุญขวัญ. (2553).คู่มือวิเคราะห์SWOT อย่างมืออาชีพ. กรุงเทพฯ. 280 หน้า Ministry of Commerce and Ministry of Agriculture. (2010). Protection Geographical Indication in Cambodia “Outcome and Prospects of the Pilot Project on Protected Geographical Indications in Cambodia”[ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.gret.org/publication/protected-geographical-indications-in-cambodiaoutcome-and-prospects-of-the-pilot-project-on-protected-geographical-indications-incambodia. (วันที่สืบค้นข้อมูล: 16 ธันวาคม 2562). Porter, M. E. (1985). Competitive Advantage. Creating and Sustaining Superior Performance [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://people.tamu.edu/~v-buenger/466/Value_Chain.pdf (วันที่สืบค้นข้อมูล: 16ธันวาคม 2562).
ภาคผนวก
73 ภาคผนวกที่ 1 การคิดคะแนนปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก
76 ตารางผนวกที่ 1 การคิดคะแนนปัจจัยภายใน ปัจจัยภายใน ค่าคะแนน จุดแข็ง 1. วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าเป็นพืชถิ่นของจังหวัด เกิดการสร้างงานและกระจาย รายได้สู่ชุมชน 5.00 2. สวนลำไยมาตรฐาน GAP และสามารถคัดเกรดคุณภาพผลผลิตได้ 4.25 3. วิสาหกิจชุมชนมีประสบการณ์ในการแปรรูปลำไยอบแห้งเนื้อสีทองสูง 4.25 4. มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนทำให้เกิดประโยชน์จากการรวมกลุ่มสูง 4.00 5. สามารถเพิ่มมูลค่าจากการแปรรูปได้สูง 4.00 6. การทำบรรจุภัณฑ์ให้มีความเหมาะสม มีมาตรฐานสินค้าครบถ้วน 4.00 7. มีความพร้อมในการให้บริการตามที่คู่ค้าต้องการ 4.00 8. มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้า 3.80 จุดอ่อน 1. การรับซื้อเพื่อแปรรูปลำไย GI ต่อวันค่อนข้างน้อย โดยรับซื้อในราคาสูงทำให้ ต้นทุนค่อนข้างสูง 4.00 2. ราคาลำไย GI สูงส่งผลให้ราคาขายค่อนข้างสูง 4.00 3. สินค้า GI ยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคทั่วไป ช่องทางการกระจายสินค้ามีน้อย ขาดการประชาสัมพันธ์ 4.00 4. ชุมชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ในการขอ GI การสร้างเรื่องราว GI น้อย 4.00 5. ชุมชนขาดแคลนนักการตลาด 4.00 6. การแปรรูปลำไยอบแห้งเนื้อสีทองจะผลิตเดือนกรกฎาคม - ตุลาคม เท่านั้น 4.00 7. ผลผลิตลำไยอบแห้งเนื้อสีทองไม่สามารถเก็บได้นานในอุณหภูมิปกติ(สีเปลี่ยน) ต้องเช่าห้องเย็นเก็บผลผลิตทำให้ต้นทุนการผลิตสูง 3.80 8. แปลงเกษตรกรอยู่ไกลมีต้นทุนค่าขนส่ง 3.80 ที่มา : จากการคำนวน
77 ตารางผนวกที่ 2 การคิดคะแนนปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายนอก ค่าคะแนน โอกาส 1. ตลาดสินค้า GI สร้างมูลคาการตลาดสูง 4.80 2. เทคโนโลยีและการสื่อสารช่วยเพิ่มช่องทางการตลาด 4.60 3. มีหน่วยงานรัฐระดับพื้นที่ให้การสนับสนุนและส่งเสริม 4.00 4. จังหวัดลำพูนพื้นที่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือ 2.67 อุปสรรค 1. การรับรู้ท่าทีการเจรจา GI ระดับสากลมีน้อย 4.00 2. การศึกษาความต้องการของตลาด สินค้า GI น้อย 4.00 3. มีคู่แข่งสูงเนื่องจากลำไยอบแห้งเนื้อสีทองลอกเลียนแบบง่าย มีความแตกต่างกันน้อย 3.80 4. การเชื่อมโยงข้อมูล Big Data ทั้งระบบมีน้อย 3.80 5. ราคาขึ้นอยู่กับสินค้าที่เกี่ยวข้อง เช่น ลำไยสด ลำไยอบแห้งทั้งเปลือก 2.00 6. สภาพอากาศผันผวน 2.00 ที่มา : จากการคำนวน