The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน Subject pronouns and Object pronouns

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wanidasrinuch, 2023-12-02 22:23:54

วิจัยในชั้นเรียน Subject pronouns and Object pronouns

วิจัยในชั้นเรียน Subject pronouns and Object pronouns

วิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาทักษะการเขียน เรื่อง Subject Pronouns and Object Pronouns ให้ ถูกต้องตามโครงสร้างไวยากรณ์ โดยใช้แบบฝึกทักษะ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 โรงเรียนพิมายวิทยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ผู้วิจัย นางวนิดา ศรีนุชศาสตร์ ต าแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูช านาญการพิเศษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนพิมายวิทยา อ าเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน


ชื่องานวิจัย การพัฒนาทักษะการเขียน เรื่อง Subject Pronouns and Object Pronouns ให้ถูกต้องตามโครงสร้างไวยากรณ์โดยใช้แบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 โรงเรียนพิมายวิทยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ชื่อผู้วิจัย นางวนิดา ศรีนุชศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ บทคัดย่อ การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาทักษะการเขียน เรื่อง Subject Pronouns and Object Pronouns ให้ถูกต้องตามโครงสร้างไวยากรณ์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 โรงเรียนพิมาย วิทยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โดยใช้แบบฝึกทักษะเรื่อง Subject Pronouns and Object Pronouns ที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้น จ านวน 3 แบบฝึก แบบฝึกละ 10 ข้อ จากนั้นจึงท าการทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน แล้ววิเคราะห์ผลคะแนนโดยใช้วิธีการหาค่าทางสถิติทดสอบ t-test ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน และหาประสิทธิภาพของเครื่องมือE1/E2 ผลการศึกษาปรากฏว่า แบบทดสอบก่อนเรียนและหลัง เรียน เรื่อง Subject Pronouns and Object Pronouns ท าให้นักเรียนมีความรู้ ความจ า ความเข้าใจ หลักการใช้ Subject Pronouns and Object Pronouns ในประโยคมากยิ่งขึ้น สามารถท าแบบทดสอบ หลังเรียนได้คะแนนค่าเฉลี่ย 8.53 เพิ่มขึ้นจากเดิม ดังจะเห็นได้จากการ เปรียบเทียบผลการทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 ที่เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย คิดเป็นร้อยละ 51.11 ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานหลังเรียน 1.62 เกณฑ์ประสิทธิภาพของเครื่องมือ E1/E2 เท่ากับ 70/70 ผลจากการวิเคราะห์ ประสิทธิภาพของเครื่องมือเท่ากับ 73.5/87.75 สูงกว่าเกณฑ์ จะเห็นได้ว่าผลจากการใช้แบบฝึกทักษะแล้ว นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงขึ้นอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ.05


ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา ส าหรับในสังคมโลกปัจจุบัน การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศมีความส าคัญและจ าเป็นอย่างยิ่ง ใน ชีวิตประจ าวัน เนื่องจากเป็นเครื่องมือส าคัญในการติดต่อสื่อสาร การศึกษา การแสวงหาความรู้ การประกอบ อาชีพ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมและวิสัยทัศน์ของชุมชนโลก และตระหนักถึงความ หลากหลาย ทางวัฒนธรรมและมุมมองของสังคมโลก น ามาซึ่งมิตรไมตรีและความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ช่วยพัฒนา ผู้เรียนให้มีความเข้าใจตนเองและผู้อื่นดีขึ้น เรียนรู้และเข้าใจความแตกต่างของภาษาและวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี การคิด สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง มีเจตคติที่ดีต่อการใช้ ภาษาต่างประเทศ และใช้ ภาษาต่างประเทศเพื่อการสื่อสารได้ รวมทั้งเข้าถึงองค์ความรู้ต่างๆ ได้ง่ายและกว้าง ขึ้น และมีวิสัยทัศน์ในการด าเนิน ชีวิตภาษาต่างประเทศที่เป็นสาระการเรียนรู้พื้นฐาน ซึ่งก าหนดให้เรียนตลอด หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ ภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาต่างประเทศอื่น เช่น ภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น อาหรับ บาลี และภาษากลุ่มประเทศ เพื่อนบ้าน หรือภาษาอื่นๆ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะ จัดท ารายวิชาและจัดการเรียนรู้ตามความเหมาะสม กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ มุ่งหวังให้ผู้เรียนมี เจตคติที่ดีต่อภาษาต่างประเทศ สามารถใช้ ภาษาต่างประเทศ สื่อสารในสถานการณ์ต่าง ๆ แสวงหาความรู้ ประกอบอาชีพ และศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น รวมทั้ง มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวและวัฒนธรรมอัน หลากหลายของประชาคมโลก และสามารถถ่ายทอดความคิดและ วัฒนธรรมไทยไปยังสังคมโลกได้อย่าง สร้างสรรค์ ประกอบด้วยสาระส าคัญดังนี้ ภาษาเพื่อการสื่อสาร ภาษาและ วัฒนธรรม ภาษากับความสัมพันธ์ กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551) กิตตินาถ เรขาลิลิต.(2559 , หน้า 3) ในการสื่อสารในชีวิตประจ าวัน คงปฏิเสธได้ยากว่าเรามักใช้ สรรพนามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น มโนทัศน์เรื่องบุรุษสรรพนาม หน่วยสรรพนาม และค าอ้างถึงจึงเป็น หัวข้อที่ศึกษากันในสาขาภาษาศาสตร์อย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้วิจัยต่างเลือกใช้ค าศัพท์ทั้งสาม นี้แตกต่างกันตามความเหมาะสมของงานวิจัยของตนเองจึงอาจท าให้เกิดความสับสนส าหรับผู้เรียน ภาษาศาสตร์จ านวนไม่น้อย บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เขียนเพื่อเปรียบเทียบค าศัพท์ทางภาษาศาสตร์ทั้งสาม ค าได้แก่ บุรุษ สรรพนาม หน่วยสรรพนาม และค าอ้างถึง ตามแนวภาษาศาสตร์ เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจใน ค าศัพท์ทั้งสามมากขึ้น บทความนี้ได้แบ่งออกเป็นสามส่วน ในส่วนแรกผู้เขียนจะกล่าวถึงสรรพนาม (pronoun) และหน่วยสรรพนาม (pronominal) อย่างละเอียดตามแนวคิดทฤษฎีภาษาศาสตร์ และมุ่ง เปรียบเทียบเพื่อให้เห็นความแตกต่างของค าศัพท์ทั้งสองในทางวากยสัมพันธ์และอรรถศาสตร์ ส่วนที่สองมุ่ง อธิบายเรื่องค าอ้างถึง (term of reference) และในส่วนสุดท้ายผู้เขียนจะเปรียบเทียบสรุปความแตกต่างของ ค าศัพท์ทั้งสามให้ชัดเจน (วารสารมนุษยศาสตร์ปีที่ 23 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน 2559) หน้า 3 ภาควิชา ภาษาต่างประเทศ คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ส าหรับการจัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับเรื่อง Subject Pronouns and Object Pronouns หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Back to school แผนการสอนที่ 2 เรื่อง Grammar b รายวิชาภาษาอังกฤษ พื้นฐาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 นักเรียนสับสนการใช้ Subject Pronouns and Object Pronounsในประโยคท าให้ใช้ในโครงสร้างประโยคผิดพลาด ส่งถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ ามาก ดังนั้น ผู้วิจัยจึงได้หาทางแก้ไขปัญหานี้ โดยเลือกใช้สื่อการเรียนรู้ประกอบการเรียนการสอนด้วยแบบฝึกทักษะ เรื่อง Subject Pronouns and Object Pronouns จ านวน 3 แบบฝึก มีความน่าสนใจมากขึ้น บรรลุ


จุดประสงค์การเรียนรู้ สอดคล้องกับตัวชี้วัด และมาตรฐานการเรียนรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อพัฒนาทักษะการเขียน เรื่อง Subject Pronouns and Object Pronouns ให้ถูกต้องตามโครงสร้างไวยากรณ์โดยใช้แบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 โรงเรียนพิมาย วิทยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 2. เพื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนและก่อนเรียน เรื่อง Subject Pronouns and Object Pronouns หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Back to school รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/8 3. เพื่อหาประสิทธิภาพของเครื่องมือตามเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ที่ 70/70 ขอบเขตการวิจัย 1. ขอบเขตด้านประชากร คือ นักเรียนกลุ่มเป้าหมายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 จ านวน 40 คน โรงเรียนพิมายวิทยา อ าเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 2. ขอบเขตด้านเนื้อหา สาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ -หนังสือเรียน Spark m.1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 Back to school แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง Grammar 1b - ขอบเขตด้านเวลา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 นิยามศัพท์เฉพาะ 1. ความสามารถในการใช้โครงสร้างไวยากรณ์หมายถึง นักเรียนเข้าใจการใช้ Subject Pronouns and Object Pronouns 2. แบบฝึกทักษะ หมายถึง แบบฝึกทักษะ Subject Pronouns and Object Pronouns มีทั้งหมด 3 แบบได้แก่ 1) จับคู่ 2) วงกลมล้อมรอบตัวเลือกที่ถูกต้องมี 2 ตัวเลือก 3) เขียนเติม Object Pronouns ให้ถูกต้อง 3. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน หมายถึง ข้อสอบที่ใช้วัดทักษะการ Subject Pronouns and Object Pronouns เป็นแบบปรนัย 10 ข้อ 4. นักเรียน หมายถึง กลุ่มตัวอย่างที่ได้จากการสุ่มอย่างง่ายจากนักเรียนทั้งหมด 6 ห้อง สุ่มมา 1 ห้อง ซึ่งก็คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 จ านวน 40 คน


ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. เป็นแนวทางในการสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ประกอบการเรียนการสอน เรื่อง Subject Pronouns and Object Pronouns หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Back to school 2. เป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนรู้ เรื่อง Subject Pronouns and Object Pronouns หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Back to school รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 ให้บรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้และสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ วิธีการด าเนินการวิจัย การพัฒนาทักษะการเขียน Subject Pronouns and Object Pronouns ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/8 โรงเรียนพิมายวิทยา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้า ได้ก าหนดขั้นตอนในการด าเนินการศึกษาค้นคว้าตามล าดับ ดังต่อไปนี้ 1. ตัวแปรที่ศึกษา 2. กลุ่มเป้าหมาย 3. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 4. การสร้าง และหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ 5. รูปแบบของการศึกษา 6. การด าเนินการศึกษาค้นคว้า 7. การวิเคราะห์ข้อมูล 8. การเก็บรวบรวมข้อมูล 1. ตัวแปรที่ศึกษา ตัวแปรอิสระ ได้แก่ แบบฝึกทักษะการเรียนรู้ประกอบการเรียนการสอน เรื่อง Subject Pronouns and Object Pronouns จ านวน 3 แบบฝึก ตัวแปรตาม ได้แก่ - ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง Subject Pronouns and Objects Pronouns หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Back to school แผนการสอนที่ 2 เรื่อง Grammar b รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 - คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนและก่อนเรียน เรื่อง Subject Pronouns and Objects Pronouns หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Back to school แผนการสอนที่ 2 เรื่อง Grammar b รายวิชาภาษาอังกฤษ พื้นฐาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 - เกณฑ์ประสิทธิภาพที่ก าหนดไว้ 70/70


2.กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 จ านวน 40 คน ที่เรียนรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ในภาค เรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 3.เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แบบฝึกทักษะการเรียนรู้ประกอบการเรียนการสอน เรื่อง Subject Pronouns and Objects Pronouns หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Back to school 2. แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการ เรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Back to school ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Back to school แผนการสอนที่ 2 เรื่อง Grammar b รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ซึ่งเป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบ จ านวน 10 ข้อ 4.การสร้าง และหาประสิทธิภาพของเครื่องมือ 4.1 การสร้างและพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนประโยคภาษาอังกฤษ วิชาภาษาอังกฤษ พื้นฐาน รหัส อ 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้ศึกษาได้ด าเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 4.1.1 ศึกษาหลักสูตร โครงสร้างของหลักสูตร จุดประสงค์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาอังกฤษ พื้นฐาน รหัส อ21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนพิมายวิทยา อ าเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา 4.1.2 ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับหลักการและวิธีการสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการเขียน จากแนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนงานวิจัยที่สอดคล้องกับวิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ การเขียน 4.1.3 ศึกษา เอกสารที่เกี่ยวข้องและสอดคล้องกับ เนื้อหา ของรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1 รหัสวิชา อ21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดท าแผนการเรียนรู้ และจัดท าแบบฝึกเสริม ทักษะการเขียน ประกอบแผนการเรียนรู้ ซึ่งประกอบไปด้วยแบบฝึกทักษะจ านวน 3 แบบฝึก 4.1.4 น าแบบฝึกเสริมทักษะที่ได้จัดท าเสร็จแล้วไปให้ผู้เชี่ยวชาญ จ านวน 3 ท่าน ตรวจสอบ พิจารณาแก้ไข 4.1.4.1 ปรับปรุงแก้ไขแบบฝึกเสริมทักษะ ตามค าแนะน าของผู้เชี่ยวชาญ 4.1.4.2 น าแบบฝึกเสริมทักษะที่ผ่านการปรับปรุงแก้ไขแล้วน าไปทดลองใช้กับนักเรียน ระดับ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนพิมายวิทยา อ าเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมาที่ไม่เคยเรียน เนื้อหามาก่อน หาประสิทธิภาพและพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์70/70 ซึ่งมี ขั้นตอนด าเนินการ 3 ขั้นตอนดังนี้ 1. การทดลองแบบกลุ่มเล็ก โดยคัดเลือกนักเรียนที่มีคะแนนผลการเรียนกลุ่มอ่อน กลุ่ม ปานกลางและกลุ่มเก่ง กลุ่มละ 1 คนได้ทดลองใช้แบบฝึกเสริมทักษะที่ได้จัดท าขึ้น เพื่อหาข้อบกพร่อง ของ


ภาษาที่ใช้และความชัดเจนในการสื่อความหมายความเหมาะสมของภาพประกอบตลอดจนสิ่งที่ท าให้ผู้เรียน เกิดปัญหาและสังเกตเวลาที่ใช้ในการเรียน น าผลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไขและน าผลคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์หา ประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะ 2. การทดลองแบบกลุ่มกลาง น าแบบฝึกเสริมทักษะที่ได้ผ่านการปรับปรุงแก้ไขครั้งที่หนึ่ง แล้วไปทดลองใช้กับนักเรียนจ านวน 10 คน ที่มีผลการเรียนกลุ่มอ่อน กลุ่มปานกลาง และกลุ่มเก่ง ใน อัตราส่วน 3 ต่อ 4 ต่อ 3 โดยให้ผู้เรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียนและเรียนจากแบบฝึกเสริมทักษะหลังจากนั้น ท าแบบทดสอบหลังเรียน สังเกตผู้เรียนในขณะท าการเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ เวลาที่ใช้และร่วมกัน อภิปรายหาข้อบกพร่องของแบบฝึกเสริมทักษะ น าผลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไขอีกครั้งน าผลคะแนนที่ได้มา วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะ 3. การทดลองแบบกลุ่มใหญ่ น าแบบฝึกเสริมทักษะที่ได้ผ่านการปรับปรุงแก้ไขครั้งที่หนึ่ง แล้วไปทดลองใช้กับนักเรียนจ านวน 20 คน ที่มีผลการเรียนกลุ่มอ่อน กลุ่มปานกลาง และกลุ่มเก่ง ใน อัตราส่วน 7 ต่อ 6 ต่อ 7 โดยให้ผู้เรียนท าแบบทดสอบก่อนเรียนและเรียนจากแบบฝึกเสริมทักษะหลังจากนั้น ท าแบบทดสอบหลังเรียน สังเกตผู้เรียนในขณะท าการเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ เวลาที่ใช้และร่วมกัน อภิปรายหาข้อบกพร่องของแบบฝึกเสริมทักษะ น าผลที่ได้มาปรับปรุงแก้ไขอีกครั้งน าผลคะแนนที่ได้มา วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะ 3.1.13 ปรับปรุงแก้ไขแบบฝึกเสริมทักษะเพื่อน าไปใช้เป็นเครื่องมือในการศึกษาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 4.2 การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1 หัส อ21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการเขียนประกอบการจัดการเรียนรู้ จ านวน 1 เรื่อง เป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก แบบทดสอบนี้ใช้เป็นแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน มี ขั้นตอนการด าเนินงานดังนี้ 4.1 ศึกษาวิธีสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากเอกสารต าราเกี่ยวกับการวัดผล ประเมินผล การสร้างแบบทดสอบ 4.2 วิเคราะห์เนื้อหามาตรฐานการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ของวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1 รหัส อ21101 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จ านวน 1 เรื่อง แล้วน าผลการวิเคราะห์ไปสร้างแบบทดสอบแบบ ปรนัย 4 ตัวเลือก 4.3 สร้างแบบทดสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก ของแบบฝึกเสริมทักษะที่ใช้ประกอบการจัดการ เรียนรู้ ให้ครอบคลุมและสอดคล้องกับเนื้อหาและจุดประสงค์ของการเรียนรู้ก าหนดไว้ 4.4 น าแบบทดสอบที่สร้างขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญ จ านวน 3 ท่านตรวจสอบความเที่ยงตรง เชิงเนื้อหาและวิเคราะห์ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์เลือกแบบทดสอบที่มีค่าดัชนีความ สอดคล้องตั้งแต่ระดับ 0.5 ขึ้นไป 4.5 น าแบบทดสอบไปใช้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/6 โรงเรียนพิมายวิทยา ที่เคย เรียนมาแล้ว จ านวน 40 คนมาตรวจให้คะแนน น าข้อมูลมาวิเคราะห์หาค่าความยากง่าย (p) และค่าอ านาจ จ าแนก (r) โดยถือเกณฑ์การพิจารณาคือให้ข้อสอบมีค่าความยากง่าย (p) ระหว่าง 0.20 – 0.80และค่าอ านาจ จ าแนก (r) มีค่าตั้งแต่ 0.2ขึ้นไป (พวงรัตน์ทวีรัตน์,2540)


5. รูปแบบของการศึกษา ใช้รูปแบบการศึกษาโดยการทดลองกลุ่มเดียว แต่มีการวัดผลก่อนเรียนและหลังเรียน (One Group Pretest – Posttest Design) (โสภณ นุ่มทอง,2540) ดัง แผนภูมิ สัญลักษณ์ที่ใช้ในแบบแผนการทดลอง O1 หมายถึง การวัดผลก่อนเรียน X1 หมายถึง การเรียนด้วยแบบฝึกเสริมทักษะ O2 หมายถึง การวัดผลหลังเรียน 6. วิธีด าเนินการศึกษา ในการด าเนินการศึกษาครั้งนี้ได้ด าเนินการสร้างและพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้วิชา ภาษาอังกฤษพื้นฐาน รหัส อ 21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นแบบฝึกเสริมทักษะการเขียน จ านวน 1 หน่วยการเรียนรู้ จ านวน 3 แบบฝึกเสริมทักษะได้แก่ แบบฝึกทักษะที่ 1 แบบฝึกทักษะที่ 2 และแบบฝึก ทักษะที่ 3 และแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนในแต่ละแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนมาด าเนินการ จัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1/8 โรงเรียนพิมายวิทยาปีการศึกษา 2566 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จ านวน 40 คนโดยผู้ศึกษาเป็นผู้ด าเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนด้วยตนเอง ใช้เวลาในการ จัดการเรียนรู้ จ านวน 12 ชั่วโมง ซึ่งมีขั้นตอนในการจัดการเรียนรู้ ดังนี้ 1. ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในแต่ละแบบฝึกเสริม ทักษะการเขียนก่อนที่จะด าเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จ านวน 10 ข้อ 2. น าแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนมาด าเนินการจัดการเรียนรู้กับนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างตาม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ได้ก าหนดไว้ มีขั้นตอนการสอนดังนี้ 2.1 ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน เป็นการเตรียมความพร้อม สร้างแรงจูงใจในการเรียนด้วยวิธีการต่างๆ 2.2 ขั้นสอน ผู้สอนด าเนินการสอนโดยให้ผู้เรียนได้ศึกษาเนื้อหาที่เรียนในแบบฝึกเสริมทักษะที่ แจกให้ ประกอบการสอนของครูผู้สอน พร้อมกับยกตัวอย่างประกอบการสอนที่หลากหลาย 2.3 ให้ผู้เรียนได้ซักถามในเรื่องที่สงสัยและไม่เข้าใจ แล้วให้ผู้เรียนได้ท าแบบฝึกเสริมทักษะการ เขียนที่แจกให้ ตรวจสอบค าตอบโดยเพื่อนในห้องจากเฉลยที่อยู่ในท้ายแบบฝึกเสริมทักษะแล้วแจ้งคะแนนใน การท าแบบฝึกเสริมทักษะดังกล่าวให้กับครูผู้สอนเพื่อน าคะแนนที่ได้ไปวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป 2.4 ขั้นสรุปบทเรียน เป็นการสรุปความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนมา โดยการอภิปราย ร่วมกัน และซักถามความเข้าใจ 3. ทดสอบหลังเรียน (Post-test) เมื่อด าเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้แล้วให้นักเรียนท า แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนจ านวน 10 ข้อ 4. ตรวจให้คะแนน น าคะแนนที่ได้ไปวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่า t – test ต่อไป O1 X1 O2


7. การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาน าข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 7.1 การหาประสิทธิภาพบทเรียนส าเร็จรูป ใช้สูตร E1/ E2 = 70/70 8.การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้น านวัตกรรม คือ แบบฝึกทักษะการเรียนรู้ประกอบการเรียนการสอน เรื่อง Subject Pronouns and Objects Pronouns หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Back to school และเครื่องมือในการ เก็บเก็บรวบรวมข้อมูลซึ่ง ได้แก่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง Subject Pronouns and Objects Pronouns หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Back to school แผนการสอนเรื่อง Grammar b จ านวน 1 แผนกลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 จ านวน 40 คน ที่เรียนรายวิชา ภาษาอังกฤษ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ระหว่างวันที่ 15 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2566 ถึง วันที่ 26 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล 1. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ได้ท าการตรวจ กระดาษค าตอบของนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยก าหนดเกณฑ์คือ ตอบถูกได้ 1 คะแนน ตอบไม่ถูกต้องได้ 0 คะแนน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (X) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เปรียบเทียบผลเรียนรู้ ภาษาอังกฤษของนักเรียนที่ได้รับการสอนเสริมทักษะ เรื่อง Subject Pronouns and Object Pronouns ก่อนเรียนและหลังเรียน ผลปรากฏว่า คะแนนความก้าวหน้า เป็นรายบุคคลสูงขึ้น 2. การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนและก่อนเรียน เรื่อง Subject Pronouns and Objects Pronouns หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Back to school รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/8 พบว่า นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 8.59 และคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน คิดเป็นร้อยละ 3.48 คะแนนร้อยละความก้าวหน้าโดยเฉลี่ย คือ 5.11 ผลปรากฏว่า คะแนนผลสัมฤทธิ์หลัง เรียนสูงขึ้น แสดงว่านักเรียนมีความสามารถในการเรียนรู้สูงขึ้น 3. ประสิทธิภาพของเครื่องมือ (E1/E2) เท่ากับ 73.5/87.75


ตารางที่ 1 แสดงคะแนนทดสอบก่อนเรียน แบบฝึกทักษะที่ 1 แบบฝึกที่ 2 แบบฝึกที่ 3 และแบบทดสอบ หลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 จ านวน 40 คน เลขที่ ชื่อ-สกุล Pretest แบบฝึกที่ 1 แบบฝึกที่ 2 แบบฝึกที่ 3 คะแนนรวม แบบฝึก Posttest คะแนน 10 10 10 10 30 10 1 กันทรากร 4 4 5 9 18 10 2 ชยางกูร 1 4 3 2 9 7 3 ธนากร 4 9 6 9 24 10 4 นพเก้า 2 5 5 2 12 5 5 ปัณณวิชญ์ 1 4 6 5 15 7 6 พลพิทักษ์ 2 7 6 9 22 9 7 พิชญะ 5 9 8 7 24 9 8 ภูบดินทร์ 2 10 8 9 27 9 9 ภูรี 1 4 7 6 17 8 10 ยิ่งพิทฒ์ชญะ 3 9 10 9 28 10 11 ยุทธการณ์ 3 9 8 7 24 5 12 รณชัย 7 9 8 6 23 10 13 วรวิทย์ 3 10 9 10 29 10 14 วินเซ้น 4 3 5 3 11 6 15 ศุภณัฐ 4 8 7 8 23 5 16 อภิชาต 9 10 10 9 29 10 17 กรวินท์ 6 4 10 3 17 6 18 กฤติยา 0 10 10 9 29 9 19 กวินทิพย์ 2 5 9 7 21 10 20 กัญญพัชร 1 2 5 2 9 10 21 กัญญาพร 7 7 9 8 24 10 22 ญาณภัทร 6 7 7 7 21 8 23 ญาณิศา 2 10 7 8 25 10 24 ธีมาพร 3 10 8 7 25 8 25 นิชธาวัลย์ 3 10 9 9 28 10 26 ปภาวรินทร์ 2 7 5 5 17 8 27 ปราริชาติ 5 3 8 1 12 7 28 ปัญญาพร 4 10 9 9 28 10 29 พิชชาพร 1 8 10 9 27 8 30 พิชญา 4 10 9 10 29 10 31 ภัทรสุดา 1 5 8 6 19 9


32 ภัทราพร 4 7 9 7 23 9 33 ยอพระกลิ่น 1 5 4 3 12 10 34 รติรัตน์ 4 10 7 7 24 10 35 วรรณมิศา 3 7 8 3 18 7 36 วรวลัญชญ์ 6 9 10 8 27 9 37 อภิชญา 2 10 9 9 28 10 38 อรกานต์ 3 7 4 6 17 7 39 อัญชิสา 3 7 5 3 15 7 40 อินพิรา 4 9 7 6 22 9 คะแนนรวม 142 303 307 272 882 351 คะแนนเฉลี่ย 6.76 14.43 14.62 12.95 42.00 16.71 จากตารางที่ 1 พบว่า คะแนนการทดสอบก่อนเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 เฉลี่ยเท่ากับ 6.67 คะแนนแบบฝึกที่ 1 เฉลี่ยเท่ากับ 14.43 คะแนนแบบฝึกที่ 2 เฉลี่ยเท่ากับ 14.62 คะแนนแบบฝึกทักษะ ที่ 3 เฉลี่ยเท่ากับ 12.95และคะแนนทดสอบหลังเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 16.71 ตามล าดับและเมื่อเปรียบเทียบ ระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 ไม่แตกต่างจากก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ


ตารางที่ 2 แสดงคะแนนร้อยละของทดสอบก่อนเรียน แบบฝึกทักษะที่ 1 แบบฝึกที่ 2 แบบฝึกที่ 3 และ แบบทดสอบหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 จ านวน 40 คน คน ที่ ชื่อ-สกุล ก่อน เรียน หลัง เรียน ความก้าว หน้า ร้อยละ แบบฝึกที่1 แบบฝึกที่ 2 แบบฝึกที่ 3 10 10 (10คะแนน) (10คะแนน) (10คะแนน) 1 กันทรากร ดีนา 4 10 6 60.00 4 5 9 2 ชยางกูร ลาดกระโทก 1 7 6 60.00 4 3 2 3 ธนากร ภัสสรภานุมาศ 4 10 6 60.00 9 6 9 4 นพเก้า อินปัญโญ 2 5 3 30.00 5 5 2 5 ปัณณวิชญ์ ปาสารักษ์ 1 7 6 60.00 4 6 5 6 พลพิทักษ์ แก้วหิน 2 9 7 70.00 7 6 9 7 พิชญะ ชูชื่น 5 9 4 40.00 9 8 7 8 ภูบดินทร์ สันทาลุนัย 2 9 7 70.00 10 8 9 9 ภูรี แขกพิมาย 1 8 7 70.00 4 7 6 10 ยิ่งพิทฒ์ช ญะ ภิญโญ 3 10 7 70.00 9 10 9 11 ยุทธการณ์ ทองสุข 3 5 5 50.00 9 8 7 12 รณชัย กันยะวงหา 7 10 3 30.00 9 8 6 13 วรวิทย์ เกี่ยวพิมาย 3 10 7 70.00 10 9 10 14 วินเซ้น ฮอพแมน 4 6 2 20.00 3 5 3 15 ศุภณัฐ ทามูล 4 5 1 10.00 8 7 8 16 อภิชาติ จันทร์เพ็ญ 9 10 1 10.00 10 10 9 17 กรวินท์ นงค์สูงเนิน 6 6 0 0.00 4 10 3 18 กฤติยา ยอดนา 0 9 9 90.00 10 10 9 19 กวินทิพย์ ไม้โคกสูง 2 10 8 80.00 5 9 7 20 กัญญพัชร บุญเลิศ 1 10 9 90.00 2 5 2 21 กัญญาพร เนาวสุข 7 10 3 30.00 7 9 8 22 ญาณภัทร อุบลสาร 6 8 2 20.00 7 7 7 23 ญาณิศา รุมงูเหลือม 2 10 8 80.00 10 7 8 24 ธีมาพร โพธิ์นอก 3 8 5 50.00 10 8 7 25 นิชธาวัลย์ ขันสระน้อย 3 10 7 70.00 10 9 9


26 ปภาวริ นทร์ หัสดี 2 8 6 60.00 7 5 5 27 ปราริชาติ ตะบอง 5 7 2 20.00 3 8 1 28 ปัญญาพร ช่างเกวียน 4 10 6 60.00 10 9 9 29 พิชชาพร พวงสมบัติ 1 8 7 70.00 8 10 9 30 พิชญา ค านาจ 4 10 6 60.00 10 9 10 31 ภัทรสุดา แซ่แต้ 1 9 8 80.00 5 8 6 32 ภัทราพร มุขดา 4 9 5 50.00 7 9 7 33 ยอพระ กลิ่น สังฆมณี 1 10 9 90.00 5 4 3 34 รติรัตน์ ข าสาคร 4 10 6 60.00 10 7 7 35 วรรณมิศา สุวรรณ รุ่งโรจน์ 3 7 4 40.00 7 8 3 36 วรวลัญช ญ์ ช่ าชอง 6 9 3 30.00 9 10 8 37 อภิชญา สินค้า 2 10 8 80.00 10 9 9 38 อรกานต์ ปรีชาชาญ 3 7 4 40.00 7 4 6 39 อัญชิสา เมฆา 3 7 4 40.00 7 5 3 40 อินพิรา ศรีสร้อย 4 9 5 50.00 9 7 6 X 3.48 8.59 5.11 51.11 7.41 7.70 6.37 S.D 2.08 1.53 2.71 27.08 2.52 1.94 2.59 จากตารางที่ 2 พบว่า คะแนนค่าเฉลี่ยร้อยละความก้าวหน้าการทดสอบหลังเรียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/8 ทุกคนเพิ่มขึ้นเท่ากับร้อยละ 51.11 ตารางที่ 3 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติทดสอบที และระดับนัยส าคัญทางสถิติของการ ทดสอบเปรียบเทียบคะแนนสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1/8 จ านวน 40 คน (N=40) โดยใช้โปรแกรมค านวณ การทดสอบ X S.D. D 2 S.D. t Sig.(1-tailed) ก่อนเรียน 3.30 1.98 5.23 2.43 13.58 * 0.0000 หลังเรียน 8.53 1.62


จากตารางที่ 3 พบว่า การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 มีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 3.30 และ 8.53 ตามล าดับและเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ไม่แตกต่าง จากก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติ ตารางที่ 4 แสดงการหาค่า หาค่า E1/E2ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของนวัตกรรมที่มาใช้ในการวิจัย หาค่า E1/E2 ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของนวัตกรรมที่น ามาใช้ในการวิจัย ประสิทธิภาพของ กระบวนการ (E1) ประสิทธิภาพของผลโดยรวม (E2) เกณฑ์มาตรฐาน 70 70 ผลการวิเคราะห์ 73.5 87.75 การแปลผล สูงกว่าเกณฑ์ สูงกว่าเกณฑ์ หาค่า E.I. ผลการวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิผลของนวัตกรรมที่น ามาใช้ในการวิจัย ดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ร้อยละของดัชนีประสิทธิผล ผลการวิเคราะห์ 0.5111 51.11 การแปลผล หลังการเรียนโดยใช้นวัตกรรม ผู้เรียน มีคะแนนเพิ่มขึ้นร้อยละ 51.11 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนและก่อนเรียน เรื่อง Subject Pronouns and Objects Pronouns หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Back to school แผนการสอนที่ 2 เรื่อง Grammar b รายวิชา ภาษาอังกฤษพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 พบว่า นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนคิดเป็นร้อย ละ 8.53 แสดงว่า นักเรียนมีความสามารถในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


อภิปรายผล การพัฒนาทักษะการเขียน Subject Pronouns and Object Pronouns ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/8 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนพิมายวิทยา ปรากฏผลดังนี้ 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้เรื่อง Subject Pronouns and Object Pronouns ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 หลังเรียนเพิ่มสูงกว่าก่อนเรียน 2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีคะแนนพัฒนาการ เท่ากับ ร้อยละ 5.11 ของคะแนนที่ได้จาก แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน 3. ประสิทธิภาพของเครื่องมือ (E1/E2) เท่ากับ 73.5 /87.75 สูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพที่ตั้งไว้ที่ 70/70 สรุปผลการวิจัย จากสรุปผลการวิจัย พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 จ านวน 40 คน มีค่าเฉลี่ยการประเมิน โดยการใช้แบบฝึกทักษะการเรียนรู้ประกอบการเรียนการสอน เรื่อง Subject Pronouns and Objects ใช้ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/8 โดยภาพรวมดีขึ้น และมีผลการเรียนหลังการใช้แบบฝึกทักษะการเรียนรู้ ดีกว่าก่อนการใช้ แสดงให้เห็นว่าการใช้แบบฝึกทักษะการเรียนรู้สามารถช่วยให้นักเรียนเรียนเกิดการเรียนรู้ และเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ผลนักเรียนมีพัฒนาการด้านการเรียนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1/8 เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข้อเสนอแนะ 1. ควรมีการท าวิจัยในชั้นเรียนครั้งต่อไปโดยใช้กับกลุ่มตัวอย่างอื่นๆ และใช้สื่อที่หลากหลายเพิ่มขึ้น


บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2551) หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพ ฯ : โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย กรมวิชาการ (2545) คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ กานดา พูนลาภทวี. (2530). สถิติเพื่อการวิจัย. กรุงเทพฯ : ฟิสิกส์เซ็นเตอร์การพิมพ์. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 กิตตินาถ เรขาลิลิต.2559. วารสารมนุษยศาสตร์ปีที่ 23 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน 2559) หน้า 3 ภาควิชาภาษาต่างประเทศ คณะมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) ------------------------------


Click to View FlipBook Version