5คำ�แนะนำ�ท่ี /2564
คมู่ ือการตรวจวิเคราะห์
สารเคมีตกค้างในผลผลติ การเกษตร
กระทรกวรงมเสก่งษเตสรริแมลกะาสรเหกกษรตณร์
SCAN ME
ดาวนโ์ หลดไฟล์
แบบบันทึกขอ้ มลู /แบบรายงานผล/แบบสรปุ ผล
การตรวจวเิ คราะหห์ าสารเคมตี กคา้ งในผลผลติ ทางการเกษตร
คำ�แนะนำ�ท่ี 5 / 2564
คู่มือการตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในผลผลิตการเกษตร
พมิ พ์ครั้งท่ี 1 : พ.ศ. 2564 จ�ำ นวน 1,000 เล่ม
ออกแบบ/พมิ พท์ ี่ : กลุ่มโรงพมิ พ์ ส�ำ นักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลย ี
จดั พมิ พ์ : กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
คำ�นำ�
กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำ�เนินการส่งเสริมการปรับพฤติกรรมการใช้
สารเคมีป้องกันและกำ�จัดศัตรูพืชของเกษตรกร ภายใต้โครงการยกระดับคุณภาพ
มาตรฐานสินค้าเกษตร กิจกรรมส่งเสริมการอารักขาพืชเพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพ
การผลิตสินค้าเกษตร เพ่ือสร้างความสามารถในการแข่งขัน ผลักดันให้
ภาคการเกษตรสามารถสร้างมูลค่าด้วยตัวสินค้าเอง โดยการพัฒนาสินค้าเกษตร
ให้มีความเป็นอัตลักษณ์ พัฒนาผลผลิตให้มีความปลอดภัยท้ังกระบวนการผลิต
และผลผลิต พร้อมท้ังมีการตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในผลผลิตการเกษตร
ด้วยชุดทดสอบแบบง่าย ซึ่งเป็นการคัดกรองคุณภาพความปลอดภัยของผลผลิต
เพื่อสร้างความม่ันใจให้กับผู้บริโภค และเป็นการทวนสอบกระบวนการผลิต
เพื่อสร้างความตระหนักให้กับเกษตรกรในการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องเพื่อให้ได้
ผลผลติ ท่ีมคี วามปลอดภัย
เอกสารค�ำแนะน�ำ เร่ือง “คู่มือการตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้าง
ในผลผลิตการเกษตร” ฉบับนี้ ประกอบด้วย การสุ่มเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจ
วเิ คราะหส์ ารเคมตี กคา้ ง ขนั้ ตอนและเทคนคิ ในการตรวจวเิ คราะหส์ ารเคมกี �ำจดั แมลง
ตกค้าง กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต กลุ่มคาร์บาเมต กลุ่มไพรีทรอยด์ และ
การตรวจวิเคราะห์สารป้องกันก�ำจัดโรคพืชกลุ่มไดไธโอคาร์บาเมต และ
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือการตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในผลผลิตการเกษตร
ฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ให้มีความเข้าใจถึง
ขน้ั ตอนการตรวจวเิ คราะหแ์ ละเทคนคิ ตา่ ง ๆ สามารถตรวจวเิ คราะหไ์ ดอ้ ยา่ งแมน่ ย�ำ
มีประสทิ ธภิ าพ เพือ่ สร้างความมั่นใจใหก้ ับผบู้ ริโภคตอ่ ไป
กรมส่งเสริมการเกษตร
2564
สารบัญ
136
19 25
บทน�ำ 1
การส่มุ เก็บตัวอย่างเพือ่ ตรวจวิเคราะหส์ ารเคมีตกค้าง 3
การตรวจวเิ คราะห์สารเคมตี กคา้ งของสารก�ำจดั แมลงกลมุ่ ออรก์ าโนฟอสเฟต 6
และคารบ์ าเมต ในผลผลิตการเกษตรด้วยชดุ ทดสอบ GT-TEST KIT
การตรวจวิเคราะหส์ ารเคมีตกคา้ งของสารก�ำจดั แมลงกล่มุ ไพรีทรอยด์ 19
ในผลผลิตการเกษตรดว้ ยชดุ ทดสอบ PY-TEST KIT
การตรวจวเิ คราะห์สารเคมีตกค้างของสารก�ำจัดเชอื้ รากลมุ่ ไดไธโอคารบ์ าเมต 25
ในผลผลติ การเกษตรดว้ ยชดุ ทดสอบ DTC-TEST KIT
เอกสารอา้ งองิ 30
บทนำ�
การส่งเสริมการผลิตที่ถูกต้องเหมาะสมให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะการป้องกัน
ก�ำจดั ศตั รูพืชที่มีหลากหลายวธิ กี าร ไมว่ า่ จะเปน็ การใชว้ ิธเี ขตกรรม วธิ กี ล วธิ ีทางกายภาพ
วิธีทางพันธุกรรม วิธีทางกฎหมาย ชีววิธี และการใช้สารเคมีในการป้องกันก�ำจัดศัตรูพืช
ซ่ึงแต่ละวิธีมีประสิทธิภาพและข้อจ�ำกัดแตกต่างกันไป และสารเคมีก็เป็นทางเลือกหน่ึง
ที่เกษตรกรนิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากสามารถก�ำจัดศัตรูพืชได้หลายชนิด
มปี ระสทิ ธภิ าพ และประหยดั เวลา การผลิตท่มี ุ่งใหไ้ ดผ้ ลผลติ สูง มคี ุณภาพ ปราศจากโรค
และแมลงน้ัน จ�ำเป็นต้องใช้สารเคมี โดยเฉพาะพืชผักนั้นมักพบแมลงศัตรูพืชมาก
ท�ำให้เกษตรกรต้องใช้สารเคมีป้องกันก�ำจัดศัตรูพืช โดยเฉพาะสารเคมีก�ำจัดแมลง
กลุม่ ออรก์ าโนฟอสเฟต กลุ่มคารบ์ าเมต กลมุ่ ไพรีทรอยด์ เกษตรกรจะตอ้ งค�ำนงึ ถึงการใช้
สารเคมปี อ้ งกนั ก�ำจดั ศตั รพู ชื อยา่ งถกู ตอ้ งและปลอดภยั โดยใชส้ ารเคมตี รงชนดิ กบั ศตั รพู ชื
ใช้ถูกอัตรา ใช้ถูกระยะเวลา และการใช้สารเคมีให้ถูกวิธี หากเกษตรกรใช้ไม่ถูกต้อง
อาจเกิดสารเคมีตกค้าง (Residue) ในผลผลติ และสิ่งแวดลอ้ ม ศตั รูพชื สร้างความต้านทาน
(Resistance) เกิดการระบาดเพิ่มขึน้ ของศัตรพู ชื (Resurgence) และยงั เกิดผลขา้ งเคียง
(Side effect) ต่อมนุษย์ ส่ิงแวดล้อม ศัตรูธรรมชาติ และแมลงมีประโยชน์ สารเคมี
ท่ีเกษตรกรใช้ ได้แก่ สารก�ำจัดแมลง สารป้องกันก�ำจัดโรคพชื สารก�ำจดั วชั พชื เป็นต้น
สารเคมีตกค้างทางการเกษตร (pesticide residues) หมายถึง สารตกค้าง
ในสินค้าเกษตรท่ีเกิดจากการใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร และรวมถึงกลุ่มอนุพันธ์
วัตถุอันตรายทางการเกษตร เป็นปัญหาส�ำคัญที่เกิดขึ้นกับภาคเกษตร ส่งผลกระทบ
กบั สขุ ภาพเพราะการบรโิ ภคอาหารทมี่ สี ารเคมตี กคา้ งอาจสะสมในรา่ งกายกอ่ ใหเ้ กดิ อนั ตรายได้
และยงั กระทบกบั สนิ คา้ เกษตรทจ่ี �ำหนา่ ยทงั้ ในประเทศและการสง่ ออก การทผ่ี ลผลติ เกษตร
มสี ารเคมตี กคา้ งสง่ ผลกระทบรา้ ยแรงตอ่ เศรษฐกจิ ของประเทศชาต ิ ดงั ทสี่ หภาพยโุ รป (EU)
เคยระงับการน�ำเข้าผักผลไม้ไทยเนื่องจากมีการตรวจพบสารเคมีเกษตรตกค้างเกิน
ค่ามาตรฐานหรือปรมิ าณสารเคมตี กคา้ งสูงสดุ ทีม่ ไี ด้ในสินคา้ เกษตร (Maximum Residue
Limits, MRLs) สารเคมีตกค้างที่มักตรวจพบ เช่น สารกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต
กลมุ่ คารบ์ าเมต กล่มุ ไพรีทรอยด์ เป็นต้น
การตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในผลผลิตการเกษตรด้วยวิธีมาตรฐาน โดยใช้
เทคนิคทางเคมี เช่น High Performance Liquid Chromatography (HPLC) และ
Gas Chromatography (GC) เปน็ เรอ่ื งท่ีเขา้ ถงึ ยากส�ำหรบั เกษตรกรหรอื ประชาชนทวั่ ไป
เน่ืองจากเป็นวิธีที่ต้องท�ำในห้องปฏิบัติการท่ีได้มาตรฐาน มีค่าใช้จ่ายสูง ผู้ปฏิบัติงาน
ตอ้ งเปน็ ผทู้ ม่ี คี วามเชยี่ วชาญเทา่ นน้ั ขนั้ ตอนการตรวจวเิ คราะหใ์ ชเ้ วลานาน แตผ่ ลวเิ คราะห์
มคี วามละเอยี ด สามารถระบชุ นดิ และปรมิ าณของสารเคมตี กคา้ งได ้ การวเิ คราะหส์ ารเคมตี กคา้ ง
ด้วยวิธีมาตรฐานน้ี เกษตรกรที่ผลิตพืชตามระบบ GAP จะได้รับการตรวจวิเคราะห์
ผลผลิตโดยกรมวชิ าการเกษตรเพอื่ เขา้ สู่การรับรองระบบการผลิตดงั กลา่ ว รวมทัง้ ผลผลติ
1คมู่ อื การตรวจวเิ คราะหส์ ารเคมตี กคา้ งในผลผลติ การเกษตร
ส่งออกต้องผ่านกระบวนการตรวจวิเคราะห์ตามข้อก�ำหนดของประเทศคู่ค้า ซ่ึงเป็นตาม
มาตรฐานสากล และมาตรฐานของแต่ละประเทศ ส่วนผลผลิตส่วนใหญ่ที่จ�ำหน่าย
เพ่ือบริโภคภายในประเทศไม่มีการตรวจวิเคราะห์สารตกค้างด้วยวิธีมาตรฐาน เน่ืองด้วย
ขอ้ จ�ำกดั ดงั กลา่ วขา้ งตน้ ดงั นนั้ จงึ มผี เู้ ชยี่ วชาญ และนกั วชิ าการทเี่ กย่ี วขอ้ งหลายหนว่ ยงาน
ให้ความส�ำคัญและได้พัฒนาชุดตรวจคัดกรอง หรือชุดตรวจสอบสารตกค้างเบื้องต้น
เช่น การตรวจคัดกรองสารเคมีกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตและคาร์บาเมต ด้วยชุดตรวจ
GPO - KIT และ MJPK ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชุดทดสอบของภาคเอกชน
คือ ชุดตรวจ PY-TEST KIT ตรวจสารกล่มุ ไพรีทรอยด์ ชดุ ตรวจ DTC-TEST KIT ตรวจสาร
ป้องกันก�ำจัดโรคพืชกลุ่มไดไธโอคาร์บาเมต และชุดตรวจ GT-TEST KIT ตรวจสารกลุ่ม
ออร์กาโนฟอสเฟตและกลุ่มคาร์บาเมต คิดค้นและพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์การแพทย์
กรมวิทยาศาสตรก์ ารแพทย์ เป็นตน้
การเฝ้าระวังความปลอดภัยของผลผลิตการเกษตรก่อนการเก็บเกี่ยวออกสู่ตลาด
โดยใช้ชุดทดสอบแบบง่าย เป็นการคัดกรองคุณภาพความปลอดภัยเบ้ืองต้นเพ่ือสร้าง
ความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และเป็นการทวนสอบกระบวนการผลิต ท�ำให้ทราบถึง
การปฏิบัติของเกษตรกร หากผลการตรวจพบว่าผลผลิตมีความเสี่ยงหรือไม่ปลอดภัย
แสดงว่าเกษตรกรใช้สารเคมีไม่ถูกต้องก็สามารถเข้าไปแก้ปัญหาหรือติดตามให้ค�ำแนะน�ำ
ได้ตรงเป้าหมายและทันเวลา เนื่องจากสารเคมีตกค้างในผลผลิตการเกษตรไม่สามารถ
มองเหน็ ดว้ ยตาหรอื จากการสมั ผสั การใชช้ ดุ ทดสอบสารเคมตี กคา้ งแบบงา่ ย ส�ำหรบั ภาคสนาม
ราคาถูก และทราบผลเร็ว จึงเป็นแนวทางหนึ่งท่ีกองส่งเสริมการอารักขาพืชและ
จดั การดินปยุ๋ กรมส่งเสรมิ การเกษตร น�ำมาใช้เพอื่ เป็นเครื่องมือของเจา้ หน้าท่ีภาคสนาม
ในการเฝ้าระวังสารเคมีตกค้างในผลผลิตการเกษตรของเกษตรกรก่อนการเก็บเก่ียว
ออกสู่ตลาด อย่างไรก็ตามวิธีการตรวจสอบแบบง่ายน้ี จ�ำเป็นต้องอาศัยความรู้
ความเข้าใจ ทักษะ และการฝึกฝนให้เกิดความช�ำนาญ เพื่อสามารถตรวจวิเคราะห์
สารเคมีตกค้างได้รวดเร็ว แม่นย�ำและมีประสิทธิภาพ ส�ำหรับการสุ่มเก็บตัวอย่างผลผลิต
การเกษตรก่อนการเก็บเก่ียว ควรพิจารณาชนิดพืชอาหารท่ีมีความเสี่ยงจากการใช้
สารเคมีมาก การนิยมบรโิ ภคสงู เชน่ ผกั ผลไม้ สามารถก�ำหนดชนิดพชื ท่จี ะส่มุ ตรวจตาม
ความส�ำคัญของแต่ละพื้นท่ี มีการบันทึกข้อมูลการใช้สารเคมีของเกษตรกรทุกคร้ังท่ี
สุ่มเก็บตัวอย่าง เพ่ือเลือกใช้ชุดทดสอบได้ถูกต้อง และเพื่อติดตามให้ค�ำแนะน�ำ
หรือการแจ้งเตือนหลังจากท�ำการตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างแล้วพบว่าผลผลิต
ไม่ปลอดภัย เพื่อให้เกษตรกรเว้นระยะเวลาการเก็บเก่ียว และปฏิบัติให้ถูกต้องเพื่อ
ผลผลิตท่ีปลอดภยั ซงึ่ ปจั จบุ ันชุดทดสอบสารเคมีตกค้างท่กี รมส่งเสริมการเกษตรน�ำมาใช้
ได้แก่ ชุดตรวจ GT ส�ำหรบั ตรวจสารก�ำจัดแมลงกล่มุ ออร์กาโนฟอสเฟต และคาร์บาเมต
ชุดตรวจ PY ส�ำหรับตรวจสารก�ำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ และชุดทดสอบ DTC
ส�ำหรับตรวจสารป้องกนั ก�ำจดั โรคพืชกลุม่ ไดไธโอคาร์บาเมต
2 กรมสง่ เสรมิ การเกษตร
การสุ่มเก็บตัวอยา่ ง
เพื่อตรวจวิเคราะหส์ ารเคมีตกคา้ ง
การสุ่มตัวอย่างท่ีถูกต้องจะเป็นตัวแทนท่ีดีของตัวอย่างทั้งหมดในขอบเขต
ทต่ี อ้ งการเกบ็ ขอ้ มลู โดยอาศยั การสมุ่ กระจายตามหลกั สถติ ิ การสมุ่ ตวั อยา่ งควรพจิ ารณา
ถึงชนิด ลักษณะ ตัวอย่าง และแหล่งท่ีมาของตัวอย่าง เช่น ตัวอย่างจากแปลงปลูก
แหล่งจ�ำหน่าย โรงเก็บ และ ดิน น�้ำ จากส่ิงแวดล้อมซึ่งจะมีวิธีการที่แตกต่างกัน
หลังการสุ่มเก็บตัวอย่างต้องมีการจัดเก็บรักษาตัวอย่างท่ีดี เพื่อไม่ให้เกิดการสลายตัว
ของสารตกค้างก่อนส่งถึงห้องปฏิบัติการ การสุ่มเก็บตัวอย่างที่ถูกต้องจะท�ำให้ได้ข้อมูล
ที่ถูกต้องชัดเจนเป็นที่ยอมรับสามารถน�ำข้อมูลสารเคมีตกค้างไปใช้ประโยชน์ในการ
พิจารณาให้การรบั รองมาตรฐานการผลิตพืช เช่น GAP เกษตรอินทรยี ์ หรือน�ำไปประเมนิ
ความเส่ียง เพ่ือแก้ไขปัญหาในพื้นท่ีซึ่งจะท�ำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีคุณภาพ
ปลอดภยั ทงั้ ตอ่ เกษตรกร ผู้บรโิ ภค และสิ่งแวดลอ้ ม
การสุ่มเกบ็ ตัวอยา่ งและการเกบ็ รกั ษาตวั อยา่ งพืช
1. หลักการสมุ่ เก็บตัวอย่าง
การสุ่มเก็บตัวอย่างข้ึนอยู่กับชนิดของตัวอย่าง และพื้นท่ีเพาะปลูก
โดยเก็บตามจ�ำนวนค�ำแนะน�ำ จะต้องสุ่มเก็บพืชในช่วงก่อนวันเก็บเก่ียวอย่างน้อย 3 วัน
เกบ็ ตวั อย่างแยกถุงกนั พรอ้ มทงั้ เขียนรายละเอียดในแต่ละตวั อยา่ งให้ชัดเจน
2. เทคนคิ การเกบ็ รักษาตัวอยา่ ง
หลงั จากเกบ็ ตวั อยา่ งเสรจ็ ควรน�ำตวั อยา่ งสง่ หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารโดยเรว็ หากขา้ มวนั
จะต้องมีการเก็บรักษาในสภาวะเย็น และอุณหภูมิไม่ควรเกิน 4 องศาเซลเซียส
ระหว่างน�ำส่งตัวอย่างควรเก็บรักษาตัวอย่างในกล่องหรือถังเก็บความเย็น ระวังไม่ให้
ตัวอย่างเน่าเสีย และไม่ให้น�้ำแข็งปนเข้าไปในตัวอย่างโดยการเก็บในถุงพลาสติก
ปิดสนทิ การวางน�้ำแขง็ สามารถวางดา้ นล่างและดา้ นบนถุงตวั อยา่ งได้
3. วิธีการสุ่มตัวอย่างจากแปลง
เพาะปลูก มี 3 วิธี
วิธีที่ 1 สุ่มแบบกระจายส�ำหรับ
พ้ืนที่ขนาดใหญ่ เช่น แปลงข้าวโพด โดยเดิน
สุ่มกระจายเปน็ จดุ ๆ เวน้ ชว่ งห่างให้พอดแี ละ
ท่ัวแปลง ดังแสดงในภาพท่ี 1 ภาพที่ 1 การสุ่มแบบกระจาย
3คูม่ อื การตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในผลผลิตการเกษตร
วธิ ีท่ ี 2 สุ่มแบบกระจายส�ำหรับพ้ืนท่ี ภาพที่ 2 การสุ่มตามแนวเส้นทแยงมุม
ขนาดเล็ก เก็บได้ 2 แบบ เก็บจากตัวอย่างทั้ง
แปลง เวน้ ระยะ 1 เมตร จากขอบแปลงและปลาย
แถว จ�ำนวนจดุ ทจ่ี ะเกบ็ ตวั อยา่ งขน้ึ อยกู่ บั ขนาดของ
ต้น เชน่ แปลงปลกู ผกั เก็บตามแนวเสน้ ทแยงมุม
หรือ เก็บตามแนวรูปตัวอักษร S ก็ได้ ดังแสดง
ในภาพที่ 2 และ 3
ภาพที่ 3 การสุ่มตามแนวรูปตัวอักษร S
วิธีที่ 3 สุ่มแบบกระจายให้ทั่วต้น เช่น ไม้ผล
สุ่มเก็บจากทุกส่วนของต้น หลีกเล่ียงการเก็บตัวอย่าง
ภาพที่ 4 การสุ่มแบบกระจายให้ทั่วต้น จากปลายทงั้ สองดา้ นของแปลงปลกู ดังแสดงในภาพท่ี 4
4. การบนั ทึกตัวอย่างเพือ่ ส่งห้องปฏบิ ตั กิ ารวิเคราะห์
ฉลาก ฉลากควรเขียนดว้ ยหมึกที่กนั น้ำ� ไดแ้ ละควรมรี ายละเอียด ดงั น้ี
1) หมายเลขก�ำกับตวั อยา่ ง 3) ชนิดของตัวอย่าง
2) ชนดิ ของสารเคมีก�ำจดั ศตั รพู ชื 4) วนั เวลา ทเี่ กบ็
ทีต่ อ้ งการวิเคราะห์ 5) ช่อื ผเู้ กบ็ และหนว่ ยงานทีส่ ง่
ใบน�ำสง่
1) หมายเลขก�ำกับตัวอยา่ ง
2) ชนิดของสารเคมีก�ำจัดศัตรูพชื ท่ตี อ้ งการวิเคราะห์ / หรือปญั หาทีเ่ กดิ ขนึ้
3) ชนดิ ตัวอยา่ ง 4) สถานท่ีเกบ็ วธิ ีการเก็บ
5) การเก็บรกั ษา 6) อุณหภมู ิท่ีเก็บรักษา
7) วัน เวลา ทีเ่ กบ็ รักษา 8) ช่อื ผู้เก็บและหน่วยงานที่สง่
9) รายละเอียดอน่ื ๆ เพ่ือช่วยเปน็ แนวทางการวเิ คราะห ์ (เชน่ ชนิดสารเคมี
ป้องกนั ก�ำจัดศตั รพู ชื ทใ่ี ชก้ บั พชื ผกั น้ัน และพืชผักทีป่ ลูกก่อนหน้าน้ัน ลักษณะสิ่งแวดล้อม
บรเิ วณเกบ็ ตวั อยา่ งเปน็ ต้น)
10) แผนผังจุดเกบ็ ตวั อยา่ งโดยสงั เขป
4 กรมสง่ เสริมการเกษตร
5. การจ�ำแนกชนดิ และปรมิ าณตวั อยา่ งพชื ในการตรวจวเิ คราะหส์ ารเคมตี กคา้ ง
ชนิดพืชท่ีเป็นผลผลิตจากแปลงแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีความ
แตกต่างตามลักษณะท่ีน�ำมาใช้ประโยชน์ ส�ำหรับพืชผักเครื่องเทศไม่สามารถระบุ
น�้ำหนักต่อหน่วยได้ หน่วยคือ ผล หรือพวงของผลผลิต มีข้อก�ำหนดปริมาณน้�ำหนัก
ข้ันต่�ำและจ�ำนวนหน่วยข้ันต�่ำเพื่อให้ได้ตัวแทนท่ีเหมาะสม ผู้เก็บตัวอย่างควรตัดสินใจ
หรือพิจารณาถึงความเป็นตัวแทนของพืชในแปลงนั้นให้มากที่สุด ซ่ึงอาจจะเก็บมากกว่า
เกณฑ์ข้ันตำ่� ได้ ชนิดและปรมิ าณตัวอยา่ งพชื ในการสง่ ตรวจวเิ คราะห์สารตกคา้ ง ดังแสดง
ในตารางท่ี 1
ตารางท่ี 1 ชนิดและปรมิ าณตวั อยา่ งพืชในการตรวจวเิ คราะหส์ ารเคมตี กคา้ ง
ชนิดผลผลติ น�ำ้ หนกั /หนว่ ย ปริมาณขัน้ ตำ่� ตัวอยา่ งผลผลิต
พชื ผกั ทใี่ ช้เปน็ 1 กโิ ลกรัม ขน้ึ ฉา่ ย สะระแหน่ แมงลกั ผกั คะแยง
เครอื่ งเทศ ผักแพว ผักชี ผักชีลาว ผักชีฝรั่ง
ใบกะเพรา ใบโหระพา ตะไคร้
กระชาย
พืชผกั ผลไม้ น้อยกวา่ 1 กิโลกรัม สตรอว์เบอร์รี ถั่วลันเตา คะนา้ ผกั บุ้ง
ขนาดเลก็ 25 กรัม ชะอม กระเจี๊ยบเขียว ถ่ัวฝักยาว
ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง พริกไทยอ่อน
เห็ด ต้นหอม ต้นกระเทียม ปวยเล้ง
ยอดฟักแม้ว พริกข้ีหนู พริกชี้ฟ้า
ล�ำไย ลน้ิ จี่ ลองกอง สละ
พืชผกั ผลไม้ ระหว่าง 1 กโิ ลกรมั มะม่วง มะนาว ส้ม มังคุด ชมพู่
ขนาดกลาง 25 – 250 กรมั และไมน่ ้อยกว่า แตงกวา กล้วยหอม มะเขือ มะระ
มันฝร่ัง หัวหอม ฝรั่ง พริกหวาน
10 หนว่ ย กระเทยี ม เงาะ ข้าวโพดหวาน
พชื ผกั ผลไม้ มากกว่า 2 กิโลกรมั กะหล�่ำปลี ผักกาดขาว ฟักทอง
ขนาดใหญ่ 250 กรัม และไมน่ ้อยกวา่ แครอท สับปะรด แตงโม ขนุน
องุ่น (ท้ังพวง) มะละกอ ทุเรียน
5 หน่วย ส้มโอ แคนตาลปู กระท้อน หัวไชเท้า
ที่มา : สำ�นักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 กรมวิชาการเกษตร
5ค่มู ือการตรวจวิเคราะห์สารเคมตี กคา้ งในผลผลิตการเกษตร
การตรวจวเิ คราะหส์ ารเคมตี กคา้ งของสารกำ�จดั แมลง
กลมุ่ ออรก์ าโนฟอสเฟต และคาร์บาเมต
ในผลผลิตการเกษตรดว้ ยชดุ ทดสอบ GT-TEST KIT
การตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในผลผลิตการเกษตรด้วยชุดทดสอบ
แบบง่าย GT-TEST KIT เป็นวิธีหน่ึงในการตรวจสอบการตกค้างของสารเคมีในกลุ่ม
ออร์กาโนฟอสเฟตและคารบ์ าเมต (สารกล่มุ ท่ี 1 : IRAC) โดยสารเคมี 2 กลุ่มนีเ้ ป็นกลุ่ม
สารเคมีที่มีการใช้ค่อนข้างมาก และจ�ำแนกโดยโครงสร้างและองค์ประกอบทางเคมี
ของสาร ได้แก่
1. สารกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate compound)
อยู่กลุ่ม 1B สารกลุ่มนี้เป็นสารท่ีมีฟอสฟอรัสเป็นองค์ประกอบท่ีส�ำคัญ และ
เป็นสารที่ละลายได้ดีในน�้ำ สลายตัวได้ง่ายในธรรมชาติ มีประสิทธิภาพในการ
ป้องกันก�ำจัดศัตรูพืชได้สูง บางชนิดมีความเป็นพิษต่อสัตว์เลือดอุ่นน้อย บางชนิด
ก็มีความเป็นพิษต่อคนและสัตว์ท่ีมีกระดูกสันหลัง โดยมีความเป็นพิษต่อการท�ำงาน
ของเอนไซม์ อะเซตลิ โคลนี เอสเตอเรส (Acetyl Cholinesterase) สารออรก์ าโนฟอสเฟต
มีหน้าท่ีย่อยสารสิ่ือประสาทอะเซติลโคลีนท�ำให้เกิดการคั่งของสารอะเซติลโคลีน
เน่ืองจากปริมาณเอ็นไซม์โคลีนเอสเตอเรสมีไม่มากพอ และก่อให้เกิดพิษต่อคน
เช่น พบอาการม่านตาหรี่ หายใจล�ำบาก เวียนศีรษะ อาเจียน มือสั่น เดินโซเซ ชัก
หมดสติ ระบบกล้ามเนื้อพบอาการกล้ามเน้ืออ่อนแรง ตะคริวท่ีกล้ามเนื้อ ต่อมต่าง ๆ
เช่น ต่อมน�้ำลายขับน้�ำลายออกมามาก ต่อมเหง่ือขับเหง่ือออกมามาก อาการพิษ
เฉียบพลันอาจตายได้ เน่ืองจากระบบการหายใจล้มเหลว ตัวอย่างชนิดสารกลุ่มนี้
เชน่ ไดเมทโธเอท มาลาไธออน เป็นตน้
2. สารกลุ่มคาร์บาเมต (Carbamate Compound) อยู่กลุ่ม 1A เป็น
เอสเทอร์และมีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบส�ำคัญ ละลายได้ดีในสารละลายอินทรีย์
(Organic solvent) บางชนิดละลายได้ดีในน้�ำ มีคุณสมบัติคล้ายกับกลุ่มออร์กาโน
ฟอสเฟต คือ ไม่สะสมในสิ่งมีชีวิต และมีผลต่อการยับย้ังการท�ำงานของเอนไซม์
โคลีนเอสเตอเรส และสามารถดูดซึมอยู่ในพืชได้นาน เช่น คาร์บาริล, คาร์โบซัลแฟน,
ฟิโนบูคาร์บ, ไธโอดิคาร์บ เป็นต้น แต่แตกต่างกับกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟตท่ีมีความ
เป็นพิษน้อยกวา่
6 กรมส่งเสรมิ การเกษตร
หลกั การชุดทดสอบสารกำ�จดั แมลงกลุ่มออรก์ าโนฟอสเฟต
และคาร์บาเมต ดว้ ยชุดทดสอบ GT-TEST KIT
หลักการท�ำงานของชุดทดสอบ GT-TEST KIT ใชหลักการทํางานของ
Cholinesterase Inhibition technique ตรวจวัดระดับความเปนพิษของสารเคมี
ตกคางโดยรวมทุกชนิดท่ีมีอยูในตัวอยางท่ีตรวจวิเคราะห ซึ่งปริมาณความเปนพิษของ
สารเคมีโดยรวมน้ัน จะตองมีปริมาณความเปนพิษที่ตกคางอยูในตัวอยางวิเคราะห
ไมเกินคาที่มีผลทําใหประสิทธิภาพการทํางานของเอ็นไซมโคลีนเอสเตอเรสลดลง
รอ ยละ 50% การทํางานของชดุ ตรวจสารเคมตี กคางน้ี อาศยั หลกั การทว่ี าสารกําจดั แมลง
ในกลุมออรกาโนฟอสเฟต คารบาเมต และกลุมสารพิษอื่น ๆ ท่ีเปนโคลีนเอสเตอเรส
อินฮิบิเตอร จะมีคุณสมบัติในการยับย้ังการทํางานของเอ็นไซมโคลีนเอสเตอเรส
ซึ่งปกติแลวเอ็นไซมโคลีนเอสเตอเรส เปนเอ็นไซมที่มีอยูท่ัวไปในมนุษย สัตวมีกระดูก
สันหลังและแมลงตาง ๆ มีหนาท่ีในการควบคุมสมดุลของสารเคมีที่ทําหนาที่สงสัญญาณ
ระหวางปมประสาทหรืออะซิติลโคลีน (Acetylcholine) โดยเอ็นไซมจะยอยสลาย
สารเคมีสื่อประสาทเหลาน้ีใหกลายเปนโคลีนและกรดอะซิติกตอไป ในภาวะปกติของ
รางกายมนุษยเอ็นไซมโคลีนเอสเตอเรสจะทํางานอยูในสภาวะที่สมดุล แตถาหากไดรับ
สารกําจัดแมลงโดยเฉพาะอยางย่ิงในกลุมออรกาโนฟอสเฟต และคารบาเมต ซึ่งมี
คณุ สมบตั ใิ นการยบั ยงั้ การทํางานของเอน็ ไซม มผี ลใหก ารควบคมุ สมดลุ ของระบบประสาท
ผิดปกติไป ทําใหมีการเพิ่มและสะสมของสารสื่อประสาทมากขึ้น จนมีการแสดงออก
ของกลมุ อาการและความผดิ ปกติตาง ๆ เชน ในระยะแรกจะมีอาการเหนอื่ ยงาย ออ นแอ
เวียนศีรษะ ตาพรามัว ปวดศีรษะ เหงื่อออก คลื่นไส อาเจียน ปวดทอง ทองเสีย
มอี าการกลามเนอื้ สน่ั กระตกุ มานตาหด ความดนั โลหติ ลด หวั ใจเตน ชา หายใจลําบากและ
อาจเปนสาเหตุใหเสียชีวิตได ซึ่งความรุนแรงของกลุมอาการความผิดปกติท่ีเกิดขึ้นนี้
จะขึ้นอยกู ับระดบั ความเปนพิษ ปรมิ าณ ขนาด และชองทางการไดร บั สัมผสั สารพษิ นน้ั
สําหรับการตรวจวิเคราะหหาสารเคมีตกคางดวยชุดทดสอบ GT-TEST KIT นี้
ถาตวั อยางทตี่ รวจวเิ คราะหม สี ารเคมตี กคางอยู สารพษิ จะไปยบั ยงั้ การทํางานของเอน็ ไซม
โคลีนเอสเตอเรส (GT-1) ทําใหเอ็นไซมไมสามารถไปไฮโดรไลสอะซิติลโคลีน (GT-2) ได
โดยปริมาณของอะซิติลโคลีน (GT-2) ที่เหลืออยูจะเปนตัวกําหนดความเขมของสี
ในชุดตรวจฯ ยิ่งถาตัวอยางท่ีนํามาตรวจวิเคราะหมีคาความเปนพิษสูง เอ็นไซมโคลีน
เอสเตอเรสจะถูกยับย้ัง การทํางานมากขึ้นตาม ทําใหมีอะซิติลโคลีนเหลืออยูใน
ปริมาณมากเชน กัน สีท่ีไดจากการทดสอบกจ็ ะเขมมากตามดว้ ย
7คู่มือการตรวจวิเคราะหส์ ารเคมตี กค้างในผลผลติ การเกษตร
1. ภาวะไมพ่ บสารเคมีตกค้าง (หลอดควบคุม)
หลกั การ 1. เตมิ เอ็นไซน์ (GT-1) : GT-1 =
2. เตมิ GT-2 : GT-2 =
สรุป ในสภาวะปกติ ที่ไม่มียาฆ่าแมลง เอ็นไซน์ GT-1 จะท�ำหน้าท่ีย่อยสลาย
GT-2 ไดท้ ั้งหมด
ภาพที่ 5 ไม่พบสารตกค้าง
2. ภาวะพบสารเคมีตกคา้ งในระดบั ปลอดภยั (I<50%)
หลกั การ 1. เตมิ เอ็นไซน์ (GT-1) : GT-1 =
2. เตมิ GT-2 : GT-2 =
สรุป เม่ือมีสารตกค้าง สารตกค้างจะเข้าไปยับย้ังการท�ำงานของเอ็นไซน์ GT-1
ท�ำให้ไมส่ ามารถย่อยสลาย GT-2 ได้
ภาพที่ 6 พบสารตกค้างในระดับปลอดภัย
3. ภาวะพบสารเคมีตกค้างในระดบั ไม่ปลอดภัย (I<_50%)
หลกั การ 1. เติมเอ็นไซน์ (GT-1) : GT-1 =
2. เติม GT-2 : GT-2 =
สรุป สารพิษจะเข้าไปยับย้ังการท�ำงานของเอ็นไซน์ GT-1 ท�ำให้ไม่สามารถ
ย่อยสลาย GT-2 ได้หมด ระดับสีจะเป็นตัวบ่งบอกปริมาณสารพิษตกค้าง หากผลการตรวจ
ออกมาเปน็ สนี ำ้� ตาลเข้ม บง่ บอกวา่ ปริมาณสารพิษตกคา้ งสงู
ภาพที่ 7 พบสารตกค้างในระดับไม่ปลอดภัย
8 กรมสง่ เสริมการเกษตร
อปุ กรณแ์ ละชดุ น�ำ้ ยาตรวจสอบ
อุปกรณ์ส�ำหรับการตรวจสอบ ประกอบดว้ ย
หลอดทดลอง (Test tube) และทว่ี างหลอดทดลอง (Rack) ถาดน้ำ�อุ่นชนิดดัดแปลง
อุปกรณ์ระเหย (ปั้มลม+หลอดหยดแก้ว) หลอดดูดพลาสติก
ขวดพลาสติกมีฝาปิด นาฬิกาจับเวลา
ภาพที่ 8 อุปกรณ์สำ�หรับการทดสอบ
9ค่มู ือการตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกคา้ งในผลผลติ การเกษตร
ชุดน้ำ� ยาส�ำหรับการตรวจสอบ ภาพที่ 9 ชุดน้ำ�ยาสำ�หรับการทดสอบ
ชุดน้�ำยาทดสอบ 1 ชุด สามารถตรวจได้
10 ตวั อยา่ ง ประกอบด้วยน�ำ้ ยา ดงั นี้
(1) Solvent-1 (2) Solvent-2 (3) GT-1
(4) GT-2 + GT-2.1 (5) GT-3 + GT-3.1
(6) GT-4 (7) GT-5
ข้นั ตอนการตรวจสอบ
1. การเตรียมตัวอยาง
1.1 ตัวอย่างประเภทผักกินหัว ผลหรือรากใตดิน ใหกําจัดเศษดิน หิน
ทรายท่ีติดมาออกไป ในกรณีที่ตัวอยางเปยกน�้ำใหชะดินที่ติดมาดวยน�้ำไหล แตถาเปน
ตัวอยางแหง ใหใ ชแปรงปดเบา ๆ เพ่อื ใหดนิ ออก จากน้นั จึงตดั สว นหวั จุกออก
1.2 ตัวอย่างประเภทผักกินใบ ใหลอก - ตัด สวนที่เนาเสียออกและ
ตัดรากท้ิงไป
1.3 ตัวอย่างประเภทธัญพืชและถ่ัวตากแหงตาง ๆ ใหเลือกเอาสวนท่ีเปน
กรวด หิน ดิน ทรายออก เทตัวอย่างลงถาดคลุกผสมใหเขากัน จากน้ันเกล่ียใหเรียบ
และแบงเปน 4 สวน ด�ำเนนิ การสมุ ตักตวั อยางในดานตรงกันขา้ ม ใหไ ดน ้ำ� หนักประมาณ
300 - 500 กรัม แบงคร่ึงเพื่อนํามาบดดวยเครื่องบดอาหาร โดยข้ันตอนการบด
ใหเปด - ปิดเครื่องเปนระยะ (ไมให
เคร่ืองบดและตัวอยางเกิดความรอน
และไมทําให้สารเคมีกําจัดศัตรูพืช
สลายตัวดวยความรอน) จากนั้นตัก
ใสถุงพลาสติก และนําสวนท่ีเหลือ
อกี ครง่ึ นํามาบดเชน เดยี วกนั ตกั ใสถ งุ
ผสมใหเขากันเป็นเน้ือเดียว เพื่อนํา
ไปใชตรวจตอไป ภาพที่ 10 การสุ่มและหั่น ตัวอย่างผัก ผลไม้ เพื่อนำ�ไปทดสอบ
1.4 ตัวอย่างประเภทผลไมใหเตรียมตัวอยางท้ังเปลือก แตผลไมบางชนิด
มีเปลือกแข็งมาก จึงไม่จ�ำเป็นจะต้องเตรียมตัวอยางทั้งเปลือกก็ได สําหรับผลไมท่ีมี
เมลด็ แขง็ ใหน ําเมลด็ ออก เดด็ ขวั้ หรอื กานทง้ิ สมุ เลอื กตวั อยา่ งตามปรมิ าณนําสง วเิ คราะห
ท่ีกําหนด โดยดําเนินการลดทอนตัวอยางลง แล้วนําตัวอยางที่ไดมาสุมแบ่งแต่ละต้น
หรือแตละผลออกเปน 4 สวน โดยนํา 2 สวนที่อยูตรงกันขามมารวมกันใหไดตัวอยาง
อยางนอย 200 - 300 กรมั หั่น - บดตัวอยางใหละเอยี ด และคลกุ ผสมใหเ ปนเน้อื เดยี วกัน
เพือ่ นําไปใชต รวจตอไป
10 กรมสง่ เสรมิ การเกษตร
2. การสกัดตัวอย่าง
2.1 น�ำตัวอย่างท่ีหั่น - บดละเอียดแลว้
คลกุ ให้เขา้ กนั ดังแสดงในภาพที่ 11
2.2 ช่ังตัวอย่างใส่ขวด (ติดฉลาก) ภาพที่ 11 ตัวอย่างสำ�หรับตรวจวิเคราะห์
และเตมิ Solvent-1 ลงไป ดังแสดงในภาพท่ี 12
1) ผักผลไม้ทั่วไป ได้แก่ คะน้า
กวางตุ้ง กะหล่ำ� ปลี ถว่ั ฝักยาว ฯลฯ ใช้ตัวอยา่ ง
ท่ีบดหรือหั่นละเอียด 5 กรัม ต่อ Solvent-1
ปริมาตร 5 มิลลลิ ติ ร
2) ผักผลไม้ท่ีมีน้�ำมาก ได้แก่ ภาพที่ 12 ขวดใส่ตัวอย่างผสมกับ Solvent-1
แตงกวา มะเขือเทศ ส้ม ฯลฯ ใช้ตัวอย่าง
ที่หัน่ หยาบ 5 กรัม ตอ่ Solvent-1 ปรมิ าตร 10 มิลลลิ ติ ร
3) พืชสมุนไพร ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร ชุมเห็ดเทศ ขม้ินชัน ฯลฯ ชนิดสด
ใช้ตัวอย่างเตรียมแล้ว 1 กรัม ต่อ Solvent-1 ปริมาตร 10 มิลลิลิตร ชนิดแห้ง/ผง
ใช้ 0.5 กรัม ตอ่ Solvent-1 ปริมาตร 10 มลิ ลิลติ ร
*** หมายเหตุ : ผักน�้ำมากหากหั่นละเอียดเมื่อท�ำการสกัดด้วย Solvent–1
จะรวมเปน็ เน้ือเดยี วกนั จนไมส่ ามารถแยกสารละลายตัวอย่างออกมาได้
2.3 ปิดฝา เขย่า 1 นาที และตง้ั วางไว้
ประมาณ 10 นาที เพ่ือให้ Solvent-1 สกัด
สารเคมอี อกมา ดังแสดงในภาพท่ี 13
ภาพที่ 14 สารสกัดตัวอย่าง 1 มิลลิลิตร ภาพที่ 13 Solvent-1 สกัดสารเคมีออกจากตัวอย่าง
2.4 ดูดสารสกัดในขวดตัวอยา่ ง 1 มลิ ลิลติ ร
ใสล่ งในหลอดทดลอง (ตดิ ฉลากระบชุ นดิ ตวั อยา่ ง)
ดงั แสดงในภาพท่ี 14
11คูม่ อื การตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกคา้ งในผลผลิตการเกษตร
2.5 จากนั้นใส่ Solvent-2 จ�ำนวน Solvent-2
1 มลิ ลลิ ติ ร จะเหน็ สารแยกเปน็ 2 ชน้ั น�ำไประเหย สารสกัดจากตัวอย่าง
ดว้ ยปม้ั ลม (Air Pump) ดังแสดงในภาพที่ 15
2.6 ต่อปั๊มเข้ากับท่อยางซิลิโคนและ ภาพที่ 15 สารสกัดจากตัวอยท่างทีด่เติม ลSolvอent-2ง
หลอดหยดแก้ว จุ่มปลายหลอดลงไปในหลอด
เปิดเครื่องปั๊ม เป่าลมลงไปในหลอดทดลอง
ซึ่งวางในถาดน้�ำอุ่นจนกว่า สารสกัดจากตัวอย่าง
(ชน้ั ลา่ ง) จะระเหยไปจนหมด ดงั แสดงในภาพท่ี 16
ภาพที่ 17 Sample Extract ภาพที่ 16 ระเหยสารสกัดจากตัวอย่าง
2.7 ได้เป็น Sample Extract ที่จะน�ำไปใช้ตรวจสอบ
ในข้ันตอนตอ่ ไป ดังแสดงในภาพที่ 17
3. การตรวจสอบตัวอย่าง ดังแสดงในภาพที่ 18
3.1 น�ำหลอดใหม่ (ตดิ ฉลากระบ)ุ และเตมิ น้�ำยาดงั นี้
- หลอดท่ี 1 ตดิ ฉลาก “หลอดตดั สนิ ”
ใส่ Solvent-2 จ�ำนวน 0.25 มลิ ลิลิตร
- หลอดท ี่ 2 ตดิ ฉลาก “หลอดควบคมุ ”
ใส่ Solvent-2 จ�ำนวน 0.25 มิลลลิ ิตร
- หลอดที่ 3 4 5 6 ... ติดฉลาก
“หลอดตวั อยา่ ง” ใสน่ ำ�้ ยาสกดั ตวั อยา่ งทเี่ หลอื จากการ
ระเหยในหลอดตวั อยา่ งขอ้ 2.7 จ�ำนวน 0.25 มลิ ลลิ ติ ร ภาพที่ 18 ติดฉลากระบุบนหลอดทดลอง
และเติมน้ำ�ยา
12 กรมส่งเสริมการเกษตร
โดยขน้ั ตอนท ี่ 3.2 และ 3.4 ท�ำในอา่ งนำ�้ อนุ่
3.2 หลังจากนั้นเติม GT-1 ท่ีอุ่นแล้ว
จ�ำนวน 0.5 มิลลิลิตร ลงทุกหลอด ท้ิงไว้
5 - 10 นาที ดังแสดงในภาพท่ี 19
3.3 ในระหวา่ งรอเวลาเตรยี มนำ�้ ยา ดงั นี้ ภาพที่ 19 เติม GT-1 ลงทุกหลอด
1) เทน้�ำยา GT–2.1 ลงในขวด GT–2 ปิดฝาเขย่า จะได้สารผสม GT–2
(บนั ทกึ วนั ที่ผสม) ดงั แสดงในภาพท่ี 20
2) เทน�้ำยา GT–3.1 ลงในขวด GT–3 ปิดฝาเขย่า จะได้สารผสม GT–3
(บนั ทกึ วนั ทผ่ี สม) ดงั แสดงในภาพท่ี 21
ภาพที่ 20 ผสม GT-2.1 ลงใน GT-2 ภาพที่ 201 ผสม GT-23.1 ลงใน GT-23
3.4 เติมน้ำ� ยาผสม GT-2 (จากขอ้ 3.3) ลงในหลอดที่ 1 (หลอดตัดสิน) จ�ำนวน
0.375 มลิ ลลิ ติ ร สว่ นหลอดที่ 2 (หลอดควบคมุ ) และหลอดตวั อยา่ ง เตมิ 0.25 มลิ ลลิ ติ ร
ตั้งทง้ิ ไว้ในถาดนำ้� อุ่นเป็นเวลา 8, 30, 60 นาที (ขนึ้ อยกู่ บั เวลาทีร่ ะบุบนผลติ ภัณฑ์ GT-1)
ดังแสดงในภาพท่ี 22
ภาพที่ 22 วางหลอดทดลองในถาดน้ำ�อุ่นตามเวลาที่ระบุ เพื่อให้ GT-1 และ GT-2 ทำ�ปฏิกิริยา 13
คมู่ อื การตรวจวิเคราะหส์ ารเคมีตกค้างในผลผลิตการเกษตร
3.5 เติมน้�ำยาผสม GT-3 (จากข้อ 3.3) จ�ำนวน 1 มิลลิลิตร ลงในทุกหลอด
เขย่าให้เข้ากัน แล้วเติม GT-4 จ�ำนวน 0.5 มิลลิลิตร เขย่าให้เข้ากัน และเติม GT-5
จ�ำนวน 0.5 มิลลิลิตร เขย่าให้เข้ากันจะปรากฏสีโทนน�้ำตาลแดง ดังแสดงในภาพท่ี 23
ภาพที่ 23 เปรียบเทียบสีสารละลายในหลอดทดสอบ
4. การประเมนิ ผล ดังแสดงในตารางท่ี 2
ตารางท่ี 2 การอา่ นผลการวเิ คราะหส์ ารเคมตี กคา้ งดว้ ยชดุ ทดสอบ GT-TEST KIT
สสี ารละลายในหลอด เกณฑ์ตดั สนิ
หลอดตวั อยา่ งสีออ่ นกว่าหรือเทา่ กบั หลอด ไมพ่ บ สารเคมีตกคา้ ง
ควบคุม
หลอดตวั อยา่ งสเี ข้มกว่าหลอดควบคุมแต่ พบ สารเคมตี กคา้ ง
อ่อนกว่าหลอดตดั สิน แตอ่ ยู่ในระดบั ปลอดภยั
หลอดตวั อย่างสีเข้มกว่าหลอดตดั สิน พบ สารเคมีตกคา้ ง
ในระดับไมป่ ลอดภัย
ควรสังเกตความเขมของสีที่เกิดขึ้นในหลอดตัดสินและหลอดควบคุมวา
มีความเขมของสีแตกตางกันหรือไม ถาความเขมของสีในท้ัง 2 หลอด ออกมาไมมีความ
แตกตางกัน แสดงวามีความผิดพลาดเกิดข้ึน ใหกลับไปทบทวนสัดสวนการใสน�้ำยา
อีกครั้ง แต่ถาความเขมของสีในทั้ง 2 หลอด มีความแตกตางกัน โดยหลอดตัดสิน
มีสีเขมกวาหลอดควบคุมให้อานผลตอไปได ควรอานผลภายใน 5 นาที หรือทันที
ท่ีเสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจ การที่เกิดมีตะกอนสีขาวขุนขนาดเล็ก ๆ แขวนลอยอยู
ในหลอดทดลองน้นั ถอื เปนเรอื่ งปกติ
14 กรมส่งเสริมการเกษตร
ภาพแสดงผลทเ่ี กิดจากความผดิ พลาดในการตรวจวเิ คราะห์
ภาพที่ 24 ไม่ได้ใส่ GT-2 หรือ GT-3 ภาพที่ 25 ใส่ GT-2 เกินกว่าที่กำ�หนด
ภาพที่ 26 ไม่ได้ใส่ GT-1 ภาพที่ 27 ไม่ได้ใส่ GT-2
ภาพ : http://www.gttestkit.com
15คูม่ อื การตรวจวเิ คราะหส์ ารเคมตี กคา้ งในผลผลิตการเกษตร
ภาพที่ 28 ไม่ได้ใส่ GT-3 ภาพที่ 29 ไม่ได้ใส่ GT-4
ภาพที่ 30 ไม่ได้ใส่ GT-5 ภาพที่ 31 ไม่ได้ใส่ GT-1 หรือ GT-1 เสีย
ภาพที่ 32 ไม่ได้เขย่าสารให้ผสมเข้ากัน
ภาพ : http://www.gttestkit.com
16 กรมสง่ เสรมิ การเกษตร
ข้อแนะนำ�การใช้หลอดดูดพลาสตกิ
หลอดดดู พลาสตกิ มขี นาด 1 มิลลิลิตร แบ่งออกเปน็ 4 ส่วน โดย
1 มิลลลิ ติ ร เทา่ กบั 4 ส่วน
0.75 มลิ ลลิ ิตร เทา่ กับ 3 สว่ น
0.50 มลิ ลลิ ิตร เท่ากับ 2 ส่วน
0.375 มิลลิลติ ร เท่ากับ 1.5 ส่วน
0.25 มิลลิลติ ร เทา่ กับ 1 ส่วน
จุดวิกฤตของการตรวจสอบสารเคมตี กคาง
จุดวิกฤตของการตรวจสอบสารเคมีตกคาง อยูในขั้นตอนการระเหยน้�ำยา
Solvent-1 ใหเหลือแตน้�ำยา Solvent-2 น้ัน ตองม่ันใจวาไดระเหยเอาน้�ำยา
Solvent-1 (ท่ีอยูชั้นลาง) ออกจนหมดแลวจริง ๆ หากระเหยเอาน�้ำยา Solvent-1
ออกไมหมด จะมีผลทําใหเกิดการแปรผลผิดพลาดเปน Fault Positive ได
เพราะน้�ำยา Solvent-1 ที่เหลืออยูจะเปนพิษตอเอนไซม์ GT–1 ทําใหผลตรวจลวงออกมา
วาตรวจพบสารเคมีตกคาง
การเก็บรักษาชุดน้�ำยา
1. ชุดน้�ำยาจีทีท่ียังไมไดเปดใชงาน ใหเก็บรักษาชุดทดสอบในท่ีอุณหภูมิต่�ำกว่า
25 องศาเซลเซียส ยกเว้นน้�ำยา GT-1 และ GT-2 ใหแยกนําไปเก็บแชแข็ง (freeze)
ซึ่งชุดทดสอบท้ังหมดถาเก็บรักษาถูกตองตามคําแนะนํา จะสามารถเก็บไวไดนานประมาณ
1 ป แตหากไมมีตูเย็นเพียงพอสําหรับเก็บชุดน�้ำยา ใหแยกน้�ำยา GT-1 เก็บแชแข็ง
สวนน�้ำยา Solvent-1 และน�้ำยา GT-2 ใหแยกเก็บในตูเย็น สําหรับน้�ำยาที่เหลือสามารถ
เก็บรกั ษาที่อุณภูมหิ องแตอยาใหถ ูกแสง
2. น�้ำยา GT-1 ควรเก็บไวในตูแชแข็ง (freeze) จะมีอายุการใชงานนาน
มากกวา 1 ป แตถาเก็บรักษาในตูเย็นธรรมดาจะมีอายุการใชงานสั้นลง (อยูไดประมาณ
1-2 เดอื น)
3. น�้ำยา GT-2 และน้�ำยา GT-2.1 เมื่อเทผสมกันเพ่ือใชงานแลว ใหเก็บรักษา
ในตูเ ยน็ หลงั จากผสมกนั แลวสามารถใชงานไดนานประมาณ 10 วัน (ควรเขยี นวนั ท่ีผสมไว
ท่ฉี ลากทุกครงั้ )
4. น�้ำยา GT-3 และน้�ำยา GT-3.1 เม่ือเทผสมกันเพื่อใชงานแลว ใหเก็บรักษา
ในตูเย็น หลังจากผสมกันแลวสามารถใชงานไดนานประมาณ 3 วัน (ควรเขียนวันท่ีผสมไว
ทีฉ่ ลากทกุ ครัง้ )
5. น้�ำยา Solvent-1 เปนสารระเหย หลังจากใชงานใหปดฝาภาชนะบรรจุใหสนิท
ทุกครั้ง และควรหลกี เลยี่ งการสดู ดมเอาสารระเหยนเี้ ขาไป
17คูม่ ือการตรวจวิเคราะหส์ ารเคมตี กคา้ งในผลผลิตการเกษตร
ขอ้ ควรระวังในการปฏบิ ตั กิ ารตรวจสอบสารเคมตี กคางดวยชุดน�้ำยา GT
1. วตั ถปุ ระสงคข องการใชน ำ�้ ยา Solvent-1 คอื เพอ่ื ทําละลายและสกดั สารเคมตี กคา้ งออก
จากตัวอยาง และทําลายเอ็นไซมที่มีอยูในตัวอยางเพื่อมิใหมารบกวนในข้ันตอนการตรวจดวย
เอ็นไซม (GT-1) ดังนั้นน�้ำยา Solvent-1 นี้ยอมจะมีความเปนพิษตอผูตรวจสอบดวยเชนกัน
ซง่ึ ในขน้ั ตอนการระเหยตวั อยางทต่ี อ งการระเหยเอานำ�้ ยา Solvent-1 ออกไปนนั้ เพอื่ หลกี เลย่ี ง
การสูดดมเอาไอระเหยของ Solvent-1 นี้เขาไปควรกระทําในสถานท่ีอากาศถายเทไดดี
ที่โลงแจงหรือทําในตูดูดควัน (Hood) หรืออาจจะประกอบกลองสี่เหลี่ยมเปนกลองดูดควัน
ขึ้นเอง โดยใชพลาสติกทําเปนกลอง ขนาดตามตองการ ดานหนาทําเปนบานเล่ือนเปด-ปด
สวนดานหลังเจาะชองและติดพดั ลมดดู อากาศเพือ่ ระบายควันหรือไอระเหยออกนอกอาคาร
2. ระยะเวลา อณุ หภมู ิ ปรมิ าณน�้ำยาต้องแมน่ ย�ำ เพราะมผี ลตอ่ การตรวจ
3. นำ�้ ยาท่ีใชท ดสอบมีฤทธิเ์ ปนกรด-ดาง หากหกเปอนมอื ควรรีบลางออกดวยนำ�้ สะอาด
4. ระวังอยาวางชดุ ทดสอบไวใกลม ือเดก็
การกําจดั ตวั อยางหลังจากการตรวจ
สําหรับขวดตัวอยางท่ียังคงมีกากตัวอยางและน�้ำยา Solvent-1 อยูน้ันใหนํามาเท
ใสภาชนะปากกวาง นําออกไปตากแดด หรือวางไวในที่โลง เพื่อใหน้�ำยา Solvent-1 ระเหย
ออกไปจนหมดกอน จึงนํากากตวั อยางที่เหลอื อยูไปทงิ้ ตามปกติตอ ไป
การทําความสะอาดอปุ กรณสําหรับตรวจ
ขณะตรวจเมอ่ื มอี ปุ กรณช น้ิ ใดทผ่ี านการใชง านแลว ตอ งนําไปลางโดยกรอกนำ้� ทง้ิ 1 ครง้ั
และนําไปแชในอางน้�ำที่ผสมน�้ำยาลางจานเตรียมไว จนเมื่อเสร็จสิ้นการตรวจแลวจึงนําไป
ทําความสะอาดตอ่ ภายหลงั สําหรบั หลอดแกว้ ทดลองและหลอดหยดแกว หากมคี ราบสเี ขยี วของ
ตวั อยางตดิ อยู ใหห ยดลางดว ยนำ้� ยา Solvent-1 เลก็ นอ ยแลว จงึ นําไปลางตอ ดว ยนำ�้ สะอาดตอ ไป
การตรวจเชค็ นำ้� ยาทดสอบว่ามปี ระสิทธิภาพใช้งานหรอื ไม่
การเชค็ ประสทิ ธภิ าพนำ้� ยา ใหท้ ดสอบโดยการใสน่ ำ้� ยา
ทดสอบทกุ ชนิดลงหลอดแกว้ เรียงตามล�ำดบั ดังนี ้
(1) Solvent – 2 : 0.25 ml. (2) GT – 1 : 0.50 ml.
(3) GT – 2 + GT 2.1 : 0.25 ml.
(4) GT – 3 + GT 3.1 : 1 ml. (5) GT – 4 : 0.50 ml.
(6) GT – 5 : 0.50 ml.
ใสล่ งในหลอดทดลอง โดยไมต่ อ้ งรอเวลาและไมต่ อ้ งท�ำ
ปฏิกิริยาในอ่างน�้ำอุ่น อ่านผลจากสีที่เกิดขึ้น โดยผลออกมา
เป็นสีน�้ำตาลเข้มแสดงวา่ น้�ำยาทดสอบใชง้ านได ้ แตถ่ า้ ผลออก
มาเปน็ สนี ำ�้ ตาลออ่ นออกไปทางสเี หลอื ง แสดงวา่ นำ้� ยาทดสอบ ภาพท่ี 33 การเชค็ ประสทิ ธภิ าพน�ำ้ ยาทดลอง
ไม่สามารถใชง้ านได้ ดังแสดงในภาพท่ี 33 ที่มา : http://www.gttestkit.com
18 กรมส่งเสริมการเกษตร
การตรวจวิเคราะหส์ ารเคมตี กคา้ ง
ของสารกำ�จดั แมลงกล่มุ ไพรที รอยด์
ในผลผลิตการเกษตรดว้ ยชดุ ทดสอบ PY-TEST KIT
สารก�ำจัดแมลงกลุ่มไพรีทรอยด์ (Pyrethroids Pyrethrins) อยู่ในกลุ่ม 3A
มีคุณสมบัติออกฤทธิ์เร็ว ถูกตัวตาย และกินตาย สลายตัวได้เร็วและไม่มีฤทธิ์ดูดซึม
มกี ลไกการออกฤทธิ์ คอื รบกวนสมดุลของโซเดยี ม ออกฤทธ์กิ ับระบบประสาทในบรเิ วณ
ส่วนของแกนประสาท โดยเริ่มจากปลายประสาทรับความรู้สึกจากอวัยวะสัมผัส
จะเปลี่ยนกระแสประสาทเป็นประจุไฟฟ้าเพื่อจะส่งต่อไปยังระบบประสาทส่วนกลาง
สารในกลุ่มไพรีทรอยด์น้ีจะไปท�ำปฏิกิริยากับผนังชั้นนอกของเซลล์ประสาท ท�ำให้
กระตุ้นการเข้าออกของโซเดียม ท�ำให้ระบบประสาทถูกกระตุ้นด้วยประจุไฟฟ้า
จ�ำนวนมาก ท�ำให้เกิดอาการกระตุกของกล้ามเน้ือ เป็นอัมพาตและตายในที่สุด
สารก�ำจัดแมลงในกลุ่มไพรีทรอยด์ที่มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องและอนุญาตให้น�ำ
มาใช้ในผลผลิตทางการเกษตร มีมากกว่า 10 ชนิด เช่น alpha-cypermethrin
beta-cyfluthrin bifenthrin cypermethrin deltamethrin esfenvalerate
etofenprox fenpropathrin gamma-cyhalothrin permethrin เปน็ ตน้
หลกั การชดุ ทดสอบสารกำ�จดั แมลงกลมุ่ ไพรที รอยด์ ดว้ ยชดุ ทดสอบ PY-TEST KIT
กลุ่มสารสังเคราะห์ไพรีทรอยด์ เป็นสารเคมีกลุ่มท่ีสังเคราะห์ขึ้นโดยมีความ
สัมพันธ์ตามโครงสร้างของไพรีทริน ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่สกัดได้จากพืชไพรีทรัม
สารเคมีในกลุ่มน้ีมีความเป็นพิษต่อแมลงสูง แต่มีความเป็นพิษต่อสัตว์เลือดอุ่นต�่ำ
ชhุyดdทrดoสlyอsบeจสะาทร�ใำปนฏกลิกมุ่ิริยCาNตรอวจอจกับมา c(yรaอnรoะยgะeเnวลgาr o1u0pน(าCทNี )แลโดะใยนอPณุ Y-ห1ภมูจิะ3ท5�-ำห40นo้าCท)ี่
ส่วน PY-2, PY-5 และ PY-6 ท�ำหน้าที่เป็นตัวปรับค่าความเป็นกรด-เบสท่ีเหมาะสม
กับการเกิดสีของ indicator ซ่ึงก็คือ PY-3 และมีตัวเร่งปฏิกิริยาการเกิดสีคือ PY-4
ในกรณีท่ีมีสารในกลุ่ม cyanogen group จะเข้าไปขัดขวางยับย้ังการเกิดสีของ
indicator ท�ำให้ปฏิกิริยา
ที่ ต ร ว จ อ อ ก ม า ไ ม ่ เ กิ ด สี
ทั้ ง นี้ ก า ร ยั บ ยั้ ง ก า ร เ กิ ด สี
จ ะ แ ป ร ผั น ต ร ง กั บ ป ริ ม า ณ
cyanogen group หากมี
ปริมาณมากจะท�ำให้ปฏิกิริยา
ท่ไี ด้ออกมาไม่เกิดสีหรอื เปน็ สใี ส ภาพที่ 34 cypermethrin
ที่มา : http://www.gttestkit.com
19ค่มู อื การตรวจวเิ คราะห์สารเคมตี กค้างในผลผลิตการเกษตร
อุปกรณแ์ ละชุดนำ้� ยาตรวจสอบ
อปุ กรณส์ �ำหรบั การตรวจสอบ ประกอบดว้ ย
หลทอี่วดาทงดหลลอองดท(ดTลesอtง t(uRbaec)k)และ สำ�ลี
เครื่องผสมสาร (Vortex Mixer) ถาดน้ำ�อุ่นชนิดดัดแปลง
หลอดดูดพลาสติก ขนาด 1 มล. Forceps กรวยกรอง (Glass funnel)
ภาพที่ 35 อุปกรณ์สำ�หรับการทดสอบ
20 กรมสง่ เสริมการเกษตร
ชุดน้ำ� ยาส�ำหรับการตรวจสอบ
ชุดน�้ำยาทดสอบ 1 ชุด สามารถตรวจได้ 20 ตัวอย่าง ประกอบด้วยน�ำ้ ยา ดังน้ี
(1) Extract–1
(2) Blank Solution
(3) PY–1
(4) PY–2
(5) PY–3
(6) PY–4
(7) PY–5
(8) PY–6 ภาพที่ 36 ชุดน้ำ�ยาสำ�หรับการทดสอบ
ข้นั ตอนการตรวจสอบ
1. การสกัดตัวอยา่ ง
1.1 สุ่มตัวอย่างให้ได้น�้ำหนัก
20 กรมั ยกเวน้ ตวั อยา่ ง พรกิ พน้ื บา้ น (พรกิ ขห้ี นู
พริกช้ีฟ้า พริกกะเหร่ียง) ใช้ตัวอย่าง 10 กรัม
(กรณีตัวอย่างเปียกน้�ำหรือมีหยดน�้ำเกาะอยู่
ให้ใช้กระดาษซับน�ำ้ ออกให้แห้ง) ภาพที่ 37 ตัวอย่างผักและผมไม้
1.2 ดูดน้�ำยา Extract-1 ปริมาตร 1 มิลลิลิตร ใส่ลงในหลอดแก้วทดลอง
ดงั แสดงในภาพที่ 38
1.3 มว้ นส�ำลเี ปน็ กอ้ นกลมเลก็ ๆ ขนาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางประมาณ 1 เซนตเิ มตร
และดูดน้�ำยา Extract-1 จากในหลอดท่ีเตรียมไว้ ปริมาตรประมาณ 0.25 มิลลิลิตร
ใสล่ งบนส�ำลใี หพ้ อชุม่ ดังแสดงในภาพท่ี 39
ภาพที่ 38 นป้ำ�รยิมาาตEรxt1racมtิล-1ลิลิตร ภาพที่ 39 หปลยรงดิมบนานต้ำ�สยรำ�าปลรี Eะxมtาrณact0-1.25 มิลลิลิตร
21
คู่มอื การตรวจวเิ คราะหส์ ารเคมีตกค้างในผลผลติ การเกษตร
1.4 ใช้ Forceps คบี ส�ำลนี �ำไปเชด็ พน้ื ผวิ ของตวั อยา่ งใหท้ วั่ เชด็ โดยการพลกิ ส�ำลี
กลับไปกลับมา เพ่ือเชด็ สารทต่ี กค้างอยู่ออกมาให้มากทส่ี ดุ ดังแสดงในภาพที่ 40
ภาพที่ 40 สำ�ลีเช็ดพื้นผิวของตัวอย่างเพื่อเช็ดสารที่ตกค้าง
1.5 คีบส�ำลีที่เช็ดแล้ว ใส่ลงไปแช่ในหลอดแก้วท่ี
มีน�้ำยา Extract-1 ที่เหลืออยู่ จากนั้นน�ำไปเขย่า-ปั่น
ผสมดว้ ยเครอ่ื ง Vortex ดังแสดงในภาพที่ 41
1.6 คีบส�ำลีที่เขย่า-ปั่นแล้ว
ออกจากหลอดขึ้นมาวางบน
กรวยแกว้ แลว้ ใช ้ Forceps บบี
ส�ำลีกับกรวยแก้ว เพื่อไล่เอา ภาพที่ 41 สทแำ�ี่เชหล่ใลีนทือนี่เช้ำ�็ดยตา ัวEอxยt่าrงact-1
น้�ำยา Extract-1 ที่เช็ดสกัด
ภาพที่ 42 บทีบี่เชน็ด้ำ�ยสากัดEมxาtจraากcตt-ัว1อย่าง มาจากตัวอย่างแล้วออกมาจากส�ำลีให้หมด น�ำส�ำลีทิ้งไป
ดังแสดงในภาพที่ 42
1.7 น�้ำยาสกัดตัวอย่างท่ี
ได้ให้น�ำไปเขย่าด้วยเคร่ือง
Vortex อีกคร้ัง จะได้สาร
Sample Extract ซ่ึงจะ
น�ำไปใช้ตรวจต่อด้วยชุด
PY TEST KIT ตอ่ ไป ดงั แสดง
ในภาพที่ 43 และ 44
ภาพที่ 43 ตเขัวยอ่ายน่า้ำ�งยอาีกสคกรัดั้ง ภาพที่ 44 Sample Extract
22 กรมส่งเสรมิ การเกษตร
2. การตรวจสอบตวั อยา่ ง
น�ำหลอดทดลองเติมน�้ำยา ดังน้ี
หลอดท่ี 1 ติดฉลากหลอด Blank ดูดน้�ำยา Blank Solution
ใส่ลงในหลอด จ�ำนวน 0.25 มลิ ลลิ ิตร
หลอดที่ 2 เป็นต้นไป เป็นหลอดตัวอย่างที่ต้องการตรวจวิเคราะห์ โดย
ใหด้ ูดนำ้� ยา Sample extract จ�ำนวน 0.25 มิลลลิ ิตร ใส่ลงไปในหลอดนน้ั ๆ แลว้ เติมสาร
PY-1 จ�ำนวน 0.25 มลิ ลลิ ติ ร เขย่าและน�ำไปอุ่นในอา่ งน้ำ� ทีอ่ ณุ หภูมิ 37 องศาเซลเซียส
(หรือช่วง 35 - 40 องศาเซลเซยี ส) นาน 10 นาที เมือ่ ครบเวลาน�ำออกมาจากอ่างน้ำ� อนุ่
แลว้ เตมิ สาร PY-2 – PY-6 ตามปรมิ าตรท่ีก�ำหนด ดงั แสดงในตารางท่ี 3
ตารางที่ 3 ปรมิ าณสารทใี่ ชส้ �ำหรบั ทดสอบ PY-TEST KIT
ชนดิ สาร หลอด Blank หลอด Sample หมายเหตุ
Blank Sample extract
0.25 มิลลิลติ ร 0.25 มิลลลิ ิตร
PY-1 0.25 มลิ ลลิ ิตร 0.25 มลิ ลลิ ิตร
เขยา่ และน�ำไปอุ่น
อนุ่ ในอา่ งนำ้� ทอี่ ณุ หภมู ิ 37 o C (หรอื ชว่ ง 35-40 o C) นาน 10 นาที เมอื่ ครบเวลาน�ำออกมาจากอา่ งนำ้� อนุ่ แลว้ เตมิ สาร
PY-2 0.75 มลิ ลิลิตร 0.75 มลิ ลิลติ ร เขยา่
PY-3
PY-4 0.15 มลิ ลลิ ติ ร 0.15 มลิ ลลิ ิตร เขย่า
0.25 มลิ ลลิ ิตร 0.25 มลิ ลิลติ ร เขย่า
PY-5 0.50 มลิ ลิลติ ร 0.50 มิลลิลติ ร เขย่า
PY-6
0.50 มลิ ลลิ ิตร 0.50 มิลลิลิตร เขยา่
ผสมน�้ำยาในแต่ละหลอดให้เข้ากัน สังเกตสีท่ีเกิดขึ้นในแต่ละหลอดเปรียบเทียบสี
ที่เกิดขนึ้ กบั หลอด Blank
*** หมายเหตุ หลอดดดู พลาสตกิ มขี นาด 1 มิลลลิ ิตร แบง่ ออกเป็น 4 ส่วน โดย
0.75 มิลลิลิตรเท่ากับ 3 ส่วน
0.50 มลิ ลิลิตรเทา่ กับ 2 สว่ น
0.25 มลิ ลลิ ติ รเท่ากับ 1 ส่วน
0.15 มลิ ลลิ ติ รเทา่ กับประมาณ 3 หยด
23คมู่ ือการตรวจวเิ คราะหส์ ารเคมตี กคา้ งในผลผลิตการเกษตร
3. การประเมนิ ผล ดังแสดงในตารางที่ 4
ตารางที่ 4 การอา่ นผลการวิเคราะหส์ ารตกคา้ งดว้ ยชุดทดสอบ PY-TEST KIT
สสี ารละลายในหลอด เกณฑต์ ดั สนิ
หลอด Sample มสี เี ขม้ กวา่ หรือ ไมพ่ บ สารเคมีตกคา้ ง
เทา่ กบั หลอด Blank พบ สารเคมตี กค้าง
หลอด Sample มีสีออ่ นกว่าหลอด ในระดบั ที่ปลอดภัย
Blank พบ สารเคมีตกคา้ ง
หลอด Sample ไมม่ ีสหี รือมสี ีเร่อื ๆ ในระดับที่ไมป่ ลอดภยั
ภาพที่ 45 วิเคราะห์ผลโดยเปรยี บเทียบสีระหว่างหลอด Sample และ หลอด Blank
ข้อแนะนำ�
• อยา่ วางชุดทดสอบใกล้มือเด็ก
• การปฏิบัติงานทดสอบ ควรสวมถุงมือทกุ ครั้ง
• หากสารเคมีในชดุ ทดสอบหกเปอ้ื น ให้รบี ล้างดว้ ยน�้ำสะอาดทันที
• ช่วงเขย่าสารแนะน�ำให้ใช้เคร่ือง vortex เพราะจะท�ำให้สารผสมเข้ากันได้ดี
ปฏิกริ ิยาการเกดิ สสี มบูรณ์ เพราะปรมิ าณน�ำ้ ยาทหี่ ยดและการผสมมีผลต่อการเกิดสี
• เก็บรักษาทอ่ี ณุ หภมู ิห้องหรือในท่ีท่อี ุณหภูมิ < 30 O C
• ชุดน้�ำยาเปน็ ชุดทผี่ ลติ ข้นึ มาใหม่ มีวนั หมดอายุ 1 ปี หากเก็บรักษาอยา่ งถกู ตอ้ ง
24 กรมสง่ เสรมิ การเกษตร
การตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกคา้ ง
ของสารกำ�จดั เชอ้ื รากลุ่มไดไธโอคารบ์ าเมต
ในผลผลิตการเกษตรด้วยชดุ ทดสอบ DTC-TEST KIT
สารป้องกันก�ำจัดเชื้อรากลุ่มไดไธโอคาร์บาเมตเป็นสารป้องกันก�ำจัดเชื้อรา
ท่ีมีการใช้กันมากมาย เพ่ือป้องกันและก�ำจัดโรคพืช เช่น โรคราน้�ำค้าง ราสนิม
ใบจุด ยอดเห่ียว ใบไหม้ ผลเน่า และแอนแทรคโนส เป็นต้น เป็นสารที่ออกฤทธิ์
เขา้ ท�ำลายหลายจดุ อยใู่ นกล่มุ 13 (M) ประเภทสัมผัส เชน่ ไซเนบ มาแนบ แมนโคเซบ
มีไทแรม มาแบม นาแบม โพรพิแนบ ไทแรม เฟอร์แบม ซิแรม เป็นต้น ส�ำหรับ
ชุดทดสอบสารก�ำจัดเชื้อรากลุ่มไดไธโอคาร์บาเมต เป็นชุดทดสอบส�ำหรับตรวจสอบ
สารป้องกันก�ำจัดเชื้อราในผักและผลไม้ เป็นชุดทดสอบอย่างง่าย และสามารถ
ทราบผลการตรวจไดใ้ นเวลารวดเร็ว
หลักการชดุ ทดสอบสารกำ�จดั เชือ้ รากลุม่ ไดไธโอคารบ์ าเมต
ด้วยชดุ ทดสอบ DTC-TEST KIT
หลกั การของชดุ ทดสอบ Dithiocarbamates test kit (DTCs) เปน็ อนพุ นั ธ์
ของ Dithiocarbamic acid และประกอบด้วยธาตุโลหะ เช่น Zinc, Manganese
ในกลุ่มที่มี Dithio group เป็นโครงสร้างหลักที่มีอยู่ในสารก�ำจัดเชื้อรา โครงสร้างนี้
มีคุณสมบัติเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา (catalyst) การเกิดสี ซึ่งในหลักการการท�ำงาน
ของชุดทดสอบ หากมีกลุ่ม Dithio group อยู่จะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาการเกิดสี
ท�ำให้เม่ือท�ำปฏิกิริยาจนครบในสภาวะความเป็นกรด-เบส ที่เหมาะสมแล้ว จะให้
ผลเกดิ สขี นึ้ มาในทนั ทใี นการทดสอบ
ภาพที่ 46 อนุพันธ์ของ Dithiocarbamic acid 25
ที่มา : http://www.gttestkit.com
คูม่ อื การตรวจวเิ คราะห์สารเคมตี กคา้ งในผลผลติ การเกษตร
อุปกรณแ์ ละชดุ นำ้� ยาตรวจสอบ
อุปกรณส์ �ำหรบั การตรวจสอบ ประกอบด้วย
เครื่องผสมสาร (Vortex Mixer) กรวยกรอง (Glass funnel)
หลอดดูดพลาสติก ขนาด 1 มล. Forceps
หลทอี่วดาทงดหลลอองดท(ดTลesอtง t(uRbaec)k)และ สำ�ลี
ภาพที่ 47 อุปกรณ์สำ�หรับการทดสอบ
26 กรมส่งเสรมิ การเกษตร
ชุดน�้ำยาส�ำหรับการตรวจสอบ ภาพที่ 48 ชุดน้ำ�ยาสำ�หรับการทดสอบ
ชุดน�้ำยาทดสอบ 1 ชุด สามารถตรวจได้
20 ตัวอย่าง ประกอบด้วยน้�ำยา ดังน้ี DTC
Solution, DTC–1, DTC–2, DTC–3,
DTC–4, DTC–5
ข้นั ตอนการตรวจสอบ
1. การสกดั ตวั อยา่ ง
1.1 สุ่มตัวอย่างผัก ผลไม้เป็นชิ้นให้ได้
น�้ำหนักประมาณ 20 กรัม (ยกเว้น ตัวอย่างพริก
พื้นบ้านต่าง ๆ พริกข้ีหนู พริกชี้ฟ้า พริกกระเหร่ียง ภาพที่ 49 ตัวอย่างผัก ผลไม้
พรกิ หนมุ่ ใชต้ ัวอย่างท้งั ผลหนกั 10 กรมั )
1.2 ดูดน้�ำยา DTC Solution จ�ำนวน
1 มิลลิลิตร ลงในหลอดทดลอง ดังแสดงในภาพท่ี 50
1.3 มว้ นส�ำลเี ป็นกอ้ นกลม ขนาดประมาณ
1 เซนตเิ มตร ดดู น�้ำยา DTC Solution ทเ่ี ตรยี มไวแ้ ล้ว
ใสล่ งบนส�ำลี ประมาณ 0.25 มลิ ลิลติ ร – 0.5 มิลลลิ ติ ร
หรือพอชมุ่ ดงั แสดงในภาพที่ 51
1.4 ใช้ Forceps คีบส�ำลีน�ำไปเช็ดพื้นผิว ภาพท่ี 50 จDำ�TนCวนSo1lutมiิลonลิลิตร
ของตวั อยา่ งใหท้ ว่ั เชด็ โดยพลกิ ส�ำลกี ลบั ไปกลบั มา เพอ่ื
เช็คสารท่ตี กคา้ งอยู่ออกมาให้มากทส่ี ุด ดังแสดงในภาพท่ี 52
ภาพที่ 51 หยดน้ำ� DTC Solution ภาพที่ 52 สำ�ลีเช็ดพื้นผิวของตัวอย่างเพื่อเช็ดสารที่ตกค้าง
ใส่ลงบนสำ�ลี
คูม่ ือการตรวจวเิ คราะห์สารเคมตี กค้างในผลผลิตการเกษตร 27
1.5 คีบส�ำลีที่เช็ดแล้ว ภาพที่ 53 สำ�ลีที่เช็ดตัวอย่าง แช่ในน้ำ�ยา DTC Solution ที่เหลือ
ใส่ลงไปแช่ในหลอดแก้วที่มี
น้�ำยา DTC Solution ท่ีเหลือ
อยู่จากข้ันตอนท่ี 1.3 จากนั้น
น�ำไปเขยา่ - ปั่นผสมด้วยเคร่อื ง
Vortex ดังแสดงในภาพท่ี 53
1.6 คีบส�ำลีที่เขย่า - ปั่นแล้ว ออกจากหลอดขึ้นมา
วางบนกรวยแก้ว แล้วใช้ Forceps บีบส�ำลีกับกรวยแก้ว
เพื่อไล่เอาน้�ำยา DTC Solution ที่เช็ดสกัดมาจากตัวอย่าง
แลว้ ออกมาจากส�ำลใี หห้ มด น�ำส�ำลที งิ้ ไป ดงั แสดงในภาพท่ี 54
1.7 น�ำนำ้� ยาสกดั ตวั อยา่ งทไี่ ดใ้ หน้ �ำไปเขยา่ ดว้ ยเครอ่ื ง
Vortex อีกครั้ง จะได้สาร Sample Extract ซึ่งจะน�ำไป
ภาพที่ 54 บทีบี่เชน็ด้ำ�ยสากัดDมTาCจากSตoัวluอtยio่างn ให้ตรวจต่อไป ดังแสดงในภาพท่ี 55 และ 56
ภาพท่ี 55 เขย่าน้ำ�ยาสกัดตวั อยา่ งอีกครงึ้ ภาพที่ 56 Sample Extact
2. การตรวจสอบตวั อย่าง
น�ำหลอดแกว้ เติมนำ้� ยา ดงั น้ี
หลอดที่ 1 ติดฉลากหลอด Blank ดูดน้�ำยา DTC Solution
ใส่ลงในหลอด จ�ำนวน 0.25 มลิ ลิลิตร
หลอดท่ ี 2 เป็นต้นไป เป็นหลอดตัวอย่างท่ีต้องการตรวจวิเคราะห์ โดย
ให้ดูดน้�ำยา Sample extract จ�ำนวน 0.25 มิลลิลิตร ใส่ลงไปในหลอดน้ัน ๆ และ
เตมิ นำ้� ยา DTC-1 – DTC-5 ตามปริมาตรทกี่ �ำหนด ดงั แสดงในตารางท่ี 5
28 กรมสง่ เสรมิ การเกษตร
ตารางที่ 5 ปริมาณสารทใ่ี ชส้ �ำหรบั ทดสอบ DTC-TEST KIT
หลอด Blank หลอด Sample หมายเหตุ
ชนดิ สาร
DTC Solution Sample Extract เขย่า
DTC–1 0.25 มิลลิลติ ร 0.25 มิลลิลิตร เขยา่
DTC-2 เขย่า
DTC-3 0.25 มิลลลิ ติ ร 0.25 มิลลลิ ิตร เขยา่
DTC-4 0.02 มิลลิลติ ร 0.02 มิลลลิ ติ ร เขย่า
DTC-5 0.25 มลิ ลิลิตร 0.25 มลิ ลิลิตร
0.50 มลิ ลิลิตร 0.50 มิลลิลิตร
0.20 มิลลลิ ติ ร 0.20 มิลลลิ ติ ร
ผสมน�้ำยาในแต่ละหลอดให้น�้ำยาผสมเข้ากัน สังเกตสีท่ีเกิดขึ้นในแต่ละหลอด
เปรยี บเทียบสที ่เี กดิ ข้ึนกับหลอด Blank
*** หมายเหตุ หลอดดูดพลาสตกิ มีขนาด 1 มิลลลิ ติ ร แบง่ ออกเปน็ 4 ส่วน โดย
0.25 มลิ ลลิ ติ รเท่ากบั 1 สว่ น
0.50 มลิ ลิลติ รเทา่ กับ 2 สว่ น
0.02 มิลลิลิตรเทา่ กับ 1 หยด
0.20 มลิ ลิลิตรเทา่ กบั 1 สว่ น แลว้ หกั ออก 1 หยด
3. การประเมนิ ผล ดังแสดงในตารางท่ี 6
ตารางที่ 6 การอา่ นผลการวเิ คราะหส์ ารเคมตี กคา้ งดว้ ยชดุ ทดสอบ DTC-TEST KIT
สีสารละลายในหลอด เกณฑต์ ัดสนิ
หลอด Sample มสี ีอ่อนกว่า ไม่พบ สารเคมีตกคา้ ง
หรือเทา่ กับหลอด Blank พบ สารเคมตี กคา้ ง
หลอด Sample มสี เี ข้มกวา่ ในระดบั ท่ปี ลอดภัย
หลอด Blank พบ สารเคมีตกคา้ ง
หลอด Sample มีสเี ข้มชัดเจน ในระดับท่ีไม่ปลอดภยั
จนถึงสเี ทา
29คู่มือการตรวจวิเคราะห์สารเคมตี กคา้ งในผลผลติ การเกษตร
ภาพที่ 57 วิเคราะหผ์ ลโดยเปรียบเทียบสรี ะหว่างหลอด Sample และ หลอด Blank
ข้อแนะนำ�
• อย่าวางชดุ ทดสอบใกล้มอื เดก็
• การปฏิบัตงิ านทดสอบ ควรสวมถุงมอื ทกุ ครง้ั
• หากสารเคมใี นชุดทดสอบหกเปือ้ น ให้รบี ลา้ งด้วยน้�ำสะอาดทันที
• น้�ำยา DTC test ทุกชนิด เมื่อใช้แล้วต้องปิดฝาให้สนิท โดยเฉพาะ DTC–5
ให้รบี ปดิ ฝาหลังใชง้ านเสรจ็
• เกบ็ รกั ษาชุดทดสอบในที่อุณหภูมิตำ่� กว่า 30 องศาเซลเซียสไม่ถูกแสง
• อายกุ ารเกบ็ รักษาไม่น้อยกว่า 12 เดือน นับตง้ั แตว่ นั ผลิต
• 1 ชุดทดสอบ สามารถตรวจวิเคราะห์ ไดถ้ ึง 24 ตวั อย่าง
• ช่วงเขย่าสารแนะน�ำให้ใช้เคร่ือง vortex เพราะจะท�ำให้สารผสมเข้ากันได้ดี
ปฏกิ ิรยิ าการเกดิ สีสมบูรณ์ เพราะปริมาณน้�ำยาที่หยดและการผสมมผี ลต่อการเกิดสี
• หากหลอด Blank มสี นี ำ้� เงนิ เขม้ มากหรอื สมี ว่ ง ใหล้ ดปรมิ าณการหยด DTC–5
ลงในทุก ๆ หลอด ใหเ้ หลอื 0.15 มลิ ลลิ ิตร โดยดดู ขึ้นมา 1 ส่วน แล้วหักออก 2-3 หยด
กเกก อลลััอกยยบส ววาทจจัั รนนอ อ์์ งา้ธธงปปhูู อธtหหtงิูปออpมมห:/../อwมมม..wปป. w..ปปช...gุดชtเทtตดุeครนsนtวำ้�kคิยจitแา.หcลตoาะรmขวยจอ้า/สคฆinอว่าtบรrแรoสะ_มาวmรลงั พใeงนษิ thกต“oากจรdคีตท.า้hรีง”tว/m.จยวา(สฆเิรบืคะา่ รคแบาน้ มะบลห1อง8ส์ อา“ตนรจลุ พไทีาลษิค”ี นมต. กอ์)2.คดั 5าส้ 6แง�3ำ.หเนอลาดั ่งสข�ำ้เอนมาูล :
ก อ บ ทอง ธแสปู บืหหคอลน้ม่ง.1ขม9้.อปตม.ลุปูลา.คชมดุhท2t5ดt6pส3อ:/บ/สwารwกw�ำจ.ดั gเtชtอื้ eรsาtกkลitมุ่ .ไcดoไธmโอ/คpาdรบ์ f/าเDมTทC. (%ระ2บ0บDออEนMไลOน2)์ .pdf
ส �ำน กั ว จิ ยั แตลกะคพา้ฒั งน. อากดั าสร�เำเกนษาตรเขตที่ 4 กรมวชิ าการเกษตร. 2562. คมู่ อื การใหบ้ รกิ ารตรวจสอบสารพษิ
30 กรมสง่ เสริมการเกษตร
ค�ำ แนะน�ำ ที่ 5 / 2564
ค่มู อื การตรวจวิเคราะหส์ ารเคมีตกคา้ งในผลผลิตการเกษตร
ที่ปรึกษา
นายเขม้ แขง็ ยุติธรรมด�ำ รง อธบิ ดีกรมสง่ เสรมิ การเกษตร
นางกุลฤดี พฒั นะอมิ่ รองอธบิ ดีกรมสง่ เสริมการเกษตร
นายขจร เราประเสริฐ รองอธบิ ดีกรมส่งเสริมการเกษตร
นายวฒุ ิชยั ชิณวงศ ์ ผู้อำ�นวยการส�ำ นักพัฒนาการถา่ ยทอดเทคโนโลยี
นายรพีทศั น์ อุ่นจติ ตพันธ ์ ผู้อำ�นวยการกองส่งเสรมิ การอารักขาพชื และจดั การดนิ ป๋ยุ
เรยี บเรียง
กลุม่ สง่ เสรมิ การจดั การสารเคมปี อ้ งกนั ก�ำ จัดศัตรพู ชื
กองส่งเสริมการอารักขาพชื และจัดการดินปยุ๋
บรรณาธกิ าร
นางสาวพนดิ า ธรรมสุรักษ์ ผู้อำ�นวยการกลมุ่ พฒั นาส่อื ส่งเสรมิ การเกษตร
นางสาวอำ�ไพพงษ์ เกาะเทียน นักวิชาการเผยแพร่ช�ำ นาญการ
กลุ่มพฒั นาส่อื สง่ เสริมการเกษตร
ส�ำ นักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมสง่ เสรมิ การเกษตร
ออกแบบ นายช่างพมิ พ์ช�ำ นาญงาน
นายศราวุฒิ นุ้นยอ้ ย
นางสาวปิยะดา นานะ ช่างพมิ พ์
กลุ่มโรงพมิ พ์
สำ�นกั พัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสรมิ การเกษตร
จัดพิมพ์
กล่มุ โรงพิมพ์ สำ�นักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมสง่ เสรมิ การเกษตร
กกรรมะทสร่งวเสงรเกมิ ษกตารรเแกลษะตสรหกรณ์