ค ำน ำ แบบฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทยผู้จัดท าได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ เป็นเครื่องมือในการ พัฒนาทักษะด้านการอ่าน ด้านการอ่านจับใจความส าคัญซึ่งจะท าให้นักเรียนสามารถจับใจความส าคัญ และมี กระบวกนการคิดวิเคราะห์จากงานเขียนประเภทต่างๆ ได้แม่นย า สามารถอ่านแล้วน าความรู้ความคิด และ ประสบการณ์ที่ได้รับ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านการเรียนและการน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวัน ขณะเดียวกัน ก็ยังท าให้นักเรียนมี ความเพลิดเพลิน เสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน และมีความภูมิใจในผลงานของตนเอง นอกจาก นักเรียนจะได้น าแบบฝึกทักษะไปใช้แล้ว ครูผู้สอนสามารถน าไปใช้ทบทวนเนื้อหาที่นักเรียนได้เรียนไปแล้ว และใช้ สอนซ่อมเสริมนักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านเชิงคิด วิเคราะห์ที่สูง ขึ้นด้วย ด้วยเหตุดังกล่าวจึงได้แบบฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย 1 ซึ่งได้สร้างแบบฝึกทักษะโดยใช้เนื้อหาบทอ่านจาก ข่าว บทความ และนิทาน ประกอบด้วยแบบฝึกหัดทั้งหมด จ านวน 6 แบบฝึกหัด มีค าถามเพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจในบทเรียน เมื่อ เสร็จสิ้นกิจกรรมตามล าดับขั้นตอนต่างๆ แล้ว นักเรียนจะได้รับการทดสอบเพื่อประมวลผลการเรียนรู้ ผู้จัดท าขอขอบคุณเจ้าของบทความ เจ้าของหนังสือ เอกสารทางวิชาการต่างๆ ตลอดจน ผู้เชี่ยวชาญที่ให้การค าแนะน าการสร้างสื่อนวัตกรรมในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหา สื่อ ตลอดจน ข้อมูลต่าง ๆ ที่ผู้วิจัยได้รวบรวมไว้ในแบบฝึกทักษะนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนและครู ในการพัฒนา กิจกรรมการเรียนการสอนให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ก าหนดไว้เป็นอย่างดี เบญจรงค์ สนธิทิม
ค ำแนะน ำส ำหรับครูผู้สอน แบบฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทย ผู้จัดท าได้ศึกษาวิเคราะห์เนื้อหาความรู้จากบทเรียน ตามหลักสูตรการศึกษาขั้น พื้นฐานพุทธศักราช 2551 เนื่องจากนักเรียนยังขาดความเข้าใจและทักษะในการอ่าน ด้านการอ่านจับ ใจความ การคิด วิเคราะห์ ผู้จัดท าจึงได้ศึกษาค้นคว้า รวบรวม และสร้างแบบฝึกทักษะเพื่อจะท าให้ นักเรียนมีการพัฒนาทักษะการอ่านที่สูงขึ้น โดยพัฒนาแบบฝึกที่ง่ายไปหายาก สร้างแรงจูงใจ สามารถ ท าให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนอ่านได้มากยิ่งขึ้น เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดทักษะการอ่านทางภาษาไทย อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้จัดท าขอขอบคุณเจ้าของบทความ เจ้าของหนังสือ เอกสารทางวิชาการต่างๆ ตลอดจน ผู้เชี่ยวชาญที่ให้การค าแนะน าการสร้างสื่อนวัตกรรมในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหา สื่อ ตลอดจนข้อมูล ต่าง ๆ ที่ผู้วิจัยได้รวบรวมไว้ในแบบฝึกทักษะนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนและครู ในการพัฒนากิจกรรมการ เรียนการสอนให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ก าหนดไว้เป็นอย่างดี ค ำแนะน ำส ำหรับครูผู้สอน ลักษณะของแบบฝึกทักษะ แบบฝึกทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ กลุ่ม สาระการเรียนรู้ภาษาไทย แบ่งเนื้อหาในเล่มแบบฝึกประกอบด้วย ค าน า ค าแนะน าส าหรับ ครูผู้สอน วิธีการใช้แบบฝึก จุดประสงค์การเรียนรู้ ใบความรู้ / เนื้อหาสาระ แบบฝึกหัด และ แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน โดยมีแบบฝึกทักษะ ทั้งหมด 6 แบบฝึก ดังนี้ แบบฝึกการอ่านข่าว : สืบเสาะวิเคราะห์ข่าว จ านวน ๒ แบบฝึก แบบฝึกการอ่านบทความ : เรียนเรื่องเล่าจากนิทาน จ านวน ๒ แบบฝึก แบบฝึกการอ่านนิทาน : สังเคราะห์ภาษาจากบทความ จ านวน ๒ แบบฝึก
ค ำแนะน ำส ำหรับนักเรียน องค์ประกอบของเอกสำรประกอบกำรเรียนเล่มนี้ ประกอบด้วย ๑. ใบควำมรู้ ๒. แบบฝึก ๓. แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน ข้อแนะน ำกำรใช้แบบฝึกทักษะ ๑. อ่ำนจุดประสงค์กำรเรียนรู้ ๒. ท ำแบบทดสอบก่อนเรียน จ ำนวน ๒๐ ข้อ ๓. ศึกษำเนื้อหำจำกใบควำมรู้ ๔. ฝึกปฏิบัติชุดแบบฝึกหัดที่ ๑-๖ ๕. ท ำแบบทดสอบหลังเรียน จ ำนวน ๒๐ ข้อ ๖. ตรวจค ำตอบแบบทดสอบก่อนและหลังเรียนจำกเฉลยท้ำยเล่ม
สำระและมำตรฐำนกำรเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อ น าไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการด าเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ม. 1/2 จับใจความส าคัญจากเรื่องที่อ่าน ม. 1/6 ระบุข้อสังเกตและความสมเหตุสมผลของงานเขียนประเภทชักจูงโน้มน้าวใจ ม. 1/8 วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านงานเขียนอย่างหลากหลายเพื่อน าไปใช้ แก้ปัญหาชีวิต สำระที่ ๑ กำรอ่ำน สำระที่ ๒ กำรเขียน มาตรฐานการเรียนรู้ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสารเขียนเรียงความ เขียนย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและ รายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ม. 1/6 เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับ ด้านความรู้ (K) 1. มีความรู้ความเข้าใจเนื้อหาเรื่องการอ่านจับใจความจาก ข่าว บทความนิทาน 2. มีความรู้ด้านอ่านเชิงวิเคราะห์ เนื้อหาที่ก าหนดให้ได้ ด้านทักษะ (P) 1. นักเรียนอ่านจับใจความส าคัญ ใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ ตอบค าถามจาก เนื้อหาที่ก าหนดได้ ด้านคุณค่า (A) 1. น าข้อคิดคติเตือนใจที่ได้จากการอ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้ จุดประสงค์กำรเรียนรู้
ใบควำมรู้ที่ ๑ กำรอ่ำนเพื่อพัฒนำทักษะกำรคิด : ข่ำว ควำมหมำยของข่ำว ข่ำว หมำยถึงข้อมูลหรือสำรที่คนในสังคมก ำลังให้ควำมสนใจ อำจเป็นเรื่องทั่วไปหรือแปลกใหม่ ในสังคม ทันสมัย ทันเหตุกำรณ์ และตีพิมพ์เผยแพร่ทำงหนังสือพิมพ์หรือนิตยสำร องค์ประกอบของข่ำว ข่ำวมีองค์ประกอบ ๓ ส่วน คือ พำดหัวข่ำว ควำมน ำ และเนื้อข่ำว ดังนี้ ๑. พำดหัวข่ำวหรือหัวเรื่อง (Headline) คือ ส่วนที่ใช้ดึงดูดควำมสนใจ และแจ้งให้ ผู้อ่ำนทรำบถึงประเด็นส ำคัญของข่ำว ตำมปกติพำดหัวข่ำวจะใช้ภำษำที่สั้นกระชับ สำมำรถเข้ำใจได้ง่ำยอย่ำงรวดเร็ว หำกผู้อ่ำน สนใจเหตุกำรณ์นั้นก็จะติดตำมไปอ่ำน รำยละเอียดต่อไป ๒. ส่วนควำมน ำ (Lead) คือ เนื้อเรื่องย่อของข่ำว เป็นกำรเขียนอธิบำยให้ผู้อ่ำนทรำบโดย สรุปว่ำ เหตุกำรณ์ที่น ำมำเขียนข่ำวมีเนื้อควำมว่ำอย่ำงไร ควำมน ำที่ดีต้องชัดเจน และ ท ำให้ผู้อ่ำนเข้ำใจเรื่องรำว อำจไม่จ ำเป็นต้องอ่ำนส่วนต่อไป ๓. ส่วนเนื้อหำ (Body) คือ ส่วนที่น ำเสนอรำยละเอียดของเหตุกำรณ์ทั้งหมด เพื่อให้ ผู้อ่ำนเข้ำใจเรื่องรำวตำมล ำดับ โดยอ่ำนเรียบเรียงควำมส ำคัญของเหตุกำรณ์ หรือ ตำมล ำดับเวลำที่เหตุกำรณ์นั้นเกิดขึ้น ส่วนเนื้อหำจึงมีขนำดยำว และท ำหน้ำที่ขยำย ส่วนควำมน ำ โดยช่วยแสดง รำยละเอียดของข้อมูลที่ยังไม่ได้ระบุถึงในควำมน ำให้ ครบถ้วน
ประเภทของข่ำว ข่ำวแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดังนี้ ๑. ข่ำวหนัก หมำยถึง ข่ำวที่มีเนื้อเรื่องในเชิงสำระ และมีอิทธิพลต่อคนส่วนใหญ่ในสังคม เช่น ข่ำวกำรเมือง ข่ำวเศรษฐกิจ ข่ำวธุรกิจ ข่ำวกำรศึกษำ ๒. ข่ำวเบำ หมำยถึง ข่ำวที่เกิดขึ้นในกลุ่มคนกลุ่มย่อย ๆ มีอิทธิพลต่อคนส่วนใหญ่ใน สังคม เช่น ข่ำวชำวบ้ำน ข่ำวสังคม ข่ำวบันเทิง ข่ำวกีฬำ ข่ำวอำชญำกรรม เป็นต้น กำรใช้ภำษำพำดหัวข่ำวของหนังสือพิมพ์ ภำษำที่พบในกำรน ำเสนอข่ำวเป็นภำษำที่มีลักษณะบำงประกำรแตกต่ำงไปจำกกำร ใช้ภำษำโดยทั่วไปขึ้นอยู่กับประเภทของข่ำว และประเภทของหนังสือพิมพ์ ลักษณะกำรใช้ ภำษำที่ปรำกฏซ้ ำจนสำมำรถสังเกตได้ชัดเจน มีดังนี้ ๑. กำรตัดค ำหรือกร่อนค ำ คือ กำรที่ผู้เขียนข่ำวจ ำเป็นต้องตัดบำงส่วนของค ำที่ เลือกใช้ในส่วนพำดหัวข่ำวให้สั้นหรือย่อลง เพื่อให้สำมำรถน ำเสนอประเด็นที่ต้องกำรได้ ครบถ้วน ในพื้นที่อันจ ำกัด เช่น หนุน ใช้แทน สนับสนุน ยัน ใช้แทน ยืนยันแจงใช้แทน ชี้แจง เป็นต้น ๒. กำรละประธำนของประโยค คือ กำรที่ผู้เขียนข่ำวเห็นว่ำควำมส ำคัญของ เหตุกำรณ์ที่ต้องรำยงำนนั้นไม่ได้อยู่ที่ประธำนของประโยค แต่อยู่ที่เรื่องรำวที่เกิดขึ้นจึง น ำเสนอประเด็นส ำคัญในข่ำวโดยเลือกใช้ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยค ำกริยำ เพื่อเน้นให้ผู้อ่ำน ประจักษ์ว่ำเกิดอะไรขึ้นในข่ำว กำรใช้ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยค ำกริยำ ท ำให้เกิดประโยคที่ไม่ สมบูรณ์เนื่องจำกขำดประธำนของประโยค อย่ำงไรก็ตำม ผู้อ่ำนสำมำรถค้นหำประธำนของ ประโยคได้ เมื่ออ่ำนรำยละเอียดในควำมน ำ หรือเนื้อหำข่ำวต่อไป ๓. กำรละค ำเชื่อม ค ำสันธำน หรือส่วนขยำยประโยค คือ กำรใช้ภำษำที่พยำยำม หลีกเลี่ยงกำรใช้ค ำเชื่อมและส่วนขยำยประโยคที่ไม่จ ำเป็น เช่น ค ำว่ำ “อีกทั้ง” “ซึ่ง” “กับ” “ต่อ” เป็นต้น โดยผู้เขียนข่ำวจะเลือกใช้ประโยคเดี่ยวมำกกว่ำประโยคซับซ้อน ทั้งนี้ กำรละ ค ำดังกล่ำวจะต้องไม่ท ำให้ประโยคมี ควำมหมำยผิดเพี้ยนไป
๔. กำรใช้ค ำสแลง ค ำเฉพำะสมัย หรือค ำที่สร้ำงภำพลักษณ์เกินจริง คือ กำรใช้ภำษำที่ อยู่ในกระแสนิยม มีสีสันเกินจริง กำรใช้ค ำสแลง หรือภำษำเฉพำะสมัยรูปแบบต่ำง ๆ ทั้งที่ เป็นภำษำสนทนำ หรือค ำแสดงภำพพจน์ รวมทั้งกำรสร้ำงค ำใหม่ๆ ขึ้นมำใช้ เช่น วัยจ๊ำบ หมำยถึง วัยรุ่น สำวอยำกอึ๋ม หมำยถึงผู้หญิงที่ต้องกำรมีหน้ำอกใหญ่ขึ้น วืด หรือชวด หมำยถึง พลำดเป้ำหมำยหรือไม่ได้ในสิ่งที่คำดหวังไว้เป็นต้น กำรใช้ภำษำลักษณะนี้จะช่วย สร้ำงควำมสะดุดตำสะดุดใจให้แก่ผู้อ่ำนได้ ๕. กำรใช้ฉำยำหรือชื่อเล่นของบุคคล คือ กำรใช้ชื่อเล่นหรือตั้งฉำยำให้แก่บุคคลในข่ำว แทนกำรใช้ชื่อจริงเพื่อเน้นสร้ำงสีสันให้ข่ำวเกิดควำมน่ำสนใจ โดยชื่อเล่นหรือฉำยำที่ตั้งขึ้นใหม่ นั้น จะสั้นกว่ำชื่อจริง ท ำให้พำดหัวข่ำวกระชับสำมำรถพิมพ์ลงในพื้นที่อันจ ำกัดได้แต่ทั้งนี้ชื่อที่ น ำมำใช้นั้นจะเป็นชื่อเรียกหรือฉำยำซึ่งเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป เพื่อไม่ให้ผู้อ่ำนสับสน หลักกำรอ่ำนและพิจำรณำข่ำว พรทิพย์ ศิริสมบูรณ์เวช และคณะ. (๒๕๔๘ :๖๒-๖๕) กล่ำวว่ำ ในกำรอ่ำนข่ำวควร พิจำรณำตำมองค์ประกอบของข่ำว ดังนี้ ๑. พิจำรณำพำดหัวข่ำว กำรพิจำรณำพำดหัวข่ำวในหนังสือพิมพ์ เป็นกำรจัดล ำดับควำมส ำคัญ ของข่ำว หำกสังเกตกำรณ์พำดหัวข่ำวในหนังสือพิมพ์ จะพบว่ำส่วนส ำคัญที่สุดของข่ำวจะพำดหัวด้วย ตัวอักษรขนำดใหญ่ ส่วนที่ส ำคัญรองลงมำจะใช้ตัวอักษรขนำดเล็กลงมำตำมล ำดับ ดังนั้น ในกำรอ่ำน และพิจำรณำข่ำว ควรอ่ำนพำดหัวข่ำวใหญ่ก่อน แล้วจึงอ่ำนพำดหัวข่ำวย่อย ๒. พิจำรณำควำมน ำ เมื่ออ่ำนและพิจำรณำพำดหัวข่ำวแล้วทรำบเรื่องรำวสั้น ๆ ของข่ำว ต่อมำให้พิจำรณำควำมน ำซึ่งจะสรุปเรื่องรำวของข่ำวโดยขยำยหรือเพิ่มเติมรำยละเอียดของพำดหัวข่ำว หำกผู้เขียนข่ำวสำมำรถเขียนควำมน ำให้ชัดเจน ผู้อ่ำนที่มีเวลำน้อยและประหยัดเวลำในกำรอ่ำน ก็ไม่จ ำเป็นต้องอ่ำนเนื้อข่ำวต่อไป ๓. พิจำรณำเนื้อข่ำว เนื้อข่ำวเป็นส่วนที่ผู้อ่ำนจะอ่ำนหรือไม่อ่ำนก็ได้หำกทรำบเรื่องย่อของข่ำว จำกควำมน ำแล้ว เนื้อข่ำวเป็นรำยละเอียดเกี่ยวกับเหตุกำรณ์ที่เป็นข่ำว ซึ่งอำจจะพบว่ำกำรให้ข้อมูล ของหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับแตกต่ำงกัน เพรำะผู้เขียนข่ำวต้องน ำเสนอให้ทันเวลำ หำกสนใจข่ำวใดเป็น พิเศษให้อ่ำนเนื้อข่ำว จำกหนังสือพิมพ์หลำยฉบับเพื่อจะได้เปรียบเทียบควำมถูกต้องของข่ำว
๔. พิจำรณำกำรใช้ส ำนวนภำษำ เมื่อพิจำรณำกำรใช้ส ำนวนภำษำในกำรเขียนข่ำวจนพบว่ำ มีข้อบกพร่องหลำยประกำร ทั้งในกำรเขียนสะกดค ำ กำรใช้ค ำย่อ กำรใช้ค ำผิดระดับ กำรใช้ ค ำสแลง กำรวำงส่วนขยำยไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ เป็นเพรำะกำรจัดท ำหนังสือพิมพ์เป็นกระบวนกำรที่ เร่งด่วนที่ต้องด ำเนินอย่ำงรวดเร็ว เพื่อให้ทันเวลำขำย เพรำะหนังสือพิมพ์จะมีค่ำเฉพำะ วันเท่ำนั้น พอวันรุ่งขึ้นจะไม่มีใครสนใจ ข่ำวจึงเป็นวรรณกรรมที่รีบเร่ง เพรำะฉะนั้นกำรอ่ำนข่ำว จึงควรพิจำรณำกำรใช้ภำษำ ตำมลักษณะของภำษำข่ำวไม่ยึดควำมถูกต้อง
ใบควำมรู้ที่ ๑ กำรอ่ำนเพื่อพัฒนำทักษะกำรคิด : บทควำม ๑. กำรอ่ำนเพื่อพัฒนำกำรคิดวิเครำะห์ กำรอ่ำนในชีวิตประจ ำวัน มีทั้งกำรอ่ำนในใจและกำรอ่ำนออกเสียงที่ส ำคัญ ผู้อ่ำนต้อง สำมำรถจับใจควำมส ำคัญให้ได้ว่ำ ใคร ท ำอะไร ที่ไหน เมื่อไร และอย่ำงไร ผู้อ่ำนต้องตั้งค ำถำม เพื่อวิเครำะห์ได้ว่ำเพรำะเหตุใดจึงเกิดเหตุกำรณ์นั้นขึ้น มีกำรวิเครำะห์เนื้อหำในรูปแบบกำรใช้ ภำษำของเนื้อเรื่องและศิลปะด้ำนกำรเขียนโดยพิจำรณำข้อควำมที่น่ำสนใจแล้วน ำมำพิจำรณำ คุณค่ำที่ปรำกฏในเรื่อง ๒. จุดมุ่งหมำยของกำรอ่ำนเพื่อพัฒนำกำรคิด ๑. สำมำรถบอกรำยละเอียดของเรื่องรำวได้อย่ำงชัดเจน ๒. สำมำรถปฏิบัติตำมค ำสั่งได้ ๓. เพื่อฝึกกำรอ่ำนเร็วและสำมำรถตอบค ำถำมได้ถูกต้อง ๔. สำมำรถสรุปหรือย่อเรื่องที่อ่ำนได้ ๕. อ่ำนแล้วสำมำรถคำดกำรณ์ และหำควำมจริง แสดงข้อคิดเห็นได้ ๓. วิธีกำรอ่ำนเพื่อพัฒนำกำรคิด วิธีกำรอ่ำนเพื่อพัฒนำกำรคิดมีหลำยอย่ำงขึ้นอยู่กับควำมชอบว่ำอย่ำงไร เช่น กำรขีดเส้น ใต้กำรใช้สีต่ำงกัน แสดงควำมส ำคัญมำกน้อยของข้อควำม กำรบันทึกย่อเป็นส่วนหนึ่งของกำร อ่ำนจับใจควำมส ำคัญในกำรพัฒนำควำมคิด วิเครำะห์ที่ดี แต่ผู้ที่ย่อควรย่อด้วยส ำนวนภำษำที่ดี และส ำนวนภำษำของตนเอง ย่อด้วยกำรตัดเอำข้อควำมส ำคัญ มำเรียงต่อกันเพรำะอำจท ำให้ ผู้อ่ำนพลำดสำระส ำคัญบำงตอนไป อันเป็นเหตุให้กำรตีควำมผิดพลำด วิธีจับใจควำมส ำคัญ เพื่อพัฒนำทักษะกำรคิด มีหลักดังนี้ ๑. พิจำรณำทีละย่อหน้ำหำประโยคใจควำมส ำคัญ ๒. ตัดส่วนที่เป็นรำยละเอียดออกได้ เช่น ตัวอย่ำง ส ำนวนโวหำร อุปมำอุปไมย ๓. ตัวเลขสถิติตลอดจนค ำถำมหรือค ำพูดของผู้เขียนซึ่งเป็นส่วนขยำย ใจควำมส ำคัญ สรุปใจควำมส ำคัญ ด้วยส ำนวนภำษำของตนเอง
ควำมหมำยและลักษณะของบทควำม ประเภทของบทควำม บทควำม หมำยถึง ข้อเขียนซึ่งอำจจะเป็นรำยงำนหรือกำรแสดงควำมคิดเห็นมัก ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ วำรสำร สำรำนุกรม เป็นต้น บทควำมจึงเป็นควำมเรียงประเภทหนึ่งซึ่งมีจุดประสงค์หลำยลักษณะ เช่น เพื่อ แสดงควำมรู้ เสนอข้อเท็จจริง ควำมคิดเห็น ตั้งข้อสังเกต วิเครำะห์วิจำรณ์ ฯลฯ โดย ต้องเขียนอย่ำงมีหลักฐำน มีเหตุผล น่ำเชื่อถือ หำกมีข้อเสนอแนะใด ๆ ต้องเป็นในทำงที่สร้ำงสรรค์ สมศักดิ์ อัมพรวิสิทธิ์โสภำ และธัญลักษณ์ จุ้นเรือง (๒๕๕๔ : ๗๘-๗๙) แบ่งตำม เนื้อหำได้เป็น ๑๑ ประเภท ได้แก่ ๑. บทบรรณำธิกำร เป็นบทแสดงควำมคิดเห็นลักษณะหนึ่งที่เขียนขึ้นเพื่อแสดง แนวคิดหลักของหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น ๆ โดยมีผู้จัดพิมพ์เป็นผู้เขียนเนื้อหำแสดงควำมคิดเห็น ต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ๒. บทควำมสัมภำษณ์ เป็นบทควำมที่เขียนขึ้นจำกกำรสัมภำษณ์บุคคลเกี่ยวกับ ควำมคิดเห็นต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือหลำยเรื่อง หรือเกี่ยวกับชีวิตของบุคคลนั้น หรือจำกกำร สัมภำษณ์บุคคลหลำยคนในหัวข้อเดียวกัน ๓. บทควำมแสดงควำมคิดเห็นทั่ว ๆ ไป มีเนื้อหำหลำยลักษณะเช่น หยิบยกปัญหำ เหตุกำรณ์หรือเรื่องที่ประชำชนสนใจมำแสดงควำมคิดเห็นหรือผู้เขียนเสนอควำมคิดเห็น สนับสนุนหรือคัดค้ำนหรือทั้งสนับสนุนและคัดค้ำนควำมคิดเห็นในเรื่องเดียวกันของคนอื่น ๆ เป็นต้น ๔. บทควำมวิเครำะห์ เป็นบทควำมเขียนแสดงควำมคิดเห็นอย่ำงหนึ่งซึ่งผู้เขียนจะ พิจำรณำเรื่องใดเรื่องหนึ่งเผยแพร่มำแล้วอย่ำงละเอียด โดยแยกแยะให้เห็นส่วนต่ำง ๆ ของ เรื่องนั้นผู้เขียนเสนอควำมคิดและวิเครำะห์เหตุกำรณ์เรื่องรำวนั้นอย่ำงละเอียด แสดงข้อเท็จ จริงเหตุผลเพื่อให้ผู้อ่ำนได้รับควำมรู้ ควำมคิดเห็นเพิ่มเติม เกิดควำมคิดที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แบ่งเป็นบทควำมวิเครำะห์ข่ำวและบทควำมวิเครำะห์ปัญหำ ๕. บทควำมวิจำรณ์ เป็นกำรเขียนเพื่อแสดงควำมคิดเห็นในเชิงวิจำรณ์ เรื่องรำวที่ต้องกำรวิจำรณ์ด้วยเหตุผลและหลักวิชำกำรเป็นส ำคัญ
๖. บทควำมสำรคดีท่องเที่ยว เป็นกำรเขียนที่มีเนื้อหำแนวบรรยำยเล่ำ เรื่องเกี่ยวกับสถำนที่ท่องเที่ยวต่ำง ๆ ที่มีทัศนียภำพสวยงำมหรือมีควำมส ำคัญ ในด้ำนต่ำง ๆ เพื่อแนะน ำให้ผู้อ่ำนรู้จักสถำนที่ท่องเที่ยวต่ำง ๆ ชักชวนให้ไปพบเห็น สถำนที่นั้น ๆ ๗. บทควำมกึ่งชีวประวัติ เป็นกำรเขียนบำงส่วนของชีวิตบุคคลเพื่อให้ผู้อ่ำนทรำบโดยเฉพำะ คุณสมบัติ หรือผลงำนเด่นที่ท ำให้บุคคลนั้น มีชื่อเสียง ประสบควำมส ำเร็จในชีวิตเพื่อ ชื่นชม ยกย่อง เจ้ำของประวัติและชี้ให้ผู้อ่ำนได้แง่คิดเพื่อเป็นแนวทำงในกำรด ำเนินชีวิต ๘. บทควำมรอบปี มีเนื้อหำแนวบรรยำย เล่ำเรื่องเกี่ยวกับเรื่องรำว เหตุกำรณ์พิธีกำรใน เทศกำลหรือวันส ำคัญ เช่น วันส ำคัญทำงพุทธศำสนำ ทำงประวัติศำสตร์ทำงวัฒนธรรมเกี่ยวกับ บุคคลส ำคัญ เป็นต้น ๙. บทควำมให้ควำมรู้ทั่วไป ผู้เขียนจะอธิบำยให้ควำมรู้ ค ำแนะน ำในเรื่องทั่ว ๆ ไปที่ใช้ ในชีวิตประจ ำวัน เช่น มำรยำทกำรเข้ำสังคม กำรแต่งกำยให้เหมำะสมกับกำลเทศะและบุคลิกภำพ เคล็ดลับกำรครองชีวิตคู่ เป็นต้น ๑๐. บทควำมเชิงธรรมะ จะอธิบำยข้อธรรมะให้ผู้อ่ำนทั่ว ๆ ไปเข้ำใจได้ง่ำยหรือให้แนว ทำงกำรด ำเนินชีวิตตำมแนวพุทธศำสนำ เสนอหำทำงแก้ปัญหำตำมแนวพุทธปรัชญำ ๑๑. บทควำมวิชำกำร มีเนื้อหำแสดงข้อเท็จจริง ข้อควำมรู้ทำงวิชำกำรเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในสำขำวิชำใดวิชำหนึ่งโดยเฉพำะ นักเรียนควรศึกษำบทควำมแต่ละประเภทให้เข้ำใจ จะได้แยกประเภทบทควำมได้ถูกต้องนะคะ ลักษณะของบทควำมที่ดี ลักษณะของบทควำมที่ดี ควรมีลักษณะ ๔ ประกำร ดังนี้ ๑. เอกภำพ กล่ำวคือ เนื้อหำของบทควำมมีควำมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทิศทำง ของเนื้อหำไปในทำงเดียวกัน เพื่อมุ่งสู่ประเด็นหลักที่ต้องกำรน ำเสนอ ๒. สำรัตถภำพ กล่ำวคือ ผู้เขียนต้องเน้นย้ ำประเด็นส ำคัญให้ชัดเจนว่ำต้องกำร น ำเสนอแนวคิดส ำคัญอะไร ประโยคใจควำมส ำคัญหรือสำระส ำคัญที่โดดเด่น
๓. สัมพันธภำพ กล่ำวคือ มีควำมสัมพันธ์กันโดยตลอด ทั้งในด้ำนกำร เรียบเรียงถ้อยค ำ ข้อควำมและจัดล ำดับเรื่องทุกประโยคในแต่ละย่อหน้ำและย่อหน้ำ ในแต่ละเรื่องต้องเชื่อมโยงเข้ำด้วยกันด้วยกำรใช้ค ำเชื่อมข้อควำม ๔. ควำมสมบูรณ์ กล่ำวคือ มีควำมสมบูรณ์ในด้ำนเนื้อหำ มีเนื้อควำมชัดเจนกระจ่ำงแจ้ง อธิบำยได้ครอบคลุมควำมคิดหลักที่ต้องกำรน ำเสนอ ข้อมูลที่น ำเสนอเป็นข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง หำกเป็นควำมคิดเห็นต้องมีควำมสมเหตุสมผล องค์ประกอบของบทควำม ๑. ชื่อเรื่อง ต้องสื่อควำมหมำยได้ชัดเจนว่ำผู้เขียนต้องกำรน ำเสนอเรื่องอะไร ๒. ส่วนเกริ่นน ำหรือค ำน ำ เป็นกำรน ำผู้อ่ำนเข้ำสู่เรื่อง ๓. ส่วนเนื้อเรื่อง เป็นส่วนกำรด ำเนินเรื่องทั้งหมด ๔. ส่วนสรุป เป็นส่วนสรุปจุดยืนของผู้เขียนที่มีต่อเรื่องในวัตถุประสงค์ในกำรเขียน
แบบฝึกหัดที่ ๓ กำรอ่ำนเพื่อพัฒนำทักษะกำรคิด : บทควำม ค ำชี้แจง ค ำถำมมีทั้งหมด ๒ ตอน ใช้เวลำ ๒๐ นำที ตอนที่ 1 พิจำรณำข้อควำมที่ก ำหนดให้ แล้ววิเครำะห์ว่ำบทควำมดังกล่ำวปรำกฏอยู่หรือไม่ โดยให้ท ำเครื่องหมำย √ ลงในช่องว่ำง ข้อละ ๑ คะแนน ( ๕ คะแนน ) ข้อควำม ใช่ ไม่ใช่ ๑. เนื้อหำของบทควำมมีควำมเป็นเอกภำพ คือ เนื้อหำ มีควำมเป็นอันหนึ่ง ๒. กำรเขียนเปิดเรื่องส่วนใหญ่ใช้กำรสรุปเรื่องเพื่อเน้น สำระส ำคัญของเรื่อง ๓. กำรเขียนบทควำม เนื้อหำจะมีกำรเสนอปัญหำและ วิธีกำรแก้ปัญหำที่สอดคล้องกัน ๔. เนื้อหำของบทควำมไม่จ ำเป็นต้องมีหลักฐำนอ้ำงอิง ๕. กลวิธีกำรเขียนบทควำมต้องสัมพันธ์กับประเภทของ บทควำม ตอนที่ ๒ พิจำรณำค ำที่ก ำหนดให้ แล้วเติมให้ถูกต้อง (๕ คะแนน) บทบรรณำธิกำร บทควำมสัมภำษณ์ บทควำมสำรคดีท่องเที่ยว บทควำมวิเครำะห์ บทควำมกึ่งชีวประวัติ บทควำมวิชำกำร บทควำมให้ควำมรู้ทั่วไป ๑. สำรอำหำรมหัศจรรย์จำก ข้ำวกล้อง............................................................................................... ๒. เดินทำงกลำงควำมรื่นรมย์ ชมธรรมชำติรำชบุรี............................................................................ ๓. กินคลีนทุกวัน สร้ำงสรรค์หุ่นสวย ใช่หรือไม่………………………................................................... ๔. หม่อมรำโชทัยกวีนิรำศลอนดอน แห่งกรุงสยำม........................................................................... ๕. เสกสรรดวงตำคู่สวย กับ พ.ญ. คัมภีรำภรณ์ สิริภคพันธ์........................................................
แบบฝึกหัดที่ ๓ กำรอ่ำนเพื่อพัฒนำทักษะกำรคิด : บทควำม ค ำชี้แจง ค ำถำมมีทั้งหมด ๒ ตอน ใช้เวลำ ๒๐ นำที ตอนที่ ๑ พิจำรณำข้อควำมที่ก ำหนดให้ แล้ววิเครำะห์ว่ำบทควำมดังกล่ำวปรำกฏอยู่หรือไม่ โดยให้ท ำเครื่องหมำย √ ลงในช่องว่ำง ข้อละ ๑ คะแนน ( ๕ คะแนน ) ข้อควำม ใช่ ไม่ใช่ ๑. เนื้อหำของบทควำมมีควำมเป็นเอกภำพ คือ เนื้อหำ มีควำมเป็นอันหนึ่ง √ ๒. กำรเขียนเปิดเรื่องส่วนใหญ่ใช้กำรสรุปเรื่องเพื่อเน้น สำระส ำคัญของเรื่อง √ ๓. กำรเขียนบทควำม เนื้อหำจะมีกำรเสนอปัญหำและ วิธีกำรแก้ปัญหำที่สอดคล้องกัน √ ๔. เนื้อหำของบทควำมไม่จ ำเป็นต้องมีหลักฐำนอ้ำงอิง √ ๕. กลวิธีกำรเขียนบทควำมต้องสัมพันธ์กับประเภทของ บทควำม √ ตอนที่ ๒ พิจำรณำค ำที่ก ำหนดให้ แล้วเติมให้ถูกต้อง (๕ คะแนน) บทบรรณำธิกำร บทควำมสัมภำษณ์ บทควำมสำรคดีท่องเที่ยว บทควำมวิเครำะห์ บทควำมกึ่งชีวประวัติ บทควำมวิชำกำร บทควำมให้ควำมรู้ทั่วไป ๑. สำรอำหำรมหัศจรรย์จำก ข้ำวกล้อง......................บทควำมวิชำกำร................................ ๒. เดินทำงกลำงควำมรื่นรมย์ ชมธรรมชำติรำชบุรี.............บทควำมสำรคดีท่องเที่ยว......... ๓. กินคลีนทุกวัน สร้ำงสรรค์หุ่นสวย ใช่หรือไม่ .............บทควำมให้ควำมรู้ทั่วไป.............. ๔. หม่อมรำโชทัยกวีนิรำศลอนดอน แห่งกรุงสยำม ..............บทควำมกึ่งชีวประวัติ......... ๕. เสกสรรดวงตำคู่สวย กับ พ.ญ. คัมภีรำภรณ์ สิริภคพันธ์....บทควำมสัมภำษณ์............
นักวิจัยพบว่ำ ฝนที่ตกลงมำอย่ำงหนักอำจท ำให้เกิดแผ่นดินไหวได้ เพรำะน้ ำฝนที่ซึมผ่ำนลง ด้ำนในจะไหลเข้ำไปในหินที่มีรูพรุนและเพิ่มแรงดันของน้ ำในช่องหิน และแรงดันดังกล่ำวจะกระตุ้นให้ รอยเลื่อนเปลือกโลกที่ไม่มั่นคงเกิดกำรเคลื่อนตัว ถ้ำแนวคิดนี้เป็นจริงแล้ว กำรเกิดแผ่นดินไหวก็จะ กลำยไปเป็นปรำกฏกำรณ์ตำมฤดูกำลหรือ เกิดขึ้นเมื่อใดก็ตำม ที่มีฝนตกหนัก อย่ำงไรก็ตำมแนวคิด ดังกล่ำว ยังไม่เคยได้รับกำรพิสูจน์และ คิดกันว่ำปริมำณน้ ำที่เกิดกำรเคลื่อนไหวต้องมำกกว่ำนี้ กำรเกิด ฝนตกหนักไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิด แผ่นดินไหว คุณเซบำสเตียน ไฮนซ์ลและคณะวิจัยจำกมหำวิทยำลัยแห่งพอตสดัมติดตำมกำรเกิดแผ่นดินไหว ใต้ภูเขำฮอซซเตำเฟิน ( Hochstaufen) ซึ่งเป็นภูเขำสูง ๑,๗๗๕ เมตร ในเทือกเขำซเตำเฟิน (Staufen massif) ในรัฐบำวำเรีย ทำงตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนี ซึ่งปกติในบริเวณนี้ มีแผ่นดินไหว ขนำดเล็กเกิดขึ้นมำกกว่ำหนึ่งพันครั้งในแต่ละปี นักวิจัยพบว่ำ ในฤดูร้อนช่วงใดที่มีฝนตกมำกก็จะตรวจ พบแผ่นดินไหวได้มำกขึ้นตำมไปด้วยนักวิจัยออกแบบกำรส ำรวจเพื่อพิสูจน์ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงฝนที่ ตกหนักกับกำรเกิดแผ่นดินไหวโดยค ำนวณแรงดันน้ ำที่ อยู่ในหินว่ำ มีกำรเปลี่ยนแปลงไปตำมปริมำณ น้ ำฝนที่ตกในแต่ละวันอย่ำงไรบ้ำง จำกนั้นใช้ข้อมูลกำรเปลี่ยนแปลงของแรงดันมำประมำณอัตรำกำร เกิดแผ่นดินไหวที่น่ำจะเกิดขึ้น ผลที่ได้พบว่ำ ผลกำรท ำนำยสอดคล้องกับจ ำนวนและขนำดของ แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละวัน โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งเมื่อเกิดฝนตกหนักในเดือนมีนำคมและสิงหำคม อัตรำกำรเกิดแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นจำกหนึ่งหรือสองครั้งไปเป็น ๔๐ ครั้งต่อวัน นักวิจัยอธิบำยว่ำ เนื่องจำกรอยเลื่อนของเปลือกโลกในบริเวณนี้ไม่มั่นคง พร้อมที่จะเคลื่อนตัว อยู่ตลอดเวลำ ดังนั้นแรงดันเพียงเล็กน้อยก็สำมำรถกระตุ้นให้เกิดกำรเคลื่อนตัวได้ทันที ค ำถำมเกิดขึ้น ว่ำ แรงดันจำกฝนตกหนักจะเป็นสำเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวที่มีระดับควำมแรงและเป็นอันตรำยมำกกว่ำ นี้ได้หรือไม่ นักวิจัยเชื่อว่ำถ้ำเปลือกโลกในบริเวณดังกล่ำวพร้อมที่จะแตกออกอยู่แล้ว เหตุกำรณ์ดังกล่ำว ก็น่ำจะเป็นไปได้ในกรณีตัวอย่ำงที่คล้ำยคลึงกันในพ.ศ.๒๕๑๐ตอนใต้ของอินเดียเกิดแผ่นดินไหวครั้ง ใหญ่ขึ้น มีขนำดระดับเจ็ดและมีผู้เสียชีวิตสองร้อยคน เชื่อกันว่ำสำเหตุเกิดจำกปริมำณน้ ำที่กักเก็บอยู่ใน เขื่อนคอยนำ ( Koyna Dam ) ซึ่งสร้ำงเสร็จใน พ.ศ. ๒๕๐๕ บทควำมฝนตก กระตุ้นแผ่นดินไหว ๔
ฃ บทควำมฝนตก กระตุ้นแผ่นดินไหว ตอนที่ ๑ ให้นักเรียนอ่ำนบทควำม เรื่อง ฝนตกหนัก กระตุ้นแผ่นดินไหวแล้วตอบค ำถำม ให้ถูกต้อง ๑. ในรัฐบำวำเรีย ทำงตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนีช่วงเดือน................................... มีอัตรำกำร เกิดแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้น ประมำณ ๔๐ ครั้งต่อวันและมีสำเหตุมำจำก ........................................................................................... ๒. นักวิจัยพบว่ำฝนที่ตกลงมำอย่ำงหนักอำจส่งผลต่อกำรเกิด แผ่นดินไหวอย่ำงไร ตอบ ............................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................ ตอนที่ ๒ อ่ำนบทควำมเรื่อง ฝนตกหนัก กระตุ้นแผ่นดินไหวแล้ว พิจำรณำข้อควำมใส่ เครื่องหมำย หน้ำข้อที่เป็นจริง ๑. เซบำสเตียน ไฮนซ์ล เป็นผู้ติดตำมกำรเกิดแผ่นดินไหวใต้ภูเขำฮอซซเตำเฟิน ๒. ฤดูร้อนช่วงหิมะตกจะตรวจพบแผ่นดินไหวได้มำกที่สุด ๓. ในแต่ละปีประเทศอินโดนีเซียซึ่งมีลักษณะเป็นเกำะจะมีแผ่นดินไหวขนำดเล็ก เกิดขึ้นมำกกว่ำหนึ่งพันครั้ง ๔. ปริมำณน้ ำในเขื่อนคอยนำ ( Koyna Dam ) เป็นสำเหตุให้เกิดแผ่นดินไหว ระดับ ๗ และมีผู้เสียชีวิตถึง ๒๐๐ คน ๕. จำกบทควำม ฤดูร้อนที่มีฝนตกมำกจะเกิดแผ่นดินไหวมำกขึ้น ดังนั้นถ้ำเดือน เมษำยนอำกำศร้อนจัดและฝนตกหนักก็จะเกิดแผ่นดินไหว ๖. นักวิจัยพบว่ำ ทุกครั้งที่ฝนตกลงมำอย่ำงหนักจะ เกิดแผ่นดินไหว .................... .................... .................... .................... .................... .................... .................... ๔
บทควำมที่ ๒ เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน บนพื้นพิภพแห่งนี้ มีสัตว์บกอยู่เป็นจ ำนวนหนึ่งที่ตัดสินใจทิ้งถิ่นฐำนบ้ำนช่องบน ผืนแผ่นดินไปตั้งรำกฐำนอยู่ในน้ ำเป็นกำรถำวร ในบรรดำสัตว์พลัดถิ่นดังกล่ำว มีอยู่ พวกหนึ่งซึ่งนับได้ว่ำมีลักษณะพิเศษสุด คือ สภำพควำมเป็นสัตว์บกเลี้ยงลูกด้วยนมของมัน ยังอยู่อย่ำงแจ่มชัด แต่ก็หมดสิ้น ควำมสำมำรถที่จะกลับขึ้นฝั่งอีกต่อไป มันใช้ชีวิตตั้งแต่ เกิดจนตำยอยู่ในน้ ำตลอดเวลำ แต่ก็มีขีดควำมสำมำรถในกำรอยู่กับโลกสีครำมจ ำกัดกว่ำ ปลำ เรำก ำลังพูดถึง “พะยูน” หรือที่หลำยแห่งเรียกมันว่ำ “วัวทะเล” พะยูนหรือปลำ พะยูน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลเพียงชนิดเดียวที่กิน พืชเป็นอำหำร รูปร่ำงของ พะยูนนั้นคล้ำย ๆ กับปลำโลมำอยู่เหมือนกัน คือ มีรูปทรงเรียวหัวเรียวท้ำยเหมือนแท่ง ซิกำร์ ซึ่งเหมำะส ำหรับกำรเคลื่อนไหวในน้ ำแต่ เนื่องจำกมันไม่มีกระโดงหลังเหมือนกับ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทอื่น ๆ ที่อยู่ในทะเล จึงต้องอำศัยแพนหำงที่แผ่กว้ำงและทรง พลังโบกขึ้นโบกลงเพื่อเคลื่อนที่ไปมำแทน กำรที่บรรพบุรุษของพะยูนอพยพลงมำใช้ชีวิตใน น้ ำจนกระทั้งลูกหลำนกลับ ขึ้นบกไม่ได้อีกนั้น น่ำจะมีสำเหตุส ำคัญมำจำกกำรหำอำหำร อำหำรจำนโปรดของ พะยูนแทนที่จะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลำ หรือสำหร่ำยทะเลซึ่งหำไม่ได้ บนบก กลับเป็น พืชผักที่มีอยู่ในบริเวณชำยฝั่งซึ่งเรียกกันว่ำ “หญ้ำทะเล”
บทควำมที่ ๒ เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน ตอนที่ ๑. ให้นักเรียนอ่ำนบทควำม เรื่อง เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน แล้วตอบค ำถำม ให้ถูกต้อง ๑. เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อนหมำยถึงอะไร ตอบ......................................................................................... ๒. เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อนเป็น บทควำมประเภทใด ตอบ............................................................................................ ตอนที่ ๒ อ่ำนบทควำมเรื่อง ฝนตกหนัก กระตุ้นแผ่นดินไหวแล้ว พิจำรณำข้อควำม ใส่ เครื่องหมำย หน้ำข้อที่เป็นจริง ๑. พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอำศัยอยู่ในน้ ำ ๒. อำหำรของพะยูน คือ หญ้ำทะเล ที่มีอยู่บริเวณชำยฝั่ง ๓. พะยูน คือ ปลำที่มีขนำดใหญ่ชนิดหนึ่งแห่งท้องทะเล ๔. ลักษณะหัวของพะยูนมีรูปทรงเรียวหัวเรียวท้ำยเหมือนแท่ง ซิกำร์ ท ำให้เหมำะส ำหรับกำรเคลื่อนไหวในน้ ำ ๕. กำรเคลื่อนที่โดยใช้กระโดงหลังและกำรแพนหำงไปมำท ำให้ พะยูนสำมำรถว่ำยน้ ำได้อย่ำงรวดเร็ว ๖. กำรตั้งชื่อเรื่อง โดยเรียกพะยูนว่ำ “เงือกขี้เหร่” และกำรอยู่ ในแถบทะเลเมืองร้อน ท ำให้บทควำมน่ำสนใจ ..................................... ..................................... ..................................... ..................................... ..................................... .....................................
บทควำมที่ ๒ เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน ตอนที่ ๑. ให้นักเรียนอ่ำนบทควำม เรื่อง เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อน แล้วตอบค ำถำม ให้ถูกต้อง ๑. เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อนหมำยถึงอะไร ตอบ......................................................................................... ๒. เงือกขี้เหร่แห่งทะเลเมืองร้อนเป็น บทควำมประเภทใด ตอบ............................................................................................ ตอนที่ ๒ อ่ำนบทควำมเรื่อง ฝนตกหนัก กระตุ้นแผ่นดินไหวแล้ว พิจำรณำข้อควำม ใส่ เครื่องหมำย หน้ำข้อที่เป็นจริง ๑. พะยูนเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอำศัยอยู่ในน้ ำ ๒. อำหำรของพะยูน คือ หญ้ำทะเล ที่มีอยู่บริเวณชำยฝั่ง ๓. พะยูน คือ ปลำที่มีขนำดใหญ่ชนิดหนึ่งแห่งท้องทะเล ๔. ลักษณะหัวของพะยูนมีรูปทรงเรียวหัวเรียวท้ำยเหมือนแท่ง ซิกำร์ ท ำให้เหมำะส ำหรับกำรเคลื่อนไหวในน้ ำ ๕. กำรเคลื่อนที่โดยใช้กระโดงหลังและกำรแพนหำงไปมำท ำให้ พะยูนสำมำรถว่ำยน้ ำได้อย่ำงรวดเร็ว ๖. กำรตั้งชื่อเรื่อง โดยเรียกพะยูนว่ำ “เงือกขี้เหร่” และกำรอยู่ ในแถบทะเลเมืองร้อน ท ำให้บทควำมน่ำสนใจ ..................................... ..................................... ..................................... ..................................... ..................................... .....................................
แบบฝึกทักษะที่ ๒ บทควำมเรื่อง ลดโลกร้อน เริ่มได้จำกตัวเรำ ค ำชี้แจง ให้นักเรียนอ่ำนบทควำมแล้วเขียนแผนผังมโนทัศน์ ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมำ สังเกตเห็นได้ว่ำ สภำพภูมิอำกำศแปรปรวนเกิดขึ้นไป ทั่วโลกทั้งกำรเกิดคลื่นควำมเย็นเฉียบพลัน อำกำศร้อนหนำวสลับกันไปมำในหลำย ๆ ประเทศ และปัจจุบันสภำพอำกำศที่ร้อนจัด เกิดภัยแล้งยำวนำน และมีแนวโน้มจะเกิดคลื่น ควำมร้อนในประเทศไทยน้ ำก็ดูเหมือนจะเป็นสัญญำณเตือนของ 'ภำวะโลกร้อน' ได้อย่ำง ชัดเจน ภำวะโลกร้อน นับว่ำเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจำกน้ ำมือของมนุษย์และแน่นอนว่ำผู้ที่ได้รับ ผลกระทบก็คือสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ทั้งหมด แต่ในฐำนะประชำกรโลก เรำสำมำรถช่วยกัน ปกป้องฟื้นฟูสภำพภูมิอำกำศให้ดีขึ้นได้โดยเริ่มจำกตัวเรำก่อน เว็บไซต์ สสส.ขอแนะน ำวิธีกำรประหยัดพลังงำนเพื่อลดโลกร้อนง่ำย ๆ โดยเริ่มจำก ภำยในบ้ำนของเรำ ซึ่งมีทั้งหมด ๔ วิธีด้วยกัน คือ ๑. ประหยัดพลังงำนที่บ้ำน - เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้ำที่มีประสิทธิภำพทำงพลังงำนมำกที่สุด คือ มีเครื่องหมำยประหยัด พลังงำน มีสวิตซ์ปิดเปิด เพื่อตัดพลังงำนจำกแหล่งไฟฟ้ำเมื่อไม่ได้ใช้ หรือใช้พลังงำนไม่เกิน ๑ วัตต์ เมื่ออยู่ในโหมดสแตนบำย - ใช้หลอดประหยัดไฟ จะช่วยลดพลังงำนร้อนละ ๘๐ และควรปิดไฟทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้ ทุกครั้ง - ไม่ควรเสียบปลั๊กทิ้งไว้ เพรำะอุปกรณ์ในบ้ำนต่ำง ๆ ยังใช้ไฟฟ้ำอยู่ถึงจะไม่มีกำรใช้งำนก็ ตำม ๒. ประหยัดพลังงำนในห้องครัว กำรท ำอำหำรกินเองที่บ้ำน จะใช้พลังงำนแปรรูปและกำรขนส่ง น้อยกว่ำอำหำรฟำสต์ฟู้ด อำหำรแช่แข็ง และอำหำรส ำเร็จรูป ซึ่งช่วย ลดกำรปล่อยคำร์บอนไดออกไซด์ได้ - หำกใช้เครื่องประกอบอำหำรแบบใช้ควำมดัน ไม่ควรเปิดเตำอบก่อนถึงเวลำท ำอำหำร หำกใช้เตำ ไฟฟ้ำประกอบอำหำร ควรปิดสวิตซ์ก่อนถึงเวลำที่ ก ำหนดไว้ เพื่อให้ควำมร้อนที่เหลือปรุงอำหำร ๔
๓. ประหยัดพลังงำนในห้องน้ ำ - ควรอำบน้ ำด้วยฝักบัวหรือใช้ขัน แทนกำรอำบน้ ำในอ่ำง ควรปิดน้ ำตอน แปรงฟัน - ไม่ควรใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ำที่ใช้แบตเตอรี่ เพรำะมีพลังงำนมำกกว่ำเครื่องใช้ไฟฟ้ำใน บ้ำนน หำกมีอยู่แล้วควรดึงปลั๊กออกเมื่อชำร์ตแบตเตอรี่เต็มแล้วใช้ให้แบตเตอรี่หมด เป็นครั้ง ๆ ไป ๔. อยู่เย็นเป็นสุข อย่ำงชำญฉลำด - ปิดเครื่องปรับอำกำศในช่วงเช้ำตรู่ (๖.๐๐-๘.๐๐น.) จะลดพลังงำนได้ ๔๓๖๓ วัตต์ ต่อชั่วโมงและช่วงเย็น (๑๖.๐๐- ๑๘.๐๐น.) จะประหยัดพลังงำนลงอีก ๕๕๖o วัตต์ ต่อชั่วโมง - ตรวจสอบและป้องกันกำรรั่วซึมของอำกำศ ตำมแนวประตูหน้ำต่ำง ควำมร้อน และควำมชื้นที่รั่วเข้ำมำ ท ำให้เครื่องปรับอำกำศท ำงำนหนักและใช้พลังงำนสิ้นเปลือง มำก - แยกเครื่องใช้ไฟฟ้ำที่ไม่จ ำเป็นออกจำกห้อง ที่ปรับอำกำศ เช่น ตู้เย็น เตำอบ หม้อหุงข้ำว หำกใช้งำนเครื่องใช้ไฟฟ้ำเหล่ำนี้ จะท ำให้เครื่องปรับอำกำศท ำงำนหนัก ขึ้น และสูญเสียพลังงำนโดยไม่จ ำเป็น เริ่มต้นประหยัดพลังงำนลดภำวะโลกร้อนใน วันนี้ เพื่อโลกที่สวยงำมและมีพลังงำนไว้ใช้อย่ำงยั่งยืนต่อไปในอนำคต โดย พิมพ์ชนก ศรเพชร
ใบควำมรู้ที่ ๑ กำรอ่ำนเพื่อพัฒนำทักษะกำรคิด : นิทำน กำรอ่ำนในชีวิตประจ ำวันมีทั้งกำรอ่ำนในใจและกำรอ่ำนออกเสียงที่ส ำคัญผู้อ่ำนต้องสำมำรถ จับใจควำมส ำคัญให้ได้ว่ำ ใคร ท ำอะไร ที่ไหน เมื่อไร และอย่ำงไร ผู้อ่ำนต้องตั้งค ำถำมเพื่อวิเครำะห์ ให้ได้ว่ำ เพรำะเหตุใดจึงเกิดเหตุกำรณ์นั้นขึ้น มีกำรวิเครำะห์เนื้อหำในรูปแบบกำรใช้ภำษำของเนื้อเรื่อง และศิลปะด้ำนกำรเขียนโดยพิจำรณำข้อควำมที่น่ำสนใจ แล้วน ำมำพิจำรณำคุณค่ำที่ปรำกฏในเรื่อง ๒.๑ ผู้อ่ำนทรำบข้อมูลที่สูงขึ้น เนื่องจำกกำรวิเครำะห์แยกแยะข้อมูล และพิจำรณำถึงควำม เป็นเหตุเป็นผลของเนื้อเรื่อง จะช่วยให้ผู้อ่ำนเข้ำใจถึงแก่นของเรื่องและสำเหตุของเรื่อง ๒.๒ ผู้อ่ำนเกิดควำมประทับใจในสิ่งที่อ่ำน เมื่อวิเครำะห์จนทรำบถึงสำเหตุและควำมเป็นไป ของเรื่องจะท ำให้ผู้อ่ำนเกิดควำมเข้ำใจซำบซึ้งและมองเห็นคุณค่ำที่งดงำมแฝงอยู่อย่ำงชัดเจน ๒.๓ ผู้อ่ำนสำมำรถรู้ถึงใจควำมส ำคัญหลักของเรื่องได้ กำรอ่ำนเพื่อวิเครำะห์จะท ำให้ผู้อ่ำน ทรำบว่ำเรื่องที่อ่ำนกล่ำวถึงอะไร อย่ำงไรบ้ำง และน ำมำกรองจนได้แก่นของเรื่อง ๒.๔ ผู้อ่ำนสำมำรถเห็นควำมเกี่ยวข้องกันระหว่ำงข้อมูลแต่ละส่วนเป็นกำรพัฒนำทักษะ ควำมคิดเชื่อมโยงอย่ำงเป็นระบบ ๓.๑ พิจำรณำรูปแบบของเรื่อง ว่ำเรื่องที่อ่ำนนั้นใช้รูปแบบใด เช่น เป็นนิทำนบทร้อยกรอง บทละคร หรือบทควำม ๓.๒ จับใจควำมส ำคัญของเรื่อง อ่ำนเรื่องโดยละเอียดแล้วจับใจควำมส ำคัญของเรื่องให้ได้ ๓.๓ แยกพิจำรณำ โดยจ ำแนกเป็นประเด็นดังนี้ คือ ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น ข้อมูลสนับสนุน ๓.๔ พิจำรณำทัศนคติของผู้เขียน ว่ำผู้เขียนมีทัศนคติอย่ำงไรต่อเรื่องนั้น ๓.๕ พิจำรณำเรียงล ำดับเหตุกำรณ์ จำกเหตุไปหำผล ผลไปหำเหตุตำมล ำดับเหตุกำรณ์ ๓.๖ พิจำรณำส ำนวนภำษำ ว่ำผู้เขียนมีกำรใช้ภำษำที่เหมำะสมกับประเภทงำนเขียนหรือไม่ ๒. ควำมส ำคัญของกำรอ่ำนเพื่อพัฒนำกำรคิดวิเครำะห์ ๑. กำรอ่ำนเพื่อพัฒนำกำรคิดวิเครำะห์ ๓. หลักกำรอ่ำนเพื่อพัฒนำกำรคิดวิเครำะห์ มีหลักกำรอ่ำน ดังนี้
๔.๑ ไม่อ่ำนเสียงดังรบกวนผู้อื่น ๔.๒ ออกเสียงถูกต้องตำมอักขรวิธี ๔.๓ เลือกอ่ำนหนังสือที่มีประโยชน์ ต่อตนเองและสังคม ๔.๔ ถ้ำต้องกำรเรื่องหนึ่งเรื่องใดจำกหนังสือ ควรถ่ำยส ำเนำ หรือบันทึกไม่ควรฉีกหนังสือ ๔.๕ เมื่อน ำเนื้อหำส่วนใดจำกเรื่องที่อ่ำนไปใช้ในกำรอ่ำงอิงงำนเขียน เช่นรำยงำนควรใส่อ้ำงอิง ให้ถูกต้องตำมหลักกำร เพื่อเป็นกำรให้เกียรติผู้เขียน ๔. มำรยำทในกำรอ่ำน นิทำน นิทำน เป็นเรื่องเล่ำสืบต่อกันมำ กล่ำวได้ว่ำเป็นวรรณกรรมที่เก่ำแก่ที่สุด เป็นผลงำนอันเกิด จำกกำรคิดและจินตนำกำร แล้วเรียบเรียงน ำมำบอกเล่ำจนกลำยเป็นนิทำนไป ควำมหมำยของนิทำน ตำมพจนำนุกรมฉบับรำชบัณฑิตยสถำน ปีพ.ศ.๒๕๒๕ หมำยถึง เรื่องที่เล่ำต่อกันมำ หมำยถึง ควำมไม่แน่นอนหรือ ไม่ใช่ควำมจริงทั้งหมด มีกำรแต่งเติมเสริมต่อบำงตอนเรื่องรำวนั้นจะต่ำงไปจำก ชีวิตจริง เช่น เกิดเป็นลูกสัตว์แล้วมำใช้เวทมนต์คำถำให้กลำยเป็นมนุษย์ได้ ในภำยหลัง เป็นต้น ๒.๑ มำจำกควำมต้องกำรให้เกิดควำมสนุกสนำน บันเทิง จึงผูกเรื่องขึ้น หรือน ำเรื่องไป ผสมผสำนกับเรื่องที่มีอยู่เดิม ๒.๒ มำจำกควำมต้องกำรอบรมสั่งสอนในแง่ของพุทธศำสนำให้ควำมรู้ ด้ำนคติธรรม เพื่อให้ กำรอบรมสั่งสอนให้คนประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ดีงำม อยู่ในกฎระเบียบของสังคม เช่น นิทำนธรรมบท นิทำนอีสป เป็นต้น ๒.๓ มำจำกกำรยกตัวอย่ำงประกอบค ำอธิบำย จึงมีกำรสมมุติเรื่องรำวขึ้นมำ เพื่อให้เข้ำใจ ชัดเจนยิ่งขึ้น ๑. ควำมรู้พื้นฐำนกำรอ่ำนนิทำน ๒. ที่มำของนิทำน
๓. ประเภทของนิทำน กำรแบ่งประเภทของนิทำนอย่ำงกว้ำง ๆ คือ กำรแบ่งออกตำมรูปแบบของนิทำน แบ่งได้ ๕ ประเภท คือ ๓.๑ นิทำนปรัมปรำ (Faily tale) เป็นนิทำนที่มีเรื่องค่อนข้ำงยำว เป็นเรื่องสมมุติว่ำเกิดขึ้นใน ที่ใดที่หนึ่ง ไม่ก ำหนดชัดเจนว่ำที่ไหน ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติพิเศษประกำรใดประกำรหนึ่ง เช่น เป็นผู้มีอ ำนำจ มีบุญ มีฤทธิ์เดช ท ำให้ศัตรูพ่ำยแพ้ได้ ถ้ำเป็นหญิงมักได้แต่งงำนกับชำยสูงศักดิ์ เช่น ปลำบู่ทอง สโนวไวท์ และซินเดอเรลลำ และมักนิยมขึ้นต้นว่ำ“ครั้งหนึ่งนำนมำแล้ว...”หรือ “ในกำลครั้งหนึ่ง...” ที่มำรูปภำพ : https://www.rinrinworld.com/home/%E0%B8%AA%E0% B9%82%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%9 7%E0%B9%8C-snow-white/ ที่มำรูปภำพ : https://pantip.com/topic/30798320 ๓.๒ นิทำนท้องถิ่น(Legend) เป็นนิทำนที่มีเรื่องสั้นกว่ำนิทำนปรัมปรำ มักเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ควำมเชื่อขนบธรรมเนียมประเพณีโชคลำง หรือคตินิยม แต่ว่ำเป็น เรื่องที่เกิดขึ้นจริง หรือมีเค้ำควำมจริง มีบุคคลจริง มีสถำนที่จริง ๆ ที่ก ำหนดแน่นอนกว่ำนิทำนปรัมปรำ นิทำนท้องถิ่นอำจเป็นเรื่อง เกี่ยวกับชีวิตของวีรบุรุษประจ ำชำติ หรือประจ ำเมือง เช่น พระร่วง ท้ำวแสนปม พระยำกงพระยำพำน หรือเป็นนำงไม้ นำงเงือก ที่มำรูปภำพ : https://www.youtube.com/watch?v=CjKYwic1eMQ
๓.๓ นิทำนเทพนิยำย (Myth) เป็นนิทำนที่มีเทวดำนำงฟ้ำเป็นตัวเอกของเรื่องเช่น เมขลำ รำมสูร ท้ำวมหำสงกรำนต์ เนื้อหำอำจมีส่วนสัมพันธ์กับควำมเชื่อทำงศำสนำ และพิธีกรรมต่ำง ๆ ที่มนุษย์ปฏิบัติในทำงศำสนำ ๓.๔ นิทำนเรื่องสัตว์ (Animal tale) เป็นนิทำนที่มีตัวเอกเป็นสัตว์ และมีควำมคิด และ กำรกระท ำต่ำง ๆ ตลอดจนพูดอย่ำงคน หรืออำจมีคนเกี่ยวข้องอยู่ด้วย ทั้งคนทั้งสัตว์ สำมำรถ พูดจำโต้ตอบ และปฏิบัติต่อกันได้ นิทำนประเภทนี้แบ่งได้เป็น ๒ ประเภท ๓.๔.๑ นิทำนเรื่องสัตว์ประเภทคติธรรม (Fable) ได้แก่ นิทำนอีสป ชำดก ๓.๔.๒ นิทำนเรื่องสัตว์ประเภทเล่ำซ้ ำ หรือเล่ำไม่รู้จบ (Commutative tale) เช่น เรื่อง ยำยกะตำ ๓.๕ นิทำนตลกขบขัน (Jest) เป็นนิทำนเรื่องสั้นๆ จุดส ำคัญของเรื่องอยู่ที่ไม่น่ำจะเป็นไปได้ ต่ำง ๆ อำจเป็นเรื่องเกี่ยวกับควำมโง่ กลโกง กำรแก้เผ็ด กำรแสดงปฏิภำณไหวพริบ กำรพนัน กำร เดินทำงผจญภัยที่ก่อเรื่องผิดปกติ ในแง่ขบขันต่ำง ๆ ตัวเอกมักท ำเรื่องผิดปกวิสัยที่มนุษย์มีสติ เขำท ำกัน ที่มำรูปภำพ : https://sites.google.com/a/sansaleek.net/hxngreiyn-phasathiy/mekhla-ramsur ๔. คุณค่ำของนิทำน ๑. นิทำนให้ควำมสนุกสนำนเพลิดเพลิน กำรเล่ำนิทำนในโอกำสต่ำง ๆ ท ำให้เกิดควำม เพลิดเพลินช่วยผ่อนคลำยควำมเครียดขณะท ำงำน หรือหลังจำกกำรท ำงำนหนัก ๒. นิทำนช่วยกระชับควำมสัมพันธ์ ท ำให้ผู้ใหญ่และเด็กหรือแม้แต่ผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่ด้วยกันก็ ได้ ใกล้ชิดสนิทสนมกัน ๓. นิทำนให้กำรศึกษำและเสริมสร้ำงจิตนำกำร เด็กได้มีโอกำสเรียนรู้ลักษณะของมนุษย์ จำกตัวละครในนิทำน เรียนรู้เกี่ยวกับอุปสรรคตลอดจนกำรเอำชนะอุปสรรคต่ำง ๆ ในชีวิต นิทำนที่มีเรื่องนำงฟ้ำ อภินิหำรต่ำง ๆ ยังช่วยเสริมสร้ำงจิตนำกำรของเด็ก ๆ ท ำให้มี ควำมคิดริเริ่มสร้ำงสรรค์
๔. นิทำนให้ข้อคิดและคติเตือนใจ นิทำนไม่ได้ให้แต่ควำมสนุกสนำนเพลิดเพลินแก่ผู้ฟังเท่ำนั้น มีนิทำนเป็นจ ำนวนมำกโดยเฉพำะนิทำนคติ จะให้ข้อคิดแง่ใดแง่หนึ่ง เป็นกำรปลูกฝังคุณธรรม ต่ำง ๆ ที่สังคมพึงประสงค์แก่ผู้ฟังด้วย ๕. นิทำนช่วยสะท้อนให้เห็นสภำพของสังคมในอดีตในหลำย ๆ ด้ำน เช่น วิถีชีวิตตลอดจน ประเพณี ค่ำนิยม ควำมเชื่อ เป็นต้น ถ้ำผู้ฟังรู้จักสังเกต วิเครำะห์นิทำนต่ำง ๆ เหล่ำนั้นก็จะท ำ ให้เกิดควำมเข้ำใจสภำพวิถีชีวิตของประชำชนในท้องถิ่นต่ำง ๆ อย่ำงแท้จริง
แบบฝึกทักษะที่ ๕ เรื่องควำมรู้พื้นฐำนกำรอ่ำนนิทำน ค ำชี้แจง พิจำรณำ ถ้อยควำมที่ก ำหนดให้ แล้ววิเครำะห์ว่ำ เป็นถ้อยค ำที่ก ำหนดให้ นั้นถูกต้องหรือไม่ (๑๐ คะแนน ข้อละ ๑ คะแนน) กรณีข้อควำมถูกต้องให้เขียนเครื่องหมำย X ในช่อง “ใช่ ” กรณีข้อควำมไม่ถูกต้องให้เขียนเครื่องหมำย X ในช่อง “ไม่ใช่ ”
เฉลยแบบฝึกทักษะที่ ๓ เรื่องควำมรู้พื้นฐำนกำรอ่ำนนิทำน ค ำชี้แจง พิจำรณำ ถ้อยควำมที่ก ำหนดให้ แล้ววิเครำะห์ว่ำ เป็นถ้อยค ำที่ก ำหนดให้ นั้นถูกต้องหรือไม่ (๑๐ คะแนน ข้อละ ๑ คะแนน) กรณีข้อควำมถูกต้องให้เขียนเครื่องหมำย X ในช่อง “ใช่ ” กรณีข้อควำมไม่ถูกต้องให้เขียนเครื่องหมำย X ในช่อง “ไม่ใช่ ”
กำรอ่ำนเพื่อพัฒนำทักษะกำรคิด เรียนเรื่องเล่ำจำกนิทำน ใบควำมรู้ที่ ๓ : กำรอ่ำนคิดวิเครำะห์นิทำนหรรษำ หลักในกำรอ่ำนนิทำน ๑. ศึกษำวิเครำะห์ลักษณะนิสัยของตัวละครในนิทำน ตัวละครในนิทำนส่วนใหญ่จะเป็น ตัวเดินเรื่อง ลักษณะนิสัยของตัวละครใน แต่ละเรื่อง จะท ำให้นิทำนนั้น ๆ สนุกสนำน ตัว ละครและลักษณะนิสัยของตัวละครในนิทำนเป็นสิ่งที่สมมุติหรือแต่งขึ้นมำ อำจจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของต่ำง ๆ ก็ได้ บทบำท ตัวละครอำจจะมีทั้งดี ทั้งร้ำย เพื่อเป็นตัวแทน เปรียบเทียบระหว่ำงควำมดี ควำมชั่ว ควำมฉลำด ฯลฯ ผู้อ่ำนควรแยกแยะให้ได้ว่ำลักษณะ ของตัวละครในเรื่องเป็นอย่ำงไร มีพฤติกรรมเด่น ด้อย อย่ำงไร สำมำรถนำมำเป็น แบบอย่ำงอย่ำงไรได้บ้ำง ๒. ข้อคิด คุณค่ำและประโยชน์ที่ได้จำกนิทำน นิทำนทุก ๆ เรื่องจะมีข้อคิดคุณค่ำคติ สอนใจและประโยชน์สอดแทรกไว้ทั้งในเนื้อเรื่อง และตอนสรุปท้ำยเรื่อง เพื่อเป็นกำรสอน ผู้อ่ำนหรือเน้นให้ปฏิบัติตำม ดังนั้น ต้องวิเครำะห์ด้วยว่ำนิทำนนั้น ๆ มีสำระส ำคัญอย่ำงไร และสำมำรถยึดถือเป็นแบบอย่ำงได้อย่ำงไรบ้ำง ขั้นตอนกำรอ่ำนคิดวิเครำะห์นิทำน ขั้นที่ ๑ อ่ำนรับรู้เรื่องรำว รวบรวมข้อมูล คือ กำรรับรู้เรื่องที่อ่ำน เข้ำใจ ควำมหมำยของค ำ วลี ประโยคข้อควำมที่อ่ำน ขั้นที่ ๒ คิดวิเครำะห์ คือ กำรจ ำแนก จับใจควำมส ำคัญเรื่องที่อ่ำน ตอบค ำถำม ที่ เกี่ยวข้องกับเรื่องที่อ่ำนได้ว่ำ ใคร ท ำอะไร ที่ไหน กับใคร อย่ำงไร เมื่อไร และ เป็นผลอย่ำงไร ขั้นที่ ๓ สรุปสำระที่อ่ำน เป็นกำรสังเครำะห์ข้อมูลจำกกำรอ่ำน สรุปและประเมิน สิ่งที่อ่ำน ขั้นที่ ๔ ประยุกต์และน ำไปใช้ เป็นกำรน ำผลที่เรียนรู้จำกกำรอ่ำนไปปฏิบัติอย่ำง เหมำะสม
ตัวอย่ำง กำรอ่ำนคิดวิเครำะห์นิทำน เรื่อง สุนัขผู้ซื่อสัตย์ มีบ้ำนอยู่หลังหนึ่งได้เลี้ยงสุนัขเอำไว้เฝ้ำบ้ำน สุนัขตัวนั้น มีควำมซื่อสัตย์เป็น อย่ำงมำก ในยำมกลำงคืนแม้แต่ในขณะที่มันนอนหลับอยู่ ซึ่งหำกมันได้ยินเสียงอะไร ที่ผิดปกติ มันก็จะลุกขึ้นมำเห่ำเสมอ เพื่อที่จะเตือนภัยเเก่เจ้ำของบ้ำน มีอยู่คืนหนึ่ง มันได้ยินเสียงคนย่ ำใบไม้ดัง กรอบเเกรบ เสียงนั้นดังเเผ่วเบำมำก แต่ดังที่บริเวณ ใกล้รั้วบ้ำน ถึงเเม้มันจะไม่เห็นว่ำเป็นใครมันก็ส่งเสียงเห่ำค ำรำมขู่ไว้อย่ำงไม่ขำดปำก เจ้ำหัวขโมยจึงได้โยนเนื้อที่ชุบยำเบื่อเอำไว้ เข้ำมำในรั้วเพื่อหวังให้สุนัขตัวนี้กิน แต่ สุนัขเฝ้ำบ้ำนเดินเข้ำไปดมๆ เเต่ก็ไม่กินแต่อย่ำงใด มันยังคงเห่ำต่อไป จนกระทั่ง เจ้ำของบ้ำนออกมำดูเเล้วก็ช่วยกันจับขโมยเอำไว้ได้ในที่สุด ตอนที่ ๑ อ่ำนนิทำนเรื่อง สุนัขผู้ซื่อสัตย์แล้วสำมำรถตอบค ำถำมได้ถูกต้อง ๑. วิเครำะห์ประเภทของนิทำน - นิทำนเรื่องสัตว์ ๒. วิเครำะห์ลักษณะนิสัยของตัวละคร - ตัวละครเอกในเรื่องนี้เป็นสัตว์ คือ สุนัข เป็นผู้ที่มีควำมซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อ ผู้เป็นเจ้ำของไม่สนใจเรื่องสินจ้ำงรำงวัลใด ๆ ๓. วิเครำะห์ส ำนวนภำษำ -นิทำนเรื่องนี้เป็นบทร้อยแก้ว โดยบรรยำยเรื่องรำวของตัวละคร ใช้ภำษำง่ำย ๆ ควำมหมำยชัดเจน ไม่วกวน ๔. ข้อคิด คุณค่ำและประโยชน์ที่ได้จำกนิทำน - สินบนนั้นซื้อควำมซื่อสัตย์ภักดีไม่ได้ เรำควรมีควำมกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ไม่ เห็นแก่สินบนหรือสิ่งที่จะได้รับแม้มันจะมีจ ำนวนมำกก็ตำม ๕. จำกกำรอ่ำนนิทำนเรื่องนี้หลักกำรใดที่ควรน ำไปใช้ในสังคมปัจจุบัน ๑. ควำมซื่อสัตย์สุจริต ๒. ควำมกตัญญู ๓. ไม่รับสินบน หรือรับผลประโยชน์มิชอบ
ตอนที่ ๒ อ่ำนนิทำนเรื่อง สุนัขผู้ซื่อสัตย์แล้ววิเครำะห์ลงในแผนผังที่ก ำหนดได้
แบบฝึกทักษะที่ ๖ กำรอ่ำนคิดวิเครำะห์นิทำนหรรษำ เรื่อง ก ำเนิดแม่น้ ำโขง ค ำชี้แจง แบบฝึกทักษะมี ๒ ตอน ใช้เวลำ ๒๐ นำที (๑๐ คะแนน) เมืองบำดำล คือเมืองของพญำนำค มีพญำนำคสองตนรักใคร่ผูกมิตรกันดุจพี่น้อง อำศัย อยู่ หนึ่งคือ พระยำสุทโธทนำค อีกหนึ่งคือ พระยำสุวรรณนำคำ พญำนำคทั้งสองได้มีสัญญำ ต่อกันว่ำ “หำกมีสัตว์ตกลงในเขตบำดำลนครของผู้ใด ให้น ำสัตว์ตัวนั้นมำแบ่งกัน วันหนึ่งมีช้ำงตกลงในเขตบำดำลของพระยำสุวรรณนำคำ พระยำสุวรรณนำคำท ำตำม สัญญำ น ำเนื้อช้ำงมำแบ่งให้พระยำสุทโธนำค ต่อมำมีเม่นตกลงมำในเขตบำดำลของพระยำสุทโธนำค พระยำสุทโธนำคก็น ำเนื้อเม่นมำแบ่งให้พระยำสุวรรณนำคำตำม สัญญำ จึงน่ำจะเป็นกำรรักษำไมตรี และเกื้อกูลต่อกัน แต่ทว่ำ พระยำสุวรรณนำคำไม่คิดเช่นนั้น “อะไรกัน ข้ำแบ่งเนื้อช้ำงให้เจ้ำตั้งมำกมำย แต่เจ้ำแบ่งเนื้อมำ ให้ข้ำเพียงเท่ำนี้เองเหรอ” พระยำสุวรรณนำคำไม่พอใจที่ได้เนื้อเม่น เพียงเล็กน้อยแถมยังมีขนเม่นแหลมคมทิ่มแทงเสียอีก บำงทีอำจจะเป็นควำมจงใจของ พระยำสุทโธนำคที่ต้องกำรดูหมิ่นศักดิ์ศรีของตนก็ได้ ดังนั้น ในวันต่อมำ พระยำสุวรรณนำคำจึงน ำกองทัพนำคของตน ไปบุกเมืองของพระยำ สุทโธนำคำ กำรต่อสู้ท ำให้สัตว์น้อยใหญ่ตำยจ ำนวนมำก เดือดร้อนถึงพระอินทร์ผู้เห็นเหตุกำรณ์ ทั้งปวงไม่อำจทนนิ่งอยู่ได้ทรงระงับเหตุโดยทันที “เจ้ำทั้งสองหยุดสร้ำงควำมเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น เพียงเพรำะควำมไม่พอใจส่วนตนของ เจ้ำ” ทัพของพญำนำคทั้งสองจึงยุติกำรต่อสู้ และต่ำงฝ่ำยต่ำงก็รอฟังค ำตัดสินของพระอินทร์ “ก่อนหน้ำนี้ข้ำซำบซึ้งในน้ ำใจไมตรีของเจ้ำทั้งสองที่ช่วย เหลือเกื้อกูลกันแต่เพียงแค่เนื้อชิ้นเดีเจ้ำบำดหมำงลืม มิตรภำพ ที่ดีต่อกันน ำก ำลังเข้ำประหัตประหำรกันข้ำจะให้เจ้ำทั้ง สอยสร้ำงสำยน้ ำแข่งกัน ใครสำมำรถสร้ำงสำยน้ ำได้ยำว ที่สุดข้ำจะมอบควำมอุดมสมบูรณ์ให้สำยน้ ำของเจ้ำเป็น รำงวัล”
พญำนำคทั้งสองน้อมรับค ำตัดสินและเริ่มลงมือสร้ำงสำยน้ ำ แข่งขันกัน พระยำสุทโธนำคได้สร้ำงแม่น้ ำของ ส่วนพระยำสุวรรณ นำคำได้สร้ำงแม่น้ ำน่ำน ไม่นำนกำรแข่งขันก็ยุติ ผลคือพระยำสุทโธนำค สำมำรถสร้ำงสำยน้ ำที่ยำวกว่ำได้ นั่นคือแม่น้ ำของ หรือ แม่น้ ำโขง พระอินทร์ทรงประทำน “ปลำบึก” (ปลำน้ ำจืดขนำดใหญ่) ในแม่น้ ำของ ให้เป็นรำงวัล สงครำมระหว่ำงสองพญำนำคจึงยุติและกลับคืนสู่ มิตรภำพดังเดิม (สิทธิพร กุลวโรตตมะ. ๒๕๕๗ : ๑๒๐-๑๒๑ )
ตอนที่ ๑ อ่ำนนิทำนเรื่องก ำเนิดแม่น้ ำโขงแล้วสำมำรถตอบค ำถำมได้ถูกต้อง (๕ คะแนน) ๑. วิเครำะห์ประเภทของนิทำน ...................................................................................................................................... ๒. วิเครำะห์ลักษณะนิสัยของตัวละคร .......................................................................................................................................... .......................................................................................................................................... ๓. วิเครำะห์ส ำนวนภำ ............................................................................................................................................. ……………………………………………………………………………………................................... ๔. ข้อคิด คุณค่ำและประโยชน์ที่ได้จำกนิทำน ............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. ๕. จำกกำรอ่ำนนิทำนเรื่องนี้หลักกำรใดที่ควรน ำไปใช้ในสังคมปัจจุบัน ........................................................................................................................................... ............................................................................................................................................ เกณฑ์กำรประเมินแบบฝึกทักษะที่ ๔ ผ่ำนเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ - ตอนที่ ๑ ตอบถูก ได้ ๑ คะแนน - ตอบผิด ได้ ๐ คะแนน แบบฝึกทักษะที่ ๖ กำรอ่ำนคิดวิเครำะห์นิทำนหรรษำ เรื่อง ก ำเนิดแม่น้ ำโขง
ตอนที่ ๑ อ่ำนนิทำนเรื่องก ำเนิดแม่น้ ำโขงแล้วสำมำรถตอบค ำถำมได้ถูกต้อง (๕ คะแนน) เกณฑ์กำรประเมินแบบฝึกทักษะที่ ๔ ผ่ำนเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ - ตอนที่ ๑ ตอบถูก ได้ ๑ คะแนน - ตอบผิด ได้ ๐ คะแนน แบบฝึกทักษะที่ ๖ กำรอ่ำนคิดวิเครำะห์นิทำนหรรษำ เรื่อง ก ำเนิดแม่น้ ำโขง ๑. วิเครำะห์ประเภทของนิทำน ตอบ นิทำนท้องถิ่น ๒. วิเครำะห์ลักษณะนิสัยของตัวละคร ตอบ ตัวละครเอกของเรื่อง คือ พระยำสุทโธทนำค และพระยำสุวรรณนำคำมีลักษณะ นิสัย ใจร้อน วู่วำม เอำควำมคิดตนเป็นใหญ่ ใช้ก ำลังในกำรแก้ไขปัญหำ ๓. วิเครำะห์ส ำนวนภำษำ ตอบ นิทำนเรื่องนี้เป็นบทร้อยแก้ว โดยบรรยำยเรื่องรำวของตัวละคร และมีบท สนทนำประกอบ ใช้ภำษำง่ำยๆ ควำมหมำยชัดเจน ๔. ข้อคิด คุณค่ำและประโยชน์ที่ได้จำกนิทำน ตอบ ๑. มิตรภำพเป็นสิ่งส ำคัญ เพื่อนที่ดีต้องมีน้ ำใจคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ๒. กำรวู่วำมเอำอำรมณ์อยู่เหนือเหตุผล น ำมำซึ่งควำมเดือดร้อน ๓. ไม่ควรใช้ก ำลังในกำรแก้ไขปัญหำ ควรใช้เหตุผลและฟังควำมคิดเห็นของผู้อื่น ๕. จำกกำรอ่ำนนิทำนเรื่องนี้หลักกำรใดที่ควรน ำไปใช้ในสังคมปัจจุบัน ตอบ กำรอยู่ร่วมกันของคนในสังคม ควรมีน้ ำใจให้กัน ถ้อยทีถ้อยอำศัยกัน ควรรับฟัง ควำมคิดเห็นของผู้อื่น ไม่เอำใจตนเป็นใหญ่ และไม่ควรใช้ก ำลังในกำรแก้ไขปัญหำ เพรำะ อำจน ำมำซึ่งควำมเดือดร้อน
ตอนที่ ๒ ให้อ่ำนนิทำนเรื่องก ำเนิดแม่น้ ำโขงแล้ววิเครำะห์ลงในแผนผังที่ก ำหนดให้ (๕ คะแนน) เกณฑ์กำรประเมินแบบฝึกทักษะที่ ๔ ผ่ำนเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ - ตอนที่๒ ตอบถูก ได้ ๑ คะแนน - ตอบผิด ได้ ๐ คะแนน
ตอนที่ ๒ ให้อ่ำนนิทำนเรื่องก ำเนิดแม่น้ ำโขงแล้ววิเครำะห์ลงในแผนผังที่ก ำหนดให้ (๕ คะแนน) เกณฑ์กำรประเมินแบบฝึกทักษะที่ ๔ ผ่ำนเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ - ตอนที่๒ ตอบถูก ได้ ๑ คะแนน - ตอบผิด ได้ ๐ คะแนน