The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาวิเคราะห์ความเชื่อและพิธีกรรมการเข้าสุหนัต (การขริบอวัยวะเพศชาย) ของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา (ฉบับแก้ไข)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อามีเนาะ ซาซู, 2023-05-10 01:06:55

การศึกษาวิเคราะห์ความเชื่อและพิธีกรรมการเข้าสุหนัต (การขริบอวัยวะเพศชาย) ของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา (ฉบับแก้ไข)

การศึกษาวิเคราะห์ความเชื่อและพิธีกรรมการเข้าสุหนัต (การขริบอวัยวะเพศชาย) ของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา (ฉบับแก้ไข)

การศึกษาวิเคราะห์ความเชื่อและพิธีกรรมการเข้าสุหนัต (การขริบอวัยวะเพศชาย) ของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา A Study Analyzing Circumcision Beliefs and Rituals of Muslims in Yala Province นิรุสนีดา นิมะ1* มัรยานา สาเม๊าะ2 อามีเนาะ ซาซู3 ฮาซัน ยามา4 และ สุเมตตา ประสาทแก้ว5 Nirusneeda Nima1* , Maryana Samoh2 , Aminoh Sasu3 , Hasan Yama4 , and Sumedta Prasatkaew5 บทคัดย่อ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาและขั้นตอนการทำพิธีกรรม เข้าสุหนัตและศึกษาความเชื่อที่เกิดจากพิธีกรรมเข้าสุหนัตของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร และการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้าสุหนัตจำนวน 5 คน ในเขตพื้นที่ อำเภอเมือง อำเภอรามัน และอำเภอยะหา ผลการวิจัยพบว่า การเข้าสุหนัตหรือการขริบอวัยวะเพศ เป็นพิธีกรรมตามหลักศาสนาอิสลามที่ส่งเสริมให้ชาวมุสลิมเข้าสุหนัต เพื่อสะดวกในการทำความสะอาดอวัยวะเพศ ที่มีผลต่อการปฏิบัติศาสนกิจ และมีขั้นตอน ดังนี้ 1. ผู้เข้ารับพิธีเข้าสุหนัตไปพบหมอขริบ 2. ผู้เข้ารับพิธีเข้าสุหนัต กับหมอขริบร่วมกันกำหนดวันจัดพิธี 3. ผู้เข้ารับพิธีเข้าสุหนัตเตรียมขันหมาก 4. หมอขริบเตรียมอุปกรณ์ทำขริบ 5. หมอทำการขริบดึงหนังปลายอวัยวะเพศของเด็กแล้วตัดหรือขลิบอวัยวะเพศของเด็ก และพิธีกรรมการเข้า สุหนัตยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวมุสลิมบางกลุ่มที่ได้รับการสืบทอดพิธีกรรมการ 1 นักศึกษาระดับปริญญาตรี, คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จังหวัดยะลา 95000 2 นักศึกษาระดับปริญญาตรี, คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จังหวัดยะลา 95000 3 นักศึกษาระดับปริญญาตรี, คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จังหวัดยะลา 95000 4 นักศึกษาระดับปริญญาตรี, คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จังหวัดยะลา 95000 5 อาจารย์, คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา จังหวัดยะลา 95000 1 Undergraduate students, Program Faculty of Humanities and Social Sciences Yala Rajabhat University, Yala Province, 95000 2 Undergraduate students, Program Faculty of Humanities and Social Sciences Yala Rajabhat University, Yala Province, 95000 3 Undergraduate students, Program Faculty of Humanities and Social Sciences Yala Rajabhat University, Yala Province, 95000 4 Undergraduate students, Program Faculty of Humanities and Social Sciences Yala Rajabhat University, Yala Province, 95000 5 Lecturer, Program Faculty of Humanities and Social Sciences Yala Rajabhat University, Yala Province, 95000 * Corresponding Author: E-mail: [email protected]


ขลิบอวัยวะเพศชายมาจากบรรพบุรุษ ได้แก่ ความเชื่อในการเลือกวัน ความเชื่อเกี่ยวกับการเลือกช่วงอายุ ความเชื่อเรื่องฤกษ์ยาม ความเชื่อในการเลือกโต๊ะมูเด็ง (หมอรับขริบ) และความเชื่อเกี่ยวกับการสะเดาะเคราะห์ คำสำคัญ: พิธีกรรม การเข้าสุหนัต ความเชื่อชาวมุสลิมจังหวัดยะลา Abstract This article aims to study the history and process of the circumcision ceremony and to study the beliefs arising from the circumcision ritual of Muslims in Yala Province. using a qualitative research method collect information from documents and interviews with 5 circumcision experts in the area of Muang District, Raman District and Yaha District. Circumcision or circumcision It is an Islamic ritual that encourages Muslims to be circumcised. To facilitate the cleaning of the genital organs that affect religious practice and have the following steps: 1. The circumcised person goes to see the circumcision doctor. 2. The circumcised person with the circumcision doctor jointly determines the date of the ceremony. 3. The circumcised person prepares the tray to gifts 4. The circumcision doctor prepares the equipment for the circumcision 5. The doctor performs a circumcision, removes the skin of the child's foreskin and cuts or circumcisions the child's genitals. And the circumcision ritual also reflects the belief that holds the minds of some groups of Muslims who have inherited the circumcision ritual from their ancestors, namely the belief in choosing the day. Beliefs about age selection belief in auspicious times Belief in choosing a mudeng table (doctor accepting circumcision) and belief about exorcism Keywords: Rituals, Circumcision, Beliefs, Muslims Yala Province บทนำ พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้นับว่าเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม เนื่องด้วยเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลาย ทาง ภาษา ศาสนา วัฒนธรรม ขนบประเพณีและวิถีชีวิตเป็นอย่างมาก มีผู้คนอาศัยอยู่ร่วมกันทั้งที่อาศัยอยู่มาตั้งแต่ ดั้งเดิมและจากการย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศเพื่อนบ้าน นับว่าเป็นพื้นที่ที่มีความน่าสนใจ ซึ่งในแต่ละสังคมจะมี ความเชื่อและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เช่น คนจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนจะตกแต่งประดับบ้านด้วยสีแดง เพราะเชื่อ ว่าสีแดงจะนำมาซึ่งความมั่นคง คนไทยพุทธในช่วงเทศกาลชิงเปรตนิยมนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปถวายพระ เพื่อ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้บรรพบุรุษของตน และชาวไทยมุสลิมนิยมทำพิธีกรรมเข้าสุหนัตให้กับบุตรหลานตามที่ ศาสนาได้บัญญัติไว้ ทั้งนี้แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะมีความเชื่อ วัฒนธรรม และประเพณีที่แตกต่างกันแต่ผู้คนสามารถอยู่ ร่วมกันในสังคมได้อย่างสันติสุขบนพื้นฐานความเข้าใจและยอมรับซึ่งกันและกัน ประเพณีเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้คน (ประทุม ชุ่มเพ็งพันธ์, 2548) กล่าวถึงประเพณีไว้ว่า คือ ความเชื่อ ความคิด การกระทำ ค่านิยม ทัศนคติ ศีลธรรมจารีต ระเบียบแบบ แผน เป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติของบุคคลในสังคมหนึ่ง ๆ ซึ่งถือปฏิบัติสืบทอดกันมา ประเพณีจึงเป็นสัญลักษณ์ที่ แสดงออกถึงวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์ดังที่ (มงคล ทองนุ่น, 2536) จำแนกประเพณีออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเพณีในรอบปี หมายถึงประเพณีที่สำคัญเกี่ยวเนื่องกับศาสนาที่ปรากฏอยู่ในรอบปี เป็น


เทศกาลของสังคมส่วนรวมที่ยึดถือปฏิบัติในรอบ 12 เดือนโดยนับตามปฏิทิน และประเพณีในรอบชีวิต หมายถึง ประเพณีที่สำคัญอันเนื่องกับชีวิตและความเป็นอยู่ในรอบชีวิต สิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงระบบความคิดของผู้คนผ่านประเพณี คือ พิธีกรรมที่ได้รับการยอมรับและ ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ ดังที่ (หนังสือพิธีกรรมและประเพณีของกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม, 2552) กล่าวถึง พิธีกรรมว่า เป็นการกระทำที่คนเราสมมติขึ้น เป็นขั้นเป็นตอน มีระเบียบวิธีเพื่อให้เป็นสื่อ หรือหนทางที่นำมาซึ่ง ความสำเร็จในสิ่งที่คาดหวังไว้ ทำให้เกิดความสบายใจและมีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป หรืออีกนัยหนึ่ง พิธีกรรม หมายถึง พฤติกรรมที่มนุษย์พึงปฏิบัติต่อความเชื่อและความศรัทธาทางศาสนาของตน จึงก่อให้เกิดเป็นพิธีกรรม พิธีกรรมการเข้าสุหนัต หรือภาษามลายูเรียกว่า มาโซะยาวี คือ การขริบอวัยวะเพศ ตามหลักศาสนา อิสลามที่ส่งเสริมให้ชาวมุสลิมเข้าสุหนัต เพื่อสะดวกในการทำความสะอาดอวัยวะเพศที่มีผลต่อการปฏิบัติศาสนกิจ คือ การละหมาด เนื่องจากทุกครั้งก่อนที่จะละหมาดต้องชำระล้างร่างกายให้สะอาด ซึ่งบริเวณหนังหุ้มปลายอวัยวะ เพศเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค จึงต้องทำการขริบเพื่อความสะอาดบริเวณดังกล่าวและทำให้การละหมาดสมบูรณ์ พิธีกรรมที่เกิดจากความเชื่อของแต่ละศาสนา และแต่ละพื้นที่มีลักษณะที่แตกต่างกันไป ดังเช่นพิธีกรรม การเข้าสุหนัต เป็นการประกอบพิธีกรรมขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ ในแต่ละพื้นที่อาจมีการประกอบพิธีกรรมที่ แตกต่างกันไป รวมทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย เช่นเดียวกับจังหวัดยะลา ที่พิธีกรรมการเข้า สุหนัตในอดีตเคยเป็นหนึ่งในพิธีกรรมที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของสังคมนั้น ๆ แต่ปัจจุบัน ได้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมกับยุคสมัย ด้วยเหตุนี้ผู้วิจัยได้เห็นความสำคัญที่จะศึกษา ประวัติความเป็นมา ขั้นตอน และความเชื่อที่เกิดขึ้นในพิธี กรรมการเข้าสุหนัต ของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา เพื่อเป็นการศึกษาการเข้าสุหนัตรวมถึงการดำรงอยู่และ ปรับเปลี่ยนพิธีกรรมเหล่านั้น ทั้งนี้การศึกษาในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีพิธีกรรมการ เข้าสุหนัตของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา ในช่วงเวลาหนึ่งก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสังคมและยุคสมัย วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาและขั้นตอนการทำพิธีเข้าสุหนัตของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา 2. เพื่อศึกษาความเชื่อที่เกิดจากพิธีกรรมเข้าสุหนัตของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา ระเบียบวิธีการวิจัย 1. ขอบเขตการวิจัย 1.1 ขอบเขตด้านพื้นที่ พื้นที่จังหวัดยะลา ได้แก่ ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง ตำบลวังพญา อำเภอรามัน และ ตำบลบาโงยซิแน อำเภอยะหา ทั้งสามพื้นที่เป็นพื้นที่ที่มีผู้เชี่ยวชาญในด้านการทำขริบ และผู้เชี่ยวชาญใน ด้านจารีตประเพณีที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมเข้าสุหนัต 1.2 ขอบเขตด้านเนื้อหา ขอบเขตด้านเนื้อหาสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้ 1. ประวัติความเป็นมาและขั้นตอนการทำพิธีกรรมการเข้าสุหนัต


2. ความเชื่อที่เกิดจากพิธีกรรมเข้าสุหนัต ประกอบไปด้วย 5 ประเด็นดังนี้ - ความเชื่อในการเลือกวัน - ความเชื่อเกี่ยวกับการเลือกช่วงอายุ - ความเชื่อเรื่องฤกษ์ยาม - ความเชื่อในการเลือกโต๊ะมูเด็ง (หมอรับขริบ) - ความเชื่อเกี่ยวกับการสะเดาะเคราะห์ 1.3 ขอบเขตด้านผู้บอกภาษา บุคคลที่บอกข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าพิธีกรรมการเข้าสุหนัต มีความเชี่ยวชาญในด้านการขริบ อวัยวะเพศชาย ความเชี่ยวชาญด้านจารีตประเพณีและความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ในงานวิจัยนี้ได้มี การสัมภาษณ์ผู้บอกข้อมูลทั้งหมด 5 คน ซึ่งผู้วิจัยมีเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ให้สัมภาษณ์ ดังนี้ 1. บุคคลที่นับถือศาสนาอิสลามมาตั้งแต่กำเนิด และอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดยะลา 2. บุคลลที่มีความเชี่ยวชาญด้านการขริบอวัยวะเพศชาย และเป็นบุคคลที่เคยเข้ารับ พีธีกรรมเข้าสุหนัต 3. บุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในด้านจารีตประเพณีการแห่อาเนาะตูนอ (การแห่ขบวนช้าง) 4. บุคคลที่มีความรู้ในด้านการแพทย์แผนปัจจุบัน 5. บุคคลที่มีประสบการณ์ในการเข้าพิธีสุหนัต ร่วมทั้งประสบการณ์ในการทำการขริบ อวัยวะเพศชาย ไม่น้อยกว่า 10 ปี 6. มีอวัยวะในการออกเสียงเป็นปกติและเต็มใจให้ความร่วมมือในการบอกข้อมูล 2. แนวคิดการวิจัย ความเชื่อ หมายถึงความตกลงใจเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจพิจารณาได้ 2 ลักษณะคือ ความตกลงใจในความมีหรือความเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่งและความตกลงใจในความเป็นเหตุเป็นผลของสิ่งใด สิ่งหนึ่ง ความเชื่อของสังคมใด ย่อมแตกต่างกันไปตามลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรมในสังคมนั้น ๆ การอพยพ การสื่อสาร การคมนาคมก็เป็นสาเหตุให้ความเชื่อเปลี่ยนแปลงไปได้(กิ่งแก้ว อัตถากร, 2528 อ้างถึงในอารี ถาวรเศรษฐ, 2546) ในงานวิจัยนี้ใช้ความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมการเข้าสุหนัตของชาวมุสลิมบางกลุ่มในจังหวัด ยะลา สามารถสรุปได้ดังนี้ ชาวมุสลิมคือผู้ที่มีความศรัทธาในเอกภาพของอัลลอฮฺ มีหลักศรัทธาที่เป็น สากลทั้งหมด 6 ประการคือ ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ศรัทธาในบรรดาเทวทูตหรือมลาอิกะฮฺของอัลลอฮฺ ศรัทธา ในบรรดาศาสดาหรือนบี ศรัทธาในคัมภีร์ของอัลลฮฺ ศรัทธาในวันสิ้นโลก และศรัทธาในลิขิตอัลลอฮฺ และ มีหลักปฏิบัติ 5 ประการ คือ การกล่าวปฏิญาณตน การละหมาด 5 เวลา การถือศ๊ลอดในเดือนรอมฎอน การจ่ายซะกาต และการบำเพ็ญฮัจญ์ นอกจากหลักศรัทธาและหลักปฏิบัติที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีความเชื่อที่ชาวมุสลิมบางกลุ่มถือ ปฏิบัติกันมาตั้งแต่บรรพชนจนถึงปัจจุบัน ความเชื่อดังกล่าวเป็นสิ่งที่ชาวมุสลิมบางกลุ่มเชื่อว่า เป็นการ สร้างผลบุญที่ก่อให้เกิดความสบายใจต่อตนเองและครอบครัว


3. วิธีการดำเนินการวิจัย การดำเนินงานวิจัยเรื่องการศึกษาพิธีกรรมการเข้าสุหนัตของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา เพื่อให้มี ประสิทธิภาพสูงสุด ผู้วิจัยได้ดำเนินไว้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1) การศึกษาเอกสารเกี่ยวกับพิธีกรรมการเข้าสุหนัต แนวคิดทฤษฎีที่ใช้ในการวิจัยและวิจัย ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการดำเนินงานวิจัย 2) การรวบรวมข้อมูลจากพื้นที่ภาคสนาม สัมภาษณ์ผู้บอกภาษาเกี่ยวกับพิธีกรรมการเข้าสุหนัต จำนวน 5 ท่าน โดยผู้ให้สัมภาษณ์ทั้ง 5 ท่านเป็นบุคคลที่มีความรู้ด้านพิธีกรรมเข้าสุหนัต ความรู้ด้าน จารีตประเพณี รวมทั้งสัมภาษณ์โต๊ะมูเด็ง (หมอรับขริบ) ในขั้นตอนดังกล่าวผู้วิจัยได้ มีการบันทึก ข้อมูล บันทึกเสียง และถ่ายภาพ 3) ถอดแถบบันทึกเสียงเป็นลายลักษณ์อักษร 4) วิเคราะห์ข้อมูลจากการลงพื้นที่ภาคสนามโดยวิเคราะห์กระบวนการขั้นตอนของพิธีกรรม และความเชื่อที่เกิดจากพิธีกรรม 5) เรียบเรียงผลการวิจัย สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และเสนอเป็นบทความวิจัย สรุปผล การวิจัยเรื่องการศึกษาพิธีกรรมการเข้าสุหนัต (การขริบอวัยวะเพศชาย) ของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาและขั้นตอนการทำพิธีเข้าสุหนัตของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา และเพื่อ ศึกษาความเชื่อที่เกิดจากพิธีกรรมเข้าสุหนัตของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. ประวัติความเป็นมาและขั้นตอนการทำพิธีเข้าสุหนัตของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา การเข้าสุหนัตหรือภาษามลายูเรียกว่า มาโซะยาวี คือ การขริบอวัยวะเพศชาย ที่ได้รับการสืบทอด มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จากการศึกษาประวัติความเป็นมาของการทำพิธีเข้าสุหนัตในอิสลาม พบว่า บุคคลแรก ที่ทำการเข้าสุหนัตคือศาสดาอิบรอฮีม โดยใช้ขวานขนาดเล็ก ขณะที่มีอายุ 80 ปี เพื่อเป็นการแสดงถึงความศรัทธา ที่มีต่อพระผู้เป็นเจ้าเพียงองค์เดียว (al-Bukhariy, n.d. : 1344) การปฏิบัติดังกล่าวจึงเป็นตัวอย่างที่ทำให้มีการ ปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ถึงการขริบไม่ได้เป็นคำสั่งที่บัญญัติไว้ในหลักปฏิบัติแต่การขริบเป็นสิ่งที่ผู้นับถือ ศาสนาอิสลามทุกคนถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพราะการขริบเป็นแบบอย่างการปฏิบัติของท่านศาสดามูฮัมหมัด จากพระวจนะของศาสดามูฮัมหมัดที่กล่าวไว้ว่า “การปฏิบัติห้าประการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ธรรมชาติที่จะต้องดูแลรักษา สุขอนามัย การขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ การโกนขนในร่มผ้า การตัดเล็บ การถอนขนรักแร้ และการขริบหนวด ให้สั้น” (Muslim, 1999 : 142) อีกทั้งศาสนาอิสลามยังส่งเสริมให้ชาวมุสลิมเข้าสุหนัต เพื่อสะดวกในการทำความ สะอาดอวัยวะเพศที่มีผลต่อการปฏิบัติศาสนกิจเนื่องจากการปฏิบัติศาสนกิจจะถูกตอบรับจากผู้เป็นเจ้านั้น ร่างกาย ทุกส่วนของผู้ปฏิบัติต้องสะอาด ผู้ชายมุสลิมทุกคนจึงทำการขริบอวัยวะเพศ เพราะภายใต้หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ มีสิ่งสกปรกตกค้างสะสม จึงทำการขริบก่อนถึงช่วงวัยที่ศาสนาบังคับให้ปฏิบัติศาสนกิจ ตามหลักปฏิบัติ 5 ประการ คือ การปฏิญาณตน การละหมาด 5 เวลา การถือศีลอดในเดือนรอมฎอน การจ่ายซะกาต และการบำเพ็ญฮัจญ์ หนึ่งในหลักปฏิบัติ 5 ประการที่มุสลิมทุกคนต้องปฏิบัติเป็นประจำ คือ การละหมาด 5 เวลา ทั้งนี้หากไม่ขริบอวัยวะ เพศจำเป็นต้องทำความสะอาดอวัยวะดังกล่าวทุกครั้งก่อนทำการละหมาด ดังนั้น ไม่ว่าการขริบเป็นวิถีปฏิบัติหรือ


เป็นสิ่งที่ศาสนาส่งเสริมให้ปฏิบัติ การขริบย่อมดีกว่าการไม่ขริบอย่างแน่นอนเมื่อพิจารณาถึงความสำคัญของความ สะอาด เป็นที่มาทำให้การเข้าสุหนัตแพร่หลายไปทุกพื้นที่ที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลาม แต่อาจมีขั้นตอนการปฏิบัติที่ แตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัยตามการเปลี่ยนแปลงของเวลาและการพัฒนาของเครื่องมือทางการแพทย์ อีกทั้งการ เข้าสุหนัตยังป้องกันการเกิดโรคอีกด้วย จากการศึกษาขั้นตอนการขริบอวัยวะเพศชายหรือการเข้าสุหนัตในตำบลท่าสาป อำเภอเมือง ตำบลวังพญา อำเภอรามัน และตำบลบาโงยซิแน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา มีขั้นตอนการเข้าสุหนัตดังนี้ 1. ผู้เข้ารับพิธีเข้าสุหนัตไปพบโต๊ะมูเด็ง (หมอทำขริบอวัยวะเพศชาย) ร่วมกันกำหนดวันจัดพิธี 2. ผู้เข้ารับพิธีเข้าสุหนัตเตรียมขันหมากประกอบไปด้วย หมากพลู และเงิน ที่เจ้าภาพนำไปมอบให้ โต๊ะมูเด็ง (หมอทำขริบอวัยวะเพศชาย) 3. โต๊ะมูเด็ง (หมอทำขริบอวัยวะเพศชาย) เตรียมอุปกรณ์ทำขริบอวัยวะเพศ ประกอบไปด้วย ยาชา เข็มฉีดยา มีดผ่าตัด ด้าย กรรไกรตัดไหม แอลกอฮอล์ น้ำเกลือ ถุงมือ 4. โต๊ะมูเด็ง (หมอทำขริบอวัยวะเพศชาย) ทำการขริบดึงหนังปลายอวัยวะเพศของเด็กแล้วตัดหรือขริบ อวัยวะเพศของเด็กออกแล้ว โต๊ะมูเด็ง (หมอทำขริบอวัยวะเพศชาย) ก็จะใส่ยาและตกแต่งแผล เป็น อันเสร็จพิธี จากข้อมูลข้างต้นนอกจากขั้นตอนและการปฏิบัติพิธีกรรมเข้าสุหนัตตามหลักศาสนาแล้ว ยังเป็นการ ดูแลสุขอนามัยของอวัยวะเพศเพื่อป้องกันการติดโรคต่าง ๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อการดำเนินชีวิต อีกด้วย 2. ความเชื่อที่เกิดจากพิธีกรรมเข้าสุหนัตของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา ความเชื่อเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในสังคม เป็นตัวควบคุมพฤติกรรมและผลทางด้านจิตใจ ของมนุษย์ ซึ่งมีความแตกกต่างกันตามความสบายใจของผู้ปฏิบัติ สำหรับชาวมุสลิมมีความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับ ศาสนาอิสลามนับเป็นหลักแห่งความเชื่อคือหลักศรัทธา 6 ประการ ได้แก่ ศรัทธาต่ออัลลอฮฺศรัทธาในบรรดาเทว ทูตหรือมลาอิกะฮ์ของอัลลอฮฺ ศรัทธาในบรรดาศาสดาหรือนบี ศรัทธาในคัมภีร์ของอัลลอฮฺ ศรัทธาในวันสิ้นโลก และศรัทธาในลิขิตของอัลลอฮฺ และยังมีความเชื่อที่เกิดขึ้นเฉพาะกลุ่ม หรือแนวทางการปฏิบัติให้ได้ผลบุญมาก ยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นความเชื่อที่คอยยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ ในการประกอบพิธีกรรมเข้าสุหนัตก็มีความเชื่อสำหรับมุสลิมบางกลุ่มได้ปรากฏในพิธีกรรมดังกล่าว ประกอบด้วย 5 ความเชื่อดังนี้ 1) ความเชื่อในการเลือกวัน การเลือกวันมีความสำคัญอย่างยิ่งในทุก ๆ พิธีกรรมเพื่อความเป็นสวัสดิมงคลแก่ตนเองและ ครอบครัว ในการเลือกวันควรเลือกวันที่เป็นสิริมงคลแก่ตนเองเพื่อให้พิธีกรรมเป็นไปอย่างราบรื่น (วีระวัชร์ ปิ่นเขียน, 2542) กล่าวว่า ความเชื่อเกี่ยวกับวันดี วันร้าย คนไทยเชื่อว่าวันที่ควรทำการมงคลนั้น จะต้องศึกษาให้ถ่องแท้เช่นเดียวกับวันที่ถือว่าไม่ดี ทั้งนี้เพื่อจะได้กำหนดว่า ควรจะทำเรื่องใดในวันไหน เป็นการจัดระเบียบอย่าหนึ่งด้วย ในการเลือกวันเพื่อทำการเข้าสุหนัตนั้นต้องหลีกเลี่ยงวันที่ตรงกับวันสายสะดือร่วงของผู้ที่จะ เข้าพิธีกรรมเข้าสุหนัต เพราะเชื่อว่าหากตรงกับวันดังกล่าวอาจจะทำให้มีอันเป็นไป (อาซิ หะเด็ง,


การสื่อสารส่วนบุคคล, 7 ธันวาคม 2565) ให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าหากเลือกวันที่ตรงกับวันสายสะดือร่วงก็ อาจจะทำให้มีอันเป็นไป บางรายเลือดออกไม่หยุด ทำให้เสียเลือดมากเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอีกด้วย 2) ความเชื่อเกี่ยวกับการเลือกช่วงอายุ การเลือกช่วงอายุในการทำพิธีกรรมต่าง ๆ มีความสำคัญ เนื่องจากแต่ละช่วงอายุจะมีความ พร้อมทางด้านสุขภาพและวุฒิภาวะที่แตกต่างกัน ซึ่งผู้เข้าพิธีกรรมจำเป็นต้องมีความพร้อมทั้งร่างกาย และจิตใจ อีกทั้งยังมีความเชื่อในเรื่องของตัวเลข (เรไร ไพรวรรณ์, 2553)กล่าวว่า จำนวนตัวเลขที่นิยม ว่าดีก็จะเป็นเลขคี่ โดยเฉพาะเลข 9 ที่นิยมมากที่สุด ตัวเลขที่เกี่ยวกับอายุจะเป็นที่รู้จักกันดี โดยเฉพาะ อายุเบญจเพส คือ 25 จะมีคำเตือน ข้อห้าม และข้อควรปฏิบัติมากมาย ปัจจุบันความเชื่อนี้ก็ยังคงอยู่ การเลือกช่วงอายุเพื่อเข้าพิธีกรรมเข้าสุหนัตของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา ตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันมีความเชื่อว่าเด็กผู้ชายต้องเข้าพิธีสุหนัตในช่วงอายุ 7 ปี 9 ปี 11 ปี หรือช่วงอายุที่เป็นเลขคี่ ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมเข้าพิธีสุหนัตช่วงอายุ 7-13 ปี (อาซิ หะเด็ง, การสื่อสารส่วนบุคคล, 7 ธันวาคม 2565) ให้สัมภาษณ์ว่า เด็กส่วนใหญ่จะนิยมเข้าสุหนัตในช่วงระหว่างอายุ 7-13 ปี โดยจะเข้าสุหนัตในช่วงอายุที่ เป็นเลขคี่ ซึ่งเป็นวัยที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษา เพราะถ้าเลยจากช่วงวัยนี้เด็กจะมีความเขิน อาย อีกทั้งยังเชื่อว่าถ้าเข้าสุหนัตในวัยนี้จะทำให้แผลหายไวและฟื้นตัวได้เร็วขึ้นอีกด้วย 3) ความเชื่อเรื่องฤกษ์ยาม ในการทำพิธีกรรมต่าง ๆ จำเป็นต้องมีการดูฤกษ์ยามเพื่อความสบายใจและเป็นสิริมงคลต่อผู้ เข้าพิธีกรรม (วีระวัชร์ ปิ่นเขียน, 2542)กล่าวว่า การถือฤกษ์ถือยามเป็นการทำไปเพื่อความเป็น สวัสดิมงคล คนโบราณมีความเชื่อเกี่ยวกับฤกษ์ยามมาก เวลาจะเดินทางไปไหนเขาจะต้องตรวจตราหลาย ๆ อย่าง เช่น การดูลมจันทรกลา สูรยกลา เป็นวิธีการตรวจดูจากลมปราณหรือลมหายใจเข้าออกทางจมูก ทั้งสองข้าง ข้างขวาเรียกว่า (ลม) สูรยกลา ข้างซ้ายเรียก (ลม) จันทรกลา การเลือกฤกษ์ยามในพิธีกรรมเข้าสุหนัตไม่มีขอบเขตในช่วงเวลา แต่ควรคำนึงถึงความสะดวก ของผู้เข้าพิธีและผู้ที่ทำการขริบ (โต๊ะมูเด็ง) แต่ส่วนใหญ่นิยมเข้าพิธีกรรมเข้าสุหนัตในช่วงเวลา 07.00 – 12.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายของผู้เข้าพิธียังสดชื่น สามารถทำให้การทำพิธีมีความสะดวกขึ้น (สะมะแอ หะยีสาและ, การสื่อสารส่วนบุคคล, 17 ธันวาคม 2565) กล่าวว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเข้า พิธีกรรมเข้าสุหนัต คือช่วงเช้าประมาณ 07.00 – 08.00 น. หากเป็นช่วงบ่ายหรือช่วงเย็นผู้เข้าพิธีจะอ่อน ล้า อีกทั้งผู้ทำการขริบ (โต๊ะมูเด็ง) อาจจะเหนื่อยล้า ส่งผลให้การทำแผลไม่ประณีตเท่าที่ควร 4) ความเชื่อในการเลือกโต๊ะมูเด็ง (หมอทำขริบอวัยวะเพศชาย) โต๊ะมูเด็ง เป็นศัพท์บัญญัติภาษามลายูที่ได้บัญญัติขึ้นมาใช้เรียกหมอที่ทำการขริบอวัยวะ เพศชาย กล่าวโดยรวมว่า โต๊ะมูเด็ง หรือหมอที่ทำการขริบอวัยวะเพศชาย ตามคำนามที่เรียกในหมู่ชาว ไทยเชื้อสายมลายู ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นอาชีพหนึ่งที่อยู่คู่สังคมชุมชนมลายูอิสลามมา ตั้งแต่ศาสนาอิสลามเข้ามาในแหลมมลายู(ศณีรา, 3 พฤษภาคม 2559) พิธีรกรรมการเข้าสุหนัตจำเป็นต้องมีโต๊ะมูเด็ง (หมอทำขริบอวัยวะเพศชาย) เนื่องจากเป็นส่วน หนึ่งที่จะทำให้พิธีกรรมสมบูรณ์ (สะมะแอ ลาโฮ๊ะยา, การสื่อสารส่วนบุคคล, 7 ธันวาคม 2565) กล่าวไว้ ว่า ในการเลือกโต๊ะมูเด็ง (หมอทำขริบอวัยวะเพศชาย) นั้นเด็กผู้ชายต้องเข้าสุหนัตกับโต๊ะมูเด็ง (หมอทำขริบอวัยวะเพศชาย) ที่ถูกชะตากับตนเท่านั้นหากไปหาหมอท่านอื่น ๆ อาจจะไม่สามารถทำพิธี


ได้ ดังเช่นบุคคลที่เข้ารับพิธีกรรมเข้าสุหนัตบางคนจะกระวนกระวายอยู่ไม่นิ่ง ทั้งที่เตรียมความพร้อม มาก่อนแล้ว ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้จะเป็นอุปสรรคในการเข้าพิธีกรรมเข้าสุหนัต บางรายถึงขั้นเลือดใหญ่ ไหลไม่หยุด อาจส่งผลอันตรายต่อชีวิตอีกด้วย 5) ความเชื่อเกี่ยวกับการสะเดาะเคราะห์ การสะเดาะเคราะห์ถือเป็นการทำพิธีแก้เคราะห์ร้ายต่าง ๆ ที่เกิดจากความกลัวอันตรายติดอยู่ ในใจของผู้คน จึงจัดพิธีสะเดาะขึ้นมาเพื่อปัดสิ่งอัปมงคลออกไป ตามความเชื่อของกลุ่มคนบางกลุ่มซึ่ง เกิดขึ้นได้ในทุก ๆ ศาสนา ตามความเชื่อและความศรัทธาของกลุ่มคนนั้น ๆ สำหรับการสะเดาะเคราะห์ที่เกิดจากพิธีกรรมเข้าสุหนัตหรือการแห่อานาะตูนอ (การแห่ขบวน ช้าง) เป็นการสะเดาะเคราะห์สำหรับครอบครัวที่มีเชื้อสายวงศ์ตระกูลมาจากวังเก่าหรือผู้ที่ถือปฏิบัติ ตั้งแต่บรรพชนจนถึงปัจจุบัน ซึ่งการแห่อาเนาะตูนอ (การแห่ขบวนช้าง) เป็นการจัดพิธีเพื่อให้การทำขริบ หนังหุ้มอวัยวะเพศปลอดภัยและเกิดอันตรายน้อยที่สุด หากไม่มีการแห่อาเนาะตูนอ (การแห่ขบวนช้าง) อาจทำให้มีอันเป็นไปดังที่ (มะยาเต็ง สาเมาะ, การสื่อสารส่วนบุคคล, 10 ธันวาคม 2565) ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับกลุ่มคนที่ถือปฏิบัติการแห่อาเนาะตูนอ (การแห่ขบวนช้าง) หากไม่ปฏิบัติตามจารีตประเพณี อาจ ส่งผลให้การจัดพิธีเข้าสุหนัตมีอุปสรรคตลอดระยะเวลาเข้าพิธี รวมถึงการใช้ชีวิตหลังจากเข้าสุหนัต จนกว่าจะมีการจัดการแห่อาเนาะตูนอ (การแห่ขบวนช้าง) ตามจารีตประเพณีที่ได้กำหนดไว้โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 1. ทางครอบครัวผู้เข้าสุหนัตไปพบโต๊ะมูเด็ง (หมอทำขริบอวัยวะเพศชาย) เพื่อแจ้งวันที่ทางครอบครัว เพื่อเข้าสุหนัตรวมถึงผู้เข้าสุหนัตเองสะดวก 2. ก่อนเข้าพิธีเข้าสุหนัตช่วงเวลาค่ำกลางคืนก่อนหนึ่งวัน จะทำพิธีการแห่บาลาปราสัปแป (การรมควัน ผู้เข้าพิธีสุหนัตด้วยกำยาน) อีกทั้งยังมีการจำลองสถานการณ์แห่ขบวนช้างโดยใช้คนเป็นช้าง มีการ จัดลำดับกำหนดการโดยผู้รู้ และมีการแสดงพื้นบ้านที่ให้ความบันเทิงอย่าง ลิเกฮูลู การรำตารีอีนา การแสดงสีลัต และการฉายหนังตะลุง 3. วันรุ่งเช้าเริ่มพิธีโดยการให้ผู้เข้าสุหนัตก้าวเท้าออกจากบ้านด้วยเท้าขวาในระหว่างนั้นผู้เข้าสุหนัตจะ สวมชุดธรรมดาและมีการกำหนดทิศทางขบวนช้างให้หันไปทางทิศตะวันตกแล้วออกไปยังสถานที่ที่ จัดเตรียมไว้ 4. เมื่อแห่ถึงที่หมายมีพิธีอาบน้ำ “อาเนาะตูนอ”(บุคคลที่รับพิธีกรรมเข้าสุหนัต) โดยใช้น้ำดอกไม้ 7 สี ดอกไม้ชนิดใดก็ได้ยกเว้นดอกชบา หลังจากอาบน้ำเสร็จแต่งกายชุดมลายูเต็มยศและขึ้นขบวนช้าง กลับบ้านของผู้เข้าสุหนัต 5. เมื่อถึงบ้านผู้เป็นพ่อจะอุ้ม “อาเนาะตูนอ” (บุคคลที่รับพิธีกรรมเข้าสุหนัต) ไปส่งที่บัลลังก์โดยไม่ให้ เท้าเปื้อนดิน หลังจากนั้นก็จะล้างเท้าด้วยน้ำดอกไม้ 7 สี และชมการแสดงพื้นบ้าน ดังเช่นคืนก่อนที่ จะเข้าพิธี 6. จือปุตซือมางัต (หยิบบํารุงขวัญให้กำลังใจแก่เด็ก) และเข้าพิธีสุหนัต จะเห็นได้ว่าในการประกอบพิธีกรรมการเข้าสุหนัต (การขริบอวัยวะเพศชาย) ของชาวมุสลิมบางกลุ่ม ในจังหวัดยะลา มีความเชื่อเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากความเชื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจและก่อให้เกิดความสบายใจ แก่ผู้ที่ปฏิบัติ อีกทั้งยังสร้างสัมพันธ์ที่ดีในสังคมอีกด้วย


การอภิปรายผล จากผลการศึกษาข้างต้นผู้วิจัยได้อภิปรายผลการวิจัย 3 ประเด็น ดังนี้ 1.การศึกษาพิธีกรรมการเข้าสุหนัตของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา พบว่า ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามจำเป็นต้อง มีการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ เพื่อให้การปฏิบัติศาสนกิจเป็นไปอย่างสมบูรณ์และถูกตอบรับจากพระผู้เป็นเจ้า เพียงองค์เดียว ซึ่งเกิดจากหลักปฏิบัติว่าด้วยเรื่องสุขอนามัยและแบบอย่างการปฏิบัติของศาสดามูฮัมหมัดจาก พระวจนะของศาสดามูฮัมหมัดที่กล่าวไว้ว่า “การปฏิบัติห้าประการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ธรรมชาติที่จะต้องดูแลรักษา สุขอนามัย การขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ การโกนขนในร่มผ้า การตัดเล็บ การถอนขนรักแร้ และการขริบ หนวดให้สั้น” (Muslim, 1999 : 142) สอดคล้องกับงานวิจัยของ อดิศักดิ์ นุชมี (2561) เรื่อง “การขริบตามความ เชื่อกับความสอดคล้องทางการแพทย์” พบว่า การขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายสามารถช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ เป็นต้นเหตุของโรคร้ายต่าง ๆ อันก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการเป็นโรคมะเร็ง การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ กามโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ 2.ด้านขั้นตอนการปฏิบัติพิธีกรรมการเข้าสุหนัตของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา พบว่า ในกลุ่มคนบางกลุ่มมี จารีตประเพณีที่ถือปฏิบัติตั้งแต่สมัยบรรพชนเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งเกิดจากความเชื่อว่า ต้องมีการปฏิบัติเพื่อให้ พิธีกรรมสำเร็จตามที่วางไว้ และเพื่อความปลอดภัยต่อการดำรงชีวิตโดยเฉพาะกลุ่มคนบางกลุ่มที่มีเชื้อสายวงศ์ ตระกูลมาจากวังเก่า คือ การแห่อาเนาะตูนอ (การแห่ขบวนช้าง) สอดคล้องกับงานวิจัยของ นิปาตีเมาะ หะยีหามะ (2551) “ศึกษาประเพณีเข้าสุหนัตอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี” พบว่า ยังคงมีการแห่อาเนาะตูนอ (การแห่ขบวน ช้าง) อาจเนื่องมาจากสมัยก่อนพื้นที่อำเภอยะหริ่งเป็นวังมาก่อน มีการปฏิบัติประเพณีโบราณ ครั้นเมื่อลูกหลานเข้า สุหนัตก็ยังคงมีความผูกพันและปฏิบัติประเพณีโบราณนั้นอยู่ ทั้งนี้จารีตประเพณีดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นข้อบังคับ สำหรับชาวมุสลิมในการประกอบพิธีกรรมเข้าสุหนัต สอดคล้องกับงานวิจัยของ อาซีละห์ ตูหยง อรุณรัตน์ สรรเพ็ชร และรุ่งรัตน์ ทองสกุล (2563) เรื่อง “การสืบทอด และการดำรงอยู่ของประเพณีการเข้าสุหนัตชาย-หญิง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา” พบว่า แม้มีความเชื่อและพิธีกรรมอื่นปะปนอยู่บ้างก็มีเพียงเล็กน้อย ซึ่งมีบางคนที่ไม่ เห็นด้วยต่อความเชื่อและการกระทำดังกล่าว ด้วยเพราะเห็นว่าชาวมุสลิมควรยึดมั่นต่อพระเจ้าเพียงองค์เดียว 3.ความเชื่อที่เกิดจากพิธีกรรมเข้าสุหนัตของชาวมุสลิมจังหวัดยะลา พบว่า การจัดพิธีกรรมเข้าสุหนัตของ ชาวมุสลิมจังหวัดยะลา ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของกลุ่มคนบางกลุ่มที่มีมาตั้งแต่ บรรพชนจนถึงปัจจุบัน โดยยึดหลักศรัทธา 6 ประการ ได้แก่ ศรัทธาต่ออัลลอฮฺ ศรัทธาในบรรดา เทวทูตหรือมลาอิกะฮ์ของอัลลอฮฺ ศรัทธาในบรรดาศาสดาหรือนบี ศรัทธาในคัมภีร์ของอัลลอฮฺ ศรัทธาในวันสิ้นโลก และศรัทธาในลิขิตของอัลลอฮฺ ผ่านการปฏิบัติจารีตประเพณีอันก่อให้เกิดเป็นความคิด ทัศนคติ ค่านิยม และการปฏิบัติประเพณีต่าง ๆ ที่เป็นแนวทางในการสร้างผลบุญในการประกอบพิธีกรรม แม้ช่วงเวลาล่วงเลยมายาวนาน สภาพสังคมและวิถีการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่ชาวมุสลิมจังหวัด ยะลายังคงถือปฏิบัติพิธีกรรมเข้าสุหนัตอย่างเคร่งครัด เพราะถือเป็นข้อบังคับของศาสนาอิสลาม แต่ทว่า จารีตประเพณีตามความเชื่อของกลุ่มคนบางกลุ่มอาจจะมีให้เห็นได้น้อยลง เนื่องจากขั้นตอนและเครื่องมือบางชนิด ในพิธีกรรมเข้าสุหนัตมีการพัฒนา มีความทันสมัยและมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวไม่ได้ทำให้ ขั้นตอนในการประกอบพิธีกรรมเปลี่ยนไปจากเดิม เพียงแต่ให้ถูกสุขอนามัยและถูกต้องตามหลักทางการแพทย์


ดังนั้นการปฏิบัติตามหลักพิธีกรรมเข้าสุหนัตและความเชื่อในการประกอบพิธีกรรมควรอยู่บนพื้นฐานหลักคำสอน ของศาสนาอิสลาม จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ชาวมุสลิมจังหวัดยะลาควรยึดถือและปฏิบัติสืบไป กิตติกรรมประกาศ ขอขอบคุณนายอาซิ หะเด็ง นายสะมะแอ ลาโฮ๊ะยา นายมะยาเต็ง สาเมาะ นายสะมะแอ หะยีสาและ นายอับดุลรอยับ อาเซ็งมาแม และชาวมุสลิมจังหวัดยะลาที่กรุณาให้ความเมตตาตลอดระยะเวลาที่ผู้ศึกษาเก็บ ข้อมูลภาคสนาม ขอขอบคุณคณาจารย์หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ที่ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ศึกษาด้วยความเมตตา และเป็นแบบอย่างที่ดีงามให้แก่นักศึกษา อ้างอิง กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม. (2552). พิธีกรรมและประเพณี. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย จำกัด. นันทนา ขุนภักดี. (2530). การวิเคราะห์ความเชื่อของชายไทยในสวัสดิรักษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). มหาวิทยาลัยศิลปากร นิปาตีเมาะ หะยีมามะ. (2551). ประเพณีเข้าสุหนัตอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี[วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี. ภิญโญ เวชโช. (2561). คติชนวิทยา. ศูนย์ส่งเสริมการทำผลงานวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. ประทุม ชุ่มเพ็งพันธ์. (2548). ศิลปวัฒนธรรมภาคใต้. สุวีริยาสาส์น. มงคล ทองนุ่น. (2536). โลกทรรศน์ที่ปรากฏในประเพณีของคนไทยมุสลิมในจังหวัดสตูล [ปริญญานิพนธ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา. วีระวัชร์ ปิ่นเขียน. (2542). คติชนวิทยา. สถาบันราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ราชบุรี. ศณีรา. (2559, พฤษภาคม 3). ตำนานโต๊ะมูเด็ง (หมอขริบหนังหุ้มองคชาต) แห่งเมืองโบราณยะรัง. OKNATION. https://shorturl.asia/5ZU0v สมสวัสดิ์ เตชพฤทธินันท์. (2553). ความรู้ ความเชื่อ และพฤติกรรมเรื่องกฎแห่งกรรมของนักเรียนมัธยมศึกษาตอน ปลายในกรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. สถาบันบัณฑิต พัฒนบริหารศาสตร์ อดิศักดิ์ นุชมี. (2561). การขริบตามความเชื่อกับความสอดคล้องทางการแพทย์. Veridian E-Journal, Silpakorn Universit, 11(2), 3056. อาซีละห์ ตูหยง ,อรุณรัตน์ สรรเพ็ชร และ รุ่งรัตน์ ทองสกุล. (2-3, สิงหาคม, 2564). การสืบทอด และการดำรงอยู่ ของประเพณีการเข้าสุหนัตชาย-หญิง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา. การประชุมวิชาการ ด้านมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ระดับชาติ ครั้งที่ 3 กระบวนทัศน์ใหม่ของมนุยศาสตร์และสังคมศาสตร์ กับการพัฒนา ท้องถิ่น, มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา. อารี ถาวรเศรษฐ. (2546). คติชนวิทยา. มหาวิทยาลัยสวนสุนันทา เรไร ไพรวรรณ์. (2553). คติชนและภูมิปัญญาไทย. มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี


Click to View FlipBook Version