แบบทดสอบ
ความหลากหลาย
ทางชีวภาพ
พร้อมเฉลย
ผู้จัดทำ ; นายปฐมพงษ์ อุปพงษ์ ม.6/1 เลขที่ 4
สารบัญ 1
6
เรืื่องที่ 1 อนุภาคก่อโรค
เฉลยอนุภาคก่อโรค 7
12
เรื่องที่ 2 อาณาจักรมอเนอรา
เฉลยอาณาจักรมอเนอรา 13
18
เรื่องที่ 3 อาณาจักรโพรทิสตา
เฉลยอาณาจักรโพรทิสตา 19
24
เรื่องที่ 4 อาณาจักรฟังไจ
เฉลยอาณาจักรฟังไจ 25
30
เรื่องที่ 5 อาณาจักรพืช
เฉลยอาณาจักรพืช 31
36
เรื่องที่ 6 อาณาจักรสัตว์
เฉลยอาณาจักรสัตว์
1
1.อนุภาคของไวรัสประกอบด้วย เรื่องที่ 1 อนุภาคก่อโรค
1. โปรตีน 2. DNA หรือ RNA 3. phospholipid
4. polysaccharide 5. st
eroid
ก. 1 และ 2
ข. 2 และ 3
ค. 3 และ 4
ง. 4 และ 5
2. ข้อใดคือเหตุผลที่ไม่จัดไวรัสไว้ในอาณาจักรของสิ่งมีชีวิต
ก. ไม่ใช่เซลล์
ข. จำลองตัวเองไม่ได้
ค. มีเฉพาะ RNA
ง. ฉี่หนู
3. ข้อใดไม่ใช่โรคที่เกิดจากไวรัส
ก. พิษสุนัขบ้า
ข. โปลิโอ
ค. งูสวัด
ง. ฉี่หนู
2
4. ข้อใดคือไวรัสที่ใช้แบคทีเรียเป็นเจ้าบ้าน (host)
ก. viroid
ข. bacteroid
ค. sporozoa
ง. bacteriophage
5. ข้อใดคือโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสทั้งหมด
ก. อีสุกอีใส ไข้มาลาเรีย ฝีดาษ
ข. ไข้เลือดออก เอดส์ วัณโรค
ค. ไทฟอยด์ ไข้เหลือง หัดเยอรมัน
ง. คางทูม โปลิโอ พิษสุนัขบ้า
6. โครงสร้างแบบเชื้อ HIV-1 ที่ก่อให้เกิดโรค AIDS ในคน มีลักษณะแตกต่างจากเชื้อแบค
ที่เรียในข้อใค
1. ไม่มีพลาสมาเมมเบรน 2. ไม่มีไรโบโซม
3. มีสารพันธุกรรมเป็น RNA
ก. ข้อ 1 และ 2
ข. ข้อ 2 และ 3
ค. ข้อ 1 และ 3
ง. ข้อ 1, 2 และ 3
3
7. ไวรัสแตกต่างจากแบคทีเรียในข้อใด
1. ไวรัสไม่มีเยื่อหุ้มเซลล์
2. ไวรัสมีการเพิ่มจำนวนในเซลล์สิ่งมีชีวิตอื่นเท่านั้น
3. ไวรัสทุกชนิดมีการดำรงชีพในภาวะปรสิตเท่านั้น
ก. ข้อ 1 และ 2
ข. ข้อ 1 และ 3
ค. ข้อ 2 และ 3
ง. ข้อ 1, 2 และ 3
8. ไวรัสกับไวรอยด์เหมือนกันในข้อใด
ก. ล้วนมี RNA เป็นสารพันธุกรรม
ข. มี DNA เป็นสารพันธุกรรมเป็นส่วนใหญ่
ค. มี DNA หรือ RNA เป็นสารพันธุกรรม
ง. ไม่มีเชื่อหุ้มเซลด์และมีกรคนิวคลือิกเป็นสารพันธุกรรม
9. Bacteriophage มีสารพันธุกรรมคืออะไร และใช้สิ่งมีชีวิตใดเป็นที่อยู่อาศัย(host)
ก. DNA และ Bacteria
ข. DNA และ มนุษย์
ค. RNA และ Bacteria
ง. RNA และ พืช
4
10. โรคฝีดาษลิง(Monkeypox) มีสาเหตุเกิดจากจุลชีพชนิดใด
ก. ไวรัส
ข. ไวรอยด์
ค. พรีออน
ง. แบคทีเรีย
11. ข้อใดถูกต้องเหี่ยวกับไวรัส Covid-19
ก. เป็นไวรัสเปลือย(Naked virus)
ข. มีสารพันธุกรรมชนิด DNA
ค. เป็นไวรัสสายคู่(single-stranded)
ง. เป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม(Envelope virus)
12. ไวรัสชนิดแรกที่ถูกค้นพบ มีชื่อว่าอะไร
ก. Tobacco mosaic virus
ข. Hepatitis virus
ค. SARS-CoV-2
ง. Yellow fever virus
5
13. ไวรัสชนิดแรกที่สามารถติดเชื้อในคนได้ มีชื่อว่าอะไร
ก. Foot-and-mouth-disease virus
ข. Yellow fever virus
ค. SARS-Cov-2
ง. Hepatitis virus
14. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ Prion
ก. สามารถเกิดโรคในพืชเท่านั้น
ข. มีเพียงส่วนประกอบของโปรตีนเท่านั้น
ค. ทำให้เกิดโรคของระบบประสาทส่วนปลาย
ง. เกิดโรคในคน และพืช
15. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ Viroid
ก. ก่อโรคในสัตว์เท่านั้น
ข. มีสารพันธุกรรมแบบ DNA
ค. มี capsid ห่อหุ้ม
ง. ก่อโรคในพืชเท่านั้น
6
เฉลยเรื่องที่ 1
อนุภาคก่อโรค
1. ก. 1 และ 2
2. ก. ไม่ใช่เซลล์
3. ง. ฉี่หนู
4. ง. bacteriophage
5. ง. คางทูม โปลิโอ พิษสุนัขบ้า
6. ง. ข้อ 1, 2 และ 3
7. ง. ข้อ 1, 2 และ 3
8. ค. มี DNA หรือ RNA เป็นสารพันธุกรรม
9. ก. DNA และ Bacteria
10. ก. ไวรัส
11. ง. เป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม(Envelope virus)
12. ก. Tobacco mosaic virus
13. ข. Yellow fever virus
14. ข. มีเพียงส่วนประกอบของโปรตีนเท่านั้น
15. ง. ก่อโรคในพืชเท่านั้น
7
เรื่องที่ 2 อาณาจักรมอเนอรา
1. ข้อใดกล่าวถึงยาปฏิชีวนะเพนิซิลลินได้ถูกต้อง
ก. เป็นตัวเร่งการทำงานของเอนไซม์
ข. ยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย
ค. ไม่มีผลต่อการทำงานของเอนไซม์
ง. กระตุ้นการแบ่งเซลล์ของแบคทีเรีย
2. สิ่งมีชีวิตที่จัดอยู่ในอาณาจักรมอเนอราคือข้อใด
ก. ออสซิลาทอเรีย และแอนาบีนา
ข. นอสตอก และยูกลีนา
ค. คลอเรลลา และไดอะตอม
ง. พารามีเซียม และสไปโรคีท
3. ข้อใดไม่จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียแกรมบวก
ก. Bacillus sp.
ข. Lactobacillus sp.
ค. ส่ไปโรคีท
ง. ไมโคพลาสมา
8
4. ข้อใดพบได้ทั้งในสาหร่ายสีเขียวและสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน 4. ไรโบโซม
1. ผนังเซลล์ 2. นิวเคลียส 3. ไซโทพลาซึม
5. คลอโรพลาสต์ 6. ไมโทคอนเดรีย
ก. ข้อ 1, 2 และ 5
ข. ข้อ 1, 3 และ 4
ค. ข้อ 2, 3, 4 และ 6
ง. ข้อ 1, 4, 5 และ 6
5. เกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่ง Eubacteria ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ Mycoplasma, Gram
negative และ Gram positive คือข้อใด
ก. รูปแบบการดำรงชีพ
ข. ลำดับนิวคดีโอไทด์ในจี่โนม
ค. องค์ประกอบของผนังเซลล์ (cell wall)
ง. องค์ประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ (cell membrane)
6. Bacteria ในข้อใดสามารถสังเคราะห์อาหารและได้แก๊สออกซิเจน
ก. Proteobacteria
ข. Cyanobacteria
ค. Spirochetes
ง. Gram positive bacteria
9
7. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ Anabaena azollae
ก. เป็น protist ที่อยู่ร่วมกับแหนแดง
ข. ตรึงไนโตรเจนได้ในสภาพไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobe)
ค. มีรูปร่างเป็นสายยาวคล้ายกับลูกประคำ
ง. พบเฉพาะการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (asexual) เท่านั้น
8. ข้อใดที่แสดงว่า Archaebacteria มีความมพันธ์ทางวิวัฒนาการใกล้ชิดกับ E
ก. ผนังเซลล์มี cellulose เหมือนกัน
ข. เยื่อหุ้มเซลล์มี phospholipid เหมือนกัน
ค. มี photosynthetic pigments ชนิดเดียวกัน
ง. การทำงานของไรโบโซมถูกยับยั้งด้วย Streptomycin เหมือนกัน
9. Spirogyra sp. แตกต่างจาก Spirulina sp. ในข้อใด
1. การสืบพันธุ์
2. โครงสร้างของผนังเซลล์
3. ขนาดของไรโบโซม
4. ไซโทสเกเลตอนของเซลล์
ก. ข้อ 1 และ 2
ข. ข้อ 3 และ 4
ค. ข้อ 1, 2 และ 4
ง. ข้อ 1, 2, 3 และ 4
10
10.คุณสมบัติใดต่อไปนี้เป้นคุณสมบัติของจุลินทรีย์พวกแบคทีเรีย
1. prokaryotic cell 2. eukaryotic cell
3. ผนังเซลล์เป็น peptidoglycan 4. แบ่งตัวแบบ binary fission
5. ผนังเซลล์เป็นcellulose
ก. 1, 2, 3
ข. 1, 3, 4
ค. 2, 3, 4
ง. 3, 4, 5
11. photoautotroph cyanobacteria ได้แก่สกุลใด
ก. Rhizobium, Nitrosomonas
ข. Nostoc, Oscillatoria
ค. Neisseria, Giardia
ง. Nitrobacter, Azotobacter
12. ไซยาโนแบคทีเรียไม่มีโครงสร้างใดต่อไปนี้ 3. ไรโบโซม 4. ไมโครทิวบูล
1. เยื่อหุ้มเซลล์ 2. เยื่อหุ้มนิวเคลียส
ก. ข้อ 1 และ 2
ข. ข้อ 2 และ 4
ค. ข้อ 1 และ 3
ง. ข้อ 3 และ 4
11
13. แบคทีเรียกับไซยาโนแบคทีเรียเหมือนกันในข้อใด
1. ผนังเซลล์เป็นสารเซลลูโลส 2. มีไรโบโซมขนาด 70S
3. มีออร์แกเนลล์ชนิดมีเยื่อหุ้ม 4. ไม่มี cytoskeleton
ก. ข้อ 1 และ 2
ข. ข้อ 2 และ 4
ค. ข้อ 1, 2 และ 3
ง. ข้อ 1, 3 และ 4
14.ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะเฉพาะของ prokaryote
ก. ไม่มี organelles ชนิดมีเยื่อห่อหุ้ม
ข. มีโครโมโซม 1 โครโมโซม เป็นวงแหวน
ค. ส่วนใหญ่ผนังเซลล์ประกอบด้วย peptidoglycan
ง. มีสารพัธุกรรมเป็น dsDNA
15.ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. แบคทีเรียแกรมบวก แยกชนิดได้โดยการย้อมสีแกรมผนังเซลล์จะติดสีม่วงของคริสตัล
ไวโอเลต
ข. Lactobacillus sp. Bacillus sp. Staphyrococos sp. เป็นแบคทีเรียทรงกลม
ท้ังหมด
ค. โรคฉี่หนู โรคซิฟิลิส มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย แกรมลบที่มีรูปทรงเกลียว
ง. Escherichia coli เป็นสาเหตุท่ีทาให้เกิดอาการท้องร่วง
12
เฉลยเรื่องที่ 2
อาณาจักรมอเนอรา
1. ข. ยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย
2. ก. ออสซิลาทอเรีย และแอนาบีนา
3. ค. สไปโรคีท
4. ข. ข้อ 1, 3 และ 4
5. ค. องค์ประกอบของผนังเซลล์ (cell wall)
6. ข. Cyanobacteria
7. ก. เป็น protist ที่อยู่ร่วมกับแหนแดง
8. ง. การทำงานของไรโบโซมถูกยับยั้งด้วย Streptomycin เหมือนกัน
9. ง. ข้อ 1, 2, 3 และ 4
10. ข. 1, 3, 4
11. ข. Nostoc, Oscillatoria
12. ข. ข้อ 2 และ 4
13. ข. ข้อ 2 และ 4
14. ง. มีสารพัธุกรรมเป็น dsDNA
15. ข. Lactobacillus sp. Bacillus sp. Staphyrococos sp. เป็นแบคทีเรียทรง
กลมท้ังหมด
13
เรื่องที่ 3 อาณาจักรโพรทิสตา
1. ข้อใดไม่ใช่สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรโพรทิส
ก. สาหร่ายไฟ
ข. สาหร่ายสีน้ำตาล
ค. สาหร่ายผมนาง
ง. สาหร่ายหางกระรอก
2. มีหลักฐานว่าพืชชั้นสูงวิวัฒนาการมาจากสาหร่ายสีเขียว ยกเว้นข้อใด
ก. ทั้งพืชและสาหร่ายมีรงควัตถุ (pigment) คล้ายกัน
ข. สาหร่ายสีเขียวและพืชชั้นสูงหลายชนิดมีปริมาณดีเอ็นเอต่อเซลล์เท่ากัน
ค. สาหร่ายสีเขียวบางชนิดมีบางช่วงของชีวิตคือ สปอโรไฟต์และแกมีโทฟต์ที่มีหลายเซลล์
ง. ทั้งพืชและสาหร่ายมีแป้ง (starch) เป็นอาหารสะสมหลักและมีเซลลูโลสเป็นองค์ประกอบ
ของผนังเซลล์
3. โพรทิสต์ (protist) ที่เริ่มมีการรวมตัวกันเป็นโครงสร้างคล้ายเนื้อเยื่อ (แต่ยังไม่ใช่เนื้อเยื่อ
ที่แท้จริงแบบพืช) เป็นสาหร่ายพวกใด
ก. สาหร่ายสีเขียว
ข. สาหร่ายไฟ
ค. สาหร่ายสีแดง
ง. สาหร่ายสีน้ำตาล
14
4. โพรทิสต์ในลำไส้ปลวกถูกจัดอยู่ในกลุ่มได้โพลโมนาดิดา (Diplomonadida) และพาราบา
ซาลิด (Parabasalid) ต่างจากโพรทิสต์กลุ่มอื่น ๆ ในข้อใด
ก. มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส
ข. ดำรงชีวิตแบบภาวะพึ่งพากัน
ค. ไม่มีไมโทคอนเดรียภายในเซลล์
ง. ไม่มีสารสีแคโรทีนและคลอโรฟิลล์
5. ข้อใดคือสิ่งมีชีวิตที่มีการเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนมากที่สุด เมื่อชายฝั่งจังหวัด
ประจวบคีรีขันธ์เกิดเหตุการณ์น้ำแดงหรือขี้ปลาวาฬ (red tide)
ก. ยูกลีโนซัว
ข. ไตรโคโมแนส
ค. ไดโนแฟลเจลเลต
ง. ไกอาเคียแลมเบีย
6. ข้อใดคือโพรทิสต์ที่เชื่อกันว่าอาจเป็นบรรพบุรุษของอาณาจักรสัตว์
ก. อะมีบา
จ. พารามีเซียม
ค. สปอโรซัว
ง. โคอะโนแฟลเจลเลต
15
7. ข้อใดจับคู่ความสัมพันธ์ไม่ถูกต้อง
ก. brown algae / alginic acid
ข. red algae / carrageenan
ค. plant spore / sporopollenin
ง. Porphyra / red tide
8. สาหร่าย (algae) ในไฟลัม Bacillariophyta มีลักษณะเด่นชัดคือ
ก. symmetry
ข. flagella or cilia
ค. paramylon or peridinin
ง. ถูกทุกข้อ
9. โพรโทซัวชนิดใดมีการดำรงชีวิตต่างจากโพรโทซัวในข้ออื่นๆ
ก. Entamoeba coli
ข. Trichomonas vaginalis
ค. Trypanosoma gambiense
ง. Plasmodium falciparum
16
10. ลักษณะร่วมที่สำคัญของพืชและบรรพบุรุษพวกสาหร่าย (algae) คือการมีสาร์ใดใน
คลอโรพลาสต์
ก. chlorophyll a
ข. chlorophyll b
ค. carotenoids
ง.ทั้งข้อ ก, ข และ ค
11. ข้อใดกล่าวถึงสารที่พบในสาหร่ายสีน้ำตาลและสาหร่ายสีแดงไม่ถูกต้อง
ก. สาหร่ายสีน้ำตาลสร้างสาร alginate
ข. สาหร่ายสีน้ำตาลสะสมอาหารในรูป laminarin
ค. สาหร่ายสีแดงสะสมอาหารในรูป floridean starch
ง. สาหร่ายสีแดงสร้าง carragenin ทำให้เห็น thallus เป็นสีแดง
12.ลักษณะใดของ protist ฟลัมหนึ่งซึ่งเด่นเป็นพิเศษต่างจากไฟลัมอื่น
ก. การมีเกราะหุ้มเซลล์
ข. การมี locomotive organ
ค. การมียอดเกสรตัวเมีย (stigma)
ง. ถูกทุกข้อ
17
13. ลักษณะที่เป็นที่มาของการตั้งชื่อ protists พวก dinoflagellates คือ
ก. การมีสารสีพวก carotenoid จำนวนมาก
ข. ความสามารถในการสะสมแป้งไว้ในเซลล์
ค. การดำรงชีพแบบ heterotroph คล้ายพวกโพรโทซัว
ง. การมี flagella 2 เส้น อยู่ภายในร่องของเกราะหุ้มเซลล์
14. Proists ที่มีรูปร่างและการดำรงชีพง่ายที่สุด ส่วนใหญ่ดำรงชีพแบบอิสระ มีโครงสร้าง
ช่วยสำหรับการเคลื่อนที่ เรียกว่า Pseudopodia ถูกจัดไว้ในไฟลัมใด
ก. Actinopoda
ข. Rhizopoda
ค. Apicomplexa
ง. Actinomycetes
15. ข้อแตกต่างสำคัญใน protists พวกที่มีโครงสร้างเคลื่อนที่โดยใช้ flagella และ cilia
คือข้อใด
ก. การมีหรือไม่มี macronucleus
ข. การมีหรือไม่มี contractile vacuole
ค. flagella ต้องมีกำเนิดมาจากบริเวณ kinetoplast หรือโครงสร้างที่ทำหน้าที่คล้ายคลึง
กัน
ง. ถูกทุกข้อ
18
เฉลยเรื่องที่ 3
อาณาจักรโพรทิสตา
1. ง. สาหร่ายหางกระรอก
2. ข. สาหร่ายสีเขียวและพืชชั้นสูงหลายชนิดมีปริมาณดีเอ็นเอต่อเซลล์เท่ากัน
3. ง. สาหร่ายสีน้ำตาล
4. ค. ไม่มีไมโทคอนเดรียภายในเซลล์
5. ค. ไดโนแฟลเจลเลต
6. ง. โคอะโนแฟลเจลเลต
7. ง. Porphyra / red tide
8. ก. symmetry
9. ก. Entamoeba coli
10. ก. chlorophyll a
11. ง. สาหร่ายสีแดงสร้าง carragenin ทำให้เห็น thallus เป็นสีแดง
12. ค. การมียอดเกสรตัวเมีย (stigma)
13. ง. สาหร่ายสีแดงสร้าง carragenin ทำให้เห็น thallus เป็นสีแดง
14. ข. Rhizopoda
15. ก. การมีหรือไม่มี macronucleus
19
เฉลยเรื่องที่ 4
อาณาจักรฟังไจ
1.หลักการสำคัญเพื่อการจัดหมวดหมู่ฟังไจไว้ใน Phylum Deuteromycota คืออะไร
ก. ดำรงชีพแบบ saprophyte
ข. โครงสร้างสืบพันธุ์แบบ conidia
ค. โครงสร้างสืบพันธุ์แบบ basidia
ง. ไม่สามารถตรวจพบการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ
2.ลักษณะเด่นของ sac fungi คือการมีโครงสร้างสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศลักษณะพิเศษที่
เรียกว่า
ก. Ascus
ข. Conidium
ค. Gametangium
ง. Zygosporangium
3. ยีสต์สร้างสปอร์ชนิดใด
ก. ไซโกสปอร์
ข. แอสโคสปอร์
ค. เบสิดิโอสปอร์
ง. ไมโครสปอร์
20
4. สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวชนิดหนึ่งสร้างอาหารเองไม่ได้ มีผนังเซลล์และบพันธุ์แบบอาศัยเพศ
ด้วยสปอร์ในถุงที่เรียกว่า แอสคัส สิ่งมีชีวิตนี้คือข้อใด
ก. ราเมือก
ข. ราดำ
ค. เห็ดฟาง
ง. ยีสต์
5. ไมคอร์ไรซา (Mycorrhiza) เป็นราที่อาศัยอยู่กับพืชในข้อใด
ก. รากของพืชตระกูลหญ้า
ข. รากของพืชพวกจิมโนสเปีร์ม
ค. เปลือกของสนที่อยู่บริเวณชื้นและเย็น
ง. อาจเป็นได้ทั้ง 3 กรณี
6. โครงสร้างใดที่พบทั้งในสัตว์ เห็ดรา และแบคที่เรีย
ก. ผนังเซลล์ (cell wall)
ข. โทโนพลาสต์ (tonoplast)
ค. เยื่อหุ้มเซลล์ (plasma membrane)
ง. เยื่อหุ้มนิวเคลียส (nuclear membrane)
21
7.ข้อความเปรียบเทียบยีสต์ (เช่น Saccharomyces cerevisiae) กับไซยาโนแบคทีเรีย
(เช่น Anabaena) ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ยีสต์เป็นยูคาริโอต, ไซยาโนแบคทีเรียเป็นโพรคาริโอต
ข. ยีสต์เป็นเฮเทอโรโทรฟ, ไซยาโนแบคทีเรียเป็นออโตโทรฟ
ค. ยี่สต์ผลิตแอลกอฮอล์เมื่อหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน, ซยาโนแบคทีเรียผลิตออกซิเจนเมื่อ
สังเคราะห์ด้วยแสง
ง. ยีสต์ไม่มีผนังเซลด์, ไซยาโนแบคที่เรียมีผนังเซลล์
8. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ zygospore
ก. เป็น sexual spore
ข. สร้างขึ้นในโครงสร้างพิเศษที่เรียกว่า ascus
ค. ราขนมปังเป็นตัวแทนของราที่สร้าง spore ชนิดนี้
ง. เมื่อปลิวไปตกยังที่ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมจะงอกเป็น hyphae ที่ไม่มี septum นั้น
9. ข้อความคู่ใดไม่สัมพันธ์กัน
ก. spirochete / Treponema pallidum
ข. pleomorphism / Rhizobium
ค. atypical cell wall / Archaebacteria
ง. mucopolysaccharide / Mycoplasma
22
10. ข้อใดคือ asexual spore ทั้งหมด
ก. basidiospore, ascospore, zygospore, oospor
ข. sporangiospore, conidia, arthrospore, oospore
ค. sporangiospore, zoospore, arthrospore, conidia
ง. sporangiospore, ascospore, conidia, chlamydospore
11. ข้อใดกล่าวผิด
ก. zygospore เป็น sexual spore ที่มี zygosporangium หุ้มอยู่ด้านนอก
ข. merosporangium คือ sporangiospore ที่เรียงตัวเป็นแถวเดี่ยวอยู่ในถุงหุ้ม
ค. เชื้อราใน Phylum Zygomycota มีการสร้างทั้ง sexual และ asexual spores
ง. sporangiola เป็น asexual spore ที่สร้างอยู่ในถุงหุ้ม ซึ่งจะมี 1-50 สปอร์ต่อถุง
12. สิ่งที่พบเฉพาะใน Kingdom Fungi คือ
ก. fruiting body, stolon
ข. hypha, mycelium
ค. fruiting body, mycelium
ง. oospore, asexual spore
23
13. สิ่งมีชีวิตในไฟลัมใดสามารถย่อยสถายลิกนินในซากพืชได้ดี
ก. ไซโกไมโคตา
ข. แอสโคไมโคตา
ค. ไคทริดิโอไมโคตา
ง. เบสิดิโอไมโคตา
14. ข้อใดเป็นลักษณะร่วมของฟังใจ
ก. สร้างไฮฟา
ข. ผนังเซลล์มีไคทินและเซลลูโลส
ค. สร้างฟรุตติงบอดี
ง. สร้างสปอร์ที่มีแฟลเจลลา
15. เชื้อราไม่มีการสืบพันธุ์แบบใด
ก. budding
ข. binary fission
ค. สร้าง sexual spore
ง. สร้าง asexual spore
24
เฉลยเรื่องที่ 4
อาณาจักรฟังไจ
1. ง. ไม่สามารถตรวจพบการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ
2. ก. Ascus
3. ข. แอสโคสปอร์
4. ง. ยีสต์
5. ค. เปลือกของสนที่อยู่บริเวณชื้นและเย็น
6. ค. เยื่อหุ้มเซลล์ (plasma membrane)
7. ง. ยีสต์ไม่มีผนังเซลด์, ไซยาโนแบคที่เรียมีผนังเซลล์
8. ข. สร้างขึ้นในโครงสร้างพิเศษที่เรียกว่า ascus
9. ง. mucopolysaccharide-Mycoplasma
10. ก. chlorophyll a
11. ค. sporangiospore, zoospore, arthrospore, conidia
12. ค. เชื้อราใน Phylum Zygomycota มีการสร้างทั้ง sexual และ asexual
spores
13. ข. hypha, mycelium
14. ง. เบสิดิโอไมโคตา
15. ก. สร้างไฮฟา
25
เรื่องที่ 5 อาณาจักรพืช
1. ข้อใดเป็นลักษณะที่พบในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในอาณาจักรพืช
1. เป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ (multicellular organism)
2. สร้างอาหารได้เองโดยการสังเคราะห์ด้วยแสง (photosynthesis)
3. ผนังเซลล์ (cell wall) มีเซลลูโลส (cellulose) เป็นองค์ประกอบ
4. มีการปฏิสนธิซ้อน (double fertilization)
ก. ข้อ 1 และ 2
ข. ข้อ 1 และ 3
ค. ข้อ 2 และ 4
ง. ข้อ 3 และ 4
2. พืชในข้อใดจัดอยู่ในไฟลัมเดียวกัน
ก. สนสองใบ ปรง แปะก๊วย
ข. มอส ไลโคโพเดียม ลิเวอร์เวิร์ต
ค. เฟินก้านดำ ชายผ้าสีดา ผักแว่น
ง. จอกหูหนู ตีนตุ๊กแก หวายทะนอย
3. ยุคใดที่มีการพบพืชที่มีเนื้อเยื่อลำเลียงจำนวนมาก และเริ่มพบพืชมีเมด็ด
ก. ดิโวเนียน
ข. เพอร์เมียน
ค. คาร์บอนิเฟอรัส
ง. ออร์โดวิเชียน
26
4. ข้อใดเป็นพืชที่มีเมล็ด (seed plants)
ก. หญ้าคา จอก แหน
ข. ผักแว่น แหนแดง จอกหูหนู
ค. ย่านลิเภา ชายผ้าสีดา ผักกูด
ง. หญ้าถอดปล้อง ตีนตุ๊กแก หวายทะนอย
5. ลำดับวิวัฒนาการของพืชในข้อใดถูกต้อง
ก. มอส > ปรง > ตีนตุ๊กแก > บัว
ข. ตีนตุ๊กแก > มอส > ปรง > บัว
ค. ตีนตุ๊กแก < ปรง < มอส < บัว
ง. มอส < ตีนตุ๊กแก < ปรง < บัว
6. โครงสร้างของพืชในข้อใดประกอบด้วยเซลล์ที่มีจำนวนโครโมโซมเป็น haploid (n)
1. synangium ของ Psilotum 2. phylloid ของมอส
3. sterile frond ของเฟิน 4. pollen ของหญ้า
5. embryo sac ของสนสองใบ
ก. 1, 2, 3
ข. 2, 3, 4
ค. 3, 4, 5
ง. 2, 4, 5
27
7. พืชในข้อใดจัดเป็น homosporous plant ทั้งหมด
ก. ปรง และแปะก๊วย
ข. สามร้อยยอด และแหนแดง
ค. ตีนตุ๊กแก และหางสิงห์
ง. หวายทะนอย และหญ้าถอดปล้อง
8. ข้อใดระบุตัวอย่างพืชในแต่ละกลุ่มไม่ถูกต้อง
ก. flowering plant ได้แก่ มะเมื่อย และสนเขา
ข. naked seed plant ได้แก่ ปรง และแปะก๊วย
ค. seedless vascular plant ได้แก่ เฟิน และหวายทะนอย
ง. non vascular plant ได้แก่ ข้าวตอกฤาษี และฮอร์นเวิร์ต
9. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับอาณาจักรพืช
ก. เป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ (multicellular organism) เสมอ
ข. ผนังเซลล์มีเซลลูโลส (cellulose) เป็นองค์ประกอบสำคัญ
ค. ส่วนใหญ่มักสร้างอาหารได้เองโดยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (photosynthesis)
ง. การปฏิสนธิต่างจากสัตว์คือมีลักษณะของการปฏิสนธิ 2 กรั้ง (double fertilization)
28
10. พืชในข้อใดจัดเป็น heterosporous plant
ก. Mosses
ข. Lycopodium
ค. Selaginella
ง. เฟินข้าหลวงหลังลาย
11. ลักษณะใดใช้สร้างใดโคโตมัสดีย์เพื่อแบ่งพืชออกเป็นกลุ่ม A (มอส ลิเวอร์เวิร์ต) และ
กลุ่ม B (กุหลาบ หวายทะนอย สนสองใบ)
ก. การมีเมล็ด
ข. การมีสปอร์
ค. การมีดอก
ง. การมีท่อลำเลียง
12. ระยะแกมีโทไฟต์ที่เด่นกว่าสปอโร่ไฟต์จะพบในพืชข้อใด
ก. สนสองใบ และแปะก๊วย
ข. เฟินก้านดำ และตีนตุ๊กแก
ค. มอส และลิเวอร์เวิร์ต
ง. หญ้าถอดปล้อง และหวายทะนอย
29
13. พืชชนิดใดที่มีท่อลำเลียงและไม่มีเมล็ด
ก. มอส
ข. เฟิน
ค. บัว
ง. สน
14. พืชกลุ่มใดจัดว่ามีความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการมากที่สุด
ก. มอส ลิเวอร์เวิร์ต
ข. สน เฟิน
ค. จอก สาหร่ายหางกระรอก
ง. แปะก๊วย ปรง
15. ข้อความในข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับวัฎจักรชีวิตแบบสลับของพืช (alternation of
generation)
ก. สปอโฟต์มีโครโมโซม n สร้างสปอร์โดยการแบ่งแบบไมโอซิส
ข. สปอโรฟต์มีโครโมโซม 2n สร้างสปอร์โดยการแบ่งแบบไมโทซิส
ค. แกมีโทไฟต์มีโครโมโซม n สร้างเซลล์สืบพันธุ์โดยการแบ่งแบบไมโทซิส
ง. แกมีโทไฟต์มีโครโมโซม 21 สร้างเซลล์สืบพันธุ์โดยการแบ่งแบบไมโอซิส
30
เฉลยเรื่องที่ 5
อาณาจักรพืช
1. ข. ข้อ 1 และ 3
2. ค. เฟินก้านดำ ชายผ้าสีดา ผักแว่น
3. ค. คาร์บอนิเฟอรัส
4. ก. หญ้าคา จอก แหน
5. ง. มอส < ตีนตุ๊กแก < ปรง < บัว
6. ง. 2, 4, 5
7. ง. หวายทะนอย และหญ้าถอดปล้อง
8. ก. flowering plant ได้แก่ มะเมื่อย และสนเขา
9. ง. การปฏิสนธิต่างจากสัตว์คือมีลักษณะของการปฏิสนธิ 2 ครั้ง (double
fertilization)
10. ค. Selaginella
11. ง. การมีท่อลำเลียง
12. ค. มอส และลิเวอร์เวิร์ต
13. ข. เฟิน
14. ค. จอก สาหร่ายหางกระรอก
15. ค. แกมีโทไฟต์มีโครโมโซม n สร้างเซลล์สืบพันธุ์โดยการแบ่งแบบไมโทซิส
31
เรื่องที่ 6 อาณาจักรสัตว์
1.ข้อใดเป็นลักษณะแรกที่ใช้จำแนกสัตว์ในการสร้าง cladogram
ก. การมีส่วนหัวหรือไม่มีส่วนหัว
ข. การมี coelom หรือไม่มี coelom
ค. การมีเนื้อเยื่อที่แท้จริงหรือไม่มีเนื้อเยื่อ
ง. การมี radial symmetry หรือ bilateral symmetry
2. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้สัตว์ในไฟสัมอาร์ไทรโพดามีความหลากหลายมากที่สุด
ก. มีตัวอ่อนหลายระยะ
ข. ออกไข่ได้คราวละมากๆ
ค. มีรยางค์ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง
ง. โครงร่างภายนอกเป็นเปลือกแข็ง
3. สัตว์ชนิดใดที่จัดอยู่ในกลุ่มโพรโทสโตเมียและตัวอ่อนมีการลอกคราบ
ก. หอย, แมลง, ตะขาบ
ข. ปลิงทะเล, กุ้ง, กิ้งถือ
ค. ไส้เดือนดิน, ทากดูดเลือด, งู
ง. พยาธิไส้เดือน, พยาธิแส้ม้า, แมลง
32
4. ข้อใดระบูตำแหน่งเส้นประสาทใหญ่ของสัตว์แต่ละไฟลัมถูกต้อง
1. ไฟลัมคอร์ดาตา ตำแหน่งเส้นประสาทด้านหลัง
2. ไฟลัมอาร์โทรโพดา ตำแหน่งเส้นประสาทด้านท้อง
3. ไฟลัมในดาเรีย ตำแหน่งเส้นประสาทด้านหลัง
4. ไฟลัมมอลลัสกา ตำแหน่งเส้นประสาทด้านท้อง
ก. ข้อ 1 และ 2 ข. ข้อ 2 และ 3
ค. ข้อ 1 และ 3 ง. ข้อ 1, 2 และ 4
5. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของสัตว์ในไฟลัมคอร์ดาตา
1. มีช่องเหงือกในระยะเอ็มบริโอหรือตลอดชีวิต
2. เส้นประสาทอยู่ทางด้านล่างของลำตัว
3. มีโนโตคอร์ดในระยะเมบริโอหรือตลอดชีวิต
4. มีสมมาตรแบบด้านข้าง (bilateralia)
5. เป็นพวกโพรโทสโตเมีย (protostomia) ที่ออกลูกเป็นตัว
ก. ข้อ 1 และ 3 ข. ข้อ 1 และ 4
ค. ข้อ 2 และ 3 ง. ข้อ 2 และ 5
6. ลักษณะใดที่ไม่จำเป็นต้องพบในสัตว์ทุกชนิดที่อยู่ในคลาสแมมมาเลีย (Class
Mammalia)
1. มีถุงน้ำคร่ำ 2. ออกลูกเป็นตัว 3. มีขนปกคลุมตัว
4. มีต่อมน้ำนม
ก. ข้อ 2 ข. ข้อ 3
ค. ข้อ 1 และ 3 ง. ข้อ 2 และ 4
33
7. การมีระบบประสาทหลักอยู่แนวแกนกลางร่างกาย (centralization) จะเกี่ยวกับ
วิวัฒนาการของ
ก. radial symmetry
ข. bilateral symmetry
ค. ระบบทางเดินอาหารที่สมบูรณ์ (complete gut)
ง. ระบบเลือดแบบปิด (closed circulatory system)
8. ข้อใดเป็นเหตุผลยืนยันว่าสัตว์ในกลุ่ม annelids และ arthropods มีความใกล้ชิดกัน
ก. มีทางเดินอาหารสมบูรณ์
ข. มี segmentation ของลำตัว
ค. มี ventral nerve cord
ง.แลกเปลี่ยนแก๊สบริเวณผนังลำตัว
9. ข้อใดจับคู่กันได้ถูกต้อง
1. เทนทาเคิล-ในโดไซต์ (cnidocyte)
2. ฮิรูดิน (hirudin)-ทากดูดเลือด
3. ขากรรไกร-ปลาปากกลม
4. มีช่องตัว-พยาธิใบไม้
ก. ข้อ 1 และ 2
ข. ข้อ 2 และ 3
ค. ข้อ 3 และ 4
ง. ข้อ 1 และ 4
34
10. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับโนโตคอร์ด (notochord)
ก. ทำหน้าที่ค้ำจุนร่างกาย
ข. เจริญมาจากเนื้อเยื่อเอนโดเดิร์ม
ค. พบในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง
ง. พบในสัตว์มีกระดูกสันหลัง
11. สัตว์ที่มีลำตัวเป็นปล้องและรยางค์เป็นข้อๆ ต่อกัน จัดอยู่ในไฟ
ก. มอลลัสกา (Mollusca)
ข. แอนเนลิดา (Annelida)
ค. อาร์โทรโพดา (Arthropoda)
ง. เอคไคในเดอมาตา (Echinodermata)
12. ข้อใดเป็นลักษณะสำคัญที่แยกฟองน้ำออกจากสัตว์กลุ่มอื่นๆ
ก. ไม่มีอวัยวะ
ข. ไม่มีสมมาตร
ค. ไม่มีช่องลำตัว
ง. ไม่มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง
35
13. ข้อใดคือสัตว์ที่ไม่มีระบบเลือด
ก. หอยแครง-ปลิงทะเล
ข. ปู-หมึกทะเล
ค. แมงกะพรุน-พลานาเรีย
ง. ดาวทะเล-เม่นทะเล
14. ข้อใดคือสัตว์ที่มีระบบประสาทแบบรัศมี (radial nervous system)
1. ดาวทะเล 2. แมงกะพรุน 3. เม่นทะเล
ก. ข้อ 2
ข. ข้อ 1 และ 2
ค. ข้อ 1 และ 3
ง. ข้อ 1, 2 และ 3
15. ข้อใดเป็นลักษณะทางวิวัฒนาการแบบ advanced ทั้งหมด
ก. coelom, triploblastic, superficial segmentation
ข. anamniote, bilateral symmetry, internal fertilization
ค. protostome, external fertilization, complete digestive tract
ง. metameric segmentation, complete digestive tract, triploblastic
36
เฉลยเรื่องที่ 6
อาณาจักรสัตว์
1. ค. การมีเนื้อเยื่อที่แท้จริงหรือไม่มีเนื้อเยื่อ
2. ก. มีตัวอ่อนหลายระยะ
3. ง. พยาธิไส้เดือน, พยาธิแส้ม้า, แมลง
4. ง. ข้อ 1, 2 และ 4
5. ง. ข้อ 2 และ 5
6. ก. ข้อ 2
7. ข. bilateral symmetry
8. ข. มี segmentation ของลำตัว
9. ก. ข้อ 1 และ 2
10. ข. เจริญมาจากเนื้อเยื่อเอนโดเดิร์ม
11. ค. อาร์โทรโพดา (Arthropoda)
12. ง. ไม่มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง
13. ค. แมงกะพรุน-พลานาเรีย
14. ค. ข้อ 1 และ 3
15. ง. metameric segmentation, complete digestive tract, triploblastic
BIODIVERSITY