คน
กับ
สิ่ง
เหนือ
ธรรม
ชาติ
ทรงเจ้า
ทรงเจ้า-ร่างทรง ของชาวจีนในสยามสมัยรัชกาลที่ 5 ศักดิ์สิทธิ์หรือหาผลประโยชน์?
ในสังคมไทย ชาวจีนเป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทในสังคมมานานแล้ว อย่างน้อยก็ตั้งแต่ใน
สมัยอยุธยา คนจีนเข้ามาพร้อมกับวัฒนธรรมการทรงเจ้าตามลัทธิเต๋า การทรงเจ้าเป็น
เรื่องที่แพร่หลายในชุมชนชาวจีนมากอย่างน้อยตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า
เจ้าอยู่หัว ซึ่งเกิดปัญหาขึ้นจนต้องปราบปรามเช่นกัน ปรากฏการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นซ้ำ
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เช่นกันในสมัยรัชกาลที่ 5
ชาวจีนในพระนครได้ทรงเจ้าแล้วมีการทำนายว่าจะเกิดไฟไหม้ ปรากฏว่าไฟไหม้จริง
ทางการจึงสั่ งห้ามการทรงเจ้า เพราะคิดว่าเป็นการแอบวางเพลิง แต่ก็ไม่ค่อยมีคนเชื่ อ
เพราะยังไปแอบทรงเจ้ากันอยู่ มีการทำนายไฟไหม้อีก และก็ไหม้จริงที่บางรักในเวลานั้น
รัชกาลที่ 5 จึงได้ทรงออกประกาศใน ร.ศ. 109 โดยให้เหตุผลว่า “…น่าสงไสยพวก
คนทรงที่ทรงเจ้าแลสมักพรรคพวก จะคิดอ่านให้คนนับถือบนบานเพื่อจะหาผลประโยชน์
ร่าง การเข้าทรง เป็นความเชื่ อที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณ มีรากเหง้าก่อเกิดขึ้นมา
ทรง พร้อมกับพัฒนาการทางจิตวิญญาณของมนุษย์ สำหรับสังคมไทยการทรง
กับ เจ้าเริ่มปรากฏเป็นหลักฐานเมื่อไหร่ไม่ชัดเจน แต่การทรงเจ้าถูกปลูกฝังไป
สั ง พร้อมกับความเชื่ อของไทยโบราณ ซึ่งในสังคมไทยโบราณนั้นมีการนับถือผี
คม มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นพลังเหนือธรรมชาติ พลังจากบรรพบุรุษ หรือสิ่งศักดิ์สิ
ไทย ทธิ์อื่นๆ ความเชื่ อแบบนี้อยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน และการทรงเจ้านั้น
ก็ยังถูกปลูกฝังไปพร้อมกับหลักธรรมคำสอนของศาสนาต่างๆ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง ศาสนาฮิ นดู ที่นับถือเทพเจ้ามากมายจนหล่อหลอมเกิดเป็น
วัฒนธรรมร่างทรงขึ้นมาการทรงเจ้าและร่างทรงนั้นมีมานานแล้ว ย้อนกลับ
ไปในสมัยรัชกาลที่ ๔ บันทึกไว้ว่ามีการลงโทษคนทรงเจ้า เพราะว่าคนเหล่านี้
ก่อให้เกิดความวุ่นวาย รวมถึงปล่อยข่าวลือก่อนเกิดเหตุไฟไหม้อยู่เสมอ เพื่อ
เป็นการข่มขู่ให้ราษฎรหวาดกลัวไม่กล้าเอาเยี่ยงอย่าง อีกทั้งคนกลุ่มนี้ยังอยู่
ในกลุ่มผู้ต้องสงสัยคดีลอบวางเพลิง ดังคำกล่าวที่ว่า “เมื่อกลัวจะมิสมคำดัง
ว่า ก็คิดอ่านการทุจริตทิ้งไฟประกอบเหตุ”ในปัจจุบัน ประเทศไทยกำลัง
ดำเนินนโยบายโมเดลเศรษฐกิจใหม่เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศพัฒนาไปสู่ ยุค
4.0 ทำให้สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในทุกๆ ด้าน
อะไรที่ทำให้อาชีพร่างทรงประสบ
ความสำเร็จ
สาเหตุหลักที่อาชีพร่างทรงประสบ
ความสำเร็จ คือ การเข้าใจโครงสร้าง
ทางสั งคมและเข้าใจถึงปัญหานั้ นๆ
คุณลักษณะนี้ทำให้ผู้อ้างว่าตนเป็น
ร่างทรงสามารถทำนายความ
ตึงเครียดในแต่ละสถานการณ์ที่มี
ลักษณะเฉพาะได้ เช่น ปัญหาความ
รักหรือปัญหาครอบครัว ส่วนใหญ่
กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้จะเป็นวัยรุ่นถึงวัย
กลางคน มักมาพบร่างทรงด้วยอ
ความคิดตัดพ้อน้อยใจในชีวิต โทษตัว
เองรู้สึ กว่าตัวเองไม่มีค่าเมื่อให้บริการ
ร่างทรงจะแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าพวก
เขาสามารถรู้เห็นได้อย่างอัศจรรย์
ก่อนเป็นอย่างแรก และใช้ไหวพริบพูด
ในสิ่งที่ลูกค้าปรารถนาจะได้ยิน
ประกอบกับการนำเสนอได้สมบทบาท
เช่นอ้างว่าองค์เทพมาขอประทับร่าง
ทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่ อและยินดีที่จะ
ปฏิบัติตามในสิ่งที่ร่างทรงสั่ ง ซึ่ง
ได้แก่การจัดพิธีกรรมเพื่อบรรเทา
เคราะห์ร้ายหรือความทุกข์นั้น และ
แน่นอนว่ามีค่าใช้จ่ายตามมาอีกหนึ่ง
ปัจจัยสำคัญ
ร่างทรงเป็นส่ วนหนึ่งของศาสนาพุทธหรือ?
สั งคมไทยเป็นสั งคมพุทธศาสนา คนไทยส่ วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธและยึด
ตามหลักธรรมคำสอนที่ไม่เชื่อเรื่องผีสางเทวดา และไม่ยอมรับความเชื่อเรื่อง
ไสยศาสตร์เนื่องจากไม่สามารถพิสูจน์ได้ ศาสนาพุทธเชื่อเรื่องความมีเหตุมี
ผล ซึ่งคล้ายคลึงกับหลักวิทยาศาสตร์ ปัจจุบันองค์ความรู้พัฒนาไปอย่างมาก
จนสามารถพิสูจน์บางความเชื่อได้แล้วว่าไม่เป็นความจริง เช่น ความเชื่อ
โบราณที่ว่าฟ้าแลบฟ้าร้องเกิดจากนางเมขลาล่อแก้ว โดยมีรามสูรย์ขว้าง
ขวานเข้าใส่ แต่จริงๆ แล้วฟ้าแลบฟ้าร้องเกิดจากประจุลบในเมฆก้อนหนึ่งวิ่ง
เข้าหาประจุบวกของเมฆอีกก้อน
ท่าน ว.วชิรเมธี เคยกล่าวไว้ว่าพุทธศาสนาเป็นไปในทิศทางเดียวกับ
วิทยาศาสตร์ เริ่มจากเจ้าชายสิ ทธัตถะได้สั งเกตเห็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ
เกิด เเก่ เจ็บ ตาย เเล้วเกิดคำถามต่อมาว่าทำไม เช่นเดียวกับไอเเซค นิวตัน ที่
เห็นลูกแอปเปิลหล่น เเล้วตั้งคำถามว่าทำไมแอปเปิลจึงไม่ลอยสู่ ท้องฟ้า เเต่
กลับหล่นลงสู่ พื้นดินเสมอ ทั้งวิทยาศาสตร์เเละศาสนาพุทธมีจุดร่วมตรงที่ใช้
ทักษะทางปัญญาต่างๆ มาอธิบายสิ่งรอบตัว จึงทำให้รู้เห็นความจริงต่างๆ ใน
ธรรมชาติได้มากขึ้น แต่ต่างกันตรงที่พุทธศาสนาจะนำความจริงเหล่านี้มาใช้
เป็นหลักธรรมในการดับทุกข์นอกจากนี้พุทธศาสนายังสอนให้บุคคลยึดหลัก
การปฏิบัติด้วยตนเองมากกว่าพึ่งพาสิ่งเหนือธรรมชาติที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้
ไม่ใช่เชื้ อเชิญให้เทพต่างๆ ลงมาประทับเพื่อช่วยแก้ไขปัญหา หากใช้หลักธรรม
อริยสั จสี่ ในการวิเคราะห์สาเหตุแห่งทุกข์ ตลอดจนคิดหาวิธีดับทุกข์ด้วย
ตนเองอย่างเป็นเหตุเป็นผลต่างหาก
ร่าง ทรง ใน มุม มอง จิต วิท ยา
พฤติกรรมผีเข้าทรงในมุมมองทางสุขภาพจิตถือว่าบุคคลนั้นๆ มีปัญหา
สุขภาพจิตรุนแรง แต่ยังไม่ถือว่าวิกลจริต จัดเป็น อาการฮิ สทีเรียประเภท
ดิสโซซิเอดีฟ (Dissociative) ซึ่งมีการระบุจากเว็บไซต์ชมรมนักสะกดจิต
แห่งประเทศไทยว่า อาการทางประสาทชนิดนี้เป็นบุคลิกภาพชนิดหนึ่งของ
คนที่มีความเครียดและความกดดันสูงมาก ในขณะเดียวกันก็โหยหาความรัก
และเรียกร้องความสนใจ ดังนั้นจิตจึงสั่งการให้เปลี่ยนบุคลิกของตัวเองจาก
คนปกติธรรมดาคนหนึ่งไปเป็นอีกคนหนึ่ง หรือมีความเชื่อว่ามีผีหรือเทพเข้า
มาสิ งสู่ ร่างกาย จากนั้นพวกเขาจะแสดงอารมณ์ ท่าทาง และการพูดเกินจริง
เพื่อสะกดจิตตัวเองให้เชื่อในสิ่งที่ทำ พร้อมโน้มน้าวให้คนอื่นๆ เชื่อตามด้วย
ซึ่งบางครั้งผู้เข้ารับบริการที่มีจิตใจอ่อนแอ อาจเกิดภาวะถูกสะกดจิตเป็นราย
บุคคลหรือเป็นหมู่ได้ ดังกรณีฟังสวดภาณยักษ์ ซึ่งใช้พิธีกรรมและเสี ยงช่วย
เร้าอารมณ์ อาการเหล่านี้มีขึ้นเพื่อคลายความทุกข์หรือความเครียดของ
บุคคลนั้นๆ เอง เรียกได้ว่าเป็นกลไกทำงานของจิตเพื่อช่วยให้ชีวิตยังคง
ดำเนินต่อไปทั้งนี้ผู้ป่วยทางจิตควรพิจารณาตนเองอย่างมีเหตุมีผลว่าทำไม
ตนถึงป่วยหรือมีความทุกข์มาจากสาเหตุใด รวมทั้งควรพยายามคิด
ไตร่ตรองหาวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เข้ามา หรือปรึกษาคนใกล้ตัวที่เชื่อถือได้
แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการไปปรึกษากับจิตแพทย์เพื่อรับการบำบัดตลอดจนการ
รักษาอย่างถูกต้องการทรงเจ้าเข้าผีได้หยั่งลึกลงในพื้นฐานประเพณี ความ
เชื่อ เเละศาสนาของคนไทยมาตั้งเเต่โบราณกาลจนก่อกำเนิดเป็นวัฒนธรรม
ร่างทรงดังที่เราเห็นในปัจจุบัน ทว่าในโลกปัจจุบันที่วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีกำลังพัฒนาก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นทิศทางตรงกัน
ข้ามกับความเชื่อเรื่องร่างทรงอย่างสิ้ นเชิง
จัดทำโดย
นางสาวจณิสดา สีหาทัพ
6
2
0
1
2
1
1
0
0
4
0
โทร 092-824-9202