คำอธิบายรายวิชา ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่๓ เวลา๒๐๐ชั่วโมง ฝึกอ่านออกเสียงคำ ข้อความ เรื่องสั้น ๆ และบทร้อยกรองง่าย ๆ อธิบายความหมายของคำและ ข้อความที่อ่านตั้งคำถาม ตอบคำถามเชิงเหตุผล ลำดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตสรุปความรู้การณ์ข้อคิด จากเรื่องที่อ่านำไปใช้ใเพื่อนชีวิตประจำวันเลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและนำเสนอ เรื่องที่อ่านอ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคำสั่งหรือข้อแนะนำอธิบายความหมายของข้อมูลจาก แผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดเขียนบรรยายเขียนบันทึกประจำวันเขียนเรื่องตาม จินตนาการมีมารยาทในการเขียน ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด เล่ารายละเอียดบอกสาระสำคัญตั้งคำถาม ตอบคำถาม พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูดสื่อสารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์มีมารยาทในการฟังการดูและการพูด ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำระบุชนิด หน้าที่ของคำ ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคำแต่งประโยคง่าย แต่งคำคล้องจองและคำขวัญๆเลือกใช้ภาษาไทย มาตรฐานและภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ ระบุข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณกรรมเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันรู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก เพื่อปลูกฝังความชื่นชมวัฒนธรรมท้องถิ่นแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวรรณคดีที่อ่าน ท่องจำ บทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจโดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการ เขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟัง การดู การพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของภาษาไทย และตัวเลขไทยสามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ท 1.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6, ป.3/7, ป.3/8, ป.3/9 ท 2.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6 ท 3.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6 ท 4.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4, ป.3/5, ป.3/6 ท 5.1 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3, ป.3/4 รวม 5 มาตรฐาน 31 ตัวชี้วัด
โครงสร้างรายวิชา ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่๓ เวลา20๐ชั่วโมง หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา ชั่วโมง คะแนน 80:20 1 ปฏิบัติการสายลับจิ๋ว ท ๑.๑ ป.๓/ ๑ ท ๑.๑ ป.๓/2 ท ๑.๑ ป.๓/ ๓ ท ๑.๑ ป.๓/ 5 ท 4.๑ ป.๓/1 ท ๔.๑ ป.๓/4 ท ๔.๑ ป.๓/6 ท 5.๑ ป.๓/1 ท 5.๑ ป.3/4 - อ่านเขียนคำควรรู้ คู่ความหมาย -การแต่งประโยค -การอ่านในใจบทเรียน -การอ่านออกเสียง บทเรียน -การอ่านเสริมบทเรียน -พยัญชนะไทย -อ่านและสังเกตสระ -อ่านและสังเกต วรรณยุกต์ -พยัญชนะ ฑ ๑๑ 5 ๒ แต่เด็กซื่อไว้ ท ๑.๑ ป.๓/๑ ท ๑.๑ ป.๓/๓ ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท 4.1 ป.3/1 - อ่านเขียนคำควรรู้ คู่ความหมาย -การอ่านออกเสียง -การอ่านคิดวิเคราะห์ -การอ่านเสริมบทเรียน -การเขียนภาพจากเรื่อง -ทบทวนตัวสะกด -อ่านและสังเกตมาตรา ตัวสะกด -สระเปลี่ยนรูป -สระลดรูป (สระโอะ สระอัว) ๑๑ 5
๓ ป่านี้มีคุณ ท ๑.๑ ป.๓/๔ ท ๑.๑ ป.๓/๓ ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท 4.๑ ป.๓/๑ - อ่านเขียนคำควรรู้ คู่ความหมาย -การอ่านออกเสียง -การอ่านในใจ -การอ่านเสริมบทเรียน -การวิเคราะห์ -การเขียนภาพจากเรื่อง -มาตราตัวสะกดไม่ตรง ตามมาตรา -กลอนสี่สุภาพ (คำคล้องจอง) -อ่านและและสังเกต ความหมายของคำ ๑๔ 5 ๔ อาหารดีชีวีมีสุข ท 1.๑ ป.๓/1 ท ๑.๑ ป.๓/๓ ท ๑.๑ ป.๓/2 ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท 4.๑ ป.๓/๑ ท ๕.๑ ป.๓/๑ - อ่านเขียนคำควรรู้ คู่ความหมาย -การอ่านออกเสียง -การวิเคราะห์ -การอ่านเสริมบทเรียน -การผันวรรณยุกต์ -คำที่ประวิสรรชนีย์และ คำที่ไม่ประวิสรรชนีย์ ๑๒ 5 ๕ ทำดี...อย่าหวั่นไหว ท ๑.๑ ป.๓/๓ ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท ๓.๑ ป.๓/๔ ท 4.๑ ป.๓/๑ ท ๕.๑ ป.๒/๑ - อ่านเขียนคำควรรู้ คู่ความหมาย -การอ่านในใจบทเรียน -การอ่านออกเสียง -การอ่าน คิดวิเคราะห์ -การอ่านเสริมบทเรียน -คำคล้องจอง -กลอนสี่ -การเขียนบันทึก ๑๑ 5 ๖ พลังงานคือชีวิต ท ๑.๑ ป.๓/3 ท 4.๑ ป.๓/๑ ท ๔.๑ ป.๓/๖ - อ่านเขียนคำควรรู้ คู่ความหมาย -การอ่านออกเสียง -การอ่าน คิดวิเคราะห์ -การอ่านเสริมบทเรียน ๑๓ 5
-การแต่งคำขวัญ -การท่องจำบทอาขยาน -การอ่านคำที่เป็นอักษร ควบกล้ำ -การอ่านคำที่เป็น อักษรนำ ๗ ความฝันเป็นจริงได้ ท ๑.๑ ป.๓/๑ ท ๑.๑ ป.๓/๓ ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท 4.๑ ป.๓/๑ - อ่านเขียนคำควรรู้ คู่ความหมาย -การอ่านออกเสียง -การอ่าน คิดวิเคราะห์ -การอ่านเสริมบทเรียน -คำที่มี ฤ ฤา คำที่ใช้ บัน บรร -คำที่ใช้ รร (ร หัน) -เขียนเรื่องตาม จินตาการ -การพูดแสดง ความคิดเห็น ๑๓ 5 ๘ ภูมิใจภาษาไทย ของเรา ท ๑.๑ ป.๓/๒ ท ๑.๑ ป.๓/๑ ท ๑.๑ ป.๓/๓ ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท 4.๑ ป.๓/๑ ท ๔.๑ ป.๓/๗ - อ่านเขียนคำควรรู้ คู่ความหมาย -การอ่านออกเสียง -การอ่านเสริมบทเรียน -การแต่งนิทาน -คำพ้อง -อ่านและสังเกตคำที่มี ตัวอักษรไม่ออกเสียง -ร้อยกรองประเภท กลอนแปด -ภาษาไทยถิ่น ๑๒ 5 ทดสอบปลายภาค/ภาคเรียนที่ 1 ๓ ๑0 ๙ คิดไป รู้ไป ท ๑.๑ ป.๓/๑ ท ๑.๑ ป.๓/3 ท 1.๑ ป.๓/5 ท 2.๑ ป.๓/1 ท 3.๑ ป.๓/1 - อ่านเขียนคำควรรู้ คู่ความหมาย -การอ่านในใจ -การอ่านออกเสียง -การอ่าน คิดวิเคราะห์ -การอ่านเสริมบทเรียน ๑๒ 5
-เครื่องหมายทัณฑฆาต-การเล่าเรื่องจากการฟัง และการอ่าน ๑๐ นอกเมือง...ในกรุง ท ๑.๑ ป.๓/๑ ท ๑.๑ ป.๓/๓ ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท 2.๑ ป.๓/๒ ท ๓.๑ ป.๓/๕ ท 4.๑ ป.๓/๓ - อ่านเขียนคำควรรู้ คู่ความหมาย-การอ่านออกเสียง-การอ่าน คิดวิเคราะห์-การอ่านเสริมบทเรียน-คำนาม-การพูดและการเขียน บรรยาย-เพลงกล่อมเด็ก ๑๑ 5 ๑๑ ส่งข่าวเล่าเรื่อง ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท ๑.๑ ป.๓/๓ ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท ๑.๑ ป.๓/๓ ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท ๒.๑ ป.๓/๔ -การอ่านในใจ-การวิเคราะห์เรื่อง -การเรียนรู้คำ -การอ่านเสริมบทเรียน -คำสรรพนาม -การเขียนจดหมาย -บทบาทสมมติ ๑๒ 5 ๑๒ ประชาธิปไตยใบเล็ก ท ๑.๑ ป.๓/๑ ท ๑.๑ ป.๓/๓ ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท ๑.๑ ป.๓/๖ ท ๔.๑ ป.๓/๑ ท ๔.๑ ป.๓/๕ ท ๔.๑ ป.๓/๓ -การอ่านในใจ-การวิเคราะห์เรื่อง-การเรียนรู้คำ-การอ่านเสริมบทเรียน -การแต่งประโยค -คำกริยา - ใ – ไ – ไ – ย และ อัย ๑๒ 5 ๑๓ ของดีในตำบล ท ๑.๑ ป.๓/๑ ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท ๑.๑ ป.๓/4 ท ๓.๑ ป.๓/๓ ท 4.๑ ป.๓/1 ท ๔.๑ ป.๓/๓ ท ๔.๑ ป.๓/๕ -การอ่านเรื่องจากแผนที่ -การสะกดคำแบบแจก ลูกคำ -การเรียนรู้คำ -การอ่านเสริมบทเรียน -คำวิเศษณ์-การตั้งคำถามและหา คำตอบ -การอวยพร ๑๓ 5 ๑๔ ธรรมชาติเจ้าเอย ท ๑.๑ ป.๓/๑ - การวิเคราะห์เรื่อง ๑๓ ๑๐
ท ๑.๑ ป.๓/๓ ท ๑.๑ ป.๓/๔ ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท 2.๑ ป.๓/๕ ท 4.๑ ป.๓/๕ ท ๔.๑ ป.๓/๑ -การฟังเรื่อง-การเรียนรู้คำ -การอ่านเสริมบทเรียน -ประโยคเพื่อการสื่อสาร-การเขียนแสดง ความรู้สึกนึกคิด-มาตราตัวสะกดมาตรา แม่กก แม่ กด แม่ ก กา แม่ กบ ๑๕ เล่นคำทาย ท ๑.๑ ป.๓/๑ ท ๑.๑ ป.๓/๒ ท ๑.๑ ป.๓/๓ ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท ๓.๑ ป.๓/๓ ท ๔.๑ ป.๓/๔ -การวิเคราะห์เรื่อง -การใช้สำนวน เปรียบเทียบ -การอ่านเสริมบทเรียน -การใช้พจนานุกรม -การละเล่นพื้นเมือง -การฝึกอ่านคล่อง ๑๒ 5 ๑๖ เรื่องบันทึ ก ความหลัง ท ๑.๑ ป.๓/๑ ท ๑.๑ ป.๓/๒ ท ๑.๑ ป.๓/๓ ท ๑.๑ ป.๓/๕ ท ๒.๑ ป.๓/๓ -การวิเคราะห์เรื่อง -การเรียนรู้คำ -การอ่านเสริมบทเรียน -เครื่องหมายวรรคตอน -อักษรย่อและคำย่อ - การเขียนบันทึก เหตุการณ์ประจำวัน ๑๒ 5 ทดสอบปลายภาค/ภาคเรียนที่ 2 ๓ 10 รวมทั้งสิ้น ๒๐๐ ๑๐๐
วิเคราะห์หลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ทำไมต้องเรียนภาษาไทย ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและ เสริมสร้างบุคลิกภาพของตนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและ ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้สามารถประกอบธุรกิจ การงาน และดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยอย่าง สันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนา ความรู้ กระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี สุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้ำค่าควร แก่การเรียนรู้ อนุรักษ์และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป เรียนรู้อะไรในภาษาไทย ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร การเรียนรู้อย่างมี ประสิทธิภาพ และเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง • การอ่าน เป็นการอ่านออกเสียงคำ ประโยค การอ่านบทร้อยแก้ว คำประพันธ์ชนิดต่างๆ การอ่าน ในใจเพื่อสร้างความเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้จากสิ่งที่อ่าน เพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน • การเขียน การเขียนสะกดคำตามอักขรวิธี การเขียนสื่อสารรูปแบบต่างๆ การเขียนเรียงความ ย่อ ความ เขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า เขียนตามจินตนาการเขียนวิเคราะห์วิจารณ์ และเขียนเชิงสร้างสรรค์ • การฟัง การดู และการพูด การฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ การพูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูดลำดับเรื่องราวต่างๆ อย่างเป็นเหตุเป็นผล การพูดในโอกาสต่างๆ ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการเป็น ทางการ และการพูดเพื่อโน้มน้าวใจ • หลักการใช้ภาษาไทย ศึกษาธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของภาษาไทย การใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสม กับโอกาสและบุคคล การแต่งบทประพันธ์ประเภทต่างๆ และอิทธิพลของภาษาต่างประเทศในภาษาไทย • วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อศึกษาข้อมูลแนวความคิด คุณค่า ของงานประพันธ์ และเพื่อความเพลิดเพลิน การเรียนรีเพื่อทำความเข้าใจบทเห่ บทร้องเล่นของเด็ก เพลงพื้นบ้าน ที่เป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของไทย ซึ่งได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี เรื่องราวของ สังคมในอดีต และความงดงามของภาษา เพื่อให้เกิดความซาบซึ้งและภูมิใจในบรรพบุรุษที่ได้สั่งสมสืบทดมาจนถึง ปัจจุบัน
คุณภาพผู้เรียน จบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ • อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อความ เรื่องสั้นๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้อง คล่องแคล่ว เข้าความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ตั้งคำถามเชิงเหตุผล ลำดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู้ ข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน ปฏิบัติตามคำสั่งคำอธิบายจากเรื่องที่อ่านได้ เข้าใจความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผน ที่ และแผนภูมิ อ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอ และมีมารยาทในการอ่าน • มีทักษะในการคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย บันทึกประจำวัน เขียนจดหมายลาครู เขียนเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ เขียนเรื่องตามจินตนาการ และมีมารยาทในการเขียน • เล่ารายละเอียดและบอกสาระสำคัญ ตั้งคำถาม ตอบคำถาม รวมทั้งพูดแสดงความคิด ความรู้สึก เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู พูดสื่อสาร เล่าประสบการณ์ และพูดแนะนำ หรือพูดเชิญชวนให้ผู้อื่นปฏิบัติตาม และมี มารยาทในการฟัง ดู และพูด • สะกดคำและเข้าใจความหมายของคำ ความแตกต่างของคำและพยางค์หน้าที่ของคำในประโยค มี ทักษะการใช้พจนานุกรมในการค้นหาความหมายของคำแต่งประโยคง่ายๆ แต่งคำคล้องจอง แต่งคำขวัญ และ เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ • เข้าใจและสรุปข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน แสดง ความคิดเห็นจากวรรณคดี วรรณกรรมที่อ่าน รู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อมเด็ก ซึ่งเป็น วัฒนธรรมของท้องถิ่น ร้องบทร้องเล่นสำหรับเด็กในท้องถิ่น ท่องจำบทอาขยานและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตาม ความสนใจได้ สาระการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาระที่ ๑ : การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา ใน การดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน สาระที่ ๒ : การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษา ค้นคว้า อย่างมีประสิทธิภาพ สาระที่ ๓ : การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟัง และดูอย่างมีวิจารณญาณและพูดแสดงความรู้ ความคิด และ ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณ และสร้างสรรค์ สาระที่ ๔ : หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติ ของภาษาและหลักภาษาไทยการเปลี่ยนแปลงของภาษา และ พลังของภาษา ภูมิปัญญาของภาษาและรักษาภาษาไทย ไว้เป็นสมบัติของชาติ สาระที่ ๕ : วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์ วรรณคดี และวรรณกรรมไทย อย่างเห็น คุณค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด วิชาภาษาไทย สาระที่ ๑: การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ๑. อ่านออกเสียงคำ ข้อความ เรื่องสั้นๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้องคล่องแคล่ว ๒. อธิบายความหมายของคำและข้อความที่อ่าน ๓. ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ๔. ลำดับเหตุการณ์และคาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่านโดยระบุเหตุผลประกอบ ๕. สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่านเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ๖. อ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอ และนำเสนอเรื่องที่อ่าน ๗. อ่านข้อความเชิงอธิบายและปฏิบัติตามคำสั่งหรือข้อแนะนำ ๘. อธิบายความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ ๙. มีมารยาทในการอ่าน สาระที่ ๒ : การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ๑. คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ๒. เขียนบรรยายเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้อย่างชัดเจน ๓. เขียนบันทึกประจำวัน ๔. เขียนจดหมายลาครู ๕. เขียนเรื่องตามจินตนาการ ๖. มีมารยาทในการเขียน สาระที่ ๓ : การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ๑. เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่เป็นความรู้ และความบันเทิง ๒. บอกสาระสำคัญจากการฟัง และการดู ๓. ตั้งคำถามและตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู ๔. พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู ๕. พูดสื่อสารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ ๖. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
สาระที่ ๔ : หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ๑. เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ๒. ระบุชนิด และหน้าที่ของคำในประโยค ๓. ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคำ ๔. แต่งประโยคง่ายๆ ๕. แต่งคำคล้องจองและคำขวัญ ๖. เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ สาระที่ ๕ : วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ๑. ระบุข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณกรรมเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ๒. รู้จักเพลงพื้นบ้าน และเพลงกล่อมเด็กเพื่อปลูกฝังความชื่นชมวัฒนธรรมท้องถิ่น ๓. แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวรรณคดีที่อ่าน ๔. ท่องจำบทอาขยานตามกำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๑๓๑๐๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 อาหารดี ชีวีมีสุข เวลาเรียน ๙ ชั่วโมง เรื่อง คำที่ประวิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประวิสรรชนีย์ เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง สอนวัน...................ที่.......... เดือน...............พ.ศ.๒๕๖๖ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖6 ครูผู้สอน นางสาวจิณห์นิภา จันโสดา ๑.มาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่๑ : การอ่าน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนําไปตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัย รักการอ่าน ๒.ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๓/๑ อ่านออกเสียงคำข้อความ เรื่องสั้นและบทร้อยกรองง่ายๆได้ถูกต้องคล่องแคล่ว ๓.สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การเรียนรู้ความหมายและหลักการใช้คำที่ประวิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประวิสรรชนีย์ให้ถูกต้อง จะสามารถนำ คำไปใช้ได้ถูกต้องตามสถานการณ์และเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารให้สูงขึ้น ๔.จุดประสงค์การเรียนรู้ ความรู้(K) ๑.นักเรียนสามารถแยกแยะคำที่ประวิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประวิสรรชนีย์ได้ถูกต้อง ทักษะ/กระบวนการ (P) ๑.นักเรียนสามารถอ่านคำที่ประวิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประวิสรรชนีย์ได้ถูกต้อง คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) ๑.นักเรียนมีมารยาทในการอ่าน ๕.สาระการเรียนรู้ คำที่ประวิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประวิสรรชนีย์(หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 อาหารดี ชีวีมีสุข) ๖.สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด
๗.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๘.ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ๙.กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ๑. คุณครูทักทายนักเรียน ๒. คุณครูให้นักเรียนเล่นเกม “ทำสลับกัน”เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเรียน ๓. คุณครูบอกวิธีการเล่น คือ ถ้าบอกว่านั่ง ให้นักเรียนยืนถ้าบอกว่ายืน ให้นักเรียนนั่ง ๔. เริ่มจากสั่งง่าย เช่น ยืน นั่ง เพิ่มความยากเป็น นั่ง ยืน ยืน ขั้นนำเสนอความรู้ ๑. ครูให้นักเรียนช่วยกันทายปริศนาคำทายจากสื่อ Powerpoint ครูนำเสนอบนจอ ดังนี้ -ดอกไม้สีขาวแทนสัญลักษณ์วันแม่ (มะลิ) -น้ำสีขาวคั้นจากมะพร้าว (กะทิ) -สิ่งที่นักเรียนใช้ดินสอเขียนลงไป (สมุด) -คนที่มีพฤติกรรมลักลอบหยิบของคนอื่นไปโดยไม่ได้รับอนุญาตและเอาไปเป็นของตัวเอง (ขโมย) มีการจับเวลาคำถามละ ๗ วินาที ตัวอย่าง
๒. เมื่อนักเรียนทายถูกครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำพร้อมกัน ครูใช้คำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนสังเกตแต่ละคำว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร -คำว่า มะลิ,กะทิมีอะไรที่เหมือนกัน (อ่านออกเสียง อะ และปรากฏรูปสระอะ) เรียกว่าคำที่มีประวิสรรชนีย์ -คำว่า สมุด,ขโมย มีอะไรที่เหมือนกัน (อ่านออกเสียง อะ แต่ไม่ปรากฏรูปสระอะ) เรียกว่าคำที่ไม่ประวิสรรชนีย์ ๓. ครูอธิบายเหตุผลการเรียกคำเหล่านี้ว่า คำที่มีประวิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประวิสรรชนีย์ คือสระ อะ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ประวิสรรชนีย์ จากนั้นครูนำเสนอเพลงเทคนิคการจำคำประวิสรรชนีย์ ลำดับแรกครูอ่านให้นักเรียนฟังก่อน๑รอบ แล้วให้นักเรียนอ่านตาม ลำดับที่สอง ครูร้องทำนองให้ฟัง๑รอบ แล้วให้นักเรียนร้องพร้อมครู ลำดับที่สาม เมื่อนักเรียนจับจังหวะได้แล้วครูจึงให้นักเรียนร้องเพลงด้วยตนเองให้ครูฟัง เนื้อเพลง ดู ดู ดู ดูแล้วมันออกเสียง อะ อ๊ะ! มองไปเจอสระ อะ นั่นหละคือประวิสรรชนีย์ (ซ้ำ๒รอบ) ขั้นลงมือเรียนรู้ ๑. ครูให้นักเรียนร่วมแสดงบทบาทสมมติ สถานการณ์ในร้านอาหารโดยให้นักเรียนเป็น(พ่อค้า แม่ค้า) ให้ครูเป็น(ลูกค้า) ที่มาสั่งอาหาร โดยครูมีถุงใส่อาหาร2ถุงที่ครูนำมา แบ่งเป็น2ประเภท ถุงแรก มีชื่อว่า ประวิสรรชนีย์ถุงที่สองมีชื่อว่า ไม่ประวิสรรชนีย์
๒. ครูอธิบายขั้นตอนการทำกิจกรรม ครูจะทำการสั่งอาหารให้นักเรียนแต่ละคนนำวัตถุดิบ (คำที่มีประวิสรรชนีย์และและคำที่ไม่ประวิสรรชนีย์)ในกล่องที่ครูนำมาคนละ2ชิ้นแบบสุ่ม โดยเรียงลำดับเลขที่ ให้เลขคี่ออกมาต่อแถวทำกิจกรรมก่อนแล้วจึงไปเลขคู่ เมื่อหยิบคำขึ้นมาได้แล้วให้นักเรียนอ่านออกเสียงและโชว์คำ ที่ได้ให้เพื่อนๆได้เห็น จากนั้นนำคำไปแยกใส่ถุงให้ถูกต้อง เมื่อนักเรียนนำคำใส่ถุงแล้วครูจะจ่ายเงินด้วยธนบัตร แลกแต้มเสมือนการค้าขายจริงให้นักเรียนเก็บไว้เพื่อนำมาแลกแต้มจากครูเป็นการเสริมแรงทางบวกกระตุ้น การอยากร่วมทำกิจกรรมให้กับนักเรียน ทำเช่นนี้จนครบทุกคน ๓. เมื่อนักเรียนทำกิจกรรมครบทุกคนแล้ว ครูทำการตรวจสอบคำไปพร้อมๆกับนักเรียนทีละถุง โดยครูจะ เลือกหยิบถุงมา๑ถุงก่อนแล้วหยิบคำในถุงแรกขึ้นมาทีละคำ จากนั้นให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำๆนั้น พร้อมกัน พร้อมตรวจทานไปพร้อมๆกันว่าคำที่ครูหยิบขึ้นมาแต่ละคำนั้นอยู่ในถุงที่ถูกต้องหรือไม่อย่างไรและ ถุงที่สองก็ทำเช่นเดียวกันกับถุงแรก ถุงที่๑ ถุงที่๒ (ถุงประวิสรรชนีย์) (ถุงไม่ประวิสรรชนีย์)
ขั้นสรุปความรู้ ๑. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องคำที่มีประวิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประวิสรรชนีย์โดยการทวนลักษณะ ของคำมีประวิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประวิสรรชนีย์คำ และเพลงประวิสรรชนีย์๑รอบ ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ ๑. เพื่อเป็นการแลกกับการได้ไปพักของนักเรียน ครูใช้คำถามกระตุ้นความคิดก่อนปล่อยนักเรียน เป็นรายบุคคล ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างคำที่มีประวิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประวิสรรชนีย์หมวดผักผลไม้มาคนละ๑คำ ด้วยการยกมือใครไวกว่าได้ตอบก่อนเมื่อตอบแล้วให้นำธนบัตรมาคืนครูเพื่อแลกแต้มจากครูนักเรียนคนใดที่ยัง ไม่สามารถคิดคำได้ครูจะคอยช่วยคิดคำให้โดยการใบ้คำ เช่น มะอะไรที่มีสีแดงที่ใส่ในส้มตำ (มะเขือเทศ) ๑๐.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ ๑. ปริศนาคำทายจากสื่อ power point ๒. บัตรคำประวิสรรชนีย์และไม่ประวิสรรชนีย์ ๓. ธนบัตรแลกแต้ม ๔. แบบบันทึกแต้มสะสมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่๓ ๕. เพลงประวิสรรชนีย์
๑๑.การวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ นักเรียนสามารถแยกแยะคำที่ ประวิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประ วิสรรชนีย์ได้ถูกต้อง (K) ใช้คำถาม และการทำกิจกรรม แบบบันทึกคะแนน แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ๒ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ นักเรียนสามารถอ่านคำที่ประ วิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประ วิสรรชนีย์ได้ถูกต้อง (P) สังเกตพฤติกรรม การอ่านออกเสียง แบบบันทึกคะแนน ระดับคุณภาพ๒ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ นักเรียนมีมารยาทในการอ่าน (A) สังเกตพฤติกรรม แบบบันทึกคะแนน ระดับคุณภาพ๒ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์ ๑๑.๑เกณฑ์การให้คะแนน หลักเกณฑ์การประเมิน K P A ระดับคุณภาพ น้ำหนัก คะแนน ๓ (ดีมาก) ๒ (ดี) ๑ (พอใช้) สามารถแยกแยะคำที่ประ วิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประ วิสรรชนีย์ได้ถูกต้อง (K) สามารถแยกแยะคำที่ ประวิสรรชนีย์และคำที่ ไม่ประวิสรรชนีย์ได้ ถูกต้องทุกคำอย่างมั่นใจ สามารถแยกแยะคำที่ ประวิสรรชนีย์และคำที่ ไม่ประวิสรรชนีย์ได้ ถูกต้องเป็นบางคำ ไม่สามารถแยกแยะคำที่ ประวิสรรชนีย์และคำที่ ไม่ประวิสรรชนีย์ได้ สามารถอ่านคำที่ ประวิสรรชนีย์และคำที่ ไม่ประวิสรรชนีย์ได้ถูกต้อง (P) สามารถอ่านคำที่ ประวิสรรชนีย์และคำที่ ไม่ประวิสรรชนีย์ได้ ถูกต้องทุกคำ สามารถอ่านคำที่ ประวิสรรชนีย์และ คำที่ไม่ประวิสรรชนีย์ ได้เป็นบางคำ ไม่สามารถอ่านคำที่ ประวิสรรชนีย์และคำที่ ไม่ประวิสรรชนีย์ได้ มีมารยาทในการอ่าน (A) มีมารยาทในการอ่าน ไม่พูดแทรกในขณะที่ ผู้อื่นอ่าน ไม่รบกวน สมาธิของผู้อื่นตลอด คาบเรียน มีมารยาทในการอ่าน และไม่พูดแทรก แต่มีรบกวนสมาธิ ของผู้อื่นในบางครั้ง ไม่มีมารยาทในการอ่าน และพูดแทรก รบกวน สมาธิของผู้อื่นอยู่ ตลอดเวลา
แบบบันทึกคะแนนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ อาหารดี ชีวีมีสุข เรื่อง คำที่ประวิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประวิสรรชนีย์ คำชี้แจง : ให้ทำเครื่องหมาย √ ในช่องที่ตรงกับความเป็นจริง ลำดับ ที่ คะแนน รวม ระดับคุณภาพ นักเรียนสามารถ แยกแยะคำที่ ประวิสรรชนีย์ และคำที่ไม่ ประวิสรรชนีย์ ได้ถูกต้อง (K) นักเรียนสามารถ อ่านคำที่ ประวิสรรชนีย์ และคำที่ ไม่ประวิสรรชนีย์ ได้ถูกต้อง (P) นักเรียนมีมารยาท ในการอ่าน (A) ดีมาก ดี พอใช้ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ เกณฑ์การให้คะแนน แปลผลเกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ๓ หมายถึง ดีมาก ๒ หมายถึง ดี ๑ หมายถึง พอใช้ ๗ – ๙ หมายถึง ดีมาก (ผ่าน) ๔ – ๖ หมายถึง ดี (ผ่าน) ๑ – ๓ หมายถึง พอใช้ (ไม่ผ่าน)
๑๑.๑เกณฑ์การให้คะแนน แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้านการเรียนรู้และการตอบคำถาม หลักเกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพ น้ำหนัก คะแนน ๓ (ดีมาก) ๒ (ดี) ๑ (พอใช้) ตอบคำถามเกี่ยวกับลักษณะ ของคำที่ประวิสรรชนีย์และคำ ที่ไม่ประวิสรรชนีย์ได้ ตอบคำถามเกี่ยวกับ ลักษณะของคำที่ ประวิสรรชนีย์และคำที่ ไม่ประวิสรรชนีย์ได้ ถูกต้องทุกคำอย่างมั่นใจ ตอบคำถามเกี่ยวกับ ลักษณะของคำที่ ประวิสรรชนีย์และคำที่ ไม่ประวิสรรชนีย์ได้ ถูกต้องเป็นบางคำ ไม่สามารถตอบคำถาม เกี่ยวกับลักษณะของคำ ที่ประวิสรรชนีย์และคำ ที่ไม่ประวิสรรชนีย์ได้
แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้านการเรียนรู้และการตอบคำถาม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ อาหารดี ชีวีมีสุข เรื่อง คำที่ประวิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประวิสรรชนีย์ คำชี้แจง : ให้ทำเครื่องหมาย √ ในช่องที่ตรงกับความเป็นจริง ลำดับ ที่ คะแนน รวม ระดับคุณภาพ ตอบคำถามเกี่ยวกับลักษณะของคำที่ ประวิสรรชนีย์และคำที่ไม่ประวิสรรชนีย์ได้ ดีมาก ดี พอใช้ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔ เกณฑ์การให้คะแนน แปลผลเกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ๓ หมายถึง ดีมาก ๒ หมายถึง ดี ๑ หมายถึง พอใช้ ๓ หมายถึง ดีมาก (ผ่าน) ๒ หมายถึง ดี (ผ่าน) ๑ หมายถึง พอใช้ (ไม่ผ่าน)
ผลการจัดการเรียนรู้เชิงปริมาณ จำนวนนักเรียนที่มาเรียนทั้งหมด..........คน คิดเป็นร้อยละ............ จำนวนนักเรียนที่ไม่มาเรียนทั้งหมด..........คน คิดเป็นร้อยละ............ ***ด้านความรู้ (พุทธิพิสัย) ผ่านการประเมินผลด้านความรู้ความเข้าใจ จำนวน...........คน คิดเป็นร้อยละ............. ไม่ผ่านการประเมินผลด้านความรู้ความเข้าใจ จำนวน...........คน คิดเป็นร้อยละ............. ***ด้านความรู้ (ทักษะพิสัย) ผ่านการประเมินผลด้านทักษะ จำนวน...........คน คิดเป็นร้อยละ............. ไม่ผ่านการประเมินผลด้านทักษะ จำนวน...........คน คิดเป็นร้อยละ............. ***ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (จิตพิสัย) นักเรียนจำนวน..............คน มีผลคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับดีมาก คิดเป็นร้อยละ.............. นักเรียนจำนวน..............คน มีผลคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับดี คิดเป็นร้อยละ.............. นักเรียนจำนวน..............คน มีผลคะแนนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับพอใช้ คิดเป็นร้อยละ..............
บันทึกผลหลังการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 ๑.ผลการสอน นักเรียนชั้นป.๓ ๑.๑ ผลการเรียน ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………................................................................. ๑.๒ ผลการสังเกตพฤติกรรม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………................................................................. ๑.๓ ผลการปฏิบัติงาน / ผลงาน / ชิ้นงาน ที่มอบหมาย ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………....................................................................... ๒.ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนชั้นป.๓ .................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ๓.แนวทางแก้ไข นักเรียนชั้นป.๓ ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ๔.ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม นักเรียนชั้นป.๓ ................................................................................................................ .................................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ลงชื่อ...................................................ผู้สอน (นางสาว จิณห์นิภา จันโสดา) .........../.........../............