The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kmcenter.ago1, 2023-03-30 23:10:22

KM : 3P ประจำเดือน มี.ค. 66

เรื่องที่ 65-86/2566

www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 65/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th ---------------------------- ทฤษฎีเกี่ยวกับภำวะผู้น ำ : กลุ่มแนวคิดทำงพฤติกรรม (Behaviroal Theories) ตอนที่ 3 แนวคิดนี้ มุ่งศึกษามุ่งศึกษาพฤติกรรมที่โดดเด่นของผู้น า ที่แตกต่างจากรู้ที่ไม่ใช่ผู้น า เช่น ผู้น าที่เน้นความส าคัญของคนหรือ เน้นที่ผลงาน ฯลฯ ซึ่งแนวคิดนี้ แตกต่างจากแนวคิดของกลุ่มแรกในประเด็นส าคัญ คือ พฤติกรรมของผู้น าที่ดีที่ได้จากการศึกษาเหล่านี้ จะช่วยให้สามารถน าไปฝึกฝนสร้างผู้น าที่มีศักยภาพได้แต่หากเป็ นบุคลิกลักษณะทางกายภาพจะมีความเชื่อว่า ความเป็ นผู้น าไม่ สามารถเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาได้ รูปแบบของผู้น ำเชิงพฤติกรรมนิยม รูปแบบของผู้น าเชิงพฤติกรรมนิยมมีหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบจะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้ 1. ผู้น ำแบบอ ำนำจเด็ดขำด (Overpowering leadership) (ปรากฏตามทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้น าฯ ตอนที่ 2 เรื่องที่ 60/2566) 2. ผู้น ำแบบไร้อ ำนำจ (Powerless leadership) เป็ นผู้น าที่เผด็จการแต่ไม่ขอบยุ่งเกี่ยวกับงานของทีมงาน โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวกับงานที่ท าประจ าวันอย่างไรก็ตาม ผู้น าแบบนี้ ยังคงแสดงอ านาจในการควบคุมทีมงานอย่างเด่นชัด โดยต้องเป็ นผู้พิจารณาว่าทีมงานจะต้องท างานอย่างไร มีผู้น าแบบนี้ ไม่น้อยที่เป็ นแบบคล้ายผู้น าแบบแลกเปลี่ยน (Transactor) ดังกล่าวมาแล้ว โดยยอมให้ทีมงานเสนอความเห็นในการตัดสินใจได้มาก พอควร แต่ความอิสระ และเสรีภาพที่ทีมงานได้รับดังกล่าวจะถูกผู้น ายกเลิกทันทีที่ความเห็นนั้นไม่เป็ นที่ถูกใจหรือตรงกับที่ผู้น าคิด ผู้น าก็จะเปลี่ยนเข้ามาควบคุมการท างานของทีมงานอย่างใกล้ชิดอีก แต่ท าได้ชั่วระยะเวลาสั้น ๆ ก็เปลี่ยนแปลงใหม่ ผู้น าแบบนี้ ชอบใช้เล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงในการกดดันและมีอิทธิพลเหนือทีมงานอยู่เงียบ ๆ แต่ยังคงใช้รางวัลเป็ นเครื่องล่อให้คนท างานได้ตรงกับ ความปรารถนาของตน ปัญหาที่เกิดขึ้ นจากผู้น าแบบนี้ คือ เมื่อผู้น าไม่ใส่ใจต่อการท างานของทีมท าให้ทีมงานขาดโอกาสได้พัฒนาทักษะในการ ท างานที่สูงขึ้ น นอกจากนี้ ทีมงานยังขาดความมั่นใจว่าสิ่งที่ท านั้นถูกต้อง และถูกใจผู้น าหรือไม่ จึงท าให้ต้องเสียเวลาและพลังงาน ค่อนข้างมากไปกับการหาว่าแท้จริงแล้วผู้น าต้องการอะไรกันแน่ ผู้น าแบบนี้ มักก่อให้เกิดปัญหาเชิงการเมืองขึ้ นภายในทีมงาน กล่าวคือ อาจมีสมาชิกคนหนึ่งแอบติดต่อ เพื่อเอาใจผู้น าเป็ นการส่วนตัว เพื่อให้ตนได้เป็ นคนวงในที่ผู้น าไว้วางใจ จึงได้อ านาจมากกว่า คนอื่น ๆ เหตุการณ์เช่นนี้ ก่อให้เกิดการแตกความสามัคคี การไม่ไว้วางใจขึ้ นในทีมงานเกิดการหวาดระแวง แก่งแย่งอ านาจกันขึ้ น ท าให้ทีมงานอ่อนแอลงไม่อาจสร้างผลงานที่มีคุณภาพได้อีกต่อไป และอาจล่มสลายในที่สุด ที่มำ : รายงานผลการวิจัย โครงการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าและเสริมสร้างทักษะการน าตนเองของผู้บริหาร เสนอ ส านักงานอัยการสูงสุด โดยศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 1 มีนำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 66/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th ---------------------------- กำรตรวจพิจำรณำส ำนวนเกี่ยวกับกำรแจ้งให้พนักงำนสอบสวนด ำเนินคดี เมื่อพิจารณาส านวนการสอบสวนแล้ว เห็นว่าควรจะได้ด าเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีหรือ บุคคลภายนอกอื่นที่พาดพิงถึง ให้หัวหน้าพนักงานอัยการท าความเห็นเสนอตามล าดับชั้นถึงอธิบดีอัยการ เพื่อพิจารณาสั่ง แล้วแจ้งให้พนักงานสอบสวนด าเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวนั้น หากพนักงานสอบสวนเพิกเฉย ไม่ปฏิบัติตาม ให้ท าความเห็นเสนอตามล าดับชั้นถึงอธิบดีอัยการเพื่อแจ้งหน่วยงานต้นสังกัดของ พนักงานสอบสวน (ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 45) ที่มำ : คู่มือการด าเนินคดีอาญาส าหรับพนักงานอัยการ พ.ศ. 2546 คลังกฎหมายและเอกสาร ระบบสารสนเทศการจัดการความรู้ ส านักงานอัยการสูงสุด นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 2 มีนำคม 2566


ประจ ำวันที่ 3 มีนำคม 2566 www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 67/2566 /2563 อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด ---------------------------- แนววินิจฉัยคดีส ำนวนรับรองฎีกำ กรณีส ำนักงำนคดีศำลสูงภำค ขอให้รับรองฎีกำ คดีควำมฐำน สมคบโดยตกลงกนัต้งัแตส่องคนข้ึนไป เพื่อกระท ำควำมผิดฐำนฟอกเงิน และได้มีกำรกระท ำควำมผิดฐำนฟอกเงินเพรำะเหตุที่ได้มีกำรสมคบกัน รว่มกนัฟอกเงิน และเป็นอ้งัยี่ คดีนี้ อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า ในส่วนของจ าเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ถึงที่ 12 ศาลอุทธรณ์ภาค พิพากษา ยืนให้ยกฟ้ องโดยวินิจฉัยว่า เป็ นการรับจ้างเปิ ดบัญชีจัดท า และรวบรวมบัญชีธนาคารโดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นกับ เครือข่ายมันทุกเม็ด ซึ่งเป็ นขบวนการค้ายาเสพติดขนาดใหญ่เชื่อมโยงกับประเทศเมียนมาร์ โดยใช้บัญชีธนาคารต่าง ๆ หลายบัญชีในลักษณะฟอกเงินเพื่อปกปิ ดแหล่งที่มาของเงินที่ได้จากการจ าหน่ายยาเสพติดจะได้ไม่ถูกจับกุมโดยง่าย จึงยังถือไม่ได้ว่ากระท าผิดตามฟ้ อง แต่จากการพิจารณาพยานหลักฐาน เห็นว่า การเปิ ดบัญชีธนาคารนั้นเป็ นเรื่อง ส่วนบุคคล การได้รับเงินค่าจ้างเพื่อเปิ ดบัญชีธนาคาร โดยน าสมุดบัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ (บัตรเอทีเอ็ม) หรือ รหัสมอบให้แก่ผู้อื่นนั้น เป็ นการผิดปกติวิสัยของประชาชนคนทั่วไป ย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า ผู้รับซื้ อจะน าไปใช้ในการกระท า ความผิดกฎหมาย (เทียบเคียงค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 2120/2563) ดังนั้น การที่จ าเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ถึงที่ 12 มีพฤติการณ์ยอมให้ผู้อื่นว่าจ้างหรือใช้ให้ไปเปิดบัญชีธนาคาร และมอบสมุดบัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ (บัตรเอทีเอ็ม) ให้กับผู้อื่นไปใช้ดยมีการโอนเงินเข้าออกหลายครั้ง โดยตนไม่รู้ที่มาที่ไป มีการชักชวน จัดหา รับจ้าง รวบรวม โอนเงิน ผ่านบัญชีธนาคารต่าง ๆ จัดท าบัญชีให้ตัวการใหญ่ที่อยู่ฝั่งประเทศเมียนมาร์ ตลอดจนมีการเปิ ดร้านยางและล้อแม็ก รถยนต์น าเงินที่ได้ไปให้บุคคลอื่นกู้ยืม โดยเรียกดอกเบี้ ยเกินอัตราที่กฎหมายก าหนด บ่งชี้ ให้เห็นการวางแผนแบ่งหน้าที่กันท า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโอนและเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระท าความผิด น าเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดไปใช้ใน กิจการอื่น อันเป็ นการสมคบกันโอน รับโอนทรัพย์สินที่ได้จากการกระท าความผิด ซุกซ่อน ปกปิ ดแหล่งที่มา อันเป็ นการ สมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงินโดยการด าเนินการจัดการ มีการประชุมวางแผนร่วมกัน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ โดยปกปิ ดวิธีการด าเนินการ ซึ่งอาจมีการประชุมกันทางแอปพลิเคชันไลน์ทางเฟซบุ๊ก หรือประชุมทางสายโทรศัพท์ ก็เป็ นไปได้ จึงมีลักษณะเป็ นสมาชิกคณะบุคคล อันเป็ นการกระท าความผิดฐานร่วมกันเป็ นอั้งยี่ด้วย กรณีมีเหตุอันควร ที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย อัยการสูงสุดจึงมีค าสั่งรับรองฎีกาของโจทก์คดีนี้ เฉพาะในส่วนของจ าเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ถึงที่ 12 ที่มำ : แนววินิจฉัยคดีส านวนรับรองฎีกาที่ รฎ 25/2565 ของส านักงานคดีอัยการสูงสุด จาก ระบบจัดการความรู้ (Knowledge Management System : KMS) ส านักงานอัยการสูงสุด นำงศิริอร มณีสินธุ์ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 68/2566 /2563 อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด ---------------------------- ข้อสังเกตในกำรตรวจสำ นวนและสงั่คดีกรณีกำรสอบสวนไม่ส้ินกระแสควำม ตัวอย่างข้อสังเกตที่ไม่ได้สั่งสอบสวนเพิ่มเติม - ในส านวนร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจ าหน่าย มีการพบเมทแอมเฟตามีน จ านวน 220 เม็ดในห้องนอนของนาย ก. ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน นาย ก. ให้การว่า เมทแอมเฟตามีน ดังกล่าวมีนาย ข. เพื่อนของตนได้ร่วมกันซื้ อมาเพื่อจ าหน่าย ต่อมามีการจับกุมตัวนาย ข. จ าเลยมาด าเนินคดี พนักงานอัยการมิได้ให้พนักงานสอบสวน สอบปากค านาย ก. ไว้ในฐานะพยาน เมื่อนาย ก. ให้การ กลับค าให้การชั้นศาล และศาลยกฟ้ อง จึงไม่อาจด าเนินคดีกับนาย ก. ฐานแจ้งความเท็จหรือเบิกความเท็จได้ ที่มำ : คู่มือการด าเนินคดีอาญาชั้นศาลสูง เล่มที่ 2 คณะกรรมการจัดท าคู่มือการด าเนินคดีอาญาชั้นศาลสูง ส านักงานคดีศาลสูง ส านักงานอัยการสูงสุด พ.ศ. 2555 หน้า 167. นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 7 มีนำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 69/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th ---------------------------- ทฤษฎีเกี่ยวกับภำวะผู้น ำ : กลุ่มแนวคิดทำงพฤติกรรม (Behaviroal Theories) ตอนที่ 4 แนวคิดนี้ มุ่งศึกษามุ่งศึกษาพฤติกรรมที่โดดเด่นของผู้น า ที่แตกต่างจากรู้ที่ไม่ใช่ผู้น า เช่น ผู้น าที่เน้นความส าคัญของคน หรือเน้นที่ผลงาน ฯลฯ ซึ่งแนวคิดนี้ แตกต่างจากแนวคิดของกลุ่มแรกในประเด็นส าคัญ คือ พฤติกรรมของผู้น าที่ดีที่ได้จากการศึกษา เหล่านี้ จะช่วยให้สามารถน าไปฝึกฝนสร้างผู้น าที่มีศักยภาพได้แต่หากเป็ นบุคลิกลักษณะทางกายภาพจะมีความเชื่อว่าความเป็ นผู้น า ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาได้ รูปแบบของผู้น ำเชิงพฤติกรรมนิยม รูปแบบของผู้น าเชิงพฤติกรรมนิยมมีหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบจะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้ 1. ผู้น ำแบบอ ำนำจเด็ดขำด (Overpowering leadership) (ปรากฏตามทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้น าฯ ตอนที่ 2 เรื่องที่ 60/2566) 2. ผู้น ำแบบไร้อ ำนำจ (Powerless leadership) (ปรากฏตามทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้น าฯ ตอนที่ 3 เรื่องที่ 65/2566) 3. ผู้น ำแบบสร้ำงอ ำนำจ (Power-building leadership) เป็ นผู้น าที่เป็ นประชาธิปไตยและมีความกระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของทีมจึงเป็ นแบบของผู้น าที่ครอบคลุม ผู้น าแบบนักวิสัยทัศน์ (Visionary Hero) และผู้น าแบบชั้นยอด (Super Leader) ไว้ด้วยกัน แต่มีความเป็ นผู้น าแบบแลกเปลี่ยน (Transactor) อยู่บ้างเล็กน้อย โดยผู้น าแบบนี้ จะให้ค าแนะน า และสอนทักษะส าคัญแก่ทีมงานแล้วค่อยปล่อยให้ทีมงานมีอิสระมากขึ้ น ในการตัดสินใจต่าง ๆ เกี่ยวกับงาน ผู้น าจะกระจายอ านาจ กระตุ้นให้ก าลังใจคอยเสริมแรงและให้ความร่วมมือต่าง ๆ แก่ทีมงาน ให้ความช่วยเหลือในการสร้างวิสัยทัศน์ของทีมที่ประสบความส าเร็จจากการน าตนเอง ผู้น าให้ความส าคัญช่วยเหลือในการพัฒนา ทีมงานให้มีพลังอ านาจที่จะน าตนเอง ด้วยการสอนทักษะด้านเทคนิค ทักษะการเป็ นผู้น าตนเอง เช่น ทักษะการก าหนดเป้ าหมาย เทคนิคการลดความขัดแย้ง เป็ นต้น เป็ นผู้น าแบบประชาธิปไตยและเอาใจใส่ผู้อื่น ดังนั้นผู้น าแบบสร้างอ านาจนี้ ได้รับการก ล่าวขาน ว่าเป็ นครูที่ยิ่งใหญ่เพราะเป็ นผู้ที่ช่วยคนอื่น ให้เรียนรู้ถึงวิธีที่จะน าตนเอง เป็ นผู้น าที่กล้าปล่อยให้ทีมงานสามารถผิดพลาดได้ เพราะเชื่อว่าสมาชิกทีมงานจะเกิดการเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น ท านอง ผิดเป็ นครู การเรียนรู้เช่นนี้ ท าให้สมาชิกทีมไ ด้พัฒนา ตนเอง ท าให้เพิ่มความมั่นใจ ซึ่งเป็นส่วนส าคัญของการสร้างอ านาจให้แก่ทีมงาน จนมั่นใจที่จะน าตนเองได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม การที่ผู้น าแบบนี้ เข้าไปมีส่วนร่วมเชิงรุกกับทีมงาน ย่อมส่งอิทธิพลเหนือทีมงานบ้างไม่มากก็น้อย แม้ว่าผู้น า จะมีพฤติกรรมเป็ นประชาธิปไตยก็ตาม เช่น การก าหนดทิศทางและเป้ าหมายเชิงกลยุทธ์มักถูกก าหนดโดยผู้น า แต่ก็ถือเป็ นข้อดี ในระยะที่ทีมงานยังขาดทักษะและความเชี่ยวชาญที่จะน าตนเอง ที่มำ : รายงานผลการวิจัย โครงการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าและเสริมสร้างทักษะการน าตนเองของผู้บริหาร เสนอ ส านักงานอัยการสูงสุด โดยศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 8 มีนำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 70/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th ---------------------------- กำรตรวจพิจำรณำส ำนวนเกี่ยวกับกำรด ำเนินคดีผิดตัว เมื่อพนักงานอัยการตรวจพิจารณาส านวนการสอบสวนแล้ว หากปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า มีการจับกุมหรือสอบสวนผู้ต้องหาผิดตัว ให้พนักงานอัยการรีบด าเนินการ เพื่อสั่งไม่ฟ้ องคดีเกี่ยวกับ ผู้ต้องหานั้นโดยเร็ว ส่วนการฟ้ องผู้ต้องหาหรือจ าเลยผิดตัว ให้พนักงานอัยการรีบด าเนินการถอนฟ้ องคดี ที่เกี่ยวกับผู้ต้องหาหรือจ าเลยนั้น โดยให้ท าความเห็นเสนอตามล าดับชั้นถึงอธิบดีอัยการเพื่อพิจารณาสั่ง และด าเนินการตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 132 กรณีที่เห็นควรกลับความเห็นหรือกลับค าสั่งเดิม ต้องอยู่ภายใต้บังคับของระเบียบส านักงาน อัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 10 วรรคสาม โดยให้เสนอ ตามล าดับชั้นถึงอธิบดีอัยการเพื่อพิจารณาสั่ง เว้นแต่ความเห็นหรือค าสั่งเดิมนั้น เป็ นของอธิบดีอัยการ ให้เสนออัยการสูงสุดหรือรองอัยการสูงสุดที่ได้รับมอบหมายเพื่อพิจารณาสั่งด้วย (ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 10, 87, 132) ที่มำ : คู่มือการด าเนินคดีอาญาส าหรับพนักงานอัยการ พ.ศ. 2546 คลังกฎหมายและเอกสาร ระบบสารสนเทศการจัดการความรู้ ส านักงานอัยการสูงสุด นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 9 มีนำคม 2566


ประจ ำวันที่ 10 มีนำคม 2566 www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 71/2566 /2563 อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด ---------------------------- แนววินิจฉัยคดีส ำนวนรับรองฎีกำ กรณีส ำนักงำนคดีศำลสูงภำค ขอให้รับรองฎีกำ คดีควำมผิดฐำน พรำกเด็กอำยุยังไม่เกินสิบห้ำปี ไปเสียจำก บิดำ โดยปรำศจำกเหตุอันสมควรเพื่อกำรอนำจำร กระท ำช ำเรำเด็กอำยุยังไม่เกินสิบสำมปี ซึ่งมิใช่ภริยำของตน โดยเด็กน้นัไม่ยนิยอม อธิบดีอัยการ ส านักงานคดีศาลสูงภาค มีค าสั่งฎีกา แต่เนื่องจากความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดาโดยปราศจากเหตุอันสมควรเพื่อการอนาจารต้องห้ามฎีกา จึงเสนอส านวนเพื่อขอให้อัยการสูงสุดพิจารณา รับรองฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220, 221 คดีนี้ อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า ความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดาโดยปราศจาก เหตุอันสมควรเพื่อการอนาจาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม มีความมุ่งหมายที่จะคุ้มครองอ านาจ ปกครองของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลผู้เยาว์ ดังนั้น ไม่ว่าผู้เยาว์จะไปอยู่ที่แห่งใด และไม่ว่าผู้เยาว์จะเป็ นฝ่ายออก จากบ้านเองหรือโดยมีผู้ชักน าหรือไม่มีผู้ชักน า ผู้เยาว์ย่อมอยู่ในอ านาจปกครองดูแลของบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ตลอดเวลาโดยไม่ขาดตอน การที่โจทก์ร่วมมาที่ห้องนอนของจ าเลยด้วยความสมัครใจและยังแอบเข้ามาโดยปื นเข้ามาทาง หน้าต่าง โดยจ าเลยมิได้เป็ นผู้น าพามา และไม่ปรากฏว่าจ าเลยได้นัดแนะ หรือชักชวนโจทก์ร่วมให้มาหาตน เมื่อจ าเลยกระท า ต่อโจทก์ร่วมซึ่งเป็ นผู้เยาว์ในทางเสื่อมเสีย จึงย่อมท าให้อ านาจปกครองดูแลของบิดาโจทก์ร่วมถูกตัดขาดพรากไปโดยปริยาย (เทียบเคียงค าพิพากษาศาลฎีกาที่ 4057/2562) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค พิพากษายืนตามค าพิพากษาของศาลชั้นต้น ที่พิพากษายกฟ้ องโจทก์ในข้อหานี้ จึงไม่ชอบ กรณีมีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย อัยการสูงสุดจึงมีค าสั่งรับรองฎีกาขอ ของโจทก์คดีนี้ เฉพาะในความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควร เพื่อการอนาจาร ที่มำ : แนววินิจฉัยคดีส านวนรับรองฎีกาที่ รฎ 28/2565 ของส านักงานคดีอัยการสูงสุด จาก ระบบจัดการความรู้ (Knowledge Management System : KMS) ส านักงานอัยการสูงสุด นำงศิริอร มณีสินธุ์ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 72/2566 /2563 อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด ---------------------------- ข้อสังเกตในกำรตรวจสำ นวนและสงั่คดีกรณีกำรสอบสวนไม่ส้ินกระแสควำม ตัวอย่างข้อสังเกตที่ไม่ได้สั่งสอบสวนเพิ่มเติม - ฟ้ องความผิดฐานมีอาวุธปื นและเครื่องกระสุนปื น และฐานพาอาวุธปื นติดตัวไปในเมือง ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุสมควรและไม่ได้รับอนุญาต ผู้จับกุมเบิกความเพียงว่า เห็นวัตถุบางอย่างคล้าย อาวุธปื นโผล่ออกมาจากรถยนต์ที่จ าเลยที่ 1 ขับ และต่อมาพลเมืองดีเก็บอาวุธปื นได้และน าไปมอบให้ เจ้าพนักงานต ารวจสายตรวจ ชั้นสอบสวนจ าเลยให้การรับสารภาพ พนักงานอัยการไม่ได้มีการสอบสวน เพิ่มเติมปากค าพลเมืองดีคนดังกล่าวไว้ถึงเหตุการณ์ก่อนเก็บอาวุธปื น ว่าอาวุธปื นของกลางถูกโยนทิ้ ง ออกมาจากรถยนต์ที่จ าเลยขับขี่หรืออย่างไร เมื่อจ าเลยให้การปฏิเสธชั้นศาล ศาลจึงลงโทษจ าเลยไม่ได้ จึงเป็ นข้อบกพร่องในการด าเนินคดี ที่มำ : คู่มือการด าเนินคดีอาญาชั้นศาลสูง เล่มที่ 2 คณะกรรมการจัดท าคู่มือการด าเนินคดีอาญาชั้นศาลสูง ส านักงานคดีศาลสูง ส านักงานอัยการสูงสุด พ.ศ. 2555 หน้า 167. นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 13 มีนำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 73/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th ---------------------------- ทฤษฎีเกี่ยวกับภำวะผู้น ำ : กลุ่มแนวคิดทำงพฤติกรรม (Behaviroal Theories) ตอนที่ 5 แนวคิดนี้ มุ่งศึกษามุ่งศึกษาพฤติกรรมที่โดดเด่นของผู้น า ที่แตกต่างจากรู้ที่ไม่ใช่ผู้น า เช่น ผู้น าที่เน้นความส าคัญของคนหรือ เน้นที่ผลงาน ฯลฯ ซึ่งแนวคิดนี้ แตกต่างจากแนวคิดของกลุ่มแรกในประเด็นส าคัญ คือ พฤติกรรมของผู้น าที่ดีที่ได้จากการศึกษาเหล่านี้ จะช่วยให้สามารถน าไปฝึกฝนสร้างผู้น าที่มีศักยภาพได้แต่หากเป็ นบุคลิกลักษณะทางกายภาพจะมีความเชื่อว่า ความเป็ นผู้น าไม่ สามารถเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาได้ รูปแบบของผู้น ำเชิงพฤติกรรมนิยม รูปแบบของผู้น าเชิงพฤติกรรมนิยมมีหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบจะมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้ 1. ผู้น ำแบบอ ำนำจเด็ดขำด (Overpowering leadership) (ปรากฏตามทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้น าฯ ตอนที่ 2 เรื่องที่ 60/2566) 2. ผู้น ำแบบไร้อ ำนำจ (Powerless leadership) (ปรากฏตามทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้น าฯ ตอนที่ 3 เรื่องที่ 65/2566) 3. ผู้น ำแบบสร้ำงอ ำนำจ (Power-building leadership) (ปรากฏตามทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้น าฯ ตอนที่ 4 เรื่องที่ 69/2566) 4. ผู้น ำแบบมอบอ ำนำจเบ็ดเสร็จ (Empowered leadership) เป็ นผู้น าที่เป็ นประชาธิปไตยแต่ไม่เข้าไปก้าวก่ายการท างานของทีมงานหรือมีพฤติกรรมแบบเชิงรับ (Passive) โดยผู้น า ปล่อยให้ทีมงานมีอิสระอย่างเต็มที่ในการก าหนดกระบวนการท างานและกลยุทธ์ในการท างานให้ส าเร็จได้ด้วยทีมงานเอง ผู้น าแบบ มอบอ านาจเบ็ดเสร็จจึงตรงกับผู้น าแบบชั้นยอด (Super Leader) ที่กล่าวมาแล้ว กล่าวคือ ผู้น าจะมอบหมายบทบาทต่าง ๆ ของการเป็ นผู้น าตามแนวคิดทางบริหารให้แก่ทีมงานทั้งหมด อย่างไรก็ตามการท าเช่นนี้ มิได้หมายความว่า ไม่จ าเป็ นต้องมีผู้น า แต่ผู้น าจะเปลี่ยนมาท าบทบาทใหม่ คือ เป็ นผู้อ านวยความสะดวก (Facilitator) เป็ นผู้ฝึกสอนหรือโค้ช (Coach) แทนซึ่งเป็ นบทบาท ที่ส าคัญกว่าบทบาทเดิม โดยผู้น าจะต้องเป็ นต้นแบบของการประพฤติปฏิบัติที่ดีแก่ผู้ตามด้วยความเชื่อที่ว่า การท าตนเป็ นต้นแบบที่ดี โดยไม่ก้าวก่าย กดดันผู้ตามน่าจะมีอิทธิพลต่อผู้ตามมากกว่าพฤติกรรมแบบอื่นของผู้น า ผู้น าจึงกลายเป็ นแหล่งของภูมิปัญญาของทีม ที่สามารถน ามาใช้ได้เมื่อทีมต้องการผู้น าคอยช่วยเหลือในการประสานงานภายในทีม ระหว่างทีมและกับบุคคลทั่วไปเพื่อให้การท างาน ของทีมดีขึ้ น ซึ่งภาวะผู้น าแบบนี้ เกิดขึ้ นได้ยากมาก และควรผ่านขั้นตอนของการเป็ นผู้น าแบบสร้างอ านาจ (Powering-Building Leadership) มาก่อน ที่มำ : รายงานผลการวิจัย โครงการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าและเสริมสร้างทักษะการน าตนเองของผู้บริหาร เสนอ ส านักงานอัยการสูงสุด โดยศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 14 มีนำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 74/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th ---------------------------- กำรตรวจพิจำรณำส ำนวนเกี่ยวกับกำรสั ่งคดีวิธีกำรเพื่อควำมปลอดภัย การตรวจพิจารณาส านวนคดีอาญา พนักงานอัยการจะต้องพิจารณาว่าจะใช้วิธีการ เพื่อความปลอดภัยได้หรือไม่ด้วยทุกส านวน และถ้าหากผู้ต้องหาในคดีใดอยู่ในข่ายเป็นผู้กระท าผิดติดนิสัย ที่ต้องฟ้ องขอให้กักกัน หรืออยู่ในข่ายที่อาจขอให้ใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยอย่างอื่น ให้พนักงานอัยการ สั่งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาและสอบสวนเพิ่มเติมให้ได้ความว่าผู้นั้นเป็ นผู้กระท าผิดติดนิสัย หรือให้ได้ความว่าเป็ นกรณีที่อาจขอให้ใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยอย่างอื่นได้ แล้วพิจารณาสั่งไปตามรูปคดี ในกรณีที่พนักงานอัยการมีความเห็นควรไม่ด าเนินการขอให้บังคับใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัย ให้หัวหน้าพนักงานอัยการสั่งยุติโดยไม่ต้องด าเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145 และมาตรา 145/1 หรือกฎหมายเกี่ยวกับวิธีพิจารณาอื่น (ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 68, 72) ที่มำ : คู่มือการด าเนินคดีอาญาส าหรับพนักงานอัยการ พ.ศ. 2546 คลังกฎหมายและเอกสาร ระบบสารสนเทศการจัดการความรู้ ส านักงานอัยการสูงสุด นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 15 มีนำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 75/2566 ---------------------------- เรื่อง แนวทำงกำรด ำเนินคดีอำญำ : กำรออกค ำสั ่งกรณีสิทธิฟ้ องคดีอำญำระงับ ตอนที่ 5 กรณีข้อ 48 (9) แห่งระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 เมื่อคดีเป็ นควำมผิดต่อส่วนตัวและมิได้ร้องทุกข์ตำมระเบียบ (ต่อ) ได้มีหนังสือส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด ที่ อส 0017/ว 14144 ลงวันที่ 8 พฤศจิกำยน 2537 เรื่อง ข้อหำรือกรณี ร้องทุกข์มอบคดีควำมผิดฐำนฉ้อโกง แจ้งอธิบดีกรมต ำรวจตอบข้อหำรือกรณีส ำนักงำนต ำรวจภำค 2 ได้มีหนังสือส ำนักงำน ต ำรวจภำค 2 หำรือส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด คดีนำย ว. กับพวกรวม 14 คน ซึ่งต้องหำว่ำกระท ำควำมผิดตำมประมวล กฎหมำยอำญำ มำตรำ 83, 86, 151, 157, 267 และมำตรำ 341 เหตุเกิดต ำบลเขำไม้แก้ว และต ำบลหนองปรือ อ ำเภอบำงละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งคดีนี้พนักงำนสอบสวนเห็นว่ำในควำมผิดฐำนฉ้อโกงตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ 341 นั้น เมืองพัทยำเป็ นผู้เสียหำยแต่ปลัดเมืองพัทยำไม่ร้องทุกข์มอบคดี ส ำนักงำนต ำรวจภำค 2 จึงหำรือว่ำ หำกปลัดเมืองพัทยำ ไม่ร้องทุกข์มอบคดีแล้ว ควรจะเป็ นอ ำนำจหน้ำที่ของผู้ใดที่จะเป็ นผู้ร้องทุกข์ เนื่องจำกเรื่องที่หำรือมีประเด็นข้อกฎหมำยหลำยประกำร ฉะนั้น เพื่อเป็ นแนวทำงในกำรด ำเนินคดีของ พนักงำนสอบสวนในโอกำสต่อไป ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดเห็นสมควรให้ควำมเห็นทำงกฎหมำยให้ครอบคลุมประเด็น แห่งปัญหำทั้งหมด และได้พิจำรณำแล้วเห็นว่ำประเด็นแห่งปัญหำมีดังต่อไปนี้ 1. ในควำมผิดต่อส่วนตัวหรือควำมผิดอันยอมควำมได้ พนักงำนสอบสวนจะมีอ ำนำจสอบสวนโดยยังไม่มีกำร ร้องทุกข์ตำมระเบียบหรือไม่ 2. ในควำมผิดต่อส่วนตัวหรือควำมผิดอันยอมควำมได้พนักงำนสอบสวนจะบังคับให้ผู้เสียหำยร้องทุกข์ได้หรือไม่ 3. ในควำมผิดต่อส่วนตัวหรือควำมผิดอันยอมควำมได้ในกรณีที่องค์กรหรือหน่วยงำนของรัฐ ซึ่งเป็ นนิติบุคคลเป็ น ผู้เสียหำย พนักงำนสอบสวนจะบังคับให้ผู้แทนนิติบุคคลร้องทุกข์ได้หรือไม่ 4. ในควำมผิดฐำนฉ้อโกงอันเป็ นควำมผิดต่อส่วนตัวหรือควำมผิดอันยอมควำมได้ หำกผู้แทนนิติบุคคลซึ่งเป็ น องค์กรหรือหน่วยงำนของรัฐไม่ยอมร้องทุกข์พนักงำนสอบสวนควรจะปฏิบัติอย่ำงไร ควำมเห็นของส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดในประเด็นต่ำง ๆ ดังกล่ำวมีดังนี้ ประเด็นที่หนึ่ง ในประเด็นที่ว่ำในควำมผิดต่อส่วนตัวหรือควำมผิดอันยอมควำมได้พนักงำนสอบสวนจะมีอ ำนำจ สอบสวนโดยยังไม่มีกำรร้องทุกข์ตำมระเบียบหรือไม่นั้น จริงอยู่ตำมมำตรำ 121 แห่งประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำ ควำมอำญำห้ำมมิให้ท ำกำรสอบสวน เว้นแต่จะมีกำรร้องทุกข์ตำมระเบียบ แต่เนื่องจำกกำรสอบสวนมีเนื้ อหำสองประกำร คือ กำรรวบรวมพยำนหลักฐำนประกำรหนึ่งกับกำรใช้มำตรกำรบังคับอีกประกำรหนึ่ง เห็นว่ำ ข้อห้ำมตำมมำตรำ 121 นี้ หมำยเฉพำะกำรห้ำมใช้มำตรกำรบังคับกับผู้ต้องหำเท่ำนั้น กล่ำวคือ ห้ำมจับและควบคุมตัวผู้ต้องหำก่อนกำรร้องทุกข์ ตำมระเบียบ ทั้งนี้ เพรำะกฎหมำยวิธีจำรณำควำมอำญำเป็ นกฎหมำยที่คุ้มครองสิทธิของบุคคลหรือเป็ นกฎหมำยที่วำงกรอบ กำรใช้อ ำนำจรัฐ แต่กำรรวบรวมพยำนหลักฐำนเพื่อทรำบข้อเท็จจริงแห่งเรื่องนั้น พนักงำนสอบสวนสำมำรถกระท ำได้ ดังจะเห็นได้จำกควำมในบทบัญญัติของมำตรำ 125 แห่งประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณควำมอำญำ ที่ว่ำ “เมื่อพนักงำน สอบสวน...ได้กระท ำกำรสอบสวนไปทั้งหมดหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดตำมค ำขอร้องให้ช่วยเหลือให้ตกเป็ นหน้ำที่ของพนักงำน นั้นจัดกำรให้มีค ำร้องทุกข์ตำมระเบียบ...” ซึ่งเป็ นกำรยืนยันให้เห็นชัดเจนว่ำ กำรสอบสวนในส่วนของกำรรวบรวม พยำนหลักฐำนสำมำรถกระท ำได้โดยไม่จ ำต้องมีกำรร้องทุกข์ก่อน KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 16 มีนำคม 2566


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 อนึ่ง ตำมข้อเท็จจริงแห่งเรื่องที่หำรือนี้ ปรำกฎว่ำ นอกจำกผู้ต้องหำจะถูกด ำเนินคดีในควำมผิดต่อส่วนตัวหรือ ควำมผิดอันยอมควำมได้แล้ว ยังถูกด ำเนินคดีในควำมผิดอำญำแผ่นดินอีกด้วย ฉะนั้น กรณีจึงไม่มีอุปสรรคใด ๆ ต่อกำร ด ำเนินกำรของพนักงำนสอบสวน ประเด็นที่สอง ในประเด็นที่ว่ำในควำมผิดต่อส่วนตัวหรือควำมผิดอันยอมควำมได้ พนักงำนสอบสวนจะบังคับให้ ผู้เสียหำยร้องทุกข์ได้หรือไม่นั้น เห็นว่ำตำมระบบกฎหมำยของเรำ กำรด ำเนินคดีอำญำในควำมผิดส่วนตัวหรือควำมผิด อันยอมควำมได้กฎหมำยให้เป็ นสิทธิเด็ดขำดของผู้เสียหำยที่จะหยิบยกคดีขึ้ นว่ำกล่ำวเอำโทษผู้ต้องหำ กล่ำวคือ หำกผู้เสียหำยไม่ประสงค์จะด ำเนินคดีกับผู้ต้องหำแล้ว รัฐจะด ำเนินกำรต่อไปไม่ได้แม้จะได้รวบรวมพยำนหลักฐำนมำแล้ว และฟังได้ว่ำผู้ต้องหำได้กระท ำควำมผิดจริง ฉะนั้น หำกรัฐประสงค์จะด ำเนินคดีกับผู้ต้องหำก็ชอบที่พนักงำนสอบสวน จะชี้ แจงผู้เสียหำยให้เห็นถึงประโยชน์สำธำรณะที่จะต้องด ำเนินคดีกับผู้ต้องหำเพื่อรักษำควำมสงบเรียบร้อยของสังคม ส่วนรวม เนื่องเพรำะกำรกระท ำของผู้ต้องหำกระทบต่อควำมผำสุกของส่วนรวมอย่ำงมำก ที่ควรจะต้องด ำเนินคดีกับผู้ต้องหำ เหตุนี้ พนักงำนสอบสวนจึงไม่อำจบังคับผู้เสียหำยให้ร้องทุกข์ได้ แต่พึงกระท ำดังกล่ำวมำแล้ว ประเด็นที่สำม ในควำมผิดต่อส่วนตัวหรือควำมผิดอันยอมควำมได้ ในกรณีที่องค์กรหรือหน่วยงำนของรัฐ ซึ่งเป็ นนิติบุคคลเป็ นผู้เสียหำย พนักงำนสอบสวนจะบังคับให้ผู้แทนนิติบุคคลร้องทุกข์ได้หรือไม่นั้น ดังที่ได้กล่ำวมำแล้ว ว่ำกำรด ำเนินคดีอำญำในควำมผิดต่อส่วนตัวหรือควำมผิดอันยอมควำมได้ขึ้ นอยู่กับควำมประสงค์ของผู้เสียหำยเป็ นส ำคัญ ฉะนั้น หำกไม่มีกฎหมำยบัญญัติบังคับไว้โดยเฉพำะแล้ว พนักงำนสอบสวนไม่อำจบังคับให้ผู้แทนนิติบุคคลร้องทุกข์ได้ ประเด็นที่สี่ ในปั ญหำที่ว่ำในควำมผิดฐำนฉ้อโกงอันเป็ นควำมผิดต่อส่วนตัวหรือควำมผิดอันยอมควำมได้ หำกผู้แทนนิติบุคคลซึ่งเป็ นองค์กรหรือหน่วยงำนของรัฐไม่ยอมร้องทุกข์พนักงำนสอบสวนควรปฏิบัติอย่ำงไรนั้น เห็นว่ำ ทรัพย์สินของนิติบุคคลซึ่งเป็ นองค์กรหรือหน่วยงำนของรัฐต้องถือว่ำเป็ นทรัพย์สินของส่วนรวม ฉะนั้น ควำมผิดฐำนฉ้อโกง ที่กระท ำต่อนิติบุคคลที่เป็ นองค์กรหรือหน่วยงำนของรัฐจึงไม่เป็ นควำมผิดต่อส่วนตัวหรือควำมผิดอันยอมควำมได้ ที่จะต้องห้ำมตำมมำตรำ 121 แห่งประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ กำรด ำเนินคดีกับผู้ฉ้อโกงทรัพย์สินขององค์กร หรือหน่วยงำนของรัฐจึงกระท ำได้โดยมิพักต้องมีกำรร้องทุกข์ อนึ่ง กรณีปรำกฏว่ำคดีนี้ ได้มีกำรร้องทุกข์ในควำมผิดฐำนฉ้อโกงเรียบร้อยแล้ว ข้อหำรือของส ำนักงำนต ำรวจภำค 2 จึงตกไปโดยปริยำย จึงเรียนมำเพื่อโปรดทรำบและเป็ นแนวทำงในกำรด ำเนินกำรของพนักงำนสอบสวนในโอกำสต่อไป โปรดแจ้งให้ส ำนักงำนต ำรวจภำค 2 ทรำบควำมเห็นนี้ ด้วย และโปรดแจ้งให้ส ำนักงำนต ำรวจภำค 2 ทรำบด้วยว่ำกำรหำรือใด ๆ กับส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดในโอกำสต่อไปชอบที่กระท ำผ่ำนกรมต ำรวจ ที่มำ : - ระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 ข้อ 48 (9) - หนังสือแนวทำงกำรด ำเนินคดีอำญำฯ ตำมระเบียบส ำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำด้วยกำรด ำเนินคดีอำญำ ของพนักงำนอัยกำร พ.ศ. 2563 และหนังสือเวียนของส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด โดย นำยสุรัตติพงษ์ กองทองนอก, มีนำคม 2565, หน้ำ 86-87 นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


ประจ ำวันที่ 17 มีนำคม 2566 www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 76/2566 /2563 ---------------------------- แนววินิจฉัยคดีส ำนวนรับรองฎีกำ กรณีส ำนักงำนคดีศำลสูงภำค ขอให้รับรองฎีกำคดี นำย ส. จ ำเลย ควำมผิดฐำน ใช้ยำนพำหนะ บรรทุกน้ำ หนกัเกินกว่ำที่กฎหมำยกำ หนดเดินบนทำงหลวงแผ่นดิน อธิบดีอัยการส านักงานคดีศาลสูงภาค ได้ส่งส านวนคดีอาญา ส.1 ของส านักงานอัยการจังหวัด คดีระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัด โจทก์นาย ส. จ าเลย ฐานใช้ยานพาหนะบรรทุกน ้าหนักเกินกว่า ที่กฎหมายก าหนดเดินบนทางหลวงแผ่นดิน ซึ่งต้องห้ามฎีกาถึงอัยการสูงสุดเพื่อขอให้รับรองฎีกาคดีนี้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ฟ้ องจ าเลยในฐานความผิดดังกล่าว จ าเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจ าเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61 วรรคหนึ่ง และมาตรา 73/2 จ าคุก 2 เดือน และปรับ 6,000 บาท จ าเลยให้การรับสารภาพเป็ นประโยชน์ แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจ าคุก 1 เดือน และปรับ 3,000 บาท โทษจ าคุกให้รอการลงโทษไว้มีก าหนด 2 ปีกับให้จ าเลยไปรายงานตัว ต่อพนักงานคุมประพฤติ4 เดือนต่อครั้ง ภายในก าหนดเวลา 1 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ช าระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบรถยนต์1 คัน ของกลาง อัยการศาลสูงมีค าสั่งไม่อุทธรณ์และด าเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145 แล้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด มีค าสั่งเห็นชอบ - ไม่อุทธรณ์ ต่อมาวันที่ 21 ธันวาคม 2564 ศาลอุทธรณ์ภาค พิพากษาแก้เป็ นว่า ไม่ริบรถยนต์บรรทุกของกลาง และให้ คืนรถยนต์บรรทุกแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็ นไปตามค าพิพากษาของศาลชั้นต้น โดยวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 บัญญัติว่า ในการริบทรัพย์สิน นอกจากศาลจะมีอ านาจริบตาม กฎหมายที่บัญญัติไว้เฉพาะตัวแล้ว ให้ศาลมีอ านาจสั่งริบทรัพย์สินดังต่อไปนี้ อีกด้วย คือ (1) ทรัพย์สิน ซึ่งบุคคลได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระท าความผิด หรือ (2)...เว้นแต่ทรัพย์สินเหล่านี้ เป็ นทรัพย์สินของผู้อื่น ซึ่งมิได้รู้เห็นเป็ นใจด้วยในการกระท าความผิด บทบัญญัติดังกล่าวให้อ านาจศาลที่จะใช้ดุลพินิจมีค าสั่ง ให้ริบทรัพย์สินของกลางหรือไม่ก็ได้เมื่อรถยนต์บรรทุกของกลางมิใช่ทรัพย์สินใดที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร


อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด ผู้ใดท าหรือมีไว้เป็ นความผิด อันจะพึงให้ริบเสียทั้งสิ้ น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 แต่เป็ นทรัพย์สินซึ่งจ าเลยได้ใช้ในการกระท าความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) และ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จ าเลยขับรถยนต์บรรทุกของกลางมีน ้าหนักรวมที่บรรทุก เกินกว่าอัตราที่กฎหมาย ก าหนดเพียง 1,600 กรัม เท่านั้น ซึ่งเป็ นปริมาณเกินไปไม่มากนัก ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อความช ารุด เสียหายของถนนในระดับรุนแรง จึงยังไม่สมควรริบรถยนต์บรรทุกของกลางที่ศาลชั้นต้นให้ริบรถยนต์บรรทุก ของกลางนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค ไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์จ าเลยฟังขึ้ น คดีนี้ อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า รถยนต์บรรทุกของกลาง มีน ้าหนักยานพาหนะและน ้าหนัก บรรทุกรวมกัน 26,600 กิโลกรัม ซึ่งมีน ้าหนักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายก าหนดไว้เพียง 1,600 กิโลกรัม เท่านั้น ถือเป็ นจ านวนเล็กน้อย โดยเมื่อเทียบสัดส่วนเป็ นร้อยละของน ้าหนักที่เกินคิดเป็ นร้อยละ 6.4 จึงไม่น่าจะมีผลกระทบต่อความช ารุดเสียหายของถนนในระดับรุนแรง ดังนี้ ค าพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค ที่ไม่ริบรถยนต์บรรทุกของกลาง และให้คืนรถยนต์บรรทุกแก่เจ้าของจึงเหมาะสมแก่พฤติการณ์และ ความรุนแรงแห่งคดีแล้ว คดีไม่มีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย อัยการสูงสุดจึงมีค าสั่งไม่รับรองฎีกา ของโจทก์ ที่มำ : แนววินิจฉัยคดีส านวนรับรองฎีกาที่ รฎ 30/2565 ของส านักงานคดีอัยการสูงสุด จาก ระบบจัดการความรู้ (Knowledge Management System : KMS) ส านักงานอัยการสูงสุด นำงศิริอร มณีสินธุ์ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 77/2566 /2563 ---------------------------- เรื่อง หลักอำวุโสของข้ำรำชกำรพลเรือนสำมัญ ข้ำรำชกำรตุลำกำร และข้ำรำชกำรอัยกำร โดยทั่วไปคนเข้าใจว่า คนที่มีอายุมากกว่าถือว่าเป็ นคนที่มีอาวุโสกว่า แต่ในราชการการแต่งตั้งหรือ เลื่อนต าแหน่งในระดับที่สูงขึ้นของข้าราชการพลเรือนสามัญนั้น ก.พ. ไม่ได้ก าหนดหลักเกณฑ์เรื่องอาวุโส ไว้แต่อย่างใด การให้ความเห็นเรื่องหลักอาวุโสของข้าราชการพลเรือนสามัญ รวมถึงข้าราชการตุลาการ และ ข้าราชการอัยการ ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ค าว่า“อาวุโส” มีปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 56 ก าหนดให้“หัวหน้าส่วนราชการประจ าจังหวัด” ซึ่งมีอาวุโสตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ เป็ นผู้รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด และมาตรา 64 วรรคสาม ก าหนดให้“หัวหน้าส่วนราชการ ประจ าอ าเภอ” ซึ่งมีอาวุโสตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ เป็ นผู้รักษาราชการแทนนายอ าเภอ นอกจากนี้ ยังปรากฏอยู่ในระเบียบส านักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการใช้การเก็บรักษา การซ่อม บ ารุง รถส่วนกลางและรถรับรอง พ.ศ. 2536 ข้อ 3 นิยามค าว่า “ผู้ควบคุมรถ” หมายถึง ผู้ใช้รถในกรณีที่ ผู้ใช้รถเดินทางไปกับรถยนต์ผู้เดียว และผู้อาวุโสที่สุดในกรณีที่การใช้รถมีผู้ร่วมเดินทางไปหลายคน ก.พ. ได้มีการจัดล าดับ “อาวุโส” ในระบบราชการ ส าหรับข้าราชการพลเรือนสามัญไว้ตามหนังสือ ตอบข้อหารือ ที่ นร 0604/1184 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2529 โดยมีการเรียงล าดับของอาวุโส สรุปดังนี้ 1. ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดด ารงต าแหน่งในระดับที่สูงกว่า ถือว่าผู้นั้นอาวุโสกว่า(กรณีข้าราชการ พลเรือนสามัญ ระดับของต าแหน่ง อาจเทียบตามหนังสือส านักงาน ก.พ. ที่ นร 1006/ว 12 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2551) 2. ถ้าเป็ นผู้ที่ด ารงต าแหน่งในระดับเดียวกัน ผู้ใดได้รับแต่งตั้งให้ด ารงต าแหน่งระดับนั้นก่อน ถือว่า ผู้นั้นอาวุโสกว่า 3. ถ้าเป็ นผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ด ารงต าแหน่งระดับเดียวกันพร้อมกัน ผู้ใดได้รับเงินเดือนมากกว่าถือว่า ผู้นั้นอาวุโสกว่า 4. ถ้าเป็ นผู้ที่ได้รับเงินเดือนเท่ากัน ผู้ใดมีอายุราชการมากกว่าถือว่าผู้นั้นอาวุโสกว่า 5. ถ้าเป็ นผู้ที่มีอายุราชการเท่ากัน ผู้ใดได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในชั้นสูงกว่าถือว่าผู้นั้นอาวุโสกว่า 6. ถ้าเป็ นผู้ที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในชั้นเดียวกัน ผู้ใดได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นนั้นก่อน ถือว่าผู้นั้นอาวุโสกว่า KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 20 มีนำคม 2566


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 7. ถ้าเป็ นผู้ที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในชั้นเดียวกันพร้อมกัน ผู้ใดมีอายุแก่กว่าถือว่าผู้นั้น อาวุโสกว่า ดังนั้น จะเห็นได้ว่าส าหรับข้าราชการพลเรือนสามัญนั้น การอ้างว่าตนเองมีอาวุโสมากกว่าเพราะ อายุแก่กว่านั้น จึงไม่ถูกต้องเพราะตามหนังสือตอบข้อหารือดังกล่าวข้างต้น อายุตัว นั้น นับอยู่ในล าดับ ท้ายสุด ส าหรับ “ระบบอาวุโส” ของข้าราชการตุลาการของศาลยุติธรรมและข้าราชการอัยการ เนื่องจาก ข้าราชการตุลาการของศาลยุติธรรมและข้าราชการอัยการเป็ นข้าราชการที่อยู่ในองค์กรบริหารงานบุคคล ที่แตกต่างกับข้าราชการพลเรือนสามัญทั่วไปซึ่งใช้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ส่วนข้าราชการตุลาการของศาลยุติธรรมใช้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มีคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ท าหน้าที่บริหารงานบุคคล และข้าราชการอัยการ ใช้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ ายอัยการ พ.ศ. 2553 มีคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ท าหน้าที่ บริหารงานบุคคล การบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวกับการจัดล าดับอาวุโสของข้าราชการตุลาการของศาลยุติธรรม และข้าราชการอัยการมีลักษณะที่เหมือนกันและสามารถเทียบเคียงกันได้จึงไม่น าแนวทางการจัดล าดับ อาวุโสของข้าราชการพลเรือนสามัญมาใช้เพราะการจัดล าดับอาวุโสของข้าราชการตุลาการของศาลยุติธรรม และข้าราชการอัยการนั้นมีก าหนดไว้ในกฎหมายเป็ นการเฉพาะแล้ว ดังนี้ - ข้ำรำชกำรตุลำกำรของศำลยุติธรรม พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรฝ่ ำยตุลำกำร พุทธศักรำช 2479 มาตรา 25 ภายใต้บังคับมาตรา 23 ผู้ที่สอบได้คะแนนสูงมีสิทธิที่จะได้รับเลือกเข้ารับราชการก่อน ผู้ที่ได้คะแนนต ่าลงมาตามล าดับ พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรฝ่ ำยตุลำกำร พุทธศักรำช 2482 มาตรา 25 ภายใต้บังคับมาตรา 23 ผู้ที่สอบได้คะแนนสูงมีสิทธิที่จะได้รับเลือกเข้ารับราชการก่อน ผู้ที่ได้คะแนนต ่าลงมาตามล าดับ พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรฝ่ ำยตุลำกำร พุทธสักรำช* 2485 มาตรา 29 ผู้ที่สอบได้คแนน* สูงมีสิทธิที่จะได้รับเลือกเข้ารับราชการก่อนผู้ที่ได้คแนน * ต ่าลงมา ตามล าดับ พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรฝ่ ำยตุลำกำร พ.ศ. 2497 มาตรา 23 วรรคแรก ผู้ที่สอบได้คะแนนสูงให้ได้รับบรรจุเป็ นข้าราชการตุลาการในต าแหน่งผู้ช่วย ผู้พิพากษาก่อนผู้ที่ได้คะแนนต ่าลงมาตามล าดับแห่งบัญชีสอบคัดเลือก * เป็ นค าที่มาจากต้นฉบับกฎหมาย KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรฝ่ ำยตุลำกำร พ.ศ. 2521 มาตรา 29 วรรคแรก ผู้สอบคัดเลือกที่ได้คะแนนสูง ให้ได้รับบรรจุเป็ นข้าราชการตุลาการและ แต่งตั้งให้ด ารงต าแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาก่อนผู้ที่ได้รับคะแนนต ่าลงมาตามล าดับแห่งบัญชีสอบคัดเลือก หากได้คะแนนเท่ากันให้จับสลากเพื่อจัดล าดับที่ระหว่างผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันนั้น พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรฝ่ ำยตุลำกำรศำลยุติธรรม พ.ศ. 2543 (ฉบับที่ใช้อยู่ ในปัจจุบัน) มาตรา 31 วรรคแรก ให้ผู้สอบคัดเลือกที่ได้คะแนนสูงได้รับการบรรจุเป็ นข้าราชการตุลาการและ แต่งตั้งให้ด ารงต าแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาก่อนผู้ที่ได้รับคะแนนต ่าลงมาตามล าดับแห่งบัญชีสอบคัดเลือก หากได้คะแนนเท่ากันให้จับสลากเพื่อจัดล าดับในระหว่างผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันนั้น - ข้ำรำชกำรอัยกำร พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรฝ่ ำยอัยกำร พ.ศ. 2503 มาตรา 26 วรรคแรก ผู้ที่สอบได้คะแนนสูงให้ได้รับบรรจุก่อนผู้ที่ได้คะแนนต ่าลงมาตามล าดับ แห่งบัญชีสอบคัดเลือก พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรฝ่ ำยอัยกำร พ.ศ. 2521 มาตรา 35 วรรคแรก ผู้สอบคัดเลือกที่ได้คะแนนสูงให้ได้รับบรรจุเป็ นข้าราชการอัยการ และแต่งตั้ง ให้ด ารงต าแหน่งอัยการผู้ช่วยก่อนผู้ที่ได้รับคะแนนต ่าลงมาตามล าดับแห่งบัญชีสอบคัดเลือก หากได้คะแนน เท่ากันให้ใช้วิธีจับสลากเพื่อจัดล าดับที่ระหว่างผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันนั้น พระรำชบัญญัติระเบียบข้ำรำชกำรฝ่ ำยอัยกำร พ.ศ. 2553 (ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน) มาตรา 54 วรรคแรกให้ผู้สอบคัดเลือกที่ได้คะแนนสูงได้รับการบรรจุเป็ นข้าราชการอัยการและแต่งตั้ง ให้ด ารงต าแหน่งอัยการผู้ช่วยก่อนผู้ที่ได้รับคะแนนต ่าลงมาตามล าดับแห่งบัญชีสอบคัดเลือกหากได้คะแนน เท่ากันให้จับสลากเพื่อจัดล าดับในระหว่างผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันนั้น จะเห็นได้ว่าตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวข้างต้นได้ก าหนดหลักเกณฑ์การจัดล าดับอาวุโส ของข้าราชการตุลาการของศาลยุติธรรมและข้าราชการอัยการไว้ชัดแจ้ง โดยได้ก าหนดให้ผู้สอบคัดเลือกที่ได้ คะแนนสูงมีอาวุโสสูงกว่าผู้ที่ได้รับคะแนนต ่าลงมาตามล าดับแห่งบัญชีสอบคัดเลือก หากได้คะแนนเท่ากันให้ จับสลากเพื่อจัดล าดับในระหว่างผู้ที่ได้คะแนนเท่ากัน ซึ่งการจัดล าดับอาวุโสตามหลักดังกล่าวได้ยึดถือเป็ น ประเพณีปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน จนถึงขนาดบัญญัติเป็ นกฎหมายให้ยึดถือและปฏิบัติตาม ข้าราชการตุลาการของศาลยุติธรรมและข้าราชการอัยการ เมื่อสอบคัดเลือกผ่านเข้าสู่ต าแหน่ง ได้แล้วจะได้รับการบรรจุเป็ นผู้ช่วยผู้พิพากษาหรืออัยการผู้ช่วย และแต่ละคนจะได้เลขประจ าต าแหน่ง (หมายเลขประจ าตัว) เรียงตามล าดับอาวุโสตามหลักอาวุโสดังกล่าวข้างต้น และติดตัวของแต่ละคนไปตลอด อายุราชการโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็ นประวัติการปฏิบัติราชการ อันเป็ นการจัดล าดับอาวุโสตามบทบัญญัติ แห่งกฎหมาย ท าให้ข้าราชการตุลาการของศาลยุติธรรมและข้าราชการอัยการมีการบริหารงานบุคคล KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ที่ยึดหลัก “ระบบอาวุโส” เป็ นระบบคุณธรรมที่ใช้เกณฑ์ความรู้ความสามารถของบุคคลตั้งแต่เข้ารับราชการ ท าให้มีความเป็ นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย ในการเลื่อนต าแหน่งต่างๆ จะเป็ นไปตามล าดับอาวุโส ท าให้มีความมั่นคงในอาชีพราชการ การยึดหลักล าดับอาวุโสเช่นนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้มีปัญหาการทุจริต ภายในองค์กร ไม่มีการวิ่งเต้นหรือการต้องจ่ายเงินเพื่อแลกกับการได้เลื่อนต าแหน่ง ไม่มีพรรคพวกหรือ การแบ่งฝ่ ายกันภายในองค์กร ไม่มีเส้นสาย การท างานจึงไม่มีความจ าเป็ นต้องเข้าหาประจบประแจง ผู้บริหารเพราะไม่มีใครสามารถช่วยให้ข้ามล าดับอาวุโสได้ท าให้เกิดความสามัคคีในองค์กรเพราะทุกคน ทราบดีอยู่แล้วว่าตัวเองจะอยู่ในต าแหน่งบริหารต าแหน่งใดเป็ นต าแหน่งสุดท้าย ซึ่งในอดีตได้เคยมี การแต่งตั้งข้ามล าดับอาวุโสก่อให้เกิดวิกฤตในองค์กร และส่งผลกระทบถึงการพัฒนาองค์กรในระยะยาว ข้าราชการตุลาการของศาลยุติธรรม ในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน เลื่อนต าแหน่งต่าง ๆ จะเป็ นไปตามล าดับอาวุโสเป็ นส าคัญ โดยไม่มีการแซงข้ามล าดับอาวุโสกันเด็ดขาด แต่หากข้าราชการตุลาการ คนใดบกพร่องในหน้าที่ ละเลย ขาดความรับผิดชอบ หากไม่ร้ายแรงถึงขั้นไล่ออก หรือปลดออก ก.ต. อาจมีมติให้ลดล าดับอาวุโสของข้าราชการตุลาการผู้นั้นลงได้หรือเรียกว่า “ตกคิว” หรืออาจ “ตกรุ่น” ไปเลย ดังนั้นข้าราชการตุลาการจะรู้ได้ทันทีในวันประกาศผลสอบว่าตัวเอง จะอยู่ในต าแหน่งบริหาร ต าแหน่งใดเป็ นต าแหน่งสุดท้าย และล าดับอาวุโสยังมีความส าคัญในเรื่องจารีตประเพณีเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้องใส่ใจปฏิบัติต่อผู้มีอาวุโสต่างกัน โดยข้าราชการตุลาการจะให้ความเคารพกันตามล าดับ อาวุโส กล่าวคือ ผู้สอบเข้ามาภายหลังมีอาวุโสน้อยจะท าความเคารพผู้สอบเข้ามาได้ก่อนซึ่งมีอาวุโส มากกว่า โดยจะไม่ค านึงว่ามีอายุน้อยกว่าตนหรือไม่ อันเป็ นการให้เกียรติกันตามประเพณี ข้าราชการอัยการ เมื่อสอบผ่านเป็ นอัยการผู้ช่วยแต่ละคนจะมีเลขประจ าต าแหน่งเป็ นล าดับอาวุโส ประจ าตัวเป็ นประวัติการปฏิบัติราชการและติดตัวไปตลอดอายุราชการ ดังนั้นข้าราชการอัยการจะรู้ได้ทันที ในวันประกาศผลสอบว่าตัวเองจะอยู่ในต าแหน่งบริหารต าแหน่งใดเป็ นต าแหน่งสุดท้าย แต่เมื่อกาลเวลาผ่าน ไปล าดับอาวุโสที่ก าหนดตามกฎหมายกลับมีการข้ามล าดับอาวุโสกัน โดยในขณะนั้นการประเมินผลการ ปฏิบัติงานยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรและการเลื่อนขั้นเงินเดือนมากกว่าหนึ่งขั้นมักจะไม่ได้เชื่อมโยงกับ ผลการปฏิบัติงานโดยตรง แต่จะมีปัจจัยอย่างอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ความรู้จักคุ้นเคยกับผู้บริหาร เป็ นต้น ในปั จจุบันจึงมีความเข้าใจผิดน าล าดับต าแหน่งมาใช้แสดงจนท าให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็ นล าดับอาวุโส ตามที่กฎหมายก าหนด เป็ นการท าลายขวัญและก าลังใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการอัยการและเป็ นผล อันไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้ นในการบริหารงานบุคคล ซึ่งแตกต่างจากข้าราชการตุลาการของศาลยุติธรรม ซึ่งยึดล าดับอาวุโสตามที่กฎหมายก าหนดอย่างเคร่งครัดตั้งแต่การเข้ารับราชการโดยไม่มีการแซงข้ามล าดับ อาวุโสกัน ท าให้การบริหารงานบุคคลของข้าราชการอัยการไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการน าล าดับ อาวุโสมาใช้ตามที่กฎหมายบัญญัติอันจะท าให้เป็ นสาเหตุเกิดปัญหาในการบริหารงานบุคคลติดตามมา และส่งผลกระทบถึงการพัฒนาองค์กรในระยะยาวต่อไป KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th บุคลากรถือเป็นทรัพยากรที่ส าคัญที่สุดในองค์กร ซึ่งจะช่วยให้ภารกิจขององค์กรบรรลุเป้ าหมาย อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดการขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นคงยั่งยืน บุคลากรขององค์กรจึงควรมีความ มั่นคงในอาชีพราชการและได้รับความเป็ นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้าย โดยเฉพาะข้าราชการตุลาการของ ศาลยุติธรรมและข้าราชการอัยการซึ่งเป็ นองค์กรในกระบวนการยุติธรรม การยึดเคารพหลักล าดับอาวุโส ตามกฎหมายจึงมีความเหมาะสมและน่าจะท าให้เกิดความเป็ นธรรมมากที่สุด ปั ญหาระบบอุปถัมภ์ ในวงราชการ มีการวิ่งเต้นให้ได้มาซึ่งต าแหน่งหน้าที่ที่สูงขึ้ นเป็ นปัญหาเรื้ อรังเสมือนเนื้ อร้ายที่ฝังรากลึก คอยกัดกินและบ่อนท าลายบ้านเมืองตลอดมา องค์กรที่ใช้ระบบอุปถัมภ์จะเต็มไปด้วยคนที่ปรารถนาจะเป็ น ใหญ่เป็ นโต มีอ านาจวาสนา โดยไม่ค านึงถึงวิธีการที่ได้มาที่ถูกต้อง และน าไปสู่ปัญหาทุจริตภายในองค์กร ผู้ที่ท าหน้าที่บริหารงานบุคคลในทุกองค์กรจึงควรตระหนักถึงความส าคัญเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรม ของการบริหารทรัพยากรบุคคล และยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม เพื่อให้การบริหารงานบุคคลเป็ นไป อย่างโปร่งใส เป็ นธรรม สามารถอธิบายและตรวจสอบได้ ที่มำ : หลักอาวุโสของข้าราชการพลเรือนสามัญ ข้าราชการตุลาการ และข้าราชการอัยการ จาก ดร.อดิศร ไชยคุปต์ผู้ตรวจการอัยการ. แนวทางการสั่งคดีอาญาที่จะไม่เป็ นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติ หรือ ต่อผลประโยชน์อันส าคัญของประเทศ เพื่อการพัฒนากระบวนการยุติธรรมไทยชั้นพนักงานอัยการ, มกราคม 2566, หน้า 67-71. นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) แนวทำงกำรสั ่งคดีอำญำที่จะไม่เป็ นประโยชน์แก่สำธำรณชน หรือมีผลกระทบต่อควำมปลอดภัยหรือควำมมั ่นคงของชำติ หรือต่อผลประโยชน์อันส ำคัญของประเทศ เพื่อกำรพฒันำกระบวนกำรยุตธิรรมไทยช้ันพนักงำนอยักำร


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 78/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th ---------------------------- เรื่อง วิวัฒนำกำรกำรใช้ดุลพินิจในกำรสั ่งไม่ฟ้ องคดีอำญำ ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการสั่งไม่ฟ้ องคดีอาญาที่ไม่เป็ นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบต่อ ความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติหรือต่อผลประโยชน์อันส าคัญของประเทศ เพื่อให้เกิดความเข้าใจควรที่จะได้ ท าการศึกษาถึงวิวัฒนาการของการใช้ดุลพินิจในการสั่งคดีของพนักงานอัยการ โดยศึกษาถึงกฎหมาย แนวทางปฏิบัติ ความเห็นและค าสั่ง ในการใช้ดุลพินิจในการสั่งไม่ฟ้ องที่ผ่านมา นับตั้งแต่ประกาศใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2478 เป็ นต้นมา จนถึง ปีพ.ศ. 2528 พนักงานอัยการได้ใช้หลักการฟ้ องคดีอาญาตามดุลพินิจนี้ สั่งไม่ฟ้ องและถอนฟ้ องผู้กระท าผิดบางประเภทมาแล้ว หลายครั้งหลายหน เช่น การสั่งไม่ฟ้ องผู้ต้องหาเพื่อกันไว้เป็ นพยาน การสั่งไม่ฟ้ องราษฎรที่ยากจนและบุกรุกเข้าไปท ากินในที่ ป่ าสงวนแห่งชาติโดยถือเป็ นนโยบายรัฐบาล1 เป็ นต้น แต่มิได้มีการเก็บรวบรวมสถิติไว้และมิได้มีระเบียบก าหนดขอบเขต หรือหลักเกณฑ์ประกอบการใช้ดุลพินิจสั่งไม่ฟ้ องเอาไว้โดยตรงแต่อย่างใด คงเพียงปรากฏหลักการและเหตุผลของการใช้ดุลพินิจ สั่งไม่ฟ้ องทั้ง ๆ ที่เชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระท าผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริงในความเห็นสั่งคดีเพียง 5 เรื่องเท่านั้น คือ 1. สั่งไม่ฟ้ องหญิงชรามีสตางค์แดงไว้ในความครอบครองเกินอัตราที่ก าหนดในกฎหมาย 2. สั่งไม่ฟ้ องกรณีร้านจ าหน่ายฝิ่นมีมูลฝิ่น 3. สั่งไม่ฟ้ องกรณีการค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ของราษฎรชายแดน 4. สั่งไม่ฟ้ องพยานแผ่นดิน 5. สั่งไม่ฟ้ องกรณีราษฎรชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองปราบปรามการท านาเกลือสินเธาว์ ____________________ 1 ส านักนายกรัฐมนตรี. “หนังสือ ด่วนมาก ที่ สร 0203/4380 เรื่องราษฎรเข้าไปท ากินในที่ป่ าสงวนแห่งชาติ”. 4 เมษายน 2518; และกระทรวงมหาดไทย “บันทึกกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0608/816 เรื่อง ราษฎรเข้าท ากินในที่ป่ าสงวนแห่งชาติ”. 27 พฤษภาคม 2518. ที่มำ : ดร.อดิศร ไชยคุปต์ ผู้ตรวจการอัยการ. แนวทางการสั่งคดีอาญาที่จะไม่เป็ นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบ ต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์อันส าคัญของประเทศ เพื่อการพัฒนากระบวนการยุติธรรมไทย ชั้นพนักงานอัยการ, มกราคม 2566, หน้า 27. นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 21 มีนำคม 2566 แนวทำงกำรสั ่งคดีอำญำที่จะไม่เป็ นประโยชน์แก่สำธำรณชน หรือมีผลกระทบต่อควำมปลอดภัยหรือควำมมั ่นคงของชำติ หรือต่อผลประโยชน์อันส ำคัญของประเทศ เพื่อกำรพฒันำกระบวนกำรยุตธิรรมไทยช้ันพนักงำนอยักำร


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 79/2566 /2563 ---------------------------- เรื่อง ตัวอย่ำงวิวัฒนำกำรกำรใช้ดุลพินิจในกำรสั ่งไม่ฟ้ องคดีอำญำ กรณีพยำนแผ่นดิน กรณีนี้ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ส. ได้ไปแจ้งความกล่าวหา สจ. (ซึ่งเป็ นเจ้าพนักงาน) กับ น. และ จ. ว่าได้ร่วมกันเรียก และรับสินบน ต่อมาจึงได้มีการสอบสวนและพนักงานอัยการได้ฟ้ องบุคคลทั้งสามฐานเป็ นเจ้าพนักงานเรียกและรับสินบน เพราะ บุคคลทั้งสามได้ร่วมกันเรียกเงินจาก ส. เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่ สจ. จะสั่งอนุญาตให้ส. เข้าอาศัยหรือท าประโยชน์เป็ นการ ชั่วคราวในป่ าสงวน และ ส. ได้ให้เงินแก่บุคคลทั้งสามไป ส. เป็ นพยานปากส าคัญทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นศาล จนในที่สุด ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษบุคคลทั้งสาม ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ด าเนินคดีแก่ ส. ในข้อหาให้สินบนเจ้าพนักงานในเรื่องเดียวกันนั้นเอง และมีความเห็นควร สั่งฟ้ อง พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้ อง โดยเห็นว่า (1) คดีขาดพยานหลักฐาน เนื่องจากไม่ได้พยานบุคคลที่รู้เห็นในประเด็นที่ ส. น าทรัพย์สินไปให้สจ. มาเป็ นพยานในคดีใหม่นี้ (2) ส. เป็ นพยานให้แก่รัฐจนศาลพิพากษาลงโทษ สจ. กับพวกไปแล้ว โดยหลักแห่งความเป็ นธรรม ส. ย่อมจะไม่ถูกด าเนินคดีเพราะถ้าจะมีการด าเนินคดีท านองนี้ แล้ว ต่อไปจะไม่มีผู้ใดกล้าร้องเรียน กล่าวโทษเจ้าพนักงานว่ากระท าการทุจริตอีก และ (3) บทบัญญัติประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติเอาโทษเจ้าพนักงาน ผู้รับสินบนหนักกว่าราษฎรผู้ให้สินบน จึงเห็นได้ว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการปราบปรามเจ้าพนักงานมากกว่า อธิบดีกรมต ารวจ(ผู้บัญชาการต ารวจแห่งชาติ) มีความเห็นแย้งว่าควรฟ้ องเพราะ 1. พยานหลักฐานฟังได้ว่า ส. กระท าความผิดจริง 2. การด าเนินคดีกับ ส. จะเป็ นผลดีในการป้ องกันมิให้มีการทุจริตท านองนี้ เกิดขึ้ น โดยจะท าให้ผู้ที่คิดจะให้สินบน แก่เจ้าพนักงานเกิดเกรงกลัวความผิดไม่กล้ากระท า เพราะตนจะต้องได้รับโทษด้วย 3. ปัญหาว่า ส. ควรต้องรับโทษเพียงใดหรือไม่ ควรให้ศาลเป็ นผู้ใช้ดุลพินิจจะเหมาะสมกว่า ทั้งคดีนี้ ก็เป็ นคดีครึกโครม เป็ นที่สนใจของประชาชนทั่วไป อธิบดีกรมอัยการ(อัยการสูงสุด) เห็นว่า ในการพิจารณาชี้ ขาดคดีนี้ ควรจะพิจารณาประเด็นในปัญหาที่ว่าพนักงาน อัยการสมควรจะฟ้ องพยานของพนักงานอัยการที่ได้น ามาเป็ นพยานเบิกความต่อศาลในคดีที่พยานผู้นั้นมีส่วนร่วมกระท าผิด กับจ าเลยที่ศาลได้ลงโทษไปแล้วนั้นหรือไม่เสียก่อน แล้วจึงจะกล่าวประเด็นปัญหาเรื่องพยานหลักฐานในคดีนี้ 1. ในประเด็นแรกอธิบดีกรมอัยการ (อัยการสูงสุด) เห็นว่า 1.1 จากข้อเท็จจริงที่ว่า ส. ได้เบิกความเป็ นพยานส าคัญของอัยการ จนในที่สุดศาลฎีกาได้พิพากษาลงโทษ สจ. กับพวก คดีถึงที่สุดไปแล้ว พนักงานอัยการในฐานะเป็ นผู้แทนของรัฐในการอ านวยบริการ คือ ด าเนินคดีจนเจ้าพนักงานกับผู้ร่วม กระท าผิดได้รับโทษไปแล้ว ก็จะต้องใช้อ านาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ คือ เป็ นผู้รักษากฎหมายเป็ นทนายแผ่นดินและเป็ น กึ่งตุลาการโดยชอบด้วยศีลธรรม คือ ไม่ควรจะกลับฟ้ องบุคคลผู้ซึ่งในครั้งหนึ่งได้รับอนุญาตให้น าข้อเท็จจริงให้การเป็ นพยาน เป็ นปรปักษ์ต่อบุคคลผู้ร่วมในความผิดนั้นซ ้าอีกครั้งหนึ่ง KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 22 มีนำคม 2566


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 1.2 มีคดีอาญาจ านวนมากที่ได้เคยกันเอาผู้ต้องหาว่าได้ร่วมกระท าผิดบางคนมาเป็ นพยาน เพื่อฟังลงโทษผู้ต้องหาอื่น และก็ไม่เคยปรากฏว่าในภายหลังกลับสอบสวนพยานเหล่านั้นมาฟ้ องอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น การที่พนักงานอัยการจะกลับ ฟ้ อง ส. ผู้ต้องหาในคดีนี้ นอกจากจะเป็ นการใช้อ านาจหน้าที่ไม่สมคล้อยตามหลักของพนักงานอัยการโดยนัยดังกล่าวแล้ว ยังจะ ส่งผลกระทบกระเทือนให้ประชาชนผู้ถูกเจ้าพนักงานเรียกร้องหรือรับทรัพย์สินในต าแหน่งหน้าที่โดยทุจริต เกิดความเกรงกลัว ไม่กล้าเสี่ยงตนที่อาจจะถูกฟ้ องกลับในภายหลังอย่างเช่นในกรณีนี้ อีกด้วย และจะเป็ นผลร้ายอย่างยิ่งแก่รัฐที่จะท าให้ความผิด เช่นนี้ ไม่เกิดเป็ นคดีขึ้ น 1.3 ความผิดฐานให้สินบนเจ้าพนักงานนั้น ต้องวินิจฉัยในเบื้ องแรกเสียก่อนว่าประสงค์จะเอาผิดแก่ผู้ให้หรือผู้รับ หรือ จะเอาผิดแก่ทั้งสองฝ่ ายซึ่งขึ้ นอยู่ที่สามารถจะสืบสวนหรือสอบสวนหาพยานหลักฐานได้เพียงใด ถ้ามีพยานหลักฐาน แต่เพียงฝ่ายผู้ให้ที่จะแสดงความผิดของผู้รับได้ก็ฟ้ องผู้รับโดยอ้างผู้ให้เป็ นพยาน ซึ่งในกรณีทั่วๆไปอย่างดีก็อาศัยหลักฐาน ในลักษณะเพียงเท่านี้ เพราะประสงค์จะปราบปรามเจ้าพนักงานผู้ทุจริต แต่ถ้าสามารถหาพยานหลักฐานอันเป็ นกลางที่จะแสดง ความผิดของทั้งสองฝ่ายได้การที่จะฟ้ องทั้งผู้ให้และผู้รับไปด้วยกัน ก็เป็ นการชอบด้วยเหตุผลและความยุติธรรม ในทางกลับกัน ถ้าอาศัยผู้ให้มาแสดงเป็ นพยานหลักฐานฟ้ องให้ลงโทษฝ่ายผู้รับแล้วภายหลังจะย้อนกลับมาฟ้ องผู้ให้อีกจะเป็ นการเสียความ ยุติธรรมและเสียศีลธรรม ซึ่งโดยหลักของพนักงานอัยการไม่อาจจะอ านวยบริการเช่นนั้นได้(4) ข้อที่ว่าการที่ผู้ต้องหาจะควร ได้รับโทษเพียงใดหรือไม่ ควรมอบให้เป็ นดุลพินิจของศาลจะเป็ นการเหมาะสมกว่านั้น โดยที่การวินิจฉัยในการสั่งฟ้ องหรือ ไม่ฟ้ อง พนักงานอัยการเป็ นกึ่งตุลาการ พนักงานอัยการจึงจะต้องใช้ดุลพินิจในชั้นที่จะฟ้ องหรือไม่ฟ้ องเสียก่อนว่าบุคคลใด สมควรจะถูกฟ้ องหรือไม่ เพราะเหตุใด 2.ในประเด็นปั ญหาที่ว่า พยานหลักฐานจะเพียงพอแก่การพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหาในคดีนี้ หรือไม่ อธิบดีกรมอัยการ (อัยการสูงสุด) เห็นชอบด้วยกับความเห็นของผู้ตรวจส านวนและเห็นว่าไม่จ าเป็ นต้องกล่าวซ ้าอีก อธิบดีกรมอัยการ(อัยการสูงสุด) จึงชี้ ขาดไม่ฟ้ อง ส. 1 ในการสั่งคดีนี้ ศาสตราจารย์ดร. คณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด ได้ให้ความเห็นว่าการใช้ดุลพินิจไม่ฟ้ องคดี เป็ นขั้นตอนสุดท้ายของการพิจารณาในการสั่งคดีและได้ตั้งข้อสังเกตว่า กรณีอธิบดีกรมอัยการ(อัยการสูงสุด) ชี้ ขาดไม่ฟ้ อง ส. ประการแรกในการวินิจฉัยคดีของอธิบดีกรมอัยการ(อัยการสูงสุด)ที่เริ่มพิจารณาปัญหาพยานแผ่นดินก่อนการวินิจฉัย พยานหลักฐาน เห็นว่าเป็ นการข้ามขั้นตอนการพิจารณาสั่งคดีไป เพราะถ้าได้ความในประเด็นหลังว่าพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์ ความผิดของ ส. มีไม่เพียงพอแล้ว อธิบดีกรมอัยการ (อัยการสูงสุด) ก็ชอบที่จะชี้ ขาดไม่ฟ้ องคดีนี้ เพราะเหตุพยานหลักฐานไม่พอ เลยทีเดียว ซึ่งถ้าเป็ นดังนี้ ประเด็นที่ว่าจะควรใช้ดุลพินิจไม่ฟ้ องพยานแผ่นดินหรือไม่ก็ไม่เกิดขึ้ น2 แนวความคิดในเรื่องการกันผู้ต้องหาไว้เป็ นพยาน โดยการสั่งไม่ฟ้ องผู้ต้องหาบางคนและกันไว้เป็ นพยานนั้น ก็ได้มีการใช้กันอย่างทั่วไปในต่างประเทศ อันเป็ นการใช้ดุลพินิจสั่งไม่ฟ้ องคดีอาญาของพนักงานอัยการ ศาลในประเทศไทย ก็ยอมรับ โดยให้เหตุผลว่าแม้พยานจะมีส่วนเกี่ยวข้องสนับสนุนให้เกิดการกระท าผิดด้วย แต่โจทก์มิได้ฟ้ องเป็ นจ าเลยด้วย กฎหมายจึงมิได้ห้ามโจทก์อ้างเป็ นพยานมาเบิกความสนับสนุนค าฟ้ องของโจทก์ค าเบิกความก็ไม่ต้องห้ามมิให้รับฟัง ตามกฎหมายแต่ประการใด แต่ต้องพิเคราะห์ค าเบิกความของพยานด้วยความระมัดระวัง3 ข้อส าคัญพยานที่กันไว้เป็ นพยานและ น าเข้าสืบชั้นศาลนี้ พนักงานสอบสวนหรือโจทก์จะต้องไม่จูงใจ มีค ามั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือโดยมิชอบด้วยประการอื่น --------------- 1 ดูเพิ่มเติมที่ “อ านาจสั่งคดีของพนักงานอัยการ”. อัยกำรนิเทศ 30, 1 (2511). หน้า 16-24. 2 ดูเพิ่มเติมที่ “อ านาจสั่งคดีของพนักงานอัยการ”. อัยกำรนิเทศ 30, 1 (2511). หน้า 54. 3 ค าพิพากษาฎีกาที่ 1640/2526. KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ถ้าหากมีการกระท าดังกล่าวแล้ว ก็ต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 แม้จะอ้างและสืบไป หากได้ความในชั้นศาลว่ามีการกระท าดังกล่าวศาลจะไม่รับฟัง และถือว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐาน ส่วนการที่ศาลจะพิเคราะห์ เพียงใด เป็ นเรื่องที่ศาลจะใช้ดุลพินิจชั่งน ้าหนักพยานหลักฐาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 อีกกรณีหนึ่ง ทั้งนี้ เพราะกฎหมายจะห้ามไว้เฉพาะโจทก์อ้างจ าเลยเป็ นพยานไม่ได้เท่านั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 232 ในทางปฏิบัติการกันผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระท าความผิด หรือผู้ต้องหาไว้เป็ นพยานนี้ มีจ านวนมาก และเป็ น ที่ยอมรับกันมานานแล้วว่า พนักงานสอบสวนหรือโจทก์มีอ านาจกระท าได้เพราะคดีเรื่องนั้นไม่มีพยานอื่นที่เห็นเหตุการณ์อีก และพยานแวดล้อมก็ไม่พอที่จะน าสืบให้ศาลลงโทษได้ทั้งผู้ต้องหาในเรื่องนั้นมีหลายคน บางคนเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็ น ผู้ที่กระท ายังห่างไกลต่อการกระท าความผิด แม้จะมีส่วนร่วมด้วยแต่ก็ไม่ถึงกับได้มีการกระท ารุนแรง ในเมื่อไม่มีพยานอื่นใด ก็จ าเป็ นอย่างยิ่งที่จะต้องฆ่าปลาตัวใหญ่และเลี้ ยงปลาตัวเล็กเอาไว้ดีเสียกว่าจะปล่อยปลาออกไปทั้งสองกระพร่องหรือ ทั้งหมด หากปล่อยไปทั้งหมดแล้วผลก็ไม่ได้อะไรเลย สังคมก็จะเดือดร้อนต่อไปอีก ดังนั้น ผู้ที่ร่วมมีส่วนด้วยเพียงเล็กน้อย หรืออยู่หางแถวมักจะได้รับประโยชน์จากการที่จะถูกกันไว้เป็ นพยาน เพราะประจักษ์พยานในปั จจุบันนี้ หายากมาก ด้วยต่างคนต่างคิด เอาตัวรอด สังคมกว้างใหญ่ไพศาลเหลือเกิน ต่างคนต่างอยู่จึงต้องช่วยตัวเองไว้ก่อน การมาเป็ นพยานยุ่งยากมาก บางครั้งอาจ ถูกฆ่าปิ ดปากเสียอีก สังคมไม่อาจคุ้มครองและช่วยเขาได้เขาต้องช่วยตัวเองก่อน ความคิดในแนวนี้ จึงยากที่จะหาพยานในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม หากคดีนั้นมีพยานเพียงพอหรือมีประจักษ์พยานอื่นแล้ว พนักงานสอบสวนหรือโจทก์จะต้องน าพยานนั้นมา จะกันผู้ต้องหาหรือผู้ร่วมเกี่ยวข้องในการกระท าความผิดไว้เป็ นพยานไม่ได้เพราะตามหลักแล้ว ผู้ใดกระท าความผิดจะต้องได้รับ โทษตามกฎหมาย นี่เป็ นกฎของสังคมและจะต้องเป็ นไปเช่นนั้น เพราะถ้ามีการปล่อยให้มีการกันเป็ นพยานมาก ย่อมแสดง ให้เห็นว่าการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนหรือโจทก์นั้นเริ่มอ่อนแอและขาดความสามารถในการแสวงหาพยานหลักฐาน ทั้งพยานที่ได้มาจากกันไว้เป็ นพยานนี้ มักจะถูกต าหนิในชั้นศาลเสมอแทบไม่ได้ผลเท่าที่ประสงค์4 เรื่องพยานแผ่นดิน เป็ นปัญหาเฉพาะของกฎหมายแองโกลอเมริกันในสหรัฐอเมริกา ได้มีการศึกษาค้นคว้าปัญหาพยาน แผ่นดินกันอย่างลึกซึ้ งที่สุด เพราะเป็ นปัญหาที่เกี่ยวพันกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่ว่า “ในคดีอาญาบุคคลจะไม่ถูกบังคับให้ ให้การยันตนเอง….” ในประเทศอื่น ๆ ในระบบแองโกลอเมริกัน เช่น อังกฤษ แคนาดาและสาธารณรัฐอัฟริกาใต้ปัญหาพยาน แผ่นดินก็เกี่ยวพันกับหลักเกณฑ์เรื่องการให้การยันตนเองนี้ เช่นเดียวกัน ซึ่งสรุปได้ว่าในประเทศต่าง ๆ เหล่านั้น พยานอาจ ได้รับประกันว่าจะไม่ถูกด าเนินคดีหรือไม่ถูกลงโทษ ถ้าเขาให้การเป็ นพยานแผ่นดินยันบุคคลอื่น หลักกฎหมายนี้ เกิดขึ้ นมาและ คงอยู่ เพราะมิฉะนั้นแล้ว การด าเนินคดีของรัฐจะปราศจากผลโดยสิ้ นเชิงในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดบางประเภท จุดมุ่งหมาย ที่เป็ นนโยบายทางอาญาก็คือ การขจัดความจ าเป็ นในการสอบสวนซึ่งบ่อยครั้งที่เกิดขึ้ นเกี่ยวพันกับความผิดอาญาที่มีการ จัดองค์การ (Organized Crimes) ซึ่งรวมถึงความผิดฐานให้สินบนด้วย5 การสั่งไม่ฟ้ องพยานแผ่นดินในกรณีเรื่องนี้ หากจะเปรียบเทียบกับเกณฑ์การใช้ดุลพินิจในเยอรมันที่กล่าวมาแล้ว จะเห็นได้ว่า เป็ นเรื่องที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกรณีเหยื่อในความผิดอาญาฐานกรรโชกหรือรีดเอาทรัพย์ของเยอรมัน อัยการจะไม่ด าเนินคดีได้ก็ต่อเมื่อความผิดอาญาที่ถูกข่มขู่ว่าจะเปิ ดเผยนั้นไม่ร้ายแรง กล่าวคือต้องมีการชั่งน ้าหนักระหว่าง ความผิดอาญา 2 ความผิดนั้น ซึ่งในกรณีส. นี้ อธิบดีกรมอัยการ (อัยการสูงสุด) ก็กล่าวถึงการชั่งน ้าหนักของความผิด ทางผู้ให้และผู้รับอยู่เช่นเดียวกันว่าสมควรจะด าเนินคดีกับใคร6 --------------- 4 จิตติ เจริญฉ ่า. “กันไว้เป็ นพยาน”, วำรสำรอัยกำร 7 (กุมภาพันธ์2527). หน้า 65-70. 5 คณิต ณ นคร. “ปัญหาในการใช้ดุลพินิจของอัยการ”. หน้า 54-55. 6 เรื่องเดียวกัน. KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : www.kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ที่มำ : ดร.อดิศร ไชยคุปต์ ผู้ตรวจการอัยการ. แนวทางการสั่งคดีอาญาที่จะไม่เป็ นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบ ต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์อันส าคัญของประเทศ เพื่อการพัฒนากระบวนการยุติธรรมไทย ชั้นพนักงานอัยการ, มกราคม 2566, หน้า 29-33. นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) แนวทำงกำรสั ่งคดีอำญำที่จะไม่เป็ นประโยชน์แก่สำธำรณชน หรือมีผลกระทบต่อควำมปลอดภัยหรือควำมมั ่นคงของชำติ หรือต่อผลประโยชน์อันส ำคัญของประเทศ เพื่อกำรพฒันำกระบวนกำรยุตธิรรมไทยช้ันพนักงำนอยักำร


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 80/2566 /2563 ---------------------------- เรื่อง ตัวอย่ำงวิวัฒนำกำรกำรใช้ดุลพินิจในกำรสั ่งไม่ฟ้ องคดีอำญำ กรณีกำรค้ำขำยเล็กๆ น้อยๆ ของรำษฎรชำยแดน กรณีนี้ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ต้องหาขนสินค้ามีปลาดุกสด 8 ปี บ ราคา 700 บาท และเนื้ อเค็มและ เนื้ อส้ม 14 พวง ราคา 38 บาท ลงเรือข้ามแม่น ้าโขงในตอนที่อยู่นอกทางอนุมัติจากฝั่งไทยเพื่อไปยัง ประเทศลาว โดยไม่ได้เสียภาษีศุลกากร สินค้านี้ เป็ นของต้องควบคุม และการจะน าออกนอกราชอาณาจักร ต้องเสี ยภาษี ศุ ลกากรตามกฎหมาย แต่ มีค าสั่งรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลัง ที่ 12754/2481 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2481 วางหลักการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2480 ข้อ 7 (ค) ว่า “แต่การค้าขายข้ามแดนทางบกนอกทางอนุมัตินั้น ถ้าเป็ นการค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามปกติ ระหว่างราษฎรที่อยู่ชายแดนและของที่น าเข้าหรือส่งออกเป็ นแต่ของพื้ นเมือง ก็ให้คงปล่อยให้ราษฎร ชายแดนเหล่านั้นคงกระท าไปได้ตามเดิม มิให้ปราบปรามประการใด” และมีหนังสือกรมศุลกากร ที่ 11799/2497 ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2497 ถึงศุลกากรเขต 4 หนองคาย เกี่ยวกับค าสั่งนี้ ว่า “เป็ นเรื่อง เกี่ยวกับการให้อ านวยความสะดวกแก่การค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ราคาไม่เกินพันบาท ซึ่งแม้จะได้น าเข้า ส่งออกในท้องที่ที่ไม่มีทางอนุมัติตามชายแดนทางบก ก็ให้อนุมัติให้ท าได้ทั้งนี้ เพื่อมิให้เป็ นการเดือดร้อน แก่ผู้อยู่ทางชายแดน” พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้ องผู้ต้องหา พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้ อง ผู้ว่าราชการจังหวัด มีความเห็นแย้งว่าควรสั่งฟ้ อง เพราะค าสั่งของกระทรวงการคลังจะยกเว้นสินค้าซึ่งต้องห้ามน าออกตาม กฎหมายไม่ได้ อธิบดีกรมอัยการ (อัยการสูงสุด) ชี้ ขาดไม่ฟ้ อง โดยมีเหตุผลว่าเมื่อมีค าสั่งของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังให้ปล่อยราษฎรน าสินค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่งออกนอกราชอาณาจักร นอกทางอนุมัติ โดยไม่ต้องเสียภาษีได้และคดีนี้ ปรากฏว่าผู้ต้องหาน าสินค้าราคาเล็กน้อยออกนอกราชอาณาจักรนอกทาง อนุมัติฉะนั้น เพื่อความยุติธรรมจึงไม่ควรฟ้ องผู้ต้องหา การออกค าสั่งของกระทรวงการคลัง และการที่กรมศุลกากรมีหนังสือถึงศุลกากรเขตเกี่ยวกับค าสั่ง ของกระทรวงการคลัง เป็ นการวางหลักทั่วไปในการด าเนินคดีอาญากับการค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ชายแดน พอฟังได้ว่าประโยชน์สาธารณะในการที่จะด าเนินคดีประเภทนี้ ไม่มีหรือจะกล่าวว่าการค้าขาย เล็ก ๆ น้อย ๆ ชายแดนไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็น่าจะกล่าวได้เพราะการให้งดเว้น KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 23 มีนำคม 2566


www.kmcenter.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th การด าเนินคดีเช่นนั้นก็เพื่อมิให้เดือดร้อนแก่ราษฎรชายแดนในการท ามาหากินค้าขายของพื้ นเมืองประจ าวัน ซึ่งเป็ นปกติวิสัยที่กระท ากันอยู่ นอกจากนี้ การค้าขายเช่นกรณีนี้ เห็นว่าความชั่วของผู้ต้องหามีน้อยด้วย เพราะมิใช่การค้าขายที่ใหญ่โตอะไร พิจารณาตามเกณฑ์ของอังกฤษหรือเยอรมันก็อาจไม่ฟ้ องผู้ต้องหาคดีนี้ ได้เช่นเดียวกัน2 --------------- 1 ดูเพิ่มเติมที่หมายเหตุท้ายเรื่อง “อ านาจสั่งคดีของพนักงานอัยการ”. อัยกำรนิเทศ 20, 3 (2501). หน้า 358-360. 2 คณิต ณ นคร, “ปัญหาในการใช้ดุลพินิจของอัยการ”. หน้า 51. อัยกำรนิเทศ 20, 3 (2501). หน้า 358-360. ที่มำ : ดร.อดิศร ไชยคุปต์ ผู้ตรวจการอัยการ. แนวทางการสั่งคดีอาญาที่จะไม่เป็ นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบ ต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์อันส าคัญของประเทศ เพื่อการพัฒนากระบวนการยุติธรรมไทย ชั้นพนักงานอัยการ, มกราคม 2566, หน้า 28-29. นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) แนวทำงกำรสั ่งคดีอำญำที่จะไม่เป็ นประโยชน์แก่สำธำรณชน หรือมีผลกระทบต่อควำมปลอดภัยหรือควำมมั ่นคงของชำติ หรือต่อผลประโยชน์อันส ำคัญของประเทศ เพื่อกำรพฒันำกระบวนกำรยุตธิรรมไทยช้ันพนักงำนอยักำร


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 81/2566 /2563 ---------------------------- เรื่อง ตัวอย่ำงวิวัฒนำกำรกำรใช้ดุลพินิจในกำรสั ่งไม่ฟ้ องคดีอำญำ กรณีรำษฎรชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้เจ้ำหน้ำที่บ้ำนเมืองปรำบปรำมกำรท ำนำเกลือสินเธำว์ กรณีนี้ พนักงานสอบสวนได้ด าเนินคดีกับผู้ต้องหารวม 45 คน ในความผิด 6 ฐานความผิด คือ 1. กระท าให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิด กฎหมายแผ่นดิน 2. มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้ นไป โดยมีอาวุธ โดยใช้ก าลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้ก าลังประทุษร้าย หรือกระท าการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้ นในบ้านเมืองในการปฏิบัติการตามหน้าที่ และ ท าร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งได้กระท าการตามหน้าที่ 3. ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ และท าร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งได้กระท าตามหน้าที่ 4. ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระท าการตามหน้าที่ หรือได้กระท าการตามหน้าที่ 5. กระท าการปิ ดกั้นทางหลวง หรือวางวัตถุที่แหลมคม หรือน าสิ่งใดมาวางขวาง หรือวางบนทางหลวง ในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายหรือเสียหายแก่ยานพาหนะหรือบุคคล 6. ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจราจรทางบก โดยกระท าการขีดขวางการจราจรทางบก ข้อเท็จจริงได้ความว่า การท านาเกลือสินเธาว์บริเวณลุ่มน ้าเสียวใหญ่โดยการสูบน ้าเกลือจากใต้ดิน ก่อให้เกิดความเสียหายและเดือดร้อนแก่เกษตรกรและประชาชนในบริเวณดังกล่าวอย่างมาก นายกรัฐมนตรี จึงต้องใช้อ านาจตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพ.ศ. 2518 ออกค าสั่ง ให้หยุดประกอบการผลิตเกลือสินเธาว์โดยวิธีสูบหรือน าน ้าจากใต้ดินมาต้มหรือตาก แต่ปรากฏว่ายังคงมี การลักลอบท านาเกลือเพิ่มมากขึ้ นอีก ท าให้เกษตรกรและประชาชนในบริเวณดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน มากขึ้ นทุกวัน ผู้ต้องหากับพวกซึ่งเป็ นนักศึกษา ทนายความ สมาชิกสภาจังหวัด ก านัน ผู้ใหญ่บ้านและ ประชาชนประมาณ 1,500 - 2,000 คน จึงได้รวมตัวกันเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองปราบปราม ผู้กระท าผิดอย่างจริงจัง KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 24 มีนำคม 2566


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th ในระหว่างการชุมนุ ม พวกผู้ต้องหาได้ท าการปิ ดถนนสายมหาสารคามพยัคฆภูมิพิสัย โดยยกเสาไฟฟ้ า ที่อยู่ข้างทางมาปิ ดกั้นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเจ้าหน้าที่บ้านเมือง การชุมนุมได้ท าโดยสงบ และปราศจากอาวุ ธ พวกของผู้ต้องหากับพวกก็ สลายตัว คงเหลื อแต่ ผู้ต้องหากับพวกอี กประมาณ 200 คน ซึ่งไปชุมนุมต่อหน้าที่ว่าการอ าเภอวาปี ปทุม และขณะที่พวกผู้ต้องหานี้ กับพวกสลายตัว ก็ถูกเจ้าพนักงานต ารวจท าการจับกุม เหตุที่ผู้ต้องหานี้ กระท าความผิด ก็เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองท าการปราบปราม ผู้ท านาเกลือ เป็ นการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และตามค าสั่ง นายกรัฐมนตรีเพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของเกษตรกรและประชาชน ซึ่งได้รับความเดือดร้อน การชุมนุมและเรียกร้องปิ ดถนนก็ไม่ได้ใช้วิธีการรุนแรง และมิได้ท าให้และไม่ถึงกับท าให้การสัญจร ไปมาไม่ได้เพียงก่อให้เกิดความไม่สะดวกเท่านั้น อธิบดีกรมอัยการ(อัยการสูงสุด)พิจารณาแล้วเห็นว่า การฟ้ องคดีนี้ จะไม่เป็ นประโยชน์แก่สาธารณชน และจะมีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงสั่งไม่ฟ้ องผู้ต้องหาในคดีนี้ ทุกคนและทุกข้อหา1 --------------- 1 ส านักงานอัยการสูงสุด ส านักงานประชาสัมพันธ์และการข่าว. “แถลงข่าวคดีน ้าเสียว จังหวัดมหาสารคาม”. ม.ป.ป. ที่มำ : ดร.อดิศร ไชยคุปต์ ผู้ตรวจการอัยการ. แนวทางการสั่งคดีอาญาที่จะไม่เป็ นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบ ต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์อันส าคัญของประเทศ เพื่อการพัฒนากระบวนการยุติธรรมไทย ชั้นพนักงานอัยการ, มกราคม 2566, หน้า 33-34. นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) แนวทำงกำรสั ่งคดีอำญำที่จะไม่เป็ นประโยชน์แก่สำธำรณชน หรือมีผลกระทบต่อควำมปลอดภัยหรือควำมมั ่นคงของชำติ หรือต่อผลประโยชน์อันส ำคัญของประเทศ เพื่อกำรพฒันำกระบวนกำรยุตธิรรมไทยช้ันพนักงำนอยักำร


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 82/2566 /2563 องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th ---------------------------- เรื่อง ทฤษฎีเกี่ยวกับภำวะผู้น ำ กลุ่มแนวคิดตำมสถำนกำรณ์(Contingency Theories) แนวคิดนี้ มุ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสถานการณ์และพฤติกรรมของผู้น ากล่าว คือ รูปแบบของผู้น าจะเปลี่ยนแปลงไป ตามสถานการณ์ผู้น าคนหนึ่งอาจมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้ น ขึ้ นอยู่กับปัจจัยด้านตัวบุคคล เวลา และสภาพแวดล้อม ทฤษฎีภาวะผู้น าตามสถานการณ์ (Situation Leadership Theory) พัฒนาโดยเฮอร์ซีและบลังชาร์ด (Hersey & Blanchard) ซึ่งในระยะแรกเรียกว่า ทฤษฎีวงจรชีวิตของภาวะผู้น า (Life-Cycle Theory of Leadership) โดยได้แบ่งพฤติกรรมออกเป็ น 2 มิติ เช่นเดียวกับผลการศึกษาวิจัยที่รัฐโอไฮโอ คือ พฤติกรรมมุ่งงาน (Task Behavior)ซึ่งผู้น าจะให้บุคคลหรือกลุ่ม ท าหน้าที่และ มีความรับผิดชอบในงานว่าจะท าอะไร ท าอย่างไร ท าเมื่อไร และท าที่ไหน เป็ นต้น และพฤติกรรมมุ่งสัมพันธ์ (Relationship Behavior) ซึ่งผู้น าจะใช้การติดต่อสื่อสารแบบสองทางหรือมากกว่า เพื่อตรวจสอบว่าพฤติกรรมใดจะเหมาะสมกับสถานการณ์ใด โดยพิจารณา จากความพร้อม (Readiness) ของผู้ใต้บังคับบัญชา (Hersey & Blanchard 1988 อ้างใน Bartol & others 1998) ใน 2 ด้านคือ ด้านความสามารถ (Ability) ดูจากความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่จ าเป็ นส าหรับงาน และ ด้านความเต็มใจ (Willingness) ที่จะท าให้ งานส าเร็จ ดูจากความเชื่อมั่น ความมีพันธะผูกพัน และแรงจูงใจ ที่จะท างานนั้น ความพร้อมเหล่านี้ จะแบ่งได้ 4 ระดับ ที่ต่อเนื่องกัน คือ ระดับต ่า (R1) ระดับต ่าถึงปานกลาง (R2) ระดับปานกลางถึงสูง (R3) และ ระดับสูง (R4) ในแต่ละระดับมีเส้นโค้งตัดผ่าน ซึ่งจะขี้ ให้เห็นว่า พฤติกรรมใดจะเหมาะสมกับความพร้อมระดับใดเป็ นภาวะผู้น า 4 รูปแบบ ดังนี้ แบบก ากับ (telling) ต้องก าหนดสิ่งที่จะท าและวิธีการด าเนินงานให้ ก ากับ และควบคุมอย่างใกล้ชิดใช้ในสถานการณ์ที่ ผู้ใต้บังคับบัญชามีความพร้อมต ่า ไม่มีความสามารถและไม่เต็มใจหรือจะมีความเสี่ยงเกินไป ถ้าให้รับผิดชอบงานนั้น แบบขาย ความคิด (selling) อธิบายถึงสิ่งที่จะท าและให้โอกาสในการท าความเข้าใจในงานที่จะท านั้นใช้ในสถานการณ์ที่ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่มี ความสามารถ แต่มีความเต็มใจหรือมีความมั่นใจที่จะท างานนั้น แบบมีส่วนร่วม (participating) เน้นการติดต่อสื่อสารสองทางและ ความร่วมมือ ใช้ในสถานการณ์ที่ผู้ใต้บังคับบัญชามีความสามารถที่จะรับผิดชอบงานแต่ไม่มีความเต็มใจหรือมีความเสี่ยงเกินไป ที่จะให้ท างานนั้น แบบมอบอ านาจ (delegating) ให้ความเป็ นอิสระในการท างานมาก ใช้กับสถานการณ์ที่ผู้ใต้บังคับบัญชา มีความสามารถและมีความเต็มใจหรือความมั่นใจที่จะท างานนั้น ที่มำ : รายงานผลการวิจัย โครงการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาภาวะผู้น าและเสริมสร้างทักษะการน าตนเองของผู้บริหาร เสนอ ส านักงานอัยการสูงสุด โดยศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นำงสมสุข มีวุฒิสม อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 27 มีนำคม 2566


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 83/2566 /2563 ---------------------------- กำรจับควำมรู้จำกกำรปฏิบัติงำน ณ หน้ำงำน (Knowledge Capturing on Job : KCJ) เรื่อง กำรก ำหนดโทษใหม่ตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ 3(1) เป็นกำรดำ เนินกำรในช้นับงัคบั ตำมค ำพิพำกษำ ไม่น ำประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 145/1 มำใช้ กรณีที่คดีถึงที่สุดแล้วต่อมาศาลได้มีค าพิพากษาก าหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3(1) ซึ่งบัญญัติว่า “...(1) ถ้าผู้กระท าความผิดยังไม่ได้รับโทษ หรือก าลังรับโทษอยู่ และโทษ ที่ก าหนดตามค าพิพากษาหนักกว่าโทษที่ก าหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง เมื่อส านวนความปรากฏ แก่ศาล หรือเมื่อผู้กระท าความผิด ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้นั้น ผู้อนุบาลของผู้นั้นหรือพนักงานอัยการ ร้องขอ ให้ศาลก าหนดโทษเสียใหม่ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง...” ดังนี้ ถือเป็ นการด าเนินการในชั้นบังคับคดีตามค าพิพากษาและการก าหนดโทษใหม่มิใช่เจตนารมณ์ ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 145 หรือ มาตรา 145/1 ที่ต้องการให้พนักงานสอบ สานถ่วงดุลค าสั่งไม่ฟ้ อง ไม่อุทธรณ์ ไม่ฎีกา ของพนักงานอัยการ จึงไม่ต้องน าบทบัญญัติมาตรา 145 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้ประกอบกับส านักงานอัยการสูงสุดได้มีหนังสือ ที่ อส 0007(ปผ)/ว 234 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2565 เรื่อง แนวทางปฏิบัติกรณีศาลมีค าพิพากษาหรือ ค าสั่งก าหนดโทษจ าเลยคดียาเสพติดใหม่ตามประมวลอาญา มาตรา 3(1) กรณีที่ศาลมีค าพิพากษาหรือ ค าสั่งก าหนโทษคดียาเสพติดใหม่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3 ให้เป็ นอ านาจหน้าของพนักงานอัยการ ที่ปฏิบัติหน้าที่งานคดีอาญาชั้นศาลสูงพิจารณา โดยหากเห็นว่า ศาลมีค าพิพากษาหรือค าสั่งถูกต้อง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3(1) แล้ว ให้ออกค าสั่งว่า “ศาลก าหนดโทษใหม่ตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติดชอบแล้ว” โดยไม่ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145 หรือ มาตรา 145/1 กรณีที่เห็นว่า ค าพิพากษาหรือค าสั่งของศาลยังไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือเหตุผลใด ให้พิจารณาสั่งอุทธรณ์หรือฎีกาต่อไปโดยให้พนักงานอัยการที่ปฏิบัติหน้าที่งานคดีอาญาชั้นศาลสูงปฏิบัติ ตามระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาชั้นศาลสูงของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 เช่น ศาลพิพากษาว่าจ าเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจ าหน่าย จ าคุก 4 ปี ปรับ 400,000 บาท เพิ่มโทษหนึ่งในสามเป็ นจ าคุก 5 ปี 4 เดือน ปรับ 533,333.33 บาท ลดโทษหนึ่งในสาม KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 28 มีนำคม 2566


อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 จ าคุก 3 ปี 8 เดือน 20 วัน ปรับ 266,666.66 บาท ซึ่งที่ถูกต้องควรเป็ น จ าคุก 3 ปี 6 เดือน 20 วัน และ ปรับ 355,555.55 บาท อัยการศาลสูงไม่อุทธรณ์ ผู้บัญชาการต ารวจภูธรภาค มีความเห็นแย้งให้อุทธรณ์ โดยโทษจ าคุกเกินกว่าที่จ าเลยจะต้องได้รับค านวณโทษปรับต ่ากว่าความเป็ นจริง เมื่อมีความเห็นแย้ง ไม่อุทธรณ์หรือไม่ฎีกาในกรณีดังกล่าว จึงมิใช่ความเห็นแย้งที่อัยการสูงสุดต้องพิจารณาขี้ ขาดตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 145/1 แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าศาลพิจารณาลดโทษจ าคุกและ โทษปรับไม่ถูกต้อง คดีจึงมีเหตุอันควรอุทธรณ์ค าสั่งก าหนดโทษใหม่ของศาล โดยอัยการสูงสุดมีอ านาจ สั่งอุทธรณ์ค าสั่งศาลตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 15 ที่มำ : - ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 - หนังสือที่ อส 0007(ปผ)/ว 234 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2565 เรื่องแนวทางปฏิบัติกรณีศาลมีค าพิพากษา หรือค าสั่งก าหนดโทษจ าเลยคดียาเสพติดใหม่ตามประมวลอาญา มาตรา 3(1) - ส านวนชี้ ขาดความเห็นแย้งที่ ชอ.59/2565 - การจับความรู้จากการปฏิบัติงาน ณ หน้างาน (Knowledge Capturing on Job : KCJ) ผู้บันทึก คณะท างานการจัดการความรู้ คณะที่ 1 (นาวสาวพรพิชชา สองสี) ส านักงานอัยการพิเศษฝ่ายชี้ ชาดคดีอัยการสูงสุด 3 นำยเชิดศกัดิ์หิรญัสิริสมบตัิ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 84/2566 /2563 ---------------------------- กำรตรวจพิจำรณำส ำนวนเกี่ยวกับกำรสั ่งคดีเกี่ยวกับของกลำง เนื่องจากการริบทรัพย์สินเป็ นโทษอย่างหนึ่ง เพื่อให้การปฏิบัติราชการของพนักงานอัยการเกี่ยวกับ การด าเนินคดี และแจ้งผลเกี่ยวกับของกลาง เป็ นไปในทางเดียวกันด้วยความเรียบร้อยละเอียดรอบคอบ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้ น ส านักงานอัยการสูงสุดจึงก าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการด าเนินคดีและ การแจ้งผลของกลาง คือ การเขียนความเห็นและค าสั่งทุกคดีที่มีทรัพย์สินของกลาง ให้มีความเห็นเกี่ยวกับทรัพย์สินของกลาง ทั้งในกรณีที่มีค าสั่งฟ้ องและค าสั่งไม่ฟ้ อง ด้วยความละเอียดรอบคอบ โดยเขียนความเห็นให้ชัดเจนว่า ขอริบทรัพย์สินของกลางใด หรือไม่ขอริบทรัพย์สินของกลางใด หรือไม่อาจใช้เป็ นพยานหลักฐานในคดีได้ พร้อมเหตุผลตามพยานหลักฐานในส านวน และให้จัดการอย่างไร ตามหลักเกณฑ์ในบทบัญญัติ แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะ กล่าวคือ 1. ส านวนคดีประเภทปรากฏผู้ต้องหาที่ส่งมา (ส.1) ในการสั่งคดีเมื่อมีค าสั่งฟ้ องผู้ต้องหาทุกคนหรือสั่งฟ้ องผู้ต้องหาบางคน สั่งไม่ฟ้ องบางคน ในคดีเดียวกัน หรือสั่งไม่ฟ้ องผู้ต้องหาที่ส่งตัวมา แต่สั่งฟ้ องผู้ต้องหาที่เรียกหรือจับตัวยังไม่ได้ในคดีเดียวกัน ให้มีความเห็นเกี่ยวกับของกลางดังนี้ (1) ขอริบทรัพย์สินของกลางใดพร้อมเหตุผลตามพยานหลักฐานในส านวน และตามบทบัญญัติ ของกฎหมาย (2) ไม่ขอริบของกลางใดพร้อมเหตุผลตามพยานหลักฐานในส านวน และตามบทบัญญัติ ของกฎหมายว่าไม่ริบเพราะเหตุใด หรือไม่อาจใช้เป็ นพยานหลักฐานในคดีได้ด้วยเหตุใด ในคดีที่มีผู้ต้องหาหลายคน แต่ยื่นฟ้ องผู้ต้องหาบางคนไปก่อน และศาลได้พิพากษาริบทรัพย์สิน ของกลางและคดีถึงที่สุดแล้ว หากยื่นฟ้ องผู้ต้องหาอื่นภายหลัง ให้เขียนความเห็นเกี่ยวกับของกลางที่ศาล ได้พิพากษาให้ริบดังกล่าวไว้ในส านวนคดีหลังด้วย แต่ไม่ต้องขอให้ศาลริบของกลางนั้นอีก 2. ส านวนคดีประเภทปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา (ส.2) ในการสั่งคดี ให้มีความเห็นเกี่ยวกับทรัพย์สินของกลางเช่นเดียวกับส านวน ส.1 KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 29 มีนำคม 2566


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 3. ส านวนประเภทปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ไม่ได้ส่งตัวมา (คดีเปรียบเทียบ ส.2 ก.) ในการสั่งคดีความผิดที่เปรียบเทียบได้ และมีทรัพย์สินของกลางที่ต้องริบตามกฎหมายนั้น พนักงาน อัยการไม่ต้องสั่งเรื่องของกลาง ซึ่งต่างจากระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดและแนวทางปฏิบัติเดิมที่ก าหนดว่า ถ้าผู้ต้องหาไม่ยกของกลางให้เป็ นของรัฐ ให้ถือว่าการเปรียบเทียบนั้นไม่ชอบ และให้สั่งพนักงานสอบสวนส่ง ตัวผู้ต้องหามาฟ้ อง 4. ส านวนประเภทไม่ปรากฏตัวผู้กระท าผิด (ส.3) ไม่ต้องมีความเห็นเกี่ยวกับทรัพย์สินของกลาง (ระเบียบส านักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการด าเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 58 หนังสือกรมอัยการ ที่ มท 1203/ว 1 ลงวันที่ 2 มกราคม 2530) ที่มำ : คู่มือการด าเนินคดีอาญาส าหรับพนักงานอัยการ พ.ศ. 2546 คลังกฎหมายและเอกสาร ระบบสารสนเทศการจัดการความรู้ ส านักงานอัยการสูงสุด นำยปริญญำ จิตรกำรนทีกิจ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนย์รำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 85/2566 ---------------------------- แนววินิจฉัยคดีส ำนวนรับรองฎีกำที่ รฎ 49/2565 คดีนี้ โจทก์ฟ้ องว่า เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เวลากลางวัน จ าเลยใช้ยานพาหนะรถยนต์ บรรทุกลากจูง คันหมายเลขทะเบียน 70-1884 อุตรดิตถ์ ที่มี 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 10 เส้น ชนิดเพลาท้าย (เพลาที่ 2 และเพลาที่ 3) เป็ นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่ และรถบรรทุกพ่วงคันหมายเลขทะเบียน 70-1885 อุตรดิตถ์ ที่มี 3 เพลา 6 ล้อ ยาง 12 เส้น ชนิดเพลาหน้าใช้ยางคู่ เพลาท้าย (เพลาที่ 2 และที่ 3) เป็ นเพลาคู่ (TANDEM AXLE) ใช้ยางคู่ บรรทุกมันส าปะหลังเส้น มีน ้าหนักยานพาหนะรวมน ้าหนักบรรทุก ทั้งสิ้ น 51,890 กิโลกรัม ซึ่งเกินกว่าน ้าหนักอัตราที่ก าหนดในประกาศของผู้อ านวยการทางหลวงแผ่นดินไป 1,390 กิโลกรัม เดินบนทางหลวงหมายเลข 23 กม.17+734 ซึ่งเป็ นทางหลวงแผ่นดินอันเป็ นการฝ่าฝืนต่อ กฎหมาย เหตุเกิดที่ต าบลนาโพธ์ิอ าเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม ก่อนคดีนี้จ าเลยต้องค าพิพากษาถึงที่สุด ให้ลงโทษจ าคุก 1 ปี 4 เดือน ฐานลักทรัพย์นายจ้างในเคหสถาน จ าเลยกลับมากระท าความผิดในคดีนี้ อีก ภายในห้าปี นับแต่วันพ้นโทษ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 4, 6, 8, 61, 73/2 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 92 ริบรถยนต์บรรทุกและรถบรรทุกพ่วงของกลาง และเพิ่มโทษ จ าเลยหนึ่งในสามตามกฎหมาย จ าเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็ นบุคคลเดียวกับจ าเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้น (ศาลจังหวัดมหาสารคาม) พิพากษาว่า จ าเลยมีความผิด ตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61 วรรคหนึ่ง, 73/2 จ าคุก 2 เดือน เพิ่มโทษหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็ นจ าคุก 2 เดือน 20 วัน รับลดกึ่ง คงจ าคุก 1 เดือน 10 วัน จ าเลยเคยได้รับโทษจ าคุกมาก่อน ซึ่งเป็ นโทษจ าคุกเกิน 6 เดือน โดยจ าเลยพ้นโทษมาแล้วไม่เกิน 5 ปี ทั้งมิใช่ความผิดที่ได้กระท าโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ กรณีจึงไม่มีเหตุรอการลงโทษให้แก่จ าเลย โจทก์และจ าเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็ นว่า ให้ลงโทษปรับจ าเลย 10,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้ กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับ 5,000 บาท โทษจ าคุกให้ยกเสีย ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 55 ให้ยกค าขอให้ริบรถยนต์บรรทุกและรถบรรทุกพ่วงของกลางโดยให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็ นไปตามค าพิพากษาศาลชั้นต้น โดยวินิจฉัยว่า จ าเลยใช้รถยนต์บรรทุกและรถบรรทุกพ่วง KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร ประจ ำวันที่ 30 มีนำคม 2566


องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 บรรทุกมันส าปะหลังเส้น มีน ้าหนักยานพาหนะรวมน ้าหนักบรรทุกเกินกว่าน ้าหนักอัตราที่ก าหนดในประกาศ ของผู้อ านวยการทางหลวงแผ่นดินไป 1,390 กิโลกรัม ซึ่งเป็ นจ านวนไม่มากนัก ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อความ ช ารุดเสียหายที่จะเกิดขึ้ นแก่ทางหลวงแผ่นดินหรือต่อผู้ร่วมใช้เส้นทางสัญจรไปมาที่ต้องเสี่ยงต่ออันตรายอัน เกิดจากสภาพแห่งท้องถนนที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งความยากต่อการควบคุมให้รถแล่นไปได้อย่าง ปลอดภัยในระดับรุนแรง จึงยังไม่สมควรริบรถยนต์บรรทุกและรถบรรทุกพ่วงของกลาง และให้คืนแก่เจ้าของ อัยการพิเศษฝ่ ายคดีศาลสูง 1 ภาค 4 มีค าสั่งฎีกา แต่เนื่องจากคดีต้องห้ามฎีกา จึงเสนอส านวน ตามล าดับชั้น เพื่อขอให้อัยการสูงสุดพิจารณารับรองฎีกา อัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เห็นว่า ประกาศผู้อ านวยการทางหลวงพิเศษ ผู้อ านวยการทางหลวง แผ่นดิน และผู้อ านวยการทางหลวงสัมปทาน ได้ก าหนดน ้าหนักบรรทุกทั้งน ้าหนักยานพาหนะรวมน ้าหนัก บรรทุกไม่เกิน 50,500 กิโลกรัม ซึ่งรถยนต์บรรทุกพ่วงคันที่จ าเลยน ามาใช้ ได้บรรทุกน ้าหนักเกินกว่า ประกาศดังกล่าวเพียง 1,390 กิโลกรัม หรือคิดเป็ นร้อยละ 2.75 เท่านั้น อีกทั้งประวัติการกระท าความผิด เกี่ยวกับการน ารถยนต์บรรทุกน ้าหนักเกินของจ าเลยก็เป็ นการกระท าความผิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ซึ่งแสดง ว่าจ าเลยมิได้ขับรถยนต์บรรทุกน ้าหนักเกินเป็ นอาจิณ ค าพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 ที่ไม่ริบรถยนต์ บรรทุกพ่วงคันของกลางและยกโทษจ าคุกจ าเลย โดยลงโทษปรับจ าเลยเป็ นจ านวน 5,000 บาท แทน นั้น เห็นว่า เป็ นการใช้ดุลพินิจที่เหมาะสมกับพฤติการณ์การกระท าความผิดของจ าเลยแล้ว กรณีไม่มีเหตุอันควร ที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย จึงมีค าสั่งไม่รับรองฎีกาของโจทก์คดีนี้ ที่มำ : แนววินิจฉัยคดีส านวนรับรองฎีกาที่ รฎ 49/2565 ของส านักงานคดีอัยการสูงสุด จากระบบจัดการความรู้ (Knowledge Management System : KMS) ส านักงานอัยการสูงสุด นำยวิรัช เนติธรรมำภิมุข อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


ประจ ำวันที่ 31 มีนำคม 2566 kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 เรื่องที่ 86/2566 /2563 ---------------------------- แนววินิจฉัยคดีส ำนวนรับรองฎีกำ กรณีส ำนักงำนอัยกำรภำคขอให้รับรองฎีกำคดี นำย อ. กับพวกรวม 5 คน จ ำเลย ควำมผิดฐำน จ ำเลยที่ 1 ถึงจ ำเลยที่ 3 ร่วมกันก่อกำรร้ำยโดยใช้ก ำลังประทุษร้ำย ร่วมกันสะสมก ำลังพลหรืออำวุธ และ สมคบกันเพื่อก่อกำรร้ำย เป็ นอั้งยี่ ซ่องโจร ร่วมกันฆ่ำเจ้ำพนักงำนซึ่งกระท ำกำรตำมหน้ำที่โดยไตร่ตรอง ไว้ก่อน ร่วมกันมีอำวุธปื นและเครื่องกระสุนปื นที่นำยทะเบียนจะออกใบอนุญำตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่ ำฝื น ต่อกฎหมำย และร่วมกันพำอำวุธปื นติดตัวไปในเมือง หมู่บ้ำน และทำงสำธำรณะโดยไม่ได้รับอนุญำต โดยเปิ ดเผยและโดยไม่มีเหตุจ ำเป็ นเร่งด่วนตำมสมควรแก่พฤติกำรณ์ จ ำเลยที่ 4 และจ ำเลยที่ 5 สนับสนุน กำรก่อกำรร้ำย สะสมก ำลังพลหรืออำวุธและสมคบกันเพื่อก่อกำรร้ำย เป็ นอั้งยี่ ซ่องโจร และเป็ นผู้สนับสนุน กำรกระท ำควำมผิดฐำนฆ่ำเจ้ำพนักงำนซึ่งกระท ำกำรตำมหน้ำที่โดยไตร่ตรองไว้ก่อน กรณีศำลอุทธรณ์ภำค พิพำกษำยกฟ้ องจ ำเลขที่ 5 ยืนตำมค ำพิพำกษำศำลชั้นต้น แม้ว่ำคดีจะ ต้องห้ำม ไม่ให้ฎีกำค ำพิพำกษำตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 220 ก็ตำม แต่เห็นว่ำ พยำนหลักฐำนในทำงน ำสืบของโจทก์มีเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่ำจ ำเลยที่ 5 กระท ำควำมผิดตำมฟ้ อง คดีมีเหตุ อันสมควรที่จะให้ศำลฎีกำวินิจฉัย จึงให้ฎีกำค ำพิพำกษำโดยกำรให้อัยกำรสูงสุดรับรองให้ฎีกำ ตำมประมวล กฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 221 ตำมควำมเห็นของพนักงำนอัยกำรตำมล ำดับชั้นตำมเสนอ ศำลอุทธรณ์ภำค พิพำกษำให้ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลำงที่เป็ นของจ ำเลยที่ 1 ที่ 2 และ ที่ 3 เนื่องจำกเป็ นทรัพย์ที่ใช้ในกำรกระท ำควำมผิดตำมค ำขอท้ำยฟ้ องชอบแล้ว จึงไม่ฎีกำในส่วนนี้ แต่ที่ศำล อุทธรณ์ภำค ไม่ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อไอโฟน รุ่น 6 หมำยเลขเครื่อง - ของ จ ำเลยที่ 5 เนื่องจำกเห็นว่ำ จ ำเลยที่ 5 ไม่ได้กระท ำควำมผิด แต่เมื่อสั่งฎีกำในส่วนของจ ำเลยที่ 5 ดังกล่ำวข้ำงต้นแล้ว จึงให้ฎีกำเพื่อให้ ศำลฎีกำมีค ำพิพำกษำให้ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องดังกล่ำวของจ ำเลยที่ 5 ด้วย คดีมีกำรด ำเนินกำรตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 145/1 แล้ว รองผู้บัญชำกำร ต ำรวจภูธรภำค ปฏิบัติรำชกำรแทนผู้บัญชำกำรต ำรวจภูธรภำค มีค ำสั่งว่ำไม่ฎีกำ - ชอบแล้ว อัยกำรสูงสุดพิจำรณำแล้ว เห็นว่ำ คดีนี้ โจทก์มีผลกำรซักถำมเบื้ องต้นของจ ำเลยที่ 1 และบันทึก ค ำให้กำรของจ ำเลยที่ 1 ที่ให้กำรไว้ในฐำนะพยำนในชั้นสอบสวน ปรำกฏตำมเอกสำรหมำย จ.51 และ จ.191 ที่ให้กำรสอดคล้องต้องกันว่ำ ก่อนเกิดเหตุ จ ำเลยที่ 1 ได้ใช้ให้จ ำเลยที่ 5 ไปดูต้นทำงและสังเกต เจ้ำหน้ำที่ทหำรพรำนบริเวณหน้ำบ้ำนของตนเอง ต่อมำตำมเวลำเกิดเหตุ จ ำเลยที่ 5 ได้โทรศัพท์แจ้งจ ำเลย ที่ 1 ว่ำเห็นเจ้ำหน้ำที่ทหำรพรำนขับขี่รถจักรยำนยนต์ออกมำจำกฐำนแล้ว ทั้งมีกำรยืนยันภำพถ่ำยของ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P) ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค ข้อสังเกตกำรว่ำต่ำง แก้ต่ำง คดีอำญำ คดีแพ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพิ่มศักยภำพ ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของพนักงำนอัยกำร


อัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KMS : คลังควำมรู้ คลังกฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบข้อหำรือ คลังสมอง กำรเข้ำใช้งำนระบบสำรสนเทศกำรจัดกำรควำมรู้ (KMS) : kms.ago.go.th องค์ควำมรู้ที่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ท้งัหมด kms.ago.go.th Knowledge Management System : KMS ส ำนักงำนวิชำกำร ศูนย์กฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลังควำมรู้ แหล่งรวมควำมรู้เพื่อกำรท ำงำน ศูนยร์ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิอำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ช้นั3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475 ผู้ต้องหำที่ 5 แม้ผลกำรซักถำมเบื้ องต้น และค ำให้กำรในชั้นสอบสวนของผู้ต้องหำที่ 1 จะมีลักษณะเป็ น พยำนบอกเล่ำ และเป็ นพยำนซัดทอดระหว่ำงผู้ร่วมกระท ำควำมผิดด้วยกัน อันต้องห้ำมมิให้ศำลรับฟัง ตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 226/3 ทั้งในกำรวินิจฉัยชั่งน ้ำหนักพยำนบอกเล่ำและ พยำนซัดทอด ศำลจะต้องกระท ำด้วยควำมระมัดระวังและไม่ควรเชื่อพยำนหลักฐำนนั้นโดยล ำพังเพื่อลงโทษ จ ำเลย เว้นแต่มีเหตุอันหนักแน่น มีพฤติกำรณ์พิเศษแห่งคดี หรือมีพยำนหลักฐำนประกอบอื่นมำสนับสนุน ตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 227/1 วรรคหนึ่ง ก็ตำม แต่ค ำให้กำรดังกล่ำวระบุถึง เหตุกำรณ์ที่เกิดขึ้ นโดยละเอียด จึงยำกที่จะแต่งเรื่องขึ้ นเอง และมิใช่เป็ นกำรซัดทอดให้ตนพ้นผิด ประกอบกับ ร้อยโท ส. ร้อยต ำรวจเอก อ. และร้อยต ำรวจเอก ก. ซึ่งล้วนแต่เป็ นเจ้ำพนักงำนผู้สอบปำกค ำ ผู้ต้องหำที่ 1 ในกระบวนกำรต่ำงๆ ในชั้นสอบสวน ก็มิได้มีกำรบังคับขู่เข็ญ หรือกระท ำกำรใดโดยมิชอบแก่ผู้ต้องหำที่ 1 แต่อย่ำงใด และจำกกำรสอบปำกค ำผู้ต้องหำที่ 1 ในทุกกระบวนกำรก็ได้ควำมสอดคล้องต้องกันทั้งที่ให้กำร ห่ำงกันนำนพอสมควร ดังนี้ ค ำให้กำรของผู้ต้องหำที่ 1 จึงมีเหตุผลอันหนักแน่น และมีพฤติกำรณ์พิเศษ แห่งคดีเมื่อรับฟังประกอบกับภำพถ่ำยจำกกล้องวงจรปิ ด เอกสำรหมำย จ.13 และข้อมูลกำรใช้โทรศัพท์ เคลื่อนที่ เอกสำรหมำยจ.242 ซึ่งล้วนแต่สนับสนุนสอดคล้องกับค ำให้กำรของผู้ต้องหำที่ 1 ที่อ้ำงถึงพฤติกำรณ์ ของจ ำเลยที่ 5 ในส่วนที่สนับสนุนเกี่ยวกับกำรกระท ำควำมผิดคดีนี้ ดังนั้น พยำนหลักฐำนที่โจทก์น ำสืบมำ จึงรับฟังได้ว่ำจ ำเลยที่ 5 กระท ำควำมผิดตำมฟ้ อง คดีมีเหตุอันควรที่ศำลสูงสุดจะได้วินิจฉัย อัยกำรสูงสุด จึงมีค ำสั่งรับรองฎีกำของโจทก์คดีนี้ เฉพำะในส่วนของจ ำเลยที่ 5 ที่มำ : แนววินิจฉัยคดีส ำนวนรับรองฎีกำที่ รฎ 31/2565 ของส ำนักงำนคดีอัยกำรสูงสุด จำก ระบบจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management System : KMS) ส ำนักงำนอัยกำรสูงสุด นำงศิริอร มณีสินธุ์ อัยกำรอำวุโส ส ำนักงำนอัยกำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจัดกำรควำมรู้ KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)


Click to View FlipBook Version