KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลมิ พระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เรื่องที่ 97/2564
ประจำวนั ที่ 1 มิถนุ ำยน 2564
สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ
ในกำรปฏิบตั ิหนำ้ ทีข่ องพนกั งำนอยั กำร
----------------------------
ขำ้ รำชกำรธุรกำร เรือ่ ง ข้นั ตอนกำรดำเนินกำรทำงวนิ ยั
การดาเนินการเมื่อมกี ารกล่าวหาหรอื มีกรณีเป็ นท่ีสงสยั วา่ มีการกระทาผิดวนิ ัย
สำระสำคญั : กรณีเป็ นที่สงสยั วา่ ขา้ ราชการพลเรือนสามญั ผใู้ ดกระทาผิดวินัย ตามขอ้ 4 ของกฎ ก.พ. ว่าดว้ ย
การดาเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556
สาระสาคญั ของขอ้ 4 น้ ี เป็ นการกาหนดหลกั เกณฑใ์ นกรณีที่ปรากฏวา่ มีการกล่าวหาว่ามีขา้ ราชการพลเรือนสามญั
กระทาผิดวนิ ัย แตไ่ มป่ รากฏตวั ผกู้ ลา่ วหา และรวมท้งั กรณีที่ผบู้ งั คบั บญั ชาไดพ้ บเห็นขอ้ เท็จจริงหรอื พฤติการณอ์ นั เป็ นที่สงสยั
ว่าผอู้ ยู่ใตบ้ ังคับบญั ชากระทาผิดวินัย ซึ่งท้ังสองกรณี จะตอ้ งปรากฏพยานหลกั ฐานเพียงพอท่ีจะสืบสวนสอบสวนต่อไปได้
วา่ มีขา้ ราชการพลเรือนสามญั กระทาผิดวนิ ัยหรอื ไม่ โดยรายละเอียดแต่ละกรณีมดี งั ตอ่ ไปน้ ี
1. กรณีเป็ นท่ีสงสยั ตามขอ้ 4(1) น้ัน เป็ นกรณีที่มีการกล่าวหาโดยไม่ไดร้ ะบุชื่อหรือลงลายมือช่ือของผกู้ ล่าวหา
แต่ระบุเพียงชื่อหรือตาแหน่งของผถู้ กู กล่าวหา หรือขอ้ เท็จจรงิ ที่เพียงพอใหท้ ราบวา่ เป็ นการกลา่ วหาขา้ ราชการพลเรือนสามญั
ผใู้ ด โดยมีขอ้ เท็จจริงเพียงพอท่ีจะใหเ้ ขา้ ใจไดว้ ่าผนู้ ้ัน มีพฤติการณ์หรือการกระทาผิดอย่างไร หรือเพียงพอที่จะสามารถ
สืบสวนสอบสวนเพ่ือคน้ หาความจริงต่อไปได้ ซ่ึงการกล่าวหาในกรณีน้ ีก็คือ การรอ้ งเรียนกล่าวหาโดย “บัตรสนเท่ห์”
ดังน้ัน บตั รสนเท่ห์ ก็อาจเป็ นท่ีมาที่ทาใหม้ ีการดาเนินการทางวินัยกับขา้ ราชการพลเรือนสามญั ผนู้ ้ันได้ ถา้ พิจารณาแลว้
เห็นวา่ บตั รสนเทห่ น์ ้ันมีหลกั ฐานหรอื มกี รณีแวดลอ้ มปรากฏชดั แจง้ ตลอดจนช้ พี ยานบุคคลแน่นอน
2. กรณีเป็ นที่สงสัยตามขอ้ 4(2) น้ัน เป็ นกรณีท่ีขอ้ เท็จจริงหรือพฤติการณ์ไดป้ รากฏต่อผูบ้ ังคับบัญชาเอง
ทาใหเ้ ป็ นท่ีสงสยั วา่ ขา้ ราชการพลเรือนสามญั ผใู้ ดกระทาผิดวนิ ัย และมีพยานหลักฐานเพียงพอท่ีจะสืบสวนสอบสวนต่อไปได้
โดยกรณีน้ ีถือว่าเป็ นการปฏิบัติหน้าท่ีของผบู้ ังคับบัญชาตามท่ีกฎหมายบัญญัติไว้ ดังน้ัน ผูบ้ ังคับบัญชาดังกล่าวจึงไม่ได้
เป็ นผกู้ ลา่ วหาตามขอ้ 3 ของกฎ ก.พ. วา่ ดว้ ยการดาเนินการทางวนิ ัย พ.ศ. 2556
ท้งั น้ ี กรณีเป็ นที่สงสยั วา่ ขา้ ราชการพลเรือนสามญั ผใู้ ดกระทาผิดวินัยตามขอ้ 4(1) และ (2) ของกฎ ก.พ. ว่าดว้ ย
การดาเนินการทางวนิ ัย พ.ศ. 2556 เป็ นเพียงแค่การกาหนดบางลกั ษณะของกรณีเป็ นท่ีสงสยั เท่าน้ัน ซึ่งก็อาจมลี กั ษณะอื่นๆ
ไดอ้ ีก หากลักษณะน้ันเป็ นกรณีท่ีไดป้ รากฏขอ้ เท็จจริง หรือพฤติการณว์ ่ามีขา้ ราชการพลเรือนสามญั ผูใ้ ดกระทาผิดวินัย
และมีพยานหลกั ฐานเพียงพอท่ีจะสบื สวนสอบสวนต่อไปได้
ทีม่ ำ : คมู่ อื การดาเนินการทางวนิ ัยขา้ ราชการธุรการของสานักงานอยั การสงู สุด หนา้ 18.
โดย สานักบริหารงานวนิ ัยและระบบคุณธรรม สานักงานบริหารกิจการสานักงานอยั การสงู สุด
นำยยุคล เหล่ำพูลสขุ
อยั กำรอำวุโส
สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
คูม่ ือกำรดำเนินกำรทำงวนิ ัยขำ้ รำชกำรธุรกำรของสำนักงำนอยั กำรสูงสดุ องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ทง้ั หมด
หรือสำมำรถคลิกลิงคข์ ำ้ งล่ำงน้ ี เพื่อเขำ้ ถึงขอ้ มูล
https://drive.google.com/file/d/1wsnza9MfBx8Xm2nzKeIJgD_IMvEu2j-X
อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งย่ิง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนักงำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลมิ พระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เรื่องท่ี 98/2564
ประจำวนั ท่ี 2 มิถุนำยน 2564
สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ
ในกำรปฏิบตั ิหนำ้ ท่ีของพนกั งำนอยั กำร
----------------------------
เรอ่ื ง แนะนำกำรปฏิบตั ริ ำชกำร
สำนวนคดีอำญำ กำรพิจำรณำสงั่ คดี หำกกรณีมีเหตุอนั ควรสงสยั ว่ำ พยำนใหก้ ำรโดยไม่สมัครใจ
หรือใหก้ ำรขดั ตอ่ ควำมจริง หรือเมือ่ มเี หตอุ ืน่ ทเี่ ห็นสมควร และพนักงำนอยั กำรเห็นว่ำกำรซกั ถำมพยำนจะได้
ควำมชดั แจง้ และรวดเร็วกวำ่ กำรสอบสวนเพ่ิมเติม ใหพ้ นักงำนอยั กำรสงั่ ใหพ้ นักงำนสอบสวนส่งพยำนคนใด
มำใหซ้ ักถำม และในกำรซกั ถำมพยำน พนักงำนอยั กำรจะตอ้ งกระทำร่วมกบั หวั หน้ำพนักงำนอยั กำร หรือ
พนักงำนอัยกำรที่มีอำวุโสถดั จำกหวั หน้ำพนักงำนอยั กำรลงมำตำมลำดบั และในกรณีที่พนักงำนสอบสวน
ประสงค์จะขอฟังกำรซักถำมดว้ ยก็ใหเ้ ปิ ดโอกำสใหฟ้ ังได้ ท้งั น้ ี ใหพ้ นักงำนอยั กำรผูซ้ ักถำมบนั ทึกถอ้ ยคำ
ของพยำนท่ีซักถำมตำมแบบและวิธีกำรที่บัญญัติไวใ้ นมำตรำ 9 มำตรำ 11 และมำตรำ 13 แห่งประมวล
กฎหมำยวธิ ีพิจำรณำควำมอำญำ โดยอนุโลม
ปรำกฏขอ้ เท็จจริงว่ำ กำรพิจำรณำสัง่ สำนวนผูต้ อ้ งหำในควำมผิดฐำน ร่วมกันพยำยำมฆ่ำผู้อ่ืน
ร่วมกันมีอำวุธปื นและเคร่ืองกระสุนปื นไวใ้ นควำมครอบครอง และพำอำวุธปื นไปในเมือง หมู่บ้ำน
ทำงสำธำรณะโดยไม่ไดร้ ับอนุญำต โดยไม่มีเหตุสมควร จำกคำใหก้ ำรพยำน 2 ปำกประกอบกบั บันทึก
กำรจับกุมผูต้ อ้ งหำท่ี 1 ใหก้ ำรสอดคลอ้ งกันว่ำผูต้ อ้ งหำที่ 1 เป็ นชำยวัยรุ่นคนที่นั่งคร่อมอยู่ดำ้ นหน้ำ
รถจักรยำนยนตเ์ ป็ นผูใ้ ชอ้ ำวุธปื นยิงในคดีน้ ี แต่ปรำกฏว่ำมีพยำนอีก 1 ปำกกลับใหก้ ำรว่ำผูต้ อ้ งหำที่ 1
เป็ นผูน้ ั่งซอ้ นทำ้ ยรถจักรยำนยนต์ ซ่ึงขัดต่อขอ้ เท็จจริงตำมพยำนหลักฐำนขำ้ งตน้ อนั เป็ นประเด็นสำคัญ
พนักงำนอยั กำรควรสัง่ ใหพ้ นักงำนสอบสวนส่งพยำนปำกซึ่งใหก้ ำรขดั ต่อขอ้ เท็จจริงดงั กล่ำวมำ เพ่ือซกั ถำม
ขอ้ เท็จจริงเพิม่ เติมเพอ่ื ใหไ้ ดค้ วำมชดั แจง้ และรวดเร็วกอ่ นมีควำมเห็น แต่พนักงำนอยั กำรเจำ้ ของสำนวน และ
อยั กำรจงั หวดั มิไดด้ ำเนินกำรดงั กล่ำว และไดม้ ีควำมเห็นมีคำสงั่ ไม่ฟ้ องผูต้ อ้ งหำตำมขอ้ กล่ำวหำดังกล่ำว
อนั ถือเป็ นขอ้ บกพร่องในกำรพิจำรณำสงั่ สำนวนและเป็ นกำรไม่ปฏิบตั ิตำมระเบียบสำนักงำนอยั กำรสูงสุด
ว่ำดว้ ยกำรดำเนินคดีอำญำของพนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2547 ขอ้ 70 (ระเบียบสำนักงำนอยั กำรสงู สุดว่ำดว้ ย
กำรดำเนินคดีอำญำของพนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2563 ขอ้ 36) ใหแ้ นะนำกำรปฏิบตั ริ ำชกำร
ท่มี ำ : สำนักงำนอยั กำรพิเศษฝ่ำยประเมินผล สำนักงำนวชิ ำกำร ,
บนั ทึกขอ้ ควำม สำนักงำนวชิ ำกำร สำนักงำนอยั กำรพิเศษฝ่ำยประเมนิ ผล ที่ อส 0007(ปผ)/ 671 ลงวนั ท่ี 24 กุมภำพนั ธ์ 2563
นำงสมสุข มีวุฒิสม
อยั กำรอำวุโส
สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรติคงย่ิง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลมิ พระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เรื่องท่ี 99/2564
ประจำวนั ท่ี 4 มิถนุ ำยน 2564
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรวำ่ ตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพอื่ ทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏบิ ตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร
----------------------------
อำนำจหนำ้ ทีข่ องพนกั งำนอยั กำรผรู้ บั ผิดชอบที่กฎหมำยบญั ญตั ิไวโ้ ดยเฉพำะ
อำนำจหน้ำทข่ี องพนักงำนอยั กำรผรู้ บั ผดิ ชอบท่กี ฎหมำยบญั ญตั ิไวโ้ ดยเฉพำะ
1. ประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 143 วรรคสอง กำหนดไวว้ ่ำในคดีฆำตกรรม
ซ่ึงผตู้ ำยถูกเจำ้ หน้ำท่ีซ่ึงอำ้ งวำ่ ปฏิบัติรำชกำรตำมหน้ำที่ฆ่ำตำย หรือตำยในระหวำ่ งอยู่ในควำมควบคุมของเจำ้ พนักงำน
ซง่ึ อำ้ งวำ่ ปฏบิ ตั ิรำชกำรตำมหน้ำที่ อยั กำรสงู สดุ หรือผรู้ กั ษำกำรแทนเทำ่ น้ันมอี ำนำจออกคำสงั่ ฟ้ องหรอื ไมฟ่ ้ อง
คดีฆำตกรรมน้ัน หมำยเฉพำะคดีที่ควำมตำยเกิดข้ ึนโดยผกู้ ระทำมีเจตนำฆ่ำเท่ำน้ัน (ระเบียบสำนักงำน
อยั กำรสงู สุดวำ่ ดว้ ยกำรดำเนินคดอี ำญำของพนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2563 ขอ้ 234)
2. รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พ.ศ. 2560 มำตรำ 235(2) กำหนดให้อัยกำรสูงสุดเป็ น
ผู้ดำเนิ นกำรฟ้ องร้องต่อศำลฎีกำแผนกคดีอำญำของผู้ดำรงตำแหน่ งทำงกำรเมือง หรือดำเนิ นกำรอื่น
ตำมพระรำชบญั ญัติประกอบรฐั ธรรมนูญวำ่ ดว้ ยกำรป้ องกนั และปรำบปรำมกำรทุจรติ
3. พระรำชบญั ญัติคุม้ ครองผบู้ ริโภค พ.ศ. 2522 มำตรำ 39 คณะกรรมกำรคุม้ ครองผูบ้ ริโภคมีอำนำจ
แต่งต้งั พนักงำนอัยกำรโดยควำมเห็นชอบของอัยกำรสูงสุด เป็ นเจำ้ หน้ำที่คุม้ ครองผบู้ ริโภคเพื่อใหม้ ีหน้ำที่ดำเนิน
คดีแพง่ และคดีอำญำแกผ่ กู้ ระทำกำรละเมดิ สทิ ธิของผบู้ รโิ ภคในศำล
ทีม่ ำ : คู่มอื กำรดำเนินคดอี ำญำสำหรบั พนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2546,
คลงั กฎหมำยและเอกสำร ระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ สำนักงำนอยั กำรสงู สดุ
นำยปริญญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส
สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งยิ่ง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนักงำนวชิ ำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวชิ ำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เรื่องที่ 100/2564
ประจำวนั ที่ 7 มิถนุ ำยน 2564
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพอ่ื ทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏบิ ตั หิ นำ้ ทข่ี องพนักงำนอยั กำร
----------------------------
เร่ือง แนะนำกำรปฏิบตั ิรำชกำร
ความผิดฐาน เสพยาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่ าฝืนต่อกฎหมาย และมีอาวุธปื น
ไวใ้ นครอบครองโดยไม่ไดร้ ับอนุญาต คดีน้ ี พนักงานอยั การผตู้ รวจสานวนไดม้ ีความเห็นและคาสงั่ ฟ้ องจาเลยต่อศาล
โดยมไิ ดข้ อใหศ้ าลเพมิ่ โทษจาเลย แต่จากการตรวจรายการประวตั ิการกระทาผดิ ของจาเลย ปรากฏพบวา่ จาเลยเคยตอ้ ง
คาพิพากษาถึงท่ีสุดของศาล ให้ลงโทษจาคุกมีกาหนด 2 ปี 9 เดือน ปรับ 200,000 บาท ในความผิดฐาน
เสพและมีเมทแอมเฟตามีนไวใ้ นครอบครอง จึงอยู่ในหลักเกณฑ์ที่พนักงานอยั การผตู้ รวจสานวนตอ้ งมีความเห็นและ
คาสงั่ ขอใหศ้ าลเพม่ิ โทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 และตามพระราชบญั ญตั ยิ าเสพตดิ ใหโ้ ทษ พ.ศ. 2522
มาตรา 97 อีกท้ังเม่ือจาเลยเคยรบั โทษจาคุกมาก่อน จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขท่ีศาลสามารถใชด้ ุลพินิจ
รอการลงโทษจาคกุ จาเลยได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 (1)
กรณีท่ี พนักงานอัยการผตู้ รวจสานวน มิไดท้ าความเห็นขอใหศ้ าลเพิ่มโทษจาเลยตามกฎหมาย แต่กลับทา
ความเหน็ เสนอพนักงานอยั การผกู้ ลนั่ กรองงาน และอยั การจงั หวดั วา่ “ไม่อยใู่ นหลกั เกณฑข์ อเพมิ่ โทษ...” และพนักงาน
อยั การผกู้ ลัน่ กรองงาน และรกั ษาราชการแทนอัยการจังหวัด มิไดต้ รวจพจิ ารณาสานวนดว้ ยความละเอียดรอบคอบ
จงึ มไิ ดม้ ีคาสัง่ ขอใหศ้ าลเพิ่มโทษจาเลยตามกฎหมาย จนเป็ นเหตุใหศ้ าลช้นั ตน้ ใชข้ อ้ เท็จจริงดังกล่าวประกอบดุลพินิจ
รอการลงโทษจาเลยไว้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 และเป็ นเหตุใหจ้ าเลยไดร้ ับโทษน้อยกว่าท่ีกฎหมาย
กาหนด ถือเป็ นขอ้ บกพร่องในการดาเนินคดี เป็ นการมิไดต้ รวจพิจารณาสงั่ สานวนโดยละเอียดรอบคอบ อนั เป็ นการ
ไม่ปฏบิ ตั ิตามระเบยี บสานักงานอัยการสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2547 ขอ้ 49, 56
(ระเบยี บสานักงานอยั การสงู สุดว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 32, 33) จึงใหแ้ นะนา
การปฏบิ ตั ริ าชการ
ทม่ี ำ : สานักงานอยั การพิเศษฝ่ายประเมินผล สานักงานวิชาการ ,
บนั ทึกขอ้ ความ สานักงานวชิ าการ สานักงานอยั การพิเศษฝ่ายประเมนิ ผล ที่ อส 0007(ปผ)/447
ลงวนั ท่ี 23 กนั ยายน 2563
นำงศิรอิ ร มณีสินธุ์
อยั กำรอำวุโส
สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
องคค์ วำมรูท้ ่ีเผยแพร่ใน Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เร่ืองท่ี 101/2564
ประจำวนั ท่ี 8 มิถนุ ำยน 2564
สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรวำ่ ตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ
ในกำรปฏิบตั ิหนำ้ ที่ของพนกั งำนอยั กำร
----------------------------
ขำ้ รำชกำรธุรกำร : เรอ่ื ง กำรสงั ่ ยุตเิ รอื่ ง ลงโทษ หรอื งดโทษ
การสัง่ ยุติเร่ือง หมายถึง กรณีที่มีการกล่าวหาว่าขา้ ราชการกระทา ผิดวินัย และผู้บังคับบัญชา
ซ่ึงมีอานาจสงั่ บรรจุ ตามพระราชบญั ญตั ิระเบียบขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 ไดด้ าเนินการ
สบื สวนหรือพิจารณาแลว้ เห็นวา่ กรณีมมี ูล จึงไดด้ าเนินการสอบสวนทางวินัย ตามมาตรา 92 หรือมาตรา 93
แล้วแต่กรณี แต่ผลการสอบสวนยังฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทาผิดวินัยแต่อย่างใด จึงสัง่ ยุติเรื่อง
ส่วนกรณีทม่ี ีการกล่าวหาวา่ ขา้ ราชการกระทาผิดวินัย และผูบ้ งั คบั บญั ชาซึ่งมีอานาจสงั่ บรรจุตามมาตรา 57
ดาเนินการสืบสวนหรือพจิ ารณาแลว้ เห็นวา่ กรณีไม่มีมลู ตามทม่ี กี ารกล่าวหา น้ัน กฎหมายบญั ญตั ิใหย้ ุติเรื่อง
ตามมาตรา 91 วรรคหนึ่ง กรณีจึงไม่ตอ้ งรายงานการดาเนินการทางวินัยดงั กล่าวไปยงั อ.ก.พ. กระทรวง
เพื่อพิจารณา
การสงั่ ยุติเร่ือง ลงโทษ หรืองดโทษ มีการกาหนดรูปแบบ โดยตอ้ งมีการทาเป็ นคาสงั่ ระบุชื่อและ
ตาแหน่งของผูถ้ ูกกล่าวหา เร่ืองที่ถูกกล่าวหาและผลการพิจารณาตามแบบที่สานักงาน ก.พ. ไดก้ าหนดไว้
ทง้ั น้ ี ตามกฎ ก.พ. วา่ ดว้ ยการดาเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 ขอ้ 66 ขอ้ 69 ขอ้ 71 และขอ้ 72
ทมี่ ำ : - พระราชบญั ญตั ิระเบียบขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 มาตรา 91 วรรคหน่ึง มาตรา 92 และมาตรา 93
ที่มำ : - กฎ ก.พ. วา่ ดว้ ยการดาเนินการทางวนิ ัย พ.ศ. 2556 ขอ้ 66 ขอ้ 71 และ ขอ้ 72
ที่มำ : - คมู่ ือการดาเนินการทางวนิ ัยขา้ ราชการธุรการของสานักงานอยั การสงู สุด หน้า 38.
โดยสานักบริหารงานวนิ ัยและระบบคุณธรรม สานักงานบรหิ ารกจิ การสานักงานอยั การสงู สุด
นำยเชิดศกั ดิ์ หริ ญั สริ สิ มบตั ิ
อยั กำรอำวุโส
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
ค่มู ือกำรดำเนินกำรทำงวนิ ัยขำ้ รำชกำรธรุ กำรของสำนักงำนอัยกำรสูงสุด
หรือสำมำรถคลิกลิงคข์ ำ้ งล่ำงน้ ี เพื่อเขำ้ ถงึ ขอ้ มูล
https://drive.google.com/file/d/1wsnza9MfBx8Xm2nzKeIJgD_IMvEu2j-X
องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งยิ่ง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนักงำนวชิ ำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลมิ พระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ชน้ั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เร่ืองท่ี 102/2564
ประจำวนั ที่ 9 มิถุนำยน 2564
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรวำ่ ตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพอ่ื ทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร
----------------------------
กำรใชถ้ อ้ ยคำกฎหมำย : คำวำ่ “และ” “หรอื ” และ “และ/หรอื ”
คำวำ่ “และ” และ “หรอื ” มคี วำมหมำยทปี่ รำกฏในพจนำนุกรม คำว่ำ “และ” เป็ นคำสันธำน หมำยถึง
กบั ดว้ ยกนั ส่วนคำว่ำ “หรือ” เป็ นคำสันธำน หมำยถึง คำบอกควำมใหก้ ำหนดเอำ ซ่ึงในภำษำกฎหมำย
โดยหลกั ไดม้ ีกำรใชถ้ อ้ ยคำ วำ่ “และ” “หรือ” และ “และ/หรือ” ตำมควำมหมำยท่ีปรำกฏในพจนำนุกรม และ
ตำมหลกั กำรใชภ้ ำษำไทยทวั่ ไปคือ ใชค้ ำวำ่ “และ” ในกรณีท่ีประสงคจ์ ะใหค้ วำมหมำยรวมทุกประเภทที่กล่ำว
และใชค้ ำวำ่ “หรือ” ในกรณีที่ประสงคจ์ ะใหเ้ ลือกเอำอย่ำงใด อย่ำงหนึ่ง นอกจำกน้ ี ในทำงกฎหมำย บำงกรณี
แมใ้ ชค้ ำวำ่ “และ” แต่ก็มคี วำมหมำยว่ำ “และ/หรือ” แต่พบวำ่ มีกำรใชค้ ำวำ่ “และ/หรือ” โดยตรงในกฎหมำย
นอ้ ยมำก
ในกฎหมำยต่ำงประเทศ โดยทวั่ ไปแลว้ คำวำ่ “และ” และคำว่ำ “หรือ” มีควำมหมำยสำมญั ที่ชดั เจน
ในตวั และไมพ่ บกำรใชค้ ำวำ่ “และ/หรือ” ในกำรรำ่ งกฎหมำยต่ำงประเทศ
โดยทวั่ ไป กำรใชค้ ำว่ำ “และ” จะใชใ้ นทำงบวก (positive sense) ส่วนคำวำ่ “หรือ” จะใชใ้ นทำงลบ
(negative sense) และหำกตอ้ งกำรคงควำมหมำยเดิมไวก้ ็ใช้ “หรือ” เชน่ กนั
กำรใชค้ ำวำ่ “หรือ” โดยควำมหมำยทวั่ ไป จะหมำยถึง กำรแยกออกจำกกนั (disjunctive) และเสนอ
ใหเ้ ลือก (presents alternatives) โดยในบำงกรณี กำรใชค้ ำวำ่ “หรือ” อำจเป็ นกำรขยำยเน้ ือหำใหช้ ดั เจนยิ่งข้ ึน
โดยกำรเพ่ิมคำที่มีควำมหมำยใกลเ้ คยี ง และในบำงกรณีอำจใชค้ ำวำ่ “หรอื ” ใหห้ มำยควำมวำ่ “และ” โดยอำ้ งถึง
เจตนำรมณข์ องกฎหมำยฉบบั น้ัน แต่กำรกระทำเชน่ น้ ีจำเป็ นท่จี ะตอ้ งใชค้ วำมระมดั ระวงั อย่ำงมำก
ปัจจุบนั คำวำ่ “และ” ใชใ้ นกรณีท่ีประสงคจ์ ะใหห้ มำยควำมรวมทุกประเภทท่ีกล่ำว และคำว่ำ “หรือ” ใชใ้ น
กรณีที่ประสงคจ์ ะใหเ้ ลือกเอำอย่ำงใดอย่ำงหน่ึง ส่วนคำวำ่ “และ/หรือ” แมจ้ ะเป็ นกำรประหยดั ถอ้ ยคำและ
ลดควำมซับซอ้ นในกำรตีควำมของประโยค แต่อำจเกิดปัญหำจำกกำรใชท้ ่ีไม่ถูกวิธี ดงั น้ัน จึงหลีกเล่ียงกำรใช้
คำวำ่ “และ/หรือ” ในกำรรำ่ งกฎหมำย
ท่มี ำ : คมู่ ือแบบกำรรำ่ งกฎหมำย “กำรใชถ้ อ้ ยคำกฎหมำยท่ีควรทรำบ” , 2551, หนำ้ 640 - 641 ,
สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ
นำยวิชช์ จีระแพทย์
อยั กำรอำวโุ ส
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งย่ิง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลมิ พระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ชน้ั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เรื่องท่ี 103/2564
ประจำวนั ท่ี 10 มิถนุ ำยน 2564
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพอื่ ทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนักงำนอยั กำร
----------------------------
ขำ้ รำชกำรธุรกำร เรอ่ื ง ข้นั ตอนกำรดำเนินกำรทำงวนิ ยั
การดาเนินการเม่อื มกี ารกล่าวหาหรือมกี รณีเป็ นทส่ี งสยั ว่ามีการกระทาผิดวินัย
สำระสำคญั
การรายงานของผู้บังคับบัญชาไปยังผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอานาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57
แหง่ พระราชบญั ญตั ริ ะเบียบขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ตามขอ้ 2 ของกฎ ก.พ. ว่าดว้ ยการดาเนินการ
ทางวินัย พ.ศ. 2556
เม่ือความปรากฏกบั ผูบ้ ังคบั บัญชาว่ามีการกล่าวหา หรือมีกรณีเป็ นท่ีสงสยั ว่าขา้ ราชการพลเรือน
สามัญผู้ใด กระทาผิดวินัยตามรายละเอียดข้าง ต้นแล้ว หากผู้บังคับบัญชาที่รับทราบเรื่องน้ั น
ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชา ซ่ึงมีอานาจสัง่ บรรจุตามมาตรา 57 ผูบ้ ังคับบัญชาดังกล่าว ก็มีหน้าที่ตอ้ งรายงาน
ตามมาตรา 90 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบญั ญตั ิระเบียบขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบกบั ขอ้ 2
ของกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดาเนิ นการทางวินัย พ.ศ. 2556 โดยการรายงานต้องจัดทาเป็ นหนังสือ
ท่ีระบุช่ือผูก้ ล่าวหา (ถา้ มี) ช่ือและตาแหน่งของผูถ้ ูกกล่าวหา ขอ้ เท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวขอ้ งกบั
การกล่าวหาหรือกรณีที่เป็ นท่สี งสยั แลว้ รายงานตามลาดบั ชน้ั ไปจนถึงผูบ้ งั คบั บญั ชาซึ่งมีอานาจสงั่ บรรจุตาม
มาตรา 57 ใหร้ ับทราบ เพื่อดาเนินการตามอานาจหน้าที่ต่อไป แต่หากผูบ้ ังคับบญั ชาที่ทราบเร่ืองน้ัน
เป็ นผู้บังคับบัญชาซ่ึงมีอานาจสัง่ บรรจุตามมาตรา 57 ผู้บังคับบัญชาดังกล่าว ก็ต้องรีบดาเนิ นกา ร
ตามท่ีบญั ญตั ใิ นพระราชบญั ญตั ิระเบยี บขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 น้ ี ตอ่ ไปโดยเร็ว
ท่ีมำ : คมู่ อื การดาเนินการทางวนิ ัยขา้ ราชการธุรการของสานักงานอยั การสงู สุด หนา้ 18-19.
โดย สานักบรหิ ารงานวินัยและระบบคุณธรรม สานักงานบริหารกิจการสานักงานอยั การสงู สุด
คมู่ ือกำรดำเนินกำรทำงวินยั ขำ้ รำชกำรธุรกำรของสำนกั งำนอยั กำรสงู สุด นำยยคุ ล เหลำ่ พูลสุข
หรือสำมำรถคลิกลิงคข์ ำ้ งล่ำงน้ ี เพ่ือเขำ้ ถึงขอ้ มูล อยั กำรอำวโุ ส
https://drive.google.com/file/d/1wsnza9MfBx8Xm2nzKeIJgD_IMvEu2j-X สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งยิ่ง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนักงำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลมิ พระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชน้ั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เร่ืองที่ 104/2564
ประจำวนั ที่ 11 มิถนุ ำยน 2564
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรวำ่ ตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพอื่ ทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏบิ ตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร
----------------------------
กำรบรรยำยฟ้ องตอ้ งใหต้ รงกบั ขอ้ เทจ็ จรงิ ในสำนวนกำรสอบสวนและแนวทำงในกำรดำเนินคดี
เนื่องจากขอ้ เท็จจริงในสานวนการสอบสวน จะเป็ นขอ้ พิสูจน์ความผิดของจาเลยในช้ันพิจารณา
ของศาล หากโจทก์บรรยายขอ้ เท็จจริงในฟ้ องเป็ นอย่างอ่ืน ไม่ตรงกบั ขอ้ เท็จจริงในสานวนการสอบสวน
และทางนาสบื จะทาใหไ้ ดข้ อ้ เทจ็ จริงที่แตกต่างจากฟ้ อง ศาลก็ไม่อาจลงโทษจาเลยตามท่ีไดก้ ล่าวในฟ้ องได้
ฉะน้ัน การบรรยายฟ้ อง จึงตอ้ งยึดหลกั ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158
มาตรา 159 และมาตรา 160 และตอ้ งบรรยายตามขอ้ เท็จจริงในสานวน ตอ้ งบรรยายใหค้ รบองคป์ ระกอบ
ความผิดและบทลงโทษตามกฎหมายท่ีฟ้ อง และหากเป็ นกรณีท่ีการกระทาของผูต้ อ้ งหาเป็ นความผิดหลายกรรม
ใหบ้ รรยายฟ้ องแยกแตล่ ะกรรมเป็ นแตล่ ะขอ้ ใหช้ ดั เจน ท้งั น้ ี เพ่ือใหศ้ าลลงโทษตามความผิดทุกกรรม
ทมี่ ำ : ค่มู อื การดาเนินคดีอาญาสาหรบั พนักงานอยั การ พ.ศ. 2546,
คลงั กฎหมายและเอกสาร ระบบสารสนเทศการจดั การความรู้ (KMS) สานักงานอยั การสงู สุด,
ระเบยี บสานักงานอยั การสงู สดุ ว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 94 (2)
นำงสมสุข มวี ุฒสิ ม
อยั กำรอำวุโส
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งย่ิง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวชิ ำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ชน้ั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เรื่องที่ 105/2564
ประจำวนั ที่ 14 มิถนุ ำยน 2564
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค
ขอ้ สงั เกตกำรวำ่ ตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพอื่ ทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร
----------------------------
สำนวนคดีของพนกั งำนอยั กำร และกำรรบั สำนวนคดอี ำญำปรำกฏตวั ผตู้ อ้ งหำท่ีไม่ไดส้ ่งตวั มำ (ส.2)
สำนวนคดีอำญำปรำกฏตวั ผตู้ อ้ งหำที่ไมส่ ง่ ตวั มำ (ส.2) คือ สำนวนที่รบั จำกพนักงำนสอบสวนในคดีรตู้ วั ผกู้ ระทำผิด
ที่พนักงำนสอบสวนสงั่ ไม่ฟ้ อง หรือสงั่ ฟ้ อง แต่เรียกหรือจับตวั ผูต้ อ้ งหำไม่ได้ เรียกช่ือสำนวนตำมผูต้ อ้ งหำท่ีไม่ส่งตัวมำ
สำรบบรบั ควำมอำญำปรำกฏผตู้ อ้ งหำท่ีไม่ส่งตัวมำว่ำ สำนวน ส.2 โดยใชห้ นำ้ ปกสำนวน ตำมแบบพิมพ์ อ.ก.2 ติดเป็ น
ปกสำนวนกำรสอบสวนน้ัน และใช้ อ.ก.2 ดงั กล่ำวในกำรทำควำมเห็นและคำสงั่ ต่อไป
กำรรับสำนวนรูต้ ัวผู้กระทำควำมผิด แต่เรียกหรือจับตัวไม่ได้ ตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ
มำตรำ 141 น้ัน ใหพ้ นักงำนอยั กำรรบั สำนวนดงั กลำ่ วไวพ้ ิจำรณำได้ โดยพนักงำนสอบสวนไมต่ อ้ งสง่ ตวั ผตู้ อ้ งหำพรอ้ มสำนวน
เมื่อพนักงำนสอบสวนผูร้ บั ผิดชอบมีควำมเห็นควรสงั่ ฟ้ องหรือควรสงั่ ไม่ฟ้ องแลว้ (ระเบียบสำนักงำนอยั กำรสงู สุดว่ำดว้ ย
กำรดำเนินคดีอำญำของพนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2563 ขอ้ 28(1))
อนึ่ง ในคดีท่ีผตู้ อ้ งหำวกิ ลจริต และไมส่ ำมำรถต่อสคู้ ดีได้ ตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ 14
ท่ีกำหนดใหพ้ นักงำนสอบสวนงดกำรสอบสวนน้ัน พนักงำนสอบสวนทำควำมเห็นควรสงั่ ฟ้ องผตู้ อ้ งหำและของดกำรสอบสวน
มำดว้ ย แลว้ สง่ สำนวนมำยงั พนักงำนอยั กำร ถือวำ่ เป็ นกำรทำควำมเห็นไม่ชอบดว้ ยกฎหมำย และไม่อย่ใู นอำนำจหนำ้ ท่ีของ
พนักงำนอัยกำรท่ีจะรบั ไวด้ ำเนินกำรในฐำนะสำนวนประเภทใดประเภทหนึ่ง กำรท่ีรบั สำนวนดังกล่ำวลงสำรบบ ส .2
จึงไมถ่ ูกตอ้ ง หำกมีกำรส่งสำนวนมำก็ใหร้ บั ไวใ้ นฐำนะเป็ นหนังสือรำชกำรประเภทหน่ึงตำมระเบียบงำนสำรบรรณเท่ำน้ัน
แล้วรีบส่งคืนไปยังพนักงำนสอบสวนเพื่อดำเนินกำรต่อไป (หนังสือสำนักงำนอัยกำรสูงสุด ท่ี อส 0018.4/4572
ลงวนั ที่ 13 พฤษภำคม 2536 และ หนังสอื สำนักงำนอยั กำรสงู สุด ท่ี อส 0018.4/ว.60 ลงวนั ท่ี 16 กรกฎำคม 2536)
ที่มำ : ค่มู ือกำรดำเนินคดีอำญำสำหรบั พนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2546,
คลงั กฎหมำยและเอกสำร ระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ สำนักงำนอยั กำรสงู สุด
นำยปรญิ ญำ จิตรกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวุโส
สำนักงำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
องคค์ วำมรูท้ ีเ่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งย่ิง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนักงำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวชิ ำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลมิ พระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธิ์ ชน้ั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เร่ืองท่ี 106/2564
ประจำวนั ที่ 15 มิถนุ ำยน 2564
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค
ขอ้ สงั เกตกำรวำ่ ตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพอ่ื ทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร
----------------------------
เร่ือง แนะนำกำรปฏิบตั ิรำชกำร
ความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน และบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน
คดีน้ ีจากการตรวจสอบรายการประวตั ิการกระทาผิดของจาเลย พบว่า จาเลยน้ ีเคยตอ้ งคาพิพากษาถึงท่ีสุด
ของศาล ใหล้ งโทษจาคุก ในความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน และบุกรุกเคหสถาน
ในเวลากลางคืน จึงอยู่ในหลักเกณฑ์ท่ีพนักงานอัยการผู้ตรวจสานวนตอ้ งบรรยายฟ้ องขอใหศ้ าลช้ันตน้
เพิ่มโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 แต่พนักงานอัยการผูต้ รวจสานวน และอยั การจังหวัด
มิไดพ้ จิ ารณาสานวนดว้ ยความละเอียด รอบคอบ จงึ มไิ ดบ้ รรยายฟ้ องขอใหศ้ าลเพิ่มโทษจาเลยตามกฎหมาย
ถือเป็ นข้อบกพร่องในการดาเนิ นคดี เป็ นเหตุให้จาเลยได้รับโทษน้อยกว่าที่กฎหมายบัญญัติไว้
อันเป็ นกา ร ไม่ปฏิบัติตา ม ร ะเ บีย บ สา นั กง า นอัย กา ร สูง สุดว่ า ด้วย กา ร ดา เนิ นคดีอา ญา ขอ ง
พนักงานอัยการ พ.ศ. 2547 ขอ้ 49, 56 และ 94 (ระเบียบสานักงานอัยการสูงสุดว่าดว้ ยการดาเนิน
คดอี าญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 32, 33 และ 94) จึงใหแ้ นะนาการปฏบิ ตั ิราชการ
ท่ีมำ : สานักงานอยั การพิเศษฝ่ายประเมนิ ผล สานักงานวชิ าการ ,
บนั ทึกขอ้ ความ สานักงานวชิ าการ สานักงานอยั การพเิ ศษฝ่ายประเมนิ ผล ท่ี อส 0007(ปผ)/434
ลงวนั ที่ 15 กนั ยายน 2563
นำงศริ อิ ร มณสี นิ ธุ์
อยั กำรอำวุโส
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งยิ่ง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนักงำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ชน้ั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เรื่องท่ี 107/2564
ประจำวนั ท่ี 16 มิถนุ ำยน 2564
สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรวำ่ ตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพิ่มศกั ยภำพ
ในกำรปฏิบตั ิหนำ้ ทีข่ องพนกั งำนอยั กำร
----------------------------
ขำ้ รำชกำรธรุ กำร : เรือ่ ง กำรลงโทษ
การลงโทษ ไดก้ าหนดอานาจในการสงั่ ลงโทษทางวินัยของผบู้ งั คับบัญชาซึ่งมีอานาจสงั่ บรรจุ ตามพระราชบัญญตั ิ
ระเบียบขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 57 โดยแบง่ ออกเป็ น 2 กรณี ดงั น้ ี
1. กรณีสงั่ ลงโทษขา้ ราชการพลเรือนสามญั ท่ีกระทาผิดวินัยอย่างไม่รา้ ยแรง (กฎ ก.พ. ว่าดว้ ยการดาเนินการ
ทางวินัย พ.ศ. 2556 ขอ้ 67) ผูบ้ ังคับบัญชาซ่ึงมีอานาจสัง่ บรรจุ ตามพระราชบัญญัติระเบียบขา้ ราชการพลเรือน
พ.ศ. 2551มาตรา 57 มีอานาจสงั่ ลงโทษ ดงั น้ ี
1.1 ภาคทณั ฑ์
1.2 ตดั เงินเดือนไดค้ ร้งั หนึ่งในอัตรารอ้ ยละ 2 หรือรอ้ ยละ 4 ของเงินเดือนท่ีผนู้ ้ันไดร้ บั ในวนั ท่ีมีคาสงั่ ลงโทษ
เป็ นเวลาหน่ึงเดือน สองเดือน หรอื สามเดือน
1.3 ลดเงินเดือนไดค้ รง้ั หนึ่งในอตั รารอ้ ยละ 2 หรอื รอ้ ยละ 4 ของเงินเดือนท่ีผนู้ ้ันได้ ในวนั ที่มีคาสงั่ ลงโทษ
หากเป็ นกรณีสงั่ ลงโทษตัดเงินเดือนหรือลดเงินเดือน ถา้ จานวนเงินท่ีจะตอ้ งตัดหรือลดมีเศษไม่ถึงสิบบาท
ใหป้ ัดเศษท้ ิง
2. กรณีสงั่ ลงโทษขา้ ราชการพลเรือนสามญั ท่ีกระทาผิดวนิ ัยอยา่ งรา้ ยแรง (กฎ ก.พ. วา่ ดว้ ยการดาเนินการทางวินัย
พ.ศ. 2556 ขอ้ 68) ผูบ้ ังคับบัญชาซ่ึงมีอานาจสงั่ บรรจุ ตามพระราชบัญญัติระเบียบขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
มาตรา 57 มีอานาจสงั่ ลงโทษตามมติของ อ.ก.พ. สามญั ดงั น้ ี
2.1 ปลดออก
2.2 ไล่ออก
ที่มำ : - พระราชบญั ญตั ิระเบยี บขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 57
ที่มำ : - กฎ ก.พ. วา่ ดว้ ยการดาเนินการทางวนิ ัย พ.ศ. 2556 ขอ้ 67 และขอ้ 68
ท่มี ำ : - คมู่ ือการดาเนินการทางวนิ ัยขา้ ราชการธรุ การของสานักงานอยั การสงู สดุ หนา้ 38.
โดยสานักบรหิ ารงานวนิ ัยและระบบคุณธรรม สานักงานบรหิ ารกิจการสานักงานอยั การสงู สดุ
นำยเชดิ ศกั ดิ์ หิรญั สิรสิ มบตั ิ
อยั กำรอำวุโส
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
ค่มู ือกำรดำเนินกำรทำงวินัยขำ้ รำชกำรธุรกำรของสำนกั งำนอยั กำรสูงสุด
หรือสำมำรถคลกิ ลิงคข์ ำ้ งล่ำงน้ ี เพอ่ื เขำ้ ถึงขอ้ มูล
https://drive.google.com/file/d/1wsnza9MfBx8Xm2nzKeIJgD_IMvEu2j-X
องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพร่ใน Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวชิ ำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พื่อกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลมิ พระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธิ์ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เรื่องท่ี 108/2564
ประจำวนั ที่ 17 มิถนุ ำยน 2564
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพอื่ ทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนักงำนอยั กำร
----------------------------
กำรใชถ้ อ้ ยคำกฎหมำย : คำวำ่ “อยำ่ งหนึ่งอยำ่ งใด” กบั “อยำ่ งใดอยำ่ งหนึง่ ”
ถอ้ ยคำในกฎหมำย มีลกั ษณะเฉพำะตำมควำมมุง่ หมำยในกำรใชถ้ อ้ ยคำ เพ่ือใหม้ ีผลบังคบั ตำมเจตนำรมณ์ และ
จำเป็ นตอ้ งยึดถือตำมควำมเป็ นมำของกฎหมำย เนื่องจำกจะมีผลไปถึงกำรตีควำมกฎหมำยใหเ้ ป็ นไปในแนวทำงเดียวกัน
ซ่ึงจะทำให้ กฎหมำยมคี วำมแน่นอนในกำรใชบ้ งั คบั ดว้ ยเหตุน้ ี ถอ้ ยคำในกฎหมำย จึงยอมรบั กันวำ่ อำจแตกต่ำงจำกถอ้ ยคำ
ทวั่ ไป เชน่ คำวำ่ “วรรค” ในทำงกฎหมำย และคำวำ่ “วรรค” ในกำรใชภ้ ำษำทวั่ ไป
ในกำรร่ำงกฎหมำย คำว่ำ “อย่ำงหน่ึงอย่ำงใด” กับ “อย่ำงใดอย่ำงหนึ่ง” เป็ นกำรเขียนท่ีคล้ำยคลึงกัน
แตม่ คี วำมหมำยที่ต่ำงกนั
พระเจำ้ วรวงศเ์ ธอกรมหมน่ื นรำธิปพงศป์ ระพันธ์ ผเู้ ชี่ยวชำญดำ้ นนิติศำสตร์ และอกั ษรศำสตร์ ประทำนควำมเห็น
ว่ำ คำวำ่ “คนหนึ่งคนใด” น้ัน ตรงกบั ภำษำองั กฤษวำ่ “any person” หมำยถึง คนหนึ่งหรือหลำยคนก็ได้ ท่ีถูกเลือกหรือ
คดั เลือกมำจำกคนหลำย ๆ คน สว่ นคำวำ่ “คนใดคนหน่ึง” น้ัน ตรงกับภำษำอังกฤษ ว่ำ “a person” หมำยถึง คนหน่ึงหรือ
คนเดียว เป็ นกำรเน้นว่ำคนเดียวเท่ำน้ัน ซ่ึง กำรนำคำว่ำ “... ใด ... หน่ึง” หรือ “... หน่ึง... ใด” ไปใชป้ ระกอบกับคำอ่ืน
เชน่ “ขอ้ ใดขอ้ หนึ่ง” “สิง่ หน่ึงส่งิ ใด” ก็มีหลกั เกณฑแ์ ละนัยเชน่ เดียวกนั
เจำ้ คุณพระธรรมนิเทศทวยหำญ อดีตกรรมกำรชำระปทำนุกรม ไดใ้ ห้ ควำมเห็นวำ่ ควรใชค้ ำวำ่ “ใด – หน่ึง” มิใช่
“หนึ่ง - ใด” เพรำะเป็ นกำร เขียนภำษำไทยตำมแบบอย่ำงของภำษำบำลี คือ คำวำ่ “ใด” น้ัน จะตอ้ งเขำ้ ค่กู ับ “น้ัน” เสมอ
เชน่ “เมอ่ื ใด-เมือ่ น้ัน” “ฉนั ใด-ฉนั น้ัน”
สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ไดร้ ่ำงกฎหมำย โดยคำว่ำ “อย่ำงหนึ่งอย่ำงใด” จะใชเ้ มื่อประสงค์ให้มี
ควำมหมำยว่ำอย่ำงเดียวหรือหลำยอย่ำงก็ได้ ส่วนคำว่ำ “อย่ำงใดอย่ำงหน่ึง” จะใชเ้ มื่อประสงค์ใหม้ ีควำมหมำยว่ำ
อยำ่ งใดก็ได้ แตต่ อ้ งเพียง อยำ่ งเดียวเท่ำน้ัน
ดงั น้ัน เมือ่ ใดท่ีตอ้ งกำรใชถ้ อ้ ยคำในกำรรำ่ งกฎหมำย ใหม้ ีควำมหมำยวำ่ “อยำ่ งเดียวหรือหลำยอย่ำงหรือทุกอยำ่ ง
ก็ได้ ” จึงใหใ้ ชค้ ำวำ่ “อยำ่ งหน่ึงอยำ่ งใด” เท่ำน้ัน จึงจะถกู ตอ้ งตำมแนวทำงของกำรรำ่ งกฎหมำย
ทมี่ ำ : คมู่ ือแบบกำรรำ่ งกฎหมำย “กำรใชถ้ อ้ ยคำกฎหมำยทคี่ วรทรำบ” , 2551, หนำ้ 642 - 643 ,
สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎกี ำ
นำยวิชช์ จรี ะแพทย์
อยั กำรอำวุโส
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งย่ิง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวชิ ำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลมิ พระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เรื่องที่ 109/2564
ประจำวนั ที่ 18 มิถนุ ำยน 2564
สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรวำ่ ตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพื่อทบทวนและเพ่ิมศกั ยภำพ
ในกำรปฏิบตั ิหนำ้ ที่ของพนกั งำนอยั กำร
----------------------------
ขำ้ รำชกำรธรุ กำร เรอ่ื ง ข้นั ตอนกำรดำเนนิ กำรทำงวินยั
การสืบสวนหรือพจิ ารณาในเบ้ ืองตน้
หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการของผบู้ งั คบั บญั ชาซึ่งมอี านาจสงั่ บรรจุ ตามมาตรา 57 แหง่ พระราชบัญญัติระเบียบขา้ ราชการพลเรือน
พ.ศ. 2551 ท่ีไดร้ ับทราบการรายงานตามขอ้ 2 ของกฎ ก.พ. ว่าดว้ ยการดาเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 หรือเป็ นกรณีท่ี
ผบู้ งั คบั บญั ชาซึ่งมีอานาจสงั่ บรรจุตามมาตรา 57 รบั ทราบเรื่องกล่าวหา หรือกรณีเป็ นที่สงสยั วา่ ขา้ ราชการพลเรือนสามญั ผใู้ ด
กระทาผิดวินัยดว้ ยตนเอง ตามขอ้ 4 ของกฎ ก.พ. วา่ ดว้ ยการดาเนินการทางวนิ ัย พ.ศ. 2556 (หมวด 1 การดาเนินการเม่ือมีการ
กล่าวหาหรือมกี รณีเป็ นที่สงสยั วา่ มีการกระทาผิดวินัย)
สำระสำคญั
การสืบสวนหรือพิจารณาในเบ้ ืองตน้ ไดก้ าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ การดาเนินการท่ีสอดคลอ้ งกบั บทบัญญัติ
ตามมาตรา 91 แหง่ พระราชบญั ญตั ิระเบียบขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ไว้ กล่าวคือ
ผบู้ งั คบั บญั ชาซ่ึงมอี านาจสงั่ บรรจุตามมาตรา 57 มีอานาจหนา้ ที่ในการพิจารณาวา่ เรื่องที่กล่าวหาหรือกรณีเป็ นท่ีสงสยั น้ัน
มมี ลู ที่ควรกล่าวหาวา่ ผอู้ ยใู่ ตบ้ งั คบั บญั ชาน้ันกระทาผิดวนิ ัยหรือไม่ ส่วนในการดาเนินการของผบู้ งั คบั บญั ชาซ่ึงมีอานาจสงั่ บรรจุ
ตามมาตรา 57 เพือ่ พจิ ารณาในเรื่องดงั กลา่ ว สามารถดาเนินการไดต้ ามที่กาหนดในขอ้ 5 ของกฎ ก.พ. วา่ ดว้ ยการดาเนินการ
ทางวนิ ัย พ.ศ. 2556 ดงั น้ ี
1. ขอ้ เท็จจริงและพยานหลกั ฐานที่ปรากฏในเบ้ ืองตน้ เพียงพอแกก่ ารพิจารณาแลว้ ตามขอ้ 5(1) ของกฎ ก.พ.ว่าดว้ ย
การดาเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 ก็ใหผ้ ูบ้ ังคับบัญชาซึ่งมีอานาจสงั่ บรรจุตามมาตรา 57 พิจารณาว่ากรณีน้ันมีมูลท่ีควร
กลา่ วหาวา่ ผนู้ ้ันกระทาผิดวนิ ัยหรือไม่ อย่างไร โดยจะไมท่ าการสืบสวนกไ็ ด้
2. ขอ้ เท็จจริงและพยานหลักฐานท่ีมีน้ัน ยังไม่เพียงพอท่ีจะพิจารณาได้ ก็ใหผ้ ูบ้ ังคบั บัญชาซ่ึงมีอานาจสัง่ บรรจุ
ตามมาตรา 57 ดาเนินการสืบสวนตามขอ้ 5(2) ของกฎ ก.พ. ว่าดว้ ยการดาเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 เพ่ือรวบรวม
พยานหลกั ฐานเพ่มิ เติม ท้งั น้ ี จะดาเนินการดว้ ยตนเอง หรือจะใหข้ า้ ราชการพลเรือนสามญั หรือเจา้ หนา้ ท่ีของรัฐที่เก่ียวขอ้ งกบั
เร่ืองน้ันเป็ นผดู้ าเนินการสืบสวน แลว้ รายงานมาเพ่อื พิจารณาตอ่ ไปก็ได้
อนึ่ง คาวา่ “การสืบสวน” ดงั กล่าวขา้ งตน้ หมายถึง การสืบหาขอ้ เท็จจริงและพยานหลกั ฐานในเบ้ ืองตน้ เพื่อใชป้ ระกอบการ
พิจารณาวา่ กรณีมีมลู ที่ควรกล่าวหาวา่ กระทาผิดวินัยหรือไม่ นอกจากน้ ี การสืบสวนใหท้ าในทางลบั เพ่อื ไมใ่ หเ้ กิดความเสียหาย
แกข่ า้ ราชการผถู้ กู ดาเนินการหรือบุคคลภายนอก เชน่ ผกู้ ลา่ วหา หรือพยาน เป็ นตน้
ทีม่ ำ : ค่มู ือการดาเนินการทางวนิ ัยขา้ ราชการธุรการของสานักงานอยั การสงู สุด หนา้ 20.
โดย สานักบริหารงานวินัยและระบบคุณธรรม สานักงานบรหิ ารกจิ การสานักงานอยั การสงู สดุ
นำยยุคล เหล่ำพูลสุข
อยั กำรอำวโุ ส
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
คมู่ ือกำรดำเนินกำรทำงวินยั ขำ้ รำชกำรธุรกำรของสำนกั งำนอยั กำรสงู สดุ องคค์ วำมรูท้ ่เี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ทง้ั หมด
หรือสำมำรถคลิกลิงคข์ ำ้ งล่ำงน้ ี เพ่อื เขำ้ ถึงขอ้ มลู
https://drive.google.com/file/d/1wsnza9MfBx8Xm2nzKeIJgD_IMvEu2j-X
อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งยิ่ง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอื่ กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธิ์ ชน้ั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เรื่องท่ี 110/2564
ประจำวนั ที่ 21 มิถนุ ำยน 2564
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพอื่ ทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏบิ ตั หิ นำ้ ทข่ี องพนักงำนอยั กำร
----------------------------
กำรระบุชื่อจำเลยในคำฟ้ อง
ประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา มาตรา 158(2), (4) บัญญัติว่า คาฟ้ องจะตอ้ งใหป้ รากฏว่าผใู้ ด
เป็ นจาเลย โดยตอ้ งมชี ่อื นามสกุล ท่อี ยู่ เช้ อื ชาติ และสญั ชาตขิ องจาเลย การระบุชอื่ จาเลยจงึ มคี วามสาคญั กล่าวคือ
1. การระบุชื่อจาเลย ต้องระบุให้ตรงกับคาร้องขอฝากขัง โดยควรระบุช่ือตามเลขท่ีฝากขังคร้ังท่ี 1
เพราะเป็ นชอ่ื บุคคลท่ีไดฝ้ ากขงั ตอ่ ศาลไว้
2. ในกรณีที่จาเลยมีหลายชื่อ หลายนามสกุล ซ่ึงปรากฏอยู่ตามคาให้การของผู้ตอ้ งหา ลายมือช่ือ
ของผูต้ อ้ งหาในคาใหก้ าร บัตรประจาตัวประชาชน สูติบัตร ทะเบียนประวัติ อาชญากร ชื่อเรียกเล่น หรือฉายา
ตามทพ่ี ยานใหก้ ารไว้ ควรระบเุ ท่าทีเ่ ก่ยี วขอ้ งและเป็ นประโยชน์ตอ่ การดาเนินคดีทฟ่ี ้ อง
3. การเรียงช่ือและนามสกุลของจาเลย ควรเรียงช่ือทางราชการข้ ึนก่อนต่อดว้ ยชื่ออื่น และช่ือเรียกเล่น
ทีหลัง จากน้ันจึงเป็ นการเรียงนามสกุล โดยเรียงนามสกุลตามทางราชการข้ ึนก่อน แลว้ ตามดว้ ยนามสกุลอ่ืน ๆ
แต่ไมค่ วรระบุชอ่ื นามสกุลสลบั กบั ชอื่ – นามสกุล อนื่ อีกคร้งั หนึ่ง
เชน่ ตวั อย่างทถ่ี กู ตอ้ ง - นายปฐม หรอื ประถม หรอื พงษ์ นักสตู้ าย หรือเลือดไวล้ าย
เชน่ ตวั อยา่ งที่ไมถ่ กู ตอ้ ง – นายปฐม นักสตู้ าย หรอื ประถม เลือดไวล้ าย
4. กรณีจาเลยเป็ นนิตบิ คุ คล ตอ้ งระบุช่อื นิตบิ คุ คลตามหนังสือรับรองการจดทะเบียน หรือชื่อตามกฎหมาย
ในขณะยน่ื ฟ้ อง โดยระบุชื่อผมู้ อี านาจกระทาการแทนนิตบิ ุคคลน้ันดว้ ย
ทม่ี ำ : ค่มู อื การดาเนินคดีอาญาสาหรบั พนักงานอยั การ พ.ศ. 2546,
คลงั กฎหมายและเอกสาร ระบบสารสนเทศการจดั การความรู้ สานักงานอยั การสงู สดุ
นำงสมสุข มีวฒุ ิสม
อยั กำรอำวุโส
สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพรใ่ น Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งย่ิง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวชิ ำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลมิ พระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เรื่องที่ 111/2564
ประจำวนั ที่ 22 มิถนุ ำยน 2564
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพอื่ ทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนักงำนอยั กำร
----------------------------
สำนวนคดีของพนกั งำนอยั กำรและกำรรบั สำนวนคดอี ำญำปรำกฏผตู้ อ้ งหำทไ่ี ม่สง่ ตวั มำ
เฉพำะคดเี ปรียบเทยี บ (ส.2 ก.)
สำนวนคดีอำญำปรำกฏผูต้ ้องหำท่ีไม่ส่งตัวมำเฉพำะคดีเปรียบเทียบ ( ส.2 ก.) คือ สำนวนที่รับจำก
พนักงำนสอบสวนในคดีที่พนักงำนสอบสวนทำกำรเปรียบเทียบปรับไปแลว้ จงึ ส่งมำใหพ้ นักงำนอัยกำรพิจำรณำ
เรียกช่ือตำมสำรบบรับควำมอำญำปรำกฏผูต้ อ้ งหำท่ีไม่ส่งตัวมำ (เฉพำะคดีเปรียบเทียบ) ว่ำ สำนวน ส.2 ก.
โดยใชห้ น้ำปกสำนวนตำมแบบพมิ พ์ อ.ก.2 และใหพ้ นักงำนอยั กำรใช้ อ.ก.2 ดงั กล่ำว ทำควำมเห็นและคำสงั่ ตอ่ ไป
เมื่อพนักงำนอัยกำรได้รับสำนวนคดีเปรียบเทียบแลว้ ใหต้ รวจพิจำรณำและสัง่ คดีใหเ้ สร็จก่อนกำหนด
หนึ่งเดอื น (ระเบียบสำนักงำนอยั กำรสงู สดุ วำ่ ดว้ ยกำรดำเนินคดอี ำญำของพนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2563 ขอ้ 79)
เมอื่ พนักงำนอยั กำรเห็นวำ่ กำรเปรียบเทียบน้ันถกู ตอ้ งแลว้ ใหส้ งั่ ว่ำ “กำรเปรยี บเทียบชอบแลว้ ” โดยไม่ตอ้ ง
ปฏบิ ตั ิตำมมำตรำ 145 และมำตรำ 145/1 แห่งประมวลกฎหมำยวธิ พี ิจำรณำควำมอำญำ หรอื ตำมกฎหมำยอน่ื
ถำ้ พนักงำนอัยกำรเห็นว่ำกำรเปรียบเทียบไม่ถูกตอ้ ง ใหพ้ นักงำนอัยกำรสงั่ พนักงำนสอบสวนดำเนินกำร
เสียใหถ้ กู ตอ้ ง หรือถำ้ เห็นวำ่ เป็ นกำรเปรยี บเทยี บเกินอำนำจและเป็ นคดีที่อำจตอ้ งฟ้ อง ใหส้ งั่ แจง้ ขอ้ หำหรือสอบสวน
เพ่ิมเติมเสียก่อนแลว้ จึงพิจำรณำสัง่ คดีต่อไป (ระเบียบสำนักงำนอัยกำรสูงสุดว่ำดว้ ยกำรดำเนินคดีอำญำของ
พนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2563 ขอ้ 80)
ท่มี ำ : คู่มอื กำรดำเนินคดอี ำญำสำหรบั พนักงำนอยั กำร พ.ศ. 2546,
คลังกฎหมำยและเอกสำร ระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ สำนักงำนอยั กำรสงู สุด
นำยปรญิ ญำ จติ รกำรนทีกิจ
อยั กำรอำวโุ ส
สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้
องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพรใ่ น Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งย่ิง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวชิ ำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ชน้ั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เร่ืองท่ี 112/2564
ประจำวนั ท่ี 23 มิถนุ ำยน 2564
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพอื่ ทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏบิ ตั หิ นำ้ ทข่ี องพนักงำนอยั กำร
----------------------------
เรอื่ ง แนะนำกำรปฏบิ ตั ริ ำชกำร
ความผิดฐาน ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไวใ้ นครอบครองเพื่อจาหน่ายฯ ซ่ึงคดีมีปริมาณยา
แอมเฟตามีนเสพติดใหโ้ ทษประเภทหนึ่ง คานวณเป็ นสารบริสุทธ์ิ 1,273.511 กรมั เกินกว่า 1,000 กรัม
เป็ นคดีอาญาสาคญั ตามขอ้ 3.4.1 แห่งหนังสอื กรมอยั การ ท่ี มท 1203/ว 39 ลงวนั ท่ี 24 มิถุนายน 2531
เรื่อง การพิจารณาคดีสาคัญตามระเบียบกรมอัยการว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ
พ.ศ. 2528 ขอ้ 28 ปรากฏวา่ อยั การจงั หวดั อยั การศาลสงู จงั หวดั อยั การพเิ ศษฝ่ายคดศี าลสงู สงั่ ไม่อุทธรณ์
โดยไม่ทาความเห็นเสนอสานวนตามลาดับช้ันไปยังอธิบดีอัยการ สานักงานคดีศาลสูง เพื่อพิจารณาสัง่
เป็ นข้อบกพร่อง โดยไม่ทาตามระเบียบสานักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดาเนิ นคดีอาญาของ
พนักงานอยั การ พ.ศ. 2547 ขอ้ 15, 53 (ระเบียบสานักงานอยั การสงู สุด ว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของ
พนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 141, 42) และระเบยี บสานักงานอยั การสงู สุด ว่าดว้ ยการดาเนินคดีอาญา
ช้นั ศาลสูงของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2556 ขอ้ 17 (ระเบียบสานักงานอยั การสูงสุด ว่าดว้ ยการดาเนิน
คดีอาญาช้ันศาลสูงของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ขอ้ 18) จึงเป็ นข้อบกพร่องของอัยการจังหวัด
อยั การศาลสงู จงั หวดั และอยั การพิเศษฝ่ายคดศี าลสงู ใหแ้ นะนาการปฏบิ ตั ริ าชการ
ทีม่ ำ : สานักงานอยั การพเิ ศษฝ่ายประเมนิ ผล สานักงานวชิ าการ ,
บนั ทึกขอ้ ความ สานักงานวิชาการ สานักงานอยั การพเิ ศษฝ่ายประเมนิ ผล ที่ อส 0007(ปผ)/455
ลงวนั ที่ 28 กนั ยายน 2563
นำงศริ อิ ร มณสี นิ ธุ์
อยั กำรอำวุโส
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
องคค์ วำมรูท้ ่ีเผยแพร่ใน Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งยิ่ง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวชิ ำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลมิ พระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ชน้ั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เรื่องที่ 113/2564
ประจำวนั ที่ 24 มิถนุ ำยน 2564
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดอี ำญำ คดีแพง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพอ่ื ทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร
----------------------------
ขำ้ รำชกำรธุรกำร : เรอ่ื ง วธิ กี ำรสงั ่ ลงโทษ
วิธีการสัง่ ลงโทษ การสัง่ ลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน ปลดออก หรือไล่ออก
ตอ้ งทาคาสัง่ เป็ นหนังสือ ระบุชื่อและตาแหน่งของผู้ถูกลงโทษ แสดงขอ้ เท็จจริงอันเป็ นสาระสาคัญว่า
ผูถ้ ูกลงโทษกระทาผิดวินัยอย่างไม่รา้ ยแรง หรือกระทาผิดวินัยอย่างร้ายแรงในกรณีใด ตามมาตราใด
พรอ้ มท้งั ใหแ้ จง้ สิทธิ ในการอุทธรณ์และระยะเวลาในการอุทธรณ์ ตามพระราชบญั ญตั ิระเบียบขา้ ราชการ
พลเรือน พ.ศ. 2551มาตรา 114 ไวใ้ นคาสงั่ ลงโทษดังกล่าวดว้ ย ตามแบบที่ สานักงาน ก.พ. กาหนด
พรอ้ มท้งั ลงลายมือช่ือและตาแหน่งของผสู้ งั่ และวนั เดือนปี ทอ่ี อกคาสงั่ ดงั กล่าวดว้ ย
กาหนดเวลามีผลของคาสงั่ ลงโทษ (กฎ ก.พ. ว่าดว้ ยการดาเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 ขอ้ 70)
แบง่ เป็ น 3 กรณี ไดแ้ ก่
1. การสงั่ ลงโทษภาคทณั ฑ์ ใหส้ งั่ ใหม้ ีผลต้งั แตว่ นั ท่ีมคี าสงั่
2. การสงั่ ลงโทษตดั เงนิ เดอื นหรือลดเงนิ เดอื น ใหส้ งั่ ใหม้ ีผลตง้ั แตเ่ ดอื นท่ีมคี าสงั่
3. การสงั่ ลงโทษปลดออกหรือไล่ออก ใหส้ งั่ ใหม้ ีผลตามระเบียบ ก.พ. ว่าดว้ ยวนั ออกจากราชการ
ของขา้ ราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ. 2554 ตามพระราชบญั ญตั ิระเบียบขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
มาตรา 107 วรรคสอง
ทีม่ ำ : - พระราชบญั ญตั ิระเบียบขา้ ราชการพลเรอื น พ.ศ. 2551 มาตรา 107 วรรคสอง และมาตรา 114
ทีม่ ำ : - กฎ ก.พ. วา่ ดว้ ยการดาเนินการทางวนิ ัย พ.ศ. 2556 ขอ้ 70
ทม่ี ำ : - ระเบยี บ ก.พ. วา่ ดว้ ยวนั ออกจากราชการของขา้ ราชการพลเรือนสามญั พ.ศ. 2554
ท่ีมำ : - คู่มือการดาเนินการทางวนิ ัยขา้ ราชการธรุ การของสานักงานอยั การสงู สดุ หนา้ 39.
โดยสานักบรหิ ารงานวนิ ัยและระบบคุณธรรม สานักงานบรหิ ารกิจการสานักงานอยั การสงู สดุ
นำยเชิดศกั ด์ิ หริ ญั สิรสิ มบตั ิ
อยั กำรอำวุโส
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
ค่มู ือกำรดำเนินกำรทำงวินยั ขำ้ รำชกำรธรุ กำรของสำนกั งำนอยั กำรสูงสุด
หรอื สำมำรถคลิกลงิ คข์ ำ้ งลำ่ งน้ ี เพ่อื เขำ้ ถงึ ขอ้ มูล
https://drive.google.com/file/d/1wsnza9MfBx8Xm2nzKeIJgD_IMvEu2j-X
องคค์ วำมรูท้ เี่ ผยแพร่ใน Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งยิ่ง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พ่อื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี ิเรกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เรื่องที่ 114/2564
ประจำวนั ที่ 25 มิถุนำยน 2564
สำนกั งำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พ่ง เป็ นเกร็ดควำมรู้ เพ่ือทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทขี่ องพนกั งำนอยั กำร
----------------------------
กำรถำมพยำนในช้นั ศำล : ทกั ษะในกำรถำม
การถามเป็ นเครื่องมือสาคญั ในการแสวงหาขอ้ เท็จจริง การใชค้ าถามเป็ นเรื่องของทักษะและศิลป ะของผูถ้ าม
การฝึกฝนจงึ เป็ นส่ิงที่จาเป็ น
รูปแบบของคาถาม ผูถ้ ามมีหน้าที่ต้ังคาถามเพ่ือใหไ้ ดค้ าตอบท่ีตอ้ งการ การจาแนกใหเ้ ห็นลักษณะ ชนิด และ
ประเภทของคาถามจึงมีความสาคัญ เพื่อจะได้เลือกใชใ้ หถ้ ูกต้องตามควรแก่กรณี (ระเบียบสานักงานอัยการสูงสุด
วา่ ดว้ ยการดาเนินคดีอาญาของพนักงานอยั การ พ.ศ. 2563 ขอ้ 103) ดงั น้ ี
รปู แบบท่ีหนึ่ง จาแนกตามความรทู้ ่ีผถู้ ามตอ้ งการรู้ เช่น เพื่อรขู้ อ้ เท็จจริง เพื่อรคู้ วามรสู้ ึก หรือเพื่อรคู้ วามคิดเห็น
ของพยาน ในการดาเนินคดี ผถู้ ามจะตอ้ งการรูข้ อ้ เท็จจริงจากพยานมากท่ีสุด สาหรับความรูส้ ึกมกั จะเป็ นเรื่องที่เก่ียวกบั
การรับรู้ของพยาน เช่น พยานหวาดกลัวมาก อาจทาให้การรับรู้เหตุการณ์ไม่ละเอียดหรือไม่ชัดเจนพอท่ีจะจาได้
ส่วนความคิดเห็นจะตอ้ งการจากผชู้ านาญการพเิ ศษ เป็ นตน้
รูปแบบที่สอง จาแนกตามประเภทของผู้ถาม เช่น ศาลมีหน้าที่สืบพยานและวินิ จฉัยปั ญหาข้อเท็จจริง
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 มาตรา 227/1 และมาตรา 229 กฎหมายจึงใหอ้ านาจศาล
ใชค้ าถามได้อย่างกวา้ งขวาง ส่วนคู่ความมีหน้าท่ีนาสืบพยานเพื่อใหไ้ ดข้ อ้ เท็จจริงสนับสนุนขอ้ อา้ งหรือขอ้ ต่อสูข้ องตน
กฎหมายจึงใหซ้ กั ถาม ถามคา้ น และถามติง โดยมีขอ้ จากดั ไมใ่ หใ้ ชค้ าถามนาในการซกั ถามและถามติง เป็ นตน้
รปู แบบที่สาม จาแนกตามลกั ษณะพยาน ว่าผูถ้ ามตอ้ งการใหพ้ ยานอธิบายมากหรือน้อย ไดแ้ ก่คาถามปลายเปิ ด
ซ่ึงมีลกั ษณะการถามเพื่อใหพ้ ยานอธิบาย เช่น ถามว่าทาไม หรืออย่างไร มักจะใชก้ บั กรณีถามคา้ น กบั คาถามปลายปิ ด
ซ่ึงมีลักษณะการถามเพ่ือให้พยานตอบส้ัน ๆ ตรงประเด็น เช่น ถามว่าใคร ทาอะไร เมื่อไร ที่ไหน ซึ่งมักจะใช้กับ
การซกั ถาม เป็ นตน้
รูปแบบท่ีส่ี จาแนกตามลักษณะของการส่ือความหมายตรงหรือสื่อความหมายออ้ มคอ้ ม ถามตรง คือ ตอ้ งการ
รขู้ อ้ เท็จจริงอะไรก็ถามตรง ๆ มกั ใชก้ บั การซกั ถาม ส่วนการถามออ้ มคอ้ มไดแ้ ก่คาถามที่ผถู้ ามตอ้ งการขอ้ เท็จจริงอยา่ งหน่ึง
แต่ถามถึงขอ้ เท็จจริงอีกอย่างหน่ึง เพื่อแปลความหมายใหไ้ ดข้ อ้ เท็จจริงที่ตอ้ งการ มกั ใชใ้ นการถามคา้ นและมกั ถูกคดั คา้ น
ว่าเป็ นคาถามนอกประเด็น
รูปแบบท่ีหา้ จาแนกตามประเด็นแห่งคดี คาถามที่เก่ียวกับประเด็นแห่งคดี ไดแ้ ก่ คาถามท่ีให้ได้ขอ้ เท็จจริง
ซึ่งน่าจะพิสูจน์ไดว้ ่าจาเลยมีความผิดหรือบริสุทธ์ิ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 ส่วนคาถาม
นอกประเด็น คือ คาถามท่ีตรงขา้ ม
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวิชำกำร
ศนู ยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พือ่ กำรทำงำน
ศนู ยร์ ำชกำรเฉลิมพระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธ์ิ ช้นั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
รปู แบบท่ีหก จาแนกตามลกั ษณะท่ีกฎหมายหา้ ม ไดแ้ ก่ การใชค้ าถามนาในการซกั ถามและถามติง การใชค้ าถาม
ท่ีมีขอ้ ความตักเตือน พูดให้ท้อใจ หรือใช้กลอุบายเพ่ือป้ องกันมิใหพ้ ยานใหถ้ ้อยคาซึ่งอยากจะให้ด้วยความเต็มใจ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 133 คาถามท่ีมีขอ้ ความเป็ นการจูงใจ มีคามัน่ สัญญา ขู่เข็ญ
หลอกลวง หรือโดยมิชอบประการอ่ืนแฝงอยู่ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 และ
คาถามท่ีหา้ มศาลถามจาเลยเพ่ือประโยชน์แต่เฉพาะ จะเพิ่มเติมคดีโจทกท์ ่ีบกพร่อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญา มาตรา 235 วรรคสอง กฎหมายไม่หา้ มเมื่อศาลจะถามนา แต่จะอย่างไรก็ตามศาลมีหน้าที่วินิจฉัยปั ญหา
ขอ้ เท็จจริง ศาลจึงไม่ควรใชค้ าถามนา ส่วนคาถามอน่ื นอกจากน้ ีจะเป็ นคาถามประเภทท่ีกฎหมายไม่ไดห้ า้ มไว้
ทมี่ ำ : คมู่ ือการดาเนินคดีอาญาสาหรบั พนักงานอยั การ พ.ศ. 2546,
คลงั กฎหมายและเอกสาร ระบบสารสนเทศการจดั การความรู้ สานักงานอยั การสงู สุด
นำยวิรชั เนตธิ รรมำภมิ ุข
อยั กำรอำวุโส
สำนักงำนอยั กำรพิเศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
องคค์ วำมรูท้ ่ีเผยแพรใ่ น Line KM : 3P ท้งั หมด
อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรตคิ งย่งิ
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรอื คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนกั งำนวชิ ำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พ่ือกำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลมิ พระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดเิ รกฤทธ์ิ ชน้ั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั สี่ กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เร่ืองที่ 115/2564
ประจำวนั ท่ี 28 มิถนุ ำยน 2564
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรว่ำตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพอ่ื ทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏบิ ตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร
----------------------------
กำรกำหนดบทบญั ญตั อิ นุโลมโทษ
ปัญหาการกาหนดบทบญั ญตั ิอนุโลมโทษ เกิดข้ ึนเน่ืองจากบทบญั ญตั ิของกฎหมายหลายๆ ฉบับ
มกั มีการเขยี นบทบญั ญตั ิใหน้ าบทบญั ญตั ิของกฎหมายอีกฉบบั หน่ึง รวมท้งั กรณีของบทบญั ญตั ิเร่ืองความผิด
และบทลงโทษดว้ ย มาใชบ้ ังคับโดยอนุโลม ซึ่งการกาหนดบทบัญญัติอนุโลมโทษใหน้ าโทษในกฎหมาย
อีกฉบบั หนึ่งมาใชด้ ว้ ยน้ัน ตอ้ งเขียนไวอ้ ย่างชดั เจน มิฉะน้ัน อาจทาใหบ้ ทบัญญัติของกฎหมายท่ีกาหนด
อนุโลมโทษฉบบั น้ันไม่มผี ลใชบ้ งั คบั ได้
สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไดใ้ หค้ วามเหน็ ในเรื่องน้ ีไว้ ดงั น้ ี
การร่างกฎหมายใหน้ าบทบญั ญตั ิของกฎหมายอ่ืนมาใชบ้ งั คับโดยอนุโลม ถา้ เป็ นการบญั ญตั ิใหน้ า
บทกาหนดความผิดและบทกาหนดโทษของกฎหมายหนึ่งมาใชบ้ ังคับแก่การกระทาในอีกกฎหมายหนึ่ง
ดว้ ยแลว้ จะตอ้ งนามาใชด้ ว้ ยความระมดั ระวงั และตอ้ งตีความการนามาใชโ้ ดยเคร่งครัด การนาบทกาหนด
ความผิดและบทกาหนดโทษมาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม ตอ้ งอยู่ภายใตร้ ัฐธรรมนูญ และมาตรา 2 แห่งประมวล
กฎหมายอาญา เช่นกัน กล่าวคือ ตอ้ งมีการบัญญตั ิไวโ้ ดยชัดแจง้ ว่า ให้นาบทกาหนดความผิดอาญาและ
บทกาหนดโทษของกฎหมายอ่นื ทเ่ี กยี่ วขอ้ งน้ัน มาใชบ้ งั คบั แกก่ ารน้ัน เพราะบคุ คลจะไมต่ อ้ งรับโทษทางอาญา
เวน้ แต่จะไดก้ ระทาการอนั กฎหมายที่ใชอ้ ยู่ในเวลาน้ันบญั ญตั ิเป็ นความผิดและกาหนดโทษไว้ หากไม่มีการ
บญั ญตั ิเรื่องบทกาหนดความผิดและบทกาหนดโทษว่า ใหน้ ามาใชบ้ งั คบั โดยชดั แจง้ แลว้ ผูก้ ระทาการตามท่ี
กฎหมายบญั ญตั ิไวเ้ ป็ นความผิด ย่อมไม่อาจทราบไดว้ ่า เม่ือตนไดก้ ระทาการดงั กล่าวแลว้ จะเป็ นความผิด
และจะตอ้ งไดร้ ับโทษอาญา และก็จะมีผลเสมือนว่า กฎหมายน้ัน มิไดบ้ ัญญัติบทกาหนดความผิดและ
บทกาหนดโทษสาหรบั การกระทาดงั กล่าวไว้ เป็ นการเฉพาะแตอ่ ยา่ งใด
ท่ีมำ : ที่ประชุมใหญค่ ณะกรรมการกฤษฎีกา เรือ่ งเสรจ็ ที่ 271/2545,
คมู่ อื แบบการรา่ งกฎหมาย “การใชถ้ อ้ ยคากฎหมายท่ีควรทราบ” , 2551, หนา้ 635 - 636 ,
สานักงานคณะกรรมการกฤษฎกี า
นำยวิชช์ จรี ะแพทย์
อยั กำรอำวุโส
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
องคค์ วำมรูท้ ี่เผยแพรใ่ น Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพิเศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนักงำนวชิ ำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวชิ ำกำร คลงั ควำมรู้ แหล่งรวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลมิ พระเกียรตฯิ อำคำรรำชบุรีดิเรกฤทธ์ิ ชน้ั 3 เลขที่ 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เร่ืองท่ี 116/2564
ประจำวนั ท่ี 29 มิถนุ ำยน 2564
สำนกั งำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรวำ่ ตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดแี พง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพอ่ื ทบทวนและเพมิ่ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏบิ ตั หิ นำ้ ทขี่ องพนักงำนอยั กำร
----------------------------
ขำ้ รำชกำรธุรกำร เรอื่ ง ข้นั ตอนกำรดำเนินกำรทำงวนิ ัย
การสืบสวนหรือพิจารณาในเบ้ อื งตน้
สำระสำคญั
ในกรณีท่ีผูบ้ งั คับบญั ชาซึ่งมีอานาจสงั่ บรรจุตามมาตรา 57 แห่งพระราชบญั ญตั ิระเบียบขา้ ราชการ
พลเรือน พ.ศ. 2551 พจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ มมี ูลทค่ี วรกล่าวหาว่า ขา้ ราชการพลเรือนสามญั ผนู้ ้ันกระทาผิดวินัย
กล่าวคือ ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอานาจสัง่ บรรจุตามมาตรา 57 ไดพ้ ิจารณาและเห็นว่า กรณีปรากฏพยานหลักฐาน
เพยี งพอท่ีเชื่อไดว้ า่ ผนู้ ้ันกระทาผิดวินัย กใ็ หด้ าเนินการตามขอ้ 5 ของกฎ ก.พ. วา่ ดว้ ยการดาเนินการทางวินัย
พ.ศ. 2556 ดงั น้ ี
1. ในกรณีที่เห็นว่ามีมูลเป็ นการกระทาผิดวินัยอย่างไม่รา้ ยแรง (ตามมาตรา 81-83 แห่งพระราชบญั ญัติ
ระเบยี บขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551) ใหผ้ ูบ้ งั คบั บญั ชาซึ่งมีอานาจสงั่ บรรจุ ตามมาตรา 57 ดาเนินการ
ตาม “หมวด 3 การดาเนินการในกรณีมีมูลท่ีควรกล่าวหาว่ากระทาผิดวินัยอย่างไม่รา้ ยแรง ของกฎ ก.พ.
วา่ ดว้ ยการดาเนินการทางวนิ ัย พ.ศ. 2556” ตอ่ ไป
2. ในกรณีที่เห็นว่ามีมูลเป็ นการกระทาผิดวินัยอย่างรา้ ยแรง (ตามมาตรา 85 แห่งพระราชบญั ญตั ิ
ระเบยี บขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551) ก็ใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชาซ่ึงมีอานาจสงั่ บรรจุ ตามมาตรา 57 ดาเนินการ
ตาม “ หมวด 4 การดาเนินการในกรณีมีมูลท่ีควรกล่าวหาว่ากระทาผิดวินัยอย่างรา้ ยแรง ของกฎ ก.พ.
ว่าดว้ ยการดาเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556” ตอ่ ไป
ที่มำ : คมู่ อื การดาเนินการทางวินัยขา้ ราชการธุรการของสานักงานอยั การสงู สุด หนา้ 20-21.
โดย สานักบรหิ ารงานวินัยและระบบคุณธรรม สานักงานบริหารกิจการสานักงานอยั การสงู สุด
นำยยคุ ล เหลำ่ พลู สุข
อยั กำรอำวุโส
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
คมู่ ือกำรดำเนินกำรทำงวินยั ขำ้ รำชกำรธุรกำรของสำนกั งำนอยั กำรสงู สดุ องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ทง้ั หมด
หรือสำมำรถคลิกลิงคข์ ำ้ งลำ่ งน้ ี เพอ่ื เขำ้ ถึงขอ้ มลู
https://drive.google.com/file/d/1wsnza9MfBx8Xm2nzKeIJgD_IMvEu2j-X
อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th
KM : Perfect Public Prosecutor (KM : 3P)
www.kmcenter.ago.go.th
Knowledge Management System : KMS
สำนักงำนวชิ ำกำร
ศูนยก์ ฎหมำยและเอกสำรวิชำกำร คลงั ควำมรู้ แหลง่ รวมควำมรูเ้ พอ่ื กำรทำงำน
ศูนยร์ ำชกำรเฉลมิ พระเกียรติฯ อำคำรรำชบุรดี เิ รกฤทธิ์ ชน้ั 3 เลขท่ี 120 หมู่ 3 ถนนแจง้ วฒั นะ
เขตหลกั ส่ี กรุงเทพมหำนคร 10210 โทร 0 2142 1499 โทรสำร 0 2143 9475
เรื่องที่ 117/2564
ประจำวนั ที่ 30 มิถนุ ำยน 2564
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้ ขอเสนอเทคนิค /2563
ขอ้ สงั เกตกำรวำ่ ตำ่ ง แกต้ ำ่ ง คดีอำญำ คดีแพง่ เป็ นเกรด็ ควำมรู้ เพอื่ ทบทวนและเพม่ิ ศกั ยภำพ
ในกำรปฏบิ ตั หิ นำ้ ทข่ี องพนกั งำนอยั กำร
----------------------------
กำรระบุทอี่ ยขู่ องจำเลยในคำฟ้ อง
การระบทุ ีอ่ ย่ขู องจาเลย ข้ นึ อยกู่ บั โจทกจ์ ะฟ้ องจาเลยตามเขตอานาจของศาลใด แยกเป็ นดงั น้ ี
1. กรณีฟ้ องจาเลยตอ่ ศาลตามหลกั ทวั่ ไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 22
เมื่อความผิดเกดิ ข้ นึ อา้ งหรือเช่ือว่าไดเ้ กิดข้ นึ ในเขตอานาจของศาลใด ใหช้ าระทศี่ าลน้ัน
2. กรณีฟ้ องจาเลยต่อศาลที่จาเลยมีที่อยู่ ตามขอ้ ยกเวน้ ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 22 ตอ้ งใหไ้ ดค้ วามว่า จาเลยมีที่อยู่ในเขตอานาจของศาลน้ันในขณะย่ืนฟ้ อง และตอ้ งระบุที่อยู่
ในฟ้ องใหต้ รงกับเขตอานาจศาลน้ันดว้ ย กบั ตอ้ งแนบสาเนาทะเบียนบา้ นไปกบั คารอ้ งขออนุญาตย่ืนฟ้ อง
พรอ้ มคาฟ้ องดว้ ย
อย่างไรก็ดี หากเรือนจา หรือ ทัณฑสถานเป็ นท่ีอยู่ของจาเลย จะฟ้ องจาเลยตามเขตอานาจศาล
ที่เรือนจาหรือทัณฑสถานต้ังอยู่ได้ เฉพาะกรณีจาเลยถูกจาคุกอยู่ในเรือนจา หรือ ทัณฑสถานน้ัน
ตามคาพิพากษาถึงที่สุดแลว้ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 47 กาหนดใหเ้ รือนจาหรือ
ทณั ฑสถาน เป็ นภูมิลาเนาของผู้ท่ีถูกจาคุกตามคาพิพากษาถึงท่ีสุดของศาล หรือตามคาสัง่ โดยชอบดว้ ย
กฎหมาย จนกว่าผูท้ ่ีถูกจาคุกจะไดร้ ับการปล่อยตัว ฉะน้ัน จะย่ืนฟ้ องจาเลยในกรณีน้ ี ตอ้ งระบุท่ีอยู่
ตามเรือนจา หรือทณั ฑสถาน โดยคดั สาเนาทะเบียนเรือนจาหรือทณั ฑสถาน หรือหนังสือรบั รองของเรือนจา
ซึ่งแสดงว่าจาเลยมีท่ีอยู่ท่ีเรือนจาดงั กล่าว และหนังสือรับรองคาพิพากษาถึงที่สุด ตามคดีท่ีจาเลยถูกจาคุก
ยงั เรือนจาน้ัน ไปกบั คารอ้ งขออนุญาตย่ืนฟ้ องและคาฟ้ องดว้ ย
ท่ีมำ : - คมู่ ือการดาเนินคดีอาญาสาหรบั พนักงานอยั การ, คลงั กฎหมายและเอกสาร ระบบ KMS,
สานักงานอยั การพิเศษฝ่ายบรหิ ารจดั การความรู้ สานักงานวชิ าการ สานักงานอยั การสงู สุด.
นำงสมสุข มวี ุฒิสม
อยั กำรอำวุโส
สำนักงำนอยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบรหิ ำรจดั กำรควำมรู้
องคค์ วำมรูท้ เ่ี ผยแพร่ใน Line KM : 3P ทง้ั หมด
อยั กำรพเิ ศษฝ่ ำยบริหำรจดั กำรควำมรู้ : นำงสำวณฤดี เกียรติคงยิ่ง
KMS : คลงั ควำมรู้ คลงั กฎหมำยและเอกสำร ควำมรู้ ตอบขอ้ หำรือ คลงั สมอง
กำรเขำ้ ใชง้ ำนระบบสำรสนเทศกำรจดั กำรควำมรู้ (KMS) : www.km.ago.go.th