The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลการปฏิบัติงานที่ดี 1-2565 กศน.ตำบลหมอนนาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ผลการปฏิบัติงานที่ดี 1-2565

ผลการปฏิบัติงานที่ดี 1-2565 กศน.ตำบลหมอนนาง

ผลการปฏิบตั ิงานที่ดี (Best Practice)
ภาคเรยี นที่ 1/2565

ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2565

เรอื่ ง การจดั กิจกรรมการศึกษาต่อเน่ือง
โครงการศูนยฝ์ ึกอาชพี ชุมชน รปู แบบชนั้ เรยี นวชิ าชพี
➢ หลักสูตรการจกั สานไม้ไผ่
➢ หลักสูตรการสานเส้นพลาสติก”

จดั ทาโดย
นางสาวจนั ทรท์ พิ ย์ บรรดาศักด์ิ

ครู กศน.ตาบลหมอนนาง

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพนัสนิคม
สานักงาน กศน.จงั หวดั ชลบุรี

ผลการปฏบิ ตั งิ านทด่ี ี (Best Practice) ภาคเรยี นที่ 1/2565
ประจาปี งบประมาณ พ.ศ.2565

กศน.ตาบลหมอนนาง

เร่อื ง เรอ่ื ง การจดั กิจกรรมการศกึ ษาตอ่ เนื่อง
โครงการศนู ยฝ์ ึ กอาชีพชุมชน รูปแบบช้นั เรียนวิชาชีพ
- หลกั สูตรการจกั สานไมไ้ ผ่
- หลกั สูตรการสานเสน้ พลาสตกิ ””

ชื่อเจา้ ของผลงาน/นวตั กรรม นางสาวจนั ทรท์ ิพย์ บรรดาศกั ดิ์

สถานศึกษา กศน.ตาบลหมอนนาง สงั กดั กศน.อาเภอพนสั นิคม จงั หวัดชลบุรี

ปี การศึกษา 1/2565

..................................................................................................................................................

1.ทม่ี าและความสาคญั

ในปี 2565 สำนักงำน กศน. จึงไดน้ ำนโยบำยดังกล่ำวสู่กำรปฏิบตั ิ ดว้ ยกำรใหส้ ำนักงำน กศน.

จงั หวดั /กทม. และสถำนศึกษำ กศน. ดำเนินกำรสำนต่อกำรจดั กำรศึกษำเพื่อพฒั นำอำชีพของโครงกำรศูนยฝ์ ึก

อำชีพชุมชน โดยอำจเป็ นกำรจดั ฝึกอำชีพในรูปแบบช้นั เรียนวิชำชีพหรือรูปแบบกลุ่มสนใจ ในวิชำต่ำงๆ และกำร

จดั ฝึกอำชีพใหก้ บั ผูท้ ่ีตอ้ งกำรต่อยอดอำชพี เดิม เพ่ือให้สอดคลอ้ งกบั ควำมตอ้ งกำรของตลำดแรงงำน และส่งเสริม

กำรใชร้ ะบบเทคโนโลยเี พอ่ื กำรพฒั นำอำชีพ ในอนั ที่จะประกอบอำชีพที่สรำ้ งรำยไดไ้ ดจ้ รงิ

จำกกำรสอบถำมควำมตอ้ งกำรของผูเ้ รียนและไดจ้ ดั ทำเวทีสำรวจสภำพและควำมตอ้ งกำรพ้ ืนฐำน

ดำ้ นกำรส่งเสริมกำรพฒั นำอำชีพ พบว่ำ ประชำชนส่วนใหญ่ทำกำรเกษตรกรรม บำงส่วนประกอบอำชีพรับจำ้ ง

และอำชีพคำ้ ขำย นอกจำกน้ ียงั มีกลุม่ ผูว้ ำ่ งงำนท้งั หลงั จำกกำรเกบ็ เกยี่ วและกำรรบั จำ้ ง มีควำมตอ้ งกำรในกำรที่จะ

สรำ้ งงำน สรำ้ งรำยไดใ้ หก้ บั ตนเองและครอบครวั และตอ่ อำชพี กำรจกั สำนซึง่ เป็ นภูมิปัญญำทอ้ งถ่ิน ในกำรจกั สำน

จำกไมไ้ ผ่และกำรสำนเสน้ พลำสติก ถือเป็ นอำชพี ท่ีเหมำะสมกบั ควำมตอ้ งกำรของชุมชน เน่ืองจำกมีผูร้ ู้ ภูมปิ ัญญำ

ชำวบำ้ นในกำรจกั สำนในรูปแบบท่ีหลำกหลำย กระเป๋ ำ ตะกรำ้ ซ่ึงเป็ นของใชท้ ี่ใชเ้ ป็ นประจำของทุกคน ทุกเพศ

ทุกวัย นอกจำกน้ัน ทำงกลุ่มอำชีพตำบลหมอนนำง จึงไดร้ วมกลุ่มกันทำกำรจักสำนไมไ้ ผ่ และกำรสำนเสน้

พลำสติก เพรำะกำรจักสำน คือ กำรต่อยอดอำชีพกำรจักสำนและอนุรักษ์ภูมิปัญญำท้องถิ่น และอนุรักษ์

สิ่งแวดลอ้ ม อีกท้งั เป็ นกำรเพ่ิมมูลค่ำใหส้ ินคำ้ ไดร้ ่วมรกั ษำเอกลกั ษณ์ของอำเภอพนัสนิคมท่อนหนึ่งของคำขวญั

ของอำเภอพนัสนิคม ท่ีว่ำ จกั สานคู่เมือง และกำรต่อยอดกิจกรรมกำรอนุรกั ษ์ส่งแวดลอ้ มของกลุ่ม ทสม.ตำบล

หมอนนำง ของเครือข่ำยทสม.ดีเด่นจงั หวัดชลบุรี ประจำปี 2564 ไดร้ ับรำงวัลเครือข่ำย ทสม.ดีเด่นดำ้ นกำร
จดั กำรขยะมูลฝอย

กศน.ตำบลหมอนนำง ศูนยก์ ำรศึกษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอธั ยำศยั อำเภอพนัสนิคม ได้
เล็งเห็นควำมสำคญั ของกำรพฒั นำทกั ษะอำชีพ และพฒั นำอำชีพ ซ่ึงไดม้ ำจำกกำรจดั ทำเวทีชุมชนในพ้ ืนที่ตำบล
หมอนนำง ท่ีสอดคลอ้ งกับสภำพบริบทของคนในชุมชน สอดคลอ้ งกับควำมตอ้ งกำรของตลำด กศน.ตำบล
หมอนนำง จึงไดจ้ ดั ทำหลกั สูตรกำรจกั สำนไมไ้ ผ่ จำนวน 32 ชวั่ โมง และหลกั สูตรกำรสำนเสน้ พลำสติก จำนวน
32 ชวั่ โมง เพ่ือตอบสนองควำมตอ้ งกำรของประชำชนในชุมชนตำบลหมอนนำง ตลอดจนส่งเสริมประชำชนใหม้ ี
ควำมพรอ้ มในกำรอยู่ในสังคมยุคใหม่ ไดพ้ ัฒนำกระบวนกำรเรียนกำรสอน ที่เท่ำทันต่อกำรเปล่ียนแปลงของ
สภำพแวดลอ้ ม สงั คม เศรษฐกจิ และวฒั นธรรม และส่งเสริมกำรเรยี นตลอดชีวติ ภำยใตส้ ถำนกำรณโ์ ควิด-19
2. จุดประสงคข์ องการดาเนินงาน

1) เพ่ือเผยแพร่และประชำสัมพันธ์โครงกำรศูนย์ฝึ กอำชีพชุมชน หลักสูตรกำรจักสำนไม้ไผ่
จำนวน 32 ชวั่ โมง และหลกั สูตรกำรสำนเสน้ พลำสติก จำนวน 32 ชวั่ โมง

2) เพ่ือใหก้ ลุ่มเป้ำหมำยมคี วำมรแู้ ละสำมำรถนำควำมรไู้ ปประกอบอำชพี สรำ้ งได้
3) เพื่อส่งเสริมผู้เรียนใหม้ ีควำมพรอ้ มในกำรอยู่ในสังคมยุคใหม่ เท่ำทันต่อกำรเปลี่ยนแปลงของ

สภำพแวดลอ้ ม สงั คม เศรษฐกจิ และวฒั นธรรม
3. ข้นั ตอนการดาเนินงาน

กำรดำเนินงำนตำม โครงกำรศูนย์ฝึกอำชีพชุมชนตำบลหมอนนำง รูปแบบช้ันเรียนวิชำชีพ
หลกั สตู รกำรจกั สำนไมไ้ ผ่ จำนวน 32 ชวั่ โมง และหลกั สตู รกำรสำนเสน้ พลำสติก จำนวน 32 ชวั่ โมง มีดำเนินกำร
ตำมวงจรเด็มม่ิง ดงั น้ ี

ดา้ นการวางแผน (P)
1) ครูและชุมชนร่วมกนั ศึกษำสภำพปัญหำ ควำมตอ้ งกำรโดยกำรจดั เวทีประชำคม และวิเครำะห์ขอ้ มูลจำก
กำรจดั ทำเวทีชุมชนและกำรประชุมประจำเดือนของหมู่บำ้ น จำกกำรวิเครำะหข์ อ้ มูลชุมชน ขอ้ มูลพ้ ืนฐำน
ดำ้ นอำชีพในชุมชนตำบลหมอนนำง พบวำ่ มีควำมตอ้ งกำรในกำรท่ีจะสรำ้ งงำนสรำ้ งรำยไดใ้ หก้ บั ตนเอง
และครอบครวั เพื่อเป็ นกำรสรำ้ งรำยไดใ้ หต้ นเอง ชุมชน ลดค่ำใชจ้ ่ำยภำยในครอบครวั กำรจกั สำนไมไ้ ผ่
จำนวน 32 ชวั่ โมง และกำรสำนเสน้ พลำสติก จำนวน 32 ชวั่ โมง เป็ นอำชีพท่ีเหมำะสมกบั ควำมตอ้ งกำร
ของชุมชน เน่ืองจำก มผี รู้ ู้ ภมู ปิ ัญญำในกำรสอนทำกำรจกั สำนไมไ้ ผ่ และกำรสำนเสน้ พลำสติก
2) ครูและเป้ำหมำยกลุ่มสนใจในชุมชนรว่ มกนั วำงแผนกำรดำเนินกำรจดั กจิ กรรมในชุมชน
3) วิเครำะห์งำนตำมบทบำทหน้ำที่ และวิเครำะห์ควำมสอดคลอ้ งเกี่ยวกับ ยุทธศำสตร์และจุดเน้นกำร
ดำเนินงำนของสำนักงำน กศน. ตอบสนองต่อกำรดำเนินงำนตำมหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
4) ครแู ละประชำชนกลุ่มเป้ำหมำยร่วมวำงแผนจดั ทำโครงกำรใหส้ อดคลอ้ งกบั ควำมตอ้ งกำร
5) ศึกษำขอ้ มูลเกี่ยวกับกำรวิธีกำรทำ จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ในกำรทำและร่วมวำงกำรจัดกิจกรรมกำร
เรยี นรู้
6) วำงแผนกำรติดตำมประเมินผลกำรนำไปใช้ รวมท้งั ประเมนิ ควำมพงึ พอใจต่อกำรเขำ้ ร่วมกิจกรรม

การดาเนินงาน (D)
จดั กจิ กรรมสง่ เสริมกำรเรียนรตู้ ำมท่ีไดว้ ำงแผนกำรเรียนรู้ ออกแบบกำรเรียนรู้

1) สรำ้ งควำมรคู้ วำมเขำ้ ใจกำรจกั สำนไมไ้ ผ่ และกำรสำนเสน้ พลำสติก
2) สรำ้ งควำมรคู้ วำมเขำ้ ใจหลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1) ครูปลูกฝังอุดมกำรณ์ตำมหลกั ปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงใหเ้ กิดกระบวนกำรเรียนรู้ ศึกษำ เอกสำร

ขอ้ มูลเก่ียวกับหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง สรำ้ งควำมรูค้ วำมเขำ้ ใจแนวคิดหลัก ปรัชญำของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง 3 หว่ ง 2 เง่อื นไข 4 มิติ
2) ครูจดั ทำโครงกำรเพื่อขออนุมตั ิโครงกำรเพ่ือใหก้ ำรดำเนินงำนเป็ นไปตำมแผนงำน/กจิ กรรม
3) ประสำนงำนกลุ่มเป้ำหมำยในชุมชน ผูน้ ำชุมชนและประชำชน และภำคีเครือขำ่ ยเพอื่ แจง้ กำหนดกำร วนั
เวลำ และสถำนที่ในกำรจดั โครงกำร เพ่อื ควำมพรอ้ มสำหรบั กำรดำเนินโครงกำรดงั กล่ำว
4) กำรดำเนินกำรจดั กิจกรรม โครงกำรศูนยฝ์ ึกอำชีพชุมชน “หลกั สูตรกำรจกั สำนไมไ้ ผ่ จำนวน 32 ชวั่ โมง
และหลกั สูตรกำรสำนเสน้ พลำสติก จำนวน 32 ชวั่ โมง” จดั เตรยี มวสั ดุอุปกรณ์ เพอื่ ลงมอื ดำเนินกำรตำม
โครงกำรท่ีวำงไวต้ ำมลำดับข้ันตอน และเก็บขอ้ มูล เพื่อใหโ้ ครงกำรสำเร็จลุล่วงตำมเป้ำหมำยและ
วตั ถุประสงคโ์ ครงกำรท่ีวำงไว้
5) สรุปผลกำรดำเนินโครงกำร และประเมินผลโครงกำร
ดา้ นการตรวจสอบและประเมินผล (C)
1) ควำมรคู้ วำมเขำ้ ใจ โดยสอบถำมและสงั เกต
2) ประเมนิ ตำมสภำพจรงิ กำรนำประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวนั
3) รวบรวมขอ้ มูล สรุปผลกำรดำเนินงำน รวบรวมผลงำนที่เป็ นจุดเด่นและจุดควรพฒั นำเพ่ือนำมำใช้ จดั ทำ
รำยงำน เสนอเป็ น Best Practice
4) เผยแพรผ่ ลงำนแนวทำงกำรปฏบิ ตั ิงำนที่ดี

ดา้ นการปรบั ปรุงและการพฒั นา (A)
1) นำขอ้ เสนอแนะของผูเ้ รียนกลุ่มสนใจที่เขำ้ ร่วมโครงกำร และผูท้ ่ีเก่ียวขอ้ ง มำปรบั ปรุงรูปแบบและวิธีกำร
ดำเนินงำน เพื่อเผยแพรใ่ หช้ ุมชนอนื่ ทีมสี ภำพบรบิ ทเหมือนหรอื ใกลเ้ คียงกนั ไดน้ ำไปปรบั ใช้

4. ผลการดาเนินงาน
1. ผลทเ่ี กิดกบั ตนเอง (กศน.ตาบลหมอนนาง)
1.1 เกดิ แนวคิดในกำรพฒั นำอยำ่ งตอ่ เน่ือง
1.2 ทำให้ กศน.เป็ นศนู ยก์ ลำงในกำรเรียนรดู้ ำ้ นเทคโนโลยีเพื่อนำควำมรไู้ ปพฒั นำตนเองได้
อยำ่ งถูกตอ้ งและเหมำะสม
1.3 กศน.เป็ นท่ียอมรบั ของประชำชน

2. ผลทเ่ี กิดกบั ผเู้ รียน
2.1 ผูเ้ รียนเกิดพฤติกรรมที่จะพฒั นำกำรจกั สำนไมไ้ ผ่ และกำรสำนเสน้ พลำสติก มำทำใหเ้ กิด

เป็ นผลิตภณั ฑ์
2.2 ผูเ้ รยี นไดม้ ีกำรแลกเปล่ียนเรียนรปู้ ระสบกำรณ์ร่วมกบั วิทยำกรท่ีหลำกหลำย
2.3 ผูเ้ รียนไดร้ บั กำรสนับสนุนพฒั นำดำ้ นกำรศึกษำอยำ่ งต่อเน่ือง
2.4 ผู้เรียนได้แสดงออกถึงศักยภำพ สำมำรถลงมือปฏิบัติ และนำควำมรู้ที่ได้รับไปใชใ้ น

ชีวิตประจำวนั เพอ่ื กอ่ รำยไดเ้ สริมภำยในครอบครวั
2.5 ผู้เรียนได้ตระหนัก และเห็นควำมสำคัญในคุณค่ำ คุณประโยชน์จำกกำรฝึกอบรมและ

สำมำรถนำควำมรูท้ ี่ไดไ้ ปพฒั นำตนเอง ครอบครัวและชุมชน ส่งผลต่อควำมเช่ือมนั่ ศรัทธำ และนำไป
ปฏิบตั ิพฒั นำตนเองจนเป็ นนิสยั
3. ผลที่เกิดกบั ประชาชน

3.1 ประชำชนตระหนัก เห็นควำมสำคญั ของกำรพฒั นำกลุ่มอำชพี
3.2 ไดเ้ หน็ และเรียนรกู้ ิจกรรมอำชีพที่มีอยูใ่ นชุมชน นำไปสู่พลงั ภำคประชำชนพฒั นำตนเอง
พฒั นำชุมชน จำกกำรเรียนรูซ้ ่ึงกันและกันดว้ ยกิจกรรมจำกกำรจกั สำนไมไ้ ผ่และกำรสำนเสน้ พลำสติก
เป็ นตวั เชื่อมโยง
3.3 มีส่วนรว่ มกบั ภำคีเครือข่ำยจดั กจิ กรรม เชน่ กลุม่ อำชพี ตำบลหมอนนำง โรงพยำบำลสง่ เสริม
สุขภำพตำบลบำ้ นหนองไทร โรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบลตำบลหมอนนำง และเทศบำลตำบล
หมอนนำง กำนันและผูใ้ หญ่บำ้ นตำบลหมอนนำง เพื่อสรำ้ งสงั คมแห่งกำรเรียนรู้ และควำมเขม้ แข็งใหก้ บั
ชุมชน

5. ผลที่เกิดกบั สงั คม
4.1 สงั คมมแี หลง่ เรยี นรทู้ ี่สอดคลอ้ งกบั ควำมตอ้ งกำรของประชำชนในทอ้ งถิ่น

6. ปัจจยั ความสาเร็จ
6.1 ประชำชนในพ้ ืนท่ีตำบลหมอนนำงใหค้ วำมสนใจ และมีควำมกระตือรือในกำรจกั สำนไมไ้ ผ่

และกำรสำนเสน้ พลำสติก เป็ นอำชีพเสรมิ
6.2 กำรมีส่วนรว่ มของครู กลุ่มสนใจ และ คนในชุมชน ในกำรวิเครำะหข์ อ้ มูลชุมชนทำใหร้ ู้

สภำพปัญหำและควำมตอ้ งกำรของชุมชน
6.3 นำเอำภูมิปัญญำทอ้ งถ่ิน วฒั นธรรม และวิถีชวี ิตของคนในชุมชนองคค์ วำมรพู้ ้ นื ฐำนใน

กำรต่อยอดควำมรพู้ ฒั นำอยำ่ งยงั่ ยนื
6.4 ได้รับควำมร่วมมือจำกภำคีเครือข่ำยจัดกิจกรรม เช่น กลุ่มอำชีพตำบลหมอนนำง

โรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบลบำ้ นหนองไทร โรงพยำบำลส่งเสริมสุขภำพตำบลตำบลหมอนนำง และ
เทศบำลตำบลหมอนนำง กำนันและผูใ้ หญบ่ ำ้ นตำบลหมอนนำง เพอ่ื สรำ้ งสงั คมแห่งกำรเรียนรู้ และควำม
เขม้ แขง็ ใหก้ บั ชุมชน
7. ประโยชนท์ ่ีไดร้ บั

7.1 เป็ นประโยชน์ต่อครูผู้สอน สถำนศึกษำ ศูนย์ฝึ กอำชีพชุมชนตำบลหมอนนำงในกำร
พฒั นำกำรจดั กิจกรรม

7.2 ผู้เขำ้ ร่วมโครงกำรสำมำรถเผยแพร่ ส่งเสริม สำธิตข้ันตอนกำรดำเนินงำน สำมำรถ
แลกเปลี่ยนเรียนรูก้ ำรปฏิบัติงำน และช่วยชุมชนหรือหมู่บำ้ นที่ตอ้ งกำรใหม้ ีกำรจัดสถำนท่ีในกำรจัด
กิจกรรมต่ำงๆ ใหม้ ีควำมสวยงำมเหมำะแกก่ ำรทำกิจกรรม

8.การเผยแพร/่ การไดร้ บั การยอมรบั
1. ไดร้ ับกำรยอมรับจำกคนในชุมชน เทศบำลตำบลหมอนนำง และไดม้ อบทุนกำรจัดกิจกรรม
ส่งเสรมิ กำรจดั กิจกรรมกำรฝึกอำชีพอยำ่ งต่อเน่ือง
2. เทศบำลตำบลหมอนนำงจดั ทำข่ำวประชำสมั พนั ธแ์ ละขำยสนิ คำ้ สง่ เสรมิ กำรขำยใน Fan Page
3. เผยแพร่ขอ้ มลู และสนิ คำ้ ใน กลุ่ม Line Facebook Website

ภาคผนวก

ไดร้ บั การยอมรบั จากคนในชุมชน เทศบาลตาบลหมอนนาง และไดม้ อบทุนการจดั กิจกรรม
สง่ เสริมการจดั กิจกรรมการฝึ กอาชีพอยา่ งต่อเน่ือง

1. จดั ทาขา่ วประชาสมั พนั ธแ์ ละขายสนิ คา้ สง่ เสริมการขายใน Fan Page
2. เผยแพร่ขอ้ มลู และสนิ คา้ ใน กล่มุ Line Facebook Website

1. จดั ทาขา่ วประชาสมั พนั ธแ์ ละขายสนิ คา้ สง่ เสริมการขายใน Fan Page
2. เผยแพรข่ อ้ มูลและสินคา้ ใน กลมุ่ Line Facebook Websit

1. จดั ทาขา่ วประชาสมั พนั ธแ์ ละขายสนิ คา้ สง่ เสริมการขายใน Fan Page
2. เผยแพร่ขอ้ มลู และสนิ คา้ ใน กล่มุ Line Facebook Website


Click to View FlipBook Version