The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dreamthanyaporn, 2020-10-28 08:34:41

22-ธันยพร-E-book-2

22-ธันยพร-E-book-2

BIOLOGY

เรื่องโครงสร้างและการสืบพนั ธ์ุ
จดั ทำโดย

นำงสำว ธนั ยพร จนั ทร์ออ่ น
มธั ยมศึกษำปี ที่ 5/5 เลขที่ 22

เสนอ

ครู พชรกมล พลู ลำย
โรงเรียนอยธุ ยำวทิ ยำลยั

คอร์กแคมเบยี ม (Cork cambium)
พฒั นามาจากเนอื้ เยอื่ ถาวรในอพี เิ ดอร์มสิ คอร์เทก็ ซ์ และเพ

อริไซเคลิ สร้างเนือ้ เยอ่ื คอร์ก ห่อหุ้มรากและลาต้น จัดเป็ นเนือ้ เยอ่ื
เจริญทางด้านข้าง แบ่งเซลล์ออกสู่ด้านนอกจะเป็ นคอร์ก

เซลล์คุม (Guard cell) : การ์ดเซลล์
เซลล์คุม, เซลล์ทท่ี าหน้าทค่ี วบคุม การปิ ดเปิ ดของ

ปากใบ โดยทวั่ ไปพบมากในช้ัน เอพเิ ดอร์มสิ ของใบพชื มี
รูปร่างคล้ายเมลด็ ถว่ั อยู่กนั เป็ นคู่ ๆ ระหว่างเซลล์คุมแต่ละคู่
มชี ่องเปิ ดเลก็ ๆ เป็ นปากใบ

ไซเลม็ (Xylem)
เป็ นเนือ้ เยอ่ื ของพชื ทท่ี าหน้าท่ลี าเลยี งนา้ และแร่ธาตุ

ต่าง ๆ ไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของพชื ประกอบด้วยกลุ่มเซลล์ทท่ี า
หน้าท่หี ลกั ในการลาเลยี งนา้

เนือ้ เยอื่ ท่อลาเลยี ง (Vascular tissue) : วาสควิ ล่า ทชิ ชู

เป็ นเนือ้ เยอ่ื ที่พบในพชื มที ่อลาเลยี ง ทส่ี าคญั ได้แก่ ไซเลม็
และโฟลเอม็ ทาหน้าที่ขนส่งนา้ สารละลายและสารอาหารภายในต้น
พชื นอกจากนีย้ งั มเี นือ้ เยอ่ื เจริญสองชนิดที่เกย่ี วข้องกับเนือ้ เยอ่ื ท่อ
ลาเลยี งได้แก่ วาสควิ ลาร์แคมเบียมและคอร์กแคมเบยี ม

เนือ้ เยอื่ พชื (Plant tissue) : แพลนทชิ ชู
เนือ้ เยอื่ พชื คอื กลุ่มของเซลล์พชื ชนิดเดยี วกนั หรือต่างชนิดกนั

ทม่ี าทางานร่วมกนั ภายใต้โครงสร้างหรืออวยั วะต่างๆ ของพชื เช่น ราก ลาต้น
ใบ เป็ นต้น ในกล่มุ พชื ดอก (Angiosperm) มกี ารจัดจาแนกเนือ้ เยอ่ื พชื ออกเป็ น
หลายชนิด โดยมีการกาหนดเกณฑ์ต่างๆ ขึน้ มา เพอ่ื ใช้ในการจัดจาแนกเนือ้ เยอ่ื
พชื สามารถแบ่งเป็ น 2 ประเภทใหญ่ คอื เนือ้ เยอ่ื เจริญ (meristematic
tissue) และ เนือ้ เยอ่ื -ถาวร (permanent tissue)

ปากใบ (Stoma) : สโตรมา
คอื รูที่อยู่ระหว่างเซลล์คุม (guard cell) ทีค่ วบคุมการเปิ ดปิ ดของปากใบ

ปากใบมหี น้าท่เี ป็ นทางเข้าออกของนา้ และคาร์บอนไดออกไซด์ ซ่ึงปากใบของ
พชื ส่วนใหญ่อยู่ล่างผิวใบเพราะพชื สังเคารห์ด้วยแสง ได้ดใี นช่วงทมี่ ีแสงแดด
มาก ปากใบจงึ ต้องอยู่ด้านล่างเพอ่ื ป้ องกนั การสูญเสียนา้ ออกทางปากใบ
นอกจากนี้ ผวิ ใบด้านบนยงั มี ไขมนั เคลือบอยู่หนาแน่นซ่ึงช่วยลดการคายนา้
ออกจากทางปากใบได้

พาเรงคมิ า (Parenchyma)
เป็ นเซลล์พชื พนื้ ฐานทพี่ บได้ทว่ั ไปตลอดท้งั ต้นพชื หน้าทขี่ นึ้ อยู่กบั

ตาแหน่งทพี่ บ เช่น อยู่ทใี่ บ ทาหน้าทสี่ ังเคราะห์ด้วยแสง ในลาต้นและราก
ช่วยในการลาเลยี งและเกบ็ สะสมอาหาร ในใบจะมพี าเรงไคมาสองชนิด
คอื พาลิเซด พาเรงไคมา (palisade parenchyma) มลี กั ษณะกลมหลายเหลยี่ ม
หรือยาว การเรียงตวั มกั มชี ่องว่างระหว่างเซลล์ ทาหน้าทเ่ี กบ็ สะสมอาหาร
ลาเลยี งนา้ สังเคราะห์ด้วยแสง อยู่หนาแน่นทางด้านบนของใบ

พธิ (Pith)
เนือ้ เยอ่ื บริเวณกลางลาต้นและรากเป็ นเซลทีม่ ีผนังเซล์บาง ใน

พชื บางชนดิ เม่อื มี อายุมากขึน้ พธิ จะสลายตวั ไปกลายเป็ นช่อง
กลางลาต้น เช่น ต้นไผ่ มะละกอ

โฟลเอม็ (Phloem)
โฟลเอม็ , เนือ้ เยอ่ื ลาเลยี งอาหาร, เนือ้ เยอ่ื ที่ทาหน้าท่ี

ลาเลยี งอาหารในพชื ช้ันสูง ประกอบด้วยเซลล์รูปร่างต่าง ๆ
กนั หลายชนิด

มโี ซฟิ ลล์ (Mesophyll)
เป็ นเนือ้ เยอื่ ทอ่ี ยู่ระหว่างช้ันเอพเิ ดอร์มสิ ท้งั 2 ด้าน ส่วนใหญ่

เป็ นเนือ้ เยอ่ื พาเรงคมิ าที่มีคลอโรพลาสต์จานวนมาก โดยทวั่ ไป
พาเรงคิมาในพชื ใบเลยี้ งคู่จะมเี ซลล์ 2 แบบ ทาให้โครงสร้าง
ภายในแบ่งเป็ น2 ช้ัน

รากแก้ว (Tap root) : แทบ็ รูท
รากเดมิ , รากขนาดใหญ่ทเี่ ป็ นหลกั หยงั่ ลกึ ลงไปในดนิ

ของพชื บางชนิด มกั พบในพชื ใบเลยี้ งคู่ทเ่ี กดิ จากเมลด็ .

ลาต้นอ่อน (Young stem) : ยงั สเตม็

อยู่ถัดจากตาแหน่งใบเร่ิมเกดิ ลงมา ลาต้นส่วนใต้ใบอ่อนกย็ งั เป็ นลา
ต้นระยะทยี่ งั เจริญไม่เตม็ ที่ กล่าวคอื เซลล์บางบริเวณอาจพฒั นาไปจน
เจริญเตม็ ทใี่ นระดับหน่ึงแล้ว แต่บางบริเวณยงั แบ่งเซลล์เพอื่ เพม่ิ จานวน
และขยายขนาดต่อไปได้อกี

เวสเซล (Vessel)
เป็ นเซลล์ท่มี ีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ส้ันกว่าเทรคดี เป็ นเซลล์เดยี่ วๆ ท่ี

ปลายท้ังสองข้างของเซลล์มลี กั ษณะคล้ายคมของส่ิว ทบ่ี ริเวณด้านข้างและ
ปลายของเซลล์มรี ูพรุน ส่วนของเวสเซลนีพ้ บมากในพชื ช้ันสูงหรือพชื มีดอก
ทาหน้าทีเ่ ป็ นท่อลาเลียงนา้ และแร่ธาตตุ ่างๆ จากรากขึน้ ไปยงั ลาต้นและใบ

สเกลอรีด (Sclereid)

เป็ นเซลล์ทม่ี รี ูปร่างส้ันกว่าไฟเบอร์ พบกระจายอยู่ในช้ันเปลอื ก
ของลาต้นพชื ใบเลยี้ งคู่ เปลอื กผลไม้ทแี่ ขง็ เช่น กะลามะพร้าว เป็ นต้น
สเกอรีดมรี ูปร่างไม่แน่นอน ผนังเซลล์หนา มลี ูเมนและพทิ เหมอื นกบั ไฟ
เบอร์ แต่พทิ แตกแขนงมากกว่า

สตลี (Stele)

เป็ นช้ันทถี่ ัดเข้ามาจากช้ันคอร์เทกซ์ โดยมอี าณาเขตต้งั แต่ใต้
endodermis เข้ามาจนถงึ ใจกลางของลาต้น แต่เน่ืองจากในลาต้นเนอื้ เยอ่ื
endodermis ส่วนใหญ่เห็นได้ไม่ชัดเจนหรือหนังสือบางเล่มกก็ ล่าวว่าใน
ลาต้นจะไม่มเี นือ้ เยอื่ endodermis ทาให้ช้ันสตีลในลาต้นแบ่งแยกออก
จากช้ันคอร์เทกซ์ได้ไม่ชัดเจน

สปองจมี โี ซฟิ ลล์ (Spongy mesophyll)

อยู่ถดั จากแพลเิ ซดมีโซฟิ ลล์ลงมาจนถึงช้ันเอพเิ ดอร์มิสด้านล่าง
ประกอบด้วยเซลล์ทม่ี ีรูปร่างไม่แน่นอนเรียงตวั ในทศิ ทางต่างๆ กนั ทาให้
เกดิ ช่องว่างระหว่างเซลล์มาก ภายในเซลล์มีคลอโรพลาสต์หนาแน่นแต่น้อย
กว่าแพลเิ ซดมีโซฟิ ลล์

หมวกราก (Root cap) : รูทแคป็

ประกอบด้วยเซลล์ พาเรงคมิ า หลายช้ันทป่ี กคลุมเนือ้ เยอื่ เจริญทป่ี ลาย
รากทอี่ ่อนแอไว้ เซลล์ในบริเวณนีม้ อี ายุส้ัน เนื่องจากเป็ นบริเวณทมี่ กี ารฉีก
ขาดอยู่เสมอ เพราะส่วนนีจ้ ะยาวออกไปและชอนไชลกึ ลงไปในดนิ เซลล์เรียง
ตัวกนั อย่างหลวม ๆ

เอนโดเดอร์มสิ (Endodermis)

ช้ันของเซลทอ่ี ยู่ถดั จากช้ันคอร์เทกซ์เข้าไป ประกอบด้วยเซลเพยี ง
แถวเดยี ว เซลช้ันนมี้ กั จะพบในรากมากกว่าในลาตัว

เอพเิ ดอร์มสิ (Epidermis)

เป็ นเนือ้ เยอ่ื ทีอ่ ยู่ด้านนอกสุดของอวยั วะต่างๆ ยกเว้นหมวกราก
และเนือ้ เยอ่ื เจริญส่วนปลาย เป็ นเซลล์ช้ันเดยี ว เรียงชิดกนั จนไม่มี
ช่องว่างระหว่างเซลล์ มีช้ันควิ ติเคลิ (Cuticle) เป็ นไขมันเคลอื บทับ
ด้านนอกเพอ่ื ป้ องกนั การสูญเสียน้า ไม่มีคลอโรพลาสต์

เอพเิ ดอร์มสิ ด้านบน (Upper epidermis)
ช้ันของเซลล์ทอี่ ยู่นอกสุดด้านบนของใบพชื


Click to View FlipBook Version