ค ำน ำ โครงการวันส าคัญทางพุทธศาสนา กิจกรรมวันมาฆบูชา เป็นวันส าคัญยิ่งต่อพุทธศาสนิกชน จะได้เข้า ร่วมการท าบุญตักบาตร เวียนเทียนสมาทานศีลฟังธรรม และเจริญจิตภาวนา เพื่อเป็นการน้อมร าลึกพระคุณอัน ประเสริฐของพระพุทธเจ้า และเป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนิกชน ให้เป็นศาสนาประจ าชาติ สืบต่อไป รายงานโครงการวันส าคัญทางพุทธศาสนาเล่มนี้ จัดท าขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานในการรายงานผลการ ด าเนินโครงการ เพื่อแสดงให้เห็นขั้นตอนกระบวนการด าเนินงาน รวมทั้งการประเมินผลการด าเนินงานนั้น บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้มากน้อยเพียงใด คณะผู้จัดท าหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ ในการด าเนินโครงการวันส าคัญทางพุทธศาสนาในปีต่อไป นายชัชชัย วงค์สมบัติ ฝ่ายอภิบาล โรงเรียนมารีย์นิรมล ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๔ ก
สำรบัญ เรื่อง หน้ำ ค าน า ก สารบัญ ข บทที่ ๑ บทน ำ หลักการและเหตุผล ๑ วัตถุประสงค์ ๑ เป้าหมาย ๑ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ๑ ผลที่คาดว่าจะได้รับ ๑ บทที่ ๒ วิธีด ำเนินกำร ขั้นเตรียมการ ๒ ขั้นด าเนินการ ๓ ขั้นสรุป ๓ บทที่ ๓ ผลกำรด ำเนินกำร ผลการด าเนินการ ๕ สรุปผลการประเมิน การสอบถาม ๖ ปัญหา / ข้อเสนอแนะ ๘ ภำคผนวก ภาคผนวก ก โครงการที่ได้รับการอนุมัติ ภาคผนวก ข ประมวลภาพกิจกรรมวันมาฆบูชา ภาคผนวก ค แบบฟอร์มใบเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรม บิลเงินสดและใบรับเงินสด ภาคผนวก ง ค่าใช้จ่ายกิจกรรมวันมาฆบูชา ภาคผนวก จ ตัวอย่างแบบประเมินความพึงพอใจ ประวัติความเป็นมาวันมาฆบูชา ข
บทที่ ๑ บทน ำ ๑. หลักกำรและเหตุผล เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตส านึกให้กับนักเรียนได้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประวัติและความเป็นมา ของวันส าคัญทางศาสนา คือ วันมาฆบูชา เพื่อให้มองเห็นคุณค่า ความซาบซึ้ง ยอมรับและปฏิบัติอย่าง เหมาะสม ในวันส าคัญทางศาสนาต่าง ๆ เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนเข้าร่วมปฏิบัติตนตามหลัก ศาสนาได้ถูกต้องและรู้จักรักษาอนุรักษ์สืบสาน วัฒนธรรมวันส าคัญต่างๆ และเข้าร่วมประสานความสัมพันธ์ ที่ดีต่อชุมชน สังคม โรงเรียนมารีย์นิรมล โดยฝ่ายอธิบาล ได้เล็งเห็นความส าคัญของวันส าคัญทางศาสนา จึงได้จัดกิจกรรม วันส าคัญทางพุทธศาสนาขึ้น เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองตลอดจนชุมชน ได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม ทางศาสนาที่ทางโรงเรียนได้ด าเนินการจัดขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อนักเรียนในการได้เรียนรู้การปฏิบัติศาสนกิจใน วันส าคัญทางพุทธศาสนา เรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขในสังคมปัจจุบัน ๒. วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความหมาย ความส าคัญวันมาฆบูชา ๒.๒ เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักพิธีทางศาสนา ปฏิบัติศาสนากิจ เกิดความเลื่อมใส และศรัทธาในศาสนาที่ ตนนับถือ ๓. เป้ำหมำย ๓.๑ ด้ำนปริมำณ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – มัธยมศึกษาปีที่ ๓ เข้าร่วมกิจกรรม คิดเป็นร้อยละ ๙๐ ๓.๒ ด้ำนคุณภำพ นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความหมาย ความส าคัญวันมาฆบูชา ได้รู้จักพิธีทางศาสนา ปฏิบัติศาสนากิจ เกิดความเลื่อมใส และศรัทธาในศาสนาที่ตนนับถือ ในระดับยอดเยี่ยม ๔. เครื่องมือที่ใช้ในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล ๔.๑ แบบประเมินการร่วมกิจกรรมวันมาฆบูชา ๔.๒ การสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจากคณะครู และเพื่อนร่วมชั้นเรียน ๕. ผลที่คำดว่ำจะได้รับ ๕.๑ คณะผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน และผู้ปกครอง โรงเรียนมารีย์นิรมล ให้ความร่วมมือในการ ท ากิจกรรมวันมาฆบูชา ได้เรียนรู้หลักปฏิบัติและหน้าที่อันพึงกระท าของศาสนิกชน ๕.๒ นักเรียนได้รับความรู้ ความสุข ความพึงพอใจในการปฏิบัติ และสืบทอดหลักปฏิบัติที่เหมาะสม ถูกต้องต่อไปได้
บทที่ ๒ วิธีด ำเนินกำร การจัดกิจกรรมวันมาฆบูชา เป็นการปลูกฝังจิตส านึกให้กับนักเรียนได้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับประวัติและความเป็นมาของวันมาฆบูชา ให้นักเรียนมองเห็นคุณค่าวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา ยอมรับปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสม ถูกต้องในการเข้าร่วมกิจกรรม และรู้จักรักษาอนุรักษ์สืบสาน วัฒนธรรม อันดีงามในวันมาฆบูชา โรงเรียนมารีย์นิรมล โดยฝ่ายอภิบาล จึงได้ก าหนดจัดกิจกรรมวันมาฆบูชา ขึ้นในระหว่างวันที่ ๑-๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ณ อาคารลัมแบรต์ เดอ ลาม็อต โรงเรียนมารีย์นิรมล ต าบลขามใหญ่ อ าเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ผลการด าเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีตามขั้นตอนดังนี้ ที่ วัน/เดือน/ปี กิจกรรมที่ปฏิบัติ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ - เสนอโครงการ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ - ประชุมครูเพื่อชี้แจงให้ทราบเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม ๓ ๓ กุมภาพันธ์๒๕๖๖ - แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมให้คณะครู และนักเรียนทราบ และให้คณะครูได้ร่วมกิจกรรมวัน มาฆบูชาโดย แจ้งคุณครูประจ าชั้นน านักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๑ - มัธยมศึกษาปีที่ ๓ เข้าร่วมกิจกรรม ในวันที่ก าหนด ๔ ๑๗ กุมภาพันธ์๒๕๖๖ - คุณครูชัชชัย วงค์สมบัติ ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติความ เป็นมาของมาฆบูชา ๕ ๑ – ๓ มีนาคม ๒๕๖๖ - นักเรียนประถมศึกษาปีที่ ๑ – มัธยมศึกษาปีที่ ๓ เข้าร่วม กิจกรรม - รับฟังประวัติความเป็นมา ความหมาย ความส าคัญ การ ปฏิบัติตนในวันส าคัญทางพุทธศาสนา - นักเรียนตอบค าถาม รับรางวัล - นักเรียนทุกระดับชั้นท าใบงานส่งเสริมกิจกรรมวันมาฆบูชา ๖ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๖ - สรุปโครงการ รายงาน และประเมินผล ขั้นเตรียมกำร ๑. ประชุมวำงแผน/เขียนโครงกำร - ประชุมคณะครูฝ่ายอภิบาล เพื่อวางแผนการท ากิจกรรม ชี้แจงรายละเอียดการด าเนินกิจกรรมวัน มาฆบูชา - ฝ่ายอภิบาลของโรงเรียนมีมติเห็นชอบในหลักการและมอบหมายให้ นายชัชชัย วงค์สมบัติ เป็นผู้ประสานงานและรับผิดชอบในการจัดกิจกรรม - น าเสนอโครงการวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมวันมาฆบูชา ๒
- นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึง มัธยมศึกษาปีที่ ๓ จ านวน ๕๑๖ คน เข้าร่วมกิจกรรมวัน มาฆบูชา ในระหว่างวันที่ ๑ – ๓ มีนาคม ๒๕๖๖ เวลา ๐๘.๐๐ – ๐๘.๓๐ น. ณ อาคารลัมแบรต์ เดอ ลาม็อต โรงเรียนมารีย์นิรมล ๒. เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ - น ำเสนอแผนกำรจัดกิจกรรมต่อที่ประชุมฝ่ำยอภิบำล ชี้แจงรำยละเอียดกำรจัดกิจกรรม - น ำเสนอแผนกำรจัดกิจกรรมต่อที่ประชุมประจ ำเดือน ชี้แจงรำยละเอียดกำรจัดกิจกรรม ๓. ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง - รำยละเอียดกำรจัดกิจกรรม ก ำหนดกำร และงบประมำณ ๔. ประชาสัมพันธ์ให้คณะครู นักเรียนทราบทั้งในและนอกห้องเรียน - ประชำสัมพันธ์กำรจัดกิจกรรมวันมำฆบูชำ และกำรเข้ำร่วมกิจกรรมของนักเรียนระดับชั้น ประถมศึกษำปีที่ ๑ - ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ ๓ ให้ทรำบรำยละเอียด ๕. ครูประจ าชั้นแจ้งจ านวนนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม ดังนี้ ที่ ระดับชั้น จ านวนเต็ม หมายเหตุ ๑ ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๑ – ๖ 477 ๒ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ ๑ – ๓ ๗๕ รวม ๕๕๒ ๖. ประชุมชี้แจงการจัดกิจกรรม - วันที่ เวลำ สถำนที่ในกำรจัดกิจกรรม และกำรเข้ำร่วมกำรกิจกรรมวันมำฆบูชำ - กำรเตรียมตัวในกำรร่วมกิจกรรม เช่น กำรแต่งกำย และกำรเตรียมดอกไม้ ธูป เทียน - คณะครูน ำนักเรียนเข้ำร่วมกิจกรรมวันมำฆบูชำ ๗. จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และสถานที่ ขั้นด าเนินการ - จัดกิจกรรมโดยประสำนงำนผู้เกี่ยวข้อง - ประชำสัมพันธ์กำรร่วมบริจำคปัจจัยในกำรท ำบุญ เตรียมจัดซื้อเครื่องสังฆทำน - ประชำสัมพันธ์ถึงประวัติควำมเป็นมำของวันมำฆบูชำ - ด ำเนินกำรจัดกิจกรรมวันมำฆบูชำ - สรุปผลกำรจัดกิจกรรม ขั้นสรุป ๑. ประชุมคณะกรรมกำรด ำเนินงำน ประเมินผลกำรจัดกิจกรรม ๒. ผู้รับผิดชอบกิจกรรมรวบรวมแบบประเมินกำรจัดกิจกรรมของนักเรียน ๓. ครูผู้รับผิดชอบรวบรวมข้อมูล จัดท ำเป็นรูปเล่มเพื่อเป็นหลักฐำนในกำรด ำเนินงำนต่อไป ๓
๔. เก็บรวบรวมข้อมูลและสรุปรำยงำนกำรจัดกิจกรรม วิธีกำร - กำรสังเกตจำกกำรเข้ำร่วมกิจกรรม - สอบถำมควำมพึงพอใจ เครื่องมือที่ใช้ในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล - แบบส ำรวจควำมพึงพอใจของผู้เข้ำร่วมกิจกรรมวันมำฆบูชำ ๕. ประเมินผล - ด ำเนินกำรประเมินผลกำรจัดกิจกรรมวันส ำคัญทำงพุทธศำสนำ โดยใช้แบบสอบถำม ควำมพึงพอใจ - การแปลผลข้อมูล ในการแปลความหมายของข้อมูล แปลผลด้วยการหาค่าร้อยละ โดยใช้หลักเกณฑ์ ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย ตั้งแต่ ๙๐% - ๑๐๐% แสดงว่า การด าเนินโครงการ อยู่ในระดับยอดเยี่ยม คะแนนเฉลี่ย ตั้งแต่ ๘๐% - ๘๙.๙๙% แสดงว่า การด าเนินโครงการ อยู่ในระดับดีเลิศ คะแนนเฉลี่ย ตั้งแต่ ๗๐% - ๗๙.๙๙% แสดงว่า การด าเนินโครงการ อยู่ในระดับดี คะแนนเฉลี่ย ตั้งแต่ ๖๐% - ๖๙.๙๙% แสดงว่า การด าเนินโครงการ อยู่ในระดับปำนกลำง คะแนนเฉลี่ย ตั้งแต่ ๐.๐๐% - ๕๙.๙๙% แสดงว่า การด าเนินโครงการ อยู่ในระดับก ำลังพัฒนำ กำรแปลผลข้อมูล ในการแปลความหมายของข้อมูล แปลผลด้วยการหาค่าร้อยละโดยใช้หลักเกณฑ์ ดังนี้ มาตรวัด ๕ ระดับ ความหมาย ระดับ ๕ พึงพอใจมากที่สุด ระดับ ๔ พึงพอใจมาก ระดับ ๓ พึงพอใจปานกลาง ระดับ ๒ พึงพอใจน้อย ระดับ ๑ พึงพอใจน้อยที่สุด - ข้อมูลที่เป็นควำมคิดเห็น ข้อเสนอแนะจำกแบบบันทึกกิจกรรมใช้วิธี วิเครำะห์เนื้อเรื่อง ( Content Analysis ) สถิติที่ใช้ในกำรวิเครำะห์ข้อมูล - ค่ำร้อยละ ๖. รำยงำนผลกำรด ำเนินงำนต่อผู้บริหำร และบุคลำกรโรงเรียนมำรีย์นิรมล ๔
บทที่ ๓ ผลกำรด ำเนินงำน สรุปผลการด าเนินงานโครงการวันส าคัญทางพุทธศาสนา กิจกรรมวันมาฆบูชา ประจ าปีการศึกษา ๒๕๖๕ ผลการด าเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บรรลุตามวัตถุประสงค์ คณะครู นักเรียนที่เข้าร่วม กิจกรรมเป็นอย่างดียิ่ง ดังผลการสรุป และประเมินดังนี้ ๑. วัตถุประสงค์ ๒. เป้ำหมำย ๓. เครื่องมือที่ใช้ในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล ๔. กำรเก็บรวบรวมข้อมูล ๕. สรุปผลกำรด ำเนินกำร ๖. ข้อเสนอแนะ ๑. วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความหมาย ความส าคัญทางพระพุทธศาสนา ๒.๒ เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักพิธีทางศาสนา ปฏิบัติศาสนากิจ เกิดความเลื่อมใส และศรัทธาในศาสนาที่ ตนนับถือ ๒. เป้ำหมำย ๒.๑ ด้ำนปริมำณ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ เข้าร่วมกิจกรรม คิดเป็นร้อยละ ๙๕ ๒.๒ ด้ำนคุณภำพ นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความหมาย ความส าคัญทางพระพุทธศาสนา เรียนรู้จักพิธี ทางศาสนา ปฏิบัติศาสนากิจ เกิดความเลื่อมใส และศรัทธาในศาสนาที่ตนนับถือ ในระดับยอดเยี่ยม ๓. เครื่องมือที่ใช้ในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล ๓.๑ แบบประเมินการร่วมกิจกรรม ๓.๒ การสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมจากคณะครู และเพื่อนร่วมชั้นเรียน ๓.๓ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล - ค่าร้อยละ ๔. กำรเก็บรวบรวมข้อมูล มีขั้นตอนในการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ ๔.๑ ผู้รับผิดชอบในแต่ละกิจกรรมแจกแบบสอบถามความคิดเห็นให้คณะครู และนักเรียน ประเมินผลการจัดกิจกรรม ๕
๔.๒ ผู้รับผิดชอบประเมินจากแบบประเมินความพึงพอใจ ๔.๓ ผู้รับผิดชอบรายงานผลการจัดกิจกรรม ๕. สรุปผลกำรด ำเนินกำร ๑. ผู้ร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ๑.๑ นักเรียน ๕๕๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐.๐๐ ๑.๒ คณะครู ๓๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐.๐๐ ๒. งบประมำณที่ใช้ ๒,๓๐๐ บำท ที่ รำยกำร งบประมำณ งบด ำเนินกำร เงินนอกงบประมำณ รวม ๑. ค่าซื้อขนม ตุ๊กตา รางวัลตอบ ค าถามเกี่ยวกับวันมาฆบูชา ๒,๐๐๐ ๒,๗๐๐ ๒. ค่ากระดาษ ค่าเข้าเล่มกิจกรรม ๓๐๐ ๓๐๐ รวม ๒,๓๐๐ ๒,๓๐๐ ๓. การประเมินโครงการ ๑. เครื่องมือในกำรประเมินโครงกำรได้แก่ แบบส ำรวจควำมพึงพอใจ กำรสังเกต ๒. ผู้ประเมิน ได้แก่ ครู นักเรียน ๓. ผู้ถูกประเมิน ได้แก่ กิจกรรม ๔. ผลกำรประเมินแจกแบบประเมิน จ ำนวน ๕๐ ฉบับ ได้รับคืน ๕๐ ฉบับ คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ผู้ตอบแบบประเมินส่วนใหญ่เป็นนักเรียนน ำข้อมูลจำกแบบประเมินมำสรุปวิเครำะห์โดยใช้ค่ำ ร้อยละ ได้ผลดังนี้ ก. กำรประเมินระดับคุณภำพของผลลัพธ์/ผลสัมฤทธิ์ตำมวัตถุประสงค์ของงำน ข้อ รำยกำร มากที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด ๑ นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจความหมาย ความส าคัญของวันส าคัญทางศาสนา ๘๔.๐๐ ๑๒.๐๐ ๔.๐๐ ๐.๐๐ ๐.๐๐ ๒ นักเรียนได้รู้จักพิธีทางศาสนาและเกิดความ เลื่อมใสศรัทธาศาสนาที่ตนนับถือ ๙๘.๐๐ ๒.๐๐ ๑.๐๐ ๐.๐๐ ๐.๐๐ ๓ นักเรียนได้ปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่ตนนับถือ ๙๗.๐๐ ๓.๐๐ ๐.๐๐ ๐.๐๐ ๐.๐๐ ๔ นักเรียนได้รู้จักขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ๙๐.๐๐ ๑๐.๐๐ ๐.๐๐ ๐.๐๐ ๐.๐๐ ๕ เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ๘๙.๐๐ ๑๐.๐๐ ๑.๐๐ ๐.๐๐ ๖ ๐.๐๐ ๖
จำกตำรำงพบว่ำกำรประเมินระดับคุณภำพของผู้เรียนที่เข้ำร่วมกิจกรรมวันมำฆบูชำอยู่ในระดับมำก ถึงมำกที่สุด คิดเป็นร้อยละ ๙๐.๐๐ ข. กำรประเมินควำมพึงพอใจของผู้มีส่วนร่วมในกำรด ำเนินกำร ข้อ รำยกำร มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด ๑ การเตรียมความพร้อมด้านสถานที่บรรยากาศที่ เอื้อต่อการจัดกิจกรรมวันมาฆบูชา ๙๙.๐๐ ๑.๐๐ ๐.๐๐ ๐.๐๐ ๐.๐๐ ๒ การจัดกิจกรรมวันมาฆบูชามีความเหมาะสมต่อ การเข้าร่วมกิจกรรมของนักเรียน ๙๑.๐๐ ๗.๐๐ ๒.๐๐ ๐.๐๐ ๐.๐๐ ๓ ระยะเวลา ล าดับขั้นตอน เนื้อหา และ รูปแบบในการจัดกิจกรรมวันมาฆบูชา ๙๐.๐๐ ๘.๐๐ ๒.๐๐ ๐.๐๐ ๐.๐๐ ๔ กิจกรรมเสริมทักษะนักเรียนทุกคนได้มีส่วนร่วม ในกิจกรรม ๘๐.๐๐ ๑๒.๐๐ ๘.๐๐ ๐.๐๐ ๐.๐๐ ๕ เป็นกิจกรรมที่ควรด าเนินการต่อเนื่อง ๘๙.๐๐ ๑๑.๐๐ ๐.๐๐ ๐.๐๐ ๐.๐๐ จำกตำรำงพบว่ำกำรประเมินควำมพึงพอใจของผู้มีส่วนร่วมในกำรด ำเนินกำรจัดกิจกรรมวันมำฆบูชำ อยู่ในระดับมำกที่สุด คิดเป็นร้อยละ ๙๙.๐๐ การจัดท าโครงการวันส าคัญทางศาสนา กิจกรรมวันมาฆบูชา ประจ าปีการศึกษา ๒๕๖๕ ได้รับความ ร่วมมือจากคณะผู้บริหาร คณะครู บุคลากร และนักเรียน ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างดี โดยการน า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จ านวนทั้งสิ้น ๕๕๒ คน เข้าร่วมกิจกรรมนี้ นักเรียนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเยี่ยม คิดเป็นร้อยละ ๙๐.๐๐ ๔. จากการประเมินกิจกรรมวันมาฆบูชา พบว่า ๑. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจความหมายความส าคัญของวันมาฆบูชา ๒. นักเรียนได้รู้จักพิธีทางศาสนาและเกิดความเลื่อมใสศรัทธาศาสนาที่ตนนับถือ ๓. นักเรียนได้ปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่ตนนับถือสืบทอดวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีอันดีงาม ๔. นักเรียนได้แสดงความกล้าในการตอบค าถามเพื่อรับรางวัลเกี่ยวกับวันมาฆบูชา สรุปในภาพรวม สรุปโดยภาพรวม พบว่า การจัดกิจกรรมวันมาฆบูชา ประจ าปีการศึกษา ๒๕๖๕ ส าเร็จลุล่วงด้วยดี จากการส ารวจความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม พบว่า ผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่มีความความคิดเห็นต่อ การจัดกิจกรรมโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด ๗
จุดเด่นของโครงการ / กิจกรรม ในครั้งนี้ - เป็นกิจกรรมที่ท าให้นักเรียนที่นับถือศาสนาพุทธมีความรู้ ความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับ ความส าคัญของวันมาฆบูชา รวมทั้งหลักธรรมต่าง ๆ ซึ่งจะท าให้เกิดความตระหนักต่อความส าคัญของ พระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะชาวพุทธ และยังเป็นการช่วยธ ารงพระพุทธศาสนาให้ สืบต่อไป - เป็นกิจกรรมที่สนับสนุนด้ำนคุณธรรม จริยธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงำม นักเรียนให้ ควำมร่วมมือในกำรเข้ำร่วมกิจกรรมเป็นอย่ำงดียิ่ง ซึ่งสอดคล้องต่ออัตลักษณ์ เอกลักษณ์ของโรงเรียน - ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ร่วมกิจกรรมมีควำมพึงพอใจในกำรด ำเนินกิจกรรมของโรงเรียนอยู่ในระดับดีมำก จุดที่ควรพัฒนาของโครงการ / กิจกรรม ในครั้งนี้ - ไม่มี ๖. ปัญหำ /ข้อเสนอแนะ ด้ำนกำรบริหำรจัดกำร - ไม่มี ด้ำนนักเรียน - นักเรียนส่วนน้อยไม่เตรียมดอกไม้ ธูปและเทียนมาด้วย ด้ำนงบประมำณ - ไม่มี ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาของกิจกรรมในครั้งนี้ - ควรจัดกิจกรรมต่อไป ลงชื่อ ผู้รายงานผลการด าเนินงาน (นายชัชชัย วงค์สมบัติ) ฝ่ายอภิบาลโรงเรียนมารีย์นิรมล ควำมเห็นของผู้ช่วยผู้อ ำนวยกำร ฝ่ำยอภิบำล กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมให้กับ นักเรียน ควรจัดกิจกรรมนี้ ลงชื่อ (นางสาวสมใจ ศรีมณี) ผู้ช่วยผู้อ านวยการฝ่ายอภิบาล ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๖ ควำมเห็นของผู้อ ำนวยกำร จัดกิจกรรมนี้ต่อเนื่อง ลงชื่อ (นางสาวอุดม สว่างวงค์) ผู้อ านวยการโรงเรียนมารีย์นิรมล ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๖ ๘
ภำคผนวก
อบ.๐๑/๒ ตอนที่ ๔ ประเมินผลกำรปฏิบัติงำน / โครงกำร / กิจกรรม ๑. วัตถุประสงค์ของงำน / โครงกำร / กิจกรรม คือ ๑.๑ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความหมาย ความส าคัญวันมาฆบูชา ๑.๒ เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักพิธีทางศาสนา ปฏิบัติศาสนกิจ เกิดความเลื่อมใส และศรัทธาในศาสนา ที่ตนนับถือ ๒. ผลกำรด ำเนินงำน ด ำเนินกำรเสร็จแล้ว ยังไม่ได้ด ำเนินกำร ๓. ระยะเวลำด ำเนินกำรด ำเนินงำน / โครงกำร ๓.๑ ระยะเวลาที่ก าหนดไว้ในแผน เริ่มวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ สิ้นสุดวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ๓.๒ ปฏิบัติจริง เริ่มวันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ สิ้นสุดวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ๔.กำรบริหำรงบประมำณ ค่าใช้จ่ายที่ตั้งไว้ในแผน ๔,๐๐๐ บาท ค่าใช้จ่ายจริง ๒,๓๐๐ บาท เกิน หรือ น้อยกว่าที่ตั้งไว้ - ถ้าเกินจากงบ ใช้งบใดในการด าเนินงาน - (แนบเอกสารการอนุมัติการใช้งบเพิ่มในการด าเนินงานด้วย) ๕. ประเมินควำมคิดเห็นของผู้ด ำเนินกำร ๕.๑ประเมินกระบวนกำรด ำเนินงำน ๕.๑.๑ วิธีการ หรือกิจกรรม ท าได้ตามขั้นตอน เปลี่ยนแปลงไปบ้าง เปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนโครงการทั้งหมด ๕.๑.๒ เวลาที่ก าหนด ท าได้ตามเวลา ท าได้เร็วกว่า ท าได้ช้ากว่า เปลี่ยนจากเดิมทั้งหมด ๕.๒ ประเมินผลกำรด ำเนินงำน เกณฑ์การให้คะแนน ๑ คะแนน ประเมินอยู่ในระดับ ต้องปรับปรุง ๒ คะแนน ประเมินอยู่ในระดับ พอใช้ ๓ คะแนน ประเมินอยู่ในระดับ ปานกลาง ๔ คะแนน ประเมินอยู่ในระดับ ดี ๕ คะแนน ประเมินอยู่ในระดับ ดีมาก
อบ.๐๑/๓ (กาเครื่องหมาย √ ตามรายการที่เป็นจริง หรือเห็นว่าเหมาะสม) คะแนน ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑. ผลการด าเนินงาน/โครงการ/กิจกรรม/โครงการนี้บรรลุวัตถุประสงค์เพียงใด ๒. งบประมาณหรือค่าใช้จ่ายที่ได้รับเหมาะสมเพียงใด ๓. วัสดุ/อุปกรณ์ที่ใช้ปฏิบัติงานเหมาะสมหรือเพียงพอเพียงใด ๔. ความร่วมมือของผู้ร่วมงานมากน้อยเพียงใด ๕. ขั้นตอนการด าเนินงานเป็นไปตามก าหนดเวลาเพียงใด ๖. โดยภาพรวมผลสัมฤทธิ์ของงาน/โครงการอยู่ในระดับใด รวมคะแนน ๒๐ ๘ คะแนนรวมคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ๙๓.๓๒ ถ้าได้คะแนน ตั้งแต่ ๘๑-๑๐๐ % ขึ้นไป แสดงว่า การด าเนินงาน/โครงการ/กิจกรรม อยู่ในระดับดีเยี่ยม ถ้าได้คะแนน ตั้งแต่ ๗๑-๘๐ % ขึ้นไป แสดงว่า การด าเนินงาน/โครงการ/กิจกรรม อยู่ในระดับดี ถ้าได้คะแนน ตั้งแต่ ๖๑-๗๐ % ขึ้นไป แสดงว่า การด าเนินงาน/โครงการ/กิจกรรม อยู่ในระดับพอใช้ ถ้าได้คะแนน ตั้งแต่ ๕๑-๖๐ % ขึ้นไป แสดงว่า การด าเนินงาน/โครงการ/กิจกรรม อยู่ในระดับต้องแก้ไข ถ้าได้คะแนน ต่ ากว่า ๕๐ % ขึ้นไป แสดงว่า การด าเนินงาน/โครงการ/กิจกรรม อยู่ในระดับควรปรับปรุง ผลกำรประเมินงำน/โครงกำร/กิจกรรม คือ ระดับดีเยี่ยม ลงชื่อ ผู้ประเมิน (นายชัชชัย วงศ์สมบัติ) ตอนที่ ๕ ควำมเห็นของผู้ช่วยผู้อ ำนวยกำร ฝ่ำยอภิบำล เป็นกิจกรรมที่ดี ควรด าเนินการต่อไป ลงชื่อ (นางสาวสมใจ ศรีมณี) ผู้ช่วยผู้อ านวยการฝ่ายอภิบาล ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๖ ตอนที่ ๕ ควำมเห็นของผู้อ ำนวยกำร จัดกิจกรรมนี้ต่อเนื่อง ลงชื่อ (นางสาวอุดม สว่างวงค์) ผู้อ านวยการโรงเรียนมารีย์นิรมล ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๖
ภำคผนวก ก โครงกำรที่ได้รับกำรอนุมัติ
ชื่อกิจกรรม กิจกรรมวันมำฆบูชำ แผนงำน งำนส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม สนองกลยุทธ์สถำนศึกษำ ๑ พัฒนำคุณภำพผู้เรียน มำตรฐำนที่ ๑ คุณภำพของผู้เรียน ประเด็นพิจำรณำ ๑.๒ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน สนองระดับคุณภำพ ดีเลิศ หน่วยงำนที่รับผิดชอบ ฝ่ำยอภิบำล โรงเรียนมำรีย์นิรมล ผู้รับผิดชอบกิจกรรม นำยชัชชัย วงศ์สมบัติ ลักษณะของกิจกรรม โครงกำรต่อเนื่อง ระยะเวลำในกำรจัดกิจกรรม ตลอดปีกำรศึกษำ ๒๕๖๕ ๑. หลักกำรและเหตุผล เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตส านึกให้กับนักเรียนได้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประวัติและความเป็นมา ของวันส าคัญทางศาสนา มองเห็นคุณค่า ความซาบซึ้ง ยอมรับและปฏิบัติอย่างเหมาะสม ในวันส าคัญทาง ศาสนาต่าง ๆ อีกทั้งเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนเข้าร่วมปฏิบัติตนตามหลักศาสนาได้ถูกต้องและรู้จัก รักษาอนุรักษ์ สืบสาน วัฒนธรรมวันส าคัญต่างๆ และเข้าร่วมประสานความสัมพันธ์ที่ดีต่อชุมชน สังคม เช่น วัน มาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬบูชา และวันเข้าพรรษาเป็นต้น เป็นต้น โรงเรียนมารีย์นิรมล โดยฝ่ายอภิบาล ได้เล็งเห็นความส าคัญของวันส าคัญทางศาสนา จึงได้จัดกิจกรรม วันส าคัญทางพุทธศาสนาขึ้นเพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองตลอดจนชุมชน ได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม ทางศาสนาที่ทางโรงเรียนได้ด าเนินการจัดขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อนักเรียนในการได้เรียนรู้การปฏิบัติศาสนกิจใน วันส าคัญ และใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขในสังคมปัจจุบัน ๒. วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความหมาย ความส าคัญวันมาฆบูชา ๒.๒ เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักพิธีทางศาสนา ปฏิบัติศาสนากิจ เกิดความเลื่อมใส และศรัทธาในศาสนาที่ตน นับถือ ๓. เป้ำหมำย ๓.๑ ด้ำนปริมำณ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – มัธยมศึกษาปีที่ ๓ เข้าร่วมกิจกรรม คิดเป็นร้อยละ ๙๕ ขึ้น ไป ๓.๒ ด้ำนคุณภำพ นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความหมาย ความส าคัญวันมาฆบูชา อีกทั้งได้รู้จักพิธีทาง ศาสนา ปฏิบัติศาสนากิจ เกิดความเลื่อมใสและศรัทธาในศาสนาที่ตนนับถือ ในระดับดีเลิศ
๔. วิธีด ำเนินกำร/รำยละเอียดกิจกรรม ที่ รำยกำรปฏิบัติ วัน/เดือน/ปี หมำยเหตุ ๑. - ประชุมฝ่ายอภิบาล - เขียนโครงการ เสนอโครงการ (P) มิถุนายน ๒๕๖๕ นายชัชชัย วงศ์สมบัติ ๒. ด าเนินงานตามโครงการ (D) กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ๓. ติดตามการจัดกิจกรรมวันมาฆบูชา (C) กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ๔. สรุปรายงานผลโครงการ มีนาคม ๒๕๖๖ ๕. งบประมำณตำมประมำณกำร ๕.๑ เงินงบประมำณ ๔,๐๐๐ บำท ที่ รำยกำร งบประมำณ รวม งบด ำเนินกำร เงินนอก งบประมำณ อื่น ๑. รางวัลส าหรับนักเรียนตอบค าถาม ๒,๐๐๐ ๒,๐๐๐ ๒. เครื่องไทยธรรม ๑,๗๐๐ ๑,๗๐๐ ๓. ค่าวัสดุและเอกสาร / อื่นๆ ๓๐๐ ๓๐๐ รวม ๔,๐๐๐ ๔,๐๐๐ ๖. กำรประเมินผลกำรด ำเนินงำน ตัวบ่งชี้ควำมส ำเร็จ วิธีกำรประเมิน เครื่องมือที่ใช้ ด้ำนปริมำณ ๑. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ ๑ – มัธยมศึกษาปีที่ ๓ เข้า ร่วมกิจกรรม คิดเป็นร้อยละ ๙๕ ขึ้นไป ๑. ประเมินความพึงพอใจ ๑. แบบประเมินความพึงพอใจ ด้ำนคุณภำพ ๑. นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความหมาย ความส าคัญวัน มาฆบูชา อีกทั้งได้รู้จักพิธีทาง ศาสนา ปฏิบัติศาสนากิจ เกิด ความเลื่อมใสและศรัทธาใน ศาสนาที่ตนนับถือ ในระดับดีเลิศ ๑. สอบถามสัมภาษณ์ ๑. แบบสัมภาษณ์ ๗. ผลที่คำดว่ำจะได้รับ ๗.๑ คณะผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน และผู้ปกครอง โรงเรียนมารีย์นิรมล ให้ความร่วมมือในการ ท ากิจกรรมวันมาฆบูชา ๗.๒ ได้เรียนรู้หลักปฏิบัติและหน้าที่อันพึงกระท าของศาสนิกชน จนเกิดเป็นความรู้ ความสงบสุขใน จิตใจ ความพึงพอใจในการปฏิบัติ และสืบทอดหลักปฏิบัติที่เหมาะสมถูกต้องต่อไปได้
ภำคผนวก ข ประมวลภำพกิจกรรมวันมำฆบูชำ
ประมวลภำพโครงกำรวันส ำคัญทำงพุทธศำสนำ กิจกรรมวันมำฆบูชำ ประจ ำปีกำรศึกษำ ๒๕๖๕
ประวัติควำมเป็นมำวันมำฆบูชำ วันพุธที่ ๒๔ กุมภำพันธ์ ๒๕๖๔ มอบหมายให้ นายชัชชัย วงค์สมบัติ ได้เล่าถึงประวัติความ เป็นมาของมาฆบูชา หน้าเสาธงเพื่อให้นักเรียนได้ทราบถึง วันมำฆบูชำ ความส าคัญของวันมาฆบูชา คือเป็น วันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาฏิโมกข์" แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้มาแล้วเป็น เวลา ๙ เดือน ซึ่งหลักค าสอนนี้เป็นหลักการ และวิธีการปฏิบัติต่าง ๆ หากสรุปเป็นใจความส าคัญ จะมีเนื้อหา ว่า "ท าความดี ละเว้นความชั่ว ท าจิตใจให้บริสุทธิ์" วันมำฆบูชำ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ าเดือน ๓ ถือเป็นวันส าคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง และได้เวียนมาบรรจบอีกครั้ง โดย วันมาฆบูชา ๒๕๖๐ ตรงกับ วันเสาร์ที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ควำมหมำยของวันมำฆบูชำ ค าว่า "มาฆะ" นั้น เป็นชื่อของเดือน ๓ ย่อมาจากค าว่า "มาฆบุรณมี" หมายถึง การบูชาพระ ในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะตามปฏิทินของอินเดีย หรือเดือน ๓ กำรก ำหนดวันมำฆบูชำ การก าหนดวันมาฆบูชาตามปฏิทินจันทรคติของไทยนั้นจะตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ า เดือน ๓ แต่ ถ้าปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน ๘ สองครั้ง วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ า เดือน ๔ และมักตรง กับเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม ควำมส ำคัญวันมำฆบูชำและประวัติวันมำฆบูชำ ความส าคัญของวันมาฆบูชา คือเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง "โอวาทปาฏิโมกข์" แก่พระสงฆ์เป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้มาแล้วเป็นเวลา ๙ เดือน ซึ่งหลักค าสอนนี้เป็นหลักการ และวิธีการ ปฏิบัติต่าง ๆ หากสรุปเป็นใจความส าคัญ จะมีเนื้อหาว่า "ท าความดี ละเว้นความชั่ว ท าจิตใจให้บริสุทธิ์" ทั้งนี้ในวันมาฆบูชาได้เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นพร้อม ๆ กันถึง ๔ ประการ อันได้แก่ ๑. วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น ๑๕ ค่ า เดือน ๓ ซึ่งพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์
๒. มีพระสงฆ์จ านวน ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ วัดเวฬุวัน เมือง ราชคฤห์ แคว้นมคธ เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๓. พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา ๖ ๔. พระสงฆ์ทั้งหมดได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า หรือ "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" และเพราะเกิดเหตุอัศจรรย์ ๔ ประการข้างต้น ท าให้วันมาฆบูชา เรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต" ซึ่งค าว่า "จาตุรงคสันนิบาต" นี้ มีความหมายตามการแยกศัพท์คือ - จาตุร แปลว่า ๔ - องค์ แปลว่า ส่วน - สันนิบาต แปลว่า ประชุม ดังนั้น "จาตุรงคสันนิบาต" จึงหมายความว่า "การประชุมด้วยองค์ ๔" นั่นเอง ทั้งนี้วันมาฆบูชาถือว่าเป็นวันพระธรรม ขณะที่วันวิสาขบูชาถือว่าเป็นวันพระพุทธ ส่วนวัน อาสาฬหบูชา เป็นวันพระสงฆ์ ประวัติวันมำฆบูชำในประเทศไทย พิธีท าบุญวันมาฆบูชานี้ ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีมาในสมัยใด อย่างไรก็ตามในหนังสือ "พระ ราชพิธีสิบสองเดือน" อันเป็นบทพระราชนิพนธ์ของ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" มีเรื่องราว เกี่ยวกับการประกอบราชกุศลมาฆบูชาไว้ว่า ประเทศไทยเริ่มก าหนดพิธีปฏิบัติในวันมาฆบูชาเป็นครั้งแรก ในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ซึ่งมีการประกอบพิธีเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๓๙๔4 ในพระบรมมหาราชวังก่อน โดยมีพิธีพระราชกุศลในเวลาเช้า นมัสการพระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศ ราชวรวิหารและวัดราชประดิษฐ์จ านวน ๓๐ รูป ฉันภัตตาหารในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อถึงเวลาค่ า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ออก ทรงจุดธูปเทียน นมัสการ พระสงฆ์ท าวัตรเย็นและสวดคาถาโอวาทปาฏิโมกข์ เมื่อสวดจบทรงจุดเทียน ๑,๒๕๐ เล่ม รอบพระ อุโบสถ มีการประโคมอีกครั้งหนึ่งแล้วจึงมีการเทศนาโอวาทปาฏิโมกข์ 1 กัณฑ์เป็นทั้งเทศนาภาษาบาลี และ ภาษาไทย ส่วนเครื่องกัณฑ์ประกอบด้วยจีวรเนื้อดี ๑ ผืน เงิน ๓ ต าลึงและขนมต่าง ๆ เมื่อเทศนาจบ พระสงฆ์ ๓๐ รูป สวดรับ ในสมัยรัชกาลที่ ๔ นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกประกอบพิธีด้วย พระองค์เองทุกปี แต่มีการยกเว้นบ้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เนื่องจาก บางครั้งตรงกับช่วงเสด็จประพาสก็จะทรงประกอบพิธีมาฆบูชาในสถานที่นั้น ๆ ขึ้นอีกแห่ง นอกเหนือจาก ภายในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาการประกอบพิธีมาฆบูชาได้แพร่หลายออกไปภายนอกพระบรมมหาราชวัง และ ประกอบพิธีกันทั่วราชอาณาจักร ทางรัฐบาลจึงประกาศให้เป็นวันหยุดทางราชการด้วย เพื่อให้ประชาชนจาก ทุกสาขาอาชีพได้ไปวัด เพื่อท าบุญกุศลและประกอบกิจกรรมทางศาสนานอกจากนี้ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ รัฐบาล ไทยประกาศให้วันมาฆบูชา เป็นวันกตัญญูแห่งชำติ อีกด้วย
หลักธรรมที่ควรน ำไปปฏิบัติในวันมำฆบูชำ หลักธรรมที่ควรน าไปปฏิบัติคือ "โอวาทปาฏิโมกข์" ซึ่งเป็นหลักค าสอนส าคัญอันเป็นหัวใจของ พระพุทธศาสนา เพื่อไปสู่ความหลุดพ้น หลักธรรมประกอบด้วย หลักการ ๓ อุดมการณ์ ๔ และวิธีการ ๖ ดังนี้ หลักกำร ๓ คือหลักค ำสอนที่ควรปฏิบัติ ได้แก่ ๑. การไม่ท าบาปทั้งปวง คือ การลด ละ เลิก ท าบาปทั้งปวง อันได้แก่ อกุศลกรรมบถ ๑๐ ซึ่งเป็นทางแห่งความชั่ว ๑๐ ประการที่เป็นความชั่วทางกาย (การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิดใน กาม) ทางวาจา (การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ) และทางใจ (การอยากได้สมบัติของผู้อื่น การผูก พยาบาท และความเห็นผิดจากท านองคลองธรรม) ๒. การท ากุศลให้ถึงพร้อม คือ การท าความดีทุกอย่างตาม กุศลกรรมบถ ๑๐ ทั้งความดีทาง กาย (ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ ประพฤติผิดในกาม) ความดีทางวาจา (ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดหยาบคาย ไม่พูดเพ้อเจ้อ) และความดี ทางใจ (ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่น มีความเมตตาปรารถนาดี มีความเข้าใจถูกต้องตามท านองคลองธรรม) ๓. การท าจิตใจให้ผ่องใส คือ ท าจิตใจให้บริสุทธิ์ หลุดจากนิวรณ์ที่คอยขัดขวางจิตใจไม่ให้ เข้าถึงความสงบ ได้แก่ ความพอใจในกาม, ความพยาบาท, ความหดหู่ท้อแท้, ความฟุ้งซ่าน และความลังเล สงสัย ซึ่งทั้ง ๓ หลักการข้างต้น สามารถสรุปใจความส าคัญได้ว่า "ท าความดี ละเว้นความชั่ว ท า จิตใจให้บริสุทธิ์" นั่นเอง อุดมกำรณ์ ๔ ได้แก่ ๑. ความอดทน อดกลั้น คือ ไม่ท าบาปทั้งกาย วาจา ใจ ๒. ความไม่เบียดเบียน คือ งดเว้นจากการท าร้าย หรือเบียดเบียนผู้อื่น ๓. ความสงบ ได้แก่ การปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ ๔. นิพพาน ได้แก่ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา วิธีกำร ๖ ได้แก่ ๑. ไม่ว่าร้าย คือ ไม่กล่าวให้ร้าย โจมตีใคร ๒. ไม่ท าร้าย คือ การไม่เบียดเบียนผู้อื่น ๓. ส ารวมในปาฏิโมกข์ คือ เคารพระเบียบวินัย กฎกติกา รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีอัน ดีงามของสังคม ๔. รู้จักประมาณ คือ รู้จักความพอดีในการบริโภค รวมทั้งการใช้สอยสิ่งต่าง ๆ ๕. อยู่ในสถานที่สงัด คือ อยู่ในสถานที่ที่มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ๖. ฝึกหัดจิตใจให้สงบ คือ การฝึกหัดช าระจิตใจให้สงบ มีประสิทธิภาพที่ดี
ภำคผนวก แบบฟอร์มใบเบิกค่ำใช้จ่ำยในกำรจัดกิจกรรม บิลเงินสด และใบส ำคัญรับเงิน ตัวอย่ำงแบบประเมินควำมพึงพอใจ
แบบประเมินควำมพึงพอใจต่อกำรจัดกิจกรรมวันมำฆบูชำ ฝ่ำยอภิบำล โรงเรียนมำรีย์นิรมล ประจ ำปีกำรศึกษำ ๒๕๖๕ ******************************************************************************** ตอนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถำม ค ำชี้แจง กรุณาขีดเครื่องหมาย ตามความเป็นจริง ๑. เพศ ชาย หญิง ๒. สถานภาพ ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ตอนที่ ๒ กำรประเมินผลภำพรวมกิจกรรม/โครงกำร ก.กำรประเมินระดับคุณภำพของผลลัพธ์/ผลสัมฤทธิ์ตำมวัตถุประสงค์ของงำน โปรดประเมินระดับตุณภาพ โดยท าเครื่องหมาย ในช่องให้ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด เกณฑ์การประเมิน ดังนี้ ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = พอใช้ ๒ = ปรับปรุง ๑ = ปรับปรุงด่วน กำรประเมินระดับคุณภำพของผลลัพธ์/ผลสัมฤทธิ์ตำมวัตถุประสงค์ของงำน ล ำดับ ที่ รำยกำรประเมิน ระดับคุณภำพ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ นักเรียนได้ตระหนักถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ที่นับถือศาสนาอื่น ๒ นักเรียนได้แสดงออกถึงจิตอารมณ์ความรัก ความเป็นพี่น้องกัน เพื่อ เสริมสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน ๓ นักเรียนมีการติดต่อสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน รับรู้คุณค่าที่มีในศาสนาของกันและกัน ๔ นักเรียนได้แสดงออกถึงความเคารพต่อผู้ที่นับถือศาสนาอื่นในทางที่เหมาะสม ๕ นักเรียนเป็นคนดีมีคุณธรรมและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมี ความสุข ผลรวม ๒๐ ๔ ค่าเฉลี่ย ๔.๘ สรุปผลการประเมินภาพรวมของโครงการ ( ) ดีมาก ( ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรับปรุง
ข. กำรประเมินควำมพึงพอใจของผู้มีส่วนร่วมในกำรด ำเนินกำร โปรดให้ข้อมูลประเมินความพึงพอใจในการจัดเข้าร่วมกิจกรรมวันมาฆบูชา โดยท าเครื่องหมาย ในช่องให้ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุด เกณฑ์การประเมิน ดังนี้ ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = พอใช้ ๒ = ปรับปรุง ๑ = ปรับปรุงด่วน ล ำ ดั บ ที่ รำยกำรประเมิน ระดับคุณภำพ ๕ ๔ ๓ ๒ ๑ ๑ การเตรียมความพร้อมด้านสถานที่และบรรยากาศที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมวัน มาฆบูชา ๒ การจัดกิจกรรมมุ่งเสริมสร้างให้ผู้เรียนรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ยอมรับว่า ทุกศาสนามุ่งสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ ๓ ระยะเวลา ล าดับขั้นตอน และรูปแบบในการจัดกิจกรรมวันมาฆบูชา มีความ เหมาะสม ๔ กิจกรรมมีความน่าสนใจ กระตุ้นให้นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม เกิดความ เข้าใจและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี ๕ เป็นกิจกรรมที่ควรด าเนินการต่อเนื่อง ผลรวม ๑๕ ๘ ค่าเฉลี่ย ๔.๖ สรุปผลการประเมินภาพรวมของโครงการ ( ) ดีมาก ( ) ดี ( ) พอใช้ ( ) ปรับปรุง ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….....