ข้าวเหนียวมะม่วง
วิธีทำ “ข้าวเหนียวมะม่วง”
เริ่มจากซาวข้าวเหนียว เทน้ำทิ้งแล้วล้างน้ำจนน้ำซาวข้าวนั้นใสค่ะ จากนั้นใส่น้ำพอ
ปริ่ม ๆ ข้าวเหนียว
แช่ทิ้งไว้จนครบสามชั่วโมงก็เอาไปนึ่ งเหนียวไปนึ่ งได้เลยค่ะ
นำข้าวเหนี่ยวไปหุงในหม้อหุงข้าว โดยนำหม้อหุ้งข้าวใส่น้ำลงไปครึ่งหม้อ จากนั้นนำ
ใบเตยใส่ลงไป นำที่รองนึ่งวางลงไปด้านบน จากนั้นนำผ้าขาวบางปูลงไป และตัก
ข้าวเหนียวใส่ตาม นำผ้าขาวบางผิดห่อข้าวเหนียวเอาไว้ นึ่งสักประมาณ 20 นาที
พอครบ 20 นาที กลับข้าวเหนียวสักรอบเพื่อให้สุกทั่วถึง แล้วนึ่งต่ออีก 10 นาทีเป็น
อันเรียบร้อย
วัตถุดิบข้าวเหนียว
ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1 กิโลกรัม
หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายขาว 2 ถ้วยตวง
เกลือ 1 ช้อนชา (ปรับ/ลด ตามความชอบ)
ใบเตย 7 -10 ใบ อ่านต่อได้ที่
วัตถุดิบน้ำกะทิราดหน้า
หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
น้ำตาลทรายขาว 1/2 ถ้วยตวง
เกลือ 1/2 ช้อนชา
แป้งมันฮ่องกง 2 ช้อนชา
มะม่วงสุก ตามต้องการ อ่านต่อได้ที่
ประวัติ
ในช่วง พ.ศ. 2519 เป็นต้นมา วลี ข้าวเหนียวมะม่วง เคยถูกใช้เป็นสแลงทางการเมืองแปลว่า "การถูกบังคับให้เสียชีวิตอย่างปริศนาโดย
ผู้มีอำนาจ"[16] ซึ่งเกิดจากข่าวการเสียชีวิตของพลเอก กฤษณ์ สีวะรา อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ในรัฐบาลของเสนีย์ ปราโมช กฤษณ์เป็นหนึ่งในผู้มีอำนาจทางทหารที่ขัดกันกับกลุ่มอำนาจทหารของถนอม กิตติขจร กฤษณ์เสียชีวิตใน
วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2519 หลังรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ ด้วยอาการ ‘ท้องเฟ้อ’ หลังจากเล่นกอล์ฟ และรับประทานข้าวเหนียว
มะม่วง เขาเสียชีวิตในวันก่อนที่จะได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม[16] วลี ข้าวเหนียวมะม่วง จึงถูกนำมาใช้
เรียกเหตุการณ์การเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา ที่มีการตั้งข้อสงสัยทั่วไปว่าเกิดจากการกำจัดคู่แข่งทางการเมืองของถนอมซึ่งเป็นคู่แข่งทาง
อำนาจและการเมือง[16][17]
ในวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2565 แร็ปเปอร์ชาวไทย มิลลิ ขึ้นแสดงดนตรีในเทศกาลดนตรีและศิลปะโคเชลลาแวลลีย์ เป็นศิลปินไทยคน
แรกที่ได้แสดงในเทศกาลนี้[18][19] ในช่วงท้ายของการแสดง เธอกินข้าวเหนียวมะม่วงบนเวที นำไปสู่เกิดกระแสการสั่งซื้อของหวานจาน
ดังกล่าวเพิ่มขึ้นในประเทศไทย ผู้ให้บริการขนส่งอาหารรายหนึ่งระบุกับ สนุกดอตคอม ว่ามียอดสั่งซื้อข้าวเหนียวมะม่วงเพิ่มขึ้นเท่าตัวใน
วันนั้น[20] และมีร้านจำหน่ายข้าวเหนียวมะม่วงแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครรายงานกับไทยรัฐว่าต้องเตรียมข้าวเหนียวเพิ่มถึง 30
กิโลกรัมเพื่อรองรับกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากกระแสข้าวเหนียวมะม่วงของมิลลิ[21] นอกจากนี้มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจากประเทศไทย
เข้าไปค้นหาในกูเกิลด้วยคีย์เวิร์ดชื่ออาหารดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นด้วย[22]
ข้าวเหนียวมะม่วงในแต่ละภูมิภาค
ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าข้าวเหนียวมะม่วงในไทยมีที่มาอย่างไร[7] บ้างสันนิษฐานว่าข้าวเหนียวมะม่วงมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ในกาพย์เห่ชม
เครื่องคาวหวาน ระบุว่า "หวนห่วงม่วงหมอนทอง อีกอกร่องรสโอชา คิดความยามนิทรา อุราแนบแอบอกอร" เป็นการเอ่ยถึงมะม่วงอกร่องแต่
ไม่ได้ระบุว่าทานกับข้าวเหนียว[8] ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการกินข้าวเหนียวมูนคู่กับมะม่วงสุก[9] บ้างก็ว่าข้าวเหนียว
มะม่วงเพิ่งมีมาไม่ถึงร้อยปี[10] แม้ว่าข้าวเหนียวมะม่วงมีต้นกำเนิดมาจากประเทศไทย[4][3][2] (หรือให้เจาะจงคือภาคเหนือของประเทศ)[11]
แต่ก็พบในหลายประเทศทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้[11]
ในฟิลิปปินส์ ข้าวเหนียวมะม่วงเรียกว่า ปูโตมายา (Puto Maya) มีต้นกำเนิดจากจังหวัดเซบู ประกอบด้วยข้าวเหนียว น้ำขิงสดและน้ำกะทิ มัก
ห่อด้วยใบตองรูปสามเหลี่ยมหรือกลม เสิร์ฟพร้อมมะม่วงสุกหั่นอยู่ด้านข้าง[12] กินกับช็อกโกแลตร้อน[13] ในกัมพูชา ข้าวเหนียวมะม่วงเรียกว่า
เบย์ดอมเนิบ (Bey Dom Neib) ส่วนข้าวเหนียวใช้ส่วนผสมข้าวเหนียวกับน้ำตาลปี๊ บ บางสูตรมีส่วนผสมของถั่วดำอยู่ในข้าว ราดด้วยน้ำกะทิที่
ชุ่มกว่าข้าวเหนียวมะม่วงไทย[14] ข้าวเหนียวมะม่วงในประเทศลาวเรียกว่า ข้าวเหนียวหมากม่วง ในเวียดนามเรียกว่า Xôi Xoài