47
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 14
รายวชิ า วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ รหัสวชิ า ว31101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
โรงเรียนกุมภวาปี ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 พนั ธกุ รรมและวิวฒั นาการ เวลา 12 ชวั่ โมง
เรือ่ ง ความหลากหลายทางพนั ธุกรรมและการคัดเลอื กโดยธรรมชาติ เวลา 2 ชั่วโมง
ผ้สู อน นายพาณุวฒั น์ พสั รางกูล วันท่ีสอน วนั ท่ี เดอื นสงิ หาคม พ.ศ. 2565
มาตรฐานการเรียนรู้ /ตวั ชว้ี ัด
สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
สารพันธุกรรม การเปลีย่ นแปลงทางพันธุกรรมทมี่ ผี ลตอ่ สิ่งมีชวี ิต ความหลากหลายทางชีวภาพและววิ ัฒนาการ
ของสิ่งมชี ีวติ รวมท้ังนำความร้ไู ปใช้ประโยชน์
ว 1.3 ม.4/6 สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ซึ่งเป็นผลมาจาก
ววิ ัฒนาการ
1. สาระสำคัญ
- วิวฒั นาการและความหลากหลายทางพนั ธกุ รรม
- การคดั เลอื กโดยธรรมชาติ
2. สาระการเรยี นรู้
สิ่งมีชีวิตที่มีอยู่ในปัจจุบันมีลักษณะที่ปรากฏให้เห็น แตกต่างกันซึ่งเป็นผลมาจากความหลากหลาย
ของลักษณะทางพนั ธกุ รรม ซึง่ เกิดจากมิวเทชนั ร่วมกบั การคัดเลอื กโดยธรรมชาติ
ผลจากกระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ทำให้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเหมาะสมในการดำรงชีวิต
สามารถปรับตัวใหอ้ ยรู่ อดได้ในสิง่ แวดล้อมน้นั ๆ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรยี นสามารถอธิบายววิ ัฒนาการและความหลากหลายทางพนั ธกุ รรมได้
2. นักเรียนสามารถทำกจิ กรรมเร่ืองการคัดเลอื กโดยธรรมชาติได้
3. นักเรียนมคี วามรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ ทำงานกลุ่มไดด้ ี
48
4. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ขั้นกระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูนำภาพยรี าฟใหน้ ักเรยี นดู จากนนั้ ถามคำถามนกั เรยี นดังน้ี
- ยรี าฟท่เี ห็นมีลักษณะอย่างไรบา้ ง
(แนวคำตอบ ยรี าฟคอส้ัน และยีราฟคอยาง)
- ทำไมยีราฟคอสัน้ ถงึ หายไปและสูญพันธ์ุ
(แนวคำตอบ ยรี าฟคอสัน้ หายไปเพราะยีราฟมีการเปล่ียนแปลงรปู รา่ งของลำคอ สรรี ะตา่ งๆ เพ่อื ที่จะ
กนิ ตน้ ไมท้ ่ีมีความสงู มากๆ)
2) ครูเสนอวีดที ัศน์เร่อื ง แมลงเม่ือ 3 รอ้ ยลา้ นปีก่อน แลว้ ถามเพอ่ื กระตนุ้ ความสนใจของนกั เรียนและ
นำเขา้ สบู่ ทเรียน ดงั น้ี
ภาพแสดงวดี ีทศั น์ เร่อื ง แมลงเมื่อ 3 รอ้ ยลา้ นปกี อ่ น
(ท่ีมา: https://www.youtube.com/ watch?v=DmlUs_zt9Vg)
2.1) จากวีดีทศั นม์ ีการกล่าวถึงแมลงดึกดำบรรพ์ชนิดใดบา้ ง
(แนวคำตอบ: Dictyoneuridae, Palaeodictyoptera และ Meganeura)
2.2) แมลงในอดีตมีขนาดเป็นอยา่ งไรเม่อื เปรียบเทยี บกับขนาดของแมลงในปจั จบุ ัน
(แนวคำตอบ: แมลงในอดีตมีขนาดใหญ่กว่าแมลงในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เช่น Meganeura
มคี วามยาวปีก 65-70 เซนตเิ มตร)
49
2.3) เพราะเหตุใดในปจั จบุ นั จึงไมพ่ บแมลงปอยกั ษ์ Meganeura
(แนวคำตอบ: ปรมิ าณของออกซิเจนในปจั จบุ ันตำ่ กวา่ ในอดตี อย่างมาก)
2.4) ในทางเดียวกนั ในอดตี มยี รี าฟอยู่ 2 สายพนั ธุ์ คอื ชนิดคอสัน้ และคอยาว เพราะเหตุใดประชากร
ยีราฟในปจั จุบนั จงึ มเี พียงลกั ษณะคอยาวเท่านั้น
(แนวคำตอบ: เกดิ จากการคดั เลอื กโดยธรรมชาติ หรือ Natural Selection)
2. ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Explore)
1. ครูแจกใบกจิ กรรมและอปุ กรณใ์ นการทำกจิ กรรมแก่นักเรียนแต่ละกลุม่
2. จากนนั้ ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มศกึ ษาวธิ กี ารดำเนนิ กิจกรรม เรื่อง “นกฟนิ ซเ์ กดิ วิวัฒนาการอย่างไร”
จากใบกิจกรรม
3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมมือกันปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรมตอนที่ 1 การคัดเลือกโดย
ธรรมชาติ ดังนี้
3.1) ให้นกั เรียนในกลุ่มแบ่งกลมุ่ ออกเปน็ 4 กลุม่ ย่อย โดยแต่ละกลุ่มยอ่ ยจะได้รับอุปกรณ์ที่
แตกต่างกนั แทนลักษณะของปากทตี่ ่างกันของนกชนดิ หนงึ่ ไดแ้ ก่ ชอ้ นพลาสติก สอ้ มพลาสตกิ มดี พลาสตกิ
และชอ้ นกาแฟ
3.2) ครใู หแ้ ตล่ ะกลมุ่ แขง่ กันเก็บเมล็ดถ่ัว ในบริเวณทก่ี ำหนดให้ ดงั น้ี
(1) ใหน้ กั เรยี นใช้อปุ กรณป์ ระจำกลุ่มยอ่ ยของตนเองเก็บเมล็ดถัว่ ใสแ่ ก้วให้ไดม้ ากทส่ี ุดในเวลา
2 นาที
(2) หลังจากหมดเวลาให้นับเมล็ดถั่วของสมาชิกในกลุ่ม แล้วบันทึกในตารางบันทึกผลในใบ
กจิ กรรม
(3) ทำกิจกรรมซ้ำในข้อ (1) และ (2) จนกว่าจะเหลือเพียงกลุ่มย่อยเดียวที่อยู่รอดและไม่
สืบพันธุ์ (กำหนดให้แต่ละรอบเวลาผ่านไป 100,000 ป)ี
4. ครูใหน้ ักเรียนนำเสนอผลการทดลองหน้าชน้ั เรียน
3) ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
1. ครสู รปุ ผลการทดลองว่า
การใช้อุปกรณ์ทีแ่ ตกตา่ งกนั ก็เปรียบเหมือนจะงอยปากที่แตกต่างกันของนกฟนิ ซ์ การที่คีบอาหารไดจ้ ำนวน
เยอะกเ็ หมอื นการคดั เลือกโดยธรรมชาติ โดยจะงอยปากท่คี ีบอาหารไดน้ ้อยก็จะคอ่ ยๆ สูญพันธ์ไุ ป และจะงอย
ปากทคี่ ีบอาหารได้เยอะก็จะยงั คงอยู่ ถอื ว่าเปน็ การปรบั ตวั ทางพันธกุ รรม เพือ่ ให้ลักษณะของจะงอยปากของ
ลกั ษณะอาหารท่ีกนิ และนกฟนิ ซก์ ็จะสืบทอดลักษณะทางพันธุกรรมต่อไป
2. ครูให้นักเรียนศึกษาเนื้อหาข้อมูล เรื่อง วิวัฒนาการและความหลากหลายทางพันธุกรรม
จาก Power point หนังสอื เรยี น และอินเทอร์เนต็
50
3. ครอู ธบิ ายเนือ้ หาข้อมูล เร่อื ง ววิ ฒั นาการและความหลากหลายทางพันธกุ รรม จาก Power point
หนงั สอื เรียน และอนิ เทอร์เนต็
4. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่ม สรปุ องค์ความรู้ที่ได้เขยี นลงในกระดาษชารท์ และนำเสนอหนา้ ช้นั เรยี น
- ในปจั จุบันทำไมยรี าฟจงึ เหลอื แตย่ ีราฟทค่ี อยาว
- การคดั เลอื กโดยธรรมชาตคิ ืออะไร
5. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ เนื้อหาได้ดังน้ี
การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมในประชากรสิ่งมีชีวิตจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหนึ่ง โดยอาศัยหน่วย
พนั ธกุ รรมหรือยีนเปน็ ตัวกำหนดลักษณะเฉพาะ และความแตกตา่ งของสงิ่ มชี ีวติ แต่ละชนดิ
การคัดเลือกโดยธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดจำเปน็ ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมจึงจะอยู่รอด
การปรบั ตวั เกดิ ข้นึ ทงั้ ทางรปู รา่ ง สรรี วิทยา และพฤติกรรม และหากปรับตัวนั้นเหมาะสมและสามารถถ่ายทอด
ทางพนั ธกุ รรมได้จะทำใหเ้ กิดวิวฒั นาการขึน้
4) ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)
1. ครนู ำภาพไม้ดา่ งมาใหน้ ักเรียนดู และตอบคำถามในใบงานเร่อื ง การคดั เลอื กโดยธรรมชาติ ดังน้ี
- ไมด้ า่ งเกดิ จากอะไร
(แนวคำตอบ ขาดแสงสวา่ ง ขาดสารอาหาร เนอื้ เยอ่ื ใบมีอากาศมาก ความผิดปกตทิ างพันธุกรรม
เกิดจากโรค)
- ไม้ดา่ งเกดิ ควมหลากหลายทางธรรมชาติอยา่ งไร
(แนวคำตอบ เกิดสสี นั และชนดิ พนั ธุ์ทหี่ ลากหลาย)
2. ครถู ามคำถามนักเรียนว่า
ดาร์วินอธบิ ายความหลายหลายของนกจาบบนหมู่เกาะกาลาปากอสว่าอยา่ งไร
(แนวตอบ ดาร์วินอธิบายว่า แต่เดิมนกฟินซ์กลุ่มแรกที่เข้ามาอาศัยในบริเวณนี้อาจไม่ได้มีลักษณะท่ี
หลากหลายเช่นปัจจุบัน แต่เมื่อประชากรนกฟนิ ซ์เพิ่มมากขึ้น ทำให้อาหารขาดแคลน และประชากรนกฟินซ์
ส่วนน้อยที่มจี งอยปากแตกต่างไปที่สามารถกินอาหารอืน่ แทนได้ จึงสามารถสืบพันธ์ุเพิม่ จำนวนประชากรได้
51
มากข้ึน ส่งผลต่อประชากรของนกจาบให้มกี ารเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเปน็ คอ่ ยไป ซ่งึ จากกระบวนการน้ีทำให้
นกจาบมีจงอยปากหลายแบบดังท่ีเหน็ ในปัจจุบนั )
5) ข้นั ประเมินผล (Evaluation)
1. ครูนำภาพผเี สอ้ื Industrial melanism มาให้นักเรยี นดู
2. ครูเล่าประวัติความเป็นมาของผีเส้ือ Industrial melanism ใหน้ กั เรียนฟงั
3. ให้นักเรียนตอบคำถามในใบงานเรื่อง การคัดเลือกโดยธรรมชาติ ดังนี้ และสุ่มถามนักเรียน
5 - 6 คน
- ผเี สื้อ Industrial melanism สีเขม้ จึงพรางตวั ไดด้ ีกว่า
(แนวคำตอบ เป็นการกลมกลืนกับธรรมชาติ โดยการเปลี่ยนแปลงสีปีก โดยผีเสื้อปีกสีเข้มจะมีการ
พรางตัวได้ดีมากกว่าผเี สื้อปีกสอี ่อน เพราะต้นไมต้ ่างๆ โดนเขม่าควันจากโรงงานอุตสาหกรรมทำให้ต้นไม้มสี ี
เข้มขึ้น)
- ผเี สอ้ื Industrial melanism มีการคดั เลือกโดยธรรมชาติอย่างไร
(แนวคำตอบ มีการเปลี่ยนแปลงของสีปีก เพื่อให้เหมาะสมต่อเปลือกไม้ที่โดนเขม่าควันของโรงงาน
อตุ สาหกรรม)
2. ครูสุม่ ถามนกั เรียนโดยใช้คำถามดังนี้
- ววิ ฒั นาการ คอื อะไร
(แนวคำตอบ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมในประชากรสิ่งมีชีวิตจากรุ่นหนึ่งสู่อีกรุ่นหน่ึง
โดยอาศัยหน่วยพนั ธุกรรมหรอื ยีนเปน็ ตัวกำหนดลกั ษณะเฉพาะ และความแตกตา่ งของสงิ่ มีชวี ติ แต่ละชนดิ )
- การมวิ เทชนั ของสารพนั ธกุ รรม ทำใหส้ ่งอยา่ งไรตอ่ สง่ิ มีชีวิตท่ีไดถ้ กู ทำการมวิ เทช่ัน
(แนวคำตอบ เกิดแอลลีลใหม่ ลกั ษณะการแสดงออกใหม่ และเกิดความหลากหลายทางพันธุกรรม)
- การคัดเลอื กโดยธรรมชาตกิ ่อให้เกดิ วิวัฒนาการอยา่ งไร
(แนวคำตอบ เป็นกระบวนการท่ที ำให้สิง่ มีชีวิตทีม่ ีลักษณะเหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมสามารถดำรงชีวิต
ในรุ่นต่อไปได้ สิ่งมีชีวิตที่คัดเลือกให้อยู่จะมีการปรับเปลี่ยนสรีระ พฤติกรรม และรูปแบบการดำรงชีวิตที่
52
กลมกลนื กับสภาพแวดลอ้ มที่ประชากรน้ันอาศยั อยู่ แต่สำหรบั ประชากรทไี่ มเ่ หมาะสมกับสิ่งแวดล้อมจะถูกคัด
ทง้ิ และลดจำนวนลงไป)
5. สื่อการสอน / แหล่งเรียนรู้
- หนังสือเรยี นรายวิชาวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
- สอ่ื นำเสนอ Power Point เรือ่ ง วิวฒั นาการและความหลากหลายทางพันธกุ รรม
- อินเทอร์เน็ต
- กระดาษชารท์
- ใบงาน
53
6. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธกี ารประเมิน เกณฑ์ในการประเมนิ ผล
ด้านความรู้ (K)
1. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายววิ ัฒนาการ - ตรวจสอบความถูกต้องของการ ผ่านเกณฑ์การประเมิน
และความหลากหลายทางพันธกุ รรมได้
ทำกิจกรรม ร้อยละ 70
- กระดาษชารท์
- ใบงาน
- แบบประเมนิ การทำกจิ กรรม
- การมีส่วนร่วมในชั้นเรียนและ
ตอบคำถามในตลอดท้ังกจิ กรรม
ทักษะกระบวนการ (P)
2. นักเรียนสามารถทำกิจกรรมเรื่องการ - ตรวจสอบความถูกต้องของการ ผ่านเกณฑ์การประเมิน
คัดเลอื กโดยธรรมชาตไิ ด้ ทำกิจกรรม รอ้ ยละ 70
- กระดาษชารท์
- ใบงาน
- แบบประเมนิ การทำกจิ กรรม
- การมีส่วนร่วมในชั้นเรียนและ
ตอบคำถามในตลอดท้งั กจิ กรรม
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
3. นกั เรียนมคี วามรับผดิ ชอบ ใฝ่เรียนรู้ - สังเกตพฤติกรรมการเรียนในช้ัน ผ่านเกณฑ์การประเมิน
ทำงานกลมุ่ ได้ดี เรยี น ร้อยละ 70
- แบบประเมินการทำกิจกรรม
- สังเกตพฤติกรรมนักเรียน
มีความรับผิดชอบ มีความใฝ่
เรยี นรู้ และทำงานกล่มุ ไดด้ ี
54
เกณฑก์ ารประเมนิ ผลงานนกั เรยี น
ประเด็นการ คา่ นำ้ หนกั แนวทางการใหค้ ะแนน
ประเมนิ คะแนน
ดา้ นความรู้ สรปุ เนอ้ื หา เร่ือง วิวัฒนาการและความหลากหลายทางพันธุกรรมได้อย่าง
(K) 3 สมบรู ณ์
สรปุ เนอื้ หา เรอ่ื ง วิวฒั นาการและความหลากหลายทางพันธุกรรมได้ดีและ
ดา้ นทักษะ 2 คอ่ นข้างถูกตอ้ ง
กระบวนการ สรุปเนื้อหา เรื่อง วิวัฒนาการและความหลากหลายทางพันธุกรรม
1 ได้ถูกตอ้ งเลก็ นอ้ ย หรือไมถ่ ูกต้อง
(P)
3 ทำกิจกรรม เรื่อง วิวัฒนาการและความหลากหลายทางพันธุกรรม
ด้าน ไดถ้ ูกตอ้ งครบถ้วน
คณุ ลักษณะ 2 ทำกิจกรรม เรื่อง วิวัฒนาการและความหลากหลายทางพันธุกรรมได้ดี
และค่อนขา้ งถูกต้อง
(A) 1 ทำกิจกรรม เรื่อง วิวัฒนาการและความหลากหลายทางพันธุกรรม
ไดถ้ กู ต้องเล็กนอ้ ย หรอื ไม่ถกู ต้อง
3 นักเรยี นมีความรับผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรูด้ เี ย่ยี ม ทำงานกลุ่มไดด้ ี
2
1 นักเรยี นมีความรบั ผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรู้ ทำงานกลุ่มได้ค่อนขา้ งดี
นกั เรียนมีความรับผดิ ชอบ ใฝเ่ รียนรู้ ทำงานกลมุ่ ได้นอ้ ย
ระดับคะแนน
คะแนน 3 หมายถึง ดมี าก
คะแนน 2 หมายถงึ ดี
คะแนน 1 หมายถึง พอใช้
55
56
57
กิจกรรม เร่ืองการคัดเลอื กโดยธรรมชาติ
คำชี้แจง : ให้นักเรียนเปรียบเทียบตัวเองเป็นนกฟินซ์ โดยใช้ที่คีบที่แตกต่างกันแทนจะงอยปากนก
ในการคบี ถัว่ เขยี วใส่แกว้ ทีละคน และสรุปผลการทดลองท่ีเกดิ ข้นึ
ตารางแสดงจำนวนเมลด็ ท่ีกนิ ไดข้ องปากแตล่ ะแบบในรุ่นตา่ งๆ และรูปแบบปากท่ีสูญพันธ์ุไป
ประชากรรนุ่ จำนวนเมล็ดถ่ัวท่กี นิ ได้ (เมล็ด) ช้อนกาแฟ รูปแบบของ
ท่ี ชอ้ นพลาสตกิ ส้อมพลาสติก มดี พลาสตกิ ปากทส่ี ูญพันธ์ุ
ไป
1
2
3
4
หมายเหตุ หลังจากสูญพันธ์ุไปแล้วใหบ้ ันทึก X ลงตารางบนั ทกึ ผลแทน
คำถามท้ายกิจกรรม การคดั เลอื กโดยธรรมชาติ
1) จากการทำกิจกรรมอะไรเป็นปจั จัยจำกดั ทท่ี ำใหเ้ กิดการแกง่ แยง่
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2) ในการทำกจิ กรรมในรอบที่ 1 (ประชากรรุ่นที่ 1) ปากรปู แบบใดที่กินอาหารได้นอ้ ยท่สี ดุ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3) นกทมี่ ีปากแบบใดสูญพันธใ์ุ นประชากรรุ่นที่ 1
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4) เมือ่ สิน้ สดุ การทำกจิ กรรม นกทีม่ ปี ากรูปแบบใดท่มี ีความเหมาะสมในการกนิ เมล็ดถวั่ มากท่ีสดุ และสามารถ
อยู่รอดในสภาพแวดลอ้ มนีไ้ ด้ดี
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5) หากเหตุการณท์ ่เี กดิ หลงั จบกจิ กรรมเปน็ การคัดเลือกโดยธรรมชาติ นกั เรียนคดิ วา่ การคดั เลอื กโดยธรรมชาติ
มีหลักการอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
58
เฉลยคำถามทา้ ยกจิ กรรม
1) จากการทำกิจกรรมอะไรเป็นปัจจัยจำกัดที่ทำให้เกิดการแก่งแย่งกัน (แนวคำตอบ: เมล็ดถั่วซึ่ง
เปน็ อาหาร คอื ปัจจัยจำกัด)
2) ในการทำกิจกรรมในรอบที่ 1 (ประชากรรุ่นที่ 1) ปากรูปแบบใดที่กินอาหารได้น้อยที่สุด (แนว
คำตอบ: คำตอบขน้ึ อยู่กับผลของการทำกจิ กรรม)
3) นกที่มีปากแบบใดสูญพันธุ์ในประชากรรุ่นที่ 1 (แนวคำตอบ: คำตอบขึ้นอยู่กับผลของการทำ
กิจกรรม)
4) เมื่อสิ้นสุดการทำกิจกรรม นกที่มีปากรูปแบบใดที่มคี วามเหมาะสมในการกินเมล็ดถัว่ มากที่สุด
และสามารถอยู่รอดในสภาพแวดล้อมนี้ได้ดีที่สุด (แนวคำตอบ: เปรียบได้กับการสืบพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวน
ประชากรของส่งิ มชี วี ิต)
5) หากเหตุการณ์ที่เกิดหลังจบกิจกรรมเป็นการคัดเลือกโดยธรรมชาติ นักเรียนคิดว่าการคดั เลือก
โดยธรรมชาติมีหลักการอย่างไร (แนวคำตอบ: ธรรมชาติจะมีการคัดเลือกสมาชิกของประชากรสิ่งมีชีวิตที่มี
ลักษณะเหมาะสมกบั สภาพแวดล้อมให้อยูร่ อดและสบื พันธุ์ต่อไป ส่วนสิ่งมีชีวิตที่มีลกั ษณะไม่เหมาะสมจะสูญ
พันธ์ุไป)
59
60
61
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 15
รายวชิ า วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ รหัสวชิ า ว31101 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
โรงเรยี นกมุ ภวาปี ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 พันธกุ รรมและววิ ัฒนาการ เวลา 12 ช่ัวโมง
เร่อื ง การคัดเลือกโดยธรรมชาติ เวลา 2 ชวั่ โมง
ผู้สอน นายพาณวุ ัฒน์ พสั รางกูล วันที่สอน วนั ที่ เดอื นกันยายน พ.ศ. 2565
มาตรฐานการเรียนรู้ /ตัวช้วี ดั
สาระท่ี 1 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
สารพันธกุ รรม การเปล่ยี นแปลงทางพันธกุ รรมท่มี ผี ลตอ่ ส่ิงมชี ีวิต ความหลากหลายทางชวี ภาพและววิ ัฒนาการ
ของส่งิ มีชีวิต รวมท้ังนำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
ว 1.3 ม.4/6 สืบค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ซึ่งเป็นผลมาจาก
วิวฒั นาการ
1. สาระสำคัญ
- ทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ
2. สาระการเรียนรู้
- กระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติ เป็นหลักการที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดวิวัฒนาการของ
สง่ิ มีชวี ิต
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั เรียนสามารถอธบิ ายทฤษฎีการคดั เลอื กโดยธรรมชาติได้
2. นักเรยี นสามารถสืบค้นข้อมลู เกีย่ วกับหลกั ฐานทบ่ี ่งบอกถึงวิวฒั นาการของสิง่ มชี วี ิตได้
3. นักเรียนมีความรับผดิ ชอบ ใฝ่เรียนรู้
4. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ขนั้ กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครูเปดิ วดิ โี อเพื่อกระตนุ้ ความสนใจ
ทีม่ า : https://www.youtube.com/watch?v=LtmHBgJdn4Q
62
2. ครใู ช้คำถาม
- ทฤษฎีการคดั เลือกโดยธรรมชาติ คอื อะไร
(แนวคำตอบ ทฤษฎีนี้สามารถอธิบายในเรื่องความแปรผนั ของลักษณะสิ่งมีชีวิตได้ โดยความแปรผนั
ทางพันธกุ รรมในสงิ่ มชี ีวิตที่มีการสบื พนั ธ์แุ บบอาศยั เพศ (sexual reproduction)
2. ขน้ั สำรวจและค้นหา (Explore)
1. ครูใหน้ ักเรียนศกึ ษาเน้ือหาขอ้ มูล เรอ่ื ง การคัดเลอื กโดยธรรมชาติ จาก Power point และหนังสือ
เรยี น
2. ให้นกั เรียนทำใบงาน เรอื่ ง หลักฐานทีบ่ ่งบอกถึงววิ ัฒนาการของสงิ่ มชี ีวิต
3) ขัน้ อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
- ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ เนอ้ื หาไดด้ ังน้ี
แนวคิดที่ไดจ้ ากการสำรวจหมู่เกาะกาลาปากอสรว่ มกับหลกั ฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวขอ้ งทำให้ดาร์วนิ เสนอ
ทฤษฎีการคดั เลอื กโดยธรรมชาติ (theory of natural selection) ซงึ่ มสี าระสำคัญดงั นี้
1. สง่ิ มชี วี ิตแต่ละสปีชีสสืบพนั ธุ์ให้รนุ่ ลูกจำนวนมากท่ีมีลักษณะทางพนั ธุกรรมท่ีแตกต่างกัน ซ่ึงทำให้
จำนวนประชากรมีมากเกินกว่าสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตที่มีจำกัดในธรรมชาติจะรองรับได้หมด ทำให้ต้อง
ดิน้ รนเพื่อให้มีชวี ิตรอด
2. สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะที่แตกต่างกันแม้จะเพียงเล็กน้อย แต่หากเป็นลักษณะที่เหมาะสมต่อการ
ดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมนั้นจะสามารถอยู่รอด และถ่ายทอดลักษณะที่เหมาะสมไปยังรุ่นต่อๆ ไปได้ดีกว่า
สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะไม่เหมาะสมซึ่งจะไม่สามารถรอดชีวติ และไม่มีการถ่ายทอดลักษณะนั้นๆ หรืออาจรอด
ชีวิตแต่ไมส่ ามารถมีลูกหลานไดม้ ากเทา่ กับผู้ท่มี ีลักษณะเหมาะสมกบั สภาพแวดล้อม
3. กระบวนการดังกล่าวนี้เป็นการคดั เลอื กโดยธรรมชาติทเี่ กิดซำ้ ๆ กนั อยา่ งต่อเนอ่ื งเปน็ เวลายาวนาน
หลายชั่วรนุ่ จงึ เกิดการสะสมความแตกตา่ งทีละน้อยจนทำใหไ้ ด้ประชากรสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ท่ีมีลักษณะต่างไป
จากเดิม
โครงสร้างของรยางค์คู่หน้าของสัตว์มีกระดูกสันหลัง ในหลักฐานจากกายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบ
เปน็ การเปรียบเทียบโครงสรา้ งของรยางค์คหู่ นา้ ของสัตว์ โดยความคลา้ ยคลึงกนั ของรยางค์คหู่ นา้ นี้ใช้สนับสนุน
ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันทางวิวัฒนาการได้ ถึงแม้ว่ารยางค์นั้นจะมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน เนื่องจากต้องใช้
โครงสรา้ งนีใ้ นการดำรงชวี ติ อยใู่ นสภาพแวดล้อมท่ีแตกต่างกัน
หลักฐานทางชีววิทยาการเจริญและเอ็มบริโอเปรียบเทียบ โดยสัตว์ต่างๆ มีความคล้ายคลึงกัน
ในการเจริญเติบโตในระยะเอม็ บรโิ อ เนอื่ งจากมชี ่องเหงอื กและหางทีเ่ หมือนกัน
63
4) ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
ครูสุ่มนักเรียน 5 -6 มาพูดนำเสนอหน้าชั้นเรียนเกี่ยวกับหลักฐานกายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบ
และหลักฐานทางชีววิทยาการเจริญและเอ็มบริโอเปรียบเทียบของสัตว์บางชนิด ว่ามีความแตกต่างหรือ
คล้ายคลึงกนั อยา่ งไร และสัตว์ต่างๆ นา่ จะมวี ิวฒั นาการมาจากสัตวช์ นดิ ใด
5) ขน้ั ประเมินผล (Evaluation)
ครูสมุ่ ถามนกั เรยี นโดยใชค้ ำถามดงั น้ี
- ใครเปน็ ผคู้ ดิ คน้ ทฤษฎกี ารคัดเลือกโดยธรรมชาติ
(แนวคำตอบ ชาลส์ ดารว์ นิ )
- ทฤษฎีการคัดเลอื กโดยธรรมชาติ มหี ลักการว่าอยา่ งไรบา้ ง
(แนวคำตอบ 1. ส่ิงมีชีวิตชนิดเดยี วกันยอ่ มแตกต่างกันเลก็ น้อย เรียกว่า variation
2. สง่ิ มชี วี ติ มีลูกหลานจำนวนมากตามลำดบั เรขาคณิต แตส่ ง่ิ มีชวี ติ แต่ละชนดิ ก็มีจำนวน
เกอื บคงท่ี เพราะมีจำนวนหนงึ่ ตายไป
3. สิ่งมีชีวิตจำเป็นต้องมีการตอ่ สู้เพื่อการอยูร่ อด
4. สง่ิ มีชวี ติ มีความหลากหลายตามธรรมชาติ สิง่ มีชีวิตทเี่ หมาะสมทส่ี ดุ เทา่ น้นั ที่จะมีชีวิต
อยูร่ อด และดำรงเผา่ พนั ธ์ุตวั เองไว้ เชน่ ลักษณะคอยาวของยรี าฟ)
- หลักฐานทางชวี วทิ ยาการเจรญิ และเอม็ บริโอเปรยี บเทยี บ มีโครงสรา้ งใดที่ลักษณะคลา้ ยกัน
(แนวคำตอบ มีชอ่ งเหงอื กและหางทีเ่ หมือนกัน)
- โครงสร้างของรยางค์คู่หน้าของสัตว์มีกระดูกสันหลัง ใช้ในการเปรียบเทียบสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด
อย่างไร
(แนวคำตอบ เพื่อใช้เปรียบเทียบรยางค์คู่หน้า โดยใช้สนับสนุนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันทาง
วิวฒั นาการได้ โครงสร้างของแต่ละชนิดมีหนา้ ที่ที่แตกตา่ งกนั เน่อื งจากตอ้ งใช้โครงสร้างนี้ในการดำรงชีวิตอยู่
ในสภาพแวดลอ้ มท่ีแตกต่างกนั )
5. ส่อื การสอน / แหลง่ เรยี นรู้
- หนังสอื เรียนรายวชิ าวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4
- ส่อื นำเสนอ Power Point เร่อื ง การคัดเลือกโดยธรรมชาติ
- ใบงาน เร่อื ง หลกั ฐานท่ีบ่งบอกถงึ วิวฒั นาการของสิ่งมชี ีวิต
64
6. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี ารประเมนิ เกณฑ์ในการประเมนิ ผล
ดา้ นความรู้ (K)
1. นักเรียนสามารถอธิบายทฤษฎีการ - ตรวจสอบความถูกต้องของการ ผ่านเกณฑ์การประเมิน
คดั เลอื กโดยธรรมชาติได้ ทำกิจกรรม ร้อยละ 70
- ใบงาน
- แบบประเมนิ การทำกิจกรรม
- การมีส่วนร่วมในชั้นเรียนและ
ตอบคำถามในตลอดทัง้ กิจกรรม
ทกั ษะกระบวนการ (P)
2. นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ - ตรวจสอบความถูกต้องของการ ผ่านเกณฑ์การประเมิน
หลักฐานที่บ่งบอกถึงวิวัฒนาการของ ทำกิจกรรม รอ้ ยละ 70
ส่ิงมีชีวติ ได้ - ใบงาน
- แบบประเมินการทำกิจกรรม
- การมีส่วนร่วมในชั้นเรียนและ
ตอบคำถามในตลอดทงั้ กิจกรรม
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
3. นกั เรยี นมคี วามรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ - สงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนในช้ัน ผ่านเกณฑ์การประเมิน
เรียน ร้อยละ 70
- แบบประเมินการทำกิจกรรม
- สังเกตพฤติกรรมนักเรียน
มีความรับผิดชอบ มีความใฝ่
เรยี นรู้ และทำงานกลุ่มได้ดี
65
เกณฑ์การประเมนิ ผลงานนักเรยี น
ประเดน็ การ คา่ น้ำหนกั แนวทางการใหค้ ะแนน
ประเมิน คะแนน
ดา้ นความรู้ สรุปเน้ือหา เรอ่ื ง การคัดเลอื กโดยธรรมชาติไดอ้ ย่างสมบูรณ์
(K) 3 สรปุ เนอ้ื หา เรอ่ื ง การคัดเลือกโดยธรรมชาติไดด้ แี ละคอ่ นข้างถกู ต้อง
2 สรุปเนื้อหา เรื่อง การคัดเลือกโดยธรรมชาติได้ถูกต้องเล็กน้อย หรือไม่
ด้านทกั ษะ 1 ถูกตอ้ ง
กระบวนการ ทำกจิ กรรม เรื่อง การคัดเลอื กโดยธรรมชาตไิ ด้ถูกต้องครบถว้ น
3 ทำกิจกรรม เร่อื ง การคดั เลอื กโดยธรรมชาติได้ดี และค่อนข้างถูกต้อง
(P) 2 ทำกิจกรรม เรื่อง การคัดเลือกโดยธรรมชาติได้ถูกต้องเล็กน้อย หรือไม่
1 ถูกต้อง
ดา้ น นกั เรียนมีความรับผิดชอบ ใฝเ่ รียนรดู้ ีเยีย่ ม
คณุ ลกั ษณะ 3
2 นกั เรยี นมีความรับผดิ ชอบ ใฝ่เรยี นรคู้ ่อนขา้ งดี
(A) 1 นกั เรยี นมคี วามรับผิดชอบ ใฝ่เรยี นรนู้ ้อย
ระดบั คะแนน
คะแนน 3 หมายถงึ ดมี าก
คะแนน 2 หมายถงึ ดี
คะแนน 1 หมายถงึ พอใช้
66
67
68
ช่อื .................................................. นามสกุล......................................................... ชั้น......................เลขที่.......................
ใบงาน เร่อื ง หลกั ฐานทบี่ ง่ บอกถึงวิวฒั นาการของสงิ่ มชี วี ิต
คำช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี
1. โครงสร้างของรยางคค์ ูห่ น้าของสัตวใ์ นหลักฐานจากกายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบ จะบอกถึงความสัมพันธ์
ทางววิ ฒั นาการหรอื ไม่ อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. หลกั ฐานจากกายวภิ าคศาสตร์เปรยี บเทียบ ลักษณะของโครงสรา้ งท่เี ป็น homologous structure มีความ
คลายคลึงกนั อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. หลักฐานจากกายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบ ลักษณะของโครงสร้างที่เป็น analogous structure มีความ
คลา้ ยคลึงกนั อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. หลกั ฐานทางชีววทิ ยาการเจรญิ และเอ็มบรโิ อเปรียบเทยี บ การเจริญเติบโตระยะใดมีความคล้ายคลึงกันมาก
เพราะเหตใุ ด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
69
ใบงาน เร่อื ง หลกั ฐานทบ่ี ง่ บอกถึงวิวัฒนาการของส่งิ มีชีวิต (เฉลย)
คำช้แี จง : ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้
1. โครงสร้างของรยางค์คูห่ น้าของสัตว์ในหลักฐานจากกายวิภาคศาสตร์เปรยี บเทียบ จะบอกถึงความสัมพันธ์
ทางววิ ัฒนาการหรอื ไม่ อย่างไร
(แนวคำตอบ ความคล้ายคลึงกันของรยางค์คู่หน้านี้ใช้สนับสนุนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันทางวิวัฒนาการได้
ถงึ แม้ว่ารยางค์น้นั จะมีหนา้ ที่ที่แตกต่างกนั เน่ืองจากตอ้ งใช้โครงสรา้ งน้ีในการดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมท่ี
แตกตา่ งกนั )
2. หลักฐานจากกายวภิ าคศาสตร์เปรียบเทยี บ ลักษณะของโครงสรา้ งท่เี ป็น homologous structure มีความ
คลายคลงึ กนั อย่างไร
(แนวคำตอบ ลักษณะของโครงสร้างที่เป็น homologous structure มีความคล้ายคลึงกันตรงที่มีต้นกำเนิด
เดยี วกนั )
3. หลักฐานจากกายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบ ลักษณะของโครงสร้างที่เป็น analogous structure มีความ
คลา้ ยคลงึ กันอยา่ งไร
(แนวคำตอบ ลกั ษณะของโครงสร้างท่ีเป็น homologous structure มคี วามคล้ายคลงึ กนั ตรงที่มีหน้าที่หรือมี
การทำงานเหมือนกนั )
4. หลกั ฐานทางชวี วทิ ยาการเจรญิ และเอ็มบรโิ อเปรียบเทียบ การเจรญิ เติบโตระยะใดมีความคล้ายคลึงกันมาก
เพราะเหตุใด
(แนวคำตอบ การเจรญิ เตบิ โตในระยะเอ็มบรโิ อเนื่องจากมีชอ่ งเหงือกและหางท่ีเหมือนกนั )
70
71