ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับมนุษยสัมพันธ์ ความหมายของมนุษยสัมพันธ์ ค ำว่ำ "มนุษยสัมพันธ์" (Human Relations) มีค ำ 2 คือ มนุษย์ (Human) และ สัมพันธ์ (Relations) มนุษย์(Human) หมำยถึง ลักษณะของควำมเป็นมนุษย์ คือ ผู้มีจิตใจสูง สัมพันธ์(Relations) หมำยถึง ควำมผูกพัน กำรเกี่ยวพันกัน เมื่อน ำทั้งสองค ำมำรวมกันเป็น“มนุษสัมพันธ์" โดยนิยำมของค ำว่ำมนุษยสัมพันธ์ได้มีนักจิตวิทยำ นักวิชำกำร และองค์กรต่ำงๆ ให้ควำมหมำยไว้ อย่ำงหลำกหลำยพอสรุปได้ ดังนี้ 1 เอดวิน บี. ฟลิปโป (Edwin B. Flippo) อธิบำยว่ำ ควำมหมำยมนุษยสัมพันธ์ในเชิงกำรบริหำร ว่ำ คือ กำรรวมคนให้ท ำงำนร่วมกันใน ลักษณะที่มุ่งให้เกิดควำมร่วมมือประสำนงำนและควำมริเริ่ม สร้ำงสรรค์เพื่อบังเกิดผลบรรลุ เป้ำหมำย (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, 2525 : 402 ) อธิบำยว่ำ มนุษยสัมพันธ์ หมำยถึง ควำมสัมพันธ์ในทำงสังคมระหว่ำงมนุษย์ซึ่งจะก่อให้เกิดควำม เข้ำใจ อันดีต่อกัน อริสโตเติล ( Aristotle ) นักปรำชญ์ชำวกรีก อธิบำยว่ำ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มนุษย์ใช้ชีวิต อยู่ร่วมกันเป็นหมู่เป็นเหล่ำ มนุษย์อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มเป็นพวก มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน กำรที่มนุษย์อยู่ ร่วมกันท ำให้พวกเขำรู้สึก ปลอดภัยซึ่งเป็นสัญชำตญำณของมนุษย์ โซล ดับบลิว. เกลเลอร์แมน (Saul W. Gellerman) ได้อธิบำยว่ำ มนุษยสัมพันธ์เป็นกำร สร้ำงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงบุคคลในองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ถ้ำเป็นควำมสัมพันธ์ที่ดีก็จะก่อให้เกิด ควำมรัก ใคร่ และควำมเข้ำใจอันดีต่อกัน ส่งผลให้เกิด สัมฤทธิผลในกำรท ำงำน “มนุษยสัมพันธ์” เป็นกลวิธีกำรสร้ำง ควำมสัมพันธ์อันดี ระหว่ำงเพื่อนมนุษย์ให้ มำท ำกิจกรรมร่วมกันแบบเต็มใจ และบุคคลที่มี มนุษยสัมพันธ์ก็จะเป็นบุคคลที่ สำมำรถเข้ำกับผู้อื่นได้ง่ำย มีจิตสำธำรณะที่เป็นที่รักใคร่ ของผู้อื่น ใครเห็นใครก็อยำกอยู่ใกล้มนุษย สัมพันธ์จึงเกี่ยวข้องกับควำมต้องกำรของ บุคคล แรงจูงใจหรือสำเหตุภำยในของบุคคลที่จะเข้ำมำท ำ กิจกรรมใด ๆ ให้บรรลุ เป้ำหมำย รวมทั้งกำรสำมำรถเอำชนะจิตใจผู้อื่นให้คล้อยตำมจนสำมำรถท ำงำน นั้น ๆ ได้ส ำเร็จ
มนุษยสัมพันธ์ ช่วยท ำให้มนุษย์มำอยู่ร่วมกันเป็นสังคม ไม่ว่ำ สังคมขนำดเล็ก หรือขนำดใหญ่ แต่ละคนที่มำอยู่ร่วมกันนั้น ต่ำงก็มี ควำม แตกต่ำงกัน ( Individual ) ควำมแตกต่ำงกันในเรื่อง ควำมรู้ ควำมสำมำรถ ประสบกำรณ์ เจตคติ รสนิยม ควำมคิดเห็น เชำวน์ปัญญำ เป็นต้น แต่ถ้ำ ทุกคนสำมำรถร่วมใจกัน ระดมควำมแตกต่ำงเหล่ำนี้ แล้วน ำมำสร้ำงสรรค์ ให้เกิดสิ่งที่ดีใหม่ ๆ ขึ้นในสังคม กำรสร้ำงมนุษยสัมพันธ์ ให้เกิดขึ้นใน กลุ่ม คนนั้นนั่นเอง มนุษยสัมพันธ์จึงส ำคัญมำก ตั้งแต่ หน่วยสังคมตั้งแต่เล็ก ที่สุดคือ ครอบครัวไปจนถึง หน่วยสังคม ที่ใหญ่ที่สุด คือ สมำคมโลก ได้แก่ องค์กำรสหประชำชำติ ลงมำจนเป็นประเทศ ถ้ำหำกสำมำรถท ำให้ คนที่มำอยู่รวมกันนั้น มีควำมเข้ำใจ ซึ่งกัน และกันมีควำมไว้วำงใจกัน มี ควำมปรำรถนำจะร่วมมือร่วมใจกัน แบ่งหน้ำที่กันท ำ ก ำหนดบทบำท หน้ำที่ และ ปฏิบัติหน้ำที่ของตน ได้อย่ำงสมบูรณ์ หน่วยงำน หรือสังคมนั้น ก็จะเป็นระเบียบ มีควำมสุข ควำมเจริญก้ำวหน้ำ พัฒนำไปสู่ควำมเป็น สำกลได้ 1. ด้ำนกำรด ำเนินชีวิต กำรมีมนุษยสัมพันธ์ กับ บุคคลอื่น ท ำให้เรำไม่ รู้สึกโดดเดี่ยว แต่ท ำให้ เรำรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย ท ำให้เรำ ได้รับควำมรักและ กำร ยอมรับในสังคม ซึ่งเป็น พื้นฐำนในกำรด ำรงชีวิต ของมนุษย์ 2. ด้ำนกำรบริหำร จัดกำร ในสถำนประกอบ กำรหรือในองค์กำรทุก แห่ง ปัจจัยที่ส ำคัญ ที่สุดก็คือคน จ ำเป็นต้องใช้หลัก มนุษยสัมพันธ์ในกำร บริหำรและ ประสำนงำนกัน เพื่อให้ บรรลุวัตถุ ประสงค์ของแต่ละฝ่ำย 3.ด้ำนเศรษฐกิจ กิจกำรอุตสำหกรรม ใดๆ ก็ตำม คนเป็น ปัจจัยกำรผลิตที่ส ำคัญ และหลักมนุษยสัมพันธ์ จ ำเป็นในกำรสร้ำง แรงจูงใจให้พนักงำน เพื่อให้เกิดควำมกระตือ รือร้นในกำรท ำงำน และเกิดประสิทธิ ภำพ สูงสุด 4. ด้ำนกำรเมือง มนุษยสัมพันธ์มี ควำมส ำคัญทั้งใน กำรเมืองระดับท้องถิ่น ระดับ ประเทศ และเป็น สิ่งที่ช่วยสร้ำงควำม สัมพันธ์อันดีระหว่ำง ประชำชนกับนัก กำรเมืองหรือข้ำ รำชกำรกับประเทศต่ำงๆ เป็นต้น
1. การเข้าใจตนเอง หมายถึง ความเข้าใจความต้องการ ของตนเองจนสามารถวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของ ซึ่งการ รู้จักตนเองจะท าให้ยอมรับในคุณค่าแห่งตน นับถือตนซึ่ง จะน าสู่การปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้ดี 2. การเข้าใจผู้อื่น หมายถึง การรับรู้ถึงความต้องการของ ผู้อื่น การเข้าใจผู้อื่นเป็นการเรียนรู้ธรรมชาติของบุคคล ความแตกต่างระหว่างบุคคล แรงจูงใจของบุคคลซึ่งจะท าให้ เกิด การยอมรับและน าไปสู่การมีสัมพันธภาพที่ดี 3. การเข้าใจสภาพแวดล้อม หมายถึง การ เรียนรู้ธรรมชาติ ของสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเราและ บุคคลอื่นเช่นสภาพแวดล้อมของที่ท างาน ที่บ้าน เป็นต้นสภาพแวดล้อมดีจะสามารถน ามาปรับใช้ให้ ตนเองมีมนุษยสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ดี องค์ประกอบของมนุษยสัมพันธ์มี 3 ประการ อ้วนก็สวยได้ องค์ประกอบของมนุษยสัมพันธ์ 3 ประกำร ได้แก่ กำรเข้ำใจตนเอง กำรเข้ำใจบุคคล อื่น และกำรเข้ำใจสิ่งแวดล้อม สำมำรถแสดงเป็นแผนผังอธิบำยเพื่อให้เข้ำใจ ควำมสัมพันธ์ของแต่ละองค์กรประกอบได้ดังนี้ มนุษยสัมพันธ์ เข้าใจตนเอง เข้าใจบุคคลอื่น เข้าใจสิ่งแวดล้อม วิเคราห์ตนเอง ผู้อื่นเป็นสุข ปรับปรุงตนเอง เข้าใจและยอมรับความ แตกต่างระหว่างบุคคล วิเคราห์ความแตกต่างของบุคคลอื่น วิเคราะห์สิ่งแวดล้อม มนุษยสัมพันธ์ที่ดี พัฒนาตนเองให้เข้ากับผู้อื่นและสภาพสิ่งแวดล้อม ตนเองเป็นสุข เข้าใจและปรับตัวให้ เข้ากับสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมดี
การสร้างมนุษยสัมพันธ์ แนวทางการสร้างมนุษยสัมพันธ์ มนุษยสัมพันธ์เป็นทั้งศำสตร์และศิลป์ ดังนั้น ในลักษณะที่เป็นศำสตร์ กำรสร้ำงมนุษยสัมพันธ์ มีกำรใช้ทฤษฎีและหลักกำรเข้ำมำช่วย ซึ่งต้องเป็น หลักกำรที่ผ่ำนกำรศึกษำค้นคว้ำมำเป็นอย่ำงดีและเชื่อถือ ส่วนลักษณะที่ เป็นศิลปัจะเกี่ยวกับเทคนิค ประสบกำรณ์ และควำมสำมำเนื่องจำกบำงครั้ง บุคคลมีภูมิหลังต่ำงกัน กำรสร้ำงมนุษยสัมพันธ์โดยใช้หลักที่เป็นศำสตร์เพียง อย่ำงเดียวอำจไม่เกิดผล จึงต้องใช้ศิลปะในกำรสร้ำงมนุษยสัมพันธ์ที่แต่ละ บุคคลมีให้เหมำะสมกับบุคคลที่ตนเองจะไปสร้ำงมนุษยสัมพันธ์ด้วยตำม สถำนกำรณ์และควำมเหมำะสม อย่ำงไรก็ตำม กำรสร้ำงมนุษยสัมพันธ์มีอยู่ หลำกหลำยวิธี ดังตัวอย่ำงแนวทำงต่อไปนี้ แสดงควำมมีน้ ำใจให้ ควำมช่ำยเหลือผู้อื่น โดยไม่ต้องรอกำรร้องขอ เช่น ช่วยหยิบของให้ ลุกขึ้นให้ผู้สูงอำยุ เด็ก หรือผู้พิกำรนั่ง ช่วยเหลือพ่อแม่ ผู้ปกครองท ำงำนบ้ำน เป็นผู้ฟังและผู้พูดที่ดี เช่น เมื่อตนเองเป็นผู้ฟัง ควรฟังเรื่องที่ผู้อื่นพูดอย่ำง ตั้งใจไม่พูดแทรก และควรแสดงกิริยำกำรฟังด้วยควำมสุภำพ เมื่อตนเอง เป็นผู้พูด ควรพูดถ้อยค ำสุภำพ ไม่พูดส่อเสียด ไม่นินทำผู้อื่น มีควำมเห็นใจต่อผู้อื่น ที่ประสบปัญหำควำมเดือดร้อน รู้จักเอำใจเขำ มำใส่ใจเรำ และให้ควำมช่วยเหลือผู้อื่น อย่ำงเหมำะสม โดยที่ตนเองไม่เดือดร้อน ให้ควำมเคำรพและให้เกียรติกับทุกบุคคล ไม่แบ่งแยกว่ำ ตนเองมีกำรศึกษำ อำชีพ วัย หรือฐำนะที่แดกต่ำงกับผู้ที่เรำ มีมนุษยสัมพันธ์ด้วย