1
การมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาตนเอง
ครอบครวั ชมุ ชน สังคม
ความสาคัญของการวางแผน
1. เพ่อื ลดความไมแ่ น่นอนและความเสี่ยงใหเ้ หลือน้อยที่สุด
2. สร้างการยอมรบั ในแนวคิดใหม่ ๆ
3. เพอื่ ให้การดาเนนิ งานบรรลุเป้าหมาย
4. ลดขั้นตอนการทางานท่ีซ้าซอ้ น
5. ทาให้เกดิ ความชดั เจนในการทางาน
วตั ถปุ ระสงค์ในการวางแผน
1. ทาให้รูท้ ศิ ทางในการทางาน
2. ทาใหค้ วามไมแ่ นน่ อนลดลง
3. ลดความเสียหายหรือการซ้าซ้อนของงานทีท่ า
4. ทาใหร้ ู้มาตรฐานในการควบคมุ ให้เป็นไปตามทีก่ าหนด
ข้อดขี องการวางแผน
1. ทาใหเ้ กดิ การปรบั ปรุงการทางานให้ดขี ้นึ
2. ทาให้เกิดการประสานงานดยี ่งิ ข้นึ
3. ทาให้การปรับปรุงและการควบคมุ ดขี น้ึ
4. ทาให้เกิดการปรับปรุงการบริหารเวลาใหด้ ขี ้นึ
2
หลกั พื้นฐานการวางแผน
1. ตอ้ งสนบั สนนุ เป้าหมายและวตั ถุประสงคข์ ององคก์ ร
2. เป็นงานอันดับแรกของกระบวนการจดั การ
3. เป็นหน้าทข่ี องผบู้ ริหารทุกคน
4. ต้องคานงึ ถงึ ประสทิ ธิภาพของแผนงาน
ลกั ษณะของแผนท่ีดี
1. มีลักษณะช้ีเฉพาะมากกวา่ มีลกั ษณะกวา้ ง ๆหรือกล่าวทวั่ ๆไป
2. มกี ารจาแนกความแตกตา่ งระหว่างสงิ่ ที่รู้และไม่รูใ้ ห้ชัดเจน
3. มกี ารเช่อื มโยงอยา่ งเป็นเหตเุ ป็นผล และสามารถนาไปปฏิบตั ิได้
4. มีลักษณะยืดหยุ่นสามารถปรบั ปรุงและพฒั นาได้
5. ได้รับการยอมรับจากผทู้ ่ีเกย่ี วขอ้ งทุกฝ่าย
3
เร่ืองที่ 2 การมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนาตนเอง
ครอบครวั ชมุ ชน สงั คม
การมสี ่วนร่วม หมายถึง การเปิ ดโอกาสใหป้ ระชาชนได้มสี ่วนร่วม
ในทกุ ขั้นตอนของการพฒั นาท้ังในการแก้ไขปัญหาและป้องกันปัญหา
โดยเปิ ดโอกาสให้มสี ่วนร่วมในการคดิ ริเร่ิมร่วมกาหนดนโยบาย
ร่วมวางแผน ตัดสินใจและปฏบิ ัตติ ามแผน ร่วมตรวจสอบการใช้อานาจรัฐ
ทกุ ระดบั ร่วมติดตามประเมินผลรบั ผิดชอบในเร่ืองต่าง ๆ อันมผี ลกระทบ
กบั ประชาชนชมุ ชนและภาคสว่ นตา่ งๆในพนื้ ท่ี
การมสี ว่ นร่วมของประชาชนเป็นกระบวนการที่
ประชาชนและผทู้ เี่ กีย่ วข้องมีโอกาสได้เข้าร่วมในการแสดง
ทัศนะ ร่วมเสนอปญั หา ประเดน็ สาคญั ท่เี กีย่ วข้องร่วมคิดร่วม
ตดั สินใจ ร่วมแกไ้ ขปญั หา ร่วมตดิ ตามและร่วมรับประโยชน์
ประชาชนกบั การมสี ่วนร่วมในการพัฒนาสังคม
มนุษย์ถูกจัดใหเ้ ป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพที่สุดในสังคม และยงั เป็ น
องค์ประกอบท่ีถูกจัดให้เป็นหน่วยย่อยของสังคม สังคมจะเจริญหรือมกี าร
พฒั นาไปได้หรือไม่ข้ึนอยู่กับคณุ ภาพของประชาชนที่เป็นองค์ประกอบ
ในสงั คมน้นั ๆการท่สี งั คมจะพฒั นาได้อยา่ งมคี ณุ ภาพจาเป็นอยา่ งย่ิงท่ีจะตอ้ ง
เร่ิมตน้ ลาดบั แรกทก่ี ารพฒั นาหน่วยทีย่ ่อยที่สดุ ของสังคมกอ่ นคอื การพฒั นา
คน และการพัฒนาในลาดบั ต่อมาเร่ิมกันท่ีครอบครวั แล้วต่อยอดไปจนถึง
ระดบั ชุมชน สงั คมและประเทศ ตอ่ ไป
4
2.1. การพฒั นาตนเอง และครอบครวั
การพัฒนาครอบครัว คือการทสี่ มาชกิ ของครอบครัวร่วมกนั
พฒั นาชวี ติ ความเป็นอยู่ของสมาชิกของครอบครวั ใหด้ ขี ้นึ สมาชกิ แต่ละคน
ของครอบครัวตอ้ งรับผดิ ชอบต่อหน้าท่ีของตน มีความเอ้อื เฟ้ื อ มีคุณธรรม
รูจ้ กั การพึ่งพาตนเอง มคี วามร่วมมอื ร่วมใจมคี วามคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์ มีความ
เช่ือม่ัน เอ้ือ อาทรต่อ กัน แล ะพัฒ นาตนเองในทุก ๆ ด้านอ ยู่เสมอ
สถาบันครอบครัวเป็ นหน่วยที่เล็กที่สุดในการพฒั นา ดังน้ัน การพัฒนา
ครอบครวั อย่างตอ่ เนอ่ื งและมีคุณภาพ จะส่งผลดีต่อการพฒั นาชุมชนและ
สังคมและเป็นตัวขบั เคล่ือนความเจริญก้าวหนา้ ใหแ้ ก่ประเทศในอนาคต
1.2 การพัฒนาชมุ ชน และสงั คม
การพฒั นาตนเอง เป็นการพฒั นาตนเองดว้ ยตนเอง เป็นการเสริมสรา้ ง
เพ่ิมพูนความรู้ ประสบการณ์ บคุ ลิก ลักษณะ อปุ นิสัยท่ดี ี ตลอดจน
ความสามารถในการจัดการด้านอารมณ์ ซ่งึ จะส่งผลใหเ้ กดิ ประโยชนต์ ่อ
ตนเองและผอู้ นื่ และมีสว่ นชว่ ยทาให้สงั คมเกดิ ความสงบสุข
การจะให้ทุกคน ทุกกลุ่มในหมู่บ้านมีบทบาทในการตัดสินใจท่ีจะ
ดาเนินการใด ๆเพ่ือหมู่บ้านได้ ประชาชนแต่ละคนควรช่วยกันแสดง
ความคิดเห็นทีเ่ ป็นประโยชนแ์ กส่ ว่ นรวมและตอ้ งเพ่ิมความรู้ ความสามารถ
พฒั นาตนเองให้เป็นผูร้ อบรูอ้ ย่เู สมอ มขี อ้ มลู เพียงพอเป็นประโยชน์ และมี
สาระสาคัญสอดคลอ้ งกบั เรื่องท่ีจะดาเนินการ การพัฒนาตนเองจึงถือเป็ น
จุดเริ่มตน้ ที่สาคญั ของการพฒั นาครอบครวั ชุมชนและสงั คม
5
1.3 หลกั การพัฒนากบั การมีส่วนร่วมของประชาชน
การพฒั นาชุมชนและสงั คมหมายถึง การทากิจกรรมที่มผี ลตอ่
คุณภาพชวี ติ ของทกุ คนในชุมชนร่วมกัน ดงั น้ันการพฒั นาชุมชนและ
สังคม จึงต้องใช้การมีส่วนร่วมของประชาชนในชมุ ชนและสงั คม
ร่วมกันคิดเก่ยี วกับปญั หาต่างๆ ตัดสินใจและลงมอื ปฏบิ ตั ิร่วมกันใน
กิจกรรมเพื่อแกป้ ัญหาที่เป็นปัญหาสว่ นรวม เหตุท่ตี ้องให้ประชาชน
เข้ามามสี ว่ นร่วมเนือ่ งจากประชาชนรู้วา่ ความตอ้ งการของตนเอง คือ
อะไร ปญั หาคืออะไร จะแก้ปญั หาน้นั อยา่ งไร
1.3.1 การมสี ่วนร่วมในการคน้ หาปญั หาและสาเหตขุ องปญั หา
เป็ นข้ันตอนท่ีสาคัญที่สุด เพราะถ้าประชาชนไม่เข้าใจปัญหาและ
วเิ คราะหห์ าสาเหตขุ องปญั หาดว้ ยตนเองไม่ได้ กจิ กรรมตา่ ง ๆทต่ี ามมาก็จะไม่
เกิดประโยชน์ เนือ่ งจากประชาชนขาดความรู้ ความเข้าใจ และไมส่ ามารถ
มองเห็นความสาคญั ของกจิ กรรมน้ันส่ิงทส่ี าคัญท่สี ุด คอื ประชาชนที่อยู่กับ
ปัญหาและรูจ้ ักปญั หาของตนเองดที ส่ี ดุ แตใ่ นกรณีท่มี องปัญหาไมอ่ อกก็อาจจะ
ขอความร่วมมือจากเพอ่ื นประชาชนในชมุ ชนใกลเ้ คยี งหรือเจ้าหนา้ ท่ขี องรัฐท่ี
รับผดิ ชอบในเร่ืองน้นั ๆ มาช่วยวิเคราะห์ปัญหาและหาสาเหตขุ องปัญหากไ็ ด้
6
1.3.2 การมีส่วนร่วมในการวางแผนการดาเนินงาน
ในการวางแผนการดาเนนิ งานหรือกจิ กรรม
เจา้ หน้าทข่ี องรฐั ควรทีจ่ ะต้องเข้าใจประชาชนและ
เข้าไปมสี ่วนร่วมในการวางแผนโดยคอยใหค้ าแนะนา
ปรึกษา หรือช้ีแนะกระบวนการดาเนินงานใหก้ บั
ประชาชนจนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการ
1.3.3 การมีส่วนร่วมในการลงทนุ และปฏบิ ตั งิ าน
เจา้ หน้าทีร่ ัฐควรจะช่วยสรา้ งแรงบันดาลใจและจติ สานกึ ให้ประชาชน
โดยให้รู้สึกถงึ ความเป็ นเจ้าของ ให้เกิดสานึกในการดูแล รักษา หวงแหน
ส่ิงน้นั ถา้ การลงทุนและการปฏบิ ัตงิ านท้ังหมดมาจากภายนอก ในกรณที ่ีเกิด
ความเสียหายประชาชน จะไม่รูส้ านึกหรือเดอื ดร้อนต่อความเสียหายท่ี
เกดิ ข้นึ เนือ่ งจากไม่ใช่ของตนเองจงึ ไมม่ กี ารบารุงรกั ษา ไม่ตอ้ งหวงแหน
7
1.3.4 การมีส่วนร่วมในการตดิ ตามและประเมินผลงาน
ควรให้ประชาชนได้เข้ามามีสว่ นร่วมในการติดตามและประเมนิ ผลงาน
เพอ่ื ท่ีจะสามารถบอกไดว้ า่ งานท่ีทาไปน้นั เป็นไปตามแผนหรือไมเ่ พียงใด ผลที่
เกิดข้ึนสอดคล้องกับเป้าหมายและวตั ถุประสงค์ท่ีกาหนดไว้หรือไม่ เพียงใด
มีปัญหาอุปสรรคในการดาเนินงานหรือไม่ ควรปรบั ปรุงแก้ไขอย่างไร ดังน้ัน ใน
การติดตามและประเมินผลควรให้ประชาชนในชุมชนน้ันและบุคคลภายนอก
ชุมชนมีสวนร่วมอยา่ งเตม็ ท่ี ซ่งึ จะทาใหป้ ระชาชนเห็นคุณคา่ ของการทากิจกรรม
น้นั ร่วมกัน
8
ตัวอยา่ งที่ 1: การมีส่วนร่วมของ
ประชาชนในการอนุรักษว์ ฒั นธรรม
ในการอนรุ ักษ์วฒั นธรรมด้ังเดิมของหมู่บา้ นวฒั นธรรมกลาง บ้าน
แขนน หมู่บ้านวฒั นธรรมกลาง จังหวัดภูเก็ต จัดเป็ นหม่บู ้านท่สี ืบสาน
ความรูด้ ง้ั เดมิ ของภูเกต็ ต้งั แตส่ มยั ท้าวเทพกระษตั รี อีกทง้ั วฒั นธรรมใน
การปรุงอาหารซ่งึ เป็นอาหารตารบั เจ้าเมืองในสมัยโบราณของภเู กต็ และ
ศิลปวฒั นธรรมด้านนาฏศิลป์ ของภูเก็ต เช่น การรามโนราห์ ได้มกี าร
ถา่ ยทอดและเปิ ดโอกาสใหผ้ ู้ท่สี นใจเขา้ ร่วมสืบสานวฒั นธรรมด้ังเดิม
และสามารถท่ีจะพัฒ นาเป็ นชุมชนท่ีมีความเข้มแข็ง ซ่ึงเป็ นผล
สืบเน่อื งมาจากการส่งเสริมการมสี ว่ นร่วมของประชาชนในการสืบสาน
วฒั นธรรมท้องถนิ่ ให้ดารงอยูอ่ ย่างยงั่ ยนื
ตวั อย่างท่ี 2: การมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนรุ ักษ์
ส่ิงแวดล้อมในเขตวนอุทยานแห่งชาติ สิรินาถ จังหวดั ภเู ก็ต
เป็นผลสืบเนื่องจากการบุกรุกทาลายทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมโดย
การเข้าไปขุดคลอง การปล่อยน้าเสียจาก สถานประกอบการ ส่งผลให้
ประชาชนท่ีอยู่บริเวณโดยรอบได้รับผลกระทบ และเสียหาย จากการทาลาย
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ มทาใหป้ ระชาชนและภาครฐั ได้เขา้ มามสี ่วนร่วม
ในการจัดระบบการบาบดั น้าเสีย และการขุดลอกคูคลอง เพ่ือป้องกันและอนุรกั ษ์
ส่ิงแวดลอ้ มใหค้ งอยใู่ นสภาพทีเ่ ป็นธรรมชาติตอ่ ไป
9
ตวั อยา่ งที่ 3: การบริหารจดั การของเสีย
โดยเตาเผาขยะและการบาบดั ของเสียของเทศบาลนครภูเกต็ จังหวดั ภเู ก็ต
สืบเน่ืองจากปริมาณขยะที่มมี ากถึง500 ตันต่อวนั ซ่งึ เกนิ ความสามารถในการกาจดั
โดยเตาเผาทีม่ อี ยสู่ ามารถกาจัดขยะได้ 250 ตนั ตอ่ วนั หลุมฝงั กลบของเทศบาลมเี พียง 5 บอ่
ซ่งึ ถูกใช้งานจนหมด และไม่สามารถรองรบั ขยะไดอ้ ีกประชาชนได้เขา้ ไปมสี ว่ นร่วมโดย
ใหค้ วามร่วมมือในการคัดแยกขยะกอ่ นทงิ้ ซ่งึ แยกตามลักษณะของขยะ เชน่
1. ขยะอินทรีย์ หรือขยะเปี ยกท่ีสามารถย่อยได้ตามธรรมชาติ เทศบาลนคร
ภูเก็ต ได้นาไปทาป๋ ยุ หมักสาหรับเกษตรกร
2. ขยะรีไซเคลิ เช่นแกว้ พลาสติก กระดาษ ทองแดง เป็นต้นนาไปจาหน่าย
3. ขยะอันตราย เช่น ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ เป็นต้นนาไปฝงั กลบและทาลาย
4. ขยะทว่ั ไป นาเขา้ เตาเผาขยะเพอ่ื ทาลาย
ในการจัดกระบวนการดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ
ส่งเสริมส่ิงแวดล้อมทีด่ ีใหก้ ับจังหวดั ภเู ก็ต อกี ท้ังเป็นการบูรณาการในการดาเนิน
กิจกรรมร่วมกันระหวา่ งส่วนราชการ เทศบาลนครภเู กต็ และภาคประชาชน เป็ น
การสรา้ งการมสี ว่ นร่วมระหว่างองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ กับประชาชนในการ
ร่วมกันสร้างสรรคส์ ิ่งแวดลอ้ มท่ดี เี พอื่ คนในภเู กต็
10
แบบทดสอบ
1. ข้อใดอธบิ ายถึงการมีส่วนร่วมได้ดีที่สุด
ก. สมาชกิ อบต.ตัง้ กฎระเบยี บเอง
ข. ผใู้ หญ่บา้ นกบั ผูช้ ว่ ยตง้ั กฎระเบียบใหช้ ุมชน
ค. ผูใ้ หญบ่ ้านตั้งกฎระเบยี บในชมุ ชนเพียงคนเดยี ว
ง. สมาชกิ ในชมุ ชนเข้าร่วมกันวางระเบียบของชุมชน
2. นักศกึ ษามวี ธิ กี ารจงู ใจสมาชกิ ของชมุ ชนใหม้ สี ว่ นร่วมในการจดั ทาแผนชุมชนอย่างไร
ก. การโฆษณาประชาสัมพนั ธใ์ หท้ ราบ วนั เวลา ทจี่ ะจัดทาแผน
ข. การออกเสียงตามสายในหม่บู ้านในเวลาทช่ี าวบ้านเสรจ็ จากงาน
ค. การจัดคนช้ีแจง ชกั ชวน และมีการแจกของทรี่ ะลกึ ใหท้ กุ ครัวเรือน
ง. จัดประชมุ ช้ีแจงใหป้ ระชาชนทราบถึงผลดีในการเขา้ ร่วมจดั ทาแผน
3. นกั ศึกษามวี ธิ กี ารอย่างไร ที่จะแนะนาใหค้ นในชมุ ชนทาการคดั แยกขยะ
ก. ตกั เตือนด้วยวาจา
ข. บอกกลา่ วเจ้าหนา้ ที่
ค. เก็บขยะในชมุ ชนเผา
ง. ใหค้ วามรู้เกยี่ วกับการคัดแยกขยะ
11
เฉลยแบบทดสอบ
ขอ้ 1
ข้อ ก. X (ผดิ ) หากผูเ้ รียนตอบข้อน้ี แสดงวา่ ผู้เรียนยงั ไม่เข้าใจในวธิ ีการที่ถกู ตอ้ ง ควรทบทวนเน้อื หาใหม่
ขอ้ ข. X (ผิด) หากผู้เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงว่า ผเู้ รียนยงั ไมเ่ ข้าใจในวธิ ีการทถ่ี ูกต้อง ควรทบทวนเนอ้ื หาใหม่
ขอ้ ค. X (ผิด) หากผเู้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงว่า ผู้เรียนยงั ไม่เข้าใจในวิธีการทถี่ กู ต้อง ควรทบทวนเนอ้ื หาใหม่
ข้อง. / (ถกู ต้อง) หากผู้เรียนตอบข้อน้ี แสดงว่า ผเู้ รียนมีความเขา้ ใจในวธิ กี ารที่ถูกต้อง
ข้อ 2
ข้อ ก. / (ถกู ตอ้ ง) หากผเู้ รียนตอบข้อน้ี แสดงว่า ผูเ้ รียนมคี วามเข้าใจในวิธกี ารทถ่ี กู ตอ้ ง
ข้อ ข. X (ผิด) หากผู้เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงว่า ผเู้ รียนยงั ไม่เข้าใจในวธิ ีการที่ถูกต้อง ควรทบทวนเนือ้ หาใหม่
ข้อ ค. X (ผิด) หากผ้เู รียนตอบข้อน้ี แสดงวา่ ผู้เรียนยงั ไมเ่ ข้าใจในวธิ กี ารทถ่ี กู ตอ้ ง ควรทบทวนเนือ้ หาใหม่
ข้อ ง. X (ผดิ ) หากผู้เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงวา่ ผู้เรียนยงั ไมเ่ ข้าใจในวธิ ีการทถ่ี ูกตอ้ ง ควรทบทวนเน้อื หาใหม่
ข้อ 3
ข้อ ก. X (ผิด) หากผเู้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงวา่ ผู้เรียนยงั ไมเ่ ขา้ ใจในวิธกี ารท่ถี ูกต้อง ควรทบทวนเน้อื หาใหม่
ข้อ ข. X (ผดิ ) หากผู้เรียนตอบข้อน้ี แสดงวา่ ผเู้ รียนยงั ไม่เขา้ ใจในวธิ ีการทถี่ กู ตอ้ ง ควรทบทวนเนือ้ หาใหม่
ขอ้ ค. X (ผดิ ) หากผเู้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงวา่ ผู้เรียนยงั ไม่เขา้ ใจในวธิ กี ารทถ่ี กู ตอ้ ง ควรทบทวนเนือ้ หาใหม่
ข้อ ง. / (ถกู ต้อง) หากผู้เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงวา่ ผ้เู รียนมคี วามเขา้ ใจในวิธกี ารท่ีถูกต้อง
12
มอบหมายกจิ กรรม
๑. ให้ผเู้ รียนอธิบายการมสี ่วนร่วมมา 1 แบบ (พอสังเขป)
๒. ให้ผเู้ รียนวเิ คราะหบ์ ทบาทหนา้ ทข่ี องผนู้ าในการขับเคลอ่ื นควรเป็นอย่างไร
ขอให้ผ้เู รยี นทากจิ กรรมแล้วเขยี นลงบนกระดาษ A4
ถ่ายรูปส่งให้ครูผ่านทาง กล่มุ LINE
ให้นกั เรยี นทุกคนทาแบบประเมิน เม่ือเสร็จสิน้ การเรยี นรู้ ตามลง้ิ ค์
https://clck.ru/T43pQ
13
คณะผูจ้ ัดทา
คร้งั ที่ 1 ( วันที่ 17-19 มถิ นุ ายน 2563 )
ทีป่ รึกษา ผอู้ านวยการ สานักงาน กศน.จังหวดั ตราด
ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ สานกั งาน กศน.จงั หวดั ตราด
นายวรรณวจิ กั ษณ์ กุศล
ดร.สธุ ี วรประดิษฐ
คณะดาเนนิ งาน ครชู านาญการพเิ ศษ กศน.อาเภอเขาสมิง
ครู กศน.ตาบลแหลมงอบ
นางกนั ตพร พูลศริ ิ ครู ศรช. กศน. ตาบลเขาสมงิ
นางสาวอศั มาภรณ์ เจริญนาม
นางสาวสริ ามล โถทอง
คร้งั ที่ 2 ( วันท่ี 21 – 23 ธนั วาคม 2563 )
ทีป่ รกึ ษา
วา่ ที่ ร.ท.จานงค์ นนทะมาศ ผู้อานวยการ สานักงาน กศน. จังหวดั ตราด
ดร.สุธี วรประดษิ ฐ ศกึ ษานิเทศก์เชย่ี วชาญ สานักงาน กศน. จงั หวดั ตราด
นางภาวณิ ี วรประดษิ ฐ ขา้ ราชการบานาญ
นายภกั ดี พงษ์ไพบลู ย์ ขา้ ราชการบานาญ
นางสาวสปุ ระวีณ์ กลบี สมทุ ร หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศยั สานกั งาน กศน.จังหวดั ตราด
นายอัครพล เรียเตม็ พนักงานขับรถหอ้ งสมุดเคลอื่ นท่ีสานกั งาน กศน. จงั หวดั ตราด
คณะดาเนินงาน ครู กศน.อาเภอเกาะกดู
ครู กศน.ตาบลเกาะชา้ งใต้
นายสมชาย วงเขียว ครู กศน.ตาบลแหลมงอบ
นางกาญจนา พนิ เสนาะ ครู ศรช. กศน. ตาบลเขาสมงิ
นางสาวอัศมาภรณ์ เจริญนาม
นางสาวสริ ามล โถทอง
คณะบรรณาธิการ ศกึ ษานเิ ทศก์เช่ียวชาญ สานกั งาน กศน. จงั หวดั ตราด
หวั หนา้ กลมุ่ อานวยการสานกั งาน กศน. จงั หวัดตราด
ดร.สุธี วรประดษิ ฐ
นางสาวสุวรรณา สิงห์ภู่ หัวหนา้ กลมุ่ สง่ เสริมการศึกษาตามอธั ยาศัย สานกั งาน กศน. จงั หวดั ตราด
หวั หนา้ กล่มุ สง่ เสริมการศึกษาตามอธั ยาศยั สานกั งาน กศน. จังหวัดตราด
นางสาวสุประวณี ์ กลีบสมทุ ร พนกั งานขบั รถห้องสมุดเคลือ่ นที่สานักงาน กศน. จังหวดั ตราด
นางสาววรรณภัสสร ศรีสว่างวรกุล
นายอคั รพล เรียเต็ม
ผ้อู อกแบบปก พนักงานขับรถหอ้ งสมุดเคล่ือนที่สานักงาน กศน. จังหวดั ตราด
นายอัครพล เรียเต็ม
ผคู้ วบคุมการดาเนินงาน
ดร.สธุ ี วรประดิษฐ ศึกษานเิ ทศก์เชีย่ วชาญ สานักงาน กศน. จังหวัดตราด
นางสาวสปุ ระวณี ์ กลบี สมุทร หวั หนา้ กลมุ่ สง่ เสริมการศึกษาตามอธั ยาศยั สานักงาน กศน. จงั หวดั ตราด
1