The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

12.ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน(ประถม+ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebooktrat, 2021-01-20 06:58:54

12.ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน(ประถม+ม

12.ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน(ประถม+ม

Keywords: วิชาสุขศึกษาพละศึกษา

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด

ความปลอดภัยในชีวติ และทรัพย์สิน

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด

ปัญหา สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ อุบัติภัย และภัยธรรมชาติ

อุบตั ิเหตหุ รืออุบตั ภิ ยั (Accident) หมำยถึง เหตกุ ำรณ์อนั ตรำยที่เกิดข้ึนโดยไมไ่ ดต้ ้งั ใจ
หรือคำดคิดมำก่อน ทำใหเ้ กิดควำมเสียหำยแก่ทรัพยส์ ิน บุคคลไดร้ ับอนั ตรำยท้งั ร่ำงกำยและ
จิตใจ อำจบำดเจบ็ พกิ ำร หรือรุนแรงถึงข้นั เสียชีวติ ได้

การเกดิ อบุ ตั ิเหตหุ รืออบุ ตั ิภยั ในชีวติ ประจาวัน อาจเกดิ ขึน้ ได้จากสาเหตุ ดงั นี้
1. สาเหตทุ เ่ี กดิ จากบุคคล คนอำจเป็นสำเหตทุ ำใหเ้ กิดอบุ ตั ิเหตหุ รืออุบตั ิภยั ในลกั ษณะตำ่ ง ๆ
1.1 สภำพร่ำงกำยและจิตใจไมอ่ ยใู่ นภำวะปกติ ผทู้ ี่ร่ำงกำยทรุดโทรม เช่น ออ่ นเพลีย
เหน็ดเหน่ือย เจบ็ ป่ วย หรือผทู้ ่ีมึนมำจำกกำรด่ืมสุรำหรือยำกระตนุ้
1.2. เกิดจำกคนขำดควำมรู้และควำมชำนำญหรือประสบกำรณ์ ผทู้ ี่ใชเ้ครื่องจกั รเคร่ืองยนต์
ในขณะทำงำนน้นั ถำ้ หำกขำดควำมรู้ควำมชำนำญหรือมีประสบกำรณ์ไม่เพียงพอจะเป็นเหตุให้
เกิดอุบตั ิเหตุ อุบตั ิภยั ไดง้ ่ำย
1.3. เกิดจำกคนมีควำมประมำท คนส่วนใหญม่ ีนิสยั รักควำมสะดวกสบำย หำกอนั ตรำย ยงั ไม่
เกิดข้ึนมกั จะคิดวำ่ "ไม่เป็นไร"
1.4. เกิดจำกคนไม่ปฏิบตั ิตำมคำเตอื น กฎ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั คนบำงคนไม่เห็นควำมสำคญั ของ
กฎระเบียบ ขอ้ บงั คบั หรือคำเตือนต่ำง ๆ มกั จะเป็นเหตุใหเ้ กิดอุบตั ิเหตุ อุบตั ิภยั ได้
1.5. เกิดจำกคนมีควำมรู้เทำ่ ไม่ถึงกำรณ์ มกั เน่ืองมำจำกกำรคำดคะเนผิดโดยไม่รู้วำ่ อะไรเกิดข้ึน
จะเป็นเหตุใหเ้ กิดอุบตั ิเหตุ อบุ ตั ิภยั ได้
1.6. เกิดจำกควำมเช่ือในทำงท่ีผดิ บำงคนเชื่อวำ่ อุบตั เิ หตุ อบุ ตั ิภยั เกิดข้ึน เพรำะโชคชะตำหรือ
เครำะห์กรรมไมส่ ำมำรถจะหลีกเลี่ยงได้ ทำใหข้ ำดควำมระมดั ระวงั จนเป็นเหตใุ หเ้ กิดอบุ ตั ิเหตุ
อุบตั ิภยั ได้

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด 2

2.1. เครื่องมือและวสั ดอุ ปุ กรณ์หรือยำนพำหนะชำรุด
2.2. กำรใชเ้ คร่ืองมือผิดประเภท
2.3. กำรใชเ้ ครื่องจกั รโดยที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกนั อนั ตรำย
2.4. สภำพของงำนที่ไมป่ ลอดภยั
2.5 กำรปฏิบตั ิงำนท่ีไมป่ ลอดภยั

3.1 สภำพแวดลอ้ มในบำ้ นและบริเวณบำ้ น ท่กี ่อใหเ้ กิดอุบตั ิเหตุและอุบตั ิภยั
3.2 สภำพแวดลอ้ มในโรงงำนหรือสถำนที่ทำงำน
3.3 ควำมไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยในโรงงำน
3.4 แสงสวำ่ งบริเวณโรงงำนหรือสำนกั งำน มแี สงสวำ่ ง ไมเ่ พยี งพอ
3.5 ฝ่ นุ ละออง จะเป็นอนั ตรำยต่อปอดและระบบทำงเดินหำยใจ

วสั ดุอปุ กรณ์ท่ีแหลมคมไวเ้ กะกะทำงเดิน อำจทำใหเ้ กิดกำรหกลม้ ล่ืน หรือบำด
เทำ้ ได้ เป็นตน้

4) แสงสวำ่ งบริเวณโรงงำนหรือสำนกั งำน มีแสงสวำ่ งไมเ่ พียงพอ

5) ฝ่ นุ ละออง จะเป็นอนั ตรำยตอ่ ปอดและระบบทำงเดินหำยใจ

วสั ดุอปุ กรณ์ที่แหลมคมไวเ้ กะกะทำงเดิน อำจทำให้เกิดกำรหกลม้ ล่ืน หรือบำดเทำ้ ได้ เป็นตน้

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด

ภยั ทไ่ี ม่คาดคดิ อาจจะเกดิ ขนึ้ กบั ตนเองและครอบครัว ทค่ี วรศึกษา ดังนี้
1) ไม่ควรใส่ของมีค่ำไปในท่ีชุมชน อำจถูกจ้ี หรือกระชำกว่ิงรำวได้
2) ถำ้ มีคนแปลกหนำ้ มำขอเขำ้ บำ้ นอยำ่ ไวใ้ จ ตอ้ งพจิ ำรณำดูใหด้ ีอำจเป็นพวกมิจฉำชีพได้
3) ถึงแมจ้ ะมีคนอยบู่ ำ้ น กค็ วรปิ ดประตูร้ัว ประตูบำ้ น ซ่ึงเป็นประตูเหลก็ ดดั เปิ ดไวเ้ ฉพำะหนำ้ ตำ่ ง
ประตไู ม้ อยำ่ เปิ ดโลง่
4) ไมค่ วรใชก้ ระเป๋ ำถือในท่ีชุมชน ควรใชก้ ระเป๋ ำสะพำยจะดีกวำ่ เพรำะกระเป๋ ำถือจะถูกฉกชิง
วง่ิ รำวไดง้ ่ำย
5) ไม่ควรเดินไปในที่เปลี่ยวตำมลำพงั โดยเฉพำะผหู้ ญงิ ควรมีเพอ่ื นไปดว้ ย
6) กำรเดินขำ้ มสะพำนลอยที่มีหลงั คำ มีแผน่ ป้ำยติดดำ้ นขำ้ ง ดูมืดทึบตอ้ งระวงั โจรสะพำนลอย
7) ผหู้ ญิงไม่ควรแต่งกำยโป๊ หรือโชวส์ ัดส่วนมำกเกินไป เพรำะจะเป็นกำรยวั่ ยอุ ำรมณ์ทำงเพศของ
ผชู้ ำยได้ อำจถูกพวกบำ้ กำม ขำดควำมย้งั คิด ข่มขืนไดถ้ ำ้ อยใู่ นสถำนที่เปลี่ยว
8) อยำ่ หลงเช่ือคนที่ติดตอ่ คุยกนั ทำงอินเทอร์เน็ต เพรำะถือวำ่ เป็นคนแปลกหนำ้ อำจนำไปสู่กำร
ลอ่ ลวง

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด

วธิ ีการขอความช่วยเหลือและการเอาชีวติ รอดเม่ือเผชิญอนั ตรายและสถานการณ์คบั ขัน
เมื่ออยใู่ นสถำนกำรณ์ท่ีอำจเป็นอนั ตรำยตอ่ ชีวติ และควำมปลอดภยั ควรคำนึงถึงข้นั ตอนกำร
สื่อสำร เพอื่ ขอควำมช่วยเหลือดว้ ย เพรำะในบำงคร้ังเรำจะช่วยเหลือตวั เองไม่ไดแ้ ลว้ คือ
1) กำรโทรศพั ทข์ อควำมช่วยเหลือ
2) กำรตะโกนร้องขอควำมช่วยเหลือ
3) กำรเขียนจดหมำยขอควำมช่วยเหลือ
4) กำรแกป้ ัญหำเฉพำะหนำ้

เม่ือเผชิญกบั ภยั อนั ตรายต้องควบคุมสตใิ ห้ดี แล้วจะหาทางแก้ปัญหาได้
โดยขอเสนอแนะไว้ดงั นี้
1) ถำ้ เกิดภยั อนั ตรำยเป็นหม่คู ณะ หำกตนเองอยใู่ นสถำนะพอจะช่วยผอู้ ื่นไดใ้ หช้ ่วยเหลือทนั ที
2) ร้องขอควำมช่วยเหลือจำกผอู้ ยใู่ กลเ้ คียง ไม่ตอ้ งอำยและไม่ตอ้ งเกรงใจบุคคลที่จะมำช่วยเหลือ
3) บอกเร่ืองรำวใหผ้ ทู้ ่ีมำช่วยเหลือทรำบ พูดส้ันๆ พอไดใ้ จควำม
4) ถำ้ ตนเองหรือคนอื่น ๆ ไดร้ ับบำดเจบ็ ถำ้ พอจะปฐมพยำบำลไดใ้ หป้ ฐมพยำบำลโดยเร็ว
5) สงั เกตและจดจำรูปพรรณ ลกั ษณะเดน่ ๆ ของคนร้ำย หรือเหตกุ ำรณ์ท่ีเกิดข้ึน เพอ่ื แจง้ แก่
เจำ้ หนำ้ ทต่ี ำรวจ เมอ่ื ไปแจง้ ควำม

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด 5

กำรปฐมพยำบำล คือ กำรใหก้ ำรช่วยเหลือเบ้ืองตน้ ตอ่ ผปู้ ระสบอนั ตรำย
หรือเจบ็ ป่ วย ณ สถำนท่ีเกิดเหตกุ ่อนท่ีจะถึงมือแพทย์ หรือโรงพยำบำล
เพือ่ ป้องกนั มิใหเ้ กิดอนั ตรำยแก่ชีวติ หรือเกิดควำมพิกำรโดยไม่สมควร

• หมำยถึง เหตุกำรณ์ที่เกิดข้ึนโดยไมค่ ำดคิด อำจเกิดจำกควำมประมำทของตนเอง
จำกคนอื่น จำกเหตุกำรณ์สุดวิสยั อบุ ตั ิเหตทุ ี่เกิดข้ึนภำยในบำ้ น เช่น กำรพลดั ตก
หกลม้ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก กำรถกู ของมีคมบำด กำรไดร้ ับสำรพิษ ไดร้ ับอุบตั ิเหตุจำก
แก๊สหุงตม้ เป็นตน้

• กำรป้องกนั อบุ ตั ิเหตใุ นบำ้ น เรำสำมำรถท่ีจะป้องกนั อุบตั ิเหตทุ ่ีจะเกิดข้ึนภำยในบำ้ น
ดว้ ยหลกั ปฏิบตั ิ ดงั น้ี
2.1 รอบคอบ ใจเยน็ ไม่เป็นคนเจำ้ อำรมณ์
22 เป็นคนมีระเบียบในกำรทำงำน เก็บของอยำ่ งเป็นระเบียบหำง่ำย
2.3 ใหค้ วำมรู้อยำ่ งถกู ตอ้ งแก่สมำชิกในบำ้ น ในกำรใชเ้ ครื่องใชไ้ ฟฟ้ำในบำ้ น
2.4 หมน่ั ซ่อมแชมอปุ กรณ์ เคร่ืองมือ เคร่ืองใชต้ ่ำง ๆ ทช่ี ำรุดใหอ้ ยใู่ นสภำพดี
2.5 เกบ็ สิ่งที่เป็นอนั ตรำยท้งั หลำย เช่น ยำ สำรเคมี เช้ือเพลิงใหพ้ น้ จำกมือเดก็
2.6 หลีกเล่ียงกำรเขำ้ ไปอยใู่ นบริเวณ ที่อำจมีอนั ตรำยได้ เช่น ที่รกช้ืน
ท่ีมืดมิดที่ขรุขระ เป็นหลุมเป็นบ่อ เป็นตน้
2.7 กำรใชแ้ ก็สหุงตม้ ภำยในบำ้ น ตอ้ งปิ ดถงั แกส๊ หลงั กำรใชท้ ุกคร้งั
2.8 มีถงั ดบั เพลิงไวใ้ นบำ้ น ตอ้ งศึกษำวธิ ีกำรใชแ้ ละสำมำรถหยบิ ใชไ้ ดส้ ะดวก
2.9 หลงั จำกจุดธูปไหวพ้ ระควรดบั ไฟใหเ้ รียบร้อย

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด

ในปัจจุบนั คนเรำมีกำรเดินทำงตำมสถำนที่ตำ่ งๆ ตลอดเวลำ กำรเดินทำง
แต่ ละคร้งั อำจเดินทำงดว้ ยเทำ้ รถ เรือ หรือเคร่ืองบิน บำงคร้ังอำจเดินทำงรำบรื่น
แต่บำงคร้งั อำจพบอบุ ตั ิเหตทุ ี่ไมค่ ำดคิดขณะเดินทำงได้ ซ่ึงอำจนำไปสู่กำรสูญเสีย
ทรัพยส์ ิน ไดร้ ับบำดเจบ็ จนถึงเสียชีวติ ได้

1. ขอ้ ปฏิบตั ิในกำรเดินทำง
1.1 ควรศึกษำและปฏิบตั ิตำมกฎจรำจรอยำ่ งเคร่งครัด
1.2 ควรเดินบนทำงเทำ้ และเดินชิดซำ้ ยของทำงเทำ้
1.3 ถำ้ ไม่มีทำงเทำ้ ใหเ้ ดินชิดขวำของถนนมำกท่ีสุด
1.4 ควรขำ้ มสะพำนลอย เพือ่ ควำมปลอดภยั ของตนเอง
1.5 ไมป่ ื นป่ ำยร้ัวกลำงถนนหรือร้ัวริมทำง
1.6 ใส่เส้ือผำ้ สีขำวหรือสีอ่อนๆ เมอื่ ตอ้ งออกนอกบำ้ นเวลำกลำงคืน

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด

2. ข้อปฏบิ ตั ิในการใช้รถประจาทาง
2.1 ควรรอข้ึนรถบริเวณป้ำยรถประจำทำง และข้ึนรถดว้ ยควำมรวดเร็ว
2.2 เมื่อจะข้ึนหรือลงจำกรถ ควรรอใหร้ ถเขำ้ ป้ำย และจอดใหส้ นิทก่อน
23 ไม่แยง่ กนั ข้ึนหรือลงรถ ควรข้ึนและลงตำมลำดบั ก่อน - หลงั
2.4 ไมห่ อ้ ยโหนขำ้ งรถ หลงั รถ หรือข้ึนไปอยบู่ นหลงั คำรถ เพรำะอำจพลดั ตกลงมำได้
2.5 เม่ือข้ึนบนรถแลว้ ควรเดินชิดเขำ้ ขำ้ งใน หำที่นง่ั และนง่ั ใหเ้ ป็นท่ีถำ้ ตอ้ งยนื ก็ควรหำท่ี
ยดึ เหน่ียวใหม้ นั่ คง
2.6 ไมย่ น่ื ส่วนใดส่วนหน่ึงของร่ำงกำยออกนอกรถ
2.7 ไม่รบกวนสมำธิผขู้ บั และไมพ่ ดู ยแุ หยห่ รือพดู ส่งเสริมใหผ้ ขู้ บั ขบั รถดว้ ยควำมประมำท
และไม่ควรนำโทรศพั ทข์ ้ึนมำเลน่ รบกวนผอู้ ่ืน

3. ข้อปฏบิ ตั ิในการโดยสารรถไฟ
3.1 ไม่แยง่ กนั ข้ึนหรือลงจำกรถไฟ
3.2 ไม่หอ้ ยโหนขำ้ งรถ นง่ั บนหลงั คำ หรือนงั่ บนขอบหนำ้ ต่ำงรถไฟ
3.3 ไมย่ น่ื ส่วนหน่ึงส่วนใดของร่ำงกำยออกนอกรถไฟตำมลำดบั ก่อน - หลงั
3.4 ไม่เดินเลน่ ไปมำระหวำ่ งตรู้ ถไฟ และไมย่ นื เลน่ บริเวณหวั ต่อระหวำ่ งตรู้ ถไฟ
3.5 สัมภำระต่ำง ๆ ควรจดั เก็บเขำ้ ท่ีใหเ้ รียบร้อย ไมว่ ำงใหเ้ ป็นที่กีดขวำงทำงเดินและ
ไมเ่ ก็บไวบ้ นที่สูงในลกั ษณะท่ีอำจหลน่ มำถูกคนได้
3.6 ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มแี อลกอฮอล์
3.7 ถำ้ มีอุบตั ิเหตุเกิดข้นึ หรือจะเกิดอบุ ตั ิเหตุข้ึน ถำ้ รถไฟไมห่ ยดุ วงิ่ ใหด้ ึงสำยโซ่สญั ญำณ
ขำ้ งตูร้ ถไฟ เพอื่ แจง้ เหตใุ หเ้ จำ้ หนำ้ ท่ีประจำรถไฟกรำบ

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด

4. ข้อปฏบิ ตั ใิ นการโดยสารเรือ
4.1 กำรข้ึนลงเรือ ตอ้ งรอใหเ้ รือเขำ้ เทียบและจอดสนิทก่อน ควรจบั รำวหรือสิ่งยดึ เหน่ียวขณะที่กำ้ ว
ข้ึนหรือลงเรือ
4.2 หำท่ีนงั่ ใหเ้ รียบร้อย ไม่ไตก่ รำบเรือเล่น ไม่ยนื่ พกั เทำ้ บนกรำบเร่ือไมน่ ง่ั บนกรำบเรือ
หรือบริเวณหวั ทำ้ ยเรือเพรำะอำจพลดั ตกน้ำไดร้ ะหวำ่ งเรือแล่น
4.3 ไมใ่ ชม้ ือ เทำ้ รำน้ำ เล่นขณะอยบู่ นเรือ
4.4 เม่ือเวลำตกใจ ไม่ควรเกำะกลุ่ม หรือไมน่ ง่ั รวมกลมุ่ กนั อยดู่ ำ้ นใดดำ้ นหน่ึงของเรือ เพรำะจะทำใ
เรือเอียงและล่มได้
4.5 ควรทรำบที่เก็บเครื่องชูชีพ เพอ่ื ท่ีจะหยบิ ใชไ้ ดท้ นั ทว่ งทีเมอื่ เกิดอุบตั ิเหตุเรือล่ม

ภยั ธรรมชำติ หมำยถึง ภยั อนั ตรำยตำ่ ง ๆ ที่เกิดข้ึนตำมธรรมชำติและมี
ผลกระทบต่อชีวติ ควำมเป็นอยขู่ องมนุษย์ นบั ต้งั แตโ่ บรำณกำลแลว้ ทม่ี นุษย์
ผจญกบั ควำมยง่ิ ใหญข่ องธรรมชำติ กำรเกิดปรำกฏกำรณ์ตำ่ ง ๆ ในธรรมชำติไมว่ ำ่
จะเป็นแผน่ ดินไหว ภยั แลง้ ภยั หนำว ฯลฯ เหลำ่ น้ี แตล่ ะคร้ังนำมำซ่ึงควำมสูญเสีย
ท้งั ชีวิตและทรัพยส์ ินของมนุษยเ์ ป็นอยำ่ งมำก
ภยั ธรรมชำติสำมำรถแบง่ เป็น 9 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด 9

1.วาตภัย ภยั ธรรมชำติซ่ึงเกิดจำกพำยลุ มแรง แบ่งได้ 2 ชนิด
1.1 วำตภยั จำกพำยหุ มนุ เขตร้อน
1.2 วำตภยั จำกพำยฤุ ดูร้อน ส่วนมำกจะเกิดระหวำ่ งเดือนมีนำคมถึงเดือนเมษำยน
2. อทุ กภัย คือ ภยั และอนั ตรำยท่ีเกิดจำกสภำวะน้ำท่วมหรือน้ำท่วมฉบั พลนั มีสำเหตุมำจำก
ฝนตกหนกั หรือฝนตกตอ่ เน่ืองเป็นเวลำนำน ซ่ึงประเภทของอุทกภยั มีดงั น้ี
2.1 น้ำป่ ำไหลหลำก หรือน้ำท่วมฉบั พลนั 2.2 น้ำทว่ ม 2.3 น้ำลน้ ตล่ิง
3. ภยั แล้ง คือ ภยั ที่เกิดจำกกำรขำดแคลนน้ำในพ้ืนท่ีใดพ้นื ท่ีหน่ึงเป็นเวลำนำน
ฝนแลง้ ไม่ตกตอ้ งตำมฤดูกำล จนก่อใหเ้ กิดควำมแหง้ แลง้ และส่งผลกระทบตอ่ ชุมชน
4. พายฝุ นฟ้าคะนอง เป็นปรำกฎกำรณ์ทำงธรรมชำติท่ีเกิดข้ึนเป็นประจำทกุ วนั เหนือพ้นื ผวิ โลก
5. คลื่นพายซุ ัดฝั่ง คือ คลื่นชดั ชำยฝั่งขนำดใหญ่ อนั เน่ืองมำจำกควำมแรงของลม
6. 6. 6. แผ่นดนิ ไหว เป็นภยั พบิ ตั ิทำงธรรมชำติท่ีเกิดจำกกำรสน่ั สะเทือนของพ้นื ดิน
7. แผ่นดนิ ถล่ม เป็นปรำกฎกำรณ์ทำงธรรมชำติของกำรสึกกร่อนชนิดหน่ึง
ที่ก่อใหเ้ กิดควำมเสียหำยตอ่ บริเวณพ้ืนท่ีที่เป็นเนินสูงหรือภูเขำท่ีมีควำมลำดชนั มำก
8. ไฟป่ า กำรเกิดไฟป่ ำเกิดจำกควำมประมำทมกั ง่ำยของคน ร้อยละ 90 เกิดจำกฝีมือมนุษย์

9. สึนามิ คือ คล่ืนหรือกลุ่มคลื่นท่ีมีจุดกำนิดอยใู่ นเขตทะเลลึก
ซ่ึงมกั ปรำกฏหลงั แผน่ ดินไหวขนำดใหญ่ แผน่ ดินหวั ใตท้ ะเล ถเู ขำไฟระเบิด ดินถล่มแผน่ ดินทรุด

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด 10

1. พฤติกรรมของบุคคลใดจดั เป็นพฤติกรรมเสี่ยงท่ีส่งผลตอ่ ควำมปลอดภยั ในภยั ในชีวิตและทรัพยส์ ิน
ก. นิตยำ วำ่ ยน้ำที่สระวำ่ ยน้ำทุกเชำ้ วนั ศกุ ร์
ข. พิมพำ เดินเลน่ ในสวนสำธำรณะกบั เพ่อื นในช่วงเยน็
ค. รดำ ขำ้ มถนนโดยใชส้ ะพำนลอย
ง. มำนะ ชอบขี่จกั รยำนแข่งกบั เพอื่ น

2. ขอ้ ใดเป็นสำเหตขุ องกำรเกิดอุบตั ิเหตใุ นกำรเดินทำง
ก. ยนื หอ้ ยโหนอยทู่ ่ีประตูรถโดยสำรประจำทำง
ข. ใส่เส้ือผำ้ สีสวำ่ งในขณะเดินทำงตอนกลำงคืน
ค. ก่อนขำ้ มถนนมองซำ้ ยมองขวำก่อนขำ้ ม
ง. รับประทำนอำหำรครบ 5 หมู่

3. ขอ้ ใดไมใ่ ช่วธิ ีกำรเอำชีวิตรอด เมื่อตอ้ งเผชิญหนำ้ กบั สถำนกำรณ์คบั ขนั
ก. ต้งั สติมองหำคนช่วย
ข. ตื่นเตน้ กบั สถำนกำรณ์ท่ีกำลงั เผชิญ
ค. ส่งเสียงงร้องใหค้ นช่วย
ง. พยำยำมช่วยเหลือตวั เองก่อนจนกวำ่ จะมีคนมำช่วย

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด

เฉลยแบบทดสอบ

ขอ้ 1.
ก. (ผิด) นกั เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงวำ่ ผเู้ รียนยงั ไม่เขำ้ ใจควำมปลอดภยั ในภยั ในชีวติ

และทรัพยส์ ินกลบั ไปทบทวนอีกคร้ัง
ข. (ผดิ ) นกั เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงวำ่ ผเู้ รียนยงั ไม่เขำ้ ใจควำมปลอดภยั ในภยั ในชีวิต

และทรัพยส์ ินกลบั ไปทบทวนอีกคร้ัง
ค. (ผดิ ) นกั เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงวำ่ ผเู้ รียนยงั ไม่เขำ้ ใจควำมปลอดภยั ในภยั ในชีวิต

และทรัพยส์ ินกลบั ไปทบทวนอีกคร้ัง
ง. (ถูก) นกั เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงวำ่ ผเู้ รียนเขำ้ ใจควำมปลอดภยั ในภยั ในชีวิตและทรัพยส์ ิน

ขอ้ 2.
ก. (ถกู ) นกั เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงวำ่ ผเู้ รียนเขำ้ ใจสำเหตขุ องกำรเกิดอุบตั ิเหตใุ นกำรเดินทำง
ข. (ผดิ ) นกั เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงวำ่ ผเู้ รียนยงั ไม่เขำ้ ใจสำเหตุของกำรเกิดอบุ ตั ิเหตุในกำร
เดินทำงกลบั
ไปทบทวนอีกคร้ัง
ค. (ผดิ ) นกั เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงวำ่ ผเู้ รียนยงั ไม่เขำ้ ใจสำเหตุของกำรเกิดอุบตั ิเหตใุ นกำร
เดินทำงกลบั
ไปทบทวนอีกคร้ัง
ง. (ผิด) นกั เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงวำ่ ผเู้ รียนยงั ไม่เขำ้ ใจสำเหตุของกำรเกิดอบุ ตั ิเหตุในกำร
เดินทำงกลบั
ขไอ้ ป3ท.บทวนอีกคร้ัง
ก. (ผดิ ) นกั เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงวำ่ ผเู้ รียนยงั ไมเ่ ขำ้ ใจวิธีวิธีกำรเอำชีวติ รอด กลบั ไปทบทวนอีกคร้ัง
ข. (ถูก) นกั เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงวำ่ ผเู้ รียนมีควำมเขำ้ ใจวธิ ีกำรเอำชีวิตรอด
ค. (ผิด) นกั เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงวำ่ ผเู้ รียนยงั ไม่เขำ้ ใจวิธีกำรเอำชีวิตรอด กลบั ไปทบทวนอีกคร้ัง
ง. (ผิด) นกั เรียนตอบขอ้ น้ี แสดงวำ่ ผเู้ รียนยงั ไม่เขำ้ ใจวธิ ีกำรเอำชีวติ รอด กลบั ไปทบทวนอีกคร้ัง

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด

กิจกรรมท้ายบท

ใหน้ กั เรียนอธิบำยตำมประเดน็ ดงั ต่อไปน้ี
1. นกั เรียนจะมีวิธีป้องกนั อนั ตรำยที่เกิดข้ึน จำกกำรเดินทำงโดยรถ ประจำทำงอยำ่ งไร
2. นกั เรียนจะมีวธิ ีป้องกนั อนั ตรำยท่ีเกิดข้ึนบำ้ นอยำ่ งไร

ขอให้ผู้เรียนทากจิ กรรมแล้วเขียนลงบนกระดาษ A4

ถ่ายรูปส่งให้ครูผ่านทาง กลุ่ม LINE

ให้นักเรียนทุกคนทาแบบประเมนิ เมื่อเสร็จสิ้นการเรียนรู้
ตามลงิ้ ค์

https://clck.ru/SsDtt

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด

คณะผู้จดั ทา
คร้ังท่ี 1 (วนั ที่ 17-19 มถิ นุ ายน 2563)

ทปี่ รึกษา ผอู้ ำนวยกำรสำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
ศกึ ษำนิเทศก์ สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
นำยวรรณวิจกั ษณ์ กศุ ล
ดร.สุธี วรประดิษฐ หวั หนำ้ กลมุ่ อำนวยกำร สำนกั งำน กศน .จงั หวดั ตรำด
ครู กศน.ตำบลแหลมกลดั
คณะดาเนินงาน ครู กศน.ตำบลชำ้ งทนู
บรรณรักษห์ ้องสมดุ เฉลมิ รำชฯ อ.เขำสมงิ
นำงสำวสุวรรณำ สิงหภ์ ู่
นำยอนิรุทธ์ ตนั ตระกลู
นำงลำวลั ย์ ญำติโพธ์ิ
นำงสำวจุไรรัตน์ ตอ่ โชติ

คร้ังท่ี 2 (วนั ท่ี 21-23 ธันวาคม 2563)

ท่ปี รึกษา

วำ่ ที่ร้อยโทจำนงค์ นนทะมำศ ผอู้ ำนวยกำร สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
ดร.สุธี วรประดิษฐ ศกึ ษำนิเทศก์ สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
นำงภำวิณี วรประดิษฐ ขำ้ รำชกำรบำนำญ
นำยภกั ดี พงษไ์ พบูลย์ ขำ้ รำชกำรบำนำญ

คณะดาเนินงาน

นำงสำวสุวรรณำ สิงหภ์ ู่ หวั หนำ้ กลุ่มอำนวยกำร สำนกั งำน กศน .จงั หวดั ตรำด
นำงสำวหงษฟ์ ้ำ ปัสบำล ครูผชู้ ่วย กศน.อ.เมอื งตรำด
นำยอนิรุทธ์ ตนั ตระกลู ครู กศน.ตำบลแหลมกลดั
นำงลำวลั ย์ ญำติโพธ์ิ ครู กศน.ตำบลชำ้ งทูน
นำงสำวเนตรนภำ บำงเพชร ครู กศน.ตำบลตะกำง
นำงสำวพิชยำ นรมำศ เจำ้ หนำ้ ท่ีบนั ทึกขอ้ มลู สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด

คณะบรรณาธกิ าร

ดร.สุธี วรประดิษฐ ศกึ ษำนิเทศก์ สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
นำงสำวสุวรรณำ สิงหภ์ ู่ หวั หนำ้ กลุ่มอำนวยกำร สำนกั งำน กศน .จงั หวดั ตรำด
นำงสำวสุประวีณ์ กลีบสมุทร หวั หนำ้ กลมุ่ ส่งเสริมกำรศึกษำตำมอธั ยำศยั สำนกั งำน กศน .จงั หวดั ตรำด
นำงสำววรรณภสั สร ศรีสว่ำงวรกลุ หวั หนำ้ กลมุ่ ส่งเสริมกำรศกึ ษำนอกระบบ สำนกั งำน กศน .จงั หวดั ตรำด
นำยอคั รพล เรียเตม็ พนกั งำนขบั รถหอ้ งสมุดเคลื่อนที่ สำนกั งำน กศน .จงั หวดั ตรำด

ผู้ออกแบบปก

นำงสำวเนตรนภำ บำงเพชร ครู กศน.ตำบลตะกำง

ผู้ควบคุมการดาเนินงาน

ดร.สุธี วรประดิษฐ ศกึ ษำนิเทศก์ สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
นำงสำวสุประวีณ์ กลีบสมุทร หวั หนำ้ กลุ่มส่งเสริมกำรศึกษำตำมอธั ยำศยั สำนกั งำน กศน .จงั หวดั ตรำด

สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด


Click to View FlipBook Version