บ า ย ศ รี
เ ค รื่ อ ง เ ชิ ญ ข วั ญ
จ า ก ภู มิ ปั ญ ญ า ไ ท ย
สื่ อ เ พื่ อ ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร อ่ า น แ ล ะ ก า ร เ รี ย น รู้ ห้ อ ง ส มุ ด ป ร ะ ช า ช น จั ง ห วั ด ต ร า ด
บายศรี เป็นการใช้ภูมิปัญญาไทย ในการสร้างขวัญ
กำลังใจให้แก่ ผู้ได้รับการทำพิธี บายศรีจึงเป็นของสูง
สิ่งมีค่าของไทยมาแต่โบราณ ในงานมงคลทุกงานจะ
มีพิธีที่มีบายศรีเป็นส่วนสำคัญ เป็นศาสนพิธีของศาสนา
พราหมณ์ คำว่าบาย เป็นภาษาเขมร หมายถึง ข้าวสุก
ศรี เป็นภาษาสันสกฤต หมายถึง มิ่งขวัญ บายศรี จึง
หมายถึง ขวัญข้าว หรือภาชนะใส่เครื่องสังเวย
ก่อนทำพิธีสู่ขวัญ ต้องมีการจัดทำพาขวัญหรือขันบายศรี
หมายถึง ภาชนะใส่เครื่องสังเวยบูชาก่อนการเรียกขวัญ
ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยใบไม้ เช่น ใบตองกล้วย
นำมาพับ เป็นมุมแหลมและเย็บซ้อนอย่างสวยงาม
อาจทำเป็น 3 ชั้น 5 ชั้น หรือ 7 ชั้น
แ ล้ ว แ ต่ ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม ข อ ง ผู้ จั ด
พิธี บายศรีจึงเป็นความเชื่อของคนทุกภาคใน
ประเทศไทย การทำพิธีโดยใช้บายศรี ก่อให้เกิด
ขวัญกำลังใจ ช่วยให้มีจิตใจที่เข้มแข็ง สามารถเผชิญ
ภยันตรายได้อย่างดี ทำให้เกิดโชคลาภและสิริมงคล
แก่ผู้กระทำ การใช้บายศรี มีทั้งเหตุการณ์ดีและ
เ ห ตุ ก า ร ณ์ ไ ม่ ดี
การสู่ขวัญโดยใช้บายศรีในเหตุการณ์ดี เช่น การเกิด บวช
แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ฉลองตำแหน่ง ผูกเสี่ยว การกลับมา
บ้าน เพื่อให้เกิดสิริมงคลยิ่ง ๆ ขึ้นไป
การสู่ขวัญโดยใช้บายศรีในเหตุการณ์ที่ไม่ดี เช่น การเจ็บ
ป่วย การเกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ร้ายต่าง ๆ ที่ทำให้
เสียขวัญ เพื่อสะเดาะเคราะห์ ให้หายจากเหตุการณ์ร้าย
หมอขวัญ จะเป็นผู้ประกอบพิธี โดยเชิญเทวดาอารักษ์
ม า เ ป็ น สั ก ขี พ ย า น แ ล ะ บั น ด า ล ใ ห้ เ จ้ า ข อ ง ข วั ญ
ประสบความสำเร็จ ความสุขและความเจริญ
บายศรี ตั้งแต่โบราณมีหลายชนิด แต่ละชนิดมี
ชื่ อ เ รี ย ก แ ต ก ต่ า ง กั น
มีวิธีทำและวิธีใช้ไม่เหมือนกัน อาทิ
บายศรีเทพ ใช้ในพระราชพิธีต่าง ๆ
สำหรับบวงสรวง เทพ พรหม เทวาอารักษ์
ประกอบด้วย บายศรีเก้าชั้น ทั้งหมดแปด
ตัว ประดับพานด้วยดอกดาวเรือง กุหลาบ
และดอกรัก ยอดตัวบายศรีปักด้วยเม็ด
โฟมและเข็มหมุด ห้อยอุบะดอกรัก
ป ร ะ ดั บ ย อ ด ด้ ว ย ด อ ก ด า ว เ รื อ ง แ ล ะ ด อ ก บั ว
บายศรีพรหม ใช้ในงานพิธีใหญ่
สำหรับบวงสรวงเทพยดา หรือองค์พรหม
ประกอบด้วย บายศรีตัวแม่เก้าชั้น 4 ตัว
และตัวบายศรี 6 ชั้น 4 ตัว ประดับด้วย
ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ ดอกบ้านไม่รู้
โรย ห้อยอุบะดอกรัก ยอดประดับด้วย
ด อ ก บั ว แ ล ะ ด อ ก ด า ว เ รื อ ง
บายศรีตอ ใช้ในงานบวงสรวงครูแขนง
ต่าง ๆ ประกอบด้วย บายศรีตัวแม่เก้าชั้น
ตัวลูกเจ็ดชั้น ประดับพานด้วยดอกดาว
เรือง กุหลาบ ห้อยอุบะดอกรัก ประดับ
ย อ ด ด้ ว ย ด อ ก ด า ว เ รื อ ง แ ล ะ ด อ ก บั ว
บายศรีปากชาม นิยมทำ 3 ชนิดคือ
1.บายศรีปากชาม 7 ยอด (เล็ก เป็นบายศรี
ข น า ด เ ล็ ก ที่ มี ค ว า ม สำ คั ญ แ ล ะ ศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ ม า ก
ใช้ในงานพิธีต่าง ๆ เช่น ตั้งศาลพระภูมิ
ทำบุญต่าง ๆ ยอดกรวยเสียบด้วยไข่ และ
ด อ ก ไ ม้ ที่ เ ป็ น ม ง ค ล
บายศรีปากชาม นิยมทำ 3 ชนิดคือ
2.บายศรีปากชาม 7 ยอด ใช้ในงานพิธี
ต่าง ๆ เช่น ทำขวัญเด็กเกิดใหม่ โกน
ผมไฟ โกนจุก สร้างบ้าน ยกเสาเอก
ไหว้ครู ตั้งศาลพระภูมิ
บายศรีปากชาม นิยมทำ 3 ชนิดคือ
3.บายศรีปากชาม 9 ยอด ใช้ในงานพระ
ราชพิธีใหญ่ ๆ เพื่อสักการะบูชาครูบา
อาจารย์ บวงสรวงเทพยดา ประดับด้วย
บายศรีตัวแม่ 9 ชั้น รอบพานประดับด้วย
ดอกดาวเรือง ดอกบานไม่รู้โรย ประดับ
ย อ ด ด้ ว ย ด อ ก ด า ว เ รื อ ง
บายศรีจึงเป็นเป็นงานฝีมือของภูมิปัญญาไทย ที่ช่วยสร้าง
ขวัญและกำลังใจให้ผู้อยู่ในพิธี ซึ่งน่าสนใจว่าจะไม่สาบสูญ
อย่างแน่นอน เพราะคนไทยยังนิยมใช้บายศรีในพิธีต่าง ๆ
อยู่เสมอ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ คนทำบายศรีเป็นมีน้อยลง
ทุกที การสืบทอดไม่สามารถเรียนรู้กันได้อย่างจริงจัง ขึ้น
อยู่กับฝีมือและหัวใจ ดังเช่น คุณบุญลือ โอสา ที่ทำบายศรี
สืบต่อจากแม่มา จนรุ่นลูก เราจึงหวังว่ารุ่นหลังคงสามารถ
สื บ ท อ ด ต่ อ ไ ด้ เ ช่ น เ ดี ย ว กั น
ที่มา : สันติ อภัยราช. (2542). วัฒนธรรม
พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ และ
ภูมิปัญญาตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัด
กำแพงเพชร. กำแพงเพชร: สภาวัฒนธรรมจังหวัด
กำแพงเพชร.
เรียบเรียง : ลักษมีกานต์ เรืองศิลป์
บรรณารักษ์
สื่ อ เ พื่ อ ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร อ่ า น แ ล ะ ก า ร เ รี ย น รู้ ห้ อ ง ส มุ ด ป ร ะ ช า ช น จั ง ห วั ด ต ร า ด
บ า ย ศ รี
เ ค รื่ อ ง เ ชิ ญ ข วั ญ
จ า ก ภู มิ ปั ญ ญ า ไ ท ย
สื่ อ เ พื่ อ ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร อ่ า น แ ล ะ ก า ร เ รี ย น รู้ ห้ อ ง ส มุ ด ป ร ะ ช า ช น จั ง ห วั ด ต ร า ด