The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กิจกรรมส่งเสริมการอ่านออนไลน์ สงกรานต์วิถีไทย
ประวัติความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์
ตำนานความเชื่อ และ กิจกรรมที่น่าสนใจ พร้อมร่วมสนุกตอบคำถามรับเกียรติบัตร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ebooktrat, 2022-04-12 06:11:14

สงกรานต์วิถีไทย

กิจกรรมส่งเสริมการอ่านออนไลน์ สงกรานต์วิถีไทย
ประวัติความเป็นมาของประเพณีสงกรานต์
ตำนานความเชื่อ และ กิจกรรมที่น่าสนใจ พร้อมร่วมสนุกตอบคำถามรับเกียรติบัตร

สงกรานต์วิถีไทย

Songkran Festival
Co -Learning Space @ ห้องสมุดประชาชนจังหวัดตราด

กิจกรรมส่งเสริมการอ่านออนไลน์ โครงการส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัย ห้องสมุดประชาชน

ที่มา...



สงกรานต์..เป็นคำในภาษา สันสกฤต ที่หมายถึง
การเคลื่อนย้าย โดยเป็นการอุปมาถึงการเคลื่อนย้าย
การประทับในจักรราศี หรือการเคลื่อนเข้าสู่ปีใหม่ตาม
ค ว า ม เ ชื่ อ ข อ ง ไ ท ย แ ล ะ บ า ง ป ร ะ เ ท ศ ใ น แ ถ บ เ อ เ ชี ย ต ะ วั น
ออกเฉี ยงใต้ ประเพณี สงกรานต์นั้นมีสืบทอดกันมา

ตั้งแต่โบราณคู่กับตรุษ จึงมักเรียกรวมกันว่า
"ประเพณี ตรุษสงกรานต์" หมายถึง การส่งท้ายปีเก่า

ต้อนรับปีใหม่ เดิมทีวันที่จัดสงกรานต์นี้ นั้น
จะมีการคำนวณทางดาราศาสตร์

แต่ในปัจจุบันได้มีการกำหนด วันที่แน่นอน คือ
ตั้งแต่ 13 – 15 เมษายน แต่เดิม วันขึ้นปีใหม่ไทย

คือ วันเริ่มปีปฏิทินของไทยจนถึง พ.ศ. 2431
และได้มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็น

วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่จนถึง พ.ศ. 2483

สงกรานต์ คืออะไร และ
สำคัญ ยังไงน้า

สงกรานต์ คือ ประเพณี ของประเทศไทย ลาว
กัมพูชา พม่า ชนกลุ่มน้อยชาวไต แถบเวียดนาม

และมนฑลยูนานของจีน รวมถึงศรีลังกา และ
ประเทศทางตะวันออกของประเทศอินเดีย

สันนิษฐานกันว่า ประเพณี สงกรานต์นั้นได้รับ
วัฒนธรรมมาจากเทศกาลโฮลีในอินเดีย
แต่เทศกาลโฮลีจะใช้การสาดสีแทน

โดยจะจัดให้มีขึ้นในทุกวันแรม 1 ค่ำ เดือน 4

ซึ่ ง ก็ คื อ เ ดื อ น มี น า ค ม

เทศกาลโฮลี เทศกาลของชาวฮินดู ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี ปีละ 2 วันในช่วงเดือนมีนาคม
โดยเทศกาลนี้เรียกอีกอย่างว่า “เทศกาลแห่งสีสัน” โดยกิจกรรมในงานก็คือ

ทุกคนจะสาดผงสีใส่กัน อย่างสนุกสนาน หรืออาจจะสาดน้ำใส่กัน คล้ายๆ สงกรานต์บ้านเรา

ประวัติวันสงกรานต์...

..........เมื่อครั้งก่อน พิธีสงกรานต์ เป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้น
ภายในครอบครัว หรือชุมชนบ้านใกล้เรือนเคียง
แต่ในปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงให้พิธีสงกรานต์นั้น
เป็น เทศกาลสงกรานต์ โดยได้ขยายออกไปสู่สังคม
เป็นวงกว้างมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนทัศคติ
ตลอดจนความเชื่อไป....

.....แต่เดิมในพิธีสงกรานต์จะใช้ น้ำ เป็นสัญลักษณ์ที่เป็น
องค์ประกอบหลักของพิธี แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน
ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ในวันนี้จะใช้น้ำ
รดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่
มีการรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ.....

....ต่อมาในสังคมไทยสมัยใหม่เกิดเป็นประเพณีกลับบ้าน
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นับว่าวันสงกรานต์เป็นวัน
ครอบครัว อีกทั้งยังมีประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่ดั้งเดิม
อย่าง การสรงน้ำพระที่นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล เพื่อให้
เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข..........




ปัจจุบันได้มีการประชาสัมพันธ์ในเชิงท่องเที่ยวว่าเป็น
Water Festival หรือ เทศกาลแห่งน้ำ

โดยได้ตัดข้อมูลในส่วนที่เป็นความเชื่อดั้งเดิมออกไป

ตำนานวันสงกรานต์

การกำเนิดวันสงกรานต์ มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมา
โดยใจความจารึกที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ ว่า …

เมื่อต้นภัทรกัลป์ มีเศรษฐีคนหนึ่ง มั่งมีทรัพย์มาก
แต่ไม่มีบุตร บ้านอยู่ใกล้กับนักเลงสุรา ซึ่งนักเลงสุรานั้นมี
บุตร 2 คน ที่ผิวเนื้อดุจดั่งทอง วันหนึ่งนักเลงสุราเข้าไปใน

บ้านของเศรษฐีผู้นั้น แล้วด่าด้วยถ้อยคำ
ที่หยาบคายต่างๆ นานา เศรษฐีเมื่อได้ฟังแล้วจึงถามว่า

"พวกเจ้ามาพูดหยาบคายดูหมิ่นเราผู้เป็นเศรษฐี
เพราะเหตุใด"

พวกนักเลงสุราจึงตอบว่า
"ท่านมีสมบัติมากมายแต่หามีบุตรไม่ เมื่อท่านตายไป
สมบัติก็จะอันตรธานไปหมด หาประโยชน์อันใดมิได้
เพราะขาดทายาทผู้ปกครอง ข้าพเจ้ามีบุตรถึง 2 คน

อีกทั้งรูปร่างงดงามเสียด้วย ข้าพเจ้าจึงดีกว่าท่าน "

เศรษฐีครั้นได้ฟังก็เห็นจริงด้วย จึงเกิดความละอายต่อนักเลง
สุรายิ่งนัก นึกใคร่อยากได้บุตรบ้าง จากนั้นได้ทำการบวงสรวง

พระอาทิตย์และพระจันทร์ ตั้งจิตอธิษฐานเพื่อขอให้มีบุตร
เมื่ออยู่ถึง 3 ปี ก็มิได้มีบุตรตามที่ปราถนา เมื่อขอบุตรจาก

พระอาทิตย์และพระจันทร์ มิได้ตามดังที่ปรารถนา
อยู่มาวันหนึ่งเมื่อถึงฤดูคิมหันต์ จิตรมาส (เดือน 5)
โลกสมมติว่าเป็น วันมหาสงกรานต์ คือ พระอาทิตย์ยกจาก
ราศีมีนประเวสสู่ราศีเมษ ผู้คนทั้งหลาย ต่างพากันเล่น
นักขัตฤกษ์อันเป็นการรื่นเริงขึ้นปีใหม่ไปทั่วทั้งชมพูทวีป
ขณะนั้น เศรษฐีจึงพาข้าทาสบริวารไปยังต้นไทรริมฝั่ งแม่น้ำ
อันเป็นที่อยู่แห่งปักษีชาติทั้งหลาย เอาข้าวสารซาวน้ำ 7 ครั้ง
แล้วหุงบูชารุกขพระไทร พร้อมด้วยสูปพยัญชนะอันประณีต
และประโคมด้วยดุริยางค์ดนตรีต่างๆ ตั้งจิตอธิษฐานขอบุตร
จากรุกขพระไทร รุกขพระไทรมีความกรุณา เหาะไปขอบุตรกับ

พระอินทร์ให้กับเศรษฐี
ต่อมา พระอินทร์จึงให้ธรรมบาลเทวบุตรลงไปปฏิสนธิในครรภ์
บิดามารดาจึงขนานนามว่า ธรรมบาลกุมาร แล้วปลูกปราสาท

ขึ้นให้กุมารอยู่ใต้ต้นไทรริมสระฝั่ งแม่น้ำนั้น ครั้นเมื่อกุมาร
เจริญขึ้นก็รู้ภาษานกและเรียนจบไตรเพทเมื่อมีอายุได้ 8 ขวบ

อีกทั้งยังได้เป็นอาจารย์บอกมงคลการต่างๆ แก่มนุษย์
ชาวชมพูทวีปทั้งปวง ซึ่งขณะนั้น โลกทั้งหลายนับถือ
ท้าวมหาพรหมมีกบิลพรหมองค์หนึ่ง ได้แสดงมงคลการ
แก่มนุษย์ทั้งปวง เมื่อกบิลพรหมได้แจ้งเหตุที่ธรรมกุมารเป็น
ผู้มีชื่อเสียง เป็นที่นับถือของมนุษย์ชาวโลกทั้งหลาย จึงได้ลง

มาถามปัญหาแก่ธรรมกุมาร 3 ข้อ ดังความว่า

"เวลาเช้า สิริ คือ ราศีอยู่ที่ไหน
เวลาเที่ยง สิริ คือ ราศีอยู่ที่ไหน
เวลาเย็น สิริ คือ ราศีอยู่ที่ไหน"
และท้าวกบิลพรหมได้ให้สัญญาว่า "ถ้าท่านแก้ปัญหา 3 ข้อนี้
ได้ เราจะตัดศีรษะมาบูชาท่าน ถ้าท่านแก้ไม่ได้ เราจะตัดศีรษะ
ของท่านเสีย" ธรรมกุมารรับสัญญา แต่ผลัดแก้ปัญญาไป 7 วัน
ท้าวกบิลพรหมก็กลับไปยังพรหมโลก ฝ่ายธรรมบาลกุมาร
พิจารณาปัญหานั้นล่วงไปได้ 6 วันแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นอุบาย
ที่จะตอบปัญหาได้ จึงคิดว่า 'พรุ่งนี้แล้วหนอที่เราจะต้องตาย
ด้วยอาญาของท้าวกบิลพรหม เราหาต้องการไม่ จำจะหนีไป
ซุกซ่อนตนเสียดีกว่า' เมื่อคิดแล้วก็ลงจากปราสาท ออกเที่ยว
นอนที่ต้นตาล 2 ต้นซึ่งมีนกอินทรี 2 ตัวผัวเมียทำรังอยู่บน
ต้นตาลนั้น ขณะที่ธรรมบาลกุมารนอนอยู่ใต้ต้นตาลนั้นพลาง
ได้ยินเสียงนางนกอินทรีถามผัวว่า "พรุ่งนี้เราจะไปหาอาหาร
ที่ไหน" นกอินทรีตัวผู้จึงตอบว่า "พรุ่งนี้ครบ 7 วันที่ท้าวกบิล
พรหมถามปัญหาแก่ธรรมบาลกุมาร แต่หากธรรมบาลกุมาร
แก้ไม่ได้ ท้าวกบิลพรหมก็จะตัดศีรษะเสียตามสัญญา เราทั้ง 2
จะได้กินเนื้อมนุษย์ ซึ่งคือ ธรรมบาลกุมารเป็นอาหาร" นางนก
อินทรีจึงถามว่า "ท่านรู้ปัญหาหรือ" ผู้ผัวตอบว่า รู้ แล้วก็เล่าให้
นางนกอินทรีฟังตั้งแต่ต้นจนปลายว่า "เวลาเช้า ราศีอยู่ที่ หน้า
คนทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างหน้า เวลาเที่ยง ราศีอยู่ที่ อก คนทั้ง
หลายจึงเอาน้ำและแป้งกระแจะจันทร์ลูกไล้ที่อก เวลาเย็น ราศี
อยู่ที่ เท้า คนทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างเท้า"

ธรรมบาลกุมารที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ได้ยินการสนทนาของทั้งสองก็จำได้
จึงมีความโสมนัส ปีติ ยินดีเป็นอันมาก จึงเดินทางกลับมาที่ปราสาท
ของตน ครั้นถึงวาระเป็นคำรบ 7 วันตามสัญญา ท้าวกบิลพรหมก็ลงมา
ถามปัญหาทั้ง 3 ข้อตามที่นัดหมายกันไว้ ธรรมบาลกุมารก็วิสัชนาแก้
ปัญหาทั้ง 3 ข้อตามที่ได้ฟังมาจากนกอินทรีนั้น ท้าวกบิลพรหมยอมรับ
ว่าถูกต้อง และยอมแพ้แก่ธรรมบาล จำต้องตัดศีรษะของตันบูชาตาม

ที่สัญญาไว้ แต่ก่อนที่จะตัดศีรษะ ได้เรียกธิดาทั้ง 7 อันเป็น
บาทบริจาริกาของพระอินทร์ คือ 1.นางทุงษะเทวี 2. นางรากษเทวี 3.
นางโคราคเทวี 4. นางกิริณีเทวี 5. นางมณฑาเทวี 6. นางกิมิทาเทวี
7. นางมโหธรเทวี อันโลกสมมติว่าเป็นองค์มหาสงกรานต์กับทั้งเทพ

บรรษัท มาพร้อมกัน จึงได้บอกเรื่องราวให้ทราบและตรัสว่า
"พระเศียรของเรานี้ ถ้าตั้งไว้บนแผ่นดินก็จะเกิดไฟไหม้
ไปทั่วโลกธาตุ ถ้าจะโยนขึ้นไปบนอากาศฝนก็จะแล้ง
เจ้าทั้ง 7 จงเอาพานมารองรับเศียรของบิดาไว้เถิด"

ครั้นแล้วท้าวกบิลพรหมก็ตัดพระเศียรแค่พระศอส่งให้นางทุงษะเทวี
ธิดาองค์ใหญ่ในขณะนั้น โลกธาตุก็เกิดโกลาหลอลเวงยิ่งนัก เมื่อนาง
ทุงษะมหาสงกรานต์นำพานมารองรับพระเศียรของท้าวกบิลพรหม
แล้วให้เทพบรรษัทแห่ประทักษิณเวียนรอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที จาก
นั้นจึงเชิญเข้าประดิษฐานไว้ในมณฑป ณ ถ้ำคันธุลี เขาไกรลาศ กระทำ

การบูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่างๆ ต่อมาพระวิษณุกรรมเทพบุตรได้
เนรมิตโลงแก้ว อันประกอบไปด้วยแก้ว 7 ประการ แล้วให้เทพยดาทั้ง
หลายนำมาซึ่งเถาฉมุนาตลงล้างน้ำในสระอโนดาต 7 ครั้ง แล้วแจกกัน
สังเวยทั่วทุกๆ พระองค์ ครั้นได้วาระครบกำหนด 365 วัน โลกสมมติว่า
ปีหนึ่งเป็นวันสงกรานต์ เทพธิดาทั้ง 7 ก็ทรงเทพพาหนะต่างๆ ผลัด

เปลี่ยนเวียนมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมออกแห่ พร้อมด้วยเท
พบรรษแสนโกฏิประทักษิณเวียบรอบเขาพระสุเมรุราชบรรษัทเป็น
เวลา 60 นาที แล้วจึงนำกลับไปประดิษฐานไว้ตามเดิม ซึ่งในแต่ละปีก็

จะมีนางสงกรานต์แต่ละนางมาทำหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกัน
ตามวันมหาสงกรานต์

นางสงกรานต์ ทั้ง 7

นางสงกรานต์ นั้นเป็นธิดาของท้าวกบิลพรหม หรือท้าวมหา
สงกรานต์ และเป็นนางฟ้าอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราช
(สวรรค์ชั้นที่ 1 ในทั้งหมด 6 ชั้น) ซึ่งมีหน้าที่ในการรับศีรษะของท้าว
กบิลพรหมแห่รอบเขาพระสุเมรุในแต่ละรอบปี หรือในวันสงกรานต์
นั้นเอง โดยมีเกณฑ์กำหนดที่ว่าวันสงกรานต์ คือวันที่ 13 เมษายน
ตรงกับวันใดก็ให้นางสงกรานต์ประจำวันนั้นเป็นผู้แห่ นางสงกรานต์

มีทั้งหมด 7 องค์ ได้แก่

นางสงกรานต์ทุงษะเทวี
ทุงษะเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันอาทิตย์
ทัดดอกทับทิม มีปัทมราค (แก้วทับทิม) เป็น
เครื่องประดับ ภักษาหาร คือ อุทุมพร (มะเดื่อ)
อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ ขวาถือจักร พระหัตถ์ซ้ายถือ
สังข์ เสด็จไสยาสน์เหนือปฤษฎางค์ครุฑ

น า ง ส ง ก ร า น ต์ โ ค ร า ค ะ เ ท วี
โคราคะเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวัน
จันทร์ ทัดดอกปีป มีมุกดาหาร (ไข่มุก)
เป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร คือ เตละ
(น้ำมัน) อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวาถือ
พระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายถือไม้เท้า
เสด็จประทับเหนือพยัคฆ์ (เสือ)

นางสงกรานต์ ทั้ง 7

นางสงกรานต์รากษสเทวี

รากษสเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันอังคาร
ทัดดอกบัวหลวง มีโมรา (หิน) เป็นเครื่องประดับ
ภักษาหาร คือ โลหิต (เลือด) อาวุธคู่กาย
พระหัตถ์ขวาถือตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายถือธนู
เสด็จประทับเหนือวราหะ (หมู)

นางสงกรานต์มณฑาเทวี

มัณฑาเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันพุธ
ทัดดอกจำปา มีไพฑูรย์ (พลอยสีเหลือง
แกมเขียว) เป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร
คือ นมและเนย อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ ขวา
ถือเหล็กแหลม พระหัตถ์ซ้ายถือไม้เท้า
เสด็จไสยาสน์เหนือปฤษฎางค์คัสพะ (ลา)

นางสงกรานต์กิริณีเทวี

กิริณีเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันพฤหัสบดี
ทัดดอกมณฑา(ยี่หุบ) มีมรกตเป็นเครื่องประดับ
ภักษาหาร คือ ถั่วและงา อาวุธคู่กาย พระหัตถ์
ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายถือปืน
เสด็จไสยาสน์เหนือปฏษฎางค์ชสาร (ช้าง)

*นางสงกรานต์กิริณีเทวี เป็นนางสงกรานต์ประจำปี
พ.ศ. 2565

นางสงกรานต์ ทั้ง 7

นางสงกรานต์กิมิทาเทวี

กิมิทาเทวีเป็นนางสงกรานต์ประจำวันศุกร์
ทัดดอกจงกลนี มีบุษราคัมเป็นเครื่องประดับ
ภักษาหาร คือ กล้วยและน้ำ อาวุธคู่กาย
พระหัตถ์ขวาถือพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายถือพิณ
เสด็จประทับยืนเหนือมหิงสา (ควาย)

น า ง ส ง ก ร า น ต์ ม โ ห ท ร เ ท วี

ม โ ห ท ร เ ท วี เ ป็ น น า ง ส ง ก ร า น ต์ ป ร ะ จำ วั น
เสาร์ ทัดดอกสามหาว (ผักตบชวา) มี
นิ ลรัตน์เป็นเครื่องประดับ ภักษาหาร
คือ เนื้ อทราย อาวุธคู่กาย พระหัตถ์ขวา
ถือจักร พระหัตถ์ซ้ายถือตรีศูล เสด็จ
ประทับเหนื อมยุราปักษา (นกยูง)

รู้หรือไม่.....???

อิริยาบถนางสงกรานต์ขี่พาหนะ นางสงกรานต์จะนั่งบนพาหนะใน
ท่าทางอย่างไรนั้น ท่านให้ถือเอาเวลาที่ดวงอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีเมษของปีนั้น
ๆ เป็นเกณฑ์ อาจจะเป็นกลางวัน เช้า สาย บ่าย เย็น หรือกลางคืน เวลาใดเวลา
หนึ่งก็ได้ ถ้าดวงอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีเมษเวลา

รุ่งถึงเที่ยง นางสงกรานต์ยืนบนพาหนะ
เที่ยงถึงวันย่ำค่ำ นางสงกรานต์นั่งบนพาหนะ
พลบค่ำถึงเที่ยงคืน นางสงกรานต์ นอนลืมตาบนพาหนะ
เที่ยงคืนถึงรุ่งเช้า นางสงกรานต์นอนหลับตาบนพาหนะ

กิจกรรมในวันสงกรานต์

การทำบุญตักบาตร นับว่าเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลให้กับตนเอง
อีกทั้งยังเป็นการอุทิศส่วนกุศลนั้นให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

การทำบุญในลักษณะนี้มักจะมีการเตรียมไว้ล่วงหน้า เมื่อถึงเวลาทำบุญ
ก็จะนำอาหารไปตักบาตรถวายพระภิกษุที่ศาลาวัดโดยจัดเป็นที่รวม
สำหรับการทำบุญ ในวันเดียวกันนี้หลังจากที่ได้ทำบุญเสร็จเรียบร้อย

ก็จะมีการก่อเจดีย์ทรายอันเป็นประเพณีที่สำคัญในวันสงกรานต์อีกด้วย

การรดน้ำ นับได้ว่าเป็นการ
อวยพรปีใหม่ให้แก่กันและกัน
น้ำที่นำมาใช้รดหัวในการนี้มัก
เป็นน้ำหอมเจือด้วยน้ำธรรมดา
ในปัจจุบัน คือ การเล่นสาดน้ำ

การสรงน้ำพระ เป็นการรดน้ำ
พระพุทธรูปที่บ้านและที่วัด ซึ่งใน
บางที่ก็จะมีการจัดให้สรงน้ำพระ

สงฆ์เพิ่มเติมด้วย

กิจกรรมในวันสงกรานต์

การปล่อยนกปล่อยปลา ถือว่าการ
ล้างบาปที่เราได้ทำไว้ เป็นการ
สะเดาะเคราะห์ร้ายให้กลายเป็นดี มี
แต่ความสุข ความสบายในวันขึ้นปี
ใหม่

การขนทรายเข้าวัด ในทางภาคเหนือ
นิยมขนทรายเข้าวัดเพื่อเป็นนิมิต
โชคลาคให้พบแต่ความสุข ความ
เจริญ เงินทองไหลมาเทมาดุจทรายที่
ขนเข้าวัด แต่ก็มีบางพื้นที่มีความ
เชื่อว่า การนำทรายที่ติดเท้าออกจาก
วัดเป็นบาป จึงต้องขนทรายเข้าวัด
เพื่อไม่ให้เกิดบาป

การเล่นรื่นเริงต่าง ๆ เช่น ศิลปะการแสดงสุดแล้วแต่ความนิยมของ
ท้องถิ่นนั้น ๆประเพณีปฎิบัติเหล่านี้ อาจจะมีความแตกต่างกันออกไปบ้าง
ตามแต่ละท้องถิ่น การจะยึดถือปฏิบัติอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม
และความต้องการของชุมชนเป็นสำคัญ

กิจกรรมในวันสงกรานต์

การบังสุกุลอัฐิ สำหรับเถ้ากระดูก
ของญาติผู้ใหญ่ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว
มักทำที่เก็บเป็นลักษณะของเจดีย์

จากนั้นจะนิมนต์พระไปบังสุกุล

การรดน้ำผู้ใหญ่ คือการที่เราไปอวยพรผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพนับถือ
อย่าง ครูบาอาจารย์ มักจะนั่งลงกับที่ จากนั้นผู้ที่รดก็จะเอาน้ำหอมเจือ
กับน้ำธรรมดารดลงไปที่มือ ผู้หลักผู้ใหญ่ก็จะให้ศีลให้พร
ผู้ที่ไปรด หากเป็นพระ ก็อาจนำเอา
ผ้าสบงไปถวายเพื่อให้ผลัดเปลี่ยนด้วย
แต่หากเป็นฆราวาสก็จะหาผ้าถุง
หรือผ้าขาวม้าไปให้เปลี่ยน
มีความหมายกับการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ
ในวันปีใหม่ไทย

การดำหัว มีจุดประสงค์คล้ายกับการ
รดน้ำของทางภาคกลาง
ส่วนใหญ่จะพบเห็นการดำหัวได้
ทางภาคเหนือ การดำหัวทำ
เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ที่อาวุโสว่า
ไม่ว่าเป็น พระ ผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีการขอขมาในสิ่งที่ได้ล่วงเกิน
หรือเป็นการขอพรปีใหม่จากผู้ใหญ่ของที่ใช้ในการดำหัวหลักๆ
ประกอบด้วย อาภรณ์ มะพร้าว กล้วย ส้มป่อย เทียน และดอกไม้

ประเพณีสงกรานต์ 4 ภาค

มีอะไรบ้าง?

ภาคเหนือ

กิจกรรมสงกรานต์ของชาวล้านนา ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ในแถบภาคเหนือ
จะเรียกว่าประเพณีสงกรานต์ว่า ประเพณีปี๋ ใหม่เมือง ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่
13-17 เมษายน ตามธรรมเนียมเดิม โดยกิจกรรมหลักก็เหมือนกันคือ
เข้าวัด ทำบุญตักบาตร ขนทรายเข้าวัด รดน้ำดำหัว แต่จุดเด่นของ
วัฒนธรรมล้านนา การดำหัวจะไม่ได้ใช้น้ำผสมน้ำอบ ลอยดอกมะลิ
แต่จะเป็นน้ำขมิ้นส้มป่อยและปกติการรดน้ำดำหัว เราจะใช้กับผู้ใหญ่
เพียงอย่างเดียวแต่การดำหัวตามแบบของล้านนา เราสามารถดำหัวตัว
เอง หรือคนที่อายุน้อยกว่าได้ นอกจากนี้ยังมีการผสมวัฒนธรรมจีนนิด
หน่อย เพราะสงกรานต์ก็คือวันขึ้นปีใหม่ไทย ชาวล้านนาก็จะเก็บบ้านให้
เรียบร้อย และจุดประทัดในช่วงเช้าวันที่ 13 เพื่อเป็นการต้อนรับปีใหม่
คล้ายๆ กับวัฒนธรรมไหว้ตรุษจีนที่มีการจุดประทัด เพื่อให้ปีใหม่ที่มา
ถึงเป็นปีที่เฮงๆ

ประเพณีสงกรานต์ 4 ภาค

มีอะไรบ้าง?

ภาคอีสาน

ประเพณีสงกรานต์ทางภาคอีสานจะเรียกว่า บุญเดือนห้า หรือตรุษ
สงกรานต์ โดยประเพณีทำบุญ เล่นน้ำสงกรานต์ของที่นี่ก็จะคล้ายกับ
ที่อื่น แต่มีจุดเด่นตรงที่ คนอีสานจะถือฤกษ์ประกอบด้วย โดยยึดเอา
วันวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 เวลาบ่าย 3 โมง เป็นจุดเริ่มต้นของประเพณี
สงกรานต์ พอบ่าย 3 โมง พระสงฆ์จะตีกลองเป็นการให้สัญญาณ จาก
นั้นญาติโยมจะจัดเตรียมน้ำอบ หาบไปรวมกันที่ศาลาวัดเพื่อสรงน้ำ
พระพุทธรูป แล้วต่อด้วยการรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่เพื่อขอขมาลา
โทษ จากนั้นก็จะเป็นการเล่นสาดน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน

ประเพณีสงกรานต์ 4 ภาค

มีอะไรบ้าง?

ภาคใต้

ประเพณีสงกรานต์ของภาคใต้ก็คล้ายๆ กับทุกภาคที่จะมีการเข้าวัด
ทำบุญ เล่นน้ำ มีการแสดง ปละการละเล่นพื้นบ้าน มโนราห์, หนังตะลุง,
มอญซ่อนผ้า ฯลฯ แต่จุดที่แตกต่างกันของประเพณีสงกรานต์ภาคใต้
กับภาคอื่นๆ คือความเชื่อ โดยความเชื่อแต่ดั่งเดิมของภาคใต้คือ
สงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งการผลัดเปลี่ยนเทวดาผู้รักษาดวงชะตา
บ้านเมือง วันที่ 13 เมษายน จึงเป็นวันวันส่งเจ้าเมืองเก่า ในวันนี้จะมีการ
ทำพิธีสะเดาะเคราะห์สิ่งไม่ดีออกไป วันที่ 14 เมษายนค่อยออกไปทำ
กิจกรรมประเพณีสงกรานต์ตามปกติ และในวันที่ 15 เมษายนก็จะมีการ
พิธีต้อนรับเทวดาองค์ใหม่ ในวันนี้ผู้คนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่
นำอาหาไปถวายพระที่วัด จัดพิธีเบญจา ซึ่งเป็นการจัดพิธีรดน้ำผู้อาวุโส
แบบหนึ่ง

ประเพณีสงกรานต์ 4 ภาค

มีอะไรบ้าง?

ภาคกลาง

สำหรับภาคกลาง และภาคตะวันออกก็จะมีประเพณีที่เหมือนกับทุกภาค ที่
จะมีการเข้าวัดทำบุญ รดน้ำดำหัว เล่นน้ำกันเป็นปกติ แต่ก็จะมี
บางชุมชนที่มีกิจกรรมสงกรานต์ที่โดดเด่น และเป็นประเพณี
ที่สืบต่อกันมานาน อย่างเช่น

ประเพณีสงกรานต์ ที่พระประแดง

เป็นประเพณีใหญ่ที่มาจากคนไทยเชื้อสายมอญ โดยในงานนี้นอกจาก
กิจกรรมวันสงกรานต์โดยทั่วไปแล้วยังมีวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่าง ประเพณี
ส่งข้าวสงกรานต์ หรือการรวมตัวกันเตรียมข้าว เพื่อไปทำบุญที่วัดในช่วง

สาย และมีการการแห่หงส์ – ธงตะขาบ อีกทั้งยังมีการละเล่นพื้นบ้านอีก
ด้วย

ประเพณีก่อพระทรายวันไหล บางแสน

เป็นประเพณีแต่ดั่งเดิมของจังหวัดชลบุรี เดิมทีจะเรียกว่า งานทำบุญวัน
ไหล เป็นวันทำบุญขึ้นปีใหม่ของชาวทะเลในช่วงวันสงกรานต์
ในวันนี้ก็จะมีกิจกรรมก่อพระเจดีย์ทราย เล่นสาดน้ำ การละเล่นไทย และ
กีฬาพื้นบ้าน ซึ่งวันไหลจะจัดหลังจากวันที่เราฉลองสงกรานต์

ประเพณีสงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ

เป็นประเพณีสงกรานต์ของเกาะสีชัง และเกาะขามใหญ่ จังหวัดชลบุรี
โดยภายในงานก็จะมีกิจกรรมทั่วๆ ไป อย่างรดน้ำดำหัว การก่อเจดีย์ทราย

แต่นอกจากนี้ยังมีการละเล่นพื้นบ้าน แข่งขันเรือกระทะ เรือชักกะเย่อ
มวยตับจาก ปาลูกดอก แข่งขันตะกร้อลอดบ่วง การแสดงดนตรี และ

ประเพณีอุ้มสาวลงน้ำอีกด้วย

และในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2565 นี้
พวกเราทุกคนยังคงอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาด

ของ COVID-19
ห้องสมุดประชาชนจังหวัดตราด จึงขอเชิญทุกท่าน
ร่วมสนุกหลังจากการอ่าน ด้วยการแสกนคิวอาร์โค้ด














เพื่อร่วมตอบคำถามและรับเกียรติบัตร
จาก ศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ

Co-Learning Space @ ห้องสมุดประชาชนจังหวัดตราด



...เที่ยวสงกรานต์ในสนุกและปลอดภัย
อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้านนะคะ.....

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก....

https://www.sanook.com/campus/912340/
http://event.sanook.com/day/songkran/

https://lifestyle.campus-star.com/scoop/161619.html

Songkran Festival

Co -Learning Space @ ห้องสมุดประชาชนจังหวัดตราด

กิจกรรมส่งเสริมการอ่านออนไลน์ โครงการส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัย ห้องสมุดประชาชน

เรียบเรียง/ออกแบบปกหน้า- ปกหลัง.. ลักษมีกานต์ เรืองศิลป์


Click to View FlipBook Version