อาชีพแปรรูปสมนุ ไพร
อาชีพแปรรูปสมุนไพร
1. สมุนไพรกับบทบาททางเศรษฐกจิ
สมุนไพร หมายถงึ พชื ทม่ี สี รรพคณุ ในการรักษาโรค หรืออาการเจ็บป่ วยต่าง ๆ
การใชส้ มุนไพรสาหรบั รกั ษาโรค หรืออาการเจบ็ ป่ วยต่างๆ น้ี จะตอ้ งนาเอาสมนุ ไพรต้งั แต่
สองชนิดข้ึนไปมาผสมรวมกนั ซ่ึงจะเรียกว่า ยา ในตารับยา นอกจากพืชสมุนไพรแลว้ ยงั อาจ
ประกอบดว้ ยสัตวแ์ ละแร่ธาตอุ ีกดว้ ย เราเรียกพืช สัตว์ หรือแร่ธาตทุ เ่ี ป็นส่วนประกอบของ
ยาน้ีว่า เกสชั วตั ถุ
สมุนไพรเป็นส่วนหน่ึงในแผนพฒั นาศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวง
สาธารณสุขไดด้ าเนินโครงการสมุนไพรกบั สาธารณสุขมูลฐาน โดยเน้นการนาสมุนไพร
มาใช้บาบัดรักษาโรคใน สถานบริการสาธารณสุขของรัฐมากข้ึน และส่งเสริมให้ปลูก
สมุนไพรเพื่อใช้ภายในหมู่บา้ นเป็นการสนบั สนุนให้มีการใชส้ มุนไพรมากย่ิงข้ึน อนั เป็ น
วธิ ีหน่ึงทีจ่ ะช่วยประเทศชาตปิ ระหยดั เงินตราในการสงั่ ซ้ือยา สาเร็จรูปจากต่างประเทศได้
ปี ละเป็นจานวนมาก
~1~
2. การผลิตสมุนไพรในรูปแบบการประกอบอาชีพ
ปัจจุบันมีผูพ้ ยายามศึกษาคน้ ควา้ เพื่อพฒั นาผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้สามารถ
นามาใช้ในรูปแบบที่สะดวกย่ิงข้ึน เช่น นามาบดเป็ นผงบรรจุแคปซูล ตอกเป็ นยาเม็ด
เตรียมเป็นครีม หรือ ยาข้ีผ้ึงเพ่ือใช้ทาภายนอก เป็นตน้ ในการศึกษาวิจยั เพื่อนาสมุนไพร
มาใช้เป็นยาแผนปัจจุบนั น้นั ไดม้ ีการวิจยั อยา่ งกวา้ งขวาง โดยพยายามสกดั สารสาคญั จาก
สมุนไพรเพื่อให้ไดส้ ารท่ีบริสุทธ์ิ ศึกษาคุณสมบัติทางด้านเคมี ฟิ สิกส์ของสาร เพื่อให้
ทราบว่าเป็นสารชนิดใด ตรวจสอบฤทธ์ิดา้ นเกสัชวิทยา ในสัตว์ทดลองเพอ่ื ดูให้ไดผ้ ลดีใน
การรักษาโรคหรือไม่เพียงใด ศึกษาความเป็ นพิษเละผลข้างเคียง เมื่อพบว่าสารชนิดใด
ให้ผลในการรักษาท่ีดี โดยไม่มีพิษหรือมีพิษข้างเคียงน้อยจึงนาสารน้ันมาเตรียมเป็ นยา
รูปแบบ ที่เหมาะสมเพื่อทดลองใชต้ อ่ ไป
3. การแปรรูปสมนุ ไพรเพอื่ การจาหน่าย
สมนุ ไพรถกู นามาใชส้ ารพดั ประโยชน์ และถกู แปรรูปออกมาในเบบต่างๆ เพ่อื การ
จาหน่ายซ่ึงสามารถนามาใชป้ ระกอบอาชีพ ท้งั อาชีพหลกั และอาชีพเสริมได้ ส่ิงสาคญั ท่ีสุดของ
การแปรรูปสมุนไพร คอื การปรุงสมนุ ไพร
การปรุงสมุนไพร หมายถึง การสกดั เอาตวั ยาออกมาจากเน้ือไมย้ า สารทีใ่ ชสั กดั เอา
ตวั ยาออกมาทนี่ ิยมใชก้ นั ไดแ้ ก่ น้าและเหลา้ สมุนไพรท่ีนามาปรุงตามภมู ิปัญญาด้งั เดิม
มี 7 รูปแบบ คอื
1. การต้ม เป็นการสกดั ตวั ยาออกมาจากไมย้ าดว้ ยน้าร้อนเป็นวิธีที่นิยมใชม้ ากที่สุดใชก้ บั
ส่วนของเน้ือไมท้ ี่แน่นและแขง็ เช่น ลาตน้ และราก ซ่ึงจะตอ้ งใชก้ ารตม้ จึงจะไดต้ วั ยาท่ีเป็น
สารสาคญั ออกมา ขอ้ ดีของการตม้ คอื สะอาด ปลอดจากเช้ือโรค มี 3 ลกั ษณะ การตม้ กินต่างน้า
คอื การตม้ ใหเ้ ดือดก่อน แลว้ ตม้ ดว้ ยไฟออ่ นอีก 10 นาที หลงั จากน้นั นามากินแทนน้า การตม้
เคี่ยว คอื การตม้ ให้เดือดอ่อน ๆ ใชเ้ วลาตม้ 20 - 30 นาที การตม้ 3 เอา 1 คือ การตม้ จากน้า 3
ส่วน ใหเ้ หลือเพยี ง 1 ส่วน ใชเ้ วลาตม้ 30 - 45 นาที
~2~
2. การชง เป็นการสกดั ตวั ยาสมนุ ไพรดว้ ยน้าร้อน ใชก้ บั ส่วนท่ีบอบบาง เช่น ใบ ดอกที่
ไม่ตอ้ งการโดนน้าเดือดนานๆ ตวั ยาก็ออกมาได้ วธิ ีการชง คือ ใหน้ ายาใส่แกว้ เตมิ น้าร้อนจดั
ลงไป ปิ ดฝาแกว้ ท้ิงไวค้ นเยน็ ลกั ษณะน้ีเป็นการปลอ่ ยตวั ยาออกมาเตม็ ที่
3. การใช้น้ามนั ตวั ยาบางชนิดไมย่ อมละลายน้า แมว้ ่าจะตม้ เค่ียวแลว้ ก็ตาม ส่วนใหญ่
ยาท่ลี ะลายน้าจะไม่ละลายในน้ามนั เช่นกนั จึงใชน้ ้ามนั สกดั ยาแทน แตเ่ นื่องจากยาน้ามนั ทา
แลว้ เหนียวเหนอะหนะ เป้ื อนเส้ือผา้ จึงไมน่ ิยมใชก้ นั
4. การดองเหล้า เป็นการใชก้ บั ตวั ของสมนุ ไพรที่ไมล่ ะลายน้า แต่ละลายไดด้ ีในเหลา้
หรือแอลกอฮอล์ การดองเหลา้ มกั มีกล่นิ แรงกว่ายาตม้ เนื่องจากเหลา้ มกี ลน่ิ ฉุน และหากกิน
บอ่ ยๆอาจทาให้ติดได้ จึงไม่นิยมกินกนั จะใชต้ ่อเมอื่ กินยาเมด็ หรือยาตม้ แลว้ ไม่ไดผ้ ล
5. การต้มค้ันเอาน้า เป็นการนาเอาส่วนของตน้ ไมท้ ม่ี นี ้ามากๆอ่อนนุ่ม ตาแหลกงา่ ย เช่น
ใบ หัวหรือเหงา้ นามาตาใหล้ ะเอยี ดและค้นั เอาแตน่ ้าออกมา สมนุ ไพรทใี่ ชว้ ธิ ีการน้ีกินมาก
ไมไ่ ดเ้ ช่นกนั เพราะน้ายาทไี่ ดจ้ ะมีกลนิ่ และรสชาติที่รุนแรง ตวั ยาเขม้ ขน้ มาก ยากทีะ่ กลนื เขา้
ไปที่เดียว ฉะน้นั กินคร้ังละหน่ึงถว้ ยชาก็พอแลว้
6. การบดเป็ นผง เป็นการนาสมนุ ไพรไปอบหรือตากแห้งแลว้ บดใหเ้ ป็นผงสมนุ ไพรที่
เป็นผงละเอยี ดมาก ยงิ่ มสี รรพคุณดี เพราะจะถูกดูดซึมสู่ลาไส้งา่ ย จึงเขา้ สู้ร่างกายไดร้ วดเร็ว
สมนุ ไพรผง ชนิดใดทก่ี ินยากก็จะใชป้ ้ันเป็นเม็ดที่เรียกวา่ "ยาลูกกลอน"โดยใชน้ ้าเช่ือม น้าขา้ ว
หรือน้าผ้งึ เพื่อให้ติดกนั เป็นเมด็ ส่วนใหญ่นิยมใชน้ ้าผ้งึ เพราะสามารถเกบ็ ไวไ้ ดน้ านโดยไม่
ข้นึ รา
7. การฝน เป็นวิธีการท่ีหมอพ้ืนบา้ นนิยมกนั มาก วิธีการฝน คอื หาภาชนะใส่น้าสะอาด
ประมาณคร่ึงหน่ึงแลว้ นาหินลบั มีดเลก็ ๆ จมุ่ ลงไปในน้า หินโผลเ่ หนือน้าเล็กนอ้ ย นาสมุนไพร
มาฝนจนไดน้ ้าสีขุ่นเลก็ นอ้ ย กินคร้ังละ 1 แกว้
~3~
ลกั ษณะของผู้ทจ่ี ะประกอบอาชีพผลิตภณั ฑ์สมนุ ไพรในการปรุงผลติ ภณั ฑ์จากสมนุ ไพร
ผ้ปู รุงต้องรู้จักหลกั การปรุงผลิตภณั ฑ์จากสมนุ ไพร 4 ประการ คือ
1. เภสัชวตั ถุ ผูป้ รุงตอ้ งรู้จกั ช่ือ และลกั ษณะของเภสชั วตั ถทุ ้งั 3 จาพวก คือ พชื วตั ถุ สตั วว์ ตั ถุ
และธาตวุ ตั ถุ รวมท้งั รูป สี กลิ่นและรสของเภสชั วตั ถุน้นั ๆ ตวั อยา่ งเช่น กะเพรา เป็นไมพ้ ุ่มขนาด
เลก็ มี 2 ชนิด คือ กะเพราแดงและกะเพราขาว ใบมกี ล่ินหอม รสเผด็ ร้อน หลกั ของการปรุงยาขอ้
น้ี จาเป็นตอ้ งเรียนรู้จากของจริง
2. สรรพคณุ เภสชั ผปู้ รุงตอ้ งรู้จกั สรรพคุณของยา ซ่ึงสัมพนั ธ์กบั รสของสมุนไพรเรียกวา่ รส
ประธาน แบง่ ออกเป็น
2.1 สมุนไพรเยน็ ไดแ้ ก่ ยาทป่ี ระกอบดว้ ย ไมท้ ่ีรสไมเ่ ผด็ ร้อน เช่น เกษรดอกไม้
สตั วเ์ ขา (เขา 7 ชนิด ) เนาวเข้ียว (เข้ยี วสตั ว์ 9 ชนิด) และของท่ีเผาเป็น ถา่ น
ตวั อยา่ งเช่นยามหานิลหา ยามหากาฬ เป็นตนั ยากลมุ่ น้ีใชส้ าหรับรกั ษาโรค หรือ
อาการผดิ ปรกติทางเตโชธาตุ (ธาตไุ ฟ)
2.2 สมนุ ไพรรสร้อน ไดแ้ ก่ ยาที่นาเอาเบญจกลู ตรีกฏก หัสคณุ ขงิ
และข่ามาปรุงตวั อยา่ งเช่น ยาแผนโบราณท่ีเรียกว่ายาเหลืองท้งั หลาย ยากลมุ่ น้ีใช้
สาหรบั รกั ษาโรค และอาการผดิ ปรกติทางวาโยธาตุ (ธาตุลม)
2.3 สมนุ ไพรรสสุขุม ไดแ้ ก่ ยาท่ีผสมดว้ ย โกฐ เทียน กฤษณา กระลาพกั ชะลดู อบเชย
ขอนดอก และแก่นจนั ทน์เทศ เป็นตน้ ตวั อยา่ งเช่น ยาหอมท้งั หลาย ยากลุ่มน้ี ใช้รักษา
ความผดิ ปรกติทางโลหิต นอกจากรสประธานของสมนุ ไพรดงั ทก่ี ล่าวน้ี เภสัชวตั ถุยงั มี
รสต่างๆ อกี 9 รส คอื รสฝาด รสหวาน รสเบ่ือเมา รสขม รสมนั รสหอมเยน็ รสเคม็ รส
เปร้ียว และรสเผด็ ร้อน ในตาราสมนุ ไพร แผนโบราณ บางตาราไดเ้ พิม่ รสจืดอีกรสหน่ึง
~4~
3. คณะเภสัช ผปู้ รุงสมนุ ไพรตอ้ งรู้จกั เคร่ืองสมุนไพรทปี่ ระกอบดว้ ยเภสัชวตั ถมุ ากกวา่ 1 ชนิดท่ี
นามารวมกนั แลว้ เรียกเป็นชื่อเดียว ตวั อยา่ ง เช่น
ทเวคนั ธา หมายถงึ เคร่ืองสมุนไพรที่ประกอบดว้ ยเภสชั วตั ถุ 2 ชนิด คอื
รากบุนนาค และ รากมะทราง
ตรีสุคนธ์ หมายถึงเคร่ืองสมนุ ไพรทป่ี ระกอบดว้ ยเภสชั วตั ถุ 3 ชนิด คือ รากอบเชยเทศ
รากอบเชยไทย และรากพมิ เสน เป็นตน้
4. เภสชั กรรม ผูป้ รุงสมุนไพรตอ้ งรู้จกั การปรุงยาซ่ึงมีส่ิงท่คี วรปฏิบตั ิ คอื
4.1 พจิ ารณาตวั สมุนไพรวา่ ใชส้ ่วนไหนของเภสชั วตั ถุ เช่น ถา้ เป็นพชื วตั ถุ จะใชส้ ่วนเปลือก
ราก หรือดอก ใชส้ ดหรือแหง้ ตอ้ งแปรสภาพก่อนหรือไม่ ตวั อยา่ ง สมนุ ไพรที่ตอ้ งแปรสภาพ
กอ่ นไดแ้ ก่ เมล็ดสลอด เพราะสมุนไพรน้ีมีฤทธ์ิแรง จึงตอ้ งแปรสภาพเพ่ือลดฤทธ์ิเสียกอ่ น
4.2 ดูขนาดของตวั สมนุ ไพรยา ว่าใชอ้ ยา่ งละเท่าไร และผปู้ รุงสมนุ ไพรควรมีความรู้ ในมาตรา
โบราณ ซ่ึงใชส้ ่วนต่างๆ ของร่างกาย หรือเมลด็ พชื ท่เี ป็นที่รู้จกั คุน้ เคย มาเป็นตวั เทียบขนาด
เช่น คาว่าองคลุ ี หมายถงึ ขนาดเท่า 1 ขอ้ ของนิ้วกลาง กลอ่ มหมายถึงขนาดเท่ากบั เมล็ดมะกล่า
ตาหนู เละกล่าหมายถงึ ขนาดเท่ากบั เมล็ดมะกล่าตาชา้ ง เป็นตน้
4. การขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารและยา (ขอเครื่องหมาย อย.)
ผลติ ภณั ฑท์ ผี่ ลิตเพ่ือจาหน่ายมีจานวนหน่ึงที่เป็นผลิตภณั ฑท์ ค่ี าบเก่ียว หรือก้าก่ึงวา่ จะ
เป็นยาหรืออาหาร เพอื่ ป้องกนั ความสับสนในเร่ืองน้ีสานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา
จึงกาหนดแนวทางในการพิจารณาว่า ผลิตภณั ฑใ์ ดที่จดั เป็นอาหารลกั ษณะดงั น้ี
1.เป็นวตั ถทุ ม่ี ีในตาราท่ีรฐั มนตรีประกาศตามพระราชบญั ญตั ิยาและเป็นไดท้ ้งั ยาและอาหาร
2. มขี อ้ บง่ ใชเ้ ป็นอาหาร
3. ปริมาณการใชไ้ ม่ถงึ ขนาดท่ใี ชใ้ นการป้องกนั หรือบาบดั รกั ษาโรค
4. ขอ้ ความในฉลากและโฆษณาอาหารท่ผี สมสมนุ ไพรไมจ่ ดั เป็นยาน้นั ตอ้ งไมม่ ีการแสดง
สรรพคุณเป็นยากล่าว คือ ป้องกนั บรรเทา บาบดั หรือ รกั ษาโรคตา่ ง ๆ
5. การแปรรูปอาหาร การแบ่งกล่มุ ผลติ ภณั ฑอ์ าหาร
~5~
อาหารแบง่ ตามลกั ษณะการขออนุญาตผลิต ออกเป็น 2 กลมุ่ คอื
1. กลมุ่ อาหารทีไ่ มต่ อ้ งมเี คร่ืองหมาย อย.
อาหารกลุ่มน้ี ส่วนใหญเ่ ป็นอาหารทไี่ ม่แปรรูปหรือถา้ แปรรูปก็จะใชก้ ระบวนการผลิตงา่ ยๆ
ในชุมชน ผบู้ ริโภคจะตอ้ งนามาปรุงหรือผ่านความร้อนกอ่ นบริโภค อาหารกลุ่มน้ีผูผ้ ลติ ท่ีมี
สถานท่ผี ลิตไมเ่ ขา้ ข่ายโรงงาน (ใชอ้ ปุ กรณห์ รือเคร่ืองจกั รต่ากวา่ 5 แรงมา้ หรือคนงานนอ้ ย
กว่า 7 คน) สามารถผลติ จาหน่ายไดโ้ ดยไมต่ อ้ งมาขออนุญาตจากสานกั งานคณะกรรมการ
อาหารและยา หรือสานกั งานสาธารณสุขจงั หวดั แต่ตอ้ งแสดงฉลากอาหารทถี่ กู ตอ้ งไวด้ ว้ ย
2. กลมุ่ อาหารทีต่ อ้ งมเี ครื่องหมาย อย.
อาหารกลุม่ น้ีเป็นอาหารทีม่ ีการแปรรูปเป็นอาหารก่ึงสาเร็จรูปหรืออาหารสาเร็จรูปแลว้ ซ่ึง
อาจกอ่ ให้เกิดความเสี่ยงตอ่ ผูบ้ ริโภคในระดบั ต่า ปานกลางหรือสูง แลว้ แตก่ รณี ไดแ้ ก่ อาหาร
ทต่ี อ้ งมีฉลาก อาหารกาหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน หรืออาหารควบคมุ เฉพาะดงั น้นั จึง
จาเป็นตอ้ งขออนุญาตสถานท่ีผลิตอาหารและขอข้นึ ทะเบียนตารับอาหาร หรือจดทะเบยี น
อาหาร หรือเเจง้ รายละเอยี ดของอาหารแต่ละชนิดแลว้ แตก่ รณี ไดท้ ี่สานกั งานคณะกรรมการ
อาหารและยาหรือตวั อยา่ งผลิตภณั ฑ์จากสมนุ ไพรท่ีไม่เขา้ ขา่ ยการเป็นยาไดแ้ ก่ สบสู่ มนุ ไพร
แชมพสู ระผม สมุนไพร ผงขดั ผิวสมนุ ไพร เกลือผสมสมุนไพรสาหรับขดั ผิว เทียนหอม
เคร่ืองดื่มจากสมุนไพร น้าหอมปรบั อากาศจากสมนุ ไพร น้าจิม้ น้าซอสปรุงรสผสมสมนุ ไพร
ผลิตภณั ฑส์ มุนไพรอบแห้ง พร้อมรับประทาน ลกู อมสมนุ ไพร ชาสมุนไพรสาเร็จรูปพร้อม
ชง เป็นตน้ ส่วนตวั อยา่ งผลิตภณั ฑ์จากสมุนไพรท่ีเขา้ ข่ายเป็นยาไดแ้ ก่ สมุนไพรลดน้าหนกั
เคร่ืองสาอางบารุงผิว แกอ้ าการทางผิวหนงั หรือทาให้ขาว เคร่ืองด่ืมสมนุ ไพรทมี่ สี รรพคณุ
รกั ษา บาบดั หรือบรรเทาอาการจากโรคต่างๆ เป็นตน้
~6~
แบบทดสอบ
จงเลอื กคาตอบที่ถูกเพยี งข้อเดยี ว ( 1 ข้อ 1 คะแนน )
ขอ้ ที่ 1. ขอ้ ใด กล่าวผดิ เกี่ยวกบั สมนุ ไพรกบั บทบาททางเศรษฐกิจ
ก. รฐั ส่งเสริมให้ปลกู พืชสมุนไพร
ข. ไมต่ อ้ งขออนุญาติมเี คร่ืองหมาย อย.
ค. เป็นวธิ ีหน่ึงท่ีจะช่วยประเทศชาติประหยดั เงินตราในการสั่งซ้ือยา
ง. กระทรวงสาธารณสุขไดด้ าเนินโครงการสมุนไพรกบั สาธารณสุขมูลฐาน
ขอ้ ที่ 2. สมุนไพรท่ีนามาปรุงตามภูมิปัญญาด้งั เดิมมกี ี่รูปแบบ
ก. 5 รูปแบบ
ข. 6 รูปแบบ
ค. 7 รูปแบบ
ง. 8 รูปแบบ
ขอ้ ท่ี 3. ทเวคนั ธา หมายถึง
ก. เคร่ืองสมนุ ไพรที่ประกอบดว้ ยเภสชั วตั ถุ 2 ชนิด
ข. เคร่ืองสมนุ ไพรท่ปี ระกอบดว้ ยเภสัชวตั ถุ 3 ชนิด
ค. เครื่องสมุนไพรทีป่ ระกอบดว้ ยเภสัชวตั ถุ 4 ชนิด
ง. เคร่ืองสมนุ ไพรทีป่ ระกอบดว้ ยเภสัชวตั ถุ 5 ชนิด
ขอ้ ที่ 4. ตรีสุคนธ์ หมายถงึ เคร่ืองสมุนไพรที่ประกอบดว้ ยเภสชั วตั ถุ 3 ชนิด คอื
ก. รากอบเชยเทศ, รากบุนนาค , รากมะทราง
ข. รากอบเชยเทศ, รากอบเชยไทย, รากบุนนาค
ค. รากอบเชยเทศ, รากบุนนาค, รากพมิ เสนตน้
ง. รากอบเชยเทศ, รากอบเชยไทย, รากพิมเสนตน้
~7~
เฉลยแบบทดสอบ
ขอ้ 1.
ขอ้ ก. (ผิด) หากผเู้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงวา่ ผเู้ รียนยงั ไมเ่ ขา้ ใจ ควรอา่ นทบทวนใหม่
ขอ้ ข. (ถกู ตอ้ ง) หากผูเ้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงวา่ ผูเ้ รียนเขา้ ใจเร่ืองสมนุ ไพร
ขอ้ ค. (ผิด) หากผเู้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงวา่ ผูเ้ รียนยงั ไมเ่ ขา้ ใจ ควรอา่ นทบทวนใหม่
ขอ้ ง. (ผดิ ) หากผเู้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงว่า ผูเ้ รียนยงั ไมเ่ ขา้ ใจ ควรอา่ นทบทวนใหม่
ขอ้ 2.
ขอ้ ก. (ผดิ ) หากผูเ้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงวา่ ผเู้ รียนยงั ไม่เขา้ ใจ ควรอ่านทบทวนใหม่
ขอ้ ข. (ผิด) หากผเู้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงว่า ผเู้ รียนยงั ไมเ่ ขา้ ใจ ควรอ่านทบทวนใหม่
ขอ้ ค. (ถกู ตอ้ ง) หากผูเ้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงวา่ ผูเ้ รียนเขา้ ใจเรื่องสมุนไพร
ขอ้ ง. (ผิด) หากผเู้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงวา่ ผเู้ รียนยงั ไมเ่ ขา้ ใจ ควรอ่านทบทวนใหม่
ขอ้ 3.
ขอ้ ก. (ถูกตอ้ ง) หากผูเ้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงว่า ผูเ้ รียนเขา้ ใจเรื่องสมุนไพร
ขอ้ ข. (ผดิ ) หากผูเ้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงวา่ ผูเ้ รียนยงั ไมเ่ ขา้ ใจ ควรอ่านทบทวนใหม่
ขอ้ ค. (ผดิ ) หากผูเ้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงว่า ผูเ้ รียนยงั ไม่เขา้ ใจ ควรอ่านทบทวนใหม่
ขอ้ ง. (ผดิ ) หากผเู้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงว่า ผเู้ รียนยงั ไมเ่ ขา้ ใจ ควรอา่ นทบทวนใหม่
ขอ้ 4.
ขอ้ ก. (ผิด) หากผูเ้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงว่า ผูเ้ รียนยงั ไม่เขา้ ใจ ควร อา่ นทบทวนใหม่
ขอ้ ข. (ผิด) หากผเู้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงว่า ผเู้ รียนยงั ไมเ่ ขา้ ใจ ควร อา่ นทบทวนใหม่
ขอ้ ค. (ผดิ ) หากผูเ้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงวา่ ผเู้ รียนยงั ไม่เขา้ ใจ ควร อา่ นทบทวนใหม่
ขอ้ ง. (ถกู ตอ้ ง) หากผเู้ รียนตอบขอ้ น้ี แสดงวา่ ผเู้ รียนเขา้ ใจเร่ืองสมุนไพร
~8~
กิจกรรมท้ายบท
1. ให้ผเู้ รียนศึกษาคน้ ควา้ สมุนไพร อยา่ งนอ้ ย 10 ชนิด มสี รรพคุณอะไรบา้ ง ผา่ นช่องทาง
อนิ เตอร์เน็ต แลว้ สรุปมาอยา่ งนอ้ ย 5 หนา้ กระดาษ A4
2. ให้ผเู้ รียนอธิยายถึงสมุนไพรว่าสามารถแปรรูปทาผลติ ภณั ฑอ์ ะไรไดบ้ า้ ง แลว้ สรุปมาอยา่ ง
นอ้ ย 1 หนา้ กระดาษ A4
3. ใหผ้ เู้ รียนศึกษาชนิดอาหารอะไร จะตอ้ งขออนุญาตการผลิตจากคณะกรรมการ
อาหารและยา (อย.) หรือใช้เอกสารในการขออนุญาตอะไรบา้ ง อธิบายมาพอสงั เขป
ช่องทางการส่งกิจกรรม
ขอใหผ้ เู้ รยี นทำกจิ กรรมแลว้ เขยี นลงบนกระดำษ A4
ถำ่ ยรปู สง่ ใหค้ รผู ำ่ นทำง กลุม่ LINE
ใหน้ กั เรยี นทกุ คนทำแบบประเมนิ เมอ่ื เสร็จสนิ้ กำรเรยี นรู้ ตำม
…LINK...
https://clck.ru/SsDtt
~9~
ที่ปรึกษา คณะผ้จู ัดทา
นายวรรณวจิ กั ษณ์ กศุ ล คร้ังที่ 1 (วันที่ 17-19 มิถนุ ายน 2563)
ดร.สุธี วรประดษิ ฐ
ผอู้ านวยการ สานกั งาน กศน.จงั หวดั ตราด
คณะดาเนินงาน ศกึ ษานิเทศก์ สานกั งาน กศน.จงั หวดั ตราด
นางสาวสุวรรณา สิงห์ภู่ หัวหนา้ กลมุ่ ยทุ ธศาสตร์และการพฒั นา สานกั งาน กศน .จงั หวดั ตราด
นายอนิรุทธ์ ตนั ตระกูล ครู กศน.ตาบลแหลมกลดั
นางลาวลั ย์ ญาตโิ พธ์ิ ครู กศน.ตาบลชา้ งทนู
นางสาวจุไรรตั น์ ตอ่ โชติ บรรณรักษอ์ ตั ราจา้ ง ห้องสมดุ เฉลมิ ราชฯ อาเภอเขาสมิง
คร้ังท่ี 2 (วันที่ 21-24 ธนั วาคม 2563)
ทป่ี รึกษา
ว่าทรี่ อ้ ยโทจานงค์ นนทะมาศ ผอู้ านวยการ สานกั งาน กศน.จงั หวดั ตราด
ดร.สุธี วรประดิษฐ ศึกษานิเทศก์ สานกั งาน กศน.จงั หวดั ตราด
นางภาวณิ ี วรประดิษฐ ขา้ ราชการบานาญ
นายภกั ดี พงษไ์ พบูลย์ ขา้ ราชการบานาญ
คณะดาเนนิ งาน
นางสาวสุวรรณา สิงห์ภู่ หัวหน้ากลุ่มอานวยการ สานกั งาน กศน .จงั หวดั ตราด
นางสาวหงษฟ์ ้า ปัสบาล ครูผชู้ ่วย กศน.อาเภอเมอื งตราด
นายอนิรุทธ์ ตนั ตระกูล ครู กศน.ตาบลแหลมกลดั
นางลาวลั ย์ ญาติโพธ์ิ ครู กศน.ตาบลชา้ งทนู
นางสาวเนตรนภา บางเพชร ครู กศน.ตาบลตะกาง
นางสาวพิชยา นรมาศ เจา้ หน้าทีบ่ นั ทกึ ขอ้ มูล สานกั งาน กศน. จงั หวดั ตราด
คณะบรรณาธกิ าร
ดร.สุธี วรประดิษฐ ศึกษานิเทศก์ สานกั งาน กศน.จงั หวดั ตราด
นางสาวสุวรรณา สิงหภ์ ู่ หัวหน้ากล่มุ อานวยการ สานกั งาน กศน .จงั หวดั ตราด
นางสาวสุประวีณ์ กลบี สมทุ ร หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการศกึ ษาตามอธั ยาศยั สานกั งาน กศน .จงั หวดั ตราด
นางสาววรรณภสั สร ศรีสวา่ งวรกุล หวั หนา้ กลมุ่ ส่งเสริมการศึกษานอกระบบ สานกั งาน กศน .จงั หวดั ตราด
นายอคั รพล เรียเต็ม พนกั งานขบั รถห้องสมดุ เคลือ่ นท่ี สานกั งาน กศน .จงั หวดั ตราด
ผ้อู อกแบบปก
นางสาวเนตรนภา บางเพชร ครู กศน.ตาบลตะกาง
ผ้คู วบคมุ การดาเนินงาน
ดร.สุธี วรประดิษฐ ศึกษานิเทศก์ สานกั งาน กศน.จงั หวดั ตราด
นางสาวสุประวีณ์ กลบี สมุทร หัวหนา้ กลมุ่ ส่งเสริมการศกึ ษาตามอธั ยาศยั สานกั งาน กศน .จงั หวดั ตราด
~ 10 ~
~ 11 ~