ชวี ติ สดใส พอใจเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1
ชวี ติ สดใส พอใจเศรษฐกจิ พอเพียง
เศรษฐกจิ พอเพยี งกับทฤษฎีใหม่เป็นแนวทางปฏิบัติ เพอ่ื ตอ้ งการให้คน
สามารถพง่ึ พาตนเองได้ในระดับตา่ ง ๆอยา่ งเป็นข้ันตอน โดยลดความเส่ียงเกย่ี วกบั
ความผนั แปรของธรรมชาติ หรือการเปลี่ยนแปลงของปจั จยั ต่างๆโดยอาศัยความ
พอประมาณและความมีเหตมุ ผี ล การสร้างความรู้ ความขยนั หมัน่ เพยี ร ความอดทน
สติปัญญา การช่วยเหลอื ซ่งึ กนั และกนั และความสามคั คี
1. ความเป็ นมาของทฤษฎใี หม่
ตลอดระยะเวลาท่ีพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวทรงครองราชยน์ ้นั
พระองคไ์ ด้เสดจ็ พระราชดาเนินแปรพระราชฐานไปประทบั แรมยงั ภมู ิภาคตา่ งๆทั่ว
ประเทศ พระราชประสงคท์ ่ีแท้จริงของพระองคค์ อื การเสด็จฯออก เพอื่ ซักถามและ
รับฟังความทุกข์ยากในการดาเนินชวี ิตของพสกนกิ รชาวไทย ซ่งึ ปญั หาหลกั ของ
เกษตรกรในอดตี จนถงึ ปัจจบุ นั ที่สาคญั ประการหน่งึ คอื การขาดแคลนน้าเพือ่
เกษตรกรรมซ่งึ เป็นพื้นท่สี ว่ นใหญ่ของประเทศ ทอี่ ย่ใู นเขตทีม่ ฝี นค่อนขา้ งน้อย และ
ส่วนมากเป็นนาข้าวและพืชไร่ เกษตกรยงั คงทาการเพาะปลกู ไดป้ ี ละคร้ังในชว่ งฤดู
ฝนเทา่ น้ัน และมีความเสี่ยงกบั ความเสียหายอนั เนื่องมาจากความแปรปรวนของดิน
ฟ้า อากาศ และฝนท้งิ ช่วง แมว้ ่าจะมกี ารขุดบอ่ หรือสระเกบ็ น้าไวใ้ ช้บ้างแต่ก็ไม่มี
ขนาดแน่นอน ดว้ ยเหตุนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวจงึ ได้พระราชทาน
พระราชดาริเพ่ือเป็นการช่วยเหลือเกษตกรทป่ี ระสบความยากลาบากดงั กลา่ วให้
สามารถ ผ่านพน้ ชว่ งเวลาวกิ ฤต โดยเฉพาะการขาดแคลนน้าไดโ้ ดยไม่เดือดร้อนและ
ยากลาบากนกั พระราชดาริน้ี ทรงเรียกว่า "ทฤษฎีใหม่" อันเป็นแนวทางหรือหลกั การ
ในการบริหารจัดการท่ดี นิ และน้าเพอ่ื การเกษตรในที่ดนิ ขนาดเลก็ ใหเ้ กิดประโยชน์
สงู สุด
2
2. หลกั การและขน้ั ตอนของกษตรทฤษฎีใหม่
แนวคิดใหม่ในการบริหารจัดการท่ีดินของเกษตรกรใหม้ สี ัดส่วน
ในการใชพ้ ้ืนทีด่ ินใหเ้ กดิ ประโยชน์สูงสดุ ตามแนวทางทฤษฎใี หม่ มหี ลกั การและ
ขั้นตอนดงั น้ี
1. ทฤษฎใี หม่ข้นั ต้น หลกั การของทฤษฎีใหมข่ น้ั ต้นประกอบด้วย
1) มีทีด่ ิน สาหรบั การจัดแบ่งแปลงท่ีดนิ เพ่อื ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสดุ น้ี
พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว ทรงคานวณจากอตั ราถือครองที่ดนิ เฉลย่ี คร้วั เรือนละ
15 ไร่ อย่างไรกต็ ามหากเกษตรกรมพี นื้ ทถี่ ือครองน้อยกวา่ หรือมากกวา่ น้ี ก็สามารถ
ใช้อัตราส่วน 30: 30 :30 : 10 ดังน้ี
พื้นทีส่ ่วนที่ 1 ร้อยละ 30 ให้ชดุ สระเก็บกักน้า เพอ่ื ใช้กบ็ กกั น้าในฤดูฝน
และใชเ้ สริมการ ปลูกพืชในฤดูแล้ง ตลอดจนการเล้ยี งสตั วน์ ้า และพืชน้าต่างๆ
พืน้ ท่ีส่วนท่ี 2 ร้อยละ 30 ใหป้ ลกู ขา้ วในฤดูฝนเพอื่ ใช้เป็นอาหาร
ประจาวนั สาหรบั ครอบครวั ใหเ้ พยี งพอตลอดปี เพ่อื ตัดคา่ ใช้จา่ ยและพง่ึ ตนเองได้
พ้นื ทีส่ ่วนท่ี 3 ร้อยละ 30ใหป้ ลกู พืขผกั พืชไร่
พชื สมนุ ไพรไม้ผลไมย้ ืนตัน ฯลฯ เพือ่ ใช้เป็นอาหารประจาวนั หากเหลอื บริโภคก็
นาไปจาหน่าย
พื้นทส่ี ่วนที่ 4 ร้อยละ 10 เป็นท่อี ยู่อาศยั
เล้ยี งสัตว์ และโรงเรือนอื่นๆ
3
2. หลกั การและขนั้ ตอนของกษตรทฤษฎใี หม่ (ต่อ)
2) มีความสามัคคี เน่อื งจากการเกษตรทฤษฎใี หม่ขนั้ ตันเป็นระบบ
การผลิตแบบพอเพยี งท่ีเกษตรกรสามารถเลย้ี งตัวเองไดใ้ นระดับทปี่ ระหยดั ก่อน
ท้งั น้ชี ุมชนตอ้ งมคี วามสามัคคี ร่วมมอื ร่วมใจในการช่วยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั
ทานองเดียวกบั การลงแแบบดั้งเดมิ เพ่ือลดคา่ ใช้จา่ ย
3) ผลผลติ เนื่องจากข้วเป็นปัจจยั หลกั ทีท่ กุ ครวั เรือนจะตอ้ งบริโภค
ดังน้ัน จงึ ประมาณวา่ ครอบครวั หน่งึ ทานา 5 ไร่ จะทาให้มขี ้าวพอกินตลอดปี โดย
ไม่ตอ้ งซ้อื เพอื่ ยดึ หลักพึ่งตนเองได้
4) มนี ้า เน่ืองจากาทาการเกษตรทฤษฎีใหมต่ อ้ งมนี ้า เพอ่ื การ
เพาะปลกู สารองไวใ้ ช้ในดูแล้ง ดงั น้นั จึงจาป็นต้องกนั ทดี่ ินส่วนหน่งึ ไวข้ ดุ สระน้า
โดยมีหลักว่าต้องมีน้าเพยี งพอที่จะทาการเพาะปลกู ไดต้ ลอดปี
2. ทฤษฎีใหม่ขั้นท่ีสอง หรือเรียกว่า ทฤษฎีใหมข่ ัน้ กา้ วหน้าเป็นช้นั ท่ี
เกษตรกรจะพฒั นาตนเองไปส่ชู ้นั พออยพู่ อกนิ เพื่อให้มีผลสมบูรณย์ ่ิงข้นึ โดยให้
เกษตรกรรวมพลงั กันในรูปกลุ่มหรือ สหกรณร์ ่วมแรงร่วมใจกนั ดาเนนิ การในด้าน
ตา่ งๆดงั น้ี
1) ดา้ นการผลิต เกษตรกรจะต้องร่วมมอื ในการผลิตโดยเริ่มตง้ั แต่
ขัน้ เตรียมดนิ การหาพนั ธ์ุพชื ป๋ ุย การหาน้า และอื่นๆ เพ่ือการเพาะปลกู
2) ด้านการตลาด เมอื่ มีผลผลติ แลว้ จะตอ้ งเตรียมการต่าง ๆเพื่อการ
ขายผลผลติ ใหไ้ ดป้ ระโยชนส์ ูงสดุ เชน่ การเตรียมลานตากขา้ วร่วมกันการจดั หายงุ้
รวบรวมขา้ ว เตรียมเครื่องสีข้าวตลอดจนการรวมกนั ขายผลผลิตใหไ้ ด้ราคาดี และ
ลดค่าใชจ้ า่ ยลงดว้ ย
4
2. หลักการและขั้นตอนของกษตรทฤษฎีใหม่ (ต่อ)
3) ดา้ นความเป็ นอยู่ เกษตรกรตอ้ งมีความป็นอยู่ท่ีดีพอสมควรโดยมี
ปัจจยั พ้ืนฐานในการดารงชวี ติ เชน่ อาหาร ท่ีอยู่อาศยั เคร่ืองน่งุ หม่ เป็น
4) ดา้ นสวสั ดกิ าร แต่ละชมุ ชนควรมีสวสั ดิการและบริการทจ่ี าเป็น
เช่น สถานีอนามยั เม่อื ยามเจ็บไข้หรือมีกองทุนไวก้ ยู้ ืมเพอื่ ประโยชนนกิจกรรมต่าง
ๆ ของชุมชน
5) ด้านการศกึ ษา ชมุ ชนควรมีบทบาทในการส่งเสริมการศกึ ษา เช่น
มกี องทนุ เพือ่ การศกึ ษา ใหแ้ ก่ เยาวชนในชมุ ชน
6) ด้านสงั คมและศาสนา ชุมชนควรเป็นท่ีรวมในการพฒั นาจิตใจ
และสังคมโดยมีศาสนาเป็นทย่ี ึด
3.ทฤษฎีใหม่ข้นั ที่สาม เป็นข้นั พฒั นาเกษตรกรหรือกล่มุ เกษตรกรให้
กา้ วหน้าด้วยการตดิ ต่อประสานงานพ่ืเอจัดหาทุนหรือแหลง่ เงนิ เชน่ ธนาคาร หรือ
เอกชนมาชว่ ยในการลงทนุ และพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ซ่งึ ทง้ั สองฝ่ายจะได้รับประโยชน์
ร่วมกัน ดงั น้ี
1) เกษตรกรสามารถขายข้าวไดใ้ นราคาสงู โดยไมถ่ กู กดราคา
2) ธนาคารกับบริษทั สามารถซ้อื ข้าวบริโภคในราคาต่า เพราะซอ้ื ขา้ วเปลอื ก
โดยตรงจากเกษตรกรและนามาสีเอง
3) เกษตรรสามารถซ้อื เคร่ืองอุปโภดบริโภคได้ในราคาตา่ เพราะรวมกนั ซ้อื เป็น
จานวนมาก เนื่องจากเป็นกล่มุ สหกรณ์ สามารถซ้อื ได้ในราคาขายสง่
4) ธนาคารกบั บริษทั จะสามารถกระจายบุคคล เพ่ือไปดาเนนิ การในกิจกรรมตา่ งๆ
ใหเ้ กิดผลดีย่ิงขน้ึ
5
3. ประโยชน์ของทฤษฎีใหม่
1. การพ่งึ ตนเองทฤษฎีใหมย่ ดึ ถอื หลักการทีว่ ่า ตนเป็นที่พ่งึ แหง่ ตนโดยมุง่ น้นั
การผลติ พืชผลใหเ้ พียงพอกับความตอ้ งการบริโภคในครัวเรือนป็นอนั ดบั แรก เมอื่
เหลอื พอจากการบริโภคแลว้ จงึ คานึงถงึ การผลติ เพอื่ การคเป็นอนั ดับรองลงมา
ผลผลิตส่วนเกนิ ที่ออกสูต่ ลาดกจ็ ะเป็นกาไรของเกษตรกร
2.ชุมชนเข้มแขง็ ทฤษฎใี หม่ใหค้ วามสาคญั กบั การรวมกลุม่ ของชาวบ้านทั้งน้ี
กลุ่มชาวบ้านจะทาหน้าที่เป็นผดู้ าเนินกจิ กรรมทางเศรษฐกิจต่างๆให้หลากหลาย
ครอบคลมุ่ ทงั้ การเกษตรแบบผสมผสาน ทตั ถกรรมการแปรรูปอาหาร การทาธุรกิจ
การค้าขาย การท่องเทย่ี วระดบั ชุมชน ฯลฯ เม่อื องคก์ รชาวบ้านเหลา่ น้ไี ด้รับการ
พฒั นาใหเ้ ข้มแข็ง และมีเครือขา่ ยที่กวา้ งขวางมากข้นึ แล้ว เกษตรกรในชมุ ชนก็จะ
ไดร้ บั การดูแลใหม้ ีรายได้เพิ่มข้นึ รวมท้ังการไดร้ บั การแกป้ ัญหา ในทกุ ดา้ นเมอื่
เป็นช่นน้เี ศรษฐกจิ โดยรวมของประเทศก็สามารถเติบโตไปไดอ้ ย่างมีเสถยี รภาพ
3. ความสามคั คี ทฤษฎีใหมต่ ง้ั อยู่บนพนื้ ฐานของการมคี วามเมตตา ความเออื้
อาทร และความสามัคคขี องสมาชกิ ในชุมชนในการร่วมมอื ร่วมใจพอ่ื ประกอบ
อาชพี ต่าง ๆใหบ้ รรลุผลสาเร็จ ประโยชนท์ ่เี กดิ ข้นึ จงึ มไิ ด้หมายถึงรายไดแ้ ตเ่ พียง
ด้านเดียว หากแต่รวมถงึ ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ด้วย ได้แก่ การสร้างความมั่นคง
ใหก้ ับสถาบนั ครอบครัวสงั คมชมุ ชนและความสามารถ
ในการอนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดลอ้ ม
6
กรณีตวั อย่าง
ปลูกทุกอย่างที่กนิ กนิ ทกุ อยา่ งทป่ี ลกู ชีวติ เป็นสขุ ไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื
นายบุญเปิ ง จนั ตะ๊ ภา เกษตรกรบนห้วยถ้างปูต้านตาบลไมย้ า อาเภอพญาเมง็ ราย
จงั หวดั เชยี งราย ดานินชวี ิตโดยยึดแนวทางเศรษฐกจิ พอเพยี งจนเป็นทยี่ อมรบั
โดยท่วั ไปเดมิ นายบุญเป็ง จนั ต๊ะภา มฐี านะยากจนเคยออกไปขอทานเพ่ือหาอาหาร
มาใส่ท้อง หลงั จากไปเรียนในวดั ไดน้ าหลกั คณุ รรมใชใ้ นชีวติ และการประกอบ
อาชีพ โดยยึดหลักอิทธิบาท 4 และพรหมวหิ าร 4 ในปี 2529 ไปทางานประเทศ
บรูไน หวงั ให้ฐานะครอบครัวดขี ้นึ แต่ไม่สาเรจ็ จงึ เดินทางกสบั มาเกบ็ งินได้เพียง
สองพนั กว่าบาท ต่อมาไดป้ รบั ความคดิ ว่า ถ้ามีความขยนั เหมือนทางานท่ปี ระเทศ
บรูไน อยู่เมอื งไทยกม็ ีรายไดอ้ ย่างพอเพียงปี 2542 รัฐบาลให้มีการพกั ชาระหน้แี ต่
บุญเบ็ง พกั ไม่ได้ เน่ืองจากมยี อดหน้ีเป็นแสนไดน้ าเอารูปในหลวงมาตั้งสจั อธษิ ฐาน
วา่ ขา้ พเจ้าและครอบครวั จะขยนั เพมิ่ ข้นึ ลด ละ เลกิ ในสิ่งที่ไม่จาเป็นกนิ ทุกอย่งที่
ปลกู ปลูกทกุ อย่างท่กี นิ และจะขอปลดหน้ภี ายใน 4 ปี
แผนชีวิต
ในการดาเนินชวี ติ ทกุ คนตอ้ งการไปใหถ้ งึ เปา้ หมายด้วยกนั ท้ังสิ้นแตก่ ารทจ่ี ะ
ไปถงึ เป้าหมายไดจ้ ะต้องมกี ารวางผนชีวิตทด่ี ี มีความมุง่ มน่ั ในการทจ่ี ะกา้ วไปใหถ้ ึง
การวางแผนอย่างนอ้ ยก็ทาใหเ้ รารู้ว่าเราจะเดนิ ไปทศิ ทางไหนยา้ เตือนว่าตอ้ งทา
อะไร ยงั ไม่ได้ทาอะไร แมแ้ ต่แม่บ้านจะทาอาหารในแต่ละม้อื ยงั ตอ้ งวางแผนและ
เหน็ อาหารจานน้ันอยู่ในจิตนาการเหลือแตอ่ อกไปหาวตั ถดุ ิบและลงมือปรุงอาหาร
ใหส้ าเรจ็ ซ่งึ แม่บ้านกต็ อ้ งเขยี นรายการ วตั ถตุ ิบท่ีต้องซ้อื เป็นการวางแผนกอ่ นปรุง
อาหารซ่งึ จะได้ไม่มีปัญหาวา่ กลับไปบ้านแล้วลมื ซ้อื โดยตอ้ งรูว้ า่ จะปรุงใหเ้ ป็น
อะไร ซ่ึงเรยี กว่าแผนชวี ิต
7
แผนชีวิต (ต่อ)
คอื ส่ิงทเ่ี ราฝนั หรือคาดหวงั อยากจะใหเ้ กดิ ข้นึ จริงในอนาคตโดยเรา
จะตอ้ งวางแผนกาหนดทิศทางหรือแนวทางในการดาเนินชีวติ เพ่อื ให้เราไปถงึ
เป้าหมาย ทาใหเ้ ราเกดิ วามพึงพอใจและสขุ แผนชีวติ มหี ลายด้านเช่นแผนชีวิตด้าน
อาชพี แผนชวี ติ ด้านครอบครวั เป็นตันแผนชวี ิตแตล่ ะคนแตล่ ะครอบครวั จะ
แตกต่างกันข้นึ อยู่กบั ว่าใครจะให้ความสาคัญกบั แผนชีวติ ด้านใดมากกวา่ กัน
แผนด้านการพฒั นาอาชพี ใหม้ องถงึ ศักยภาพที่มีการพฒั นาได้ ความ
ถนัด ความสามารถของตนเอง มองถึงทุนทม่ี ีในชุมชนเชน่ ทรพั ยากร องค์ความรู้ ภู
ปญั ญา แหลง่ เงนิ ทุนการตลาดความตอ้ งการของคนในชุมชนโดยมกี ารจดั การ
ความรู้ของตนเอง เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรูใ้ หม่
แผนชวี ติ ด้านครวั เรือนให้มองถงึ หลักธรรมในการดารงชวี ิต การสร้าง
ภูมิคุ้มกนั ให้กบั คนในครอบครัวที่มีการเรียนรูต้ ลอดชวี ติ เพ่อื นาองค์ความรูม้ าสร้าง
ภูมคิ ้มุ กันที่ดี นอกจากน้กี ารนาบัญชีครวั เรือนมาวเิ คราะหร์ ายจา่ ยทไี่ ม่จาเป็นมา
จัดทาแผนการลดรายจา่ ย เพ่ิมรายได้ และตอ้ งมีการประเมนิ แผนท่ที าดว้ ยว่าสาเร็จ
มากน้อยเพียงใด แผนชีวติ คน้ ครัวเรือนเชน่
(1) การจดั ทาบัญชรี ายรบั - รายจา่ ยในครวั เรือนมีการวางแผนการใช้
จ่าย เชน่ จ่าย 3ส่วน ออม 1ส่วนเพอ่ื ให้เกดิ การมีระเบยี บวนิ ัยในการใช้จา่ ย การลด
ละ เลิกอบายมุข การศกึ ษาใหร้ ูเ้ ท่าทนั กระแสบริโภคนิยมการวางแผนควบคมุ
รายจา่ ยในครวั เรือน
(2) การลดรายจา่ ยในครัวเรือนเช่นการปลกู ผกั สวนครวั การผลติ ปยุ
ชวี ภาพไวใ้ ช้ทดแทนปุยเคมกี ารผลิตผลติ ภัณฑ์เคร่ืองใชภ้ ายในครัวเรือน
8
แผนชวี ติ (ต่อ)
(3) การเพ่มิ รายไดใ้ นครัวเรือนแปรรูปผลผลิต การทาเกษตรแบบ
ผสมผสานปลกู พชื สมนุ ไพร ฯลฯ หรืออาจจะเริ่มจาก การจดั ทาแผนชีวติ ครวั เรือน
อาจจะดาเนินการ ดงั น้ี
1. จัดทาข้อมูลของครัวเรือน
2. ค้นหาศักยภาพของตนเอง ทักษะในการประกอบอาชีพ ทุน
สถานการณใ์ นการประกอบอาชีพ
3. ค้นหาปญั หาของครัวเรือน
4. กาหนดเป้าหมายของครวั เรือนเพอื่ ใหห้ ลุดพนั จากความยากจน
5. วางแผนการแก้ปญั หาของครัวเรือน
6. บนั ทึกการปฏิบตั ติ ามแผน
7. บนั ทกึ การประเมนิ ผล
9
แบบทดสอบ
จงเลอื กคาตอบที่ถูกเพียงข้อเดยี ว ( 1 ข้อ 1 คะแนน )
ข้อท่ี 1. การจัดสรรท่ดี นิ ในการทาการเกษตรตามแนว “การเกษตร
ทฤษฎใี หม”่ แบง่ พนื้ ท่ี สระน้า:ปลูกข้าว:ปลกู พชื :ทอ่ี ยูอ่ าศยั ตาม
หลักได้ถูกตอ้ งตรงกับข้อใด
ก. 30 % : 30 % : 30 % : 10 %
ข. 20 % : 40 % : 10 % : 30 %
ค. 20 % : 30 % : 20 % : 30 %
ง. 20 % : 10 % : 30 % : 40 %
ขอ้ ท่ี2. ลักษณะการใดไมใ่ ชเ่ ศรษฐกจิ พอเพียง
ก. การพงึ่ ตนเองเป็นสาคญั
ข. การสร้างนสิ ัยนยิ มไทย
ค. การบริการดินและน้าอย่างเหมาะสม
ง. การลงทุนขนาดใหญเ่ พอื่ การผลติ สินคา้
ขอ้ ที่ 3.เน้อื ทใ่ี นการทาการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหมจ่ ะตอ้ งมเี น้อื ที่
ประมาณกไ่ี ร่
ก. ประมาณ 5 ไร่
ข. ประมาณ 10 ไร่
ค. ประมาณ 20 ไร่
ง. ประมาณ 30 ไร่
10
แบบทดสอบ(ต่อ)
จงเลือกคาตอบที่ถกู เพยี งขอ้ เดยี ว ( 1 ขอ้ 1 คะแนน )
ข้อที่ 4. ทฤษฎใี หมแ่ ละการดาเนนิ ชวี ติ ตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งมงุ่ แกไ้ ข
ปัญหาในดา้ นใดในสงั คมเป็นสาคญั
ก. ความยากจน
ข. ปญั หาการกอ่ การรา้ ย
ค. ปัญหาความขัดแยง้ ทางสงั คม
ง. ปัญหาความแตกแยกของประชาชน
ข้อที่5.หลักการของทฤษฎีใหมม่ ีท้ังหมดจานวนกข่ี นั้
ก. 2 ขน้ั
ข. 3 ขนั้
ค. 4 ข้ัน
ง. 5 ขัน้
เฉลยแบบทดสอบ 11
12
กิจกรรมท้ายบท
คำชแี้ จง
1. ใหผ้ เู้ รียนศกึ ษาแลว้ อธิบายความเป็นมาของเกษตรทฤษฎใี หม่ แล้วสรุปมาอยา่ งนอ้ ย
2 หน้ากระดาษ A4
2. ให้ผเู้ รียนศึกษาและอธบิ ายแผนชีวิตตามแนวเศรษฐกจิ พอเพียง มาอยา่ งนอ้ ย
1 หนา้ กระดาษ A4
โดยให้ผ้เู รียนทากจิ กรรมแล้วเขยี นลงบนกระดาษ A4
ถา่ ยรปู ส่งให้ครูผา่ นทาง กลุม่ LINE
และนกั เรียนทุกคนทาแบบประเมิน เมอ่ื เสร็จส้ินการเรียนรู้ ตามล้ิงค์
https://clck.ru/SyE36
13
คณะผู้จดั ทำ
คร้ังที่ 1 (วนั ที่ 17-19 มถิ ุนายน 2563)
ที่ปรึกษา
นายวรรณวจิ ักษณ์ กศุ ล ผอู้ ำนวยการ สำนกั งาน กศน.จังหวดั ตราด
ดร.สธุ ี วรประดษิ ฐ ศกึ ษานิเทศก์ สำนกั งาน กศน.จังหวัดตราด
คณะดำเนินงาน
นางสาวสุวรรณา สงิ หภ์ ู่ หัวหนา้ กลุ่มยุทธศาสตรแ์ ละการพฒั นา สำนักงาน กศน.จงั หวัดตราด
นายอนริ ุทธ์ ตนั ตระกูล ครู กศน.ตำบล
นางลาวัลย์ ญาติโพธ์ิ ครู กศน.ตำบล
นางสาวจุไรรัตน์ ต่อโชติ บรรณรักษอ์ ัตราจา้ ง
ครัง้ ท่ี 2 (วันท่ี 21-23 ธันวาคม 2563)
ท่ปี รกึ ษา ผู้อำนวยการ สำนกั งาน กศน.จังหวัดตราด
ศึกษานิเทศก์ สำนักงาน กศน.จังหวดั ตราด
ว่าทร่ี ้อยโทจำนงค์ นนทะมาศ ข้าราชการบำนาญ
ดร.สธุ ี วรประดิษฐ ขา้ ราชการบำนาญ
นางภาวณิ ี วรประดษิ ฐ
นายภกั ดี พงษ์ไพบูลย์
คณะดำเนนิ งาน
นางสาวสุวรรณา สงิ ห์ภู่ หวั หน้ากล่มุ อำนวยการ สำนักงาน กศน.จังหวดั ตราด
นางสาวหงษ์ฟา้ ปัสบาล ครูผูช้ ่วย
นายอนริ ทุ ธ์ ตนั ตระกลู ครู กศน.ตำบล
นางลาวลั ย์ ญาติโพธิ์ ครู กศน.ตำบล
นางสาวเนตรนภา บางเพชร ครู กศน.ตำบล
นางสาวพิชยา นรมาศ เจ้าหนา้ ท่ีบนั ทกึ ข้อมลู
คณะบรรณาธิการ ศึกษานเิ ทศก์ สำนักงาน กศน.จังหวัดตราด
หัวหนา้ กลมุ่ อำนวยการ สำนกั งาน กศน.จังหวัดตราด
ดร.สธุ ี วรประดิษฐ หวั หนา้ กลมุ่ สง่ เสรมิ การศกึ ษาตามอัธยาศยั สำนกั งาน กศน.จงั หวัดตราด
นางสาวสุวรรณา สิงห์ภู่ หวั หนา้ กลุม่ สง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบ สำนกั งาน กศน.จังหวดั ตราด
นางสาวสปุ ระวีณ์ กลบี สมทุ ร พนกั งานขบั รถห้องสมุดเคลื่อนท่ี สำนกั งาน กศน.จงั หวัดตราด
นางสาววรรณภสั สร ศรีสว่างวรกลุ
นายอัครพล เรียเต็ม
ผู้ออกแบบปก
นางสาวเนตรนภา บางเพชร ครู กศน.ตำบล
ผู้ควบคมุ การดำเนนิ งาน
ดร.สุธี วรประดษิ ฐ ศึกษานิเทศก์ สำนกั งาน กศน.จงั หวัดตราด
นางสาวสุประวีณ์ กลบี สมทุ ร หัวหน้ากลุ่มส่งเสรมิ การศกึ ษาตามอธั ยาศยั สำนักงาน กศน.จังหวดั ตราด
1