ยนิ ดตี ้อนรับ
สู่การเรียนการสอน
E bOOK
สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
สารละลาย
สารละลาย คือ สำรเน้ือเดียวท่ีมีองค์ประกอบของสำรมำกกวำ่ 1 ชนิด มำรวมเป์นเน้ือ
เดียวกนั องค์ประกอบสำคญั ของสำรละลำย จึงประกอบด์วย
1) ตวั ทำละลำย (solvent)
2) ตวั ถูกละลำยหรือตวั ละลำย (solute) ตวั อยำ่ ง
- น้ำเช่ือมประกอบดวยน้ำตำลทรำยกบั น้ำ โดยมีน้ำตำลทรำยเป์นตวั ถูกละลำย น้ำเป์นตวั ทำ
ละลำยคำร์บอนไดออกไซด์
- น้ำอดั ลม มีสำรสำคญั คือ น้ำ น้ำตำลทรำย อินเวอร์สชูกำร์ (หมำยถึงของผสมระหว์่ำง
น้ำตำลกลูโคสกบั น้ำตำลฟรุกโทส) ก์ำซคำร์บอนไดออกไซด์ และสำรอื่น ๆ อีกเลกนอย (เช่น สี
สำรแต่งกล่ิน) กรณีน้ี มีน้ำเป์นตวั ทำละลำย สำรอ่ืน ๆ ที่เหลือเป์นตวั ถูกละลำย
- ซิลเวอร์อมลั กมั เป์นโลหะท่ีใชเป์นวสั ดุอดุ ฟันชนิดหน่ึง ประกอบดวยโลหะปรอทกบั
โลหะ เงิน เป์นสำรละลำยที่เกิดจำกโลหะปรอท (Hg) กบั โลหะเงิน (Ag) กรณีน้ีโลหะเงินเป์นตวั ทำ
ละลำย โลหะปรอทเป์นตวั ถูกละลำย
องค์ประกอบของสารละลาย
1. ตวั ทำละลำย (solvent) หมำยถึง สำรที์่มี
ควำมสำมำรถ ในกำรทำใหสำรต่ำง ๆ ละลำยได
โดยไม่ทำปฏิกิริยำเคมีกบั สำรน์ั น
2. ตวั ละลำย (solute) หมำยถึง สำรที์่ถูกตวั ทำ
ละลำย ละลำยใหกระจำยออกไปท์ั ่วในตวั ทำ
ละลำยโดยไม่ทำปฏิกิริยำเคมีต่อกนั
องค์ประกอบของสารละลาย
ควำมสำมำรถในกำรละลำยของสำรใด ๆ
หมำยถึงปริมำณของสำรน้นั ๆ (หน่วยเป์น
กรัม) ที่ละลำยในตวั ทำละลำยชนิดหน่ึง ๆ
(ปริมำณ 100 กรัม) ณ อณุ หภูมิค่ำหน่ึง
1
สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
ปัจจยั ที์่มีผลต่อกำรละลำยของสำร
สำรละลำยต่ำง ๆ จะสำมำรถละลำยไดรวดเรวเพยี งใด ข้ึนอยกู่ บั ปัจจยั ท่ีสำคญั ดงั น้ี
1) อณุ หภูมิ (temperature) ถำตวั ละลำยเปนของแขง และตวั ทำละลำย
เปนของเหลว จะสำมำรถละลำยไดดีเมื่ออณุ หภูมิสูงข้ึน เน่ืองจำกควำมรอนจะทำให
อะตอมของตวั ถูกละลำยเกิดกำรสน่ั สะเทือนอยำ่ งรวดเรว ซ่ึงช่วยใหเกิดกำรแตกตวั
ไดดี แต่ถำตวั ละลำยเปนแกส เม่ืออณุ หภูมิสูงข้ึนจะละลำยไดนอยลง
2) ชนดิ ของตวั ทาละลาย นอกจำกน้ำแลว ยงั มีสำรอ่ืน ๆ อีกมำกที่เปนตวั
ทำละลำย เช่น แอลกอฮอล โพรพำนอล ซ่ึงตวั ละลำยแต่ละชนิดจะสำมำรถละลำย
ไดในตวั ทำละลำยที่ต่ำงกนั
3) ขนาดของตัวละลาย ตวั ละลำยท่ีมีขนำดใหญ่จะละลำยไดชำกวำ่ ตวั
ละลำยท่ีมีขนำดเลก เนื่องจำกตวั ละลำยขนำดเลกมีพ้ืนที่สมั ผสั มำกสำมำรถจบั กบั
อนุภำคตวั ทำละลำยไดมำกกวำ่ จึงแตกตวั และละลำยไดดีกวำ่
4) ความดนั ในกรณีท่ีตวั ละลำยเปนแกส หำกควำมดนั สูงข้ึนจะทำใหแกส
ละลำยไดดีข้นึ เช่น กำรละลำยของแกสคำรบอนไดออกไซดในน้ำอดั ลม
5) กำรคน กำรเขยำ่ หรือกำรป่ันเหว่ยี ง จะทำใหอนุภำคของตวั ทำละลำย
เแคลละื่อเรนวทข่ีเ้ึนรวข้นึ กาอรนเตุภรำคียขมอสงาตรวั ลละะลลำายยเกิดกำรชนกนั ถ่ีข้นึ จึงทำใหเกิดกำรละลำยไดดี
ในการเตรียมสารละลาย จาเป็นตอ้ งมีการคานวณปริมาณของตวั ละลายท่ีอยใู่ นตวั ทาละลาย
ซ่ึงการเตรียมสารละลายใหม้ ีความเขม้ ขน้ ตามตอ้ งการ สามารถเตรียมไดใ้ นอตั ราส่วนต่างๆ คือ
1) ร้อยละโดยมวล เป็นหน่วยความเขม้ ขน้ ที่บอกถึงมวลของตวั ละลายต่อมวลของสารละลาย
ตัวอย่าง จงหาความเขม้ ขน้ ของสารละลายน้าตาลกลูโคส ซ่ึงประกอบดว้ ย
น้าตาล 8.0 กรัม ละลายในน้า 200 กรัม
ดงั น้นั สารละลายนา้ ตาลกลโู คสมคี วามเข้มข้น 4%
2
สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
2) ร้อยละโดยมวลต่อปริมาตร เป็นความเขม้ ขน้ ท่ีบอกถึงมวลของตวั ละลายต่อปริมาตรของ
สารละลาย
ตัวอย่าง จงหาความเขม้ ขน้ ของ สารละลายเกลือแกง 20 กรัม ในน้า 500 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร
ดงั น้ัน สารละลายเกลือแกงมีความเข้มข้น 4 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร
3 ) ร้อยละโดยปริมาตร เป็นหน่วยความเขม้ ขน้ ที่บอกถึงปริมาตรของตวั ละลายต่อปริมาตรของ
สารละลาย
ตวั อย่าง จงหาความเขม้ ขน้ ของสารละลายเอทิลแอลกอฮอล์ 50 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ละลาย
อยใู่ นน้า 200 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร
ดงั น้ัน สารละลายเอทิลแอลกอฮอล์มคี วามเข้มข้น 20%
3
สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
4 ) จานวนส่วนของตัวละลายในตวั ทาละลาย เปนหน่วยควำมเขมขนที่บอกถึงปริมำณของตวั
ละลำยท่ีมีอยใู่ นตวั ทำละลำย ซ่ึงบอกได 3 แบบ ดงั น้ี
• ส่วนในพนั ส่วน (part per thousand : ppt) หมำยถึง มีตวั ละลำยอยู่ 1 ส่วนในตวั ทำ
ละลำย 1 พนั ส่วน
• ส่วนในลำนส่วน (part per million : ppm) หมำยถึง มีตวั ละลำยอยู่ 1 ส่วนในตวั ทำ
ละลำย 1 ลำนส่วน
• ส่วนในพนั ลำนส่วน (part per billion : ppb) หมำยถึง มีตวั ละลำยอยู่ 1 ส่วนในตวั ทำ
ละลำย 1 พนั ลำนส่วน
การคานวณหาความเข้มข้นของสารละลาย
สำมำรถทำได 2 วธิ ี คือ คำนวณโดยกำรเทียบบญั ญตั ิไตรยำงศและคำนวณโดยใชสูตร
ตวั อย่าง จงหำควำมเขมขนของสำรละลำยแอลกอฮอล ซ่ึงประกอบดวย
แอลกอฮอล 50 ลูกบำศกเซนติเมตร ละลำยในน้ำ 200 ลูกบำศกเซนติเมตร
4
สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
กรด เบส เกลือ
กรด เบส (Acid and base)
กรด (acid) คือ สำรที่เปลี่ยนสีกระดำษลิตมัส จำกสีน้ำเงิน
เปนสีแดง ทำปฏิกิริยำกับโลหะบำงชนิดใหแกส ไฮโดรเจน (H2)
ท ำป ฏิ กิ ริ ยำกับ เก ลื อ ค ำรบ อ เน ต ห รื อ ไบ ค ำรบ อ เน ต ให แก ส
คำรบอนไดออกไซด ทำปฏิกิริยำกบั เบสได เกลือ บำงทีมีรสเปร้ียวและมี
ฤทธ์ิกดั กร่อน โครงสรำงของกรดจะมีธำตุไฮโดรเจนเปนองคประกอบ
รวมอยู่กบั อโลหะกรดทุกชนิดเปนสำรประกอบ โคเวเลนต สำรละลำย
ของกรดในน้ำ นำไฟฟำได
เบส (base) คือ สำรท่ีเปลี่ยนสีกระดำษลิตมสั จำกสีแดงเปนสีน้ำเงิน
ทำปฏิกิริยำกบั กรดไดเกลือ มีรสขม ฝำด และล่ืนคลำยสบู่ โครงสรำง
ของเบสมกั จะมีหมู่ไฮดรอกซิล (OH) เปนองคประกอบรวมอยกู่ บั
โลหะ หรือกลมุ่ ธำตุท่ี ทำ หนำที่คลำยโลหะ
เกลือ เปนสำรประกอบไอออนิกที่เกิดจำกปฏิกิริยำระหวำ่ งกรดกบั เบส
เกลือเปนสำรอิเลกโทรไลตที่แตกตวั เปนไอออน ในสำรละลำยท่ีมีน้ำ เปนตวั
ทำละลำย บำงกรณีเกลือสำมำรถทำปฏิกิริยำกบั น้ำได เรียกวำ่ ไฮโดรไลซิส ของ
เกลือ (salt hydrolysis) ซ่ึงหมำยถึง ปฏิกิริยำระหวำ่ งไอออนลบ และหรือ
ไอออนบวกของเกลือกบั น้ำ จำก ปฏิกิริยำไฮโดรไลซิสของเกลือ มกั มีผลต่อ
ควำมเปนกรดเปนเบสของสำรละลำย ซ่ึงจะพจิ ำรณำไดดงั น้ี
5
สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
สมบตั ิของกรด-เบสทเ่ี ด่น ๆ มอี ะไรบ้าง
สมบตั ขิ องกรด มดี งั ต่อไปนี้
1. มีธำตุไฮโดรเจนเปนองคประกอบ
2. มีรสเปร้ียว
3. ทำปฏิกิริยำกบั โลหะบำงชนิด เช่น สงั กะสี อลูมิเนียม แมกนีเซียม จะไดแกส
ไฮโดรเจน และโลหะเหล่ำน้นั จะกร่อนไป เปล่ียนไปเปนไอออนของโลหะที่
สำมำรถละลำยน้ำได
4. ทำปฏิกิริยำกบั หินปนู ซ่ึงมีสำรประกอบแคลเซียมคำรบอเนตเปน
องคประกอบหลกั หินปนู สึกกร่อน ไดแก่ กำซคำรบอนไดออกไซด
5. สำรละลำยกรดบำงชนิดนำไฟฟำไดดี (เรียกวำ่ กรดแก่) บำงชนิดนำไฟฟำได
เลกนอย (เรียกวำ่ กรดออ่ น)
สมบัตขิ องกรด มีดงั ต่อไปนี้
1. ลื่นคลำยสบู่
2. ทำปฏิกิริยำกบั สำรประกอบพวกแอมโมเนียม จะใหแกสแอมโมเนีย
ซ่ึงมีกลิ่นฉุน
3. ทำปฏิกิริยำกบั น้ำมนั หรือไขมนั ไดผลิตภณั ฑเปนพวกสบู่
4. ทำปฏิกิริยำกบั โลหะบำงชนิด เช่น อลูมิเนียม เกิดกำซไฮโดรเจน
5. มีรสฝำด
6
สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
กำรนำควำมรูเก่ียวกบั สำรละลำยไปใช
ประโยชน
1. ด้านการเกษตร
1.1 กำรปลูกพืชโดยไม่ใชดิน จะผสมสำรอำหำรท่ีพืชตองกำร
อยใู่ นรูปของสำรละลำย
1.2 กำรนำสำรเคมีกำจดั ศตั รูพืชไปใชตองนำมำเจือจำงดวยน้ำ
ซ่ึงเปนตวั ทำละลำยใหได
ควำมเขมขนตำมตองกำรก่อนนำไปฉีดพน่
2. ด้านอุตสาหกรรม
2.1 ใชแอลกอฮอลและทินเนอรเปนตวั ทำละลำยในกำรผลิตสี
หมึก สียอม และสีน้ำมนั
3. ด้านอาหาร
3.1 กำรปรุงอำหำร
3.2 กำรทำเคร่ืองดื่ม
4. ด้านการแพทย์
4.1 ยำท่ีมีรสขมไม่ชวนรับประทำน จึงตองเติมน้ำตำลหรือ
น้ำเชื่อมเพม่ิ ลงไปเพื่อปรับรสชำติใหน่ำรับประทำนข้ึน
4.2 กำรใหเกลือแร่หรือธำตุแคลเซียมแก่คนไขตองทำใหเปน
สำรละลำย
4.3 กำรผลิตยำเพือ่ รักษำคนไขตองทำใหอยใู่ นรูปของ
สำรละลำย
5. ด้านการดารงชีวติ
5.1 กำรลำงจำน กำรชำระร่ำงกำย กำรซกั เส้ือผำ กำรทำควำม
สะอำดเครื่องอปุ โภคบริโภค
5.2 กำรลบรอยเป้ื อนเปรอะของสีน้ำมนั ท่ีเส้ือผำหรือพกู่ นั
ตองใชน้ำมนั สนลำงออกแต่จะใชน้ำไม่ไดเนื่องจำกสีน้ำมนั ไม่ละลำยในน้ำแต่
ละลำยในน้ำมนั สน
กำรเปล่ียนแปลงสมบตั ิ มวล และ พลงั งำนของสำรเม่ือสำรเปล่ียนสถำนะและ 7
เกิดกำรละลำย
สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
แบบทดสอบ
1. ขอใดกล่ำวถึงสำรละลำยไดถูกตอง
ก. สำรที์่มีเนื์อสำรเหมือนกนั ตลอดทุกส่วน
ข. สำรที์่มีเนื์อสำรมองดูใสไม่มีสีกลิ์่นและรส
ค. สำรที์่ไม่บริสุทธิ์เกิดจำกสำรบริสุทธิ์ต้งั แต่ 2 ชนิดผสมกนั
ง. สำรที์่มีจุดหลอมเหลวต่ำกวำ่ 100 องศำเซลเซียส
2. ขอใดผดิ เกี์่ยวกบั ตวั ทำละลำย
ก. สำรที์่มีปริมำณมำกกวำ่
ข. สำรที์่มีสถำนะเดียวกบั สำรละลำย
ค. สำรที์่สถำนะเปนของเหลวเท่ำน้นั
ง. สำรที์่มีสถำนะเปนของแขง ของเหลว และกำซ
3. ขอใดอธิบำยสมบตั ิของสำรโซเดียมคลอไรค (เกลือแกง) ไดถูกตอง
ก. มีสถำนะเปนของแขง ไม่ละลำยน้ำ
ข. มีสถำนะเปนของแขง ละลำยน้ำได
ค. มีสถำนะเปนของเหลว ละลำยน้ำได
ง. มีสถำนะก่ึงของเขงและของเหลว
8
สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
ต้ังใจทาข้อสอบนะคะ
1. ขอใดกล่ำวถึงสำรละลำยไดถูกตอง
ก. /(ถูกตอง) หำกผเู รียนตอบขอน้ี แสดงวำ่ ผเู รียนมีควำมเขำใจเก่ียวกบั สำรละลำยไดอยำ่ งเขำใจ
ข. X (ผิด) หำกผเู รียนตอบขอน้ี แสดงวำ่ ผเู รียนยงั ไม่มีควำมเขำใจเก่ียวกบั สำรละลำยควรทบทวน
อีกคร้ัง
ค. X (ผิด) หำกผเู รียนตอบขอน้ี แสดงวำ่ ผเู รียนยงั ไม่มีควำมเขำใจเก่ียวกบั สำรละลำยควรทบทวน
อีกคร้ัง
ง. X (ผิด) หำกผเู รียนตอบขอน้ี แสดงวำ่ ผเู รียนยงั ไม่มีควำมเขำใจเกี่ยวกบั สำรละลำยควรทบทวน
อีกคร้ัง
2. ขอใดผดิ เกียวกบั ตวั ทำละลำย
ก. X (ผิด) หำกผเู รียนตอบขอน้ี แสดงวำ่ ผเู รียนยงั ไม่มีควำมเขำใจเกี่ยวกบั เก่ียวกบั ตวั ทำละลำยไดอยำ่ ง
ถูกตอง
ข. X (ผิด) หำกผเู รียนตอบขอน้ี แสดงวำ่ ผเู รียนยงั ไม่มีควำมเขำใจเกี่ยวกบั เกี่ยวกบั ตวั ทำละลำยไดอยำ่ ง
ถูกตอง
ค. /(ถูกตอง) หำกผเู รียนตอบขอน้ี แสดงวำ่ ผเู รียนมีควำมเขำใจเกี่ยวกบั ตวั ทำละลำยไดอยำ่ งถูกตอง
ง. X (ผิด) หำกผเู รียนตอบขอน้ี แสดงวำ่ ผเู รียนยงั ไม่มีควำมเขำใจเก่ียวกบั เก่ียวกบั ตวั ทำละลำยไดอยำ่ ง
ถูกตอง
3.ขอใดอธิบำยสมบตั ิของสำรโซเดียมคลอไรค (เกลือแกง) ไดถูกตอง
ก. /(ถูกตอง) หำกผเู รียนตอบขอน้ี แสดงวำ่ ผเู รียนมีควำมเขำใจเกี่ยวกบั กำรสมบตั ิของสำรละลำยได
ข. X (ผิด) หำกผเู รียนตอบขอน้ี แสดงวำ่ ผเู รียนยงั ไม่มีควำมเขำใจกำรสมบตั ิของสำรละลำยควรทบทวนอีก
คร้ัง
ค. X (ผดิ ) หำกผเู รียนตอบขอน้ี แสดงวำ่ ผเู รียนยงั ไม่มีควำมเขำใจกำรสมบตั ิของสำรละลำยควรทบทวนอีก
คร้ัง
ง. X (ผดิ ) หำกผเู รียนตอบขอน้ี แสดงวำ่ ผเู รียนยงั ไม่มีควำมเขำใจกำรสมบตั ิของสำรละลำยควรทบทวนอีก
คร้ัง
9
สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด ๓
มอบหมายกจิ กรรม
1. ใหผเู รียนคนควำเน้ือหำเกี่ยวกบั สำรละลำย ผำ่ นทำงอินเตอรเนต
2. ใหผเู รียนสรุปเน้ือหำท่ีไดจำกกำรเรียนรูคร้ังน้ี
ขอให้ผู้เรียนทากจิ กรรมแล้วเขยี นลงบนกระดาษ A4
ถ่ายรูปส่งให้ครูผ่านทาง กล่มุ LINE
ให้นักเรียนทุกคนทาแบบประเมนิ เมื่อเสร็จสิ้นการเรียนรู้ ตามลงิ้ ค์
https://forms.gle/qLJjCeZWHQUoNr4J9
10
สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
คณะผู้จัดทา
ทปี่ รึกษา ผอู ำนวยกำรสำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
ศึกษำนิเทศก สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
นำยวรรณวจิ กั ษณ กศุ ล
นำยสุธี วรประดิษฐ
คณะดาเนนิ งาน
นำงสำวสุธีรำ แกลวเกษตรกรณ ครูผชู ่วย กศน.อำเภอคลองใหญ่
นำงสำวกรกช พลสงครำม ครูอำสำสมคั ร กศน.อำเภอบ่อไร่
นำงสำวกำญจนำ สงั ขผำด ครูอำสำสมคั ร กศน.อำเภอเกำะกดู
นำงจุฑำรัตน ปลองเงิน ครู กศน.ตำบล กศน.อำเภอเขำสมิง
คณะบรรณาธิการ
นำยสุธี วรประดิษฐ ศึกษำนิเทศก สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
นำงสำวสุประวณี กลีบสมุทร หวั หนำกลุ่มส่งเสริมกำรศึกษำตำมอธั ยำศยั
สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
นำงสำววรรณภสั สร ศรีสวำ่ งวรกลุ นกั วชิ ำกำรศึกษำ สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
นำยอคั รพล เรียเตม พนกั งำนขบั รถหองสมุดเคลื่อนที่
สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
ผู้ออกแบบปก
นำยอคั รพล เรียเตม พนกั งำนขบั รถหองสมุดเคล่ือนท่ี
ผู้ควบคุมการดาเนินงาน
นำยสุธี วรประดิษฐ ศึกษำนิเทศก สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
นำงสำวสุประวีณ กลีบสมุทร หวั หนำกลุ่มส่งเสริมกำรศึกษำตำมอธั ยำศยั
สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
11
สำนกั งำน กศน.จงั หวดั ตรำด
1