The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pornpimol Ranong, 2020-04-07 04:40:32

เรียงความ

เรียงความ

เรียงความ เปน็ ศิลปะอย่างหน่งึ ในการใชภ้ าษาเรียบเรยี งความคดิ เป็นเรอื่ ง
โดยแสดงความคิด ความรู้สกึ จนิ ตนาการ และความเข้าใจ ดว้ ยภาษาทถ่ี กู ตอ้ ง
สละสลวย ประกอบดว้ ย คาํ นํา เนอื้ เรือ่ ง และบทสรุป ซ่งึ เรยี งความที่ดจี ะต้องมี
3 อยา่ ง คอื

เอกภาพ คอื ความเป็นอนั หนง่ึ อนั เดยี วกัน หมายความวา่ ไม่ให้เขียนนอก
เรอ่ื งเดด็ ขาด

สัมพนั ธภาพ คอื ความสัมพนั ธก์ นั หมายถงึ ขอ้ ความแตล่ ะข้อความหรอื แต่
ละยอ่ หนา้ จะตอ้ งมคี วามสมั พันธเ์ กี่ยวเน่ืองกัน

สารตั ถภาพ คือ การเน้นสาระสาํ คญั ของยอ่ หนา้ แตล่ ะยอ่ หนา้ และของเรอื่ ง
ทั้งหมด โดยใชป้ ระโยคสัน้ ๆ สรุปกินความท้ังหมด

องคป์ ระกอบของเรยี งความ มี ๓ สว่ นใหญ่ ๆ คือ
• คานา เป็นส่วนแรกของเรียงความท่ีผู้เขียนใช้นําเข้าสู่เร่ืองช่วยให้ผู้อ่านทราบว่าจะ

กล่าวถึงอะไร หรือใช้ดึงดูดความสนใจ โน้มน้าวให้เกิดความใคร่รู้ติดตามอ่านต่อไปจนจบ ซึ่ง
คํานําท่ีดีต้องสอดคล้องกับหัวข้อเร่ืองและเนื้อเร่ือง มีความยาวเหมาะสมส่วนใหญ่คือ ๑
ยอ่ หนา้

• เนื้อเร่ือง เป็นส่วนท่ีให้รายละเอียด เน้ือหาสาระ ความรู้สึก ความคิดเห็นทั้งหมด ซึ่ง

เน้ือเร่ืองจะน่าติดตามมากน้องเพียงใดขึ้นอยู่กับการวางโครงเรื่องหรือโครงสร้างเนื้อหา
ผู้เขียนต้องทราบว่าตนเองกําลังจะเขียนเรื่องใด มีประเด็นใดบ้างควรนํามาถ่ายทอด ประเด็น
ใดควรกล่าวถึงเป็นลาํ ดบั แรก โดยทุกประเดน็ ต้องมีความสมั พันธ์กนั

• สรุป เป็นส่วนท่ีใช้กล่าวปิดเรื่องเพ่ือเน้นสาระสําคัญ กระตุ้นให้ผู้อ่านจดจํา ประทับใจ,

หรอื เกิดความคดิ ความรสู้ ึกอย่างใดอยา่ งหนงึ่ เก่ยี วกบั เนือ้ หาสาระของเรียงความ

๑. ขั้นเตรยี มการ

๑) การเลอื กเรื่องและการกาหนดจุดมุ่งหมาย
ผู้เขียนต้องเลือกหัวข้อและกําหนดจุ่งมุ่งหมายในการเขียนว่าต้องการ

ส่ือสารอะไร ส่วนใหญ่การเขียนเรียงความมักเขียนเพ่ือบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ
ส่ิงใดส่ิงหนึ่ง กระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดความคิด ความรู้สึกต่อเร่ืองท่ีนําเสนอ เช่น
ผู้เขียนเลือกเขียนเรียงความเกี่ยวกับความสามัคคี ผู้เขียนอาจกําหนดจุดมุ่งหมาย
ให้ผู้อ่านตระหนักในคุณค่าของความสามัคคี เกิดแรงบันดาลใจท่ีจะสร้างความ
สามัคคีให้เกิดขึ้นภายในครอบครัว ชุมชนของตนเอง เป็นต้น การเลือกเรื่องเพ่ือ
เขียนเรียงความผู้เขียนควรเขียนในสิ่งที่ตนมีความรู้ความเข้าใจประสบการณ์
เพราะจะสะดวกเมื่อรวบรวมขอ้ มลู

๒) การรวบรวมข้อมูล ผู้เขียนต้องรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่
หลากหลาย นํามาคัดเลือก จัดกลุ่มอย่างคร่าวๆ ก่อนท่ีจะนําไปเขียนโครง
เร่อื งอย่างละเอยี ด
๓) การเขยี นโครงเรื่อง เป็นการสร้างเค้าโครงของเรียงความ ผู้เขียนตอ้ งนํา
ข้อมูลที่รวบรวมและจัดหมวดหมู่ไว้แล้วอย่างคร่าวๆ มาจัดหมวดหมู่อีกครั้ง
โดยพิจารณาความครบถ้วน การเรียงลําดับก่อน - หลังต้องไม่สับสน ความ
สั้น - ยาวต้องใกล้เคียงกัน จากนั้นจึงเขียนขยายความคิด ให้รายละเอียด
เพ่ือใช้เป็นแนวทางเม่ือลงมือเรียบเรียง ซึ่งการเขียนโครงเร่ืองมี ๔ ขั้นตอน
ดังนี้

๑ ระดมความคดิ ๒ เลือกและจัด ๓ เรียงลําดบั ๔ ขยายความคดิ
รวบรวมประเด็นท่ี ตัดประเดน็ ทไี่ มม่ ี นําหมวดหมู่ เขียนรายละเอยี ด
มคี วามเกี่ยวข้อง ความเก่ยี วขอ้ งหรือ ความคิดมาลําดับ ของแต่ละประเดน็
กบั เรื่องที่ตอ้ งการ เก่ยี วข้องน้อยทส่ี ุด การนําเสนอ ความคดิ ดว้ ยการ
ถ่ายทอดใหไ้ ด้ ออกไป แล้วจดั เช่น ลําดับตามการ อธบิ าย หรอื
มากทส่ี ุดจาก หมวดหมู่ทีม่ คี วาม เกิดก่อน - หลงั ยกตัวอยา่ ง เพอื่ ใช้
แหล่งข้อมูลตา่ งๆ ใกล้เคยี งกนั เขา้ ลาํ ดบั ตามเหตแุ ละ เปน็ แนวทางการ
ดว้ ยกัน ผล เรยี บเรียง

ขัน้ ระดมความคิด ประเด็นความคิดเกยี่ วกับวิทยาศาสตรก์ บั ภาวะโลกร้อน มี

ดงั น้ี
 ภาวะโลกรอ้ นคอื อะไร
 ภาวะโลกร้อนเกิดข้ึนไดอ้ ย่างไร
 ภาวะโลกรอ้ นมีลักษณะอยา่ งไร
 ภาวะโลกรอ้ นส่งผลกระทบอยา่ งไรตอ่ ส่งิ แวดลอ้ ม
 ภาวะโลกร้อนสง่ ผลกระทบอยา่ งไรต่อพลเมืองโลก
 มที างใดบา้ งท่ีจะช่วยหยดุ ภาวะโลกรอ้ น
 การลดภาวะโลกรอ้ นท่ไี ดผ้ ลมากที่สดุ

ประเด็นความคดิ ทร่ี วบรวมไวใ้ นขน้ั ระดมความคดิ
ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับหวั ข้อวทิ ยาศาสตรก์ ับภาวะโลก
ร้อน โดยจะตอ้ งนํามาจัดหมวดหมู่กอ่ น ดังนี้

๑. ความหมายและลกั ษณะของภาวะโลกรอ้ น
 ภาวะโลกร้อนคอื อะไร
 ภาวะโลกร้อนเกดิ ขนึ้ ได้อยา่ งไร
 ภาวะโลกรอ้ นมีลกั ษณะอยา่ งไร

๒. ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน
 ภาวะโลกรอ้ นส่งผลกระทบอย่างไรต่อสงิ่ แวดลอ้ ม
 ภาวะโลกรอ้ นส่งผลกระทบอย่างไรตอ่ พลเมอื งโลก

๓. มนุษยก์ ับการชว่ ยลดภาวะโลกร้อน

๔. การลดภาวะโลกร้อนด้วยวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ข้นั เรยี งลาดบั นําความคิดทจี่ ดั หมวดหมแู่ ลว้ มาเรียงลาํ ดับการ
นาํ เสนอเนอ้ื หาเพื่อให้ผ้อู า่ นติดตามเร่ืองได้โดยไมส่ บั สน เกิด

ความรู้ความเขา้ ใจเปน็ ลําดบั ข้ัน ดังน้ี
๑. ความหมายและลักษณะของภาวะโลกร้อน
๒. ผลกระทบจากภาวะโลกรอ้ น
๓. การลดภาวะโลกร้อนดว้ ยวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ขัน้ ขยายความคดิ ใหน้ ําขอ้ มลู ทร่ี วบรวมไว้มาเขยี นขยาย
แนวความคิดในแต่ละประเดน็ ดังนี้
๑. ความหมายและลักษณะของภาวะโลกรอ้ น

๑.๑ ความหมายของคําวา่ “ภาวะโลกร้อน”
๑.๒ ลักษณะเฉพาะของภาวะโลกร้อน เช่น เกดิ จากกิจกรรม
ตา่ งๆ ของมนษุ ย์ เชน่ การเผาไม้ การผลติ ในโรงงานอุตสาหกรรม
การตดั ไม้ทําลายป่า

๒. ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน
๒.๑ ผลกระทบทีม่ ีต่อมนษุ ยโ์ ดยเฉพาะด้านสขุ ภาพ เพราะโลก

ร้อนเป็นสภาวะทเ่ี ชือ้ โรคเจรญิ เตบิ โตได้งา่ ย ดา้ นเศรษฐกิจ เช่น การ
สูญเสยี รายไดข้ องประชาการเกาะเลก็ ๆของทวปี อเมริกา

๒.๒ ผลกระทบทีม่ ตี อ่ สิ่งแวดลอ้ ม อุณหภูมสิ งู ขึ้น เช่น ใน
ประเทศไทยในชว่ ง ๔๐ ปีทีผ่ า่ นมาเพ่มิ ขึน้ ๑ องศาเซลเซียส

๓. การลดภาวะโลกร้อนด้วยวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๓.๑ การนาํ พชื ท้องถิ่นมาสร้างเปน็ นวัตกรรมใหม่ เช่น การนาํ สบดู่ าํ

มาผลิตเป็นไบโอดีเซล การหมกั มันสําปะหลงั และออ้ ยผลติ เปน็ แกสโซฮอล
๓.๒ การใช้ประโยชนจ์ ากขยะ
๓.๓ การคดิ ค้นพืชทีท่ นต่อสภาพแวดล้อม

๔. มนุษย์กบั การชว่ ยลดภาวะโลกร้อน
มนุษย์เปน็ เจ้าแหง่ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ตอ้ งรว่ มมือลดภาวะ

โลกรอ้ นด้วยวิธหี ยดุ ละ เลิก

๒. ขัน้ ลงมอื เรียบเรยี ง

นาํ ประเด็นความคิดทีจ่ ดั ลาํ ดบั การนําเสนอและเขียน
ขยายความไวแ้ ลว้ มาเรยี บเรียงเปน็ เรยี งความทีม่ อี งคป์ ระกอบ
ครบถ้วน ดังนี้

การเขยี นคานา
คํ า นํ า เ ป็ น ส่ ว น ที่ แ ส ด ง ป ร ะ เ ด็ น ห ลั ก ห รื อ

จดุ ประสงค์ของเร่ือง ดังน้ัน ส่วนนําจึงเป็นการบอกผู้อ่าน
ถึงเน้ือหาท่ีนําเสนอและยังเป็นการเร้าความ สนใจใ ห้
อยากอา่ นเรอ่ื งจนจบ การเขียนส่วนนําเพื่อเร้าความสนใจ
นั้นมีหลายวิธี แล้วแต่ผู้เขียนจะเลือกตามความเหมาะสม
เช่น

นําด้วยปัญหาเร่งด่วน หรือหวั ข้อท่กี ําลังเป็นเรอื่ งทน่ี ่าสนใจ เช่น
เดี๋ยวน้ีไม่ว่าจะเดินไปทางไหน จะพบกลุ่มสนทนากลุ่มย่อย ๆ
วิสัชนากันดว้ ยเรอื่ ง “วิสามัญฆาตกรรม” ในคดียาเสพติด บ้างก็
ว่าเป็นความชอบธรรม บ้างก็ว่ารุนแรงเกินเหตุ หลายคนจึงต้ัง
คําถามว่า ถ้าไม่ทําวิสามัญฆาตกรรมกรณียา เสพติด แล้วจะใช้
วิธีการชอบธรรมอันใด ที่จะล้างบางผู้ค้าหรือผู้บ่อนทําลาย
เหล่าน้ลี งไดใ้ นเวลาอนั รวดเร็ว

นําด้วยคําถาม เช่น

ความดีหน้าตาเป็นอย่างไร รูปร่างลักษณะเป็นแบบ
ไหน มีตัวตนหรือไม่ฉันก็ไม่รู้ แต่ที่ฉันรู้ ฉันรู้ว่าความดีไม่เคย
ทําให้ใครเดือดร้อน ถ้าคุณไม่เช่ือคุณก็ลองสัมผัสดูซิแล้วคุณ
จะรู้ว่าความสุขทางใจมันย่ิงใหญ่มหาศาลกว่าวัตถุท่ีมนุษย์ใน
ปัจจุบนั แก่งแย่งกนั ซะอีก

นําดว้ ยการเลา่ เรือ่ งที่จะเขียน เช่น

ภูมิปัญญาไทย คือ องค์ความรู้ของชาวบ้าน หรือทุก
สิ่งทุกอย่างที่ชาวบ้านกระทําข้ึนจากสติปัญญา ความรู้
ความสามารถของชาวบ้านเอง เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาหรือ
การดํารงชีวิตได้อย่างเหมาะสมกับยุคสมัย โดยมีกระบวนการ
สงั่ สม สืบทอด และกลัน่ กรองกันมายาวนาน

“ ปัญหาตา่ งๆ เกยี่ วกับสภาวะแวดล้อม อันเนื่องมาจากมลพิษ หรือความเสื่อม
โทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเกิดข้ึนท่ีใดที่หนึ่งก็ตากย่อมส่งผลกระทบไป
ถึงที่อื่นๆ ด้วยเหตุน้ี ทุกคนทุกประเทศในโลกจึงย่อมมีส่วนรับผิดชอบอยู่ด้วยกัน ทั้ง
ในการแก้ไข ลดปัญหา และปรับปรุงสร้างเสริมสภาวะแวดล้อม ให้กลับคืนมาสู่
สภาพอนั จะเอ้ือต่อการมีชวี ิตอยอู่ ยา่ งเปน็ สุขของตนเองและเพอื่ มนุษย์....”

(พระราชดาํ รัสในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว)
จากพระราชดํารัสข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันสภาพแวดล้อมของโลกใบน้ี
กําลังเปลี่ยนไปจากฝมี ือมนุษย์ ไม่ว่าใครเป็นผู้กระทําหรือเกิดขึ้นที่ใด ก็ย่อมส่งผลไป
ทวั่ โลก เช่นเดียวกับภาวะโลกรอ้ นท่ีเรากําลงั ประสบอยู่ทุกวนั น้ี อาจเกิดจากความไม่

ตั้งใจของมนุษย์ แต่เมื่อเกิดข้ึนแล้วเราทุกคนบนโลกจะต้องช่วยกันหาทางแก้ไข
เพ่อื ให้โลกใบนี้คงอยู่ตอ่ ไป

“โบราณวา่ น้ําพ่งึ เรือเสือพง่ึ ป่า คนพงึ่ ฟ้าปลาพึ่งหนองคอยขอ้ งเก่ยี ว

เราไมอ่ าจอยูไ่ ด้โดยคนเดยี ว ต้องขอ้ งเกย่ี วพง่ึ พาอาศยั กนั ”

ปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรุดหนา้ เรว็ ข้ึน มีการใชเ้ ทคโนโลยีและ

สิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆมากมายเกิดขึ้นเพื่อนํามาใช้ตอบสนองความต้องการ

ของมนุษย์ ซึ่งความสะดวกสบายเหล่านี้เองที่ทําให้ธรรมชาติถูกทําลายลง เม่ือ

ธรรมชาติถูกทําลายลงระบบนิเวศก็เสียสมดุล เกิดภัยพิบัติต่างๆดังเช่นในปัจจุบัน

ไม่ว่าจะเป็น น้ําทว่ ม ไฟป่า โคลนถลม่ แผน่ ดนิ ไหว ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นผลมาจากการ

กระทาํ ของมนษุ ย์ทง้ั ส้ิน และคงทวีความรุนแรงย่ิงข้ึนถ้าหากพวกเราไม่เริ่มเยียวยา

โลกกันตงั้ แตว่ นั นี้

นําด้วยการบอกจุดประสงค์ของการเขียน เช่น ป่าไม้ สายนํ้า และ
ธรรมชาติ เป็นส่ิงท่ีอยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่โบราณ และได้ทํา
ประโยชน์ต่างๆให้แก่มนุษย์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นท่ีพักผ่อนหย่อนใจ
ยามเหนื่อยล้า เป็นแหล่งผลิตอากาศบริสุทธ์ิให้กับโลกฯลฯ ป่าไม้
สายนาํ้ และธรรมชาตไิ ม่เพียงแต่ทําประโยชน์ใหม้ นุษย์เท่าน้ัน แต่ยัง
ทําประโยชน์ให้เหล่าสิงสาราสัตว์ต่างๆรวมท้ังโลกของเราใบน้ีด้วย
ทําใหช้ วี ติ น้อยใหญ่ได้องิ แอบคณุ ประโยชนท์ ลี่ ้าํ ค่านั้น ทุกสง่ิ ทุกอย่าง
จึงอยู่ควบคกู่ ันมาตลอด และไม่สามารถแยกจากกนั ไดเ้ ลย

นําด้วยการอธิบายความเป็นมาของเรื่อง เช่น วัตถุกลม ๆ ขนาดใหญ่ เป็นดาว
เคราะห์ดวงที่ ๓ ของระบบสุริยะจักรวาล สิ่งนั้นก็คือโลก ความสวยงามของ
โลกคือการที่เราได้มองเห็นสีนํ้าเงินนั้นก็คือมหาสมุทร และทะเล สีเขียวก็คือ
ป่าไม้ และธรรมชาติ ถ้าเมื่อสัก ๓๐ ปีก่อน เราอยู่บนดวงจันทร์แล้วมองลงมา
เราคงเห็นว่าสีเขียวบนโลกนั้นเต็มไปหมดและดูสวยงาม แต่ถ้าตอนนี้เราขึ้นไป
อยู่บนดวงจนั ทรอ์ กี คร้ังแล้วมองลงมา สีเขียวท่ีเราเคยเห็นในวันก่อนน้ัน คงลด
น้อยลง กลายเป็นสเี ขียวท่อี อ่ นและจางมาก ด้วยเพราะต้นไม้บนโลกน้ีกําลังจะ
หมดไป ในเวลาเดียวกันแม่น้ําต่างๆ เริ่มส่งกล่ินเน่าเหม็น สีน้ําเงินที่เคยเห็นก็
เปลย่ี นเป็นสีดาํ ระบบนิเวศกําลงั ถกู ทาํ ลายด้วยนํา้ มือของมนษุ ย์

“ป่าไม้สดสวย สายน้าสดใส ธรรมชาติสุขสันต”์

ป่าไม้ สายน้ํา และธรรมชาติ เป็นส่ิงที่อยู่คู่กับมนุษย์มาตั้งแต่
โบราณ และได้ทําประโยชน์ต่างๆให้แก่มนุษย์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นท่ี
พักผอ่ นหย่อนใจยามเหนื่อยลา้ เป็นแหล่งผลิตอากาศบริสทุ ธ์ิให้กับโลก
ฯลฯ ป่าไม้ สายน้ํา และธรรมชาติไม่เพียงแต่ทําประโยชน์ให้มนุษย์
เท่าน้ัน แตย่ ังทําประโยชน์ให้เหล่าสิงสาราสัตว์ต่างๆรวมทั้งโลกของเรา
ใบนี้ด้วย ทําให้ชีวิตน้อยใหญ่ได้อิงแอบคุณประโยชน์ท่ีลํ้าค่าน้ัน ทุกสิ่ง
ทุกอย่างจงึ อยู่ควบคู่กนั มาตลอด และไม่สามารถแยกจากกันได้เลย

การเขียนเนอื้ เรื่อง โครงเรอ่ื งท่จี ดั ทําไว้จะเปน็ ประโยชนต์ อ่ การเรียบ
เรียงเน้ือหาของเรยี งความ เพราะผูเ้ ขียนได้ลาํ ดับความและเขียนขยายความ
ไว้ครบถว้ นแลว้ ซึง่ การเรยี บเรียงเนอ้ื หาผเู้ ขียนตอ้ งทาํ ให้เกิดส่งิ ต่อไปนี้

๑. ลําดบั ความเหมาะสมสนับสนนุ ซง่ึ กนั และกัน ช่วยให้ผอู้ ่านตดิ ตาม
เนอื้ หาไดอ้ ย่างต่อเน่ือง

๒. มยี ่อหน้ามากกว่า ๑ ยอ่ หนา้ เพื่อช่วยลาํ ดบั ประเดน็ การขึ้นยอ่
หน้าใหม่ คือ การกล่าวประเด็นใหม่ ดงั นั้น แต่ละย่อหนา้ จะตอ้ งสื่อความ
ชัดเจนไมก่ ระจัดกระจาย โดยผู้เขยี นอาจมีย่อหน้าเล็กๆ เพอื่ ใช้เช่อื มโยง
ระหวา่ งประเด็นใหม่แต่ละประเด็น

๓. แตล่ ะย่อหนา้ จะตอ้ งเชือ่ มโยง มุง่ สู่วัตถปุ ระสงค์เดยี วกนั และ
ภายในยอ่ หนา้ น้ันๆ แตล่ ะประโยคจะตอ้ งมคี วามสัมพนั ธ์ เป็นเหตเุ ปน็
ผล น่าเชือ่ ถือ
๔. การใหร้ ายละเอยี ดเพอ่ื ขยายความจะตอ้ งชดั เจน ปรากฏท้งั ส่วนท่ี
ต้องการใหน้ ํ้าหนกั สว่ นขยาย และสว่ นเสรมิ เพื่อให้ประเดน็ ทกี่ ลา่ วถึง
น่าเชอื่ ถอื

ดังท่ีกล่าวไว้ในข้างต้นว่า ป่าไม่ สายน้ํา และธรรมชาติ เป็นสิ่งท่ีอยู่คู่มนุษย์มา
ต้ังแต่โบราณ และมนุษย์นั้นก็ได้ใช้สอยประโยชน์จากธรรมชาติเหล่านี้มากมายไม่ว่าจะ
เป็น การเข้าไปเก็บของป่าหรือลา่ สัตว์ป่าเพ่ือนํามาเป็นรายได้ในการประกอบอาชีพ การ
นํานํ้ามาใช้ในการอุปโภคและบริโภค เช่น ใช้ในการเกษตร การปรุงอาหาร การทําความ
สะอาดบ้านเรือน ฯลฯ หรือ ในสมัยปัจจุบัน ท่ีมีการนําวัตถุดิบจากธรรมชาติมาแปรรูป
เป็นผลผลิตทางอุตสาหกรรมมากมาย เพ่ืออํานวยความสะดวกในชีวิตประจําวัน
ธรรมชาติยังเป็นแหลง่ ทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ เป็นต้นกําเนิดของสรรพสิ่ง เป็นที่อยู่ที่
พักพิงให้แก่บรรดาสัตว์น้อยใหญ่ และเป็นแหล่งอาหารให้สัตว์นานาชนิดรวมถึงมนุษย์
ด้วย ทําให้สัตว์สามารถดํารงชีวิตได้ตามวิถีของพวกเขา ถ้าไม่มีธรรมชาติทุกสิ่งจะอยู่
ไม่ได้เนื่องจากต้องพึ่งพากันและมีความเช่ือมโยงสัมพันธ์กันจนแยกให้ขาดเสียจากกัน
ไมไ่ ด้ หากขาดสิง่ ใดส่ิงหนงึ่ ไปเราจะไม่สามารถอยู่ได้ ดงั คาํ กล่าวทว่ี ่า

“โบราณวา่ นํ้าพงึ่ เรือเสือพ่ึงป่า คนพึง่ ฟ้าปลาพ่งึ หนองคอยข้องเก่ยี ว

เราไม่อาจอยูไ่ ด้โดยคนเดยี ว ต้องข้องเกี่ยวพง่ึ พาอาศยั กนั ”

ปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรุดหน้าเร็วข้ึน มีการใช้เทคโนโลยี

และสิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆมากมายเกิดข้ึนเพ่ือนํามาใช้ตอบสนองความ

ต้องการของมนษุ ย์ ซึ่งความสะดวกสบายเหล่านี้เองท่ีทําให้ธรรมชาติถูกทําลายลง

เม่ือธรรมชาติถูกทําลายลงระบบนิเวศก็เสียสมดุล เกิดภัยพิบัติต่างๆดังเช่นใน

ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น นํ้าท่วม ไฟป่า โคลนถล่ม แผ่นดินไหว ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นผล

มาจากการกระทําของมนุษย์ทง้ั สน้ิ และคงทวีความรุนแรงย่ิงข้ึนถ้าหากพวกเราไม่

เริ่มเยยี วยาโลกกันต้ังแต่วนั นี้

เราสามารถช่วยโลกได้หลากหลายวิธี แต่ท่ีสําคัญท่ีสุดและควร
เร่ิมจากจดุ นี้ คือ “เลกิ เบยี ดเบียนโลก” ดว้ ยการพยายามใช้ทรัพยากร
ทางธรรมชาติให้น้อยท่ีสุดแต่คุ้มค่าที่สุด เพื่อไม่ให้สมดุลทางธรรมชาติ
ถูกทําลาย หรือเลิกปล่อยของเสียให้กับโลก ไม่ว่าจะเป็นควันพิษจาก
รถยนต์หรือโรงงานอุตสาหกรรม การทิ้งขยะลงแหล่งนํ้า การเผาป่า
ฯลฯ และช่วยกันปลูกต้นไม้ ลดขยะ ลดการใช้พลังงานหันมาใช้
พลงั งานทางเลือก เพื่อช่วยโลกใหอ้ ย่รู อดตอ่ ไปด้วย

การเขียนสรุป ผู้เขยี นควรสรุปความคิดสําคัญต่างๆ ไม่ให้
รายละเอียดเพิ่มเติม หรือ กล่าวซ้ําเนื้อหาเดิม แต่ต้องกระตุ้นให้
ผู้อ่านจดจํา ประทับใจ และเกิดพฤติกรรมไปทางท่ีเหมาะสม
นอกจากน้ีผู้เขียนไม่ควรไม่ควรใช้คําขึ้นต้นย่อหน้าว่า สรุป สรุป
แล้ว ที่กล่าวมาสรุปได้ว่า เพราะทําให้เรียงความขาดความ
ไพเราะ สละสลวย

จะเห็นได้ว่า ป่าไม้ สายนํ้า และ ธรรมชาติ เก่ียวข้องกับชีวิตของ
มนุษย์ สัตว์ สรรพส่ิงต่างๆ ไปจนถึงโลกใบน้ี และไดท้ ําประโยชน์ให้กับทุก
ชีวิตมากมายมาทุกยุคสมัย แต่ในวันน้ี... ธรรมชาติ ป่าไม้ สายน้ํา กําลังอยู่
ในภาวะวิกฤติเพราะเราได้แต่ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติสร้างความ
สะดวกสบายแต่กลับหลงลืมที่จะดูแลส่ิงแวดล้อมควบคู่กันไปด้วย ฉันคิด
ว่าถึงเวลาแล้วท่ีพวกเราต้องทําให้ป่าไม้กลับมาสดสวย สายนํ้ากลับมา
สดใส ธรรมชาติกลับมาสุขสันต์หรือเหมือนอดีตท่ีเป็นมา มาเถิดมาร่วมมือ
กนั ...เพือ่ โลกของเรา

เด็กหญงิ ลฎาภา อินทรมหา,โรงเรียนปัญญาประทปี

การตั้งชื่อเร่ือง ควรคิดหลังจากเขียนเรียงความเสร็จแล้ว ช่ือเร่ืองที่ดี
ต้องเป็นคํานํา วลีหรือ ประโยคที่มีใจความชัดเจน ครอบคลุมเน้ือหาทั้งหมด
ของเรียงความ เชิญชวนให้ผู้อา่ นเกิดความสนใจและติดตามอา่ น
ตัวอยา่ ง การต้ังช่ือเรอ่ื ง เช่น

“โลกรอ้ นสรา้ งวิกฤต วทิ ยแ์ ละเทคโนฯช่วยได”้
“มชี ีวติ ทีเ่ พียงพอ...ตามรอยพ่อท่ีพอเพียง”
“สองมือสรา้ งชวี ิต”
“แมข่ องแผน่ ดนิ ”
“ดไี ด้เพราะไมเ้ รยี ว”
“ไม่อาจแก้ไข”

หลงั จากเรียบเรยี งผ้เู ขียนควรอา่ นทบทวนอีกคร้ังเพ่อื หาขอ้ บกพรอ่ งของ
เรียงความซง่ึ ทพ่ี บมาก เชน่ การจดั หมวดหม่แู ละประเด็นความคิดไมเ่ หมาะสม
วกวน ไม่ชัดเจน การเสนอความคดิ การเขียนขยายใจความสําคัญ หรือการใช้
ถ้อยคาํ เพื่อเรยี บเรยี งขาดความตอ่ เนือ่ ง ใช้ภาษาตา่ งระดบั กนั ไม่กลมกลนื ซ่งึ
การตรวจทานและแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งมีแนวทาง ดงั นี้

๑. ใหเ้ ขียนอ่านทบทวนด้วยใจทเ่ี ป็นกลางอยา่ งน้อย ๒ รอบ
๒. พจิ ารณาเกีย่ วกับรปู แบบ ความคดิ การใช้ภาษาในเรียงความของตน
๓. จุดใดทบ่ี กพร่องใหท้ าํ เครอื่ งหมายไวแ้ ล้วแก้ไขใหถ้ ูกตอ้ งถูกต้อง
๔. ถา้ มีโอกาสควรใหผ้ ู้อืน่ อา่ นและวเิ คราะห์เพอ่ื นําขอ้ คดิ คาํ แนะนาํ ไป
ปรบั ปรงุ แก้ไข

๑) รูปแบบ เรียงความท่ีดีต้องมีองค์ประกอบครบถ้วนคือ ชือ่ เร่ือง คํา
นํา เน้ือเร่ือง สรุป โดยทุกองค์ประกอบมีขนาดความยาวท่ีเหมาะสม มี
ใจความสําคญั ส่ือความครบถ้วนชดั เจนว่าผู้เขียนมีจุดมุ่งหมายอย่างไร มุ่งให้
ความรคู้ วามเขา้ ใจ ใหอ้ ารมณ์ความรูส้ ึก สรา้ งความน่าเชอ่ื ถือ

๒) ความคิด เรียงความท่ีดีต้องมีสาระเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านในทาง
ใดทางหน่งึ ต้องเสนอความคิดทีส่ อดคลอ้ งกับหวั ขอ้ เรอ่ื ง จุดมุ่งหมาย มคี วาม
สมเหตุสมผลเป็นไปได้ ใช้เหตุผลรองรับ น่าเชื่อถือ นอกจากน้ีควรแสดงให้
เห็นความคิดสร้างสรรค์ของผู้เขยี น

๓) กลวิธีการเรียบเรียง เรียงความท่ีดีต้องแสดงให้เห็นว่าผู้เขียนเลือก
กลวิธี เช่น การยกตัวอย่างเปรียบเทียบ การบรรยาย การพรรณนาได้เหมาะสม
กับเนื้อหาและจุดมุ่งหมาย รวมถึงเลือกใช้กลวิธีการข้ึนต้นคํานํา การเรียบเรียง
เนอื้ หา และการจบบทสรุปไดเ้ หมาะสม สร้างสรรค์

๔) ภาษา เรียงความที่ต้องแสดงให้เห็นว่าผู้เขียนใช้ถ้อยคํา กลุ่มคํา วลี
และประโยคสร้างข้อความในแต่ละยอ่ หน้าไดส้ มบูรณ์โดยมีใจความสําคัญชดั เจน
มีความไพเราะ สละสลวย เม่ืออ่านแล้วเกิดน้ําหนักของเสียงชวนให้อ่านได้อย่าง
เพลิดเพลิน นอกจากนี้ผู้เขียนยังจะต้องตรวจสอบความถูกต้องของการสะกดคํา
การเว้นวรรคตอน และความสะอาดเรียบรอ้ ย


Click to View FlipBook Version