การสะสมสารพษิ ในส่งิ มชี วี ติ
ทบทวน
รูปถ่ายนี้ โดย ไมท่ ราบผเู้ ขียน ลิขสทิ ธิ์ของ CC BY-SA-NC
กฎ 10 เปอรเ์ ซนต์
อตั ราการถ่ายทอดพลงั งานในห่วงโซ่อาหาร
การถ่ายทอดพลงั งานในรูปเนื้อเย่ือจากส่ิงมชี ีวติ ลาดบั ช้ันอาหารช้ันหนึ่งไปยงั ช้ันถัดไป
จะเป็ นไปตามกฎ 10 เปอร์เซ็นต์ (ten percent law) ซึ่งมใี จความสาระสาคญั คือ
ปริมาณพลงั งานศักย์ท่ีสะสมในเนื้อเยื่อส่ิงมชี ีวติ ลาดบั ช้ันอาหารช้ันสูง จะมี
น้อยกว่าปริมาณพลงั งานศักย์ท่ีสะสมในเนื้อเยื่อส่ิงมชี ีวติ ลาดบั ช้ันอาหารช้ันตา่ กว่าที่
ถดั ลงมาอยู่ 10 เท่า มวลลดลง 10 เท่า
มวลลดลง 10 เท่า
ผู้ผลติ 100 kg ผู้บริโภคพืช 10 kg ผู้บริโภคสัตว์ 1 kg
สูญเสียไป 90% สูญเสียไป 90% กนิ ไม่ได้
ย่อยไม่ได้
ใช้หายใจ มากทส่ี ุด
โซ่อาหาร
อา้ งองิ : เรยี นสอนออนไลน์ by สสวท. Ep _ 3 ตอน การสะสมสารพษิ ในสง่ิ มีชีวติ
อา้ งองิ : เรยี นสอนออนไลน์ by สสวท. Ep _ 3 ตอน การสะสมสารพษิ ในสง่ิ มีชีวติ
อา้ งองิ : เรยี นสอนออนไลน์ by สสวท. Ep _ 3 ตอน การสะสมสารพษิ ในสง่ิ มีชีวติ
อา้ งองิ : เรยี นสอนออนไลน์ by สสวท. Ep _ 3 ตอน การสะสมสารพษิ ในสง่ิ มีชีวติ
ขอ้ สรุป
ห่วงโซ่อาหารยิ่งสน้ั ประสิทธิภาพการถ่ายทอดพลงั งานย่ิงสงู ข้ึน
ห่วงโซ่อาหารย่ิงยาวประสิทธิภาพการถ่ายทอดพลงั งานย่ิงนอ้ ยลง
ตน้ ขา้ ว ตกั๊ แตน คน
(100 kg.) (10 kg.) (1 kg.)
ตน้ ขา้ ว ตกั๊ แตน กบ คน
(100 kg.) (10 kg.) (1 kg.) (0.1 kg.)
การกินกนั ในธรรมชาติ จะเกิดการถ่ายทอดพลงั งานไม่เกิน
4 – 5 ขนั้ ตอน
อา้ งอิง : powerpoint_teacher04
สารพษิ ทไ่ี ม่ถูกย่อยสลาย เช่น โลหะหนัก ได้แก่ ปรอท ตะกว่ั
แคดเมียม หรือย่าฆ่าแมลงบางชนิดที่สลายตวั ยาก เช่น DDT เม่ือเกดิ
ปนเปื้ อนในสิ่งแวดล้อมจะถูกถ่ายทอด และสะสมในห่วงโซ่อาหารเป็ นแบบ
การเพม่ิ ขยายทางชีวภาพ (Biomagnification) โดยสิ่งมีชีวติ ในลาดับท้ายจะ
เกดิ การสะสมเป็ นพษิ เหล่านีเ้ ป็ นทวคี ูณ ดงั แผนภาพ
การถ่ายทอดพลงั งานและวฏั จกั รของสาร
ดวงอาทิตย์ พลงั งาน ผบู้ ริโภคพืช ผบู้ ริโภคสตั ว์
สาร
ผผู้ ลิต
สารอนินทรีย์ สาร ผยู้ ่อยอินทรียสาร
ขอ้ สรุป
ผรู้ บั พลงั งานเป็ นลาดบั สดุ ทา้ ย คือ ผยู้ ่อยอินทรียสาร
การถ่ายทอดพลงั งานจะเกิดทิศทางเดียว (unidirection) ไม่เป็ น
วงจรหรือไม่เป็ นวฏั จกั ร แต่การถ่ายทอดสารจะเป็ น วฏั จกั ร (Cyclic)
ปริมาณพลงั งานศกั ยท์ ่ีสะสมในรปู เน้ือเยื่อจะลดนอ้ ยลงตามลาดบั
ขน้ั การบริโภคขนั้ ตอนละ 10% แต่ปริมาณสารพิษที่ไม่ถกู ย่อย
สลายจะมีปริมาณเพ่ิมมากข้ึนเป็ นทวีคณู ตามลาดบั การบริโภคที่
สงู ข้ึน (Biomagnification)
นอ้ ยท่ีสุด 10% law
มากที่สุด ปริมาณพลงั งาน
ผูผ้ ลิต ผูบ้ ริโภคพืช ผูบ้ ริโภคสตั ว์
นอ้ ยที่สุด ปริมาณสารพิษท่ีสะสมในเน้ือเย่ือ มากที่สดุ Biomagnification
อา้ งองิ : powerpoint_teacher04
ความสมดลุ ในธรรมชาติ
• สมดลุ ทางธรรมชาติ เป็นภาวะการณท์ างธรรมชาตขิ องระบบนิเวศท่ีระบบ
ความสัมพันธ์ระหวา่ งองคป์ ระกอบเปน็ ไปอย่างสมบูรณ์ จะตอ้ งทำหนำ้ ทค่ี รบถ้วน
3 กลมุ่ คอื มที ัง้ ผผู้ ลิต ผูบ้ ริโภค และผยู้ อ่ ยสลำย
• ในส่วนของสง่ิ ไมม่ ชี วี ติ ทำหน้ำที่สนบั สนนุ อย่างตอ่ เนอ่ื งไมข่ าดหาย ความสมดลุ ทาง
ธรรมชาตมิ คี วามแตกต่างกนั ไปตาม ความแตกตา่ งของระบบนิเวศ
• ระบบนิเวศจะมกี ารเปล่ยี นแปลงอยตู่ ลอดเวลา การเปล่ียนแปลงนอี้ าจเปน็ ไปโดย
ธรรมชาติหรือโดยมนษุ ยก์ ไ็ ด้ ลกั ษณะการเปลย่ี นแปลงเปน็ ไปได้ 2 แบบ คอื
แบบกะทนั หัน เชน่ ภัยธรรมชาติ และ แบบค่อยเปน็ ค่อยไป คือใชเ้ วลายาวนานมี
ผลนอ้ ยมาก เช่น การลดจานวนลงของสิ่งมีชวี ิตชนดิ หนึ่งๆจากโรค
• สาเหตทุ ท่ี าใหร้ ะบบนิเวศเสยี ความสมดลุ
• การเพมิ่ ของประชากร
• การเกษตรสมยั ใหม่
• การขยายตวั ของเมอื ง
• การอตุ สาหกรรม
• การรกั ษาความสมดลุ ของระบบนิเวศ
• สารวจ (Exploration) เชน่ การสารวจแหลง่ แรแ่ ละทรพั ยากรเพมิ่ เตมิ
• การป้องกนั (Protection) ป้องกนั สง่ิ ทใ่ี ชแ้ ลว้ มใิ หเ้ ป็นพษิ ภยั
• การลดอตั ราความเสอ่ื มสญู (Elimination of Waste) หมายถงึ การใชใ้ ห้
ไดป้ ระโยชน์ อยา่ งเตม็ ท่ี