ก
ก คำนำ แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง สถิติ(1) ได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อประกอบการเรียนการสอน วิชา คณิตศาสตร์พื้นฐาน (ค21102) พร้อมทั้งเป็นเอกสารในการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองของนักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ มีทักษะด้านการเขียนคู่อันดับและสามารถนำไปใช้ในการ แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ให้ดีมากยิ่งขึ้น แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เล่มนี้มีเนื้อหาประกอบด้วย คำชี้แจงการใช้แบบฝึกทักษะ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระสำคัญ สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้แบบทดสอบ ก่อนเรียน ใบความรู้ที่มีเนื้อหาและตัวอย่างประกอบ แบบฝึกทักษะ แบบทดสอบหลังเรียน โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนประสบผลสำเร็จในการเรียนรู้ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน ในการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง ขอขอบคุณผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้ช่วยให้ แบบ ฝึกทักษะนี้สําเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์ ชรินรัตน์ ราชโสภา ผู้จัดทำ
ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข คำชี้แจงในการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ค คำแนะนำการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์สำหรับครู ง คำแนะนำการใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียน ขั้นตอนการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด สาระสำคัญ/สาระการเรียนรู้/จุดประสงค์การเรียนรู้ แบบทดสอบก่อนเรียน กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน ใบความรู้ที่ 4.1 เรื่อง คำถามทางสถิติ แบบฝึกทักษะที่ 4.1 เรื่อง คำถามทางสถิติ ใบความรู้ที่ 4.2 เรื่อง การเก็บรวบรวมข้อมูล แบบฝึกทักษะที่ 4.2 เรื่อง การเก็บรวบรวมข้อมูล ใบความรู้ที่ 4.3 (1) เรื่อง การนำเสนอข้อมูล(แผนภูมิรูปภาพ และ แผนภูมิแท่ง) แบบฝึกทักษะที่ 4.3 เรื่อง การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปภาพ แบบฝึกทักษะที่ 4.4 เรื่อง การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่ง ใบความรู้ที่ 4.3 (2) เรื่อง การนำเสนอข้อมูล(กราฟเส้น และ แผนภูมิรูปวงกลม) แบบฝึกทักษะที่ 4.5 เรื่อง การนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้น แบบฝึกทักษะที่ 4.6 เรื่อง การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปวงกลม แบบทดสอบหลังเรียนเรื่องสถิติ กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน ตารางบันทึกคะแนนแบบฝึกทักษะเรื่อง สถิติ จ ฉ ช ช 1 4 5 6 7 8 9 10 12 14 15 18 20 23 23 เฉลยแบบทดสอบ 24 เฉลยแบบฝึกทักษะ 25
ค คำ ชี ้ แจงในกำรใช ้ แบบฝึ กทก ั ษะคณ ิ ตศำสตร ์ 1. แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ(1) รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค21102 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 4 เรื่อง สถิติ(1) โดยใช้ควบคู่กับ แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 4 เรื่อง สถิติ(1) 2. แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ประกอบด้วย 2.1 คำชี้แจงในการใช้แบบฝึกทักษะ 2.2 คำแนะนำการใช้แบบฝึกทักษะสำหรับครู 2.3 คำแนะนำการใช้แบบฝึกทักษะสำหรับนักเรียน 2.4 ขั้นตอนการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะหลังเรียน 2.5 มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด 2.6 สาระสำคัญ/สาระการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.7 แบบทดสอบก่อนเรียน 2.8 ใบความรู้ 2.9 แบบฝึกทักษะ 2.10 แบบทดสอบหลังเรียน 2.11 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 2.12 เฉลยแบบฝึกทักษะ 2.13 เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน 3. แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เล่มนี้ใช้เวลาเรียน 14 ชั่วโมง
ง คำ แนะน ำกำรใช ้ แบบฝึ กทก ั ษะคณ ิ ตศำสตร์ส ำหรับ ครู เมื่อครูผู้สอนนำแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์เล่มนี้ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ควรปฏิบัติดังนี้ 1. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เล่มนี้ ควบคู่กับแผนการจัดการเรียนรู้ 2. ทดสอบความรู้ก่อนเรียนของนักเรียน เพื่อวัดความรู้พื้นฐานของนักเรียนแต่ละคน 3. ชี้แจงให้นักเรียนอ่านคำแนะนำในการใช้แบบฝึกทักษะ และควรปฏิบัติตามทุกขั้นตอน ในการ จัดกิจกรรมการเรียนการสอน 4. ขณะปฏิบัติกิจกรรมควรแนะนำนักเรียนอย่างใกล้ชิด 5. เมื่อนักเรียนทำแบบฝึกทักษะเสร็จแล้วให้นักเรียนตรวจคำตอบจากเฉลยแบบฝึกทักษะ (ใน บางครั้งครูร่วมเฉลยกับนักเรียน) 6. ให้นักเรียนซักถามเนื้อหาที่ไม่เข้าใจ แล้วครูอธิบายเพิ่มเติม 7. ทดสอบความรู้ของนักเรียนโดยใช้แบบทดสอบหลังเรียน 8. ตรวจคำตอบแบบทดสอบหลังเรียนจากเฉลยแบบทดสอบหลังเรียน (บางครั้งร่วมกับนักเรียน เฉลยคําตอบของแบบทดสอบหลังเรียน)
จ คำ แนะน ำกำรใช ้ แบบฝึ กทก ั ษะคณ ิ ตศำสตรส ำหรับ ์ นักเรียน ในการศึกษาแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ วิชาคณิศาสตร์พื้นฐาน วิชา 21102 เรื่อง สถิติ(1) สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 นักเรียนควรปฏิบัติตามคําแนะนำา ดังนี้ 1. อ่านคำชี้แจงเกี่ยวกับแบบฝึกทักษะและคำแนะนำการใช้แบบฝึกทักษะสำหรับนักเรียน ให้ เข้าใจก่อนลงมือทำงานหรือทำการศึกษาทุกครั้ง 2. ทำแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 20 ข้อ เป็นแบบทดสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก เพื่อทราบ พื้นฐานความรู้เดิมของตนเอง 3. ตรวจคําตอบแบบทดสอบก่อนเรียนจากเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนพร้อมบันทึกผลการสอบ ลงในตารางบันทึกคะแนน 4. ศึกษาสาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ ใบความรู้พร้อมเนื้อหาและตัวอย่างประกอบให้เข้าใจ หากนักเรียนไม่เข้าใจควรไปขอาแนะนำรากก่อนลงมือแบบทักษะ 5. ทำแบบฝึกทักษะทีละแบบฝึกให้เสร็จด้วยตนเอง โดยเขียนคำตอบลงในแบบฝึกทักษะ ห้าม เปิดดูเฉลยแบบฝึกทักษะก่อนแบบฝึกทักษะ 6. ตรวจทักษะ โดยเปิดดูเฉลยแบบฝึกทักษะ และบันทึกผลคะแนนการทำแบบฝึกทักษะลงใน ตารางบันทึกคะแนน 7. ทำแบบทดสอบหลังเรียน 8. ตรวจคำตอบแบบทดสอบหลังเรียนจากเฉลยแบบทดสอบหลังเรียนพร้อมบันทึกผลการสอบลง ในตารางบันทึกคะแนน
ฉ ขน ั ้ ตอนกำรเร ี ยนโดยใช ้ แบบฝึ กทก ั ษะคณ ิ ตศำสตร ์ 1. อ่ำนค ำแนะน ำ ส ำหรับนักเรียน 2. ท ำแบบทดสอบ ก่อนเรียน 3. ศึกษำแบบฝึ กทักษะโดย ปฏิบตัิกิจกรรม - ศึกษำเนื้อหำ - ท ำแบบฝึ กทักษะ - ตรวจแบบฝึ กทักษะ 4. ท ำแบบทดสอบ หลังเรียน 5. ศึกษำแบบฝึ ก ทกัษะเล่มต่อไป ผ่ำนเกณฑ ์ ประเมินผล ไม่ผ่ำน เกณฑ์
ช มำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัด เขำ้ใจกระบวนกำรทำงสถิติและใช้ควำมรู้ ทำงสถิติในกำรแก้ปัญหำ เขำ้ใจและใช้ควำมร้ทูำงสถิติในกำรน ำเสนอข้อมูล และแปลควำมหมำยข้อมูลรวมทงั้น ำขอ้มูลสถิติไปใช้ในชีวิตจริงโดยใช้ เทคโนโลยีที่เหมำะสม สำระส ำคัญ/สำระกำรเรียนรู้ คือ ตวัเลขที่แสดงข้อเทจ็จริงเกี่ยวกบัเรื่องใดเรื่องหนึ่งซึ่งอย่ใูนลกัษณะสรปุรวบยอดซึ่งประมวลผล ได้มำจำกข้อมูลเบือ้งต้นโดยกำรวิเครำะหห์รือกำรเปรียบเทียบ หรือกำรคำ นวณ หมำยถึง ค ำถำมที่มีค ำตอบหรือคำดว่ำจะได้รบัคำ ตอบมำกกว่ำ1 ค ำตอบ หรือค ำถำมที่ถำม ควำมคิดเหน็ของผ้ตูอบแต่ละคน หมำยถึง ข้อเทจ็จริงหรือสิ่งที่ยอมรบัว่ำเป็นข้อเทจ็จริงของเรื่องที่สนใจ อำจเป็นได้ทงั้ข้อควำม และตวัเลข ซึ่งได้จำกกำรเกบ็รวบรวมข้อมูล สำมำรถดำ เนินกำรได้หลำยวิธีเช่น กำรบันทึกข้อมูล กำรสังเกต กำรสอบถำม และกำรสัมภำษณ์ เป็ นกำรน ำเสนอข้อมูลที่ใช้จ ำนวนของรูปภำพแทนปริมำณทงั้หมดของ ข้อมูลที่ต้องกำรน ำเสนอ เป็นวิธีกำรน ำเสนอข้อมูลโดยใช้รูปสี่เหลี่ยมมุมฉำก โดยแต่ละรปูมีควำม กว้ำงเท่ำกนัและใช้ควำมสงูหรือควำมยำวแสดงปริมำณของข้อมูล เป็นวิธีกำรน ำเสนอข้อมูลโดยใช้แกนตงั้ฉำก 2 แกน มีแกนตงั้แทนปริมำณของ ข้อมูล และแกนนอนแทนรำยกำรที่จะน ำเสนอ ใช้จดุตดัที่อย่รูะหว่ำงแนวเส้นที่ลำกจำกแกนตงั้และแกนนอนเป็น จุดแสดงข้อมูล กำรน ำเสนอข้อมูลด้วยแผนภมูิรปูวงกลมเป็นกำรน ำเสนอข้อมูล ทงั้หมดลงในพื้นที่วงกลมหนึ่งวง โดยแบ่งพื้นที่ในวงกลมออกเป็น 100 ส่วนเท่ำๆกนั
ซ จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1.อธิบำยควำมหมำยของคำ ถำมทำงสถิติได้ 2.อธิบำยวิธีกำรเกบ็รวบรวมข้อมูลทำงสถิติและเลือกใช้วิธีกำร เกบ็รวบรวมข้อมูลทำงสถิติได้อย่ำงเหมำะสม 3.อธิบำยควำมหมำยข้อมูลจำกแผนภมูิรปูภำพที่กำ หนดให้ได้ 4.อธิบำยควำมหมำยข้อมูลจำกแผนภมูิแท่งที่กำ หนดให้ได้ 5.แปลควำมหมำยข้อมูลจำกกรำฟเส้นที่ก ำหนดให้ได้ 6.แปลควำมหมำยข้อมูลจำกแผนภมูิรปูวงกลมที่กำ หนดให้ได้ 7.น ำควำมร้ทูำงสถิติไปใช้ประกอบกำรตดัสินใจเกี่ยวกบัข้อมูล ข่ำวสำรต่ำงๆ ว่ำมีระดบัควำมน่ำเชื่อถือหรือไม่น่ำเชื่อถือได้ 1.ตรวจสอบและแก้ไขกำรตงั้คำ ตำมทำงสถิติได้ 2.เลือกใช้วิธีกำรเกบ็รวบรวมข้อมูลทำงสถิติได้อย่ำงเหมำะสม 3.สร้ำงแผนภมูิรปูภำพเพื่อน ำเสนอข้อมูลได้ 4.สร้ำงแผนภมูิแท่งเพื่อน ำเสนอข้อมูลได้ 5.น ำข้อมูลมำเขียนน ำเสนอเป็ นกรำฟเส้นได้ 6.น ำข้อมูลมำเขียนน ำเสนอเป็นแผนภมูิรปูวงกลมได้ 7.ประยกุต์ใช้ควำมรู้ทกัษะ และกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ ในกำรแก้ปัญหำได้อย่ำงเหมำะสม 1.สำมำรถสร้ำงเหตุผลเพื่อสนับสนุนแนวคิดของตนเองหรือโต้แย้ง แนวคิดของผ้อูื่นอย่ำงสมเหตุสมผล 2.มีควำมมุมำนะในกำรท ำควำมเข้ำใจปัญหำและแก้ปัญหำทำง คณิตศำสตร์
1 แบบทดสอบก่อนเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ บทที่ 4 เรื่อง สถิติ (1) 1. ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง ก. สถิติ หมายถึง ตัวเลขที่แทนจํานวน หรือข้อเท็จจริงของสิ่งที่เราศึกษา ข. สถิติ หมายถึง ศาสตร์ว่าด้วยระเบียบ วิธีการทางสถิติ ที่ประกอบด้วยการเก็บรวบ รวม ข้อมูล การนำเสนอ ค. ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริง หรือสิ่งที่ ยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริงของเรื่องที่สนใจศึกษา ง. ถูกทุกข้อ 2. ข้อความใดไม่ใช้ข้อมูลแสดงปริมาณ ก. อายุของนักเรียน ข. รายได้ของผู้ปกครอง ค. จํานวนนักเรียนในห้องเรียน ง. เบอร์โทรศัพท์ของนักเรียนในห้อง 3. ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลเชิงปริมาณ ก.หมายเลขโทรศัพท์ ข.อุณหภูมิของน้ำ ค.ความดันโลหิต ง.จำนวนสินค้านำเข้า 4. ข้อใดเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ ก. สถานะทางเพศ ข. ระดับการศึกษา ค. คะแนนสอบ ง. อาชีพ 5. ข้อใดเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ ก.ระดับผลการเรียน ข.ระดับเงินเดือน ค.ข้อมูลประสบการณ์ทำงาน ง.โรคประจำตัว 6. ถ้ากำหนดให้รูปภาพสมุด 1 เล่ม แทน จำนวนสมุด 15 เล่ม เป็นการแสดงข้อมูลโดย วิธีใด ก. แผนภูมิแท่ง ข. แผนภูมิรูปภาพ ค. กราฟเส้น ง. แผนภูมิรูปวงกลม 7. การนำเสนอข้อมูลเพื่อแสดงสัดส่วนและ เปอร์เซ็นต์ของข้อมูล วิธีการนำเสนอแบบใด เหมาะสมที่สุด ก. แผนภูมิรูปภาพ ข. แผนภูมิแท่น ค. กราฟเส้น ง. แผนภูมิรูปวงกลม จากแผนภูมิรูปวงกลม ตอบคำถามข้อ 8 - 9 ถ้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้มีจำนวนนักศึกษาระดับ ปริญญาตรี 10,500 คน 8.จำนวนนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มากกว่าจำนวน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 กี่คน นมหวาน ก. 2526 คน ข. 2625 คน ค. 3526 คน ง. 3625 คน คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วทำเครื่องหมายกากบาท () ลงในกระดาษคำตอบ
2 9 .จำนวนนักศึกษาชั้นปีที่ 3 น้อยกว่าจำนวน นักศึกษาชั้นปีที่ 2 กี่คน ก. 526 คน ข. 555 คน ค. 625 คน ง. 525 คน ใช้แผนภูมิรูปภาพต่อไปนี้ตอบคำถาม ข้อ 10-12 แผนภูมิรูปภาพแสดงปริมาณสับปะรด ที่ส่งออกไปขายต่างประเทศ 10. ปี พ.ศ.2559 ปริมาณสับปะรดส่งออก ไปขายต่างประเทศตรงกับข้อใด ก. 400,000 ตัน ข. 500,000 ตัน ค. 600,000 ตัน ง. 700,000 ตัน 11. ปี พ.ศ.2561 ปริมาณสับปะรดส่งออก ไปขายต่างประเทศตรงกับข้อใด ก. 450,000 ตัน ข. 800,000 ตัน ค. 900,000 ตัน ง. 1,000,000 ตัน 12. ปี พ.ศ.2559 และ พ.ศ.2563 มีปริมาณ สับปะรดส่งออกไปขายต่างประเทศต ่างกัน ตรงกับข้อใด ก. 450,000 ตัน ข. 800,000 ตัน ค. 900,000 ตัน ง. 1,000,000 ตัน พ.ศ.2 พ.ศ.2 2 พ.ศ.2 1 พ.ศ.2 0 พ.ศ.2 = 200,000 ตัน ใช้แผนภูมิแท่งต่อไปนี้ตอบคำถาม ข้อ 13-14 แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์สับปะรด 2 ประเภท ได้แก่ สับปะรดกระป๋องและน้ำสับปะรด ที่ประเทศไทยส่งออกไปสิงคโปร์ 13. ปีพ.ศ.ใดประเทศไทยส่งสับปะรดกระป๋องไป ขายที่สิงคโปร์มากที่สุด ก. พ.ศ.2555 ข. พ.ศ.2556 ค. พ.ศ.2557 ง. พ.ศ.2558 14. ปีพ.ศ.ใดสิงคโปร์นำเข้าผลิตภัณฑ์สับปะรด จากประเทศไทยมากที่สุด ก. พ.ศ.2555 ข. พ.ศ.2556 ค. พ.ศ.2557 ง. พ.ศ.2558 ใช้แผนภูมิแท่งต่อไปนี้ตอบคำถาม ข้อ 15 -18 แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบแสดงผลผลิตของ ธุรกิจประมงน้ำจืดแห่งหนึ่ง ในการจับปลา ครั้ง ในช่วงเวลา 1 วัน 15. ในการจับปลาในรอบวัน ได้ปลาชนิดใดมาก ที่สุด ก. ปลานิล ข. ปลาสวาย ค. ปลาดุก ง. มีคำตอบที่ถูกมากกว่า 1 ข้อ
3 16. ในการจับปลานิลในรอบวัน จับปลานิลได้ กี่กิโลกรัม ก. 9,500 กิโลกรัม ข. 11,500 กิโลกรัม ค. 13,000 กิโลกรัม ง. 13,500 กิโลกรัม 17. ถ้าขายปลาดุกที่จับได้ในราคากิโลกรัมละ 25 บาท ในการจับปลาดุก 3 ครั้ง จะขาย ปลาดุกได้เงินทั้งหมดกี่บาท ก. 237,500 บาท ข. 287,000 บาท ค. 325,000 บาท ง. 337,500 บาท 18. ถ้าขายปลาสวายที่จับได้ในราคากิโลกรัม ละ 40 บาท ในการจับปลาสวาย 3 ครั้ง จะ ขายปลาสวายได้เงินทั้งหมดกี่บาท ก. 237,000 บาท ข. 287,000 บาท ค. 520,000 บาท ง. 527,500 บาท ใช้แผนภูมิแท่งต่อไปนี้ตอบคำถาม ข้อ 19 กราฟเส้นแสดงผลิตภัณฑ์สับปะรด 4 ประเภท ได้แก่ สับปะรดกระป๋อง น้ำสับปะรด สับปะรดกวน และสับปะรดแห้ง ที่ประเทศไทยส่งออกไปประเทศ แคนาดา จีน และญี่ปุ่น 19. น้ำสับปะรดขายดีที่สุดในประเทศใด ก. แคนาดา ข. จีน ค. ญี่ปุ่น ง. ถูกทุกข้อ 20. การนำเสนอข้อมูลเพื่อแสดงการ เปลี่ยนแปลง ของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กับ เวลา วิธีการนำเสนอ แบบใดที่เหมาะในที่สุด ก. แผนภูมิรูปภาพ ข.แผนภูมิแท่ง ค. กราฟเส้น ง. แผนภูมิรูปวงกลม
4 กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง สถิติ(1) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ชื่อ-สกุล…………………….……………………………………………………………..…ชั้น ………….เลขที่ …..…. คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วทำเครื่องหมายกากบาท () ลงในกระดาษคำตอบ ข้อ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง 1 11 2 12 1 4 14 1 1 7 17 8 18 1 10 20 คะแนนเต็ม 20 คะแนนที่ได้ เกณฑ์การประเมิน ทำได้ 26 – 30 คะแนน ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ ดีมาก ทำได้ 21 – 25 คะแนน ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ ดี ทำได้ 11 – 20 คะแนน ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ พอใช้ ทำได้ 0 – 10 คะแนน ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ ปรับปรุง
5 ใบควำมรู้ที่ 4.1 เรื่อง ค ำถำมทำง สถิติ สถิติ (statistics) ค ำถำมทำง สถิติ ตวัอย่ำงที่เป็ นคำ ถำมทำงสถิติอย่ำงเช่น - นักเรียนโรงเรียนท่าบ่อ ส่วนใหญ่เดินทางมา โรงเรียนโดยวิธีใด - นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีความ คิดเห็นอย่างไรกับการเรียนคณิตศาสตร์ - นักเรียนในห้องนี้เกิดวันอะไรบ้าง ก็เพราะ ต้องมีการส ารวจค าตอบของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นก่อน เพื่อเก็บ รวบรวมข้อมูล และ มีค าตอบมากกว่า 1 ค าตอบ น้องเป็ ด : ครูแป๋ ว: ส่วนตัวอย่ำงที่ไม่เป็นคำ ถำมทำงสถิติก็อย่ำงเช่น - วันนี้จีจี้เดินทางมาโรงเรียนโดยวิธีใด - ปัจจุบันก็อตซี่ประกอบอาชีพอะไร - แอนนาเบลเกิดเดือนอะไร - เดือนมกราคมมีกี่วัน เพราะว่ามีค าตอบที่ถูกต้องเพียงค าตอบเดียว
6 แบบฝึ กทักษะที่ 4.1 เร ื่อง คำ ถำมทำงสถิติ ค ำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจำรณำคำ ถำมต่อไปนี้ว่ำเป็ นคำ ถำมทำงสถิติหรือไม่พร้อมทงั้ให้ เหตุผลประกอบ 1) ดอกไม้ประจ าประเทศไทยมีชื่อว่าอะไร ตอบ 2) ภูวดลมีอายุเท่าไร ตอบ 3) นักท่องเที่ยวชาวไทยชอบเดินทางไปจังหวัดใด ตอบ 4) ดวงอาทิตย์ตกทางทิศใด ตอบ 5) ชาวเขาในแต่ละเผ่ามีจ านวนคนที่เป็นโรคพยาธิเผ่าละกี่คน ตอบ 6) จ านวนผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งคิดเป็นร้อยละเท่าไรของจ านวนผู้ป่วยทั้งโรงพยาบาล ตอบ คะแนนที่ได้ กดไลค์ ให้กับ คนที่ได้เต็ม เลยฮะ
7 ใบควำมรู้ที่ 4.2 เรื่อง กำรเก็บรวบรวม ข้อมูล ข้อมูล กำรบันทึกข้อมูล เป็นวิธีที่ผู้เก็บรวบรวมข้อมูล ต้องลงมือปฏิบัติเอง แล้วบันทึกข้อมูลไว้ กำรสังเกต ผู้เก็บรวบรวมข้อมูลไม่ต้องลงมือปฏิบัติเอง แต่ต้องอาศัย การดูการฟัง และท าความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น แล้ว บันทึกผลที่ได้จากการสังเกต กำรสอบถำม เป็นวิธีที่ผู้เก็บรวบรวมข้อมูลต้องเตรียม แบบสอบถามให้กับผู้ตอบแบบสอบถาม แล้วน า แบบสอยถามนั้นกลับคืนมา เพื่อด าเนินการทางสถิติ กำรสัมภำษณ์ คล้ายกับแบบสอบถาม คือมีการตั้งค าถาม แต่ท าเป็นรายการค าถาม แล้วน าไปสัมภาษณ์ ผู้ที่เลือกไว้พร้อมบันทึกค าตอบที่ได้ เพื่อน ามาด าเนินการทางสถิติ 1 3 4 2 เช่น ครูแป๋ ว: ตัวอย่ำงกำรเกบ็รวบรวมข้อมูลเพื่อตอบคำ ถำมทำงสถิติ เครื่องดื่มร้านน ้าเย็นที่ลูกค้าชอบคือเครื่องดื่มชนิดใด? อาจท าได้ด้วยการส ารวจ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ หรือ สังเกตแล้วนับด้วย การจดบันทึกชนิดของเครื่องดื่มที่ลูกค้าซื้อ
8 แบบฝึ กทักษะที่ 4.2 เรื่อง กำรเก็บรวบรวมข้อมูล คำ ชี้แจง จำกสถำนกำรณ์ที่กำ หนด บอกวิธีเกบ ็ รวบรวมของสถำนกำรณ์ดงักล่ำว 1) การแข่งขันร้องเพลงของนักเรียนชั้น ม.1/6 เป็นอย่างไร ตอบ.......................................................................................................... 2) ผู้ปกครองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แต่ละคนประกอบอาชีพอะไร ตอบ.......................................................................................................... 3) น ้าใจต้องการทราบน ้าหนักของตนเองทุกสัปดาห์ หลังจากเริ่มต้นลดน ้าหนักมาเป็นเวลา 3 เดือน ตอบ.......................................................................................................... 4) ผู้จัดการร้านเสริมความงามต้องการทราบความคิดเห็นของลูกค้า 10 คน หลังจากการใช้บริการ ตอบ.......................................................................................................... 5) ครูแป๋ วฟังการอ่านท านองเสนาะของเด็กหญิงสุดา ตอบ.......................................................................................................... 6) นายช่างต้องการทราบถึงความพึงพอใจของลูกค้าที่น ารถมาซ่อมบ ารุงในอู่ซ่อมรถของเขา ตอบ.......................................................................................................... คะแนนที่ได้ ไม่เข้าใจตรงไหน ถามครูได้น๊า
9 ใบควำมรู้ที่ 4.3 (1) เรื่อง กำรน ำเสนอข้อมูล (แผนภมูิรปูภำพ และ แผนภมูิแท่ง) ตวัอย่ำงแผนภมูิ รูปภำพ จำนวนภาชนะ ถ้วย 200 ใบ จาน 425 ใบ แก้ว 500 ใบ ชาม 350 ใบ แผนภมูิรปูภำพแสดงจำ นวนภำชนะ ตวัอย่ำงแผนภมูิ แท่ง พ.ศ. จ านวน (พันคน) คะแนน นักเรียน
10 แบบฝึ กทักษะที่ 4.3 เรื่อง กำรน ำเสนอข้อมูล ด ้ วยแผนภมูิรปูภำพ 1. จงใช้ข้อมูลต่อไปนี้เขียนแผนภมูิรปูภำพ จ ำนวนกำงเกงยีนส์ที่ขำยได้ของร้ำนขำยกำงเกงยีนส์แห่งหนึ่ง ในช่วงระหว่ำงวันที่ 1 มีนำคม 2560 ถึงวันที่ 5 มีนำคม 2560 วันที่ 1 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้18 ตัว วันที่ 2 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้36 ตัว วันที่ 3 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้12 ตัว วันที่ 4 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้21 ตัว วันที่ 5 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้30 ตัว ขอยากกว่านี้ได้ปะ พี่จุ๊กกรู๊ง่ายเกิ๊น
11 แผนภูมิรูปภาพแสดงปริมาณสับปะรดที่ส่งออกไปขายต่างประเทศ จำกข้อมูลตำมแผนภมูิรปูภำพ จงตอบคำ ถำมต่อไปนี้ 1. แผนภมูินี้ชื่อ.............................................................................................................. 2. ปี พ.ศ. ................... ส่งออกสับปะรดไปขายต่างประเทศมำกที่สุด จ ำนวน..................... ตัน 3. ปี พ.ศ. ................... ส่งออกสับปะรดไปขายต่างประเทศน้อยที่สุด จ ำนวน.................... ตัน 4. ปี พ.ศ.2561 ปริมำณสบัปะรดส่งออกไปขำยต่ำงประเทศ จ ำนวน........................ ตัน 5. ปี พ.ศ.2560 และ พ.ศ.2562 มีปริมำณสบั ปะรดส่งออกไปขำยต่ำงประเทศต่ำงกนั จ ำนวน........................ตัน 6. จำกแผนภมูิรปูภำพ นักเรียนคิดว่ำแนวโน้มในปีต่อๆมำ จะมีปริมำณสบัปะรด ส่งออกไปขำยต่ำงประเทศ เพิ่มขึ้นหรือลดลง.................................................................... 2. ให้นักเรียนพิจำรณำแผนภมูิต่อไปนี้ 3. พ.ศ.2 พ.ศ.2 2 พ.ศ.2 1 พ.ศ.2 0 พ.ศ.2 = 200,000 ตัน คะแนนที่ได้ ไหนใครถูกหมดบ้าง ปรบมือให้รัวๆเลยจ้า
12 รายรับและรายจ่ายของนายใฝ่เรียน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. รายรับ (บาท) 3,500 4,500 4,000 4,000 5,000 รายจ่าย (บาท) 2,500 3,000 2,500 1,500 3,000 แบบฝึ กทักษะที่ 4.4 เรื่อง กำรน ำเสนอข้อมูล ด ้ วยแผนภมูิแท่ง 1. จงใช้ข้อมูลต่อไปนี้เขียนแผนภมูิแท่งเปรียบเทียบ 2.
13 แผนภมูิแท่งแสดงจำ นวนนักเรียนชนั้มธัยมศึกษำปีที่1-6โรงเรียนเลิศจรรยำ 1. แผนภมูินี้ชื่อ 2. โรงเรียนแห่งนี้มีจ ำนวนนักเรียนทั้งหมดจ ำนวน คน 3. โรงเรียนแห่งนี้มีจ ำนวนนักเรียนในระดับชั้น มำกที่สุด จ ำนวน คน 4. โรงเรียนแห่งนี้มีจ ำนวนนักเรียนในระดับชั้น น้อยที่สุด จ ำนวน คน 5. จำ นวนนักเรียนในระดบัชนั้ม.6 และ ม.4 ต่ำงกนัอย่จูำ นวน คน 6. โรงเรียนแห่งนี้มีจ ำนวนนักเรียนในระดับชั้นมธัยมศึกษำตอนต้น ต่ำงจำก จ ำนวนนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษำตอนปลำย จ ำนวน คน 7. จ ำนวนนักเรียนในระดับชั้น ม.5 คิดเป็ นร้อยละคิดเป็ นร้อยละ ของจ ำนวน นักเรียนทั้งหมดใน โรงเรียนแห่งนี้(ประมำณเป็ นทศนิยม 2 ตำ แหน่ง) 8. จ ำนวนนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษำตอนต้น คิดเป็ นร้อยละ ของจ ำนวน นักเรียนทั้งหมดใน โรงเรียนแห่งนี้(ประมำณเป็ นทศนิยม 2 ตำ แหน่ง) 2. จำกแผนภมูิแท่งที่กำ หนด จงตอบคำ ถำมต่อไปนี้ ใช้แผนภมูิแท่งต่อไปนี้ตอบคำ ถำมข้อ 1-3 3. คะแนนที่ได้ ถึงไม่ถูกหมด ก็ไม่เป็นไรนะคะนักเรียน แบบฝึกหน้าตั้งใจใหม่น๊า ฮึบๆ
14 ครูแป๋ ว: กรณีที่มีข้อมูลมากกว่า 1 ชุด การน าเสนอข้อมูลจะใช้ ลักษณะของเส้นที่แตกต่างกัน และถ้าข้อมูลแต่ละ รายการมีจ านวนมากและใกล้เคียงกัน สามารถย่นระยะ เส้นบอกปริมาณโดยใช้เส้นหยักเพื่อแสดงการละข้อมูล ช่วงนั้น เหมือนในตัวอย่าง จ ำนวนของข้อมูลรำยกำร ผลรวมของข้อมูลทั้งหมด ย่อย 360 องศำ จ ำนวนของข้อมูลรำยกำร ผลรวมของข้อมูลทั้งหมด ย่อย 100
15 อณุหภมูิเฉลี่ยระหว่ำงเดือนมกรำคมถึงเดือนมิถนุำยนของ กรุงเทพมหำนคร ประเทศไทย และกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน เดือน อณุหภมูิเฉลี่ย (C) ณ กรุงเทพมหำนคร ประเทศไทย อณุหภมูิเฉลี่ย (C) ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน ม.ค. 27 14 ก.พ. 28 15 มี.ค. 30 17 เม.ย. 31 21 พ.ค. 30 24 มิ.ย. 29 27
16 1. แผนภมูินี้ชื่อ 2. อณุหภมูิของอำกำศ ณ เวลำ11.00 น. คือ องศำเซลเซียส 3. อณุหภมูิของอำกำศ ณ เวลำ12.00 น. คือ องศำเซลเซียส 4. อณุหภมูิของอำกำศ ณ เวลำ13.00 น. คือ องศำเซลเซียส 5. อณุหภมูิของอำกำศ ณ เวลำ14.00 น. คือ องศำเซลเซียส 6. อณุหภมูิของอำกำศ ณ เวลำ15.00 น. คือ องศำเซลเซียส 7. อณุหภมูิของอำกำศ ณ เวลำ16.00 น. คือ องศำเซลเซียส 8. เวลำ ที่อณุหภมูิของอำกำศสงูที่สด คือุองศำเซลเซียส 9. เวลำ ที่อณุหภมูิของอำกำศตำ ่ที่สด คือุองศำเซลเซียส 10. อณุหภมูิของอำกำศสูงที่สุดและอณุหภมูิของอำกำศตำ ่ที่สดุต่ำงกนัอยู่ องศำ เซลเซียส 11. เวลำ และ มีอณุหภมูิของอำกำศเท่ำกนั คือ องศำเซลเซียส 12. อณุหภมูิของอำกำศ ณ เวลำ12.00 น. เพิ่มขึ้นจำกเวลำ11.00 น.คือ องศำ เซลเซียส 13. อณุหภมูิของอำกำศ ณ เวลำ14.00 น. กบั15.00 น. ต่ำงกนัอยู่ องศำ เซลเซียส
17 1. แผนภมูินี้ชื่อ 2. ปี รำคำของน ้ำมนัดิบที่สงูที่สดุคือ ล้ำนดอลลำร์สหรัฐ/บำร์เรล 3. ปี รำคำของน ้ำมันส ำเร็จรูปที่ต ่ำที่สุด คือ ล้ำนดอลลำร์สหรัฐ/บำร์เรล 4. ปี2543รำคำน ้ำมนัดิบ ล้ำนดอลลำร์สหรัฐ/บำร์เรล 5. ปี 2539 รำคำน ้ำมันส ำเร็จรูป ล้ำนดอลลำร์สหรัฐ/บำร์เรล 6. ปี2545รำคำน ้ำมนัดิบ ล้ำนดอลลำร์สหรัฐ/บำร์เรล 7. ปี 2541 รำคำน ้ำมันส ำเร็จรูป ล้ำนดอลลำร์สหรัฐ/บำร์เรล 8. ปี2542รำคำน ้ำมนัดิบ ล้ำนดอลลำร์สหรัฐ/บำร์เรล 9. ปี มีรำคำเฉลี่ยของของน ้ำมนัดิบและน ้ำมนัสำ เรจ ็ รปูใกล้เคียงกนัที่สุด 10. เวลำ ที่อณุหภมูิของอำกำศตำ ่ที่สด คือุ องศำเซลเซียส
18 1) ผลรวมของจ ำนวนนักเรียนทั้งหมดที่ยืม หนังสือ…………………………………………… 2) ขนำดของมุมที่จดุศนูยก์ลำง และค่ำร้อยละของพื้นที่รำยกำรย่อยในวงกลม ประเภทหนังสือ จำนวนนักเรียน ขนาดของมุมที่จุดศูนย์กลาง ของรายการย่อย (องศา) ร้อยละของพื้นที่ ของรายการย่อยในวงกลม สารคดี ประวัติศาสตร์ วารสาร นิยาย รวม 3) สร้ำงแผนภมูิรปูวงกลม จ ำนวนของนักเรียนที่ที่ยืมหนังสือในห้องสมุด ของโรงเรียนท่ำบ่อ เป็ นดังนี้ หนังสือประเภท สารคดีจ านวน 90 คน หนังสือประเภท ประวัติศาสตร์จ านวน 45 คน หนังสือประเภท วารสาร จ านวน 105 คน หนังสือประเภท นิยาย จ านวน 60 คน
19 1. แผนภมูินี้ชื่อ 2. ในแต่ละเดือนครอบครวัของแอนนำเบลมีค่ำใช้จ่ำยเป็ นค่ำอำหำร คิดเป็ นเงิน บำท คิดเป็ นร้อยละ 3. ในแต่ละเดือนครอบครวัของแอนนำเบลเก็บออมเงิน คิดเป็ น บำท 4. ในแต่ละเดือนครอบครวัของแอนนำเบลมีค่ำใช้จ่ำยเป็ นค่ำยำนพำหนะ คิดเป็ นเงิน บำท 5. ในแต่ละเดือนครอบครวัของแอนนำเบลมีค่ำใช้จ่ำยเป็ นค่ำเครื่องใช้ต่ำงๆ คิดเป็ นเงิน บำท 6. ในแต่ละเดือนครอบครวัของแอนนำเบลมีค่ำใช้จ่ำยทั้งหมด คิดเป็ นเงิน บำท
20 แบบทดสอบหลังเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ บทที่ 4 เรื่อง สถิติ (1)คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียง คำตอบเดียว แล้วทำเครื่องหมายกากบาท () ลงในกระดาษคำตอบ 1. ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง ก. สถิติ หมายถึง ตัวเลขที่แทนจํานวน หรือข้อเท็จจริงของสิ่งที่เราศึกษา ข. สถิติ หมายถึง ศาสตร์ว่าด้วยระเบียบ วิธีการทางสถิติ ที่ประกอบด้วยการเก็บรวบ รวม ข้อมูล การนำเสนอ ค. ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริง หรือสิ่งที่ ยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริงของเรื่องที่สนใจศึกษา ง. ถูกทุกข้อ 2. ข้อความใดไม่ใช้ข้อมูลแสดงปริมาณ ก. อายุของนักเรียน ข. รายได้ของผู้ปกครอง ค. จํานวนนักเรียนในห้องเรียน ง. เบอร์โทรศัพท์ของนักเรียนในห้อง 3. ข้อใดไม่ใช่ข้อมูลเชิงปริมาณ ก.หมายเลขโทรศัพท์ ข.อุณหภูมิของน้ำ ค.ความดันโลหิต ง.จำนวนสินค้านำเข้า 4. ข้อใดเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ ก. สถานะทางเพศ ข. ระดับการศึกษา ค. คะแนนสอบ ง. อาชีพ 5. ข้อใดเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ ก.ระดับผลการเรียน ข.ระดับเงินเดือน ค.ข้อมูลประสบการณ์ทำงาน ง.โรคประจำตัว 6. ถ้ากำหนดให้รูปภาพสมุด 1 เล่ม แทน จำนวนสมุด 15 เล่ม เป็นการแสดงข้อมูลโดย วิธีใด ก. แผนภูมิแท่ง ข. แผนภูมิรูปภาพ ค. กราฟเส้น ง. แผนภูมิรูปวงกลม 7. การนำเสนอข้อมูลเพื่อแสดงสัดส่วนและ เปอร์เซ็นต์ของข้อมูล วิธีการนำเสนอแบบใด เหมาะสมที่สุด ก. แผนภูมิรูปภาพ ข. แผนภูมิแท่น ค. กราฟเส้น ง. แผนภูมิรูปวงกลม จากแผนภูมิรูปวงกลม ตอบคำถามข้อ 8 - 9 ถ้ามหาวิทยาลัยแห่งนี้มีจำนวนนักศึกษาระดับ ปริญญาตรี 10,500 คน 8.จำนวนนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มากกว่าจำนวน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 กี่คน นมหวาน ก. 2526 คน ข. 2625 คน ค. 3526 คน ง. 3625 คน
21 9 .จำนวนนักศึกษาชั้นปีที่ 3 น้อยกว่าจำนวน นักศึกษาชั้นปีที่ 2 กี่คน ก. 526 คน ข. 555 คน ค. 625 คน ง. 525 คน ใช้แผนภูมิรูปภาพต่อไปนี้ตอบคำถาม ข้อ 10-12 แผนภูมิรูปภาพแสดงปริมาณสับปะรด ที่ส่งออกไปขายต่างประเทศ 10. ปี พ.ศ.2559 ปริมาณสับปะรดส่งออก ไปขายต่างประเทศตรงกับข้อใด ก. 400,000 ตัน ข. 500,000 ตัน ค. 600,000 ตัน ง. 700,000 ตัน 11. ปี พ.ศ.2561 ปริมาณสับปะรดส่งออก ไปขายต่างประเทศตรงกับข้อใด ก. 450,000 ตัน ข. 800,000 ตัน ค. 900,000 ตัน ง. 1,000,000 ตัน 12. ปี พ.ศ.2559 และ พ.ศ.2563 มีปริมาณ สับปะรดส่งออกไปขายต่างประเทศต ่างกัน ตรงกับข้อใด ก. 450,000 ตัน ข. 800,000 ตัน ค. 900,000 ตัน ง. 1,000,000 ตัน พ.ศ.2 พ.ศ.2 2 พ.ศ.2 1 พ.ศ.2 0 พ.ศ.2 = 200,000 ตัน ใช้แผนภูมิแท่งต่อไปนี้ตอบคำถาม ข้อ 13-14 แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์สับปะรด 2 ประเภท ได้แก่ สับปะรดกระป๋องและน้ำสับปะรด ที่ประเทศไทยส่งออกไปสิงคโปร์ 13. ปีพ.ศ.ใดประเทศไทยส่งสับปะรดกระป๋องไป ขายที่สิงคโปร์มากที่สุด ก. พ.ศ.2555 ข. พ.ศ.2556 ค. พ.ศ.2557 ง. พ.ศ.2558 14. ปีพ.ศ.ใดสิงคโปร์นำเข้าผลิตภัณฑ์สับปะรด จากประเทศไทยมากที่สุด ก. พ.ศ.2555 ข. พ.ศ.2556 ค. พ.ศ.2557 ง. พ.ศ.2558 ใช้แผนภูมิแท่งต่อไปนี้ตอบคำถาม ข้อ 15 -18 แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบแสดงผลผลิตของ ธุรกิจประมงน้ำจืดแห่งหนึ่ง ในการจับปลา ครั้ง ในช่วงเวลา 1 วัน 15. ในการจับปลาในรอบวัน ได้ปลาชนิดใดมาก ที่สุด ก. ปลานิล ข. ปลาสวาย ค. ปลาดุก ง. มีคำตอบที่ถูกมากกว่า 1 ข้อ
22 16. ในการจับปลานิลในรอบวัน จับปลานิลได้ กี่กิโลกรัม ก. 9,500 กิโลกรัม ข. 11,500 กิโลกรัม ค. 13,000 กิโลกรัม ง. 13,500 กิโลกรัม 17. ถ้าขายปลาดุกที่จับได้ในราคากิโลกรัมละ 25 บาท ในการจับปลาดุก 3 ครั้ง จะขาย ปลาดุกได้เงินทั้งหมดกี่บาท ก. 237,500 บาท ข. 287,000 บาท ค. 325,000 บาท ง. 337,500 บาท 18. ถ้าขายปลาสวายที่จับได้ในราคากิโลกรัม ละ 40 บาท ในการจับปลาสวาย 3 ครั้ง จะ ขายปลาสวายได้เงินทั้งหมดกี่บาท ก. 237,000 บาท ข. 287,000 บาท ค. 520,000 บาท ง. 527,500 บาท ใช้แผนภูมิแท่งต่อไปนี้ตอบคำถาม ข้อ 19 กราฟเส้นแสดงผลิตภัณฑ์สับปะรด 4 ประเภท ได้แก่ สับปะรดกระป๋อง น้ำสับปะรด สับปะรดกวน และสับปะรดแห้ง ที่ประเทศไทยส่งออกไปประเทศ แคนาดา จีน และญี่ปุ่น 19. น้ำสับปะรดขายดีที่สุดในประเทศใด ก. แคนาดา ข. จีน ค. ญี่ปุ่น ง. ถูกทุกข้อ 20. การนำเสนอข้อมูลเพื่อแสดงการ เปลี่ยนแปลง ของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กับ เวลา วิธีการนำเสนอ แบบใดที่เหมาะในที่สุด ก. แผนภูมิรูปภาพ ข.แผนภูมิแท่ง ค. กราฟเส้น ง. แผนภูมิรูปวงกลม
23 กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง สถิติ(1) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ชื่อ-สกุล…………………….……………………………………………………………..…ชั้น ………….เลขที่ …..…. คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วทำเครื่องหมายกากบาท () ลงในกระดาษคำตอบ ข้อ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง 1 11 2 12 1 4 14 1 1 7 17 8 18 1 10 20 คะแนนเต็ม 20 คะแนนที่ได้ เกณฑ์การประเมิน ทำได้ 26 – 30 คะแนน ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ ดีมาก ทำได้ 21 – 25 คะแนน ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ ดี ทำได้ 11 – 20 คะแนน ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ พอใช้ ทำได้ 0 – 10 คะแนน ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ ปรับปรุง
24 เฉลย แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง สถิติ(1) ชื่อ-สกุล…………………….……………………………………………………………..…ชั้น ………….เลขที่ …..…. คำชี้แจง เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว แล้วทำเครื่องหมายกากบาท () ลงในกระดาษคำตอบ ข้อ ก ข ค ง ข้อ ก ข ค ง 1 11 2 12 1 4 14 1 1 7 17 8 18 1 10 20
25 ให้นักเรียนพิจำรณำคำ ถำมต่อไปนี้ว่ำเป็ นคำ ถำมทำงสถิติหรือไม่พร้อมทงั้ให้ เหตุผลประกอบ ไม่เป็น เพราะมีค าตอบที่ถูกต้องเพียงค าตอบเดียว ไม่เป็น เพราะมีค าตอบที่ถูกต้องเพียงค าตอบเดียว เป็น เพราะมีค าตอบมากกว่า 1 ค าตอบ ไม่เป็น เพราะมีค าตอบที่ถูกต้องเพียงค าตอบเดียว เป็น เพราะเป็นค าถามซึ่งค าตอบได้มาจากการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานบางอย่าง แล้ว น ามาจ าแนกอาหารกี่คน คิดเป็นร้อยละเท่าไรของจ านวนผู้ป่วยทั้งโรงพยาบาล เป็น เพราะต้องส ารวจผู้ป่วยทั้งโรงพยาบาลก่อน แล้วจึงมาค านวณว่ามีผู้ป่วยที่เป็นโรค ทางเดินค านวณ หรือวิเคราะห์เพื่อใช้ตอบค าถามนั้น
26 จำกสถำนกำรณ์ที่กำ หนด บอกวิธีเกบ ็ รวบรวมของสถำนกำรณ์ดงักล่ำว วิธีกำรสงัเกต วิธีกำรสอบถำม วิธีกำรบนัทึกข้อมูล วิธีกำรสมัภำษณ์ วิธีกำรสงเกตั วิธีกำรสมัภำษณ์
27 แผนภูมิรูปภาพแสดงจำนวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้ของร้านขายกางเกงยีนส์แห่งหนึ่ง ในช่วงระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2 0 ถึงวันที่ มีนาคม 2 0 จำ นวนกำงเกงยีนสท์ ี่ขำยได้ของร้ำนขำยกำงเกงยีนสแ์ห่งหนึ่ง ในช่วงระหว่ำงวนัที่ 1 มีนำคม 2560 ถึงวันที่ 5 มีนำคม 2560 วันที่ 1 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้18 ตัว วันที่ 2 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้36 ตัว วันที่ 3 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้12 ตัว วันที่ 4 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้21 ตัว วันที่ 5 มีนาคม 2560 จ านวนกางเกงยีนส์ที่ขายได้30 ตัว
28 แผนภูมิรูปภาพแสดงปริมาณสับปะรดที่ส่งออกไปขายต่างประเทศ จากข้อมูลตามแผนภูมิรูปภาพ จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. แผนภูมินี้ชื่อ แผนภูมิรูปภาพแสดงปริมาณสับปะรดที่ส่งออกไปขายต่างประเทศ 2. ปี พ.ศ. 2 ส่งออกสับปะรดไปขายต่างประเทศมากที่สุด จำนวน 1, 00,000 ตัน 3. ปี พ.ศ. 2 ส่งออกสับปะรดไปขายต่างประเทศน้อยที่สุด จำนวน 700,000 ตัน 4. ปี พ.ศ.2 61 ปริมาณสับปะรดส่งออกไปขายต่างประเทศ จำนวน 00,000 ตัน 5. ปี พ.ศ.2560 และ พ.ศ.2562 มีปริมาณสับปะรดส่งออกไปขายต่างประเทศต่างกัน จำนวน. 200,000 ..ตัน 6. จากแผนภูมิรูปภาพ นักเรียนคิดว่าแนวโน้มในปีต่อๆมา จะมีปริมาณสับปะรดส่งออกไปขาย ต่างประเทศ เพิ่มขึ้นหรือลดลง เพิ่มขึ้น พ.ศ.2 พ.ศ.2 2 พ.ศ.2 1 พ.ศ.2 0 พ.ศ.2 = 200,000 ตัน
29 รายรับและรายจ่ายของนายใฝ่เรียน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. รายรับ (บาท) 3,500 4,500 4,000 4,000 5,000 รายจ่าย (บาท) 2,500 3,000 2,500 1,500 3,000 แผนภูมิแท่งเปรียบเทียบรายรับและรายจ่ายของนายใฝ่เรียน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม
30 1. แผนภูมินี้ชื่อ แผนภูมิแท่งแสดงจำนวนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1- โรงเรียนเลิศจรรยา 2. โรงเรียนแห่งนี้มีจำนวนนักเรียนทั้งหมดจำนวน 2, 0 คน 3. โรงเรียนแห่งนี้มีจำนวนนักเรียนในระดับชั้น ม. มากที่สุด จำนวน 00 คน 4. โรงเรียนแห่งนี้มีจำนวนนักเรียนในระดับชั้น ม. น้อยที่สุด จำนวน 70 คน 5. จำนวนนักเรียนในระดับชั้น ม. และ ม.4 ต่างกันอยู่จำนวน 0 คน 6. โรงเรียนแห่งนี้มีจำนวนนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ต่างจากจำนวนนักเรียนใน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 4 0 คน 7. จำนวนนักเรียนในระดับชั้น ม. คิดเป็นร้อยละ 20.48 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ใน โรงเรียนแห่งนี้ (ประมาณเป็นทศนิยม 2 ตำแหน่ง) 8. จำนวนนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น คิดเป็นร้อยละ 42. ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ในโรงเรียนแห่งนี้ (ประมาณเป็นทศนิยม 2 ตำแหน่ง)
31 กราฟเส้นแสดงอุณหภูมิเฉลี่ยระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายนของกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน อณุหภมูิเฉลี่ยระหว่ำงเดือนมกรำคมถึงเดือนมิถนุำยนของ กรุงเทพมหำนคร ประเทศไทย และกรุงไทเป ประเทศไต้หวัน เดือน อณุหภมูิเฉลี่ย (C) ณ กรุงเทพมหำนคร ประเทศไทย อณุหภมูิเฉลี่ย (C) ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน ม.ค. 27 14 ก.พ. 28 15 มี.ค. 30 17 เม.ย. 31 21 พ.ค. 30 24 มิ.ย. 29 27
32 1. แผนภูมินี้ชื่อ กราฟเส้นแสดงอุณหภูมิของอากาศตั้งแต่เวลา 11.00-1 .00 น. 2. อุณหภูมิของอากาศ ณ เวลา 11.00 น. คือ 0 องศาเซลเซียส 3. อุณหภูมิของอากาศ ณ เวลา 12.00 น. คือ องศาเซลเซียส 4. อุณหภูมิของอากาศ ณ เวลา 1 .00 น. คือ 2 องศาเซลเซียส 5. อุณหภูมิของอากาศ ณ เวลา 14.00 น. คือ 0 องศาเซลเซียส 6. อุณหภูมิของอากาศ ณ เวลา 1 .00 น. คือ 2 องศาเซลเซียส 7. อุณหภูมิของอากาศ ณ เวลา 1 .00 น. คือ 24 องศาเซลเซียส 8. เวลา 12.00 ที่อุณหภูมิของอากาศสูงที่สุด คือ องศาเซลเซียส 9. เวลา 1 .00 ที่อุณหภูมิของอากาศต่ำที่สุด คือ 24 องศาเซลเซียส 10.อุณหภูมิของอากาศสูงที่สุดและอุณหภูมิของอากาศต่ำที่สุด ต่างกันอยู่ องศาเซลเซียส 11. เวลา 11.00 และ 14.00 มีอุณหภูมิของอากาศเท่ากัน คือ 0 องศาเซลเซียส 12.อุณหภูมิของอากาศ ณ เวลา 12.00 น. เพิ่มขึ้นจากเวลา 11.00 น.คือ องศาเซลเซียส 13.อุณหภูมิของอากาศ ณ เวลา 14.00 น. กับ 1 .00 น. ต่างกันอยู่ องศาเซลเซียส
33 1. แผนภูมินี้ชื่อ กราฟเส้นแสดงราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป 2. ปี 2 4 ราคาของน้ำมันดิบที่สูงที่สุด คือ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล 3. ปี 2 41 ราคาของน้ำมันสำเร็จรูปที่ต่ำที่สุด คือ 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล 4. ปี 2 4 ราคาน้ำมันดิบ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล 5. ปี 2 ราคาน้ำมันสำเร็จรูป 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล 6. ปี 2 4 ราคาน้ำมันดิบ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล 7. ปี 2 41 ราคาน้ำมันสำเร็จรูป 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล 8. ปี 2 42 ราคาน้ำมันดิบ 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล 9. ปี 2 41 มีราคาเฉลี่ยของของน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปใกล้เคียงกันที่สุด
34 1) ผลรวมของจำนวนนักเรียนทั้งหมดที่ยืมหนังสือ 90+45+105+60=300 2) ขนาดของมุมที่จุดศูนย์กลาง และค่าร้อยละของพื้นที่รายการย่อยในวงกลม ประเภทหนังสือ จำนวนนักเรียน ขนาดของมุมที่จุดศูนย์กลาง ของรายการย่อย (องศา) ร้อยละของพื้นที่ ของรายการย่อยในวงกลม สารคดี 90 ประวัติศาสตร์ 45 วารสาร 105 นิยาย 60 รวม 300 3) สร้างแผนภูมิรูปวงกลม 90 ×360=108° 300 90 ×100=30% 300 45 ×360=54° 300 45 ×100=15% 300 105 ×360=126° 300 105 ×100=34% 300 60 ×360=72° 300 60 ×100=20% 300 360° 100% จ ำนวนของนักเรียนที่ที่ยืมหนังสือในห้องสมุด ของโรงเรียนท่ำบ่อ เป็ นดังนี้ หนังสือประเภท สารคดีจ านวน 90 คน หนังสือประเภท ประวัติศาสตร์จ านวน 45 คน หนังสือประเภท วารสาร จ านวน 105 คน หนังสือประเภท นิยาย จ านวน 60 คน ประวัติศาสตร์ 15% นิยาย 20% สารคดี 30% วารสาร 35% จ านวนของนักเรียนที่ที่ยืมหนังสือในห้องสมุดของโรงเรียนพัฒนาปัญญาพิทยาคม ประวัติศาสตร์ นิยาย สารคดี วารสาร
35 1. แผนภูมินี้ชื่อ แผนภูมิรูปวงกลมแสดงค่าใช้จ่ายของครอบครัวแอนนาเบลในแต่ละเดือน กำหนดให้รายรับในแต่ละเดือนของครอบครัวแอนนาเบลเท่ากับ 12,000 บาท 2. ในแต่ละเดือนครอบครัวของแอนนาเบลมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าอาหาร คิดเป็นเงิน 4,800 บาท คิดเป็นร้อยละ 40% 3. ในแต่ละเดือนครอบครัวของแอนนาเบลเก็บออมเงิน คิดเป็น 2,400 บาท 4. ในแต่ละเดือนครอบครัวของแอนนาเบลมีค่าใช้จ่ายเป็นค่ายานพาหนะ คิดเป็นเงิน , 00 บาท 5. ในแต่ละเดือนครอบครัวของแอนนาเบลมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าเครื่องใช้ต่างๆ คิดเป็นเงิน 1,200 บาท 6. ในแต่ละเดือนครอบครัวของแอนนาเบลมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายออกไปทั้งหมด คิดเป็นเงิน , 00 บาท