ใบความรู้ท่ี 2.3
เร่อื ง หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ไทย
เมื่อศกึ ษาหนงั สือประวตั ิศาสตร์ไทย มักจะพบว่ามีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไทยอยู่หลายเร่ืองที่ผู้ศึกษา
ต้องการรใู้ นรายละเอียด แตห่ าคำตอบไดค้ อ่ นขา้ งยากว่าทำไมจึงเป็นเชน่ น้ัน
ปัญหาดังกลา่ วเกิดจากการมีหลักฐานและขอ้ มูลทางประวัตศิ าสตร์ค่อนขา้ งน้อย และไม่สมบูรณ์ครบถ้วน
เหมือนกับบางชาติ เช่น ประเทศจีน ซึ่งมีหลักฐานและข้อมูลที่สมบูรณ์ สามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องราว
ทางประวตั ศิ าสตรไ์ ดม้ าก
การทีห่ ลักฐานทางประวัติศาสตรไ์ ทยมีน้อย อาจเปน็ เพราะคนไทยไมน่ ิยมการจดบันทึก และหลักฐานที่มี
อยู่ก็อาจถกู ทำลายไปเพราะสงคราม หรือเกิดความเสยี หายเพราะอากาศร้อนช้ืน หรือขาดการเกบ็ รักษาทีด่ ีทำให้
หลกั ฐานชำรุดสูญหายได้
อยา่ งไรกต็ าม แม้หลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ไทยที่เปน็ ลายลกั ษณ์อักษรจะมีอยูไ่ มม่ าก แต่เราก็สามารถใช้
หลักฐานทางประวัติศาสตร์อื่นๆ มาช่วยในการทำการศึกษาค้นคว้าได้ เช่น หลักฐานของชาวต่างชาติที่บันทึก
เร่ืองราวทางประวัติศาสตรไ์ ทยไว้ รวมท้งั หลักฐานประเภท โบราณสถาน โบราณวัตถุ ภาพถ่าย เครือ่ งประดับหรือ
หลกั ฐานทางโบราณคดี เป็นตน้ ซ่ึงจะทำให้ ประวตั ิศาสตรไ์ ทยมคี วามสำคญั และทรงคุณค่าแกก่ ารศึกษาตอ่ ไป
1. ประเภทของหลักฐานทางประวัติศาสตร์
การจำแนกประเภทของหลักฐานทางประวัติศาสตรใ์ ช้อะไรเป็นเกณฑ์ จำแนกได้หลายลักษณะแลว้ แตว่ า่
จะใช้อะไรเป็นเกณฑ์ เช่น
1. จำแนกตามยคุ สมยั แบง่ เปน็ 2 ประเภท คอื
1) หลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ คือ ร่องรอยการกระทำของมนุษย์ตั้งแต่สมัยที่ชุมชน นั้นยังไม่มี
ตัวอกั ษรใช้ เชน่ โครงกระดูกมนุษย์ ซากกระดกู สัตว์ เมลด็ พืช เคร่ืองมอื เคร่อื งใช้ตา่ งๆ ร่องรอยการต้ังถ่ินฐานของ
ชมุ ชน
2) หลักฐานสมัยประวตั ิศาสตร์ คอื รอ่ งรอยการกระทำของมนษุ ยใ์ นสมยั ทช่ี มุ ชนนั้น รูจ้ กั ใช้ตัวอักษรแล้ว
หลักฐานประเภทน้ีมที งั้ สิง่ ท่ีบันทึกไวเ้ ปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร เชน่ จารกึ ตำนาน
2. จำแนกตามลกั ษณะ แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท คือ
1) หลกั ฐานทเี่ ปน็ ลายลักษณ์อกั ษร (written source) คือ หลักฐานทีม่ กี ารบันทกึ เปน็ ลายลักษณ์อักษร
ลงบนวัสดุท่คี งทน เช่น แผ่นหนิ ใบลาน กระดาษ เป็นต้น โดยสามารถแบง่ ออกเปน็ ศิลาจารกึ พระราชพงศาวดาร
ตำนาน หนังสือราชการ เอกสารส่วนบุคคล บันทึกของชาวต่างชาติ จดหมายเหตุ เป็นต้น ซึ่งจะกล่าวพอสังเขป
ดังน้ี
(1) จารึกหรือจาร มีอยู่หลายลักษณะ ที่สลักเป็นตัวอักษรลงบนแผ่นหรือ แท่งหิน เรียกว่า “ศิลาจารึก”
จารึกลงบนแผ่นทองคำเรียกว่า “จารึกลานทอง” ที่จารึกลงบนแผ่นเงินเรียกว่า “จารึกลานเงิน” ที่จารลงบน
ใบลานเรียกว่า “หนงั สอื ใบลาน” และยังมกี ารพบจารกึ ท่ฐี านพระพุทธรปู อีกด้วย
จากจารึกทีม่ ีอยู่หลายลักษณะนัน้ จารึกบนแท่งหินหรือศิลาจารกึ มีความคงทนมากท่ีสุด อย่างไรก็ดี เม่ือ
เวลาผา่ นไป ศิลาจารึกย่อมมีการแตกหรอื บ่นิ ตวั อักษรชำรดุ และลบเลือนไปตามกาลเวลา จึงทำให้ข้อมูลบางส่วน
ขาดหายไป แต่ถือวา่ ศิลาจารกึ มีคุณค่าทางด้านประวัติศาสตร์ เน่อื งจากทำขึน้ ในชว่ งเวลานั้นโดยผู้เก่ียวข้องหรือรู้
เหน็ กบั เรื่องนนั้ โดยตรง
ภาพ 1 จารกึ ลานทอง พบท่วี ัดสอ่ งคบ อำเภอเมือง จงั หวดั ชยั นาท จารกึ ดว้ ยอักษรขอม -
อกั ษรไทยสมัยอยธุ ยา พ.ศ. 1951
ทม่ี า : https://m.dmc.tv/dhamma/index.php?action=page&id=20714
สืบคน้ เม่อื : 23 เมษายน 2562
(2) พระราชพงศาวดาร เป็นการจดบนั ทึกเก่ียวกับเรือ่ งราวของพระมหากษัตรยิ ์ โดยเขียนลงบนสมุดไทย
หรือกระดาษของไทยท่ีใชก้ นั ในสมัยก่อน การเขยี นพระราชพงศาวดารเร่ิมขึ้นในสมัยอยธุ ยา เรือ่ ยมาจนกระท่ังถึง
รัชกาลท่ี 5 พระราชพงศาวดารที่มีอยู่ส่วนหน่งึ เป็นเรอ่ื งของพระมหากษัตริย์สมัยอยุธยา เชน่ พระราชพงศาวดาร
กรุงศรีอยุธยาฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า “ฉบับ หลวงประเสริฐฯ” ถือเป็นพระราช
พงศาวดารที่เก่าแก่ท่ีสุดที่มีเหลืออยู่จนถึงปจั จุบัน พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับบริติชมิวเซยี ม ซึ่งตั้งช่ือ
ตามสถานที่พบ คือ บริติชมิวเซียม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา
เพราะมีพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัวปรากฏอยู่ เน่ืองจากทรงรว่ มชำระดว้ ย เป็น
ตน้ และอกี ส่วนหน่งึ กลา่ วถงึ เร่ืองราวของพระมหากษัตรยิ ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตง้ั แต่รัชกาลท่ี 1 รชั กาลที่ 5 เช่น
พระราชพงศาวดารกรงุ รตั นโกสินทร์ รชั กาลที่ 1 พระราชพงศาวดารกรุงรตั นโกสนิ ทร์ รชั กาลที่ 5 เป็นต้น
(3) ตำนาน หมายถึง การเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของบุคคล โบราณสถาน โบราณวัตถุในอดีตที่
สืบทอดตอ่ กนั มา โดยการบอกเลา่ จดจํา และมีการจดบันทึกเปน็ ลายลักษณอ์ ักษร ไว้ในภายหลงั สำหรับเรื่องราว
ที่เล่ามีทั้งเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เช่น ตำนานมูลศาสนา สังคีติยวงศ์ รัตนพิมพวงศ์ (ตำนานพระแก้วมรกต)
สิหิงคนิทาน ตำนานพระพทุ ธสิหิงค์) หรือเกย่ี วกับบุคคลและสถานที่ เชน่ ตำนานจามเทวีวงศ์ ตำนานเมอื งเงินยาง
เชียงแสน ตำนานอุรังคธาตุ (ตำนานพระธาตุพนม หรือเกี่ยวกับนิทาน ความเชื่อ ซึ่งอาจมีเค้าความจริงทาง
ประวัติศาสตรอ์ ยู่บ้าง โดยอาจเกี่ยวข้องกับกษัตริย์ วีรบุรุษ บ้านเมือง สถานที่ในแต่ละยุคสมัยเข้าไว้ด้วยกัน เช่น
เร่ืองพระร่วง ท้าวแสนปม เปน็ ต้น
ตำนานมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์น้อยมาก เพราะไม่ทราบว่าใครเป็นผู้แต่ง หรือแต่งขึ้นเมื่อใด และมี
หลักฐานอ้างองิ อย่างไร รวมทั้งความไม่แนน่ อนชัดเจนของตัวบุคคล เวลา และสถานที่ท่ีกลา่ วถึง นอกจากนี้ การ
เล่าตอ่ ๆ กนั มาอาจมกี ารแตง่ เติมในภายหลงั ซงึ่ อาจทำให้เรอื่ งทีเ่ ล่าในแต่ละคร้งั เปลีย่ นแปลงไปได้
ภาพ 2 ปกพระราชพงศาวดารกรงุ รัตนโกสินทร์
รชั กาลท่ี 5 พระนพิ นธ์สมเดจ็ ฯ
กรมพระยาดำรงราชานภุ าพ
ท่มี า : https://www.asiabooks.com/
thaibooks/non-
fiction/historical/161149.html
สบื คน้ เมือ่ : 23 เมษายน 2562
ภาพ 3 ชินกาลมาลีปกรณ์ เปน็ ตำนานเกยี่ วกบั
พระพุทธศาสนาและประวตั ิศาสตร์ล้านนา
ทมี่ า : http://www.khunmaebook.com/
product.detail_646347_en_6839573
สืบคน้ เมอื่ : 23 เมษายน 2562
(4) บันทกึ ของบุคคลและจดหมายส่วนตวั บันทกึ ของบคุ คล หมายถึง บันทกึ เหตุการณ์ในอดีตท่ีผู้บันทึกมี
สว่ นเกย่ี วข้องหรือร่วมอย่ใู นเหตกุ ารณด์ ว้ ย จึงเปน็ หลกั ฐานชั้นต้น เช่น พระนพิ นธ์ ความทรงจำ ของสมเดจ็ พระเจ้า
บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เล่าพระประวัตขิ องพระองค์ผสมกับเหตุการณ์บา้ นเมือง บันทึกพระยา
ทรงสรุ เดช เปน็ เรอ่ื งราว ทางการเมอื งหลงั เปล่ยี นแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475
จดหมายส่วนตัวเป็นหลักฐานชั้นต้นเช่นเดียวกับ เรื่องน่ารู้ จดหมายส่วนตัวของบุคคลสำคัญ ทำให้รู้จัก
อัธยาศัยของผู้เขียน และอาจทำให้ทราบนโยบายหรือเบื้องหลังของเหตุการณ์ และเนื่องจากจดหมายเป็นการ
ส่อื สารสว่ นตวั ผู้เขยี นจึงมักแสดงอารมณแ์ ละความรู้สกึ ท่แี ทจ้ ริงออกมาซ่ึงจะหาได้ยาก
ในหลักฐานประเภทอื่น จดหมายส่วนตัวที่พิมพ์แล้ว และอ่านกันอย่างกว้างขวาง เช่น ไกลบ้าน พระ
ราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานมายังสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้านิภา
นภดล เลา่ ถึงความทกุ ข์สุขส่วนพระองค์ สงิ่ ทที่ อดพระเนตร และเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ เม่อื เสดจ็ ประพาสยุโรปใน พ.ศ
2449 และ สาสน์ สมเด็จ เปน็ จดหมายโตต้ อบระหว่างสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กับ
สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจา้ ฟา้ กรมพระยานริศรานุวดั ติวงศ์ ซ่ึงให้ความรู้หลากหลายสาขาวิทยาการ
(5) ชีวประวัติ เป็นหนังสือที่เล่าถึงประวัติชีวิตและผลงานของบุคคล ตลอดจนเหตุการณ์ และความ
เปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงชวี ิตของบุคคลนั้น มีทั้งที่พิมพแ์ จกในงานศพหรือแจก ในวาระสำคัญของชีวติ
เช่น ครบรอบวนั เกิดอายคุ รบ 5 รอบ และพิมพเ์ ปน็ เล่มออกจำหนา่ ยเหมอื น หนงั สือทวั่ ไป
(6) หนังสือราชการ เป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการด้านจัดการปกครองที่ทางรัฐมีต่อ
ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค หนังสือราชการมีอยู่หลายลักษณะ เช่น หมายรับสั่ง หนังสือสั่งราชการ รายงานการ
ประชุมต่างๆ พระบรมราโชวาท เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ เพราะเป็นบันทึกของผู้ที่เกี่ยวข้องกับ
เหตุการณ์โดยตรง
หนงั สอื ราชการดังกลา่ ว ส่วนใหญ่เปน็ ของสมัยรัตนโกสนิ ทร์เกือบทง้ั สิน้ สว่ นหนงั สือราชการที่มีมาแต่ครั้ง
โบราณได้สญู หายไปเกือบหมดแล้ว โดยหนงั สอื ราชการที่เป็นสมุดไทยทยี่ งั หลงเหลอื อยู่จนถงึ ปัจจุบนั จะเก็บรักษา
ไวท้ ่ีหอสมดุ แหง่ ชาติ กรงุ เทพมหานคร สว่ นหนงั สอื ราชการที่เป็นสมุดฝรง่ั โดยเฉพาะตัง้ แตร่ ัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา
เกบ็ ไวท้ ี่หอจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ
(7) จดหมายเหตุ เป็นบันทึกคล้ายกับพระราชพงศาวดาร แต่จะบันทึกครั้งละเหตุการณ์ เดียวและเป็น
บันทึกรว่ มสมัย คอื ผู้จดบนั ทึกจดเร่ืองราวนั้นในวนั ท่เี กิดเหตุการณ์หรือวนั ถัดมา ทใี่ กล้เคยี งกัน จึงให้ความถูกต้อง
ในเรือ่ งของเวลา และถอื เปน็ หลกั ฐานชั้นตน้
จดหมายเหตแุ บ่งเป็นหลายประเภท เชน่
- จดหมายเหตุของหลวง บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ขนบธรรมเนียม ประเพณีต่างๆ เช่น
จดหมายเหตุในรัชกาลที่ 1 เรื่องกระบวนแห่พระทรายครั้งรัชกาลสมเด็จ พระบรมโกศ จดหมายเหตุเม่ือ
พระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกล้าเจ้าอยหู่ ัวสวรรคต
- จดหมายเหตุโหร บันทึกเหตุการณ์สำคัญเป็นรายวันตามลำดับทั้งปี วันไหนไม่มี เหตุการณ์สำคัญก็จะ
ปล่อยที่บันทึกว่างไว้ หลักฐานประเภทนี้จะบอกแต่เพียงว่าเกิดอะไรขึ้น และเกิดขึ้นเมื่อไรเท่านั้น ไม่บอก
รายละเอยี ดของ เหตกุ ารณ์
- จดหมายเหตุของชาวต่างชาติเป็น บันทึกของชาวต่างชาติที่เข้ามาติดต่อกับไทยใน สมัยต่าง ๆ เขียน
เรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทย ในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่สำคัญ เช่น จดหมายเหตุของจีนที่กล่าวถึง
ประเทศเซียนหรอื สยาม เช่น หยวนสอ่ื หรือประวตั ศิ าสตร์ราชวงศ์ หยวน หมิงสือ หรือประวตั ศิ าสตรร์ าชวงศ์หมิง
ประจำรชั กาลจักรพรรดิหมงิ แต่ละรัชกาล และ จดหมายเหตุของชาวตะวันตกทเี่ ข้ามาอยู่ในกรงุ ศรีอยุธยาในสมัย
อยธุ ยา เช่น จดหมายเหตุของ โยสตส์ เคาเตม็ จดหมายเหตุวนั วลิต จดหมายเหตุ ลาลแู บร์
(8) บนั ทึกของชาวต่างชาติ เป็นเอกสารของชาวต่างชาติที่เขียนหรอื บันทกึ เก่ยี วกบั เมอื งไทย อาจอยู่ในรูป
ของบันทึกประจำวัน การเล่าเรื่อง ซึ่งนับว่า มีคุณค่ามากในทางประวัติศาสตร์ โดยบางเรื่องอาจให้ข้อมูล
นอกเหนือจากท่มี อี ยูแ่ ล้ว หรอื บางเรื่องอาจเปน็ การเสริมข้อมูลทไี่ ทยมอี ยู่ เช่น บันทกึ ของชาวตา่ งชาติไม่ว่าจะเป็น
บนั ทกึ ของจนี โปรตุเกส ฝรง่ั เศส อังกฤษ ญป่ี ุ่น รายงานของพ่อค้า นกั การทตู นักผจญภัย หมอสอนศาสนา ซึ่งให้
ประโยชนเ์ ป็นอยา่ งมากเก่ียวกับสมัยอยุธยา หรอื สมยั รตั นโกสินทร์
(9) เอกสารราชการที่เป็นเรื่องการปกครอง เป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการทางด้านการ
ปกครอง เทา่ ท่หี ลงเหลือมาถึงปัจจุบนั และเกบ็ รวบรวมไว้ท่ีแผนกตวั เขยี นและจารึกหอสมุดแหง่ ชาตกิ บั ที่สำนักหอ
จดหมายเหตุแหง่ ชาติ มีตั้งแตส่ มยั รัชกาลท่ี 1 แห่งกรงุ รัตนโกสนิ ทรเ์ ปน็ ต้นมา หลักฐานประเภทนี้จัดเป็นหลักฐาน
ช้ันต้น ตวั อยา่ งเช่น
- ใบบอก คอื รายงานจากหัวเมืองมายังส่วนกลาง
- สารตรา คือ หนังสือของเสนาบดีไปถึงเจ้าเมือง - ศุภอักษร คือ หนังสือจากเจ้าเมืองประเทศราช -
หนังสือราชการระหวา่ งกระทรวง กรม กองต่างๆ
- รายงานการประชุม
(10) กฎหมาย เป็นหลักฐานชั้นต้นที่ช่วยให้ทราบความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนต่อรัฐ และระหว่าง
พลเมืองด้วยกันเอง ตลอดจนความเปล่ียนแปลงของความสัมพันธ์ดังกล่าว รวมทั้งสภาพสังคมที่เป็นอยู่ขณะน้นั
กฎหมายสำคัญๆ ที่ใชอ้ ้างองิ บ่อยในงานเขยี นประวัติศาสตร์ ไดแ้ ก่ มงั รายศาสตร์ของพระยามังรายแห่งอาณาจักร
ล้านนา พระธรรมศาสตร์ พระราชศาสตร์ กฎหมายตราสามดวง และรฐั ธรรมนญู
(11) วรรณกรรม แม้วรรณกรรมจะเป็นเรื่องราวที่ผู้แต่งจินตนาการขึ้น แต่ก็อาจแทรกข้อเท็จจริงที่เป็น
ประโยชน์ในการศึกษาประวัติศาสตร์ไว้ เช่น ลิลิตยวนพ่าย นำเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์มาผูกเป็นเรื่องราว
วรรณกรรมประเภทนิราศ เช่น นิราศภูเขาทอง ใหค้ วามรู้ เกีย่ วกบั สถานท่ี ความเป็นอยู่ของผู้คน สภาพบ้านเมือง
เสน้ ทางคมนาคมในอดีต
(12) หนังสือพิมพ์ วารสาร และนิตยสาร ส่วนที่เขียนหรือบันทึกโดยผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ถือเปน็ หลักฐาน
ชั้นต้น แต่ถ้าฟังจากผู้อื่นหรือค้นคว้าจากหลักฐานอื่นมาเขียนถือว่าเป็นหลักฐานชั้นรอง หลักฐานประเภทนี้ให้
ข้อมูลใหมๆ่ แนวคดิ ใหม่ หรอื การตคี วามในแง่มุมใหม่ นอกจากนหี้ ลักฐานประเภทนี้ยงั ให้ข้อมูลครอบคลุมทุกด้าน
ทั้งดา้ นการเมอื งการปกครอง เศรษฐกิจ การต่างประเทศ สังคม ศิลปวฒั นธรรม และดา้ นอืน่ ๆ จึงเปน็ ประโยชน์ต่อ
การศกึ ษาประวตั ิศาสตรเ์ ป็นอยา่ งมาก ตัวอยา่ งวารสาร นติ ยสารทางด้านประวตั ศิ าสตร์ เช่น ศลิ ปวัฒนธรรม
(13) หนังสือประวตั ิศาสตร์ วิทยานิพนธ์ และงานวจิ ัยทางประวัติศาสตร์ หนังสอื ประวตั ิศาสตร์ คือ งาน
เขียนทางประวัติศาสตรท์ ี่นักประวัตศิ าสตรห์ รือนกั วิชาการอ่นื ๆ เขียนข้ึน การเขียนประวัตศิ าสตรส์ มัยใหมแ่ บบ
ตะวันตกท่มี ีลกั ษณะเป็นวิชาการเริ่มมขี น้ึ ในสมัยรชั กาลที่ 4 เปน็ ต้นมา
วิทยานิพนธห์ รอื ปริญญานพิ นธ์ (thesis) คือ งานคน้ ควา้ วิจัยของนกั ศึกษามหาวิทยาลัย ระดับปริญญาโท
ข้นึ ไป ผู้ที่เรียนวิชาเอกประวัตศิ าสตรจ์ ะต้องทำวทิ ยานิพนธท์ างประวัตศิ าสตร์ 1 เรอื่ ง
งานวจิ ัยทางประวตั ิศาสตร์ คอื งานศกึ ษาค้นคว้าเพอ่ื แสวงหาความรูท้ างประวัติศาสตร์ของนักวิชาการ
หนังสือประวัติศาสตร์ วิทยานิพนธ์ และงานวิจัยทางประวัติศาสตร์จัดเป็นหลักฐานชั้นรอง ผู้เขียนหรือ
ผู้วิจยั จะต้องอา้ งองิ หลักฐานช้นั ต้นจำนวนมากและแสดงรายชอื่ ไว้ในบรรณานุกรมด้วย ทำใหส้ ะดวกแก่ผู้อ่านที่จะ
ไปศึกษาเพิ่มเตมิ จากแหลง่ ขอ้ มลู เหล่านั้น
(14) เว็บไซต์ ปัจจุบันมีเว็บไซตห์ ลายเว็บไซต์ที่ให้ขอ้ มูลทางประวตั ิศาสตร์ แต่ต้อง เลือกเว็บไซตท์ ีบ่ ุคคล
หรือหน่วยงาน หรือองค์กรที่น่าเชื่อถือเป็นผู้จัดทำ เช่น หากต้องการ ทราบรายนามคณะรัฐมนตรีสมัยต่างๆ
ประวัติย่อของนายกรัฐมนตรีไทย อาจค้นได้จากเว็บไซต์ http://www.cabinet.thaigov.go.th ของสำนัก
เลขาธิการคณะรฐั มนตรี
จากทกี่ ล่าวมาขา้ งต้น จดั เป็นตวั อยา่ งหลกั ฐานประเภทลายลกั ษณอ์ กั ษรท่ีถือวา่ มีคุณคา่ ทางประวตั ิศาสตร์
และใช้ศกึ ษาคน้ คว้านอกเหนอื จากหลักฐานของไทยทมี่ อี ยู่แต่เดิม ตวั อย่างหลักฐานลายลักษณอ์ ักษรสมยั ตา่ งๆ
ตวั อย่างหลักฐานท่ีเปน็ ลายลักษณ์อกั ษรในช่วงเวลาต่างๆ
ตัวอย่างหลักฐานลายลักษณ์อักษรในช่วงเวลาต่างๆ ในประวตั ศิ าสตรไ์ ทยมีแตกต่างกัน ได้แก่
ตวั อยา่ งหลกั ฐานลายลักษณ์อกั ษรจำแนกตามสมยั
สมัยสุโขทัย หลักฐานลายลักษณ์อักษรที่พบมาก คือ
ศิลาจารึก เช่น ศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 1 หรือศิลา
จารึกพอ่ ขนุ รามคำแหง ศิลาจารึกสโุ ขทัยหลักที่ 2 หรอื
ศิลาจารกึ วดั ศรีชุม ศิลาจารกึ สโุ ขทยั หลักท่ี 3 หรอื ศิลา
จารึกนครชุม ศิลาจารึกวัดป่ามะม่วง ศิลาจารึกวัดอ
โศการาม ศิลาจารึกวัดบูรพาราม ศิลาจารึกวัดเขากบ
เปน็ ต้น ภาพ 4 ศิลาจารกึ วดั ปา่ มะมว่ งของพระยาลไิ ทย
ทมี่ า : https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/
detail/130
สบื ค้นเมอ่ื : 23 เมษายน 2562
สมัยอยุธยา หลักฐานลายลักษณ์สมัยอยุธยา คือ พระ
ราชพงศาวดาร ซึ่งเขียนลงบนสมุดไทย สมุดไทยบาง
ฉบับยังคงตกทอดมาถึงปัจจุบัน เช่น พระราช
พงศาวดารกรงุ ศรีอยุธยาฉบบั หลวงประเสริฐอักษรนิต์ิ
หลักฐานลายลักษณ์อักษรอื่นๆ สมัยอยุธยา เช่น
กฎหมายสมัยอยุธยา (กฎหมายตราสามดวง) เอกสาร
คำให้การของคนสมัยอยุธยา เช่น คำให้การขุนหลวง ภาพ 5 จดหมายเหตุการณ์เดินทางสปู่ ระเทศสยาม
หาวัด บันทึกของชาวต่างชาติ เช่น จดหมายเหตุ ครั้งที่ 1 และจดหมายเหตกุ ารณเ์ ดินทาง
ลาลูแบร์ หรือของพ่อค้าต่างชาติที่เดินทางเข้ามา คร้ังท่ี 2 ของบาทหลวงตาชารด์
ค้าขายกับกรุงศรีอยุธยา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี ทีม่ า : https://m.jd.co.th/product/
พระราชพงศาวดารของเพื่อนบ้านที่กล่าวถึงเรื่องราว 322769.html
ของกรุงศรีอยุธยา เช่น พระราชพงศาวดารของพม่า สืบคน้ เม่อื : 23 เมษายน 2562
เขมร เปน็ ต้น
ตัวอยา่ งหลกั ฐานลายลกั ษณ์อกั ษรจำแนกตามสมยั (ตอ่ )
สมัยธนบุรี หลักฐานลายลักษณ์อักษรสมัยธนบุรีท่ี
สำคัญ คือ พระราชพงศาวดาร เอกสารราชการ เช่น
หมายรบั สั่ง จดหมายเหตุโหร บันทกึ ของตา่ งชาติ เช่น
ทางการจนี บนั ทึกเร่ืองราวการติดต่อกับไทยสมัยธนบุรี
ไว้ รวมท้งั บนั ทึกของมิชชันนารชี าวตะวนั ตก เป็นต้น
ภาพ 6 พระราชพงศาวดารกรงุ ธนบุรี
ฉบบั พนั จันทนุมาศ (เจมิ )
ท่ีมา : https://www.rimkhobfabooks.com
/978-974-342-931-6
สบื คน้ เมื่อ : 23 เมษายน 2562
สมัยรัตนโกสนิ ทร์ หลกั ฐานลายลักษณอ์ กั ษรในสมยั
รตั นโกสนิ ทร์ เช่น พระราชพงศาวดารรัชกาลท่ี 1 - 5
หมายรับส่ัง หนังสอื ส่งั ราชการ จดหมายเหตุรายวัน
ทพั เอกสารการประชุม เชน่ รายงานการประชมุ
เสนาบดีสภาสมยั รัชกาลท่ี 5 รายงานการประชุม
อภริ ัฐมนตรสี มยั รชั กาลที่ 7 เอกสารสว่ นบคุ คล เช่น
จดหมายเหตคุ วามทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวี
(สมยั รชั กาลที่ 1) พระราชหัตถเลขาในรชั กาลท่ี 4
จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน รัชกาลที่ 4 รชั กาลที่
5 และรัชกาลท่ี 9 บนั ทึกของบุคคลในคณะราษฎรท่ี ภาพ 7 พระราชหัตถเลขา ในรชั กาลที่ 5
เปล่ียนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เช่น บนั ทึกของ เรอ่ื งเสดจ็ ประพาสเทลมมลายู
พระยาทรงสรุ เดช เอกสารท่ีเขยี นโดยชาวตา่ งชาติ เชน่ ทม่ี า : http://uauction4.uamulet.com
บันทกึ ของเซอร์ จอหน์ เบาว์รงิ ราชทูตองั กฤษที่เขา้ มา /AuctionDetail.aspx?bid=429&qid=18010
สมยั ตน้ รชั กาลที่ 4 หนงั สือพิมพ์ เช่น บางกอก
สืบค้นเมอ่ื : 23 เมษายน 2562
รคี อร์เดอร์ เปน็ ตน้
ตาราง 1 ตัวอย่างหลกั ฐานลายลกั ษณ์อกั ษรจำแนกตามสมยั
2) หลักฐานที่ไม่เป็นลายลกั ษณ์อักษร (unwritten source) หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยที่ไม่เป็น
ลายลักษณ์อักษร แบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ หลักฐานทางโบราณคดี หลักฐานทางด้านศิลปกรรม หลักฐาน
ทางด้านนาฏศิลป์ ดนตรี และเพลงพ้นื บ้าน หลกั ฐานประเภทคำบอกเลา่ และหลักฐานประเภทโสตทศั น์
1) หลักฐานทางโบราณคดี (archaeological source) คือ ร่องรอยที่เป็นวัตถทุ ี่เกี่ยวข้องกับมนุษยใ์ น
อดตี เป็นสิง่ ทมี่ นุษยโ์ บราณสรา้ งไวแ้ ละท้ิงไว้ นกั โบราณคดี (archaeologist) เป็นผ้สู ำรวจขดุ ค้นหลักฐานประเภท
นี้มาวิเคราะห์ ตีความเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต นักประวัติศาสตร์จะนำผลการศึกษาของนักโบราณคดีไปใช้
ประโยชน์อีกต่อหนึง่
หลักฐานทางโบราณคดีแบง่ ได้เปน็ 2 ประเภท ไดแ้ ก่
(1) หลักฐานทางโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ในประเทศไทยมีการค้นพบแหล่งโบราณคดีที่มี
หลกั ฐานทางโบราณคดสี มยั ก่อนประวตั ศิ าสตร์หลายแห่ง ตวั อยา่ งเช่น แหล่งโบราณคดถี ้ำผีหรือทำผีแมน
ในเขตวนอทุ ยานถ้ำรอด อำเภอเมอื งแมฮ่ อ่ งสอน จงั หวัดแม่ฮอ่ งสอน แหล่งโบราณคดบี ้านเกา่ อำเภอเมอื ง
กาญจนบุรี จังหวดั กาญจนบุรี แหลง่ โบราณคดบี า้ นนาดี อำเภอหนองหาน จงั หวดั อุดรธานี และแหลง่ โบราณคดีถ้ำ
เบื้องแบบ อำเภอคีรีรฐั นคิ ม จงั หวัดสุราษฎร์ธานี
ส่วนใหญ่เป็นหลักฐานประเภทโบราณสถาน โบราณวัตถุ เช่น โบสถ์ วิหาร โครงกระดูกมนุษย์ เครื่องมอื
เครอื่ งใชต้ ่างๆ เปน็ ต้น จัดว่า เปน็ หลกั ฐานทม่ี ีคณุ คา่ และสามารถใหข้ ้อมลู ทางประวตั ิศาสตร์ไดเ้ ป็นอย่างมาก
ในปจั จบุ นั ความเจริญก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยมี มี ากขนึ้ และมนษุ ยร์ ู้จักนำเอาเทคโนโลยอี นั ทันสมัยเหล่านี้
มาใช้ในการบันทึกเหตุการณ์ สถานที่ ทั้งที่เป็นภาพเสียง หรือทั้งภาพและเสียง เช่น ภาพถ่าย แถบบันทึกเสียง
วีดิทัศน์ รายงานข่าวของสื่อมวลชน เป็นต้น ซึ่งจัดว่าเป็นหลักฐานที่ให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ และสามารถเก็บ
รายละเอียดของเหตุการณ์ สถานที่ไดเ้ ป็นอยา่ งดี กส็ ามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานทางประวตั ิศาสตรไ์ ดเ้ ชน่ เดียวกัน
ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ควรใช้หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรประกอบกับหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์
อักษรประเภทอื่นๆ และควรมีการตรวจสอบด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเช่ือถือและใกล้เคียงกับความเป็นจริงมาก
ทส่ี ุด
ภาพ 8 หมอ้ สามขา พบที่บ้านเกา่ จังหวัดกาญจนบรุ ี
ท่มี า : https://janthimablog.wordpress.com/2013/09/09/
สืบคน้ เม่อื : 23 เมษายน 2564
ภาพ 9 เบา้ ดนิ เผา ใชใ้ ส่สำรดิ ท่ีหลอมเหลว เทลง
แมพ่ ิมพ์ พบบ้านนาดี จังหวดั อดุ รธานี
ทม่ี า : https://janthimablog.wordpress
.com/2013/09/16/สำรดิ ทบี่ า้ นเชยี ง/
สืบคน้ เมอ่ื : 23 เมษายน 2562
ภาพ 10 หนิ ทบุ เปลอื กไม้เพอ่ื ทำผา้ พบที่ถ้ำเบื้อง
แบบ จงั หวดั สรุ าษฏร์ธานี
ทม่ี า : http://www.laksanathai.com/book2/
p113.aspx
สืบค้นเม่ือ : 23 เมษายน 2562
(2) หลักฐานทางโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ ตัวอย่างแหล่งโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เช่น
เมืองโบราณพงตึก อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เมืองอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และเมืองสทงิ
พระ อำเภอสทงิ พระ จังหวัดสงขลา
ภาพ 11 ตะเกรยี งโรมนั สำริด พบทีเ่ มืองโบราณ
พงตกึ จงั หวดั กาญจนบรุ ี ปจั จุบันอย่ทู ี่
พพิ ธิ ภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ทม่ี า : https://digitallib.stou.ac.th/handle/
6625047444/1472
สืบค้นเม่อื : 23 เมษายน 2562
ภาพ 12 ประตมิ ากรรมดนิ เผาภิกษสุ าวก 3 รูปถอื
บาตร พบทเี่ มอื งอูท่ อง จงั หวดั สพุ รรณบุรี ปัจจุบัน
อยูท่ พ่ี ิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จงั หวัด
สพุ รรณบุรี
ทีม่ า : http://www.manager.co.th/South/
ViewNews.aspx?NewsID=9560000078345
สืบค้นเม่อื : 23 เมษายน 2562
ภาพ 13 นางตาราสำรดิ พบทเี่ มอื งสทิงพระ
จังหวัดสงขลา ปจั จุบนั อยทู่ พี่ ิพิธภณั ฑสถาน
แห่งชาติ สงขลา
ท่มี า : https://th.wikipedia.org/wiki/พระนาง
ตารา
สบื ค้นเมอื่ : 23 เมษายน 2562
2) หลักฐานทางด้านศิลปกรรม ได้แก่ สถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจติ รกรรม หลักฐานประเภทนี้
ศกึ ษาไดท้ ้ังในแง่โบราณคดแี ละประวัตศิ าสตรศ์ ิลปะ ผศู้ ึกษาประตศิ าสตรจ์ ะตอ้ งอาศัยความรจู้ ากนักโบราณคดีและ
นกั ประวตั ิศาสตร์ศลิ ปะประกอบด้วย จงึ จะเขา้ ใจข้อมลู จากหลักฐานประเภทนไ้ี ด้ดีข้นึ
การสร้างสรรค์ศิลปกรรมได้แรงบันดาลใจมาจากความเชื่อทางศาสนาที่สำคัญ คือ พระพุทธศาสนาและ
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ตัวอย่างหลกั ฐานทางดา้ นศิลปกรรม เชน่ สถาปัตยกรรมพระบรมธาตไุ ชยา
อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ประติมากรรม พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัด
พิษณุโลก และจิตรกรรมฝาผนัง เตมียาดกกุมาร ตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์ วัดพุทไธสวรรย์ จังหวัด
พระนครศรีอยธุ ยา
ภาพ 14 สถาปตั ยกรรม พระบรมธาตุไชยา อำเภอ
ไชยา จังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี
ศลิ ปะศรีวชิ ยั พุทธศตวรรษที่ 14 – 15
ทม่ี า : https://travel.mthai.com/region/
142018.html
สืบค้นเมื่อ : 23 เมษายน 2562
ภาพ 15 ประตมิ ากรรม พระพทุ ธชนิ ราช วดั พระ
ศรรี ัตนมหาธาตุ จงั หวัดพษิ ณุโลก ศิลปะสโุ ขทัย
พทุ ธศตวรรษที่ 19 – 20
ท่มี า : https://th.wikipedia.org/wiki/พระพทุ ธ
ซนิ ราช/
สืบคน้ เม่อื : 23 เมษายน 2562
ภาพ 16 จติ รกรรมฝาผนัง เตมียชาดกกุมาร
ตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์ วดั พทุ ไธสวรรย์
จงั หวัดพระนครศรอี ยธุ ยา
ราวต้นพุทธศตวรรษท่ี 23
ท่ีมา : http://www.manager.co.th/
Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=95
30000010641
สบื ค้นเมือ่ : 23 เมษายน 2562
3) หลักฐานทางด้านนาฏศิลป์ ดนตรี และเพลงพื้นบ้าน เป็นศิลปะที่ถ่ายทอดต่อๆ กันมาจากอดีต
นักประวตั ิศาสตรจ์ ะต้องศึกษาอาศยั การตคี วามของผูม้ คี วามรคู้ วามเชยี่ วชาญทางด้านเหล่านกี้ ่อน
จึงจะนำมาใชป้ ระโยชนไ์ ด้
4) หลักฐานประเภทคำบอกเล่า เป็นหลักฐานที่ถ่ายทอดด้วยคำพูดสืบต่อกันมา เช่น นิทานสุภาษิต
ปริศนาคำทาย ขนบธรรมเนียม ชีวประวัตขิ องบคุ คลสำคญั ประวตั ิสถานทเี่ รอ่ื งราวของเหตุการณ์ใดเหตุการณห์ นึง่
หลกั ฐานประเภทคำบอกเลา่ มกั จะเปลยี่ นแปลงไปตามผูเ้ ลา่ และกาลเวลา จงึ ตอ้ งใชป้ ระกอบกบั ขอ้ มลู จากหลักฐาน
ประเภทอืน่
การหาข้อมูลจากหลักฐานประเภทนี้ทำได้โดยการสัมภาษณ์และบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ
การสมั ภาษณ์ทำให้ผสู้ ัมภาษณ์มีโอกาสซกั ถามผู้ให้สัมภาษณ์ในแงม่ ุมต่างๆ จึงอาจได้ขอ้ มูลที่ละเอยี ดลึกซ้ึงมากกว่า
ทพ่ี บในหลกั ฐานทเ่ี ป็นลายลักษณอ์ กั ษร
หลกั ฐานประเภทคำบอกเล่าเหมาะสำหรบั ใชใ้ นการศกึ ษาประวตั ิศาสตร์ทอ้ งถนิ่
5) หลักฐานประเภทโสตทศั น์ ได้แก่ ภาพถา่ ย ฟลิ ์มสไลด์ เทปบนั ทึกเสียง แถบวิดิทศั น์ ภาพยนตร์แผนท่ี
แผนผัง โปสเตอร์ ไมโครฟิลม์ สื่อคอมพิวเตอร์ ซึ่งให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ของชาติหลักฐานประเภททาง
ราชการ เรียกว่า เอกสารโสตทัศน์ จดหมายเหตุ เก็บรักษาและให้บริการที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติในบริเวณ
หอสมุดแห่งชาติ
3. จำแนกตามความสำคัญ
หลักฐานทางประวตั ศิ าสตรเ์ ปน็ รอ่ งรอยของมนษุ ย์ท่หี ลงเหลืออย่จู ากอดีต หลักฐานทางประวตั ิศาสตรม์ ีทั้ง
วตั ถุ เอกสาร จารกึ โดยแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดงั นี้
1) หลักฐานชั้นต้น (primary source) หรือหลักฐานปฐมภูมิ คือ หลักฐานที่เป็นของร่วมสมัย เช่น
เอกสารหรือบนั ทึกที่เขียนขึ้นโดยบุคคลที่มีความเกีย่ วข้องหรือรู้เหน็ เหตุการณ์ รวมทั้งมีส่วนร่วมในเหตุการณ์นั้น
โดยตรง เช่น ภาพถา่ ยวตั ถรุ ่วมสมัย เชน่ โบราณวัตถุ เครอื่ งมือเครอ่ื งใช้ จารกึ เปน็ ต้น ดังน้นั หลักฐานขนั้ ตน้ จึงถือ
ว่ามีความน่าเชื่อถอื มากที่สุด อย่างไรก็ตามผู้ศกึ ษาควรมีความระมัดระวังในการใชด้ ้วยเช่นกัน เนื่องจากหลักฐาน
บางอย่างมกั จะกลา่ วถงึ แตเ่ ร่ืองราว ในดา้ นดหี รือไม่เป็นกลาง โดยใสอ่ คติลงไปในการเขียน ดงั นนั้ เพอื่ ใหเ้ รอื่ งราวมี
ความนา่ เช่อื ถอื มากยิ่งข้นึ จงึ ต้องมกี ารตรวจสอบ ประเมนิ หลักฐาน โดยใชว้ ธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์
2) หลกั ฐานชั้นรอง (secondary source) หรือหลักฐานทุตยิ ภูมิ คือ หลักฐานท่เี ขียนข้ึนภายหลังจาก
เหตกุ ารณน์ ้นั เกิดขน้ึ โดยผู้บนั ทกึ อาจได้ยินคำบอกเล่าผ่านบคุ คลอ่นื หรอื เป็นหลักฐานท่ีเขยี นข้ึนโดยบุคคลที่อาศยั
ขอ้ มลู จากหลักฐานชน้ั ตน้ เช่น หนงั สือ งานวิจัย บทความ รวมทงั้ หลักฐาน ท่ไี มใ่ ช่ลายลกั ษณ์อักษร เชน่
ภาพยนตร์ ละคร ข่าวโทรทัศน์ เป็นตน้
อาจกล่าวได้ว่า หลักฐานทั้งสองประเภทสามารถใช้เป็นข้อมลู ไดท้ ั้งหลักฐานขัน้ ต้น และหลักฐานชั้นรอง
ซึ่งในการศึกษาค้นคว้าหลักฐานจะต้องมีการตรวจสอบและประเมินความน่าเชื่อถือของหลักฐานนั้นๆ เสียก่อน
เนอื่ งจากหลักฐานทง้ั 2 ประเภท อาจใหข้ อ้ มูลทีค่ ลาดเคล่อื น และบิดเบือนไปจากความเปน็ จริงได้
2. ความสำคญั ของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ไทย
แม้วา่ หลักฐานทางประวัติศาสตรจ์ ะไมค่ ่อยสมบรู ณ์ แต่กม็ คี วามสำคญั ตอ่ การศกึ ษาประวัติศาสตรไ์ ทยมาก
เพราะหลักฐานข้อมูลทั้งหลายทำหรือเขียนขึ้นโดย ผู้เกี่ยวข้องโดยตรง หรือมีความใกล้ชิดกับเหตุการณ์หรือ
เรื่องราวทั้งหลายที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ หลักฐานข้อมูล เหล่านั้นยังสะท้อนให้เห็นโลกทัศน์ วัฒนธรรมประเพณี
ตลอดจนความเช่ือของคนในสมยั ก่อนด้วย
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนควรจะช่วยกันเก็บรักษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไว้ให้ดี รวมทั้งช่วยกัน
สบื ค้นว่ายังมีหลกั ฐานของไทยเก็บไว้อยู่ท่ีใดอีกหรือไม่ เพื่อจะไดน้ ำมาศกึ ษาค้นคว้าและเผยแพร่ต่อไป อันจะช่วย
ทำให้ประวตั ศิ าสตรไ์ ทยมีความชัดเจน ถกู ตอ้ ง มากยง่ิ ข้นึ
สำหรับหลักฐานของชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ไทย ก็สามารถให้ข้อมูลที่หลากหลาย
มากกว่าพงศาวดารหรือตำนาน แต่ถึงแม้จะมีความสำคัญมากเพียงใดก็ตาม เมื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานทาง
ประวัติศาสตรไ์ ทยก็ควรคำนึงวา่ ชาวต่างชาติมีความแตกตา่ งจากคนไทยทั้งทางด้านศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี
โลกทัศน์ วิถีชีวิต ด้วยเหตุนี้ เรื่องที่ไดม้ ีการบันทึกไว้จึงเป็นมุมมองของชาวต่างชาตทิ ี่แตกต่างไปจากคนไทย โดย
เร่อื งหรือเหตุการณท์ ่ีคนไทยปฏบิ ัตกิ ันเปน็ ปกติ อาจกลายเป็นเรือ่ งไม่ดใี นสายตาของชาวตา่ งชาตกิ ็เปน็ ได้
ภาพ 17 ภาพกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค เขยี นโดยบาทหลวงชาวฝรัง่ เศสที่เข้ามา
เผยแผ่คริสต์ศาสนา ในกรงุ ศรอี ยุธยา ตรงกบั ปลายรัชสมยั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช พ.ศ. ๒๕๒๙
ทมี่ า : https://www.posttoday.com/world/608952
สืบค้นเม่ือ : 23 เมษายน 2562
3. แหล่งรวบรวมหลักฐานประวตั ศิ าสตร์ไทย
แหลง่ รวบรวมหลกั ฐานประวตั ศิ าสตรไ์ ทยทสี่ ำคญั คอื สำนกั หอจดหมายเหตุแหง่ ชาติท้งั ใน
กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ซึ่งรวบรวมเอกสาร ตัวเขียนที่เป็นสมุดฝรั่ง ภาพถ่ายเก่าส่วนสำนักหอสมุด
แหง่ ชาตเิ ปน็ ที่เกบ็ เอกสารตัวเขยี นทเี่ ปน็ สมุดไทย
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตทิ ้งั ในพระนครและตา่ งจังหวดั เปน็ สถานทีท่ ่มี ีศิลาจารึก โบราณวัตถุ ศลิ ปวัตถุเก็บ
ไว้จำนวนมาก นอกจากนี้ หอสมุดกลาง ของมหาวิทยาลัยต่างๆ บางแห่งก็มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์เก็บไว้
เช่นกนั
หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรไ์ ทยส่วนหนงึ่ มกี ารพมิ พ์เผยแพร่โดยหลายหน่วยงาน ซึง่ ทำใหเ้ กิดความสะดวก
แก่การศึกษาค้นคว้า รวมทั้งมีการปริวรรตหรือถอดเป็นภาษาปัจจุบันด้วย หน่วยงานสำคัญที่เป็นกรมศิลปากร
คณะกรรมการชำระประวตั ศิ าสตร์ไทย สมาคมประวตั ิศาสตร์ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยาม
บรมราชกมุ ารี สำนกั พิมพม์ หาวทิ ยาลัยตา่ งๆ ตลอดจนสำนักพิมพเ์ อกชนทัง้ หลาย
ภาพ 18 หอจดหมายเหตแุ หง่ ชาติ อยู่ในบรเิ วณหอสมดุ แหง่ ชาติ เปน็ สถานท่ีเกบ็ รกั ษาเอกสารการทางราชการ
ประวัติศาสตร์ และศลิ ปวัฒนธรรมแหง่ ชาติ
ท่มี า : https://www.nat.go.th
สบื ค้นเมอ่ื : 24 เมษายน 2562
การใช้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นหลักฐานชั้นต้น ใช้ได้สะดวกพอควร แต่บางส่วนอาจใช้จากฉบับ
สำเนา เพราะต้นฉบับเดิมกระดาษกรอบและขาดง่าย เนือ่ งจากอากาศร้อนชื้น และมอี ายมุ าก ดังน้นั การใช้จึงต้อง
ระมัดระวัง และต้องชว่ ยกนั ถนอมรักษา เพราะหลักฐาน เหล่านี้เป็นสมบัติที่สำคัญของชาติ ไม่สามารถหามาใหม่
ทดแทนได้
ภาพ 19 ตวั อยา่ งหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรไ์ ทยทเ่ี ปน็ ลายลักษณอ์ กั ษร ท่มี กี ารพมิ พเ์ ผยแพรโ่ ดยหน่วยงานต่างๆ
ที่มา : https://058743.wixsite.com/malee-boonpery/blank-3
สืบค้นเม่อื : 24 เมษายน 2562
กล่าวโดยสรุป การที่จะได้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์น่าเชื่อถือยังขึ้นอยู่กับการมีและการใช้
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ด้วย ถ้าเปรียบเทียบหลักฐานทางประวัติศาสตร์สากลกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์
ไทยแลว้ หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์สากลจะมมี ากกว่า สมบูรณ์กว่า และมกี ารศึกษาท่กี ้าวหนา้ กว่าประวัติศาสตร์
ไทย