The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการดำเนินงาน SMART Model

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by MATHMPK123, 2022-01-19 04:41:31

คู่มือการดำเนินงาน SMART Model

คู่มือการดำเนินงาน SMART Model

51

แบบประเมินความสามารถในการนาเสนอโครงงาน

ชือ่ โครงงาน

ชนั้ /หอ้ ง

ชอ่ื ผ้ปู ระเมนิ

คาช้แี จง ใหผ้ เู้ รียนทาเครอื่ งหมาย  ลงในชอ่ งท่ีตรงกบั ความเป็นจริงมากที่สดุ

ลาดบั รายการพจิ ารณา ดีมาก ดี พอใช้ ต้อง
ปรับปรงุ

1 ความรคู้ วามเขา้ ใจในเรือ่ งทท่ี า

1.1 การใช้ศัพท์เทคนิค

1.2 การใชห้ ลกั การทางวทิ ยาศาสตร์

1.3 ความเขา้ ใจในหลักการทที่ า

1.4 การได้รับความรูเ้ พมิ่ เตมิ

1.5 การค้นหาเอกสารอา้ งอิง

2 การใช้วิธีการวิทยาศาสตร์ท่ีใช้ในการแกป้ ัญหา

2.1 การสังเกตการนามาส่ปู ญั หา

2.2 มีการศกึ ษาคน้ ควา้ ข้อมูลหรอื ขอ้ เท็จจริงต่างๆ

2.3 การออกแบบการทดลองหรือออกแบบประดษิ ฐ์

2.4 การวัดและการควบคุมตัวแปรตา่ งๆ

2.5 การแปลความหมายและการสรปุ ผล

3 ความคดิ สรา้ งสรรค์

3.1 ปญั หาหรอื เรือ่ งมคี วามสาคญั

3.2 ไดม้ ีการดดั แปลง เปลย่ี นแปลงหรือเพิม่ เตมิ แนวคิดที่แปลกใหม่

3.3 มีการคดิ และใช้วธิ กี ารท่ีแปลกใหม่

3.4 การเลอื กและการนาวัสดมุ าใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์

3.5 ความสามารถในการเสนอแนะประโยชนท์ ี่ได้

4 การเขยี นรายงาน

4.1 ความถกู ตอ้ งของแบบฟอร์ม

4.2 เสนอสาระในแต่ละขอ้

4.3 การแสดงหลกั ฐานทางการบันทึกข้อมลู

4.4 การออกแบบการนาเสนอขอ้ มลู

4.5 การอภิปรายผลอยา่ งมเี หตุผลและสร้างสรรค์

52

ลาดบั รายการพิจารณา ดมี าก ดี พอใช้ ต้อง
ปรับปรงุ
5 การจดั แสดงโครงงานและการอภิปรายปากเปลา่
5.1 การจัดแสดงโครงงาน
5.2 การเขียนคาอธิบายในแผ่นโปสเตอร์
5.3 การจดั แสดงวสั ดุอปุ กรณ์
5.4 การอธบิ ายและการใชภ้ าษาชดั เจน
5.5 การตอบคาถาม

53

แบบทดสอบ

คาช้แี จง โปรดทาเคร่อื งหมาย  ทบั ตวั อกั ษร ก, ข, ค หรือ ง ทถี่ ูกตอ้ งทีส่ ดุ เพียงคาตอบเดียว

1. หลกั การท่ีสาคัญของโครงงาน ควรมลี ักษณะดังนี้
ก. เปน็ เร่อื งเกีย่ วกบั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือความเปน็ จริงและการนาไปใชป้ ระโยชน์
ข. เป็นการใชว้ ิธีการทางธรรมชาตวิ ิชา และความสนใจของผูจ้ ัดทาโครงงาน
ค. ตอ้ งยดึ หลกั ความเป็นจรงิ ทีเ่ ป็นอยูต่ ามทฤษฏี หลกั การทางวชิ าการ
ง. เป็นการเสาะแสวงหาความรู้โดยผู้เชยี่ วชาญ หรอื ครทู ีป่ รึกษากากบั ดแู ลอย่างใกลช้ ดิ

2. ขอ้ ใดกล่าวถงึ ประเภทของโครงงานไดถ้ กู ต้อง
ก. โครงงานประเภทการสารวจเป็นโครงงานทีผ่ ทู้ าจะตอ้ งเสนอแนวคดิ ใหม่ๆ ในการ

อธบิ ายเร่ืองใดเรือ่ งหนง่ึ อย่างมเี หตผุ ล
ข. โครงงานประเภททดลอง เปน็ การศึกษาหาคาตอบของปัญหาใดปญั หาหนึง่
ค. โครงงานประเภทสรา้ งทฤษฎหี รอื การอธบิ ายเป็นการสรา้ งส่ิงใหมท่ ีย่ งั ไมเ่ คยมีมากอ่ น
ง. โครงงานประเภทการพัฒนาหรือการประดษิ ฐ์ เป็นกจิ กรรมการศึกษาและรวบรวมขอ้ มูล

3. ข้อใดมคี วามหมายตรงกบั โครงงานที่สดุ
ก. เปน็ การจัดทารายงานที่แสดงผลงานของผเู้ รียนตามความถนดั ความสนใจ
ข. เป็นรปู แบบการจัดกระบวนการเรียนรูท้ ่ีเน้นการศกึ ษาขอ้ มลู โดยครทู ปี่ รกึ ษากากับดูแล
ค. กิจกรรมเสริมหลกั สูตรทเ่ี ปิดโอกาสให้ผูเ้ รียนไดศ้ กึ ษาเรื่องใดเรอ่ื งหน่งึ ทเี่ ก่ียวขอ้ งกับ

วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีตามความถนดั และความสนใจ
ง. เป็นการศึกษาของผู้เรยี นเรยี นรู้จากของจริง ลงมอื ปฏบิ ตั ิและสามารถทผ่ี ่านผเู้ ชีย่ วชาญกาหนดให้

4. การเขยี นรายงานควรมลี กั ษณะอย่างไร
ก. เขยี นบรรยาย อธบิ ายชัดเจน พร้อมยกตัวอย่างเปน็ ความเรียง
ข. ออกแบบนาเสนอดว้ ยการเขียนรายงานเปน็ เอกสารรปู เลม่
ค. เขียนรายงานโดยแสดงความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะประกอบการรายงานเปน็ หลัก
ง. ความถูกตอ้ งของแบบฟอร์มครอบคลมุ หวั ขอ้ ที่สาคัญ แบ่งแต่ละหวั ข้อออกอยา่ งชัดเจน

5. ข้อใดกล่าวถงึ รายละเอียดเกย่ี วกบั เกณฑ์การพิจารณาประเมินผลโครงงาน ได้ถกู ตอ้ ง
ก. มีการประเมินโครงงานโดยครูที่ปรกึ ษา
ข. การใช้ศพั ท์ทางวชิ าการ
ค. มีการประเมนิ ความพึงพอใจของโครงงาน
ง. การใชว้ ิธกี ารทางวิทยาศาสตรท์ ่ีใชแ้ ก้ปญั หาทางการศึกษา

54

6. ขอ้ ใดคือองค์ประกอบ ตามเกณฑ์ของผลจากการประเมนิ โครงงาน
ก. ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ การสร้างข้อความคาดการณ์ แหล่งการเรยี นรู้ การดาเนินการทา
โครงงานการนาเสนอ และความรับผิดชอบ
ข. การรวบรวมขอ้ มูล การเขยี นรายงาน การประเมินโครงงาน การนาเสนอผลงาน
ค. การเลอื กหวั ขอ้ โครงงาน การรวบรวมข้อมลู การเขยี นการงาน การประเมินโครงงาน การนาเสนอ
ง. ชื่อโครงงาน ครทู ป่ี รึกษาโครงงาน ผจู้ ดั ทาโครงงาน การนาเสนอโครงงาน

7. การวดั ผลประเมนิ ผลการเรยี นรตู้ ามสภาพจริง มลี ักษณะอย่างไร
ก. ประเมินจากผลการรายงานรปู เลม่ โครงงาน
ข. เน้นการวดั ผลระหวา่ งทีผ่ ู้เรียนได้ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ทห่ี ลากหลายตามสภาพจริง
ค. ยึดหลกั ความเปน็ จริงทเี่ ป็นอย่ตู ามทฤษฏี และหลกั การทางวิชาการ
ง. การประเมินผลจะข้ึนอยกู่ บั เกณฑก์ ารประเมนิ ท่ีครูที่ปรกึ ษากาหนดไว้

8. ทักษะการตระหนกั รู้ในตนเอง มคี ุณลักษณะอยา่ งไร
ก. การรูจ้ กั และเขา้ ใจตนเอง รูจ้ ดุ เด่นและจดุ ด้อยของตนเอง ประเมินตนเองได้ตามความเป็นจริง
ข. ร้จู กั เลือกและจัดการขอ้ มลู ขา่ วสาร เขา้ ใจ สื่อและตีความขอ้ มูลขา่ วสารได้ด้วยตนเอง
ค. การมคี วามสมั พนั ธ์อนั ดสี ามารถปรับตัวเขา้ กับผู้อื่นไดเ้ หมาะสม
ง. การรูจ้ กั รกั ษาชอ่ื เสียงของตนเอง ไม่คัดลอกผลงานของผอู้ นื่

9. ทกั ษะการร้เู ทา่ ทนั ข้อมลู ข่าวสาร มีคณุ ลักษณะอยา่ งไร
ก. การรู้จกั และเขา้ ใจตนเอง รู้จดุ เด่นและจุดด้อยของตนเอง ประเมนิ ตนเองไดต้ ามความเปน็ จริง
ข. รจู้ ักเลือกและจดั การข้อมลู ขา่ วสาร เขา้ ใจ สอื่ และตคี วามข้อมูลข่าวสารได้ดว้ ยตนเอง
ค. การมคี วามสัมพนั ธ์อนั ดสี ามารถปรับตวั เข้ากับผอู้ น่ื ไดเ้ หมาะสม
ง. การร้จู ักรักษาชอื่ เสยี งของตนเอง ไม่คัดลอกผลงานของผ้อู น่ื

10. การเสริมสรา้ งทกั ษะพลเมอื งดจิ ิทัล โดยมที ักษะ 8 ดา้ นของความฉลาดดจิ ิทลั ในระดบั พลเมอื งดจิ ทิ ลั
ข้อใดกลา่ วถูกตอ้ ง

ก. การรเู้ ท่าทนั เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร วิธกี ารคดิ สรา้ งสรรค์และสรา้ งนวตั กรรม
ข. มีทักษะในการสืบค้นข้อมูล ประเมนิ การใช้เทคโนโลยี
ค. ทักษะดา้ นการเรยี นรแู้ ละนวตั กรรม ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สาร สารสนเทศ
ง. การบริหารจดั การเวลาบนโลกดจิ ทิ ัล การจดั การการกลั่นแกลง้ บนไซเบอร์ ร่องรอยทางดิจิทลั

55

เฉลยแบบทดสอบ

จานวน 10 ข้อ

10 คะแนน ข้อ 4

ข้อ 1 ขอ้ 2 ข้อ 3 ง

ก ขค ขอ้ 8

ข้อ 5 ข้อ 6 ขอ้ 7 ก

ง กข

ขอ้ 9 ข้อ 10

ขง

56

แบบประเมิน
สมรรถภาพการจัดการเรยี นรดู้ า้ นการจัดการเรยี นร้แู บบโครงงาน SMART Model Model

 สาหรบั ผวู้ จิ ัยประเมิน  สาหรับครูผู้สอนโครงงานประเมินตนเอง

ชอื่ …………………………………………………….โรงเรยี น........................................................ครั้งที่…………………….
วนั /เดอื น/ปี ท่ีประเมิน………………………..…………………………………………………………………………………………

คาชแี้ จง

โปรดพิจารณารายการประเมินสมรรถภาพ การจดั การเรยี นรู้แบบโครงงาน แต่ละรายการ

ทาเคร่ืองหมาย ลงในชอ่ งระดบั ทักษะที่ตรงกับสภาพจริง โดยมีเกณฑก์ ารพจิ ารณาดงั นี้

4 หมายถึง มีความสามารถและมีสมรรถภาพ การปฏิบัตอิ ยูใ่ นระดับสูงมาก

3 หมายถึง มคี วามสามารถและมสี มรรถภาพ การปฏบิ ตั อิ ยูใ่ นระดับสูง

2 หมายถงึ มีความสามารถและมีสมรรถภาพ การปฏบิ ัติอยใู่ นระดับปานกลาง

1 หมายถึง มคี วามสามารถและมสี มรรถภาพ การปฏิบตั ิอยใู่ นระดับต่า

ทักษะการปฏบิ ตั ิ ระดบั ทกั ษะ
ต่า ปานกลาง สูง สูงมาก

1. เขยี นแผนการจดั การเรียนรู้ โดยแตล่ ะองคป์ ระกอบ

มีความชดั เจนเหมาะสม และสมั พันธ์กัน

2. มีการเตรยี มความพรอ้ มในการจดั การเรยี นรู้

3. มกี จิ กรรมการเรยี นรู้เป็นไปตามขัน้ ตอนไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง

เหมาะสม

4. ประเมินและสรปุ ผลการเรยี นร้ไู ดส้ อดคล้องกับ จดุ ประสงคใ์ น

การเรียนรใู้ นแต่ละคร้งั

ขอ้ สงั เกตเพิ่มเตมิ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

57

เกณฑ์การประเมินสมรรถภาพการจดั การเรยี นรู้แบบโครงงาน SMART Model Model

รายการประเมนิ พฤติกรรมการปฏิบตั ิ ระดับทกั ษะ
1
1. เขยี นแผนการ เขียนแผนการจัดการเรยี นรูท้ ม่ี อี งคป์ ระกอบครบถว้ น แสดง
2
จัดการเรยี นรโู้ ดย รายละเอียดของแตล่ ะองค์ประกอบได้ไม่ชัดเจนและไมส่ ัมพนั ธ์กนั
3
แตล่ ะองคป์ ระกอบ โดยระบพุ ฤติกรรม และผลทตี่ ้องการให้เกิดกับผูเ้ รียน ทส่ี อดคลอ้ ง กับ
4
มีความชดั เจน มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัดไมช่ ัดเจน และไมค่ รบถว้ น
1
เหมาะสมและ เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ทม่ี ีองคป์ ระกอบครบถ้วน แสดง 2
3
สัมพันธ์กัน รายละเอยี ดของแต่ละองคป์ ระกอบไดค้ อ่ นขา้ งชัดเจนแตไ่ มค่ ่อย

สมั พันธก์ นั โดยระบพุ ฤตกิ รรมและผลทต่ี ้องการให้เกิดกับผูเ้ รยี น ที่

สอดคล้องกับมาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั ได้ไมค่ ่อยชดั เจน และไม่ครบถว้ น

เขียนแผนการจัดการเรียนร้ทู ม่ี ีองค์ประกอบครบถ้วน แสดง

รายละเอยี ดของแตล่ ะองคป์ ระกอบได้คอ่ นขา้ งชดั เจน เหมาะสม และ

สัมพันธก์ ัน โดยระบพุ ฤตกิ รรมและผลทตี่ อ้ งการให้เกดิ กับ ผู้เรียน ท่ี

สอดคลอ้ งกับมาตรฐาน/ตัวช้ีวดั ไดถ้ กู ต้อง ชดั เจน และ ครบถว้ น

เขยี นแผนการจัดการเรียนร้ทู ีม่ ีองคป์ ระกอบครบถว้ น แสดง

รายละเอยี ดของแตล่ ะองคป์ ระกอบได้ถกู ต้องชัดเจน เหมาะสม และ

คอ่ ยสัมพันธ์กนั โดยระบพุ ฤตกิ รรมและผลท่ีต้องการใหเ้ กิด กับผู้เรยี น

ทส่ี อดคลอ้ งกับมาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั ได้ถกู ต้อง ชดั เจน และ ครบถ้วน

2. มกี ารเตรยี ม เตรยี ม สื่อ แบบฝึก ขอ้ ทดสอบ และแหล่งการเรยี นรทู้ ีไ่ ม่เหมาะสมและ

ความพร้อมในการ ไม่สอดคล้องกบั เนื้อหาและกิจกรรมการเรยี นรู้ ทจี่ ะนาไปสู่การบรรลุ

จดั การ เรียนรู้ วัตถุประสงคข์ องการเรียนรู้

เตรยี ม สือ่ แบบฝกึ ข้อทดสอบ และแหล่งการเรียนรู้ คอ่ ยข้างชัดเจน

แต่ไมห่ ลากหลาย ทส่ี อดคลอ้ งกบั เนอ้ื หาและกิจกรรมการเรยี นรู้ ทจ่ี ะ

นาไปสกู่ ารบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ของการเรียนรู้

เตรียม สอ่ื แบบฝึก ขอ้ ทดสอบ และแหล่งการเรียนรู้ ค่อยขา้ ง ชดั เจน

และหลากหลาย ท่ีสอดคลอ้ งกับเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนรู้ ทจี่ ะ

นาไปสกู่ ารบรรลวุ ตั ถุประสงคข์ องการเรียนรู้

58

รายการประเมนิ พฤติกรรมการปฏบิ ัติ ระดบั ทกั ษะ
3. การจัดกิจกรรม จัดกิจกรรมโดยเสนอหวั เรอื่ งในการเรยี นรใู้ ห้เรียนรู้ มีส่อื ทีไ่ ม่คอ่ ย 1
การ เรียนรู้เปน็ ไป ชดั เจนและไม่เพยี งพอกจิ กรรมการเรียนรู้ ไม่นา่ สนใจ และไมเ่ ปน็ ไป 2
ตามขน้ั ตอนได้ ตามข้นั ตอนการเรยี นรู้ “MINE เขียนได้ 4 ขนั้ ”
อยา่ งถกู ต้อง จดั กิจกรรมโดยเสนอหวั เรอ่ื งในการเรยี นรใู้ หเ้ รยี นรู้ มีสื่อท่ไี มค่ อ่ ย 3
เหมาะสม ชดั เจนและไม่ เพยี งพอกจิ กรรมการเรยี นรู้ ไมน่ า่ สนใจ และจดั ได้
คอ่ นข้างถกู ตอ้ งตามข้นั ตอนการ เรยี นรู้ “MINE เขยี นได้ 4 ข้นั ” เพอ่ื 4
4. ประเมนิ และ เสริมสรา้ งทกั ษะพลเมืองดจิ ทิ ลั
สรุปผล การเรยี นรู้ จดั กจิ กรรมโดยเสนอหวั เรื่องในการเรยี นรใู้ ห้เรียนรู้ โดยมสี อื่ และ 1
เอกสารประกอบ คอ่ นขา้ งชดั เจนเพยี งพอ กจิ กรรมการเรยี นรู้ จัดได้ 2
ค่อนขา้ งถูกต้องเป็นไปตามข้ันตอน การเรยี นรู้“MINE เขยี นได้ 4 ขนั้ ” 3
เพอ่ื เสริมสรา้ งทกั ษะพลเมอื งดจิ ทิ ัล 4
จดั กิจกรรมโดยเสนอหัวเรือ่ งในการเรียนรูใ้ หเ้ รยี นรู้ โดยสอื่ และเอกสาร
ประกอบ อย่างชดั เจนและเพียงพอ กจิ กรรมการเรียนรูน้ ่าสนใจ จดั ได้
คอ่ นข้างถกู ตอ้ งเปน็ ไป ตามขั้นตอนการเรียนรู้ “MINE เขยี นได้ 4 ข้ัน”
เพือ่ เสริมสร้างทักษะพลเมืองดจิ ทิ ลั
ประเมินและเสนอผลการประเมินทั้งดา้ นผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนและ
การทางานกลุ่ม ไมส่ อดคล้องกันจุดประสงค์ในการเรยี นรู้ในแตล่ ะครั้ง
โดยครูสรุปผลการเรียนรู้
ประเมนิ และเสนอผลการประเมนิ ทง้ั ดา้ นผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ
การทางานกลมุ่ ได้สอดคลอ้ งกนั กบั จุดประสงคใ์ นการเรยี นรูเ้ ปน็
บางคร้ัง โดยครูสรุปผลการเรียนรู้
ประเมนิ และเสนอผลการประเมนิ ทั้งดา้ นผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นและ
การทางานกลุ่ม ไดส้ อดคลอ้ งกันกับจดุ ประสงค์ในการเรยี นรูเ้ ป็น
บางครั้งโดยครแู ละผู้เรยี นรว่ มกนั สรุปผลการเรียนรู้
ประเมนิ และเสนอผลการประเมนิ ทั้งด้านผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนและ
การทางานกลุ่ม ได้สอดคลอ้ งกนั กบั จุดประสงค์ในการเรียนรใู้ นแตล่ ะ
คร้ัง โดยครูและผู้เรียนรว่ มกัน สรปุ ผลการเรยี นรู้ เสนอปญั หาอปุ สรรค
และขอ้ เสนอแนะในการเรยี นรคู้ รั้งต่อไป

59

กาหนดเป็นเกณฑ์ ค่าเฉล่ยี ร้อยละ และให้ความหมายดงั นี้
ค่าเฉล่ียรอ้ ยละ 50.00 หรือตา่ กวา่ 50.00 หมายถงึ สมรรถภาพการจดั การเรยี นรู้แบบโครงงาน
อยู่ในระดบั ตา่
ค่าเฉลีย่ รอ้ ยละ 50.01 - 65.00 หมายถงึ สมรรถภาพการจดั การเรยี นรู้แบบโครงงาน
อยู่ในระดบั ปานกลาง
คา่ เฉล่ียรอ้ ยละ 65.01 - 80.00 หมายถึง สมรรถภาพการจดั การเรียนรู้แบบโครงงาน
อยูใ่ นระดบั สูง
ค่าเฉลีย่ ร้อยละ 80.01 - 100.00 หมายถงึ สมรรถภาพการจดั การเรียนรู้แบบโครงงาน
อยู่ในระดบั สูงมาก

60

แบบทดสอบกอ่ นอบรมเชงิ ปฏิบตั กิ าร
ชุดฝึกอบรมเชิงปฏบิ ตั กิ ารการบริหารจัดการเรยี นรู้ SMART Model

เพ่อื เสรมิ สร้างทกั ษะพลเมืองดจิ ทิ ัล โรงเรียนเมืองพลพทิ ยาคม

คาช้แี จง 1. แบบทดสอบมีทง้ั หมด 20 ข้อๆ ละ 1 คะแนน รวม 20 คะแนน
2. แต่ละขอ้ มคี าตอบขอ้ ละ 4 ตวั เลือก ใหพ้ จิ ารณาเลอื กคาตอบทถี่ กู ทส่ี ุดเพียงคาตอบ

เดยี ว แล้วทาเคร่อื งหมาย X ในชอ่ ง ก ข ค ง ในกระดาษคาตอบ ใหเ้ วลาทาแบบทดสอบ 20 นาที

1. หลักการพ้ืนฐานในการสอน หลงั จากดาเนนิ การสอนแล้ว ผ้สู อนควรทาอย่าไร
ก. ศึกษาหลักสตู รคมู่ ือครแู ละเอกสารการสอนตา่ งๆ
ข. พจิ ารณาผลการเรียนวา่ ผู้เรียนบรรลตุ ามจดุ ประสงคท์ กี่ าหนดไวม้ ากนอ้ ยเพยี งใด
ค. จดั วธิ ีวัดและประเมินผลใหส้ อดคล้องกบั จุดประสงค์
ง. เขียนแผนการจดั การเรียนรใู้ หค้ รบทกุ ขอ้

2. เพราะเหตุใดผสู้ อนควรพยายามใหผ้ ูเ้ รียนได้มีสว่ นรว่ มในการเรยี นการสอน
ก. เพราะผู้เรียนท่ีคอยจะรบั เนื้อหาความรูจ้ ะเขา้ ใจได้ยากกวา่ ผเู้ รยี นทม่ี สี ว่ นร่วม
ข. เพราะกิจกรรมรว่ มของผู้เรยี นจะช่วยใหห้ ลกี เล่ยี งการเรยี นแบบทอ่ งจา
ค. เพราะผ้สู อนต้องการตรวจสอบความเขา้ ใจของผเู้ รยี นอยูเ่ สมอ
ง. เพราะการเรียนดว้ ยความเข้าใจจะเกิดข้นึ ไมไ่ ดถ้ า้ ผูเ้ รียนไม่มสี ่วนรว่ มในบทเรียน

3. ท่ีมาและความสาคัญของโครงงานผทู้ าโครงงานจาเป็นตอ้ งดาเนินการอยา่ งไรบา้ ง
ก. ครูท่ีปรึกษาคน้ ควา้ และสังเคราะหใ์ ห้กบั ผจู้ ัดทาโครงงาน
ข. มาจากความสาเรจ็ ทตี่ ้องการเผยแพร่ให้บคุ คลทัว่ ไปรบั ทราบ
ค. ศึกษาข้อมลู ตรงตามความสนใจของผจู้ ดั ทาโครงงาน
ง. ศกึ ษาหลักการทฤษฎเี ก่ยี วข้องกับเร่ืองทีส่ นใจจะศึกษา

4. การจดั ทาโครงงานสามารถช่วยส่งเสริมสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียนไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
ก. เปน็ ความสามารถเฉพาะบคุ คลท่ีมีความถนดั ในการทาโครงงาน
ข. ทกั ษะการแก้ปัญหา ทักษะการคิด และการอยรู่ ่วมกนั ในสงั คม
ค. สง่ เสริมใหผ้ เู้ รยี นมผี ลการเรียนดขี ้ึนสามารถนาไปใช้ประโยชน์ตอ่ ตนเอง
ง. ทักษะพ้ืนฐานในการเรยี นรู้

61

5. ขอ้ ใดเปน็ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยโครงงาน
ก. เป็นกจิ กรรมท่ีผู้เรียนได้ทางานคาสั่ง
ข. เปน็ กิจกรรมทคี่ รสู าธติ การปฏบิ ตั ิ
ค. เปน็ กิจกรรมทผี่ เู้ รยี นลงมอื ปฏบิ ัติจรงิ
ง. เปน็ กจิ กรรมทผี่ ูเ้ รียนไดท้ าในหลักสตู รสถานศกึ ษา

6. ควรมกี ารคิดและเลอื กหวั ข้อเรื่องทจี่ ะทาโครงงานอยา่ งไร
ก. ครูทป่ี รึกษาหรือผเู้ ชยี่ วชาญเปน็ ผพู้ จิ ารณาคดั เลือกหัวข้อโครงงาน
ข. ตอ้ งมาจากผูเ้ รียนเกดิ ความสงสัยหรอื ตอ้ งการหาคาตอบ
ค. เปน็ เรือ่ งท่ีประสบผลสาเรจ็ ผู้คนให้ความสนใจมาก
ง. เร่ืองทเ่ี ป็นปัญหาสว่ นรวมไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาท่ีเกดิ ข้นึ ในชีวติ ประจาวัน

7. การเลอื กหัวขอ้ เร่ืองทจี่ ะทาโครงงานใหม้ คี วามเหมาะสม นา่ สนใจ ตอ้ งเลอื กอยา่ งไร
ก. จากการเสนอแนะของผมู้ ปี ระสบการณห์ รือผูเ้ ช่ียวชาญ
ข. เลอื กจากโครงงานทเี่ คยประสบผลสาเรจ็ มาแลว้
ค. จากเรอ่ื งท่ีสงสยั หรอื เป็นปญั หาท่ตี อ้ งการหาคาตอบ
ง. มาจากความช่ืนชอบสว่ นตวั ของคณะผูจ้ ดั ทาโครงงาน

8. ข้อใดกลา่ วถงึ ความหมายของเอกสารทเี่ ก่ยี วขอ้ งไดถ้ กู ตอ้ งท่ีสดุ
ก. ส่งิ พิมพ์ กระดาษ เอกสาร วารสาร บทความ
ข. เป็นเฉพาะขอ้ มูลขา่ วสารทีเ่ กย่ี วกับโครงงานทจ่ี ดั ทา
ค. การคน้ ควา้ เรอ่ื งราวทเี่ กี่ยวขอ้ งกับประเดน็ ที่จะศกึ ษา รวมถึงการขอคาปรกึ ษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ
ง. การจดบันทกึ ข้อมูลท่ีเกยี่ วข้องกบั โครงงาน

9. เพราะเหตใุ ดตอ้ งเขียนรายงานโครงงาน
ก. เปน็ การนาเสนอผลการของการศกึ ษาค้นคว้า
ข. ใหท้ ราบผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
ค. ให้ทราบผลของการรวบรวมขอ้ มูล
ง. ใหท้ ราบผลของการคน้ คว้า

10. การเสรมิ สรา้ งทกั ษะพลเมอื งดจิ ิทลั โดยมที ักษะ 8 ดา้ นของความฉลาดดจิ ิทัลในระดับพลเมอื งดิจิทัล
ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้อง

ก. การร้เู ท่าทันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สาร วิธกี ารคิดสร้างสรรค์และสรา้ งนวตั กรรม
ข. มที กั ษะในการสบื คน้ ขอ้ มูล ประเมนิ การใช้เทคโนโลยี
ค. ทักษะดา้ นการเรยี นรแู้ ละนวตั กรรม ทักษะดา้ นการส่ือสาร สารสนเทศ
ง. การบรหิ ารจัดการเวลาบนโลกดจิ ิทลั การจัดการการกลั่นแกล้งบนไซเบอร์ รอ่ งรอยทางดจิ ิทัล

62

11. ชือ่ โครงงานนั้นมีความสาคัญอยา่ งไร
ก. ผ่านความเหน็ ชอบจากครทู ่ปี รกึ ษาโครงงานเปน็ ผู้ตั้งให้
ข. ผเู้ ช่ียวชาญเปน็ ผ้กู าหนดชอ่ื โครงงานสรา้ งความนา่ เชอ่ื ถือในการจดั ทาโครงงาน
ค. ช่วยสะทอ้ นความสนใจของผู้จัดทาโครงงาน
ง. ชว่ ยโยงความคดิ ไปถงึ วตั ถุประสงค์ของการทาโครงงาน

12. ข้อใดมคี วามหมายตรงกับโครงงานที่สุด
ก. เป็นการจดั ทารายงานท่แี สดงผลงานของผเู้ รียนตามความถนดั ความสนใจ
ข. เปน็ รปู แบบการจัดกระบวนการเรียนรทู้ ่ีเน้นการศึกษาขอ้ มูลโดยครทู ปี่ รกึ ษากากับดแู ล
ค. กจิ กรรมเสรมิ หลกั สูตรทเ่ี ปดิ โอกาสให้ผเู้ รยี นได้ศกึ ษาเรอ่ื งใดเร่ืองหนึ่งทเี่ กีย่ วข้องกบั
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามความถนัดและความสนใจ
ง. เปน็ การศกึ ษาของผเู้ รยี นเรยี นรจู้ ากของจริง ลงมอื ปฏบิ ัตแิ ละสามารถทีผ่ ่านผเู้ ช่ยี วชาญกาหนดให้

13. ขอ้ ใดคอื องค์ประกอบ ตามเกณฑ์ของผลจากการประเมินโครงงาน
ก. ความคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์ การสร้างขอ้ ความคาดการณ์ แหลง่ การเรยี นรู้ การดาเนนิ การทา
โครงงานการนาเสนอ และความรับผดิ ชอบ
ข. การรวบรวมข้อมูล การเขียนรายงาน การประเมนิ โครงงาน การนาเสนอผลงาน
ค. การเลือกหัวข้อโครงงาน การรวบรวมข้อมลู การเขียนการงาน การประเมนิ โครงงาน การนาเสนอ
ง. ชื่อโครงงาน ครูท่ีปรึกษาโครงงาน ผจู้ ดั ทาโครงงาน การนาเสนอโครงงาน

14. การนาเสนอโครงงาน หรือการอธิบายควรประกอบด้วยสิ่งใด
ก. การจดั นทิ รรศการตามสภาพจริง
ข. ควรรายงานอยา่ งตรงไปตรงมา ไม่วกวน อธบิ ายไดต้ ามทอี่ า้ งองิ ในรายงาน
ค. นาเสนอผา่ นรูปเล่มรายงาน หรือช้นิ งานเชงิ ประจักษ์
ง. นาเสนอผ่านการสาธติ ผลการทดลอง หรอื การทางานของกลไกส่ิงประดิษฐ์

15. การวดั ผลประเมินผลการเรยี นรู้ตามสภาพจรงิ มีลักษณะอยา่ งไร
ก. ประเมนิ จากผลการรายงานรปู เล่มโครงงาน
ข. เน้นการวัดผลระหวา่ งทผี่ ้เู รียนได้ปฏิบตั ิกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีหลากหลายตามสภาพจรงิ
ค. ยึดหลักความเป็นจริงทเี่ ป็นอยตู่ ามทฤษฏี และหลักการทางวชิ าการ
ง. การประเมนิ ผลจะขึ้นอยกู่ บั เกณฑ์การประเมนิ ทค่ี รทู ี่ปรึกษากาหนดไว้

16. หลกั การท่สี าคญั ของโครงงาน ควรมีลักษณะดงั นี้
ก. เป็นการใชว้ ธิ ีการทางธรรมชาติวิชา และความสนใจของผ้จู ัดทาโครงงาน
ข. เป็นเรือ่ งเกี่ยวกบั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรอื ความเปน็ จริงและการนาไปใชป้ ระโยชน์
ค. ต้องยึดหลักความเป็นจริงท่เี ป็นอยตู่ ามทฤษฏี หลกั การทางวิชาการ
ง. เป็นการเสาะแสวงหาความรู้โดยผเู้ ช่ยี วชาญ หรอื ครทู ี่ปรกึ ษากากบั ดแู ลอยา่ งใกล้ชิด

63

คาชแ้ี จง จงนาข้อความตอ่ ไปนี้ไปตอบคาถามข้อ 17 – 20
ก. ครเู ป็นผู้อานวยความสะดวกในช่วงลงมือปฏิบัติ (Coach & Facilitator) กระต้นุ ให้คาแนะนา

ผ่านคาถามทีด่ แี ละมีความท้าทาย นกั เรยี น ลงมอื ปฏิบตั ิ (Practical)
ข. ครูสร้างความช่ืนชมยินดีเสริมแรงทางบวก (Proud Empower) นักเรียนประเมินผลงาน

(Assessment) 2) ภาคภมู ิใจชนื่ ชมความสาเรจ็
ค. ครูตั้งประเด็นหรือกาหนดสถานการณ์ (Prepare Situations Power question) นักเรียน

การเรยี นรู้ด้วยตนเอง (Self – Learning)
ง. ครูสร้างความพร้อมในการเรียนรู้ (Learning Readiness) มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

(Participation) นักเรยี น วเิ คราะหป์ ญั หา ออกแบบแนวคดิ แนวทางการสรา้ งสรรค์ผลงาน
17. ข้ันปรบั เปลี่ยนวิธีคิด (Mindset) ค
18. ขนั้ พิชิตแรงบนั ดาลใจ (Inspiration) ข
19. ขน้ั ใส่ใจการเรียนรู้ (Nature of Learning) ก
20. ขั้นนาไปสกู่ ารเสรมิ สรา้ งพลงั ความสามารถ (Empowerment) ง

เฉลยแบบทดสอบก่อนอบรมเชิงปฏบิ ตั ิการ
ชดุ ฝกึ อบรมเชงิ ปฏิบัติการ เรอื่ ง การบรหิ ารจัดการเรียนรู้ SMART Model

เพื่อเสริมสร้างทักษะพลเมืองดิจทิ ัล โรงเรียนเมอื งพลพิทยาคม

ข้อท่ี เฉลย ขอ้ ที่ เฉลย
1ข 11 ง
2ง 12 ค
3ง 13 ก
4ข 14 ก
5ค 15 ข
6ข 16 ข
7ค 17 ค
8ค 18 ข
9ก 19 ก
10 ง 20 ง

64

การวิเคราะหข์ ้อมลู และสถิติ ดา้ นความรู้ของครผู สู้ อนโครงงาน ในการอบรม เชิงปฏบิ ัตกิ าร เร่ือง
ชุดฝึกอบรมเชงิ ปฏบิ ตั ิการ เรอ่ื ง การบรหิ ารจดั การเรียนรู้ SMART Model เพ่อื เสริมสรา้ งทักษะพลเมือง
ดจิ ทิ ัล โรงเรยี นเมืองพลพิทยาคม ประกอบด้วยคะแนน และคา่ ร้อยละ (%) และประมวลสรุปผลด้วย
คะแนน กาหนดเกณฑก์ ารประเมนิ คร้ังนี้
คา่ รอ้ ยละ 80.01 - 100.00 หมายถงึ ครผู ู้สอนโครงงาน มีความรู้ในเร่อื งทอ่ี บรมฯ อยใู่ น ระดบั สูงมาก
ค่ารอ้ ยละ 65.01 - 80.00 หมายถึง ครผู ู้สอนโครงงาน มีความร้ใู นเรื่องทอ่ี บรมฯ อยู่ใน ระดับสงู
ค่ารอ้ ยละ 50.01 - 65.00 หมายถงึ ครูผู้สอนโครงงาน มีความรใู้ นเรอ่ื งทอ่ี บรมฯ อยใู่ น ระดบั ปานกลาง
คา่ ร้อยละ 50.00 หรอื ตา่ กวา่ 50.00 หมายถงึ ครผู ้สู อนโครงงาน มีความรู้ในเร่ืองท่ี อบรมฯ อยใู่ นระดับต่า

65

แบบทดสอบหลังอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ าร
ชดุ ฝกึ อบรมเชงิ ปฏบิ ัติการการบริหารจดั การเรียนรู้ SMART Model

เพื่อเสริมสรา้ งทักษะพลเมอื งดิจิทัล โรงเรียนเมอื งพลพทิ ยาคม

คาช้แี จง 1. แบบทดสอบมที งั้ หมด 20 ขอ้ ๆ ละ 1 คะแนน รวม 20 คะแนน
2. แตล่ ะขอ้ มีคาตอบข้อละ 4 ตวั เลือก ให้พิจารณาเลือกคาตอบท่ีถกู ทสี่ ดุ เพยี งคาตอบ

เดียว แลว้ ทาเคร่อื งหมาย X ในชอ่ ง ก ข ค ง ในกระดาษคาตอบ ใหเ้ วลาทาแบบทดสอบ 20 นาที

1. การจดั ทาโครงงานสามารถชว่ ยสง่ เสริมสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี นได้อย่างไรบ้าง
ก. ทกั ษะการแกป้ ัญหา ทักษะการคดิ และการอยู่ร่วมกันในสงั คม
ข. เป็นความสามารถเฉพาะบคุ คลที่มคี วามถนัดในการทาโครงงาน
ค. สง่ เสริมใหผ้ ้เู รยี นมีผลการเรยี นดีขน้ึ สามารถนาไปใช้ประโยชนต์ ่อตนเอง
ง. ทกั ษะพน้ื ฐานในการเรยี นรู้

2. ทีม่ าและความสาคญั ของโครงงานผูท้ าโครงงานจาเปน็ ตอ้ งดาเนินการอย่างไรบา้ ง
ก. ครูที่ปรกึ ษาค้นควา้ และสงั เคราะหใ์ ห้กับผู้จัดทาโครงงาน
ข. ศกึ ษาหลกั การทฤษฎเี กีย่ วข้องกบั เร่อื งทสี่ นใจจะศกึ ษา
ค. มาจากความสาเร็จทตี่ ้องการเผยแพร่ใหบ้ คุ คลทั่วไปรบั ทราบ
ง. ศกึ ษาข้อมูลตรงตามความสนใจของผู้จดั ทาโครงงาน

3. ข้อใดเป็นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้โดยโครงงาน
ก. เป็นกจิ กรรมทีผ่ ู้เรียนได้ทางานคาสง่ั
ข. เป็นกิจกรรมท่คี รสู าธติ การปฏบิ ัติ
ค. เป็นกิจกรรมท่ีผเู้ รียนได้ทาในหลักสตู รสถานศกึ ษา
ง. เปน็ กิจกรรมทผ่ี ้เู รียนลงมอื ปฏิบัตจิ ริง

4. ควรมกี ารคดิ และเลือกหวั ข้อเรอื่ งที่จะทาโครงงานอยา่ งไร
ก. เปน็ เร่ืองทป่ี ระสบผลสาเร็จผู้คนให้ความสนใจมาก
ข. ครูทีป่ รกึ ษาหรอื ผู้เชย่ี วชาญเป็นผู้พิจารณาคดั เลือกหัวขอ้ โครงงาน
ค. ต้องมาจากผูเ้ รียนเกิดความสงสยั หรือตอ้ งการหาคาตอบ
ง. เรอ่ื งทีเ่ ป็นปัญหาสว่ นรวมไมเ่ ก่ยี วข้องกบั ปัญหาที่เกิดข้นึ ในชวี ิตประจาวัน

66

5. การเลอื กหวั ขอ้ เร่ืองที่จะทาโครงงานใหม้ ีความเหมาะสม น่าสนใจ ต้องเลือกอยา่ งไร
ก. จากเรอ่ื งทสี่ งสยั หรอื เป็นปัญหาที่ตอ้ งการหาคาตอบ
ข. จากการเสนอแนะของผู้มีประสบการณ์หรอื ผูเ้ ชีย่ วชาญ
ค. เลอื กจากโครงงานที่เคยประสบผลสาเร็จมาแลว้
ง. มาจากความชนื่ ชอบสว่ นตวั ของคณะผู้จดั ทาโครงงาน

6. ข้อใดมคี วามหมายตรงกับโครงงานทส่ี ุด
ก. เป็นการจัดทารายงานทแี่ สดงผลงานของผเู้ รียนตามความถนดั ความสนใจ
ข. เปน็ การศึกษาของผู้เรียนเรียนรจู้ ากของจรงิ ลงมือปฏบิ ตั ิและสามารถทผ่ี ่านผู้เชย่ี วชาญกาหนดให้
ค. เป็นรปู แบบการจดั กระบวนการเรียนรู้ที่เนน้ การศึกษาข้อมลู โดยครูที่ปรึกษากากบั ดแู ล
ง. กจิ กรรมเสรมิ หลกั สตู รทเ่ี ปิดโอกาสใหผ้ ู้เรยี นไดศ้ กึ ษาเร่อื งใดเรอื่ งหนึง่ ที่เกย่ี วขอ้ งกบั
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีตามความถนัดและความสนใจ

7. หลักการพื้นฐานในการสอน หลงั จากดาเนินการสอนแลว้ ผู้สอนควรทาอยา่ ไร
ก. ศกึ ษาหลักสตู รคูม่ ือครแู ละเอกสารการสอนตา่ งๆ
ข. จดั วิธวี ดั และประเมินผลให้สอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์
ค. พิจารณาผลการเรียนว่าผู้เรียนบรรลุตามจดุ ประสงค์ท่ีกาหนดไวม้ ากน้อยเพยี งใด
ง. เขียนแผนการจดั การเรยี นรู้ให้ครบทุกข้อ

คาช้แี จง จงนาข้อความต่อไปนีไ้ ปตอบคาถามข้อ 8 – 11
ก. ครูต้ังประเด็นหรือกาหนดสถานการณ์ (Prepare Situations Power question) นักเรียน

การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง (Self – Learning)
ข. ครูสร้างความช่ืนชมยินดีเสริมแรงทางบวก (Proud Empower) นักเรียนประเมินผลงาน

(Assessment) 2) ภาคภมู ใิ จชื่นชมความสาเรจ็
ค. ครูสร้างความพร้อมในการเรียนรู้ (Learning Readiness) มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

(Participation) นักเรียน วิเคราะห์ปญั หา ออกแบบแนวคดิ แนวทางการสร้างสรรค์ผลงาน
ง. ครูเป็นผู้อานวยความสะดวกในชว่ งลงมือปฏิบัติ (Coach & Facilitator) กระตุ้นให้คาแนะนา

ผ่านคาถามทด่ี แี ละมคี วามท้าทาย นกั เรียน ลงมอื ปฏิบัติ (Practical)
8. ขัน้ ปรับเปลีย่ นวิธีคิด (Mindset) ก
9. ขั้นพชิ ติ แรงบันดาลใจ (Inspiration) ค
10. ขั้นใส่ใจการเรยี นรู้ (Nature of Learning) ง
11. ขัน้ นาไปสู่การเสรมิ สร้างพลงั ความสามารถ (Empowerment) ข

67

12. เพราะเหตุใดผู้สอนควรพยายามใหผ้ ู้เรียนไดม้ ีสว่ นรว่ มในการเรียนการสอน
ก. เพราะผู้เรียนท่ีคอยจะรับเนือ้ หาความรจู้ ะเขา้ ใจไดย้ ากกวา่ ผ้เู รียนท่มี ีสว่ นร่วม
ข. เพราะการเรยี นดว้ ยความเขา้ ใจจะเกิดข้นึ ไม่ไดถ้ ้าผ้เู รยี นไม่มีสว่ นรว่ มในบทเรียน
ค. เพราะกจิ กรรมรว่ มของผเู้ รยี นจะช่วยใหห้ ลีกเลยี่ งการเรยี นแบบทอ่ งจา
ง. เพราะผู้สอนต้องการตรวจสอบความเขา้ ใจของผู้เรียนอยเู่ สมอ

13. ข้อใดกลา่ วถึงความหมายของเอกสารท่เี กีย่ วข้องไดถ้ ูกตอ้ งทส่ี ุด
ก. ส่งิ พมิ พ์ กระดาษ เอกสาร วารสาร บทความ
ข. เปน็ เฉพาะขอ้ มลู ข่าวสารที่เกีย่ วกับโครงงานทจี่ ัดทา
ค. การจดบนั ทึกขอ้ มลู ท่เี ก่ียวขอ้ งกับโครงงาน
ง. การคน้ ควา้ เรือ่ งราวที่เกีย่ วข้องกับประเดน็ ทจ่ี ะศึกษา รวมถงึ การขอคาปรึกษาจากผูท้ รงคุณวฒุ ิ

14. การวดั ผลประเมินผลการเรยี นร้ตู ามสภาพจรงิ มลี กั ษณะอยา่ งไร
ก. ประเมินจากผลการรายงานรูปเล่มโครงงาน
ข. ยดึ หลักความเปน็ จริงท่เี ปน็ อย่ตู ามทฤษฏี และหลกั การทางวิชาการ
ค. เน้นการวดั ผลระหว่างท่ผี ้เู รยี นได้ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมการเรียนรูท้ ่ีหลากหลายตามสภาพจริง
ง. การประเมินผลจะข้นึ อยกู่ ับเกณฑ์การประเมนิ ทีค่ รทู ี่ปรึกษากาหนดไว้

15. เพราะเหตใุ ดต้องเขียนรายงานโครงงาน
ก. ใหท้ ราบผลของการรวบรวมข้อมลู
ข. เปน็ การนาเสนอผลการของการศึกษาค้นคว้า
ค. ให้ทราบผลการวิเคราะห์ข้อมลู
ง. ให้ทราบผลของการคน้ คว้า

16. การเสรมิ สรา้ งทักษะพลเมืองดจิ ิทลั โดยมที ักษะ 8 ด้านของความฉลาดดิจทิ ัลในระดับพลเมืองดจิ ทิ ัล
ข้อใดกลา่ วถูกต้อง

ก. การบรหิ ารจดั การเวลาบนโลกดจิ ทิ ลั การจัดการการกลนั่ แกล้งบนไซเบอร์ รอ่ งรอยทางดจิ ทิ ัล
ข. การรเู้ ท่าทันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร วธิ กี ารคิดสรา้ งสรรคแ์ ละสร้างนวตั กรรม
ค. มที กั ษะในการสบื คน้ ข้อมลู ประเมนิ การใช้เทคโนโลยี
ง. ทกั ษะดา้ นการเรียนรแู้ ละนวัตกรรม ทกั ษะด้านการสอื่ สาร สารสนเทศ
17. หลกั การทส่ี าคัญของโครงงาน ควรมีลักษณะดังน้ี
ก. เป็นการใชว้ ิธีการทางธรรมชาติวชิ า และความสนใจของผจู้ ัดทาโครงงาน
ข. ต้องยึดหลักความเป็นจรงิ ท่ีเปน็ อยู่ตามทฤษฏี หลักการทางวชิ าการ
ค. เป็นเรื่องเก่ยี วกับวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หรอื ความเปน็ จริงและการนาไปใชป้ ระโยชน์
ง. เปน็ การเสาะแสวงหาความรู้โดยผเู้ ชี่ยวชาญ หรอื ครูที่ปรกึ ษากากับดูแลอยา่ งใกลช้ ดิ

68

18. ชอื่ โครงงานนน้ั มีความสาคญั อยา่ งไร
ก. ชว่ ยโยงความคดิ ไปถึงวัตถปุ ระสงค์ของการทาโครงงาน
ช. ผา่ นความเห็นชอบจากครูท่ปี รกึ ษาโครงงานเป็นผตู้ ้งั ให้
ค. ผูเ้ ชยี่ วชาญเป็นผู้กาหนดชอื่ โครงงานสรา้ งความน่าเช่ือถือในการจัดทาโครงงาน
ง. ช่วยสะท้อนความสนใจของผูจ้ ัดทาโครงงาน

19. ขอ้ ใดคือองค์ประกอบ ตามเกณฑข์ องผลจากการประเมินโครงงาน
ก. การเลอื กหัวขอ้ โครงงาน การรวบรวมขอ้ มลู การเขยี นการงาน การประเมินโครงงาน การนาเสนอ
ข. การรวบรวมขอ้ มลู การเขยี นรายงาน การประเมินโครงงาน การนาเสนอผลงาน
ค. ความคดิ รเิ ร่ิมสร้างสรรค์ การสรา้ งข้อความคาดการณ์ แหลง่ การเรียนรู้ การดาเนนิ การทา
โครงงานการนาเสนอ และความรบั ผิดชอบ
ง. ช่ือโครงงาน ครทู ป่ี รึกษาโครงงาน ผจู้ ัดทาโครงงาน การนาเสนอโครงงาน

20. การนาเสนอโครงงาน หรอื การอธบิ ายควรประกอบดว้ ยสงิ่ ใด
ก. ควรรายงานอย่างตรงไปตรงมา ไมว่ กวน อธบิ ายได้ตามทอ่ี า้ งองิ ในรายงาน
ข. การจดั นทิ รรศการตามสภาพจรงิ
ค. นาเสนอผ่านรูปเล่มรายงาน หรอื ชน้ิ งานเชงิ ประจักษ์
ง. นาเสนอผ่านการสาธติ ผลการทดลอง หรอื การทางานของกลไกสิง่ ประดษิ ฐ์

69

เฉลยแบบทดสอบหลังการอบรมเชิงปฏิบตั กิ าร
ชดุ ฝึกอบรมเชงิ ปฏิบัติการ เร่อื ง การบริหารจัดการเรยี นรู้ SMART Model

เพอ่ื เสรมิ สร้างทกั ษะพลเมอื งดจิ ทิ ลั โรงเรยี นเมืองพลพิทยาคม

ข้อท่ี เฉลย ขอ้ ท่ี เฉลย
1ก 11 ข
2ข 12 ข
3ง 13 ง
4ค 14 ค
5ก 15 ข
6ง 16 ก
7ค 17 ค
8ก 18 ก
9ค 19 ค
10 ง 20 ข

การวเิ คราะหข์ ้อมูลและสถิติ ด้านความรูข้ องครผู ู้สอนโครงงาน ในการอบรม เชงิ ปฏบิ ตั ิการ เรอ่ื ง
ชุดฝึกอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ าร เรอ่ื ง การบริหารจดั การเรยี นรู้ SMART Model เพ่อื เสรมิ สร้างทักษะพลเมือง
ดจิ ิทลั โรงเรียนเมอื งพลพิทยาคม ประกอบด้วยคะแนน และค่าร้อยละ (%) และประมวลสรุปผลด้วย
คะแนน กาหนดเกณฑ์การประเมนิ คร้ังนี้
ค่ารอ้ ยละ 80.01 - 100.00 หมายถงึ ครผู ้สู อนโครงงาน มคี วามรใู้ นเร่อื งทอี่ บรมฯ อยูใ่ น ระดับสงู มาก
คา่ ร้อยละ 65.01 - 80.00 หมายถึง ครผู ้สู อนโครงงาน มคี วามร้ใู นเรือ่ งทอี่ บรมฯ อยใู่ น ระดบั สงู
คา่ รอ้ ยละ 50.01 - 65.00 หมายถึง ครผู ูส้ อนโครงงาน มคี วามรใู้ นเรอื่ งทอ่ี บรมฯ อยูใ่ น ระดับปานกลาง
ค่ารอ้ ยละ 50.00 หรือตา่ กวา่ 50.00 หมายถงึ ครูผ้สู อนโครงงาน มีความรใู้ นเรอ่ื งที่ อบรมฯ อยใู่ นระดบั ต่า

70


Click to View FlipBook Version