The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3.2 รัฐโบราณในดินแดนไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by MATHMPK123, 2022-12-26 11:44:08

3.2 รัฐโบราณในดินแดนไทย

3.2 รัฐโบราณในดินแดนไทย

ใบความรู้ท่ี 3.2
เรอ่ื ง รัฐโบราณในดนิ แดนไทย

ชาวตะวันตกกบั ประเทศจีนมีการติดต่อค้าขายกันมานานแล้วเพราะสินค้าจากประเทศจีน เช่น ถ้วยชาม
และผ้าแพรไหม เป็นที่ต้องการของชาติต่างๆ การเดินทางในสมัยนั้นใช้เสน้ ทาง ทางบกเดินทางข้ามทวีปเปน็ หลกั
ต่อมาราวพุทธศตวรรษที่ 8 เส้นทางบกมีอุปสรรค บรรดาพ่อค้าชาติต่างๆ เกรงจะไม่ได้รับความสะดวกและ
ปลอดภัย จึงเปลี่ยนมาใช้เส้นทางทางทะเลแทน ดังนั้นคาบสมุทรภาคใต้ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างมหาสมุทร
อินเดียและทะเลจีนใต้จึงมีความสำคัญขึ้นโดยลำดับ ชุมชนหมู่บ้านชายทะเลหลายแห่งพัฒนากลายเป็นเมืองท่า
เพอ่ื ให้พอ่ ค้าต่างชาติแวะพักจอดเรอื พกั สินคา้ พกั ลูกเรอื ซอ่ มเรอื พบปะค้าขาย และหาเสบียงอาหารและนำ้

ในขณะนั้นการเดนิ ทางจากเมืองท่าจอดเรอื ฟากทะเลหน่ึงไปยังอกี ฟากทะเลหนึ่ง พ่อค้าชาติต่างๆ ยังไม่
กล้าแล่นเรืออ้อมคาบสมุทรลงไป แต่จะใช้วิธีเดินบกไปยังเมืองท่าอีกฟากหนึ่งแทน ดังนั้นนอกจากเมืองท่ารมิ ฝ่ัง
ทะเลทเ่ี กิดข้นึ แล้ว ยงั มีเมอื งภายในเพอื่ การแวะพกั สนิ ค้าเป็นระยะๆ อกี ดว้ ย

สันนิษฐานว่าเมอื งสำคัญในสมยั น้ันซึง่ ปรากฏชือ่ อยู่ในบันทึกจดหมายเหตขุ องจีนหลายเมืองด้วยกัน เชน่
เมืองทุนซุน หลางหยาซ่ิว พุนพัน ฉื้อถู่ ตั้งอยู่ในบริเวณภาคใต้ของประเทศไทยราวพุทธศตวรรษที่ 12 เกิดเมือง
ต่างๆ ตามริมฝ่ังทะเลเพ่มิ ข้ึน และมีประชากรอาศยั มากกว่าแต่กอ่ น ประกอบกบั เทคนิคการตอ่ เรือก้าวหน้า เรือมี
ขนาดใหญ่ขึ้น สามารถบรรจุเสบียงอาหาร และสินค้าได้มากกว่าเดิม อีกทั้งชาวเรือรู้จักทิศทางลมมรสมุ ท่ีพัดตาม
ฤดู จึงสามารถใช้วิธีการเดินเรือโดยอาศัยแรงลมช่วยพัดใบเรือให้แล่นลงใต้ ผ่านช่องแคบมะละกาแล้ววกอ้อม
คาบสมุทรขึ้นมา เรือสินค้าจากชาติต่างๆ จึงเข้ามาติดต่อการค้าเป็นจำนวนมาก ปลายคาบสมุทรเกิดเมืองท่า
ใหม่ๆ ซึง่ กลุ่มเมอื งเหล่านตี้ ่อมากไ็ ดพ้ ัฒนากลายเปน็ อาณาจักรศรวี ิชยั ทม่ี อี ำนาจเหนือนา่ นนำ้ บรเิ วณนีท้ ้งั หมด

ถึงประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 ระบบการค้าเปลี่ยนไป ชาวจีนหันมาเดินเรือออกค้าขายโดยตรง ทำให้
ชมุ ชนคาบสมุทรเดิมที่เคยซบเซากลับฟืน้ ตัวข้นึ ใหม่ การขนส่งสินค้ากก็ ลับไปใช้เส้นทางทางเดนิ บกข้ามคาบสมุทร
อีกครั้งหนึง่ ไม่ต้องพึง่ พาหรืออ้อมผ่านนา่ นน้ำของอาณาจักรศรีวชิ ัย อาณาจักรศรีวิชัยที่เคยมีรายได้เป็นกอบเป็น
กำจากการคมุ น่านน้ำและเปน็ พ่อค้าคนกลาง ในการค้าขายกบั จีนจึงหมดความสำคญั ลง นอกจากน้ีใน พ.ศ. 1568
พระเจ้าราเชนทรที่ 1 กษัตริย์ของพวกโจฬะแห่งอินเดียใต้ได้ยกกองทัพเรอื มาโจมตีและมีชัยต่ออาณาจกั รศรวี ิชัย
อาณาจักร ศรวี ิชัยทีเ่ คยร่งุ เรอื งจึงลม่ สลายในท่ีสดุ และเมอื งนครศรีธรรมราชกลายเปน็ เมืองสำคญั ขน้ึ มาแทน

รัฐโบราณในดินแดนประเทศไทยประมาณพทุ ธศตวรรษที่ 7 เปน็ ตน้ มา มีรฐั ท่ีสำคัญ ไดแ้ ก่

1. แควน้ ตามพรลิงคห์ รอื แควน้ นครศรีธรรมราช (ประมาณพุทธศตวรรษท่ี 7-19)
จีน เรียกวา่ ตันมาลิง มีเรื่องราวปรากฏในหลักฐานตา่ งๆ เช่น บันทึกของจ้าวหยูคั่ว เขียนใน พ.ศ. 1768

สมยั ราชวงศ์ซุ่ง จารึกหลักท่ี 24 พบที่วัดเวียง อำเภอไชยา จังหวดั สุราษฎร์ธานี จารกึ เมอื่ พ.ศ. 1773 ตำนานเมือง
นครศรธี รรมราช ตำนานพระบรมธาตุนครศรธี รรมราช

ภาพ 1 พระบรมธาตุเจดีย์ วดั พระมหาธาตุวรมหาวหิ าร จงั หวดั นครศรีธรรมราช
ทม่ี า : https://www.lib.ru.ac.th/journal2/?p=9291
สืบคน้ เมื่อ : 26 เมษายน 2562

แควน้ ตามพรลิงค์ตงั้ ขึ้นเมื่อประมาณ พุทธศตวรรษที่ 7 เม่ือถงึ พุทธศตวรรษที่ 18 ไดเ้ ปล่ียนชื่อเป็นแคว้น
นครศรีธรรมราช มีอิทธิพลครอบคลุมแหลมมลายู ศูนย์กลางอำนาจและศูนย์กลางการค้าอยู่ที่เมือง
นครศรีธรรมราช ซึ่งเปน็ แหล่งรวมวัฒนธรรมจากภายนอก คือ อินเดีย และลงั กา

ศาสนาที่นับถือมีทั้งศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและพระพุทธศาสนานิกายมหายานและนิกายเถรวาท จนถึง
ปลายพุทธศตวรรษที่ 18 นครศรีธรรมราชมีความสัมพนั ธ์กับลงั กา จึงรับพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบลงั กา
วงศ์เขา้ มาส่ดู ินแดนไทย หลังจากนั้นนครศรธี รรมราชกลายเป็นศูนยก์ ลางเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาแบบลงั กาวงศ์บน
คาบสมุทรมลายู และต่อมาพระสงฆ์นครศรีธรรมราชได้นำไปเผยแผ่ยงั สโุ ขทยั

แคว้นนครศรธี รรมราชตกอยู่ใต้อทิ ธิพลของอาณาจักรสุโขทยั ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ต่อมาเมื่อ
ตั้งอาณาจักรอยุธยาขึ้นใน พ.ศ. 1893 แควน้ นครศรธี รรมราชก็ถกู รวมอยใู่ นอาณาจกั รอยธุ ยา

2. อาณาจักรทวารวดี (ประมาณพุทธศตวรรษท่ี 12-16)

ในบันทึกการเดนิ ทางของหลวงจีนเห้ียนจาง (พระถงั ซำจั๋ง) พระภกิ ษจุ นี เรยี กอาณาจกั รนว้ี ่า โตโลโปหรือ
ตวอหลอปอตี่ ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ เชื่อว่าเป็นคำเดียวกับทวารวดี ซึ่งเป็นอาณาจักรในภาคกลางของ
ดินแดนประเทศไทย ศูนยก์ ลางอำนาจอาจอยเู่ มืองนครปฐมโบราณ นครชยั ศรีหรอื เมอื งอู่ทอง หรือเมืองลพบรุ ี

นักประวตั ศิ าสตรอ์ ีกกลุ่มหนึง่ เชอื่ ว่า เมอื งแตล่ ะเมืองในสมัยทวารวดีต่างเปน็ อิสระไม่ขึน้ ตอ่ กัน แต่มีความ
คล้ายคลึงกนั ทางวฒั นธรรม

เมอื งโบราณท่รี ับวฒั นธรรมทวารวดี มีเปน็ จำนวนมากและมีลกั ษณะคล้ายคลงึ กัน คือ เปน็ เมอื งขนาดใหญ่
มคี นั ดนิ คูน้ำ ล้อมรอบ มศี าสนสถานขนาดใหญ่กระจายอยใู่ นตัวเมือง ตวั อย่างเมอื งโบราณสมยั ทวารวดีนอกจาก 3
เมืองที่เอย่ มาแล้ว เช่น เมืองคูบัว จังหวัดราชบรุ ี เมืองพระรถ จังหวัดชลบุรี เมืองศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ เมือง
ศรมี โหสถ จงั หวดั ปราจีนบรุ ี

ภาพ 2 เหรียญเงนิ สมัยทวารวดี พบที่เมอื ง นครปฐมโบราณ ด้านหนึ่งจารกึ ข้อความ ทวาราติ ควรปณุ ย
อกี ดา้ นหนงึ่ เป็นรูปหม้อปูรณะคะ อีกเหรียญหน่ึงเป็นรปู แมโ่ คกำลังให้นมลกู

ทม่ี า : https://sites.google.com/site/prawatisatrmeuxngtharawdi/
สบื คน้ เม่ือ : 26 เมษายน 2562

ชาวทวารวดีอาจเป็นชาวมอญ โดยสันนิษฐานจากการคน้ พบจารกึ ภาษามอญโบราณหลายหลัก ทวารวดี
รับอารยธรรมอินเดีย นับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทเป็นศาสนาหลัก จะเห็นได้จากศิลปกรรมทาง
พระพทุ ธศาสนา เชน่ พระพุทธรปู พระพมิ พ์ ธรรมจกั รกับกวางหมอบ จารึก คาถา เย ธมฺมา และสถูปเจดีย์ขนาด
ใหญ่ ซึง่ พบหนาแนน่ ทง้ั ในเมอื งศูนย์กลางและเมอื งอนื่ ๆ

อาณาจกั รทวารวดมี กี ษตั รยิ ป์ กครอง หลักฐานยนื ยนั ได้แก่ เหรียญ เงิน พบทเี่ มอื ง นครปฐมโบราณ เมือง
อทู่ อง และเมอื งลพบรุ ี มีคำจารึกว่า ศรที วารวดี ศวรปุณยะ ซึ่งศาสตราจารย์ ยอร์ช เซเดส์ แปลว่า บุญของผู้เป็น
เจ้าแห่งทวารวดี ภายหลังนักอ่านจารึกของไทยแปลใหม่ว่า พระเจ้าศรีทวารวดีผู้มีบุญอันประเสริฐ นอกจากนี้ยัง
พบหลักฐานโบราณวัตถุที่แสดงถึงพิธีกรรมของกษตั ริย์

อาณาจักรทวารวดีสน้ิ สุดลงในพุทธศตวรรษที่ 16 เนื่องจากเขมรแผอ่ ำนาจเข้ามายังภาคกลางของดินแดน
ประเทศไทย

3. อาณาจักรศรีวชิ ัย (ประมาณพุทธศตวรรษท่ี 13 - 18)

ตามจดหมายเหตุของอี้จิงพระภิกษุชาวจีนท่ีเดินทางทางเรือจากจนี ไปอินเดียเมือ่ พ.ศ. 1214 ได้แวะพัก
ทด่ี ินแดนนี้และเรยี กวา่ ชลิ โิ ฟชิ

ใน พ.ศ. 2461 ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ อ่านจารึกหลักที่ 23 ศิลาจารึกวัดเสมาเมือง อำเภอเมือง
นครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช พบคำว่า ศรีวิชเยนทรราชา ซึ่งศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ แปลว่า
พระเจา้ กรงุ ศรวี ิชยั จึงเกดิ คำว่าศรวี ชิ ยั ตง้ั แต่น้ันมา

อาณาจักรศรีวิชัยเดิมเป็นชุมชนโบราณที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเล จึงเหมาะที่จะเป็นเมืองท่าแวะพักจอดเรือ
ต่อมากลายเป็นศูนย์กลางการคา้ ที่สำคัญเพราะอยู่ในเส้นทางการค้าระหว่างอินเดียกับจนี มีการติดต่อค้าขายกบั
พ่อค้าอนิ เดีย อาหรับ และจีน ตง้ั เป็นอาณาจักรเมอื่ ประมาณพุทธศตวรรษที่ 13 มอี าณาเขตครอบคลุมภาคใต้ของ
ประเทศไทย คาบสมทุ รมลายูบางส่วนของเกาะสุมาตรา เกาะบอรเ์ นยี ว และเกาะชวา ศนู ย์กลางอำนาจอาจจะอยู่
ท่ีเมืองปาเลม็ บังบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนเี ซยี หรอื เมืองไชยา จงั หวดั นครศรีธรรมราช จังหวดั สรุ าษฎร์ธานี
ของประเทศไทยปัจจุบนั นักวิชาการบางท่านเห็นวา่ ศรีวิชัยไม่ใช่อาณาจักร แต่เป็นสมาพันธรัฐและไม่มีราชธานีที่
แนน่ อน

ศรวี ิชัยรับอารยธรรมอนิ เดีย ในระยะแรกนบั ถือพระพุทธศาสนานกิ ายเถรวาทและศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
ต่อมานบั ถือพระพทุ ธศาสนานกิ ายมหายาน ศิลปกรรมทางศาสนาทม่ี ีช่อื เสยี งมาก ได้แก่ รูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเต
ศวร ปจั จุบนั อยู่ทพ่ี ิพธิ ภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และพระบรมธาตไุ ชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ภาพ 3 พระโพธิสัตวอ์ วโลกิเตศวรสำริด ศิลปะศรีวชิ ัย
ทม่ี า : http://facstaff.swu.ac.th/suchartth/Srivijaya.htm

สืบคน้ เมื่อ : 26 เมษายน 2562

อาณาจักรศรีวชิ ัยสิ้นสุดอำนาจทางการเมืองในตอนปลายพุทธศตวรรษที่ 18 เนื่องจากถูกพวกโจฬะจาก
อนิ เดยี ใตร้ กุ ราน และไม่สามารถควบคมุ การคา้ ทางทะเลตามเดิมได้
4. แคว้นละโวห้ รอื ลพบรุ ี (ประมาณพทุ ธศตวรรษท่ี 12 - 18)

ศูนยก์ ลางท่ีพัฒนามาจากชมุ ชนสมยั กอ่ นประวัติศาสตร์ รบั วัฒนธรรมทวารวดมี าก่อนจนถึงพุทธศตวรรษ
ที่ 16 จึงรับวฒั นธรรมเขมรศนู ยก์ ลางอยู่ที่เมืองละโว้หรอื ลพบุรีเอกสารจนี สมัยกลางพุทธศตวรรษท่ี 16 เรียกละโว้
วา่ หลอหูหรอื หลอฮก

เมืองในภูมิภาคต่างๆ ของดินแดนประเทศไทยที่แสดงแบบแผนทางวัฒนธรรมที่รับอิทธิพลมาจากเขมร
หรือที่เรียกวา่ วฒั นธรรมลพบุรี มีลักษณะสำคัญ คือ การสร้างศาสนสถานไวท้ ีศ่ ูนย์กลางเมอื งและมีการขดุ สระนำ้
หรอื บารายภายในตวั เมืองใกลศ้ าสนสถาน ส่งิ กอ่ สรา้ งท่เี ป็นประธานของศาสนสถาน ได้แก่ ปราสาทหรอื ปรางค์

เดิมชาวละโวน้ ับถอื พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทเชน่ เดียวกับชาวทวารวดีแต่เมอื่ รับวัฒนธรรมเขมรเข้ามา
ก็นับถือศาสนาตามเขมร ได้แก่ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และพระพุทธศาสนานิกายมหายาน ประติมากรรมทาง
ศาสนาศิลปะลพบุรีจงึ มที ัง้ เทวรปู พระโพธิสัตว์ และพระพทุ ธรูปจึงนิยมสรา้ งปางนาคปรก

ภาพ 4 พระปรางคส์ ามยอด จงั หวดั ลพบรุ ี สรา้ งด้วยศลิ าแลง ศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ 18
ท่มี า : http://www.tvpoolonline.com/content/316178
สบื คน้ เมอ่ื : 26 เมษายน 2562

5. แควน้ หรภิ ุญชัย (ประมาณพทุ ธศตวรรษท่ี 13 – 19)
ตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงตอนบนและที่ราบลุ่มแม่น้ำวัง ราชธานี คือ เมืองหริภุญชัยหรือเมืองลำพูน

เรอื่ งราวของแคว้นนี้ปรากฏในตำนานทางเหนือ เช่น จามเทวีวงศ์ ตำนานมลู ศาสนา ชนิ กาลมาลีปกรณ์
ชินกาลมาลีปกรณ์ กล่าวว่า ฤาษีวาสุเทพเป็นผูส้ ร้างเมืองหริภุญชัย แล้วส่งคนไปเชิญพระนางจามทีวจี าก

เมืองละโวม้ าเป็นกษัตริย์ ด้วยเหตนุ ี้ใน หมานซู เอกสารจีนโบราณสมัยราชวงศ์ถงั ซึ่งเขยี นใน พ.ศ. 1406 จึงเรียก
หรภิ ญุ ชัยวา่ หน่หี วังกก๊ แปลวา่ แควน้ ท่ีมผี ้หู ญงิ เปน็ กษตั รยิ ์

พระนางจามเทวีนำวัฒนธรรมทวารวดีจากละโว้ไปเผยแพร่ที่หริภุญชัย ชาวหริภุญชัยจึงนับถือ
พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท สถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนาสมยั หรภิ ุญชัย ไดแ้ ก่ เจดยี ก์ กู่ ุดและพระบรมธาตุ
หรภิ ญุ ชัย

แคว้นหรภิ ุญชยั ถูกพระยามงั รายตีได้เมอ่ื พ.ศ. 1835

ภาพ 5 อนสุ าวรยี ์พระนางจามเทวี ท่อี ำเภอเมอื งลำพนู จงั หวดั ลำพนู
ทม่ี า : https://th.wikipedia.org/wiki/พระนางจามเทวี
สืบคน้ เม่ือ : 26 เมษายน 2564


Click to View FlipBook Version