๒. ขอ ความในขอ ๑ แสดงถึงองคประกอบของการพูดและคุณสมบตั ขิ องผพู ูดหรอื ไม อยา งไร
แสดงใหเ หน็ วาองคป ระกอบของการพดู นั้นตองสัมพนั ธก ันการพูดจึงจะประสบความสําเร็จไปไดดวยดี ทงั้ ผพู ดู
ก็ตองสื่อสารออกไปโดย ใหสารก็ตองมีความเขาใจงาย และภาษาหรือเคร่ืองมือนี่เองที่จะทําใหสารเขาใจงายขึ้น และ
ผรู บั สารตอ งมคี วามพรอ มในการรบั ขอ มลู ไปประมวลดว ย ซง่ึ จะเหน็ ไดว า สง่ิ เหลา นกี้ ส็ ะทอ นไปถงึ คณุ สมบตั ทิ น่ี กั พดู ควรจะ
มีคือมีความเปน นกั ฟง ที่ดี มคี วามรมู าก ยอมรบั ฟง คาํ วิจารณ เปน ตัวของตวั เอง และมีความสขุ ในการถา ยทอด ถา ผูพดู มี
คณุ สมบตั เิ หลา นคี้ รบถว นยอ มทาํ ใหก ารพดู ประสบความสาํ เรจ็ และสง ผลไปถงึ การใชช วี ติ ประจาํ วนั การทาํ งานตา ง ๆ ดว ย
ใบงานที่ ๑๐.๓ เรื่อง หลักการและประโยชนข์ องการพูด
คําชี้แจง : จงตอบคําถามตอ ไปน้ี
๑. เมอ่ื ผเู รยี นไดร บั เลอื กใหเ ปน ตวั แทนในการกลา วขอบคณุ วทิ ยากรทมี่ าบรรยายใหค วามรเู รอื่ ง “รกั ในวยั เรยี น” ผเู รยี น
มีหลักในการพดู อยา งไร และจะพดู อยางไร
เมอ่ื ทราบวา ตนเองไดเ ปน ตวั แทนในการกลา วขอบคณุ วทิ ยากร ในขนั้ แรก คอื ตอ งเตรยี มตวั ในการพดู โดยการ
ฝกบุคลิกภาพทั้งภายในและภายนอก เตรียมบทพูดโดยคนหาขอมูลของวิทยากร และวิเคราะหผูฟง สถานที่ เวลา
โอกาส สภาพแวดลอ มตา ง ๆ เมอื่ เตรยี มเรยี บรอ ยแลว กฝ็ ก พดู ใหช าํ นาญเพอื่ ความมนั่ ใจและลดความตน่ื เตน เมอื่ พดู จรงิ
บทพูดท่ใี ชใ นการพดู ขอบคุณข้ึนอยูก ับดุลยพินจิ ของครูผสู อน แตอาจมีลกั ษณะดงั นี้ ดฉิ นั /กระผม (ชอื่ ตัวแทน
กลาวขอบคณุ ) เปน ตวั แทนในการกลา วขอบคณุ ทา นวทิ ยากร (ชอ่ื วทิ ยากร) ทม่ี าใหความรูเรื่อง “รักในวัยเรียน” ใน
วันนี้ ซ่งึ เปน ขอมูลท่ีมีประโยชนแ กผ ฟู งเปนอยางมาก พวกเราจะนาํ ขอ มูลทีไ่ ดในวันนี้ไปประยุกตใ ชใ หเ กดิ ประโยชน
สงู สดุ แกการดําเนนิ ชีวติ
๒. ผเู รียนคิดวา ผเู รยี นควรพดู อยา งไรใหเกิดประโยชนตอ ตนเองมากทีส่ ดุ
อยใู นดลุ ยพินิจของผูสอน โดยอิงกบั ประโยชนข องการพูดดงั นี้
๑. สรา งความเขาใจกับผฟู ง ไดอ ยางรวดเรว็
๒. เปนเครือ่ งมอื ในการสรางมนษุ ยสัมพนั ธทด่ี ี
๓. สามารถพิสูจนไดว า คําพดู ที่พดู ไปไดผ ลหรอื ไม
๔. สามารถดดั แปลงใหเ ขากับกาลเทศะได
51
ห๑น่ว๑ยท่ี การพดู ในโอกาสต่าง ๆ (๑)
กิจกรรมสงเสริมการเรียนรู
๑. ใหผ เู รยี นแบง กลมุ กลมุ ละ ๕-๘ คน ใหแ ตล ะกลมุ สบื คน สาํ นวน สภุ าษติ คาํ สอน เกย่ี วกบั การพดู และการประพฤติ
ปฏิบตั ิดงี าม ซง่ึ สามารถนาํ ไปใชประกอบการพดู ในโอกาสตาง ๆ ได แลว สง ตวั แทนออกมานําเสนอ
๒. ใหผ เู รยี นจบั สลากเลอื กประเภทของการพดู ทเี่ รยี น คอื การกลา วทกั ทาย การแนะนาํ ตนเองและผอู น่ื การพดู ตอบรบั
และปฏเิ สธ การพูดแสดงความยินดี แลว สมมตุ ิสถานการณในการพูด และพูดตามหัวขอที่จบั สลากได
(อยูในดุลยพนิ ิจของผสู อน)
คาํ ถามทา ยหนว ยการเรียนรู
ตอนท่ี ๑ คาํ ช้แี จง : จงตอบคําถามตอ ไปน้ี
๑. การพูดในโอกาสตาง ๆ จะเกดิ ขนึ้ ไดเม่อื ใด
เมื่อเกิดการดําเนนิ กิจกรรมท่ีเอือ้ โอกาสหรอื เหตกุ ารณท่ตี องใชการส่อื สารตามรปู แบบน้นั
๒. ในการพูดทกุ ครง้ั เหตใุ ดตอ งคาํ นึงถึงกาลเทศะ
เพราะชว ยสงเสริมบุคลิกภาพของผพู ดู และแสดงใหเหน็ วา ผูพูดคาํ นงึ ถึงความเหมาะสมและมีมารยาทในการพูด
๓. จุดมงุ หมายในการพดู มคี วามสําคญั อยางไร
จุดมุงหมายในการพูดจะชวยใหผูพูดส่ือเจตนาในการพูดไดตรงประเด็น สามารถกําหนดเรื่องท่ีจะพูดและ
เตรยี มตวั พูดไดด ี
๔. สัมพนั ธภาพของคนในสงั คมเกย่ี วของกบั การพดู อยา งไร
สัมพันธภาพของคนในสังคมชวยกําหนดระดับของภาษาในการพูด ผูพูดตองเลือกใหเหมาะสมกับสถานภาพ
และความสมั พนั ธร ะหวา งบคุ คล
๕. การปฏิสนั ถารกับผฟู ง มคี วามสาํ คัญอยา งไร
. ชว ยลดชอ งวา งระหวางผูพ ดู กับผูฟ ง และทาํ ใหผฟู ง มคี วามผอนคลาย
๖. ผูเรยี นมีความเห็นอยา งไรกบั คํากลา วท่วี า “การพูดสรางไดท้ังมิตรและศตั ร”ู จงอภปิ ราย
เห็นดวย เพราะเน้ือหาท่ีผูพูดส่ือสารออกมาเปนเสมือนดาบสองคม ทั้งทําใหผูฟงเกิดความเห็นดวยและ
ไมเห็นดวยได กลายเปน ไดท ง้ั มติ รและศตั รหู ลังจากทฟี่ ง สามารถเห็นผลไดในทนั ทโี ดยสงั เกตจากปฏกิ ิรยิ าของผูฟง
52
๗. ในท่ีชุมชนหากมีพระสงฆผูใ หญนงั่ อยดู วยควรกลา วทกั ทายอยางไร
หากมพี ระสงฆผูใหญอยดู ว ยควรเริ่มตนกลาวทักทายดวยการเอย ช่อื ทา นกอ น
๘. การแนะนําตนเองแตกตา งจากการพูดแนะนาํ ผอู ่นื อยา งไร
การแนะนาํ ผอู นื่ คลา ยกบั การแนะนาํ ตนเอง แตต อ งคาํ นงึ ถงึ รายละเอยี ดดงั ตอ ไปนเ้ี พมิ่ เตมิ คอื ควรแนะนาํ สนั้ ๆ
แนะนาํ เฉพาะลกั ษณะ และตองแนะนาํ ใหสภุ าพบุรษุ รจู กั สภุ าพสตรกี อน
๙. สิ่งท่คี วรระมัดระวงั ในการพดู ตอบรับมอี ะไรบา ง
ไมควรพูดตอบรับเพื่อใหพ น ๆ ตัว และไมค วรพูดตอบรบั ดวยน้าํ เสียงประชดประชนั
๑๐. โอกาสใดบางที่จะไดพ ดู แสดงความยนิ ดี
โอกาสทเ่ี ปน การแสดงความยนิ ดกี บั ผอู น่ื ทม่ี คี วามสมหวงั หรอื เจรญิ กา วหนา ในเรอื่ งใดเรอ่ื งหนง่ึ หรอื มงี านมงคล
ตอนที่ ๒ คําช้ีแจง : เขียน O รอบคําตอบทถ่ี กู ตองเพยี งคําตอบเดยี ว
๑. ขอ ใดเปน เหตผุ ลที่ดที ี่สุดทที่ ําใหเ กดิ การพูดในโอกาสตาง ๆ
ข. มนษุ ยจ ําเปน ตอ งสรา งปฏิสัมพันธกับคนในสังคม
๒. ความหมายของการพดู ในโอกาสตาง ๆ หมายถงึ ขอใด
ข. การพูดเพอื่ แสดงความรสู ึกในกจิ กรรมตาง ๆ ของสังคม
๓. การพดู ในโอกาสตาง ๆ ควรเรม่ิ ตน ดว ยการกลา วขอ ความใด
ก. กลาวทักทาย
๔. ขอ ใดไมใชส ่ิงที่ควรคํานงึ ของการพดู ในโอกาสตา ง ๆ
จ. สมั พนั ธภาพ
๕. สาํ นวนคาํ ในขอใดแสดงใหเห็นถึงความสาํ คัญของการพูด
ง. พูดดเี ปนศรีแกตวั พูดช่ัวอปั ราชยั
๖. การเตรยี มตวั พูดในทป่ี ระชุมชนมีประโยชนต ามขอใดมากท่สี ุด
ค. สรา งความเช่ือมนั่ แกผ พู ูด
๗. สุดา : “เรามาหาทางออกของปญหานดี้ วยกนั ดีไหม อยา ปลอยใหเปนปญหาไปเร่อื ย ๆ แบบนี้เลย”
มาลี : “เราก็คิดแบบสดุ า เราอดึ อดั มานานแลวและเราอยากใหทุกอยางมนั คล่คี ลาย”
ศรสี มร : “สดุ านพ่ี ูดเปน จรงิ ๆ ง้ันเรามาคุยกนั ใจเย็น ๆ ”
จากสถานการณค ําวา “พูดเปน ” หมายความวาอยา งไร
ง. โนม นาวใจผฟู งใหค ลอ ยตามได
๘. การทักทายในท่ปี ระชมุ ชนขอใดไมถ ูกตอ ง
ค. ตองมีคาํ วา “เรยี น กราบเรยี น หรอื สวัสดี” นําหนา
๙. ขอ ใดไมถูกตองเกยี่ วการแนะนําผูอ่ืน
ค. แนะนาํ ลักษณะเฉพาะตวั ทกุ อยา ง
๑๐.ขอใดมีการบอกเหตุผลท่ตี อ งปฏิเสธ
จ. “ขอโทษนะฉันไมว า ง มงี านทต่ี องทําใหเสร็จคนื น้ี”
53
ใบงานที่ ๑๑.๑ เรือ่ ง การพดู ในโอกาสต่าง ๆ
คําช้ีแจง : จงตอบคําถามตอ ไปนี้
๑. การพูดในโอกาสตา ง ๆ มีความสําคญั ในชวี ิตประจําวนั หรือไม เพราะเหตุใด
มคี วามสาํ คญั ในชวี ติ ประจาํ วนั เพราะการพดู ในโอกาสตา ง ๆ เกดิ ขนึ้ ไดอ ยเู สมอเมอื่ มนษุ ยม กี จิ กรรมทางสงั คม
รว มกนั ในชวี ติ ประจําวัน และมหี ลากหลายโอกาส
๒. การพูดในโอกาสตา ง ๆ ตอไปนี้ ผูเรยี นเคยพูดในโอกาสใดบา ง และมวี ธิ กี ารพูดอยางไร
๑) การกลาวทักทาย
๒) การแนะนาํ ตนเองและผูอื่น
๓) การพูดตอบรับและปฏเิ สธ
๔) การพดู แสดงความยินดี
ผูเรยี นอาจตอบทัง้ หมดหรือบางขอ ก็ไดใ หเปน ไปตามดลุ ยพินิจของผสู อน
๑) หากเปนการทักทายระหวางบุคคลควรกลาวคําวา สวัสดี และกลาวตอไปวาสบายดีหรือคะ/ครับ
พรอมท้ังอาจจะมีอวัจนภาษา เชน การไหว การโบกมือรวมดวย หากเปนการทักทายในท่ีชุมชน ควรทักทายโดย
เอยช่ือหรือตําแหนงเพียง ๓-๔ ตําแหนงจากน้ันใชคําวา “แขกผูมีเกียรติทุกทาน” ควรมองหนาและสบตาผูที่เรา
เอย ชอ่ื ดวย
๒) หากเปนการแนะนําตวั ในกลมุ เล็ก ๆ ควรแนะนาํ ตนเองเพื่อใหเ กดิ ความเปนกนั เอง หากอยใู นทสี่ าธารณะ
ควรมีการพูดคุยเล็กนอยและหากเปนการแนะนําตนเองในการทํากิจธุระควรแนะนําตัวดวยความสุภาพใชเสียงที่
ไมด งั หรือคอยเกินไป
๓) การพูดตอบรับควรพิจารณาวาตัวเราจะเดือดรอนจากเร่ืองดังกลาวหรือไม ถาจะพูดตอบรับควรแสดงถึง
ความเต็มใจ และใชคําพูดท่ีแสดงไมตรีจิต สวนการปฏิเสธ อาจทําไดโดยการตอบปฏิเสธโดยตรงหรือตอบปฏิเสธ
โดยออม หรอื ใหเหตุผลกอ นปฏิเสธ แตโดยรวมตอ งทาํ ใหผูถกู ปฏเิ สธไมร ูสกึ แยจ นเกินไป
๔) การพูดแสดงความยินดีตองใชคําพูดใหถูกตองเหมาะสมมีความจริงใจ ใชน้ําเสียงหนาตาท่ีสุภาพย้ิมแยม
และพดู ชา ๆ อยางชดั ถอยชดั คํา ใหเกดิ ความประทับใจ
54
ใบงานที่ ๑๑.๒ เร่อื ง การใชถ้ ้อยคำาและสาำ นวนโวหารในการพดู
คาํ ชีแ้ จง : จงตอบคาํ ถามตอไปนี้
๑. เขียนคาํ กลาวทกั ทายในการพูดนาํ เสนองานหนา ชัน้ เรยี น
อยใู นดุลยพนิ ิจของผสู อน โดยพจิ ารณาตามหลกั การทักทายในทีช่ ุมชนเปนหลัก
๒. เขยี นบทพดู เม่อื ผเู รยี นออกไปตดิ ตอ ประสานงานกบั ผอู ืน่ แลว ผูเรียนตอ งพูดแนะนาํ ตนเองและทมี งาน
อยใู นดุลยพนิ ิจของผูสอน โดยพจิ ารณาตามหลกั การแนะนาํ ตัวในการทาํ กิจธรุ ะเปน หลกั
๓. “คุณตองไปทาํ ธรุ ะกับท่ีบาน ทําใหค ุณตอ งเล่อื นนัดสาํ คญั แบบกะทันหัน” จากสถานการณน ี้ การตอบรับและปฏิเสธ
ที่เกิดขน้ึ ในชีวติ ประจําวนั มคี วามสําคัญหรอื ไม อยา งไร
มีความสาํ คัญเปน อยางมาก เพราะในชวี ติ ประจาํ วันของมนษุ ยย อ มมีการพบปะพดู คุย เพอื่ สรา งปฏิสมั พนั ธ
หากขาดการตอบรับและปฏิเสธที่ดีก็จะทําใหค วามสัมพันธระหวางบคุ คลเกดิ ปญหา หรือความขดั แยงกันได
๔. “ยนิ ดดี วยนะกบั ความสําเร็จท่ไี ดมาบนความทุกขข องคนอื่น ขอใหบรษิ ัทของคุณเจรญิ ลงเรือ่ ย ๆ ไป” การพูดแสดง
ความยนิ ดีของขอความน้ีเหมาะสมหรอื ไม อยา งไร
ไมเหมาะสม เน่อื งจากการพดู แสดงความยินดตี องคํานึงถงึ หลกั ๓ ประการคอื
๑. ใชคาํ พูดใหถูกตองเหมาะสมมีความจริงใจ
๒. ใชน า้ํ เสยี ง ทาทาง สุภาพ นุมนวล ใบหนา ยมิ้ แยมแจมใส
๓. พูดชา ๆ ชดั ถอยชัดคํา พดู สน้ั ๆ ใหไดใจความและประทับใจ
แตขอความขางตนไมเปน ไปตามหลัก ๓ ประการนี้ และยงั มีแนวการพดู ออกไปทางประชดประชันและเสียดสี
มากกวา จงึ ไมเ หมาะสมท่จี ะใชในการกลา วแสดงความยินดี
๕. ผูเ รียนเปลีย่ นขอความในการพูดแสดงความยนิ ดีจากขอ ๔ ใหเหมาะสม และเปนไปตามหลกั การพูดแสดงความยินดี
อยใู นดุลยพินิจของผูสอน โดยพิจารณาตามหลกั การพดู แสดงความยนิ ดี
55
ห๑นว่๒ยท่ี การพูดในโอกาสต่าง ๆ (๒)
กจิ กรรมสง เสริมการเรียนรู
๑. ใหผูเรียนแบงกลุม กลุมละ ๔–๖ คน ใหแตละกลุมอภิปรายเกี่ยวกับประโยชนของการพูดและโทษของการพูดท่ี
ไมเหมาะสม วา มผี ลกระทบในชีวติ ประจาํ วนั อยา งไร แลว สง ตวั แทนออกมานําเสนอหนา ชนั้ เรียน
๒. ใหผูเรียนหาคําประพันธเก่ียวกับการพูดพรอมท้ังอธิบายเหตุผลและยกตัวอยางประกอบเขียนลงในบัตรขนาด
โปสการด
๓. กาํ หนดใหผ เู รยี นจบั สลากเลอื กหวั ขอ การพดู แลว นาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี น ดงั น้ี การพดู แสดงความเสยี ใจ การพดู สรปุ ความ
การพดู แสดงความคิดเหน็ และการพดู ตดิ ตอ กจิ ธรุ ะ
(อยูในดุลยพินจิ ของผสู อน)
คาํ ถามทา ยหนว ยการเรยี นรู
ตอนที่ ๑ คาํ ชแ้ี จง : จงตอบคาํ ถามตอไปน้ี
๑. จุดประสงคข องการพดู แสดงความเสยี ใจคืออะไร
เพือ่ แสดงความเสยี ใจ เพ่ือปลอบใจบคุ คลหรือญาติมิตร และเปน มารยาททางสงั คมทดี่ ีตอ บุคคลอันเปน ทร่ี ูจ ัก
๒. โอกาสใดบา งท่ีจะพดู แสดงความเสียใจ
ในโอกาสจะมีญาติพนี่ อ งหรอื คนทเ่ี รารจู ักประสบเคราะหก รรม ผิดหวงั เจ็บปว ย หรือเสียชวี ิต
๓. สง่ิ ท่คี วรพูดกอนจบในการพดู แสดงความเสยี ใจคอื อะไร
การใหก าํ ลงั ใจและแสดงความเตม็ ใจทจี่ ะชว ยเหลอื
๔. การพูดสรปุ ความคอื อะไร
การพดู เสนอเนอ้ื หาทเี่ ปนใจความสําคัญของสาร ไมอ อกนอกเรอื่ ง โดยพูดใหก ระชบั ชัดเจน ตรงประเด็น
เขาใจงา ย
๕. เรอ่ื งทน่ี ิยมพูดสรุปความไดแ กเ รอ่ื งใดบาง
เรอื่ งทีเ่ ปนความรทู ี่มขี นาดยาว เชน ขา วสาร เปนตน
๖. การพูดแสดงความคดิ เห็นคืออะไร
การพูดเชิงอธิบายเหตุผล โดยยึดหลักการหรือขอเท็จจรงิ แลวพดู เสนอความคิดเห็น เพอ่ื ใหผูฟง คลอ ยตาม
เช่อื ถือ ยอมรับ หรอื เหน็ ดว ยกบั ผูพดู
56
๗. การพดู แสดงความคดิ เห็นมคี วามสาํ คญั อยา งไร
๑. ชวยหาทางออกใหกบั ปญ หาตา ง ๆ
๒. เปดโอกาสหรือเปด พน้ื ทีท่ างความคิดของบุคคลทีม่ ีแนวคดิ หลากหลายไดม าพบปะพดู คยุ กัน
๓. เพ่อื ทําความเขา ใจระหวางกันชว ยหาขอยตุ ขิ องเรือ่ งหรอื กรณตี า ง ๆ
๔. ทําใหสังคมไดรับรูเหตุการณหรือสถานการณรวมกันวา มีเหตุการณอะไรเกิดข้ึน และจะตองปรับตัวเพ่ือ
รับสถานการณนนั้ ๆ อยา งไร
๘. ลักษณะการพูดแสดงความคิดเห็นมกี ่ลี กั ษณะ อะไรบาง
มี ๒ ลักษณะ ไดแก ความคิดเห็นในทางบวก และความคิดเห็นในทางลบ
๙. การพูดติดตอ กจิ ธุระหมายถึงอะไร
การติดตอส่ือสารกันระหวางบุคคลวาดวยเร่ืองของธุระหรือการงานท่ีติดตอส่ือสารกัน โดยใชภาษาพูดเปน
เครอ่ื งมอื ในการตดิ ตอ สื่อสาร
๑๐. ลกั ษณะของการตดิ ตอกิจธุระมกี ปี่ ระเภท อะไรบาง
มี ๔ ประเภท ไดแ ก ๑. การตดิ ตอ สอบถาม ๒. การขอความรว มมือ ๓. การขอความชวยเหลอื ๔. การตดิ ตอ
นัดหมาย
ตอนท่ี ๒ คาํ ชแ้ี จง : เขียน O รอบคําตอบที่ถกู ตองเพียงคําตอบเดยี ว
๑. จุดประสงคทสี่ าํ คญั ท่สี ดุ ของการพูดแสดงความเสยี ใจคอื ขอใด
ข. ใหก ําลงั ใจ
๒. จดุ ประสงคของการพูดแสดงความเสียใจขอ ใดขาดความจรงิ ใจมากท่สี ดุ
ง. แสดงมารยาท
๓. ขอใดพูดแสดงความเสียใจไดเหมาะสมทสี่ ุด
ค. “เสยี ใจดวยนะคะที่คุณตองมารับเคราะหก ับคนไมร ักษากฎจราจรแตคุณปลอดภัยก็ดีแลวถือวา ฟาดเคราะหไ ป”
๔. ขอใดกลา วถงึ การพูดสรปุ ความไมถ ูกตอ ง
จ. พูดใจความสาํ คัญและพลความใหช ดั เจน
๕. ขอใดไมใชห ลกั สําคญั ในการพูดสรปุ ความ
ข. บนั ทึกขอความทจี่ ะพูดอยางละเอียดเพื่อความชัดเจน
๖. ขอ ใดคือจุดมงุ หมายของการพูดแสดงความคิดเห็น
ข. นําเสนอแนวคดิ ของคนในสังคมเพือ่ นําไปสกู ารพัฒนา
๗. ขอ ใดกลาวไมถกู ตอ งเก่ียวกบั การพดู แสดงความคดิ เห็น
ง. การพดู แสดงความคิดเห็นไมจ ําเปน วาจะตองมคี วามเชื่อถือหรือยอมรบั
57
๘. ขอ ใดไมใชโ อกาสท่จี ะพูดแสดงความคดิ เหน็
ก. โอกาสที่มีการสมั ภาษณงาน
๙. ขอใดไมใชห ลกั ท่ัวไปของการพูดตดิ ตอ กิจธุระ
จ. การขอความชวยเหลือ
๑๐. “แปดโมงวนั อังคารหนาพบกนั ทีส่ โมสรทหารบกนะครบั ” ขอ ความขา งตน เปน การพูดตดิ ตอกจิ ธุระประเภทใด
ข. การติดตอนดั หมาย
ใบงานท่ี ๑๒.๑ เรอื่ ง ความหมายของการพดู
คําชีแ้ จง : จงพิจารณาขอ ความตอไปนแี้ ลวตอบคาํ ถาม
๑. “การพดู ดีนน้ั เปน ศรแี กป าก ถา พูดมากปากไมด ีมสี ไี ด
เชนปลาหมอตายเพราะปากมมี ากไป ปากพาใหไ ดล าํ บากนั้นมากมี”
ผเู รียนเห็นดว ยกบั บทประพนั ธนี้หรอื ไม เพราะเหตใุ ด
เห็นดวย เนื่องจากเปนบทประพันธท่ีแสดงใหเห็นถึงคุณและโทษของการพูด วาหากพูดดีก็เปนเร่ืองท่ีดี
แกต ัวผพู ูดเอง และหากพดู ไมด กี จ็ ะทําใหผ ูพูดนน้ั ไดรับความลําบากไปดวย
๒. ผูเ รยี นคดิ วา จําเปน หรอื ไมทเี่ ราจะตอ งศึกษาเรียนรูเ รอื่ งการพดู ในโอกาสตาง ๆ ใหเ กดิ ทกั ษะในชวี ิต เพราะเหตุใด
จาํ เปน เพราะจะชวยใหเ กดิ ทักษะการพดู ทด่ี ี สามารถนําไปใชใ นโอกาสตา ง ๆ ไดอยางเหมาะสมและทําใหเ กดิ
ประสบการณการพดู ในโอกาสตา ง ๆ ไดอีกดวย
ใบงานที่ ๑๒.๒ เร่อื ง หลักการพูดในโอกาสตา่ ง ๆ
คําช้แี จง : จงรางบทพูดหรือบทสนทนาจากสถานการณทก่ี ําหนดให
๑. หากบดิ าของเพ่ือนเสียชวี ติ ผเู รียนจะกลาวแสดงความเสยี ใจเพอ่ื ใหกําลังใจเพือ่ น อยางไร
อยูในดลุ ยพนิ จิ ของผสู อน โดยพจิ ารณาตามหลักการพูดแสดงความเสยี ใจ
๒. เลอื กอานความรทู ตี่ นสนใจ แลวนํามาเขยี นสรปุ ความ พรอ มบอกทมี่ าของความรทู ีอ่ า น
อยูในดุลยพนิ ิจของผูสอน โดยพิจารณาตามหลกั การพดู สรุปความ
๓. เมอื่ ผูเ รียนมคี วามคดิ เหน็ ไมต รงกบั เพอื่ นในการทาํ กิจกรรมกีฬาสี แลว ตอ งการแสดงความคิดเห็น
อยใู นดลุ ยพินจิ ของผูสอน โดยพจิ ารณาตามหลักการพดู แสดงความคิดเห็น
๔. ยกตวั อยางกจิ ธุระเรื่องใดเรือ่ งหนึ่งท่ตี อ งตดิ ตอ ในโรงเรียน แลว รา งบทสนทนาเพอื่ ติดตอกิจธุระน้ัน
อยูในดุลยพินจิ ของผูส อน โดยพิจารณาตามหลักการพูดติดตอกิจธรุ ะ
58
ห๑น่ว๓ยท่ี เทคนคิ การพัฒนาทักษะการรับสาร
และสง่ สาร
กิจกรรมสงเสริมการเรียนรู
๑. ใหผ เู รยี นแบง กลมุ กลมุ ละ ๓–๔ คน รวบรวมตัวอยางผงั กราฟกรปู แบบตาง ๆ แลว วิเคราะหว าผังกราฟก แตละ
ประเภทเหมาะทีจ่ ะใชในการส่อื สารกบั เน้อื หาแบบใด เพราะอะไร แลว ออกมานาํ เสนอหนาชนั้ เรียน
๒. ใหผูเรียนจับคูกันและเขียนผังกราฟกสรุปเน้ือหาที่เรียนไปในหนังสือ ๑ หนวย โดยใชผังกราฟกประเภทใดก็ได
แลว แลกเปลยี่ นกบั เพื่อนคอู ่นื อยา งนอ ย ๒ คแู ละวิจารณข อดีขอเสยี ของกนั และกัน
(อยูในดุลยพินิจของผูสอน)
คาํ ถามทา ยหนวยการเรยี นรู
ตอนที่ ๑ คําชแ้ี จง : จงตอบคาํ ถามตอไปน้ี
๑. ผังกราฟกมีความสําคัญในการพฒั นาทกั ษะการส่อื สารและรบั สารอยา งไร
เปนการสอ่ื สารท่ีใชภ าพเปน หลัก ซึ่งจะชว ยจัดระบบ การสงสารและรบั สารใหเปนระเบยี บชดั เจน ชวยพฒั นา
ทักษะการฟง การพดู การอา น การเขยี น ท้งั ของผรู บั สารและสงสาร
๒. จงบอกประโยชนข องผังกราฟก ที่มตี อผรู ับสารและผสู งสารอยา งนอยประเภทละ ๒ ขอ
สาํ หรับผรู บั สาร
๑. ชว ยใหส ามารถเห็นภาพรวมหรอื มโนทัศนข องสารทงั้ หมดทีผ่ สู งสารตองการสอ่ื
๒. ชวยใหจ ดจํา สรา งความรู ความเขา ใจในสารทีร่ ับมาไดด ีขึ้น
สาํ หรบั ผูสง สาร
๑. ชวยในการจัดระบบความคิดสําหรับเรื่องทีต่ อ งการสื่อสาร
๒. ทาํ ใหเ ห็นภาพรวมและรายละเอยี ดทั้งหมดของสารกอนท่ีจะถา ยทอดออกไป
๓. ผังกราฟก แบบผังความคดิ มลี ักษณะเปนอยางไร เหมาะกับขอ มูลแบบใด
มลี กั ษณะกระจายออกเปน ใยแมงมมุ โดยมคี วามคดิ หลกั อยตู รงกลาง เหมาะกบั ขอ มลู ทมี่ คี วามซบั ซอ น มหี ลาย
หมวดหมู หรอื ขอมลู ทเ่ี ราตอ งการเหน็ ภาพรวมทง้ั หมด
59
๔. ผงั กราฟก แบบวงกลมหรอื เวนไดอะแกรมใชเ พ่อื แสดงขอ มลู แบบใด จงยกตัวอยา ง
ใชเพ่ือแสดงขอมูลที่มีความสัมพันธกัน มีความเหมือนกันหรือตางกัน เชน การเปรียบเทียบระหวางนวนิยาย
และเร่อื งส้ัน หรอื เซลลพ ชื และเซลลส ตั ว เปนตน
๕. หากผเู รยี นตองการใหเ พอ่ื นเขาใจวิธีทาํ อาหาร ผูเรยี นตองใชผ ังกราฟก แบบใด เพราะอะไร
ควรใชผังกราฟกแบบเรียงลําดับเหตุการณ เน่ืองจากการทําอาหารนั้นมีขั้นตอนที่คอนขางมากและแตละ
ขั้นตอนกอนหลังมีความสําคัญหากทาํ ผิดขน้ั ตอนอาจทําใหอ าหารเสยี ได
๖. ผังกราฟกแบบแสดงความคดิ เปนเหตุเปน ผล สามารถนาํ มาใชนาํ เสนอขอมลู อะไรไดบ าง จงยกตัวอยาง
ผังกราฟกแสดงความคิดเปนเหตุเปนผลสามารถนํามาแสดงขอมูลท่ีมีลักษณะเปนประเด็นปญหาและมีสาเหตุ
มาจากสง่ิ ตาง ๆ ท่ีเก่ียวของกัน เชน สาเหตขุ องปญหาเร่อื ง การทอ งกอนแตง ผลท่เี กิดจากการรัฐประหาร
๗. การรับและสง สารจากผังกราฟกสามารถพัฒนาทักษะตาง ๆ ของผูร ับสารและผูสงสารไดอ ยา งไร
ทักษะตาง ๆ ของผูรับสารและสงสารโดยใชผังกราฟกสามารถพัฒนาไดเน่ืองจากผังกราฟกเปนการสื่อสารท่ี
แสดงใหเห็นภาพรวมของเร่ืองท่ีตองการส่ือสารโดยแสดงออกมาในลักษณะของรูปภาพในแบบตาง ๆ ซึ่งจะชวยให
เขาใจและจดจําสารไดงายข้ึน และไมจํากัดความคิดของผูสงสารและรับสารใหอยูในลักษณะตัวหนังสือเพียง
อยา งเดยี ว
๘. การวางโครงเรอ่ื งกอ นการสงสารดวยผังกราฟก ใหม ีประสทิ ธภิ าพมีขัน้ ตอนใดบา ง
เรมิ่ จากการระดมความคดิ รวบรวมเนอื้ หาของสารทต่ี อ งการจะสอ่ื และเมอื่ ไดข อ มลู ทง้ั หมดแลว จงึ นาํ มาวางแผน
ในการนําเสนอและสรา งผังกราฟก ออกมาเพอื่ นาํ เสนอความคดิ ใหเ หน็ ไดช ัดเจนท่ีสดุ
๙. ผังกราฟก แบบแผนผงั ความคิดมีลักษณะตางกบั ผงั กราฟก แบบแสดงความคิดรวบยอดอยา งไร
ผงั กราฟก แบบแผนผงั ความคดิ และผงั กราฟก แบบแสดงความคดิ รวบยอดมคี วามแตกตา งกนั ทเ่ี นอ้ื หาทนี่ าํ เสนอ
นน่ั คอื ผงั กราฟก แบบแสดงความคดิ รวบยอดจะแสดงความสมั พนั ธข องเนอื้ หาจากใหญไ ปเลก็ อยา งเปน ลาํ ดบั ขน้ั แต
ผงั กราฟกแบบผงั ความคดิ น้ันเนนใหเห็นภาพรวมของเรื่องทีต่ องการจะส่อื มากกวาลาํ ดบั ความสัมพันธของเน้อื หา
๑๐. ผังกราฟก มีความสําคัญอยา งไรในการพฒั นาทักษะการสอ่ื สาร
ผงั กราฟก เปน เครอ่ื งมอื ทชี่ ว ยใหก ารสอื่ สารมปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ ทง้ั ในฐานะของการเปน ผรู บั สารและผสู ง สาร
ชวยในการถา ยทอดความคิดทเ่ี ปนนามธรรมไปสูรปู ธรรมทาํ ใหก ารสื่อสารมปี ระสทิ ธภิ าพมากขนึ้
60
ตอนที่ ๒ คําชีแ้ จง : เขียน O รอบคาํ ตอบทถี่ กู ตองเพียงคําตอบเดียว
๑. ขอ ใดไมใชลกั ษณะของผังกราฟกท่ดี ี
ก. ใสเ น้อื หาเปน ตวั หนังสือจํานวนมาก
๒. ขอ ใดเปน ประโยชนของผังกราฟก
จ. ถกู ทกุ ขอ
๓. หากตองการเปรียบเทยี บความเหมอื นและแตกตา งกันของส่ิงหนง่ึ ควรเลอื กใชผงั กราฟกแบบใด
ง. ผงั กราฟก แบบเวนไดอะแกรม
๔. สมศักดเิ์ ลือกใชผังกราฟก แบบแสดงความคดิ รวบยอดในการสรปุ เนื้อหาการเรยี นท้งั หมดผเู รยี นคดิ วาสมศกั ดิเ์ ลือกใช
ผงั กราฟกไดเ หมาะสมหรือไม อยา งไร
ค. เหมาะสม เนอ่ื งจากการใชผ งั กราฟก แบบนจี้ ะทําใหเหน็ การเชือ่ มโยงของขอมูลทีช่ ดั เจน
๕. การใชผงั กราฟกในการสือ่ สารขอ ใดไมเ หมาะสม
ข. โอใชผงั กราฟก แบบทีชารต กบั เร่ืองวธิ ีการทางวิทยาศาสตร
๖. “เปน ผังแสดงความสมั พันธของความคดิ ดวยการแตกเสนความคิดโดยใชคาํ สาํ คญั อยตู รงกงึ่ กลางหนากระดาษ”
ลกั ษณะดงั กลาวเปนผังกราฟก แบบใด
ข. ผังกราฟก แบบผังความคิด
๗. ขอ ใดไมใชรูปแบบของผังกราฟกที่ปรากฏอยใู นแบบเรียนน้ี
ก. ผังกราฟก แบบกางปลา
๘. ขอ ใดไมใ ชล ักษณะของผังกราฟก
ง. เปน ประโยชนแกผูรับสารเทานัน้
๙. ขอ ใดไมใ ชประโยชนของผงั กราฟก สําหรับผูรบั สาร
ค. ชว ยใหเห็นโครงสรา งของเนอ้ื หาสาระ
๑๐. ขอมูลลกั ษณะใดทเี่ หมาะจะใชก บั ผังกราฟกแบบผังความคดิ
จ. ขอมูลที่มสี ว นประกอบจาํ นวนมาก
61
ใบงานท่ี ๑๓.๑ เรอื่ ง เทคนิคการพฒั นาการรับสารและส่งสาร
คําช้ีแจง : จงอธิบายความหมายของงานเขียนทกี่ าํ หนดให
ผงั กราฟก
ผังกราฟก เปนแผนผังหรือแผนภาพที่แสดงใหเห็นถึงความสัมพันธเชื่อมโยง ระหวางความคิดกับเน้ือหาหลัก
และเนอ้ื หายอ ยของเรอ่ื ง โดยใชภ าพและเสน อธบิ ายความสมั พนั ธเ ชอ่ื มโยงระหวา งขอ มลู เนอ้ื หา ความคดิ ในรปู แบบ
ตา ง ๆ เพ่ือชว ยใหการนําเสนอขอมูลเปน ระบบ ชดั เจน เขาใจงาย
ผงั กราฟกแบบเรียงลําดับเหตุการณ
เปน ผงั กราฟก ทใ่ี ชบ รรยายลาํ ดบั เหตกุ ารณ หรอื อธบิ ายขนั้ ตอนของกระบวนการ เพอื่ แสดงวา เหตกุ ารณใ ดเกดิ
กอ น-หลัง หรือขนั้ ตอนใดควรทําเปน ลาํ ดับที่ ๑ ๒ และ ๓
ผงั กราฟก แบบแสดงความสัมพันธ
เปนผังกราฟกท่ีใชนําเสนอกระบวนการความคิดท่ีเหมือนกันหรือแตกตางกัน มักมี ๒ ลักษณะ คือ แบบ
เวนไดอะแกรมและแบบทีชารต
ผังกราฟก แบบแสดงความคดิ เปน เหตุเปนผล
เปนผังกราฟกที่แสดงความคิดเปนเหตุเปนผล หรือขอมูลเปนประเด็นหลักแลวมีสาเหตุที่เปนองคประกอบท่ี
เก่ียวขอ งกนั มักแสดงเปนกรอบสี่เหลีย่ มเหตุและมีลูกศรชไ้ี ปท่ีผล
ผังกราฟกแบบแสดงความคิดรวบยอด
เปน ผงั กราฟก ทแ่ี สดงความสมั พนั ธร ะหวา งความคดิ ตา ง ๆ เกยี่ วกบั เรอ่ื งใดเรอื่ งหนงึ่ อยา งเปน ลาํ ดบั ขน้ั ตอนของ
ขอ มลู เพอื่ เชอ่ื มโยงขอ เทจ็ จรงิ แนวคดิ เพอื่ แสดงความสมั พนั ธข องขอ มลู หรอื แยกแยะองคป ระกอบตา ง ๆ ของขอ มลู
น้ัน
ผังกราฟก แบบผงั ความคดิ
เปน ผงั กราฟก แสดงความสมั พันธข องสาระ หรอื ความคดิ ตา ง ๆ ใหเห็นภาพรวมโครงสรา งทง้ั หมดของสารนนั้
โดยนําหวั ขอเร่อื ง หรอื ใจความสาํ คญั ไวตรงกลางหนากระดาษ จากน้ันขยายใจความสาํ คัญ หรือรายละเอียดตาง ๆ
ดวยการแตกเสนความคดิ โดยใชค ําสําคัญ (Key words) หรอื ใชรปู วาดประกอบ ออกจากจดุ ก่งึ กลางกระดาษ และ
การแตกเสน ความคิดแตล ะก่งิ ควรใชส ีทีแ่ ตกตา งกัน เพือ่ ชว ยการจดั หมวดหมู และจดั ระบบความคิด
62
ใบงานท่ี ๑๓.๒ เรื่อง เขียนผงั กราฟก
คําชแี้ จง : เขยี นผงั กราฟก จากขอมูลตอไปนใี้ หถ ูกตอง
ก. ตั้งกระทะใสน ํา้ มันดว ยไฟปานกลาง พอนา้ํ มันรอ นใสไ ข คนเบา ๆ ใหไขเ ปนแผน ใสหมทู ี่หมักแลว ผัดจนหมสู ุกเรง
ไฟแรงแลว ใสเ สน ใสซ อี ้วิ ดาํ เตาเจย้ี ว ผัดใหเรว็ และตอ งผดั เบา ๆ ระวังเสน ขาดพอซอี ว้ิ ดําคลุกเสน ทั่วและเสน หอม ใหใ ส
นํา้ ตาลกบั นํา้ ปลาผดั จนแหง ใสคะนา หรอื ผกั อืน่ ๆ ท่ีลวกแลว ผดั แคพอเขา กนั ตักใสจานโรยพรกิ ไทยปน เลก็ นอยเสริ ฟ
พรอมกับมะนาว และนาํ้ สมพรกิ ดอง
ต้ังกระทะใสนา้ํ มันดว ยไฟปานกลาง
พอนํา้ มันรอนใสไข คนเบา ๆ ใหไ ขเปนแผน
ใสหมทู ห่ี มกั แลว ผัดจนหมูสุก
เรงไฟใหแ รงใสเ สน ใสซ อี วิ้ ดํา เตาเจ้ยี ว ผัดใหเ ร็วและตอ งผัดเบา ๆ ระวงั เสนขาด
พอซีอว้ิ ดําคลกุ เสนท่วั และเสนหอม ใหใ สน ้าํ ตาลกบั นา้ํ ปลาผดั จนแหง
ใสคะนาหรือผกั อืน่ ๆ ที่ลวกแลว ผัดแคพอเขากัน
ตกั ใสจ านโรยพริกไทยปนเลก็ นอยเสริ ฟพรอ มกับมะนาว และนํ้าสม พริกดอง
63
ข. มาตราตัวสะกด มีทั้งหมด ๘ มาตรา ประกอบดวย แมกก แมก บ แมกง แมกด แมกน แมกม แมเ กย แมเกอว
ตัวสะกดตรงมาตราประกอบดวย แมกง แมก ม แมเกย แมเกอว ตวั สะกดไมตรงมาตราประกอบดวย แมก น แมก บ
แมก ด แมกก
แมก ม
แมเ กย
ตัวสะกดตรงมาตรา แมเกอว
มาตราตวั สะกด แมก ง
แมกด
แมกบ ตวั สะกดไมต รงมาตรา
แมกน แมก ก
ค. พยางคแรกของคําวา มะยม นาจะมาจากคําวา หมาก เนื่องจากพยางคแ รกของคําวา มะมว ง
มะขาม มะพราว มาจากคาํ วา หมาก เชน กัน
พยางคแ รกของคําวา มะมวง
มาจากคาํ วา หมาก
พยางคแ รกของคาํ วา มะพราว พยางคแ รกของคําวา มะยม
มาจากคาํ วา หมาก นา จะมาจากคาํ วา หมาก
พยางคแ รกของคาํ วา มะขาม
มาจากคําวา หมาก
64