The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือแนะนำ : สุขง่ายๆ แค่ปลายจมูก หนังสือเพื่อการเจริญภาวนา ฝึกจิตรักษาใจบนโลกที่หมุนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ;Happiness is Just Time At Your Own Nostrils (ฺBilingual edition)" was written with the aim to be an alternative cure for mental illness caused by civilization. It has been used as a successful remedial treatment to improve mental psychological well-being.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dhammamemo2566, 2023-12-31 02:37:43

สุขง่ายๆ แค่ปลายจมูก (ฉบับ 2 ภาษา) Happiness is Just Time At Your Own Nostrils (ฺBilingual edition)

หนังสือแนะนำ : สุขง่ายๆ แค่ปลายจมูก หนังสือเพื่อการเจริญภาวนา ฝึกจิตรักษาใจบนโลกที่หมุนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ;Happiness is Just Time At Your Own Nostrils (ฺBilingual edition)" was written with the aim to be an alternative cure for mental illness caused by civilization. It has been used as a successful remedial treatment to improve mental psychological well-being.

Keywords: Happiness

ลำนำวิปสสนา เดี๋ยวฟุงซานงุนงานเดี๋ยวงวงเหงา เดี๋ยวซึมเซาสงบเดี๋ยวสงสัย เดยวโกรธเกล ี๋ยดเดี อดดาลรำคาญใจ ื เดยวยี๋ ดไว ึทอถอยเด ยวปล ี๋อยวาง เดี๋ยวปวดหัวตัวรอนนอนเปนไข เดยวหี๋ วงใยค ดถิงเดึยวอี๋างวาง เดี๋ยวอวดดีมีมานะไมละวาง เดยวยี๋มกวิ้างร องไห  ไมพดจาู เดี๋ยวปวดเขาคันขาชาไปทั่ว เดี๋ยวเบาตัวทองจุกทุกขหนักหนา เดี๋ยวซูกสุข..เฉยเฉยเดี๋ยวเย ็ นชา นี่กูบา...หรือเปลา..ไมเขาใจ ...คืออารมณวิปสสนาปรากฏแจง “ทุกข”แสดงใหกำหนดเปนบทใหญ “อนิจจา”เกิดขึ้นแลวดับไป “อนัตตา”มิใชใครบันดาล ยืน.เดิน.นั่ง.กิน.ถายฯลฯ..ใหรูเห ็ น ความเพียรเดน,สติมา,ปญญาผสาน ไมเผลอ,เพง..เรงศึกษาอานาปานฯ “วิปสสนาญาณ”เกิดที่นี่...เดี๋ยวนี้เอยฯ ชินวงส ๔๕ เทคนิคการเจริญสติแบบงายๆ


๔๖ เทคนคทิ ี่๑ ผฝูกใหม อาจสบสนั ไมรว ูาจะ “ร” ูอารมณ  ไหนดีก ็จงประคองสติหรือรูสึกอยูกับอาการ ของลมหายใจเขาออก ซึ่งกระทบที่ปลายจมูก หมายความวาไม  ได ให ร ปลายจม ูกูหรอรื ลมหายใจ ู แตใหรความรูสูกทึลมกระทบกี่บปลายจม ักเทูานนั้ เพราะลมหายใจเปนต  วชัวยสราง  “ความรสูกตึวั” ได อยางดีที่สุด ซึ่งจะหยาบหรือละเอียด จะชัด หรอไม ืช ัด จะยาวหรอสื นไม ั้สำค ญทังนั้นั้เพราะ ลมหายใจเข าออกมีอยูตลอดเวลา เปนปจจุบัน อารมณเสมอ  “แคร ” ูตามทมี่นเป ันเท  านนั้ลมหาย ใจจึงเปนอารมณ  หลัก สวนอารมณ  อ ื่นๆ จัดวา เปนอารมณรอง  สขงุ ายๆแคปลายจม กู


เทคนคทิ ี่๒ ผ ูปฏิบัติใหมควรเริ่มจากการรูอาการ ของลมหายใจที่กระทบกับปลายจมูกอยางเปน ธรรมชาตทิสี่ดุไมวาจะยนืเดนินงั่นอน กนิดมื่ ทำ พดูคดฯลฯอยิกูตาม ็ และรเท ูาทจะรี่ไดู อยาใจ รอนววามูอยาต งใจมากเก ั้นไป ิและระวงัอยาต งใจั้ ที่จะไมตั้งใจด  วย ฝกใหมๆ ร ูได น  อยก ็ไมเปนไร เมื่อ“เพียรร ู”อยูบอยๆ ใจจะเริ่มค ุนชินกับการ ระลกรึน ูั้นเอง ๔๗ เทคนิคการเจริญสติแบบงายๆ


เทคนคทิ ี่๓ ผปฏูบิตัทิมี่ประสบการณ ี การปฏ  บิตัิอยาง อนมากื่อนแตไมม อะไรก ีาวหน  า  ลองหนมาใช ัว  ธิี การอยางนี้ดูแตอยาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาใช หลาย วิธีในเวลาเดียวกัน เพราะจะทำใหสับสนไป เปลาๆ อยางน อยควรทดลองใช  ว  ธินีสี้กั๑ เดอนื กอน อยารีบถอดใจงายนัก ถาพยายามแลวไมมี ผลอะไรเกิดขึ้น ก็ไมไดเสียเวลาทำงาน เวลาอยู กบครอบครัวหรัอเวลาเร ื ยนแมีแตนอย สขงุ ายๆแคปลายจม กู ๔๘


เทคนคทิ ี่๔ หากผ ูปฏิบัติเกิดอาการแปลกๆ อยางที่ ไมเคยเป นมากอน เชน ขนลุก, คันยุบยับตาม หน  าตา หรือลำตัวเหมือนมีแมลงมาไต, ตัวหนัก, ตัวเบา, ตัวโยก, ตัวหมุน,ตัวลอย,ตัวสั้น,ตัวยาว, แขนขาหายไปฯลฯ ก ็ อยาตกใจ เป นเพียงอาการ ของสมาธิและปติเทานั้น แคกลับไปรูลมหายใจ ก ็ พอแล  ว อยาคล  อยตามคืออยากให อาการนั้น อยูนานๆ หรือเพงบังคับใหหายไปโดยเด็ ดขาด (เพราะเป นอนัตตาบังคับไมได อาการนั้นจะอยู หรือไปก็เป นเรื่องของมัน) เมื่ออุปาทานปรุง อาการเหลานั้นมาหลอกใจไมได ก ็จะเปลี่ยน ของเลนใหม  มาให “ร”ูเอง ๔๙ เทคนิคการเจริญสติแบบงายๆ


๕๐ เทคนคทิ ี่๕ หากมีทุกขเวทนาทางกายเกิดขึ้น อยา พยายามตอสหร ูอเอาชนะโดยเด ืดขาด ็ เพราะนนั่ คือการทำตามอำนาจของโทสะ ก ็ จะเทากับเอา โคลนไปลางโคลน ยิ่งทำก็ ยิ่งทุกข ไปเปลาๆ เพียง แค“รอยูางอ อนโยน  ” สบายๆ เทานนั้แลวร  บยีาย  จตกลิบมาั “ร”ูทลมหายใจต ี่อไป คนทมี่ทีกขเวทนาุ ต  องถือวาโชคดีเพราะ“รู”ได งาย ถาทุกขเวทนา มีกำลังมาก โมหะคื อ ความงวง ความฟุงซาน จะครอบงำไมได ถ าไมเห ็ นทุกข  จะร ูจักทุกข  ไดอย  างไร เมอไม ื่รจ ูกทักขุ กไม็ สามารถจะหาทาง ออกจากทุกข ได การเรียนร ูจากทุกข  นั่นแหละ ผปฏูบิตัจิงจะเหึ นธรรมได ็ โดยง  าย สขงุ ายๆแคปลายจม กู


เทคนคทิ ี่๖ ในขณะที่ร ูลมหายใจอยาลืมสังเกตใจ ตนเองด  วยวาเมื่อมีสภาวธรรม (ค ื อสิ่งที่เปนเอง อันเกิดจากวิบากกรรมเกา ที่สงผลใหเกิดเปน กายใจอยนู )ี้ใดๆ เกดขินึ้ใจเปนอย  างไร จะสขหรุอื ทกขุ จะชอบหรอชืงักควรทำหน ็ าท “ี่แคร ”ูเทานนั้ อยาได ย  ดตึดอยิกูบความรัสูกนึนเลยั้ ๕๑ เทคนิคการเจริญสติแบบงายๆ


๕๒ เทคนคทิ ี่๗ ผ ูปฏิบัติบางคนอาจมีนิมิต คือภาพที่เห ็ น ไดทางใจเช  นส , ีแสง, ภาพงดงาม, นากลวัสวนมาก เป นเพียงจินตนาการ ใจสร างภาพขึ้นมาเองตาม กำลงสมาธั ิถาสมาธ  มิกำล ีงภาพกัช ็ ดเจนัถาสมาธ  ิ ออนภาพก ็ไมชัด อยาติดอยูโดยเด็ ดขาด เพียงทำ หน  าที่“รูวาเห็น”เทานั้น แล  วรีบกลับมาร ูลมหาย ใจตอไปท นทั ี สวนใครที่ไมมีนิมิตก ็ อยาอยากเห ็ น เหมือนคนอื่นเลย แตละคนไมเหมือนกัน จะมี หรอไม ืมกีม ็ คีาเทากนัการเหนน ็ มิตแสดงวิาสงจติ ออกนอกไปแล ว และสติมีกำลังออนกวาสมาธิ การปฏบิตันินเพั้อให ื่เหน็ กายใจตามความเปนจรงิ มใชิเพ อให ื่เห  นนรกสวรรค ็ ใดๆ  ทงสั้นิ้ สขงุ ายๆแคปลายจม กู


เทคนคทิ ี่๘ สงทิ่ตี่องระว  งคัอืความสขและความสงบุ เพราะเมื่อพบสุขหรือความสงบแล ว ใจไมคอย ดิ้นรนออกจากสุขสงบนั้น ติดจมแชอยูความสุข และความสงบจึงกลายเป นกับดักที่นากลัวที่สุด เพราะติดสุขแก  ยากยิ่งกวาติดทุกข  เสียอีก นัก ปฏบิตัติองหม  นสั่งเกตใจตนเองให ัด “ีสขกุร็วูาสขุ ” เทานั้น ๕๓ เทคนิคการเจริญสติแบบงายๆ


๕๔ เทคนคทิ ี่๙ สิ่งที่สำคัญที่สุดก ็ คือร ูปจจุบันอารมณ  ตามความเปนจร  งิอยาด ดแปลงแก ั ไขอารมณ  ใดๆ  ทงสั้นิ้และตองม  ความี “เพยรรีอยูเนู องๆ ื ” ขยนกัร็ู ขเกี้ยจกีร็ ูสงบกร็ูฟงซุานกร็ูเบอก ื่ร็ ูไมเบอก ื่ร็ฯลฯ ู ในทกอุริยาบถิ ไมว าจะเป นย  นืเดนินงั่นอน กนิ ดมื่ทำ พดู คดิถายอจจาระุปสสาวะฯลฯ โดยไม จำเปนต  องม  คำบร ีกรรมิเชนพทโธุ สมมาอรหังั พองหนอ ยุบหนอฯลฯใดๆ ทั้งสิ้น (คนที่ค ุนกับ การใชคำบร  กรรมิอาจเผลอบรกรรมไปบ ิางก  ช ็ าง เถิด พอ“ร ู”บอยๆเข  า ก ็จะละคำบริกรรมได เอง) เปนการฝกฝนกิเลสในใจตนเอง ไมใหปลอยไป ตามอารมณ ตกเป นทาสของอารมณ  ทาสของ ความคดิหรอทาสของความอยากทืเกี่ดขินึ้ สขงุ ายๆแคปลายจม กู


เทคนคทิ ี่๑๐ ในขณะทเดี่นทำงานอย ิ ูควรรกายโดยรวม ู ทั้งหมด รูแคเพียงอาการที่กายกำลังเคล ื่อนไหว อยเทูานนั้กายสวนไหนช ดกัย ็ ายร  เร ูอยไป ื่เชนคอ สะโพก ตนขา  ไหลนองเทา  เปนต  น  ดวยความ  ร ูสึกสบายๆ ร ูอยางเป นธรรมชาติไมประคอง ไมเพง ไมควรร ูเฉพาะเท  าเทานั้น ซึ่งจะทำให เพง โดยไมต งใจ ั้และไมตองม  คำบร ี กรรมใดๆ ิทงสั้นิ้ แตถ าใจฟุงซานมาก ก ็ ลองร ูเฉพาะสวน เชนเท  าที่กระทบพื้น หรือใสคำบริกรรมไปด วย กได็  เชนขวาพทุซายโธ  หรอขวายืางหนอซายย  าง หนอเป นต  น ๕๕ เทคนิคการเจริญสติแบบงายๆ


๕๖ เทคนคทิ ี่๑๑ ในขณะที่ทำงาน ควรใหสติร ูอยูกับงาน เชนกำลังหยิบเอกสาร สติก ็ ร ูอยูกับมือที่หยิบ เอกสารนั้น, กำลังคุยกับเพื่อนรวมงาน ก ็ ร ูวา กำลังคุย, กำลังกวาดบ  าน, ล  างจาน, อาบน้ำฯลฯ กร ็ อย ูกูบอาการทางกายทั กำล ี่งกวาดั กำลงลัางจาน  กำลังฟอกสบูเป นต  น อยาลืมสังเกตใจไปด วยวา หงุดหงิด โกรธ รำคาญหรือไมถาสามารถรูกาย ที่เคล ื่อนอยูกับลมหายใจไปพรอมกัน จะชวย ทำใหลดการเผลอเพงไปได สขงุ ายๆแคปลายจม กู


เทคนคทิ ี่๑๒ หากมีอาการของราคะเชนคิดถึงแฟน ให ระลึกร ูไปที่อาการของใจที่หวงหาอาวรณ  นั้น อยานึกถึงหนาแฟนโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให ราคะมีกำลังยิ่งขึ้น แตถ  านึกอยูก ็ขอให“รูวานึก” เทานนั้สำหรบมั อใหม ื เปนเร  องยากทื่จะจี่ดการกับั ราคะ หากร ูแล  วจิตคล  อยตามราคะทุกทีก ็ ลอง กลนลมหายใจแล ั้วค  อยผอนออกมาหรอยื ายไปร  ู อารมณอ  นๆื่กอนเชนเส ยงภายนอกเป ีนต  น  หรือมีอาการของโทสะเกิดขึ้นเชนโกรธ กลัว กล ุมใจ น อยใจ เสียใจ หงุดหงิด รำคาญ ใหร ไปท ูใจท ี่กำล ี่งขันนุ นเบาๆั้วธิการทำคล ีายก  บั ราคะนั่นเอง ราคะกับโทสะเปนกิเลสที่มีอารมณ  หยาบ จึงชวยใหผูปฏิบัติรูสึกตัวไดงาย ๕๗ เทคนิคการเจริญสติแบบงายๆ


๕๘ เทคนคทิ ี่๑๓ เมื่อปฏิบัติไปได ระดับหนึ่ง อาจมีอาการ ทางกายรวมดวย  เชนทองเส  ยี ปวดหวั เปนไข  ไม สบายฯลฯ หรือเคยปวยด วยโรคบางอยางมากอน แตหายไปนานแล ว จูๆอาการปวยนั้นก ็ หวนกลับ มาดื้อๆ หากทานยาแล วไมหาย หรือตรวจหา สาเหตุไมพบ ขอให ร ูไว เถิดวานี่คือโรคอุปาทาน แคร ูไปที่ใจซึ่งกำลังทุรนทุรายหวาดกลัวอยูนั้น อาการของโรคอปาทานกุจะด ็ บไปต ัอหนาต  อตาเอง สขงุ ายๆแคปลายจม กู


เทคนคทิ ี่๑๔ หากมเวลาวีางเชนวนเสารั  อาทตยิ  กควร ็ เดนจงกรมินงสมาธั่บิาง  โดยไมจำเป นต  องกำหนด  เวลา เชนเดินเหน ื่อยแลวก็นั่ง นั่งเหน ื่อยแลวก็ลุก ขึ้นเดิน แตควรใหนานพอสมควรอยางน  อย ๒๐ นาทีโดยการเดินหรือนั่งสบายๆ เหมือนกำลัง นั่งชมวิวหรือเดินเลนอยูอยางมีสติอยาคิดวา กำลังปฏิบัติโยนความเป นนักปฏิบัติทิ้งไปบ าง จะไดไม เครยดมากนีกัแตก ไม็ ใชเสแสรงแกล  งทำ  หลอกตนเองขอใหร  เท ูาทนดัวย  ๕๙ เทคนิคการเจริญสติแบบงายๆ


๖๐ เทคนคทิ ี่๑๕ กอนหลบัแทนทจะปล ี่อยให  ใจฟ  งซ ุานไป  อยางไร จุดหมาย ทดลองเอาสติไป “ร ู” อยูกับ ลมหายใจหรอทืองพองย  บุรเบาๆ ู สบายๆ เมอรื่สูกึ ตัววางวงก ็ปลอยให หลับไป ไมจำเป นต  องร ูวา หลับไปตอนหายใจเข าหรือหายใจออก และเมื่อ ร ูสึกตัวตื่นขึ้นมาตอนเช  า ก ็ให“ร ู”ที่ลมหายใจ กอนที่จะทำภารกิจอื่นๆ สขงุ ายๆแคปลายจม กู


เทคนคทิ ี่๑๖ การเจริญสตินั้น มิใชทำไปนานๆ แลว จะสุขหร ื อสงบมากกวาเดิม แตยิ่งทำใหเห็นทุกข  ชัดเจนขึ้น สุขและทุกข  จะสั้นและเบาลงกวาเดิม ใจจะไมยดทึงสั้ขและทุกขุจนปลอยวางเป นอ  สระิ มากขึ้นเรื่อยไป ลองสังเกตใจตอนนี้กับใจที่ถูก ฝกแลวอ  กี๓ เดอนขืางหน  า  จะเหนความแตกต ็ าง ชดเจนัคอใจจะเป ืนอ  สระจากอารมณิมากย  งขิ่นึ้ ๖๑ เทคนิคการเจริญสติแบบงายๆ


๖๒ เทคนคทิ ี่๑๗ จงอยาคาดหวังกะเกณฑ  วาปฏิบัติแล  ว จะไดอะไร  จะเปนอย  างไร  เพราะหากทำอยางนนั้ สภาวธรรมจะดำเนินตอไปไมได ทุกสิ่งล  วน ตกอยูในกฎเกณฑของไตรลักษณ  เกิดดับอยู ตลอดเวลาจงสรางเหต ุคอื“รเนู องๆ ื ” ไดแก  รบ ูาง  ไมร ูบ  างเทานั้น ไมใชรูอยางตอเน ื่องหร ื อรู ตลอดเวลา ซึ่งไมมีใครทำไดเพราะความรูนั้น เกดแลิวกด็ บไปอย ัทูกขณะเชุนกนั สขงุ ายๆแคปลายจม กู


วางมีอยูในวุน อนัตตามีอยูในอัตตา ความพนทุกข  มีอยูในทุกข  ตนโพธิ์มีอยูในเมล็ดโพธิ์ ๖๓ ธรรมชาติสอนธรรม


ธรรมชาต ิ สอนธรรม


ปลอยวาง รัตติกาลอันเลือนราง ทามกลางอางวางเหน ็ บหนาว กลับพราวพรอยดวยแสงดาว สองสกาวในดวงใจ สุรียฉายแสงแรงกราว ระออุาวราวไฟไหม   กลบชัมเยุนด ็ วยเหง อไคล ื่ และลมไลอยูบางเบา มพีนทกขุอย ในท ูกขุ มความส ี ขในความเศรุา ในความหนกมัความเบาี ควรที่เราจะปลอยวางฯ ชินวงส ๖๕ ธรรมชาติสอนธรรม


สิ่งที่พระพุทธศาสนายอมรับวาเป น ความจรงนินมั้อยี ู๒ อยางคอื ๑. สมมติสัจจะ คือความจริงโดยสมมติ หรอสมมตืวิาจรงิเชนสตวั  บคคลุตวตนัเรา เขา สามีภรรยา บตรุธดาิทรพยัสมบ  ตัของเราิ เปนต  น  ๒. ปรมตถสัจจะัคอความจรื งโดยปรม ิตถั  เป นความจริงแท  แม  จะมีชื่อเรียกหรือไมก ็ ตาม ก ็เป นความจริงอยูอยางนั้น ซึ่งมีอยู๔ ประการ ได แก


ก. จติ (ใจ, วญญาณิ , ธาตรุ , ูผร ู )ู ข. เจตสิก (สิ่งที่ปรุงแตงจิตให ดี, ชั่ว, ชอบ, ชงฯลฯั ) ทงจั้ตและเจตสิกนิคี้อนาม ื ค. รปู (กาย, คณสมบุตัของกายิ ) ง. นพพานิภาวะทพี่นจากร  ปนามู การศึกษาสิ่งที่อยูนอกกายใจนั้น ชื่อวา กำลังศึกษาสมมติสัจจะเชน วิชาการทางโลก ประเพณีวฒนธรรมักฎหมาย ศลีขอว  ตรปฏ ับิตัิ บาลีนกธรรมัพระอภธรรมซิ งเปึ่นช  อของธรรมะื่ เทานั้น แตในขณะที่กำลังเรียนร ูกายใจหรือ รปนามอยูนูี้ชอวื่ากำล งศั กษาปรม ึตถสัจจะั ปรมัตถสัจจะนั้น ผูรูมักไมเห็น คือผ ูร ู ปริยัติ (วิชาการ) มักไมเคยสัมผัสกับสภาวะ ปรมัตถ  เชน ญาณ สมาธิปติปสสัทธิเป นต  น ผูเห็นมักไมรูคือบางคนไมไดศึกษาปริยัติแตลง ๖๗ ธรรมชาติสอนธรรม


๖๘ มือเจริญสติเรียนร ูรูปนามอยูเนืองๆ จึงไดสัมผัส ธรรมะของจรงิซงสึ่มผั สได ัด วยใจเท  านนั้ ยกตวอยัางเชน ในขณะทจี่ตมิ ความสำรวม ี ระวังระลึกร ูอยูนั้น คือศีล ในมรรค ๘ ได แก สัมมาวาจา (กลาววาจาถูกต  อง), สัมมากัมมันตะ (ทำหน าที่ถูกต  อง), สัมมาอาชีวะ (ประกอบอาชีพ สจรุตไม ิเบยดเบียนี คดโกงใคร) ในขณะที่จิตตั้งมั่นอยูกับอารมณ ใด อารมณ  หนึ่ง ในขณะหนึ่งๆ นั้น นั่นคือสมาธิ (ขณิกสมาธิจิตตั้งมั่นชั่วคราว) ในองค มรรค ๘ ได แกสัมมาวายามะ (เพียรถูกต  อง), สัมมาสติ (ระลึกร ูกาย เวทนา จิต ธรรม ตามความเป นจริง อยางถกตูอง  ), สมมาสมาธั (ิจตติงมั้นอยั่างถกตูอง  ) เมื่อระลึกร ูอยูบอยๆ เห ็ นความเกิดขึ้น ของอารมณต  างๆทเขี่ามากระทบแล  วก  ด ็ บไปตาม ั กฎเกณฑของไตรล  กษณั  คอเหืนความเก ็ ดดิบของั สขงุ ายๆแคปลายจม กู


รปนามูเรยกวีาเหนด ็ วย  ปญญา (ภาวนามยปญญา ) ในองคมรรค  ๘ ไดแก  สมมาทัฐิ (ิมความเหีนหร ็ อื มุมมองที่ถูกต  อง), สัมมาสังกัปปะ (มีความคิดที่ ถกตูอง  ) หรือในขณะที่กำลังร ูอารมณ ใด อารมณ  หนงอยึ่นูนั้นนคั่อกำล ื งทำหน ัาท  รี่ท ูกขุ (การยดมึนั่ ถ ื อมั่นในกายใจวาเปน“เรา”นั่นแหละ ค ื อสุดยอด ของทุกข  ) หน  าที่ที่ควรทำในทุกข  คือ“การรู” (ปรญญากิจิ) ไมใช “การละทกขุ ” ในขณะทกำล ี่งรัท ูกขุอย  นูนเองั่ตณหาอันั เปนต  นเหต  แหุงทกขุท  เรี่ยกวีา “สมทุยั”เกดไม ิ ได  เรยกวี ากำล  งทำหน ัาท  คี่อื“การละ”เหตแหุงทกขุไป ในตวเสรัจสรรพ ็ (ปหานกจิ) ในขณะที่กำลังร ูทุกข  อยูนั้น กิเลสสงบ ระงับชั่วขณะ (ตทังคนิโรธ) เรียกได วากำลังทำ หน  าที่ “ประจักษ  แจง” ในนโรธอย ิ (ูสจฉักิริยากิจิ) ๖๙ ธรรมชาติสอนธรรม


๗๐ ในขณะรท ูกขุอย  นูนเองั่มรรค ๘ กำลงทำ ั หน  าที่ประหารกิเลสอยูชื่อวากำลังทำหน าที่คือ “การทำใหเจรญิ ” ในมรรคอย (ูภาวนากจิ) หรือในขณะที่ร ูอาการของลมหายใจ, ความเคลอนไหวของอ ื่ริยาบถิ , อาการของพองยบุ หรือร ูอาการทานข  าว, เดิน, อาบน้ำ, กวาดถูบ  าน อยูนั้น ขณะนั้นชื่อวากำลังรูกาย ค ื อการเจริญ กายานุปสสนาสติปฏฐาน (มีอาการทางกายเป น ทตี่งแหั้งการระลกรึ )ู ในขณะที่ร ูลมหายใจฯลฯอยูนั้นมีเวทนา คอความรืสูกสึขุทกขุ หรอเฉยๆืเกดขินทึ้กายี่ เชน ยุงกัด, ปวดขา, ปติ, มึนศีรษะ, กายเบาเป นต  น ก ็เปลี่ยนร ูจากกายไป รูเวทนา นั้นแทน ชื่อวา กำลังเจริญเวทนานุปสสนาสติปฏฐาน (มีเวทนา คือความร ูสึกสุข ทุกข  เฉยๆ เป นที่ตั้งแหงการ ระลกรึ )ู สขงุ ายๆแคปลายจม กู


ในขณะที่ร ูลมหายใจฯลฯอยูนั้น จิตเกิด อาการอยากได, โกรธ, ฟุงซาน, สงบ, อิ่มเอิบ, เบาสบายฯลฯ ก ็ ย  ายรูไปที่ใจ ชื่อวากำลังเจริญ จิตตานุปสสนาสติปฏฐาน (มีพฤติกรรมของใจ เปนท  ตี่งแหั้งการระลกรึ )ู สวนธรรมาน ปุสสนาสต ปิฏฐานมอารมณี  ทงรั้ปและนามูฉะนนในขณะท ั้รี่กาย ู , เวทนา, จติ ก ็ได ชื่อวากำลังเจริญธัมมานุปสสนาสติปฏฐาน (มสภาวธรรมเป ีนท  ตี่งแหั้งการระลกรึ ) ูอยแลูว  ในขณะที่รูลมหายใจอยูนั้น หากเพงหรือ ประคองไปที่ลมหายใจโดยตรง จิตสงบตั้งมั่นอยู กับลมหายใจนั้น ขณะนั้นลมหายใจเป นอารมณ  ของสมถกรรมฐาน หากรูอาการของลมหายใจที่กระทบ กับปลายจมูก แล  วมีปญญาเห ็ นความเกิดดับของ อาการกระทบของลมหายใจ ขณะนั้นลมหายใจ ๗๑ ธรรมชาติสอนธรรม


๗๒ ชื่อวาเป นอารมณ  ของวปิสสนากรรมฐาน จะเห็นไดวา “แครู” ในขณะหนึ่งๆ นั้น ช ื่อวาผูปฏิบัติไดเจริญไตรสิกขา, มรรค ๘, อริยสัจ ๔, สติปฏฐาน ๔, สมถกรรมฐานหร ื อ วิปสสนากรรมฐานอยางใดอยางหนึ่ง แล  วแต สมมติบัญญัติจะเรียกวาอะไรก็ ตาม แตความเป น จริงใจหรือ “ผูรู” กำลังร ูอารมณ  ที่เปนปรมัตถ  (อารมณจร  งแทิ )  คือ รูปนาม (หรอกายใจ ื ) อยนูนั่ เอง แล  วรูปนามอันเป นธรรมชาตินี้ก ็ เริ่มสอน ธรรมใหผ  เจร ู ญสติ ไดิเห  นความเป ็ นจร  งของชิวีตวิา เปนเพ  ยงมายาีดจดุงเงาจั่นทรั ในน  ้ำ ทหลอกให ี่ผ  ู ทไมี่เคยเจรญสติ ิหลงแบก หลงยดวึ าเปน  “ตวเราั - ของเรา” กนมาไม ัรก ูภพกี่ชาตี่แลิว  หากอานบทนี้แล วไมเข าใจก็ไมใชเรื่อง แปลก เพราะความเข าใจที่แท  จะเกิดไดไมใช เพราะอานหร อฟืงแตตองลงม  อปฏ ืบิตัเองเทิานนั้ สขงุ ายๆแคปลายจม กู


ด...ีแคร ู ชวั่ ...แคร ู สขุ ...แคร ู ทกขุ ...  แคร ู ได...แคร ู เสยี...แคร ู ฟงซุาน ...แคร ู สงบ...แคร ู ๗๓ ไดเมอไม ื่เอา


ได เม ื ่อไม เอา


มรรคาแหงชว ี ติ เดนเดิยวมาเดี่ยวดาย ดีวยมงหมายซุงมรรคาึ่ จตใจใฝ ิคนหา ยอดธรรมาอนวัมิตุิ สทางแสนก ูนดาร ถังทึกขุทอกม ็ หยิดุ ยงกิ่าวยงเริ่งร ด ไมุส นสิ้ดซุงความเพึ่ยรี ผานป า -หนิ-หนาม-ตอ ไมระย อไม แวะเวยนี หวใจไม ั แปรเปล  ยน เพราะฝ ี่ นใฝ  ในเสร  ี บดนัฉี้นเหันแล ็ ว ซงทางแกึ่วแหงมนุี แมภยประดาม ั ีจะมากมายอกกีายกอง คอยวางโลภโกรธหลง ค  อยปลดปลงท กขุทงผองั้ มาตรแมนน้ำตานอง เพอมื่ติองกาวกล บไป ั เขดแล ็ วกบการเกัด ทิงความแกั้แลความตาย ชพนี ขอฝากไว ี้ ใตบาทธรรมพระส มมาฯั ชินวงส ๗๕ ไดเมอไม ื่เอา


หลายคนอาจสงสัยวา ทำไมผูเขียนไม พรรณนาเรองของการรื่กษาศั ลไว ีด  วย  ผเข ูยนมีความเหีนว ็ าศลี๕ ศลี๘ หรอศืลี ๒๒๗ นนเป ั้นเพ  ยงีศลภายนอกีผขาดสต ูจะริกษาั ศีลด  วยความร ูสึกอึดอัด ขาดๆ เกินๆ กะพรอง กะแพรงอยูเสมอ แตเมื่อฝกเจริญสติไปได ระยะ หนึ่งแล  ว จะเกิดความอายชั่วกลัวบาปขึ้นมาเอง ศีลภายใน (องค  มรรค) จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แตกอนที่ศีลภายในจะเกิดขึ้น ผ ูฝกใหมควรตั้งใจ รกษาศัลี๕ ไวก  อนเพอปื่องก  นใจม ั ใหิเศร  าหมอง  อนเป ันเหต  ใหุใจสงบต  งมั้นได ั่ง  าย


เมอฝื่ก“ร”ูอยเนู องๆื จะทำใหสต เริมคมชิ่ดั มากขนึ้จนถงจึดทุพออารมณี่ปรากฎ  สตจะเขิ าไป  ระลกรึ โดยอ ูตโนม ัตัทินทั ี การฝก“ร”ูอยางน ี้กค ็อการให ื ใจได  เร  ยนรี ู และเข าใจกฎเกณฑ ของธรรมชาติคือรูปนามอัน เปนไตรล  กษณัน  นเองั่คอรืว ูาแม จะปฏ  บิตัหริ อไม ื  กตาม ็ รปนามนูกี้ทำงานต ็ งแตั้มนษยุเก  ดจนตายิ หากยังอยากให รูปนามเป นอยางที่ตน ปรารถนา กร ็ งแตัจะสรางท  กขุมาทำร  ายตนเองอย  ู ร่ำไปซงการรึ่ร ูปนามจากปรูยิตัิกบรัอย ูางประจ กษั  แจ งเองจากการปฏิบัตินั้น มีความลึกซึ้งแตกตาง กันมาก เมื่อ“รู”ให เนืองๆ สม่ำเสมอแล วผลที่จะ เกดขินกึ้ค ็ อืเมอมื่อารมณีมา  กระทบจะไมกระเทอน ื , ครอบครองไดแตไมยึดครอง, ปลอยวางไดแต ไมปลอยปละละเลย, อยูกับโลกอยางเหน ือโลก ๗๗ ไดเมอไม ื่เอา


๗๘ ไมหน โลก ี ,ไมหลงชอบหลงชงจนเกันเหติ , ุดำเนนิ ชีวิตได อยางพอเพียง คนทั่วไปมักไมเชื่อเรื่องกฎแหงกรรม หลงตดอยิกูบเรัองกื่นิกาม เกยรตีอยิางนาสงสาร หากไดฝ กเจรญสติอยิบูาง  จะรเองว ูาผลแหงกรรม มีจริง เพราะวิบากกรรมจะปรากฏชัดเป นสภาวะ สขและทุกขุต  างก นไป ัวบากกรรมนิ นให ั้ผลตลอด  เวลาอยูแล  ว แตผ ูที่หลงอยูยอมมองไมเห ็ น แตผ ู ปฏบิตัจะริ -ูเหนและยอมร ็ บปรากฏการณ ัน  นอยั้าง ปลอยวางได   ชอวื่าได  ชดใช  หน  กรรมและดี้บกรรมั ไปพร อมกัน หากปฏิบัติไปจนถึงระดับหนึ่งแล วไมวา จะเป น เรื่องดีเรื่องชั่ว เรื่องถูก เรื่องผิดฯลฯ ผปฏูบิตัจะคิอยๆเลกแบกิเลกยิ ดไปเอง ึ เพราะไม วาจะเป นเร  องอะไรก ื่ตาม ็ หากยงตัองแบกตองยดึ อยูกล็วนแต ทำให ชวีตหนิ กได ัทงสั้นิ้ สขงุ ายๆแคปลายจม กู


เปรยบเหมีอนนื กแสวงโชคผ ัหน ูงึ่เดนไป ิ ในระหวางทาง พบถานถูกทิ้งอยูกระสอบหนึ่ง เขาคดวิาถานน นำไปใช ี้ให เป นประโยชน  ได  จงได ึ  แบกถานนั้นไป แตเมื่อเดินทางไปได ระยะหนึ่งก ็ พบวามี ทองคำแทงตกอยูข  างทาง เขาจึงทิ้งถานกระสอบ นั้น เพราะคิดวาทองคำมีคามากกวาถาน แล  วหัน มาแบกเอาทองคำเดินทางตอไป ครนเดั้นทางมาได ิคร  งวึ่นัเขากย ็ งิ่แปลกใจ เมื่อพบเพชรถูกกองทิ้งไว ข  างทางหลายถุง ที่จริง แล วเขาอยากได ทั้งเพชรและทองคำ แตกำลังที่มี อยูเพียงจำกัด เขาจึงจำใจทิ้งทองคำและแบกเอา เพชรนั้นไป แตเมื่อจุดหมายที่ตั้งใจไวไปไมถึงเสียที เขาเริ่มถอดใจ ออนแรงเหนื่อยล  าเต ็ มทีและรับร ู แลวว  าเพชรนแมี้ม  คีามหาศาลแตหากยงตัองแบก  ๗๙ ไดเมอไม ื่เอา


๘๐ หนักจนเหนื่อยตายอยูข  างทาง เพชรก ็คงไมมี ประโยชนอะไร  เขาจงจำใจท ึงเพชรนิ้นไป ั้ พลัน! เขาก ็ คนพบสิ่งมหัศจรรย  ที่สุด ในชีวิตวา การไมตองแบกอะไรนั่นแหละ ทำใหกายใจเบาสบาย และเดินทางถึงจุด หมายไดเร ็ วขึ้นกวาเดิมอีกหลายเทา การเดินทางบนสังสารวัฏนี้ก ็ เชนกัน หาก ยังแบกดีแบกบุญ แบกสุข แบกสงบ แบกชอบ ไวอย  ูกจะทำให ็ การเด  นทางลิาช าได   อยามัวตามลาพระอรหันต  หรือแสวงหา ความอัศจรรย  ภายนอกอยูเลย รีบสร างความ อัศจรรย ให เกิดขึ้นภายในตน ด  วยการเจริญสติ อยูเนืองๆ เถิด แล  วจะร ูเองวา ความมหัศจรรย  ทั้งหลายอยูที่กายใจหรือรูปนามนี่เอง สขงุ ายๆแคปลายจม กู


คดหลิงัคดหนิา คดดิ ีคดบิา คดเสิยี ใหพอ ตกลง ปลงใจ คดไม ิ ยอทอ คดเพิยรี ทำตอ พอร...ูหยดคุดิ ๘๑ ฝากไวใหคดิ


ฝากไวให ค ิ ด


๘๓ แสงชยั แมเมฆจะมดมืดิ หงหิ่อยน อยแสงหม น นทจะเหีอดแหืง น้ำคางที่พรางพราย ทอไดอยาพายแพ โนนฟาณ หลงฝน ั เรไรยังร่ำรอง เจาจงวาดหวังไว แมเมฆจะมดมืดิ ไมท อสอดทนู ทางชวีตแสนม ิดมนธื  วิบวับวนอยูกลางไพร อยาไดแลงพลังใจ ยงกลั นกลายเป ั่นสายฝน  อยาออนแออยาวกวน สวางลนเม อฝนสลาย ื่ หรดหรีงกิ่องกร ดปีกกราย ซึ่งแสงชัยที่ลุกโชน หากดวงจตมิหมองหมิน จะดนดั้นจนถงดาวึ ชนวงส ิ  ฝากไวใหคดิ


บางทานปฏ บิตัธรรมมานานิ ฝกสวดมนต  นั่งสมาธิชวงกอนนอนหรือตื่นนอนมาหลายป แลว  หรอไปเข ืาคอร  สปฏ  บิตัธรรมมาป ิละครงั้๒ ครั้ง ครั้งละ ๗ วัน บ  าง ๑๐ วันบ  าง แตไมเห ็ น มอานีสงสิ อะไรปรากฏเอาเส  ยเลยี นั่นเป นเพราะวา ขาดความ“เพียรรู”อยู เนองๆ ื นนเองั่และมกมัขีออ  างส  ดฮุตวิา “ไมมเวลาี วาง ”เมอกำล ื่งดำเน ันชิวีตประจำว ินอยั ูจงขาดการึ “รู”ไปอยางนาเสยดายี


ที่จริงแล  วกิเลสเกิดขึ้นที่ใจได ตลอด ทั้งวัน ไมวาจะทำงาน อานหนังสือ ดูทีวีหรือทำ อะไรอยูก ็ ตาม ฉะนั้นกิเลสเกิดเม ื่อไรก็ควร“รู”เม ื่อนั้น เชน ขณะนั้นโกรธสามีภรรยา ลูก ก ็ รูอาการขุน ของใจเดี๋ยวนั้น ขณะนั้นมีความอยากซื้อเสื้อผ  า อยากดื่มสุรา อยากกินของไมมีประโยชน ก ็ รู อาการอยากของใจเดี๋ยวนั้นเป นต  น พระพทธเจุาทรงร  บรองไว ัว  าหากผปฏูบิตัิ มปีญญามากมรรคผลนพพานจะเกิดขิ นภายใน ึ้๗ วัน หากมีปญญาปานกลาง จะเกิดผลภายใน ๗ เดอนืหากมปีญญานอย  จะเกดผลภายใน ิ๗ ป หากจะเปรียบเทียบระยะเวลาแหงการ เกิด การตาย วนเวียนซ้ำซากอยูอยางหาเบ ื้องตน และทสี่ดไมุได กบการฝ ักเจรญสติเพิยงี ๗ ปหรอ ื ตลอดชีวิตนี้ก็ตองถ ื อวาเปนเวลาเพียงเศษเสี้ยว ๘๕ ฝากไวใหคดิ


๘๖ ของวินาทีเทานั้น แท  ที่จริงแล  ว การเจริญสตินั้นเปนสิ่งที่ ควรทำตลอดชีวิต เพ ื่อจิตจะไดไมจมแชอยูกับ ความลมหลงมุวเมาัและเมอเรื่มเจริ่ญสติยิอมมผลี ให ผ ูปฏิบัติได ขัดเกลาจิตใจของตนเดี๋ยวนั้น จนร ู เทาทันอารมณ ได รวดเร ็ วขึ้นเรื่อยไป เปนการฝก ใหใจค  นเคยก ุบการมัสตีมากยิงขิ่นึ้ วิธีการนี้จึงเป นเพียงทางเลือกหนึ่งในการ เจรญสติ ิหากผอ ูานฝ  กปฏ บิตัวิธิการใดแล ี วได  ผล  พงปฏ ึบิตัวิธิการนี นให ั้ต  อเนองเถื่ดิแลวจะเห  นผล ็ ของการเจรญสติเองิ และผ ูเขียนมั่นใจวาวิธีการที่พอแมครู อาจารย  ทั้งหลายแนะนำไวเป นวิธีการที่ถูกต  อง ทั้งสิ้น เพราะเป นวิธีที่ทานมีประสบการณ ตรง ประสบความสำเร็ จด  วยวิธีการปฏิบัติอยางนั้น มากอนจ งนำมาส ึงสอนั่สวนศษยิ จะประสบความ  สขงุ ายๆแคปลายจม กู


สำเร็ จหรือไมก ็ ขึ้นอยูที่ความเพียร อุปนิสัยและ บารมธรรมของศีษยิเอง  หากปฏิบัติแล วไมได ผล คือปฏิบัติแล  ว ไมมีอะไรเปลี่ยนแปลง เชนยังหลงชอบ หลงชัง, ยงตัดนิมิติ, ยงตัดสิขุ , ตดความสงบิ , ตดความวิาง , ยงสงสั ยในการปฏ ับิตัอยิอยูางไม เลกลาิ , ยงตัดยิดึ ในรูปแบบหรื อครูบาอาจารยอย  ูเหม ื อนเดิม ก ็ ควร เฉลยวใจและแสวงหาว ีธิการอีนเหมาะสมักบตนเองั อาจเปนเพราะอาจารย  และศ  ษยิ ไม เคยเกอกื้ลกูนมาั แตอดตีหรออืบายธรรมของอาจารยุไม เหมาะกบั ศิษย  ก ็ไดไมควรยึดติดถ ื อมั่นกับวิธีการหร ื อ พอแมครูอาจารย  จนเกินไปนัก และหากสำนักไหนสอนการปฏิบัติที่ผิด เพี้ยนจากคำสอนของพระพุทธเจา หร ือสอนให ยึดอารมณ  อ ื่นนอกจากกายใจแลว ผูปฏิบัติก็ควร ระแวงไวกอน ๘๗ ฝากไวใหคดิ


๘๘ ผ ูเขียนมีความเห ็ นวา ไมมีวิธีการใดที่ใช ไดก  บทักคนุ เพราะสรางกรรมมาแตกต  างกนัจรติ อปนุสิยจังตึางก นไปด ัวย  ถาทานมีพอแมครูอาจารย  อยูแลว ก็ควร ปรึกษา ขอคำชี้แนะจากทานอยูเสมอเถิด อยามัว คาดเดาคิดหาคำตอบเอาเอง อาจหลงทางไดงาย การปฏิบัติธรรมก็จะกาวหนาอยางรวดเร็ว ฉะนนไม ั้วาจะนบถั อศาสนาไหน ืถอลืทธั ิ นกายใด ิทกคนกุล ็ วนแต  มความทีกขุท  งสั้นิ้จงควรึ รีบดับทุกข  ของตนเอง ด  วยการเจริญสติวิธีใดวิธี หนึ่ง หรือวิธีการเจริญสติทั้ง ๖ ข  อดังที่กลาวมา แล  วนี้เถิด ไมเกิน ๓ เดือน ทานจะเห ็ นความ เปลี่ยนแปลงของจิตใจและรับรองตนเองได วา ชวีตทิมี่ความี “ร, ูตน ื่ , เบกบานิ ” นนเป ั้นอย  างไร  โดยไมตองม  วีตถั อะไรมาเตุมเติมช ็ วีตกิ ได็  เพราะ ชีวิตไมสามารถเติมเต ็มได ด  วยวัตถุแท  จริงแล  ว สขงุ ายๆแคปลายจม กู


เพียงใจรูเทาทันทุกข  เทานั้น ศานติสุขก็จะเกิด ขนเองึ้แลวจะร  ว ูาความสขอยุใกล ูต  วเกันกวิาทคี่ณุ คดไว ิเส ยอีกีเพราะ...“สขงุ ายๆแคปลายจม กู” นี่เอง ๘๙ ฝากไวใหคดิ


๙๐ เสนทางสร  างบ  ญุ ๑. เชิญรวมสรางอุโบสถวัดวังหิน ติดตอ บริจาคได ที่พระครูปลัดวิมลสิริวัฒน  เจ าอาวาส หรือพระมหาวิเชียร ชินวํโส โทร.๐๘-๗๓๐๘- ๔๓๘๗ หรือโอนเงินเข  าบัญชีธนาคารออมสิน สาขาทามะปราง  พษณิ โลกุบญชัเลขที ี่๐๔- ๒๗ ๐๘-๒๐-๐๔๐๗๐๒๐ ๒. กองทุนจิตภาวนาชินวงส  เพื่อการ ปฏิบัติวิปสสนากรรมฐาน ติดตอสอบถามได ที่ คุณสมจิตร คำมินเสก โทร.๐๘-๙๖๔๔-๓๔๖๗ หรือ บริจาคโดยการโอนเงินเข  าบัญชีธนาคาร ไทยพานชยิ  บญชัเลขที ี่๘๗๓-๒๐๓-๗๕๕-๙ สขงุ ายๆแคปลายจม กู เส้นทางสร้างบุญ ๑. สร้างอุโบสถวัดวังหินติดต่อบริจาคได้ที่พระครู ปลัดวิมลสิริวัฒน์เจ้าอาวาส หรือพระมหาวิเชียร ชินวํโส โทร ๐๘๗-๓๐๘๔๓๘๗ หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ออมสิน สาขาท่ามะปราง พิษณุโลก บัญชีเลขที่๐๕-๔๙๐๐- ๔๐-๗๐๒๑ ๒. กองทุนจิตภาวนาชินวงส์ เพื่อการจัดกิจกรรม โครงการลานศีล-เล่นสี, โครงการทัวร์ศีล ๕, โครงการ พัฒนาชีวิตด้วยจิตภาวนา และโครงการความรู้สู่ความ สุขช่วงสุดท้ายของชีวิต ติดต่อสอบถามคุณสมจิตร ดำ มินเสก โทร. ๐๘๙-๖๔๔๓๔๖๗ หรือโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อย ถ.บรมไตรโลกนารถ พิษณุโลก บัญชีเลขที่ ๘๗๓-๒๐๓-๗๕๕-๙ ๓. สร้างกุฏิกรรมฐาน เพื่อเป็นที่พักให้แก่ผู้เจริญ สติราคาหลังละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท หรือบริจาคตามกำลัง ศรัทธา ติดต่อบริจาคได้ที่ คุณประชุม สุขเสวก ไวยาวัจกร โทร. ๐๘-๑๘๘๘-๕๒๗๖ หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร กรุงเทพ สาขาถนนสิงหวัฒน์พิษณุโลก บัญชีเลขที่ ๕๓๕- ๐-๔๐๖๔๙-๑


๔. กองทุนเผยแผ่ธรรม เพื่อผลิตสื่อวีซีดีธรรมะ และหนังสือธรรมะ ติดต ่อบริจาคได้ที่ พระมหาวิเชียร ชินวํโส โทร. ๐๘๗-๓๐๘๔๓๘๗ หรือโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนสิงหวัฒน์พิษณุโลก บัญชีเลข ที่ ๕๓๕-๐-๒๒๔๕๑-๔ ๓. กองทุนเผยแผธรรม เพื่อผลิตสื่อวีซีดี ธรรมะและหนังสือธรรมะเพื่อการเจริญสติ บริจาคได ที่พระมหาวิเชียร ชินวํโส โทร.๐๘- ๗๓๐๘-๔๓๘๗ หรือโอนเงินเข  าบัญชีธนาคาร กรุงเทพฯ สาขาถนนสิงหวัฒน  พิษณุโลก บัญชี เลขท ี่๕๓๕ - ๐ - ๒๒๔๕๑-๔ ๔. เพอสาธารณ ื่ปโภคูคาน้ำประปา-ไฟฟา ติดตอบริจาคได ที่วัดวังหิน โทร. ๐๘-๗๓๐๘- ๔๓๘๗ หรือโอนเงินเข  าบัญชีธนาคารกรุงเทพฯ สาขาถนน สงหวิฒนั  พษณิ โลกุบญชัเลขที ี่๕๓๕ -๐-๒๗๔๗๑๗ ๙๑ เสนทางสร างบญุ เชิญศึกษาและสนทนาธรรมได้ที่ www.chinawangso.net เพื่อนร่วมทางสู่ความพ้นทุกข์


Click to View FlipBook Version