คำ นำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) นี้ จัดทำ ขึ้นเพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับ พฤษศาสตร์ชุมพร เช่น ชื่อท้องถิ่น ชื่อสามัญ ลักษณะทางพฤษศาสตร์ ลักษณะลำ ต้น ลักษณะใบ ช่อดอก และอื่นๆ คณะผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เล่มนี้จะเป็น ประโยชน์สำ หรับคนที่สนใจในเร่ืองพฤษศาสตร์จังหวัดชุมพรและได้ประโยชน์จากหนังสือ E-Book เล่มนี้ไม่มากก็น้อย คณะผู้จัดทำ นางสาวจีรนันท์ นามเหลา นางสาวปิยาพัชร อินทร์ช่วย นางสาวสิริวิมล นิลช่วย นางสาวสุชาวดี นาพิรุณ
สารบัญ เรื่อง หน้า ต้นเล็บครุฑ 1 มะเดื่อชุมพร 2-3 ใบไม้สีทอง,เถาใบสีทอง,เถาดาโอะ 4-5 ราชพฤกษ์ 6-7 ต้นไข่เน่า 8-9 โกสนเเส้ม้า 10-11 ต้นบุนนาคมงคล 12-13 สักทอง 14-15 พะยอมก้านเเดง 16-17 เขียวหมื่นปี 18-19 ต้นเหรียง 20-21 ต้นเล็บรอก 22-23 ต้นมะริด 24-25 ต้นมันปู 26 ต้นมะฮอกกานี 27-28 เพกา 29 สะตอ 30-31
ชื่อท้องถิ่น(ชื่อพื้นบ้าน) : เล็บครุฑ ชื่ออื่น : เล็บครุฑทอด มันครุฑตรี ชื่อสามัญ : เล็บครุฑ ชื่อพฤกศาสตร์ : Ployscias furticosa ต้นเล็บครุฑ สรรพคุณ ใบ รสหอมร้อน ใช้พอกแก้ปวด ทั้งต้น รสฝาดหอม เป็นยาฝาดสมาน แก้ไข้ราก รสหอมร้อน ต้มดื่มขับปัสสาวะ สูดดม ขับเหงื่อ ระงับประสาท ปวดข้อ ลักษณะทางพฤกศาสตร์ ต้นเล็บครุฑเป็นไม้พุ่มที่มีขนาดความสูงตั้งแต่ 1-3 เมตร หากเป็นพันธุ์แคระก็จะอยู่ที่ประมาณ 20-60 เซนติเมตร เปลือกไม้เป็นสีน้ำตาลแดงไปจนถึงน้ำตาล เข้มผสมดำ มีรอยกระและรูระบายอากาศกระจายตัวอยู่ ทั่วไปตามกิ่งก้าน มากหรือน้อยแล้วแต่สายพันธุ์ มีการ แตกแขนงของกิ่งก้านค่อนข้างมากแต่ไม่รกรุงรัง ใบ เนื้อใบบาง มีสีเขียวอ่อนไปจนถึง เขียวเข้ม 1
มะเดื่อชุมพร ชื่อท้องถิ่น(ชื่อพื้นบ้าน) : มะเดื่อ ชื่ออื่น : มะเดื่ออุทุมพร มะเดื่อชุมพร ชื่อสามัญ : มะเดื่อ ชื่อวงศ์ : Moraceae ชื่อพฤกศาสตร์ : Ficus racemosa ชื่อสกุล : Ficus ลักษณะมะเดื่อชุมพร มะเดื่อเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นเป็นปุ่มแตกกิ่งก้านออก ใบ เดี่ยว ด้านหนึ่งหยาบ อีกด้านหนึ่ง มีขนอ่อน ลำต้นมียางสีขาว ผลอ อกเป็นกระจุก กลมแป้นหรือรูปไข่ เปลือกบาง 2
ประโยชน์ของมะเดื่อชุมพร 1. ใช้เป็นยาแก้ไข้ ถอนพิษไข้ กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้หัว ไข้กาฬ หรือ ไข้พิษทุกชนิด (ราก) 2. ช่วยกล่อมเสมหะและโลหิต (ราก) 3. ช่วยแก้อาเจียน (เปลือก) 4. ช่วยแก้อาการร้อนใน (ในคาบสมุทรมลายู) (ราก) 5. ช่วยแก้ธาตุพิการ (เปลือก) 6. ผลดิบช่วยแก้โรคเบาหวาน (ผลดิบ) 7. เปลือกต้นใช้รับประทานแก้อาการเสีย ท้องร่วง (ที่ไม่ใช่บิดหรือ อหิวาตกโรค) (เปลือกต้น) 8. ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก 9. ผลสุกมีฤทธิ์เป็นยาระบาย (ผลสุก) 10. ช่วยห้ามเลือดและชะล้างบาดแผล (เปลือกต้น) 11. ใช้เป็นยาสมานแผล (เปลือกต้น) 12. ช่วยแก้ประดงเม็ดผื่นคัน (เปลือก) 13. ในคาบสมุทรมลายูจะใช้รากต้มกับน้ำ ปรุงเป็นยาบำรุงหลังการคลอด บุตร (ราก) 3
ใบไม้สีทอง,เถาใบ สีทอง,เถาดาโอะ ชื่อวิทยาศาสตร์: Phanera aureifolia (K.Larsen & S.S.Larsen) Bandyop., Ghoshal & M.K.Pathak ชื่อสามัญ: Gold leaf Bauhinia ชื่ออื่น: ย่านดาโอ๊ะ วงศ์: FABACEAE 4
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น ไม้เถาเลื้อย มีเนื้อไม้ อายุหลายปี ยาวประมาณ 20 เมตร มีมือเกาะออกตามซอกใบ ปลายม้วนงอโค้ง ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปค่อนข้างกลม กว้าง 10-20 เซนติเมตร ยาว 8-15 เซนติเมตร ปลายและโคนเว้าลึก ใบอ่อนมีขนสั้นนุ่มสีน้ำตาลแดงหรือสีทองแดงปกคลุมหนา แน่น การปลูกเลี้ยงและการใช้ประโยชน์การปลูกเลี้ยง ดินทุก ชนิด ต้องการน้ำมาก ชอบแดดจัด ออกดอกตลอดทั้งปี การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง การใช้ประโยชน์ ปลูกให้ร่มเงา นิยมทำเป็นไม้ซุ้ม 5
ราชพฤกษ์ ชื่อสามัญ Golden shower, Indian laburnum, Pudding-pine tree, Purging Cassia ราชพฤกษ์ ชื่อวิทยาศาสตร์ Cassia fistula L. ต้นราชพฤกษ์นั้นสามารถนำมา ใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย เช่น การใช้เป็นยาสมุนไพรหรือ นำมาใช้ทำเป็นเสาบ้านเสาเรือน ได้ ฯลฯ ต้นราชพฤกษ์เป็นต้นไม้ที่ มีอายุยืนนานและแข็งแรงทนทาน ต้นราชพฤกษ์มีรูปทรงและพุ่มที่ งดงาม มีดอกเหลืองอร่ามเต็มต้น แลดูสวยงามยิ่งนัก ดอกราชพฤกษ์มี สีเหลือง 6
สรรพคุณของราชพฤกษ์ ช่วยบำรุงโลหิตใน ร่างกาย (เปลือก) สารสกัดจากลำต้นและใบของ ราชพฤกษ์มีฤทธิ์ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (ลำต้น, ใบ) สารสกัดจากเมล็ดมีฤทธิ์ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล (เมล็ด) ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจหรือถุงน้ำดี (ราก) ราชพฤกษ์มีสรรพคุณช่วยแก้ไข้ (ราก) 7
ต้นไข่เน่า ชื่อสมุนไพร: ไข่เน่า ชื่ออื่นๆ ชื่อท้องถิ่น:ฝรั่งโคก, คมขวาน (ภาคกลาง), ปลู (ภาคอีสาน, เขมร), ขี้เห็น (ภาค อีสาน, ลาว) ชื่อวิทยาศาสตร์: Vitex glabrata R.Br. ลักษณะทั่วไปของไข่เน่า ไข่เน่า จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ผลัดใบเรือน ยอดเป็นรูปกรวยแตกกิ่งในระดับต่ำมีความสูง 5-25 เมตร ลำต้นผิวเรียบเกลี้ยง หรือ อาจแตกเป็นสะเก็ด เป็นร่องตื้น ตามความยาวของลำ ตามความยาวของลำต้นเล็กน้อย ผิวลำ ต้นเล็กน้อย ผิวลำต้นมีสีน้ำ ต้นมีสีน้ำตาลแกมเหลือง ตาลแกมเหลือง และมีด่างเป็นดวงสีขาว กิ่งอ่อนมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ส่วน บริเวณกิ่งอ่อน และยอดอ่อนจะมีขนนุ่ม มีใบเป็นใบประกอบ ออกเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉากแบบนิ้วมือ โดยใน 1 ช่อใบ จะมี ใบย่อยสีเขียวเข้ม 3-5 ใบ 8
ประโยชน์และสรรพคุณไข่เน่า เป็นยาช่วยเจริญอาหาร แก้ท้องเสีย รักษาโรคเบาหวาน ช่วยบำรุงสมอง แก้บิด แก้เด็กถ่ายเป็นฟอง แก้โรคพยาธิในเด็กที่มีอาการเบื่ออาหาร รักษาโรคกระเพาะของเด็กทารก รักษาโรคลำไส้อักเสบของเด็กทารก แก้อาการเบื่ออาหารในเด็ก แก้ซางในเด็ก แก้โรคเกล็ดกระดี่ เป็นยาระบายช่วยบำรุงกระดูกบำรุงไต 9
โกสนแส้ม้า ชื่อวิทยาศาสตร์: Codiaeum variegatum (L.) Rumph. ex A.Juss. ชื่อสามัญ: Croton, Variegated Laurel, Garden Croton ชื่ออื่น: โกรต๋น กรีกะสม กรีสาเก 10
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น ไม้พุ่มขนาดกลาง สูง 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรง ผิวเรียบ สีน้ำตาลปน เทา แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มค่อนข้างแน่น ใบ ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับค่อนข้างถี่ ใบเรียวยาวรูปแถบ ปลายมน โคนมน ขอบเรียบ อาจมีรยางค์ที่ปลายใบคล้ายเส้นด้าย ใบสีเขียวเข้ม มี จุดประสีเหลือง ดอก ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ช่อดอกแบบช่อกระจะ ออกตามซอกใบและ ปลายกิ่ง ดอกสีขาว ไม่มีกลีบดอก มีแต่กลีบเลี้ยง ผล ผลค่อนข้างกลมขนาดประมาณ 1 เซนติเมตร มี 2-3 พู เมื่อแก่ผล แตกได้ เมล็ดสีน้ำตาล มี 2-3 เมล็ด แต่ละพูมี 1 เมล็ด การปลูกเลี้ยง ดินร่วน ต้องการน้ำปานกลาง แสงแดดจัดหรือแสงแดด รำไร การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง การใช้ประโยชน์ เป็นไม้มงคล นิยมปลูกประดับทั่วไป ใบมีลวดลาย แปลกตา และสีสันสวยงาม ทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี 11
ชื่อสามัญ: Iron wood, Indian rose chestnut ชื่อวิทยาศาสตร์: Mesua ferrea ลักษณะต้นบุนนาค ต้นบุนนาค โดยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มี ความสูงประมาณ 15-25 เมตร และอาจสูงได้ถึง 30 เมตร ลักษณะเป็นทรงยอดพุ่มทึบและแคบ มีทรงพุ่มใหญ่ลักษณะ คล้ายเจดีย์ต่ำ ๆ มีพูพอนเล็กน้อยตามโคนต้น เป็นไม้ไม่ ผลัดใบ เนื้อไม้แข็ง กิ่งก้านเรียวเล็กห้อยลง เปลือกต้นมีสี น้ำตาลเข้ม มีรอยแตกตื้น ๆ หลุดร่วงได้ง่าย ที่เปลือกชั้น ในจะมีน้ำยางสี ต้นบุนนาคมงคล 12
สรรพคุณของบุนนาค ช่วยชูกำลัง รักษาอาการอ่อนเพลีย (ดอก, ราก, แก่น) ช่วยแก้กระหาย แก้ร้อน อาการกระสับกระส่าย (ดอก) ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย (ดอก) ช่วยบำรุงโลหิต (ดอก, ราก, แก่น) ช่วยบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น (ดอก) ดอกบุนนาคมีสรรพคุณช่วยแก้ไข้ (ดอก) ใบใช้ตำ ใบใช้ตำเป็นยาพอกโดยผสมรวมกับน้ำ เป็นยาพอกโดยผสมรวมกับน้ำนมและน้ำ นมและน้ำมันมะพร้าวใช้ สุมหัวแก้ไข้หวัดอย่าง มันมะพร้าวใช้ สุมหัวแก้ไข้หวัดอย่าง แรง (ใบ) ช่วยแก้ไข้สำประชวร (ดอก, ราก, แก่น) ดอกใช้เป็นยารักษาไข้กาฬ (ดอก) ผลมีสรรพคุณช่วยขับเหงื่อ หรือจะใช้เปลือกต้นนำมาต้มรวมกับขิงกินก็ได้ (ผล, เปลือก ต้น) ดอกนำมาใช้เข้าเครื่องยาไทยสูตร “พิกัดเกสรทั้งห้า” (ดอกบุนนาค ดอกมะลิ ดอก พิกุล ดอกบัวหลวง ดอกสารภี), สูตร “พิกัดเกสรทั้งเจ็ด” (เพิ่มดอกจำปาและดอก กระดังงา), และสูตร “พิกัดเกสรทั้งเก้า” ดอกลำดวนและดอกลำเจียก) ซึ่งมีสรรพคุณ ช่วยบำรุงหัวใจ บำ รุงหัวใจ บำรุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น ช่วยทำ รุงดวงจิตให้ชุ่มชื่น ช่วยทำให้ชื่นใจ แก้ลมกองละเอียด อาการวิง ให้ชื่นใจ แก้ลมกองละเอียด อาการวิง เวียนศีรษะ หน้ามืดตาลาย แก้ร้อนในกระสับกระส่าย บำรุงครรภ์สตรี มีกลิ่นหอม (ดอก) เหลืองอ่อนเล็กน้อย 13
สักทอง ชื่อ: สักทอง หรือ เซบ่ายี้,ปีฮือ,ปา ยี้,เป้อยี ชื่อวิทยาศาสตร์:Tectona Grandis L.f. ลักษณะสักทอง ลำต้น เป็นเปลาตรงเปลือกเรียบหรือแตกเป็นร่องเล็กๆ สีเทา โคนเป็นพู พอนต่ำๆ เปลือกหนาประมาณ 0.3-1.7 เซนติเมตร เนื้อไม้มีสีเหลืองทอง ถึงน้ำตาลแก่ เสี้ยนตรง เนื้อหยาบ ใบ เป็นใบเดี่ยวใหญ่มาก ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ ปลายใบแหลมโคนมน ยาว 25-30 เซนติเมตร กว้างเกือบเท่ายาว ใบของต้นอ่อนจะใหญ่กว่านี้ มาก ผิวใบมีขนสากคายสีเขียวเข้ม ขยี้ใบสดจะมีสีแดงเหมือนเลือด ดอก มีขนาดเล็ก สีขาวนวลออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ผล เป็นผลแห้งค่อนข้างกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร เปลือกแข็ง ภายในมี 1-3 เมล็ด 14
ประโยชน์ของสักทอง ลำต้น เนื้อไม้ นำ ต้น เนื้อไม้ นำมาทำเครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ ประตูเสา คาน เครื่องเรือน เฟอร์นิเจอร์ ประตูเสา คาน โต๊ะ เก้าอี้ เตียง ปูพื้นอาคาร ใบ นำมาต้มดื่มลดน้ำ มาต้มดื่มลดน้ำตาลในเลือด และรักษาเบาหวาน หรือแก้ประจำ ตาลในเลือด และรักษาเบาหวาน หรือแก้ประจำ เดือนมาไม่ปกติ หรือดื่มแก้การอักเสบในลำคอ ใบอ่อนจะให้สีแดง จึงมักนำมาย้อมกระดาษและผ้า ดอก นำมาต้มดื่มขับปัสสาวะ แก่น นำมารักษาโรคผิวหนัง ขับยาพิษ ขับพยาธิ การเก็บเกี่ยว เวลาออกดอก เดือนมิถุนายน ถึง กรกฎาคม เวลาติดผล เดือนสิงหาคม ถึง ตุลาคม 15
ต้นมะเดื่อชุมพร ชื่อสามัญ Shorea, White Meranti ชื่อวิทยาศาสตร์ Shorea roxburghii G. Don. ลักษณะทางพฤษศาสตร์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ มีความสูงประมาณ 15-- 20 เมตร เส้นผ่าศุนย์กลางของลำต้นอาจยาวถึง 300 เซนติเมตร เปลือก ต้นมีสีน้ำตาลหรือสีเทาเข้ม แตกเป็นร่องตามยาวและเป็นสะเก็กหนา ส่วนเนื้อไม้มีสีเหลืองถึงสีน้ำตาล ลักษณะของต้นเป็นทรงพุ่มกลมสวยงาม มาก แตกกิ่งก้านจำนวนมาก ผลแห้งมีปีกแบบ Samara ลักษณะเป็น ทรงไข่และกระสวยร่องตามยาวและเป็นสะเก็กหนา ส่วนเนื้อไม้มีสีเหลือง ถึงสีน้ำตาล ลักษณะของต้นเป็นทรงพุ่มกลมสวยงามมาก แตกกิ่งก้าน จำนวนมาก ผลแห้งมีปีกแบบ Samara ลักษณะเป็นทรงไข่และกระสวย พะยอมก้านแดง 16
สรรพคุณ พะยอม สรรพคุณของดอกช่วยบำรุงหัวใจ (ดอก) สรรพคุณสมุนไพรพยอม ดอกใช้ผสมเป็นยาแก้ไข้ (ดอก) ดอกใช้ทำเป็นยาหอมไว้แก้ลม (ดอก) สรรพคุณต้นพยอมช่วยแก้อาการท้องร่วง ท้องเดิน (เปลือกต้น) เปลือกต้นใช้กินแทนหมาก ช่วยแก้ลำไส้อักเสบได้ (เปลือกต้น) เปลือกต้นมีสีสาร Tannin มาก สามารถใช้เป็นยาฝาดสมานแผลใน ลำไส้ได้ (เปลือกต้น) 17
ต้นมะเดื่อชุมพร ชื่อวิทยาศาสตร์: Aglaonena modestum Schott. ชื่อสามัญ: Silver evergreen. วงศ : ARACEAE. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้พุ่ม ลำต้นเป็นข้อปล้อง ลำต้นกลมตรง แตกใบอ่อนตรงส่วนยอดของ ลำต้นทีละใบ ส่วนที่ติดกับลำต้นมีลักษณะเป็นกาบใบ ใบเดี่ยว รูปใบ พาย ปลายใบเรียวแหลม โคนใบค่อยๆ สอบติดก้านใบ เส้นใบจม พื้น ใบนูนเป็นลอน ขอบใบบิด ลำต้น ก้านใบ และใบมีสีเขียวตลอด ดอก ช่อ มีกาบหุ้มดอกหรือกาบหุ้มปลี รูปไข่หรือค่อนข้างกลม สีเหลืองนวล ช่อ ดอกมีลักษณะแท่งทรงกระบอก ผล ผลมีลักษณะและขนาดเท่าลูกหว้าขนาดใหญ่ เมื่อแก่จัดเป็นสีเหลือง แก่ เขียวหมื่นปี 18
ประโยชน์ของเขียวหมื่นปี รากและใบใช้เป็นยาแก้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ แก้อาการไอเป็นเลือด ใช้เป็นยาดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ได้ น้ำคั้นจากต้นมีฤทธิ์ระคายผิวหนัง ในผู้ป่วยที่เป็นโรคข้ออักเสบจะทำให้ เลือดมาเลี้ยงดีขึ้น ตามความเชื่อเขียวหมื่นปีจะทำให้ผู้ปลูกมีอายุยืน และนำไปมอบเป็นของ ขวัญในทุกโอกาสได้ 19
ต้นมะเดื่อชุมพร ชื่อสามัญ : เหรียง สปีชีส์ ชื่อวงศ์ : Fabaceae ชื่อพฤกศาสตร์ : Parkia timoriana ลักษณะทางพฤษศาสตร์ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงประมาณ 30-50 เมตร ไม่ค่อยมีกิ่งก้านที่ ลำต้น เปลือกเรียบและหนาสีเทาปนเขียวอ่อน มีกลิ่นฉุน ลักษณะทั่วไป คล้ายสะตอ แต่พุ่มใบแน่น และเขียวทึบกว่า ใบใหญ่และหนากว่าสะตอ ลักษณะใบเป็นแบบช่อ ใบประกอบมี 18-33 คู่ ใบแคบปลายแหลม ใบแก่จะเป็นสีเหลืองร่วงเกือบหมดต้น และผลิใบใหม่แทน ลักษณะ ดอกเป็นดอกช่อแบบสะตอ ออกที่ปลายยอด เป็นก้านยาวสีเขียวสลับ น้ำตาล ลักษณะผลเป็นฝัก กว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร เมล็ดรูปไข่ ประมาณ 15-20 เมล็ดต่อฝัก ฝักแก่เต็ม ที่มีสีดำ เมล็ดในสีดำ เนื้อในเมล็ดมีสีเขียวเข้ม และมีกลิ่นฉุน ต้นเหรียง 20
สรรพคุณ หน่อเหรียง หรือ ลูกเหรียง หรือ เมล็ดเหรียง จะมีรสมัน สรรพคุณ แก้จุกเสียด ช่วยในการขับลม และช่วยให้เจริญอาหารได้ดี เปลือกต้น -เป็นยาสมานแผล ลดน้ำเหลือง เมล็ด -เมื่อแก่ตัดส่วนปลายนำไป เพาะให้แตกรากสั้นๆ รับประทานสด หรือดอง รส (รสทางยา) : มัน ฝาด 21
ต้นมะเดื่อชุมพร ชื่อท้องถิ่น: เล็กลอก เครืองูเห่า ผักแปม ป่า (เหนือ) ชื่อวิทยาศาสตร์: Toddalia asiatica (L.) Lam. ลักษณะทางพฤษศาสตร์ ต้นเล็บรอก เป็นไม้พุ่มรอเลื้อย หรือไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง กิ่งก้านเล็กเรียว เถาแก่มีปุ่มของนมหนามติดอยู่ทั่วไป ผิวสีน้ำตาลมีกระสีขาวเนื้อสีเหลือง เถา อ่อนสีเขียวมีหนามแหลมงุ้มใบ ใบประกอบแบบมี 3 ใบย่อย รูปรี รูปรี แคบ รูปไข่กลับ หรือรูปใบหอกกลับ ขอบใบจักเป็นซี่ถี่ๆ แผ่นใบสีเขียว เข้ม มีจุดน้ำมันกระจายทั่วใบ กว้าง 1-4 เซนติเมตร ยาว 3-10 เซนติเมตร มีกลิ่นคล้ายการบูร และตะไคร้ ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งและง่ามใบ ออกแบบแยกเพศ ยาวถึง 17 เซนติเมตร กลีบดอก มี 5 กลีบ รูปไข่ถึงรูป รี สีเหลืองอ่อนแกมเขียว ยาว 1.0-3.5 มิลลิเมตร ผล ลักษณะผลสด รูปไข่ กลับสีเขียว เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีส้ม เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-10 มิลลิเมตร มี ต่อมน้ำมันที่ผิว กลิ่นคล้ายพริกไทย ต้นเล็บรอก 22
สรรพคุณ ใบ - สด ต้มกับน้ำ ดื่มแก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลมในกระเพาะอาหาร,ดอก - ตากแห้ง ต้มกับน้ำ ดื่มช่วยขับเสมหะ แก้ไอแห้งๆ 23
ต้นมะเดื่อชุมพร ช่ือวิทยาศาสตร์ : Diospyros discolor Willd. วงศ์ : EBENACEAE ชื่ออื่น: โตมา (ภาคกลาง) ลักษณะทางพฤษศาสตร์ ผลัดใบ สูงได้ถึง 20 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาได้มาก เนื้อไม้แข็งและ เหนียว มีลายตามธรรมชาติเป็นสีดำปนสีชมพูหรือสีขาวหรือสีนวลคล้าย สีกาแฟนมคนยังไม่เข้ากัน ลักษณะพืชแยกเพศ ใบอ่อนสีเขียวอ่อน หรือออกสีชมพู มีขนเป็นมันปกคลุม ลักษณะดอก ออกเป็นช่อที่ซอกใบ แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยหลายดอก ดอกตัวผู้ออกเป็นกระจุก กลีบ เลี้ยงรูปท่อ ปลายเว้าเป็นสี่กลีบ กลีบดอกสีขาวอมเหลือง ดอกตัวเมียเป็น ดอกเดี่ยว ก้านดอกสั้นมากดอกใหญ่กว่าดอกตัวผู้เล็กน้อย ต้นมะริด 24
ประโยชน์ 1. ผลสุกรับประทานได้ มีไฟเบอร์สูง ช่วยในการขับถ่าย 2. เป็นไม้เนื้อแข็งที่สามารถใช้ทำเครื่องเรือน เครื่องดนตรีไทย ด้ามเครื่องมือ ด้ามปืน ฯลฯ 3. เนื้อไม้มีลวดลายที่สวยงาม และเป็นพันธุ์ไม้ป่าที่เคยหายาก ทำให้ต้นมะริดเป็นไม้ที่มีมูลค่าเทียบเท่าหรือเกือบเทียบเท่าไม้ พะยูง แต่ระยะเวลาในการปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตเร็วกว่า 4. เปลือกไม้นำมาบดให้ละเอียดและละลายน้ำให้เข้ากันจนเป็นเนื้อ ครีม นำมาทาบริเวณที่เป็นฝีได้ 5. เมล็ดนำมาทำเป็นยาแก้ไอ ช่วยบรรเทาอาการท้องร่วงได้ 25
ต้นมะเดื่อชุมพร ชื่อสามัญ : มันปู ชื่อวงศ์ : Euphorbiaceae ชื่อพฤกศาสตร์ : Glochidion Perakense Hook.f ลักษณะทางพฤษศาสตร์ ลำต้น: มีเปลือกสีน้ำตาล ใบ: เดี่ยว รูปรี เรียงสลับในระนาบเดียว ปลายใบแหลม โคนใบมนถึงสอบ ยอดอ่อนสีแดง ดอก: ช่อดอกเป็นช่อ กระจุกออกที่ซอกใบใกล้ปลายยอด ดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ไม่มีกลีบดอก มีแต่กลีบรวม 6 กลีบ สีแดงผล: กลมแห้ง หยักเว้าเป็นพู 5 - 6 พู เมื่อแก่มีสีแดงสดและแตกออกภายในมีเมล็ดสีดำ เหมาะปลูกให้ร่มเงา ยอดอ่อนกินเป็นผักสดจิ้มน้ำพริก ขนมจีนน้ำยา หลน แกง มีใยอาหารสูง ช่วยระบบขับถ่าย ภูมิปัญญาชาวบ้าน อาหาร และที่อยู่อาศัย ต้นมันปู 26
ต้นมะเดื่อชุมพร ชื่อวงศ์ : Meliaceae ชื่อสกุล : Swietenia ลักษณะทางพฤษศาสตร์ ต้น สูง 30-40 เมตร ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 3-4 เมตร ใน สภาวะที่เหมาะสม สูงได้ถึง 60 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 9 เมตร ต้องการแสง สามารถอยู่ในที่ได้รับแสงบางเวลาได้เช่นกัน เช่น ในป่า การขยายพันธุ์ เป็นพืชที่มีสองเพศในต้นเดียว ต้นตรง ทรงกระบอก มี รากพูพอนที่โคน เปลือกไม้ขรุขระ และหลุดล่อนเป็นชิ้นเล็ก ภูมิปัญญาชาวบ้าน อาหาร และที่อยู่อาศัย ต้นมะฮอกกานี 27
สรรพคุณ นิยมปลูกอยู่ทั่วไปริมทาง เพื่อประดับสวน และให้ร่มเงา เนือไม้มีมูลค่า สูงใช้ทาเครื่องเรือน กรอบประตูหน้าต่าง เครื่องดนตรีและเครื่องใช้ อื่นๆ และมีสรรพคุณเป็นยาพื้นบ้าน 28
ต้นมะเดื่อชุมพร ชื่อท้องถิ่น(ชื่อพื้นบ้าน) : เพกา ชื่ออื่น : ลิ้นฟ้า มะลิดไม้ ชื่อสามัญ : เพกา ชื่อวงศ์ : Bignoniaceae ชื่อพฤกศาสตร์ : Oroxylum indicum (L.)Vent ชื่อสกุล : Oroxylum ลักษณะทางพฤษศาสตร์ เพกาเป็นไม้ยืนต้นสูงประมาณ 3-12 เมตร มีใบเป็นประกอบแบบ ขนนก ใบย่อยเรียงตัวตรงข้ามออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด มีผลเป็นฝั่ก แบบขนาดใหญ่ รูปปดาบ ปลายฝักแหลมตรงกลางขอบมีรอยโป่งเล็กน้อย เมื่อฝักแก่รอบข้างของฝักจะปริแตก และปล่อยเมล็ดที่อยู่ข้างในฝักจำนวน มากมายออกมา เมล็ดมีลักษณะแบบสีน้ำตาลอ่อน ทั้งสองด้านมีเยื่อบางใส สีขาว โปร่งแสงคล้ายปีก ช่วยให้ปลิวไปกับกระแสลมได้ไกลๆ เพกา 29
ต้นมะเดื่อชุมพร ชื่อสามัญ Bitter bean, Twisted cluster bean, Stink bean สะตอ ชื่อวิทยาศาสตร์ Parkia speciosa Hassk. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Parkia macropoda Miq.) จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยสีเสียด (MIMOSOIDEAE หรือ MIMOSACEAE) สรรพคุณของสะตอ สะตอมีส่วนช่วยบำรุงสายตา ช่วยทำให้เจริญ อาหาร ช่วยป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยทำให้ เม็ดเลือดแดงเกาะกลุ่มกันได้ดีขึ้น มีผลต่อการแบ่งตัวของเซลล์ ช่วยลด ระดับน้ำตาลในเลือด เชื่อว่าการรับประทานเป็นประจำจะช่วยป้องกันการ เกิดโรคเบาหวานได้ ช่วยขับลมในลำไส้ ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ช่วยในการขับปัสสาวะ สะตอมีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยในการขับถ่าย แก้ปัสสาวะพิการ ช่วยแก้ไตพิการ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ สะตอ 30
ประโยชน์ของสะตอ ใช้ประกอบอาหาร เช่น สะตอผัดกุ้ง แกงป่าใส่สะตอ สะตอผัดกะปิกุ้งสด เป็นต้น ใช้แปรรูปเป็นสะตอดองได้ อีกด้วย ส่วนยอดสะตอนำมารับประทานเป็นผักเหนาะ ใบ ของสะตอใช้ทำ ของสะตอใช้ทำเป็นปุ๋ยบำ เป็นปุ๋ยบำรุงดิน ลำ รุงดิน ลำต้นของสะตอใช้ทำ ต้นของสะตอใช้ทำ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน 31