The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1เศรษฐศาสตร์_merged

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by supasara95, 2023-01-30 23:13:58

1เศรษฐศาสตร์_merged

1เศรษฐศาสตร์_merged

ก ค ำน ำ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชา ส21102 สังคมศึกษา 2 สาระ เศรษฐศาสตร์ เล่มที่ 1 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จัดท าขึ้นเพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน รายวิชา ส21102 สังคมศึกษา 2 ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ช่วยให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจการด ารงชีวิตของมนุษย์ ทั้งในฐานะปัจเจกบุคคลและการอยู่ร่วมกันในสังคม การปรับตัวตามสภาพแวดล้อม การจัดการ ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจ ากัด เข้าใจถึงการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย กาลเวลาตามเหตุปัจจัย ต่างๆ เกิดความเข้าใจในตนเองและผู้อื่น มีความอดทน อดกลั้น ยอมรับในความแตกต่าง และมี คุณธรรม สามารถน าความรู้ไปปรับใช้ในการด าเนินชีวิต เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ และสังคมโลก ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชา ส21102 สังคมศึกษา 2 สาระ เศรษฐศาสตร์ เล่มที่ 1 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สามารถน าไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนในเวลาเรียนปกติ ซึ่งมีกิจกรรมที่นักเรียนได้ฝึกทักษะ กระบวนการท างานและใช้สอนเพิ่มเติมให้กับนักเรียนนอกเวลาเรียน ผู้จัดท าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชา ส21102 สังคมศึกษา 2 สาระ เศรษฐศาสตร์ เล่มที่ 1 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เล่มนี้ คงเป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอนเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนานักเรียน ให้มีคุณภาพตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และ หลักสูตรโรงเรียนบรรพตพิสัยพิทยาคม ตามที่หวังไว้ทุกประการ และส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนสูงขึ้นต่อไป อัญชลี ไพโรจน์


ข สำรบัญ เรื่อง หน้ำ ค าน า ก สารบัญ ข ค าชี้แจง 1 ค าแนะน าส าหรับครูผู้สอน 2 ค าแนะน าส าหรับนักเรียน 3 จุดประสงค์การเรียนรู้ 4 แบบทดสอบก่อนเรียน 6 ใบความรู้ที่ 1.1 ความหมายของเศรษฐศาสตร์ 8 ใบกิจกรรมที่ 1.1 ความหมายของเศรษฐศาสตร์ 1 1 ใบความรู้ที่ 1.2 ขอบข่ายของเศรษฐศาสตร์ 1 2 ใบกิจกรรมที่ 1.2 ขอบข่ายของเศรษฐศาสตร์ 1 4 ใบความรู้ที่ 1.3 ทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์ 1 5 ใบกิจกรรมที่ 1.3 ทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์ 1 8 ใบความรู้ที่ 1.4 ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ 1 9 ใบกิจกรรมที่ 1.4 ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ 2 2 แบบทดสอบหลังเรียน 2 3 บรรณานุกรม 2 5 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 2 6 เฉลยใบกิจกรรมที่ 1.1 ความหมายของเศรษฐศาสตร์ 2 7 เฉลยใบกิจกรรมที่ 1.2 ขอบข่ายของเศรษฐศาสตร์ 2 8 เฉลยใบกิจกรรมที่ 1.3 ทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์ 2 9 เฉลยใบกิจกรรมที่ 1.4 ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ 30 เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน 3 1


1 ค ำชี้แจง ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชา ส21102 สังคมศึกษา 2 สาระเศรษฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ประกอบด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จ านวน 5 เล่ม ดังนี้ เล่มที่ 1 เศรษฐศาสตร์เบื้องต้น เล่มที่ 2 พฤติกรรมการบริโภค เล่มที่ 3 สถาบันการเงิน เล่มที่ 4 เศรษฐกิจประเทศไทย เล่มที่ 5 เศรษฐกิจพอเพียง ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชา ส21102 สังคมศึกษา 2 สาระ เศรษฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม แต่ละเล่มใช้ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ส21102 สังคมศึกษา 2 สาระ เศรษฐศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จ านวน 4 แผน เวลา 4 ชั่วโมง มีส่วนประกอบของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชา ส21102 สังคมศึกษา 2 สาระ เศรษฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ดังต่อไปนี้ 1. ค าน า 2. สารบัญ 3. ค าชี้แจง 4. ค าแนะน าส าหรับครูผู้สอน 5. ค าแนะน าส าหรับนักเรียน 6. จุดประสงค์การเรียนรู้ 7. แบบทดสอบก่อนเรียน 8. ใบความรู้ 9. ใบกิจกรรม 10. แบบทดสอบหลังเรียน 11. บรรณานุกรม 12. เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 13. เฉลยใบกิจกรรม 14. เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน


2 ค ำแนะน ำส ำหรับครูผู้สอน 1. ครูควรศึกษาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชา ส21102 สังคมศึกษา 2 สาระ เศรษฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 2. ครูควรศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชา ส21102 สังคมศึกษา 2 สาระ เศรษฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 3. ครูอธิบายเกี่ยวกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชา ส21102 สังคมศึกษา 2 สาระ เศรษฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ให้นักเรียนเข้าใจ 4. ครูน าแบบทดสอบก่อนเรียนให้นักเรียนท า เพื่อวัดความรู้พื้นฐานของนักเรียน บันทึกผล การสอบก่อนเรียนเก็บไว้ 5. ครูด าเนินการจัดการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ก าหนดไว้ในแต่ละแผน 6. ครูบันทึกผลการท าใบกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม แบบประเมินทักษะ/กระบวนการ 7. ครูน าแบบทดสอบหลังเรียนให้นักเรียนท า และบันทึกผลการสอบหลังเรียนเก็บไว้ น าคะแนนการสอนก่อนเรียนมาเปรียบเทียบความก้าวหน้าทางการเรียนของนักเรียนรายบุคคล


3 ค ำแนะน ำส ำหรับนักเรียน 1. ท าแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อวัดความรู้พื้นฐาน บันทึกผลการสอบก่อนเรียนเก็บไว้ 2. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ในแต่ละแผน โดยครูเป็นผู้ควบคุม หากมีปัญหาหรือข้อสงสัย ครูคอยตอบค าถามหรือข้อแนะน า 3. ศึกษาชุดกิจกรรม ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชา ส21102 สังคมศึกษา 2 สาระ เศรษฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ให้เข้าใจ และปฏิบัติตามด้วยความตั้งใจ 4. นักเรียนท าใบกิจกรรม อย่างตั้งใจ 5. นักเรียนท าแบบทดสอบหลังเรียน และบันทึกผลการสอบหลังเรียนเก็บไว้ 6. นักเรียนมีความตั้งใจในกิจกรรมการเรียนการสอน ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย อย่างเอาใจใส่


4 มำตรฐำนกำรเรียนรู้ และตัวชี้วัด กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 1 สำระที่ 3 เศรษฐศำสตร์ มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้ ทรัพยากรที่มีอยู่จ ากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ารวมทั้งเข้าใจหลักการ ของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการด ารงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ ส 3.1 ม.1/1 อธิบายความหมายและความส าคัญของเศรษฐศาสตร์ จุดประสงค์กำรเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถบอกความเป็นมา ความหมาย ความส าคัญของเศรษฐศาสตร์ได้ 2. นักเรียนตระหนักและเห็นคุณค่าความเป็นมา ความหมาย ความส าคัญของเศรษฐศาสตร์ 3. นักเรียนสามารถบอกประโยชน์ขอบข่าย เป้าหมายของเศรษฐศาสตร์ได้ 4. นักเรียนตระหนักและเห็นคุณค่าประโยชน์ขอบข่าย เป้าหมายของเศรษฐศาสตร์ 5. นักเรียนสามารถอธิบายทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์ได้ 6. นักเรียนตระหนักและเห็นคุณค่าทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์ 7. นักเรียนสามารถอธิบายปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ของเศรษฐศาสตร์ได้ 8. นักเรียนตระหนักและเห็นคุณค่าปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ของ เศรษฐศาสตร์


5 สำระส ำคัญ ความเป็นมาของเศรษฐศาสตร์ อดัม สมิธ กรมหมื่นสวรรค์วิไสยนรบดีฯ ดร.ทองเปลว ชลภูมิ ดร.ป๋วย อึ๊งภากร ความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์วิชาที่ศึกษาถึงการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่าง จ ากัด ความส าคัญของวิชาเศรษฐศาสตร์ระดับบุคคลและครัวเรือน ระดับผู้ผลิต ระดับประเทศ ประโยชน์ของวิชาเศรษฐศาสตร์ ขอบข่ายวิชาเศรษฐศาสตร์เศรษฐศาสตร์จุลภาค เศรษฐศาสตร์มหภาค ประโยชน์ของวิชาเศรษฐศาสตร์ ในฐานะผู้บริโภค ในฐานะผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการ ในฐานะรัฐบาล เป้าหมายในการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ ทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์ทรัพยากรมีจ ากัด ความต้องการ มีไม่จ ากัด ความขาดแคลน การเลือก ค่าเสียโอกาส สินค้าและบริการ ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ปัญหาว่าจะผลิตอะไร ควรจะจัดการผลิตอย่างไร ผลิตขึ้นมาควรให้กับใคร ความสัมพันธ์ของวิชา เศรษฐศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ การบริหารธุรกิจ รัฐศาสตร์ จิตวิทยา ประวัติศาสตร์ นิติศาสตร์ และอื่นๆ


6 แบบทดสอบก่อนเรียน ชื่อ – นามสกุล....................................................................................................ม.1/……..เลขที่............ ค ำชี้แจง ให้นักเรียนท ำเครื่องหมำย X ในข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดเป็นการกระท าที่แสดงให้เห็นว่าวิชาเศรษฐศาสตร์มีความส าคัญในระดับที่แตกต่างไปจากข้ออื่น ก. เด็กชายมะนาวรู้จักจัดสรรเงินค่าขนมวันละ 40 บาท เพื่อซื้อสิ่งของที่เขาต้องการอย่างมี ประสิทธิภาพ ข. นายมะม่วงตัดสินใจเลือกท างานที่จะท าให้เขามีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงครอบครัว ค. นายมะยมรู้จักจัดสรรเงินรายได้ในการใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้เพียงพอและมี ประสิทธิภาพ ง. นายมะกรูดเจ้าของโรงงานอาหารกระป๋องวางแผนผลิตสินค้าให้มีต้นทุนต่ าที่สุด 2. วิชาเศรษฐศาสตร์ให้ความส าคัญกับเรื่องใดมากที่สุด ก. การจัดสรรทรัพยากร ข. การกินดีอยู่ดีของประชาชน ค. การซื้อสินค้าและบริการที่คุ้มค่ากับราคา ง. ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ 3. นายกล้วย กู้ยืมเงินจากธนาคารมาซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างโรงงานและเครื่องจักรใหม่มาใช้ใน การผลิตยางรถยนต์ ข้อความนี้สอดคล้องกับปัจจัยการผลิตในข้อใด ก. ที่ดิน เงิน ทุน ข. เงิน โรงงาน ที่ดิน ค. ผู้ประกอบการ ที่ดิน ทุน ง. ผู้ผลิต ธนาคาร ที่ดิน 4. บิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์คือใคร ก. อริสโตเติล ข. อดัม สมิธ ค. มาร์โค โปโล ง. จอห์น ล็อก 5. การจัดสรรทรัพยากรที่มีจ ากัดไม่สอดคล้องกับความต้องการที่ไม่จ ากัดของมนุษย์ จะท าให้เกิด อะไรขึ้น ก. การขาดทุน ข. ความขาดแคลน ค. สินค้าล้นตลาด ง. การกักตุนผลผลิต


7 6. นายหมูปิ้งมีเวลาว่างช่วงเย็นเหลือพอที่จะท างานบ้าน แต่เมื่อเพื่อนมาชวนไปเล่นกีฬา เขาจึง เลือกที่จะไปกับเพื่อน จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคิดในทางเศรษฐศาสตร์ ก. ค่าเสียโอกาส ข. ค่าสูญเปล่า ค. การใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่า ง. การเสียประโยชน์ 7. ข้อความใดให้ความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์ถูกต้องที่สุด ก. วิชาที่เกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าและบริการ ข. วิชาที่เกี่ยวกับการสนองตอบต่อความต้องการของสมาชิกในสังคม ค. วิชาที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเมือง ง. วิชาที่เกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า 8. ขนุนชอบรับประทานอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดและดื่มน้ าอัดลมเป็นประจ า แสดงว่าขนุนไม่ปฏิบัติ ตามหลักการบริโภคในเรื่องใด ก. คุณภาพของอาหาร ข. ค่านิยมในการบริโภค ค. รสนิยมและความจ าเป็น ง. ความมีประโยชน์และความปลอดภัย 9. ปีนี้ขาดแคลนน้ าเพราะฝนทิ้งช่วงนาน ชาวนาต้องปลูกข้าวได้ครั้งเดียวจากที่เคยปลูกปีละ 2 ครั้ง ท าให้ผลผลิตข้าวไม่เพียงพอกับความต้องการของประชากร ข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับข้อใด ก. ค่าเสียโอกาส ข. ความขาดแคลน ค. ความแห้งแล้ง ง. ขาดปัจจัยการผลิต 10. ปัญหาที่เป็นผลมาจากการขาดแคลนทรัพยากรการผลิตคือข้อใด ก. การก่อการจลาจล ข. ผลผลิตตกต่ า ค. ความต้องการสินค้าของมนุษย์มีมากขึ้น ง. การแย่งชิงทรัพยากรและการกักตุนผลผลิต


8 ใบควำมรู้ที่ 1.1 เรื่อง ควำมหมำยของเศรษฐศำสตร์ ควำมเป็นมำของเศรษฐศำสตร์ แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ดังปรากฏอยู่ในหลักปรัชญาที่มีชื่อเสียง เช่น เพลโต อริสโตเติล จนกระทั่งในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 แนวความคิดทางเศรษฐศาสตร์จึงได้เริ่ม ศึกษากันอย่างจริงจัง ดังจะเห็นได้จาก อดัม สมิธ (Adam Smith) ได้แต่งหนังสือ เรื่อง “ความมั่งคั่ง แห่งชาติ” (The Wealth of Nations) ที่กล่าวว่ารัฐบาลควรเข้ามาแทรกแซงหรือเกี่ยวข้องกับการ ผลิตและการค้าให้น้อยที่สุด หนังสือเล่มนี้นับเป็นหนังสือทางเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของโลก และ อดัม สมิธ ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์ คนไทยรุ่นบุกเบิกที่เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์จากต่างประเทศเท่าที่มีการกล่าวถึงในเอกสาร มีเพียงไม่กี่ท่าน ท่านหนึ่งคือ กรมหมื่นสรรค์วิไสยนรบดีฯ (พระนามเดิม พระองค์เจ้าดิลกนพรัตน์) พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาส าเร็จปริญญาเอกจากประเทศ เยอรมนีในปีพ.ศ.2450 ทรงเขียนวิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิตในเรื่องที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจการเกษตรของ ไทย ท่านทรงรับราชการเพียง 5 ปีก็สิ้นพระชนม์ด้วยพระชนมายุเพียง 28 พรรษา บุคคลส าคัญใน กลุ่มบุกเบิกการเผยแพร่วิชาเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทยคือ พระยาสุริยานุวัตร ซึ่งเคยด ารงต าแหน่ง ที่ส าคัญคือ เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติท่านเป็นผู้เรียบเรียงและพิมพ์ต าราทาง เศรษฐศาสตร์เล่มแรกของไทย ชื่อ “ทรัพย์ศาสตร์” ในปี พ.ศ.2454 ต่อมา ดร.ทองเปลว ชลภูมิ ผู้สอนวิชาเศรษฐศาสตร์ขออนุญาตจากท่านน าหนังสือดังกล่าวมาจัดพิมพ์ใหม่และให้ชื่อว่า “เศรษฐศาสตร์ภาคต้น” เล่ม 1 และเล่ม 2 เพื่อใช้เป็นต าราเรียน อดัม สมิธ บิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์ พระยาสุริยานุวัตร (เกิด บุนนาค) ที่มา : http://www.google.co.th สืบค้นวันที่ 21 มกราคม 2557


9 ใน พ.ศ.2459 กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ทรงเขียนและจัดพิมพ์หนังสือชื่อ “ตลาดเงินตรา” (Money Market) ซึ่งปัจจุบันเรียกว่าตลาดเงิน ส่วนค าว่า “เงินตรา” ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Currency จนกระทั่ง พ.ศ.2473 โรงเรียนกฎหมายก่อตั้งปี พ.ศ.2440 โดยกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ได้ปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาและต่อมาในปีพ.ศ.2477 โรงเรียนกฎหมายได้รับการสถาปนาเป็น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ระยะแรกเปิดสอนระดับปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์เพียงสาขา เดียว ได้รับปริญญาธรรมศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ธ.บ. หลักสูตรธรรมศาสตรบัณฑิตมีเศรษฐศาสตร์ อยู่ 2 วิชา คือ “เศรษฐศาสตร์” และ “ลัทธิเศรษฐกิจ” ต่อมาสอนสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ในระดับ ปริญญาโทและปริญญาเอก ในการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระยะแรก ยังไม่มีผู้สอนที่จบเศรษฐศาสตร์โดยตรงอาศัยผู้สอนที่จบการศึกษาด้านกฎหมายจากฝรั่งเศส เวลานั้น อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ท างานเป็นล่ามภาษาฝรั่งเศสอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้สอบชิงทุน รัฐบาลไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ในปีพ.ศ. 2481 มหาวิทยาลัยจึงขอให้ท่านศึกษาด้านวิชา เศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ส าเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในปีพ.ศ.2484 ได้เกียรติ นิยมอันดับหนึ่งด้วยคะแนนสูงสุดของรุ่น และได้รับทุนเพื่อศึกษาต่อถึงระดับปริญญาเอก ต่อมาใน พ.ศ.2492 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ยกเลิกระบบการสอนแบบธรรมศาสตรบัณฑิต เปลี่ยน โครงสร้างโดยแยกเป็นคณะต่างๆ ได้ประกาศจัดตั้ง 4 คณะ ได้แก่ คณะนิติศาสตร์คณะรัฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ถือเป็นคณะเศรษฐศาสตร์คณะแรกของไทย โดยมีดร.เดือน บุนนาค เป็นคณบดี คณ ะเศรษ ฐศ าสต ร์คนแ รก ใน พ .ศ.2507 ด ร.ป๋ วย อึ๊งภ ากร ได้ม าด ารงต าแหน่งคณ บดี คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทย ได้ขยายกว้างอย่างมาก มีการจัดตั้งคณะเศรษฐศาสตร์หรือภาควิชาเศรษฐศาสตร์ในสถาบัน ระดับอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชนมากกว่า 15 แห่ง และผลิตบัณฑิตสาขาเศรษฐศาสตร์กว่า 3,000 คน ต่อปี


10 ควำมหมำยของวิชำเศรษฐศำสตร์ ด้วยเหตุที่มนุษย์มีความต้องการมากจนไม่มีขีดจ ากัด แต่ทรัพยากรมีอยู่จ ากัดท าให้มนุษย์ไม่ สามารถน าทรัพยากรมาบ าบัดความต้องการของตนเองได้อย่างพอเพียง จึงต้องมีการบริหารจัดการ อย่างเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น มนุษย์มีความต้องการด้านเพาะปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตมากที่สุด แต่ในความเป็น จริงทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ที่ดินและน้ า มีอยู่อย่างจ ากัดจึงไม่สามารถท าการเพาะปลูกได้เพียงอย่าง เดียว จ าเป็นต้องแบ่งปันที่ดินและน้ าบางส่วน ส าหรับท ากิจกรรมหรือการใช้ประโยชน์ประเภทอื่น ๆ ด้วย เช่น การสร้างที่อยู่อาศัย การเลี้ยงสัตว์ การสร้างเส้นทางคมนาคม เป็นต้น วิชาเศรษฐศาสตร์(Economics) คือ วิชาที่ว่าด้วยการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจ ากัดเพื่อ ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่มีไม่จ ากัด โดยมุ่งหมายให้เกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด ค าว่า “เศรษฐศำสตร์” (Economics) เป็นค าที่มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกว่า “Oikonomikos” (Oikos = บ้าน + nomos = การดูแลจัดการ) ซึ่งแปลว่าการบริหารจัดการของครัวเรือน อย่างไรก็ ตามค าว่า “เศรษฐศาสตร์” นั้น มีความหมายที่ลึกซึ้งและมีขอบเขตกว้างกว่ารากศัพท์เดิมมาก ถ้าพิจารณาค าว่าเศรษฐศาสตร์จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 หมายถึง วิชาว่า ด้วยการผลิต จ าหน่ายจ่ายแจกและการบริโภคใช้สอยสิ่งต่าง ๆ ของชุมชน ดังนั้น วิชาเศรษฐศาสตร์จึงมีค าจ ากัดความอย่างสั้น ๆ ว่า “เป็นวิชาที่ศึกษาถึงการจัดสรร ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจ ากัด เพื่อตอบสนองความต้องการอันไม่สิ้นสุดของมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ และให้เกิดประโยชน์สูงสุด” หรืออาจกล่าวได้ว่า เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่ให้ความส าคัญกับการจัดสรร ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่านั่นเอง ควำมส ำคัญของวิชำเศรษฐศำสตร์ 1. ระดับบุคคลและครัวเรือน ในการด าเนินชีวิตประจ าวันของบุคคลและครัวเรือนย่อม ประสบกับปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรอยู่ตลอดเวลา เพราะทรัพยากรมีจ ากัด วิชาเศรษฐศาสตร์ จะช่วยให้บุคคลและครัวเรือนจัดสรรทรัพยากรที่มีจ ากัดนั้นอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้รับประโยชน์ สูงสุด 2. ระดับผู้ผลิต ในการผลิตสินค้าและบริการต่าง ๆ ซึ่งจ าเป็นต้องใช้ทรัพยากรหรือปัจจัยการ ผลิต ผู้ผลิตก็ต้องประสบกับปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรเช่นเดียวกัน วิชาเศรษฐศาสตร์จะช่วยให้ ผู้ผลิตตัดสินใจว่าในการผลิตสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง จะต้องใช้แรงงาน วัตถุดิบเป็นจ านวนมากน้อย เท่าใด ในสัดส่วนอย่างไร จึงจะท าให้เสียต้นทุนการผลิตต่ าที่สุด และเมื่อผลิตสินค้าแล้วผู้ผลิตก็ต้อง ตัดสินใจต่ออีกว่าจะตั้งราคาขายส าหรับผู้บริโภคเท่าใด จึงจะท าให้ได้รับผลตอบแทนหรือก าไรสูงสุด


11 3. ระดับประเทศ ประเทศต่าง ๆ ทั้งที่พัฒนาแล้ว ก าลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนาต่างก็ต้อง ประสบกับปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าว ผู้บริหารประเทศ หรือรัฐบาลก็ต้องอาศัยความรู้ทางเศรษฐศาสตร์มาช่วยจัดสรรทรัพยากรให้แก่บุคคลเพื่อให้ประชาชน ได้รับประโยชน์สูงสุด ในขณะเดียวกันการแก้ปัญหาเศรษฐกิจอื่น ๆ เช่น ปัญหาการว่างงาน ปัญหา ความยากจน รัฐบาลสามารถน าความรู้ทางเศรษฐศาสตร์มาเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจ วางแผน บริหารงานและแก้ไขปัญหาด้วย ความรอบคอบ ความส าคัญของเศรษฐศาสตร์ประกอบด้วย ระดับบุคคล ระดับผู้ผลิต และระดับประเทศ ที่มา : http://www.google.co.th สืบค้นวันที่ 21 มกราคม 2557


12 ใบกิจกรรมที่ 1.1 เรื่อง ควำมหมำยของเศรษฐศำสตร์ ชื่อ – นามสกุล....................................................................................................ม.1/……..เลขที่............ ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบค าถามจากข้อต่อไปนี้ 1. สรุปความเป็นมาของเศรษฐศาสตร์พอเข้าใจ .............................................................................................................................................................. .. ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... 2. บอกความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... .......................................................................................................................................................... ...... 3. อธิบายความส าคัญของวิชาเศรษฐศาสตร์มาพอสังเขป ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... .................................................................................................................................... ............................ ...................................................................................................... .......................................................... ............................................................................................................................. ..................................


13 ใบควำมรู้ที่ 1.2 เรื่อง ขอบข่ำยของเศรษฐศำสตร์ ในชีวิตประจ าวันของมนุษย์ ย่อมต้องมีเรื่องคิดและตัดสินใจเกี่ยวกับการเลือกซื้อสินค้าและ บริการต่าง ๆ ซึ่งมีให้พิจารณาอยู่มากมายหลายชนิด หลายราคา และหลายยี่ห้ออยู่ตลอดเวลา ดังนั้น วิชาเศรษฐศาสตร์จึงสามารถน ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันของมนุษย์ได้ โดยมีปัจจัยหลาย ประการเข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องต่อการตัดสินใจดังกล่าว เช่น ราคาของสินค้า จ านวนเงินที่มีอยู่ รสนิยม ความพึงพอใจต่าง ๆ เป็นต้น ดังจะเห็นได้จากการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่มีราคาคุณภาพดี และผลิตภายในประเทศแทนสินค้าคุณภาพใกล้เคียงที่มีราคาแพงและน าเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งถือ เป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมตามหลักการทางเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งแสดงถึงรสนิยมที่เหมาะสมในการ รู้จักเลือกบริโภคและยังเป็นการช่วยเหลือประเทศชาติในทางอ้อม ครอบครัวหรือแม้แต่รัฐบาลก็เช่นเดียวกัน จ าเป็นต้องตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้จ่ายสิ่งต่าง ๆ ในลักษณะที่คล้ายคลึงกับการตัดสินใจของแต่ละคน ในระดับครอบครัวนั้น พ่อ แม่ หรือผู้น าของ ครอบครัวควรค านึงถึงบัญชีรายรับ-รายจ่าย ว่ารายได้โดยรวมของครอบครัวเป็นอย่างไร ทั้งนี้เพื่อ ตรวจสอบให้มั่นใจว่า ครอบครัวมีก าลังในการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการได้มากน้อยเพียงใด อาจกล่าวได้ว่า วิชาเศรษฐศาสตร์ช่วยให้มนุษย์รู้จักจัดสรรทรัพยากรซึ่งมีอยู่น้อยนิดให้ เพียงพอแก่การตอบสนองความต้องการอันมีอยู่ไม่จ ากัดของตนนั่นเอง ประโยชน์ของวิชำเศรษฐศำสตร์ 1. ในฐำนะผู้บริโภค ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์จะช่วยให้ผู้บริโภคจัดสรรรายได้ที่มีอยู่อย่าง จ ากัดไปซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม คุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด 2. ในฐำนะผู้ผลิตหรือผู้ประกอบกำร ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์จะช่วยให้ผู้ผลิตน าไปใช้ ตัดสินใจในการด าเนินธุรกิจว่าจะท าธุรกิจใด ใช้เทคนิคการผลิตอย่างไรเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ผลิต สินค้าในปริมาณเท่าใด ราคาเท่าไร จึงจะเสียต้นทุนต่ าที่สุดหรือได้รับก าไรสูงสุด 3. ในฐำนะรัฐบำล ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์จะช่วยให้รัฐบาลเข้าใจสาเหตุและผลของปัญหา ทางเศรษฐกิจของประเทศและสามารถวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไขโดยก าหนดออกมาเป็นนโยบายทาง เศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น การจัดเก็บภาษี การบริหารงบประมาณ การลงทุนในสาธารณูปโภค สาธารณูปการ การสาธารณสุข การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การบริหารหนี้ภาครัฐ เป็นต้น เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ


14 วิชาเศรษฐศาสตร์มีความประสงค์ที่จะก าหนดแนวทาง หรือนโยบายในการแก้ปัญหาการ จัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอ และแก้ไขปัญหาความขาดแคลนที่เกิดขึ้นในสังคมให้บรรเทาลง นอกจากนี้ วิชาเศรษฐศาสตร์ยังมุ่งพัฒนาตามแนวทางหรือนโยบายที่จะท าให้สังคมมีสภาพความ เป็นอยู่ดีขึ้นให้มากที่สุด ขอบข่ำยของวิชำเศรษฐศำสตร์ วิชาเศรษฐศาสตร์ศึกษาครอบคลุมถึงประเด็นต่าง ๆ มากมาย โดยพยายามอธิบายถึง ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรทรัพยากรและการแก้ไขปัญหาบางประการที่สังคมไม่พึง ปรารถนา ด้วยเหตุนี้ นักเศรษฐศาสตร์ได้แบ่งขอบข่ายของการศึกษาเศรษฐศาสตร์ออกเป็น 2 สาขาวิชาใหญ่ๆ คือ 1. เศรษฐศำสตร์จุลภำค (microeconomics) เป็นการศึกษาถึงพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ ในส่วนย่อยระดับบุคคล หรือองค์กรธุรกิจหน่วยใดหน่วยหนึ่ง เช่น การศึกษาถึงพฤติกรรมของ ผู้บริโภค พฤติกรรมของผู้ผลิตในการก าหนดราคาสินค้า ตลาดสินค้า และปัจจัยการผลิต เนื่องจาก เศรษฐศาสตร์จุลภาคส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการก าหนดราคาของสินค้าและบริการหรือปัจจัยการผลิต ท าให้ในบางครั้งเรียกเศรษฐศาสตร์จุลภาคว่า “ทฤษฎีราคา” 2. เศรษฐศำสตร์มหภำค (macroeconomics) เป็นการศึกษาพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งระบบในระดับส่วนรวมของประเทศ เช่น รายได้ประชาชาติ ปริมาณเงิน การบริโภค การออมและ การลงทุน การจ้างงาน การค้าระหว่างประเทศ การคลัง หนี้สาธารณะ การพัฒนาเศรษฐกิจรวมถึง ปัญหาการว่างงาน ปัญหาเงินเฟ้อ เงินฝืด เป็นต้น เป้ำหมำยในกำรศึกษำวิชำเศรษฐศำสตร์ 1. มุ่งท าความเข้าใจในพฤติกรรมทางด้านเศรษฐกิจของมนุษย์ เช่น ศึกษาถึงพฤติกรรม ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า เพื่อน าไปใช้วางแผนการผลิตหรือแนวโน้มของราคาสินค้าบริโภคที่ ส าคัญ นอกจากนี้ ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ยังก่อให้เกิดประโยชน์อีกแก่หลายฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการ นักบัญชี แพทย์ เภสัชกร วิศวกร สถาปนิก หรือศิลปิน เพราะสามารถน าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการศึกษาสภาพตลาดและราคาที่มีความเกี่ยวข้องกับตน ตลอดจนเข้าใจนโยบายของรัฐที่ควบคุม ธุรกิจของตนเองอยู่ 2. เพื่อท าความเข้าใจถึงสภาพปัญหาและผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่เป็น ผลมาจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ เช่น การที่ราคาน้ ามันสูงขึ้นเรื่อย ๆ จะมีผลต่อการด าเนินชีวิตของ ประชาชนอย่างไร


15 3. เพื่อให้เกิดความเข้าใจการออกนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาทางด้าน เศรษฐกิจ เช่น การที่รัฐบาลกู้เงินจากต่างประเทศเพื่อลงทุนในกิจการสาธารณูปโภค การให้สัมปทาน แก่เอชนลงทุนด้านคมนาคมขนส่ง การจ่ายเงินลงไปยังหมู่บ้านเพื่อกระตุ้นการสร้างงานและสร้าง รายได้ให้กับผู้ยากจนในท้องถิ่น การเก็บภาษีสินค้าบางประเภทเพิ่มขึ้นเพื่อหารายได้ชดเชย เป็นต้น การมีความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์จะช่วยท าให้เกิดความเข้าใจและจะได้ให้ความร่วมมือหรือให้ ข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์ต่อการด าเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ


16 ใบกิจกรรมที่ 1.2 เรื่อง ขอบข่ำยของเศรษฐศำสตร์ ชื่อ – นามสกุล....................................................................................................ม.1/……..เลขที่............ ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบค าถามจากข้อต่อไปนี้ 1. จงบอกประโยชน์ของวิชาเศรษฐศาสตร์ในฐานะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ พอเข้าใจ ฐานะผู้บริโภค ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ฐานะผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ฐานะรัฐบาล ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... 2. อธิบายขอบข่ายของวิชาเศรษฐศาสตร์พอสังเขป ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... .......................................................................................................................................................... ...... ............................................................................................................................ .................................... ............................................................................................................................. ...................................


17 ใบควำมรู้ที่ 1.3 เรื่อง ทรัพยำกรทำงเศรษฐศำสตร์ ทรัพยำกรทำงเศรษฐศำสตร์ ด้วยเหตุที่ทรัพยากรที่มีอยู่ในโลกล้วนมีจ ากัด ดังนั้น เราจึงไม่สามารถแสวงหาสิ่งต่าง ๆ มา ตอบสนองความต้องการอันไม่จ ากัดของเราได้อย่างครบถ้วน จึงท าให้เกิดความขาดแคลนขึ้น เราจึง ต้องเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จ ากัดนี้ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด อย่างไรก็ดี การที่เราไม่สามารถ เลือกหรือท าทุกสิ่งทุกอย่างได้พร้อม ๆ กันในเวลาเดียว จึงท าให้มีค่าเสียโอกาสเกิดขึ้น ซึ่งสามารถ อธิบายให้ละเอียดยิ่งขึ้นได้ดังต่อไปนี้ 1. ทรัพยำกรมีจ ำกัด (Limited Resources) ทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์ เรียกอีกอย่าง หนึ่งว่า ทรัพยากรการผลิต (productive resources) หรือปัจจัยการผลิต (factors of production) หมายถึง สิ่งที่น ามาใช้ในการผลิตสินค้าและบริการเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ซึ่งทรัพยากรทาง เศรษฐศาสตร์สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทดังนี้ 1.1 ที่ดิน (land) คือ พื้นดิน รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่บนผิวดิน ปะปนในดิน และ ในอากาศเหนือพื้นดินนั้น 1.2 แรงงำน (Labor) คือ มนุษย์ผู้ใช้ก าลังกายและก าลังความคิดในการผลิตสินค้าและ บริการ แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ แรงงานฝีมือ และแรงงานไร้ฝีมือ 1.3 ทุน (capital) ในความหมายทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึง สิ่งที่สามารถใช้ได้คงทน และผลิตสินค้าและบริการได้โดยตรง เช่น โรงงาน เครื่องจักร อุปกรณ์การผลิตซึ่งแตกต่างจาก ความหมายทางธุรกิจ หมายถึง เงินสด หรือเงินที่ใช้ในการด าเนินงาน 1.4 กำรประกอบกำร (entrepreneurship) คือ การรวบรวมปัจจัยการผลิตต่าง ๆ มา ผลิตสินค้าและบริการ ผู้ที่ท าหน้าที่นี้เรียกว่า ผู้ประกอบการ (entrepreneur) 2. ควำมต้องกำรมีไม่จ ำกัด (Unlimited Wants) มนุษย์โดยทั่วไปมีความต้องการ หรือความ อยากได้อยู่ตลอดเวลา โดยไม่มีขอบเขต เช่น เมื่อมีปัจจัยสี่คือ เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ยารักษาโรค และที่ อยู่อาศัยเพียงพอแล้วก็อยากได้สิ่งอ านวยความสะดวกสบาย สิ่งที่ให้ความเพลิดเพลินบันเทิงใจ สิ่งที่จะ เชิดหน้าชูตาและยกระดับฐานะทางสังคมของตนและอื่นๆ ต่อไปอีกไม่มีที่สิ้นสุด กิจกรรมทางเศรษฐกิจ เกี่ยวกับการตัดสินใจในการผลิตการกระจายและการแลกเปลี่ยนเกิดจากความพยายามที่จะสนองความ ต้องการอันไม่จ ากัดของมนุษย์ ความต้องการในทางเศรษฐศาสตร์ (economic wants) หมายถึง ความปรารถนาที่จะได้มา ซึ่งบางสิ่งบางอย่างที่มีอยู่แล้ว แต่ไม่เพียงพอหรือไม่มีอยู่เลย และเราต้องมีเงินพอที่จะซื้อหามาได้


18 ความต้องการของมนุษย์เป็นพื้นฐานเบื้องต้นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ คือ การผลิต การกระจาย การแลกเปลี่ยนและการบริโภค ส่วนความจ าเป็นทางเศรษฐศาสตร์ (economic needs) หมายถึง ความจ าเป็นขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ต้องมีไว้เพื่อสนองความต้องการเพื่อให้สามารถด ารงชีพได้ตาม อัตภาพ ได้แก่ ปัจจัยสี่ คือ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ส่วนความต้องการ เครื่องส าอาง เสื้อผ้าแฟชั่นราคาแพง เครื่องประดับ มีค่าเหล่านี้เป็นความต้องการทางเศรษฐศาสตร์ มิใช่ความจ าเป็นทางเศรษฐศาสตร์ ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีอาจมีสิ่งจ าเป็นส าหรับ การครองชีพเพิ่มขึ้น เช่น วิทยุ โทรทัศน์ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งแต่เดิมจัดเป็นของ ฟุ่มเฟือยส าหรับผู้มีรายได้สูงเท่านั้น ความต้องการในทางเศรษฐศาสตร์ จ าเป็นต้องสัมผัสได้และสามารถวัดหรือค านวณมูลค่าเป็น เงินได้ แต่มีความต้องการหลายประเภทที่ไม่สามารถสัมผัสและค านวณมูลค่าเป็นตัวเงินได้ เช่น ความ รักจากพ่อแม่ การยอมรับจากเพื่อนร่วมชั้น ความเคารพนับถือจากเพื่อนบ้าน ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงไม่ จัดเป็นความต้องการทางเศรษฐศาสตร์เราจะเห็น ได้ว่าเป็นเรื่องยากจะจ าแนกให้เห็นอย่างชัดเจน ระหว่างความต้องการและความจ าเป็นในทางเศรษฐศาสตร์ ตัวอย่างเช่น การมีบ้านหลังใหญ่ จ านวน ครอบครัวที่มีสมาชิกจ านวนมากก็จะถือได้ว่าเป็นความจ าเป็นต้องมีบ้านหลังใหญ่ แต่ส าหรับ ครอบครัวที่มีสมาชิกเพียงไม่กี่คนเท่านั้น การมีบ้านหลังใหญ่นับเป็นความต้องการสินค้าฟุ่มเฟือยและ ไม่จ าเป็นต่อการด ารงชีวิต เป็นต้น 3. ควำมขำดแคลน(Scarcity) หากเรามีทรัพยากรเหล่านี้อยู่มากมายหรือมีไม่จ ากัด เราก็ สามารถผลิตสินค้าและบริการสนองตอบความต้องการของคนในประเทศได้อย่างเพียงพอ ปัญหา ความขาดแคลน (scarcity) ในประเทศต่าง ๆ ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริงความขาดแคลน และปัญหาเศรษฐกิจยังคงมีอยู่ทั่วโลก เนื่องจากทรัพยากรการผลิตของประเทศต่าง ๆ มีอยู่อย่างจ ากัด แต่ความต้องการของคนเรามีมากมายไม่จ ากัดนั่นเอง เนื่องจากทรัพยากรทุกชนิดน าไปใช้ประโยชน์ได้ หลายทางจึงเป็นทางเลือก (choice) ประกอบกับการขาดสมดุลระหว่างทรัพยากรกับความต้องการ ของมนุษย์ จึงต้องมีการตัดสินใจเลือกใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นที่พึงพอใจของคน ส่วนใหญ่ ส่วนทางด้านการบริโภคก็จะต้องตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการที่มีประโยชน์ หรือให้ ความพอใจแก่ตนเพื่อให้คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป


19 4. กำรเลือก (Choice) ด้วยเหตุที่ทรัพยากรในการผลิตส่วนใหญ่จะมีความขาดแคลนอัน เนื่องมาจากปริมาณที่มีอยู่อย่างจ ากัด ดังนั้น การตัดสินใจเลือกใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมและให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุดจึงมีความจ าเป็น ตัวอย่างเช่น การใช้ประโยชน์จากที่ดิน ผู้ผลิตคือ เกษตรกรย่อมไม่ สามารถจะท าการเพาะปลูกในที่ดินได้ทั้งผืน เพราะต้องกันพื้นที่บางส่วนไว้ปลูกสร้างที่อยู่อาศัยกั้นเป็น คอกไว้เลี้ยงสัตว์กันไว้ท าประโยชน์ในกิจกรรมต่าง ๆ 5. ค่ำเสียโอกำส (Opportunity) การเลือกทุกกรณีจะมีต้นทุนการเลือก เรียกว่า ค่าเสีย โอกาส (opportunity cost) ซึ่งหมายถึง มูลค่าของทางเลือกที่ดีที่สุดในการใช้ทรัพยากร ที่ต้อง เสียสละไปเมื่อได้ตัดสินใจเลือกทางเลือกอื่น ในทางเศรษฐศาสตร์การเลือกจะเกิดขึ้นจากการ แลกเปลี่ยนการได้ใช้ทรัพยากรหนึ่ง ๆ โดยยอมเสียโอกาสใช้ทรัพยากรอื่นลักษณะเช่นนี้ เรียกว่า trade – offs 6. สินค้ำและบริกำร (Goods and Services) เกิดจากการน าปัจจัยในการผลิตมา ด าเนินการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเป็นสิ่งที่มีอรรถประโยชน์ (Utility) คือสามารถ สนองความต้องการของผู้บริโภค หรือท าให้ผู้บริโภคได้รับความพอใจได้ โดยไม่ค านึงว่าสิ่งนั้นจะขัดต่อ ศีลธรรม ผิดกฎหมายหรือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหรือไม่ เช่น หนังสือมีอรรถประโยชน์เพราะให้ ความรู้ ความบันเทิง สร้างความพอใจต่อผู้อ่าน เหล้า บุหรี่ ก็ถือว่ามีอรรถประโยชน์เพราะบ าบัดความ ต้องการของผู้เสพได้ แม้ว่าจะท าลายสุขภาพของผู้บริโภคและบางอย่างอาจเป็นสิ่งผิดกฎหมายด้วย


20 ทรัพยำกรทำง เศรษฐศำสตร์ ทรัพยากรมีจ ากัด ความต้องการ มีไม่จ ากัด ความขาดแคลน สินค้าและบริการ ค่าเสียโอกาส การเลือก ที่ดิน แรงงาน ทุน การประกอบการ


21 ใบกิจกรรมที่ 1.3 เรื่อง ทรัพยำกรทำงเศรษฐศำสตร์ ชื่อ – นามสกุล....................................................................................................ม.1/……..เลขที่............ ค าชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์ตามความเข้าใจ ทรัพยำกรทำงเศรษฐศำสตร์ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... .................................................................................................................................. .............................. ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................................... . ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ....................................................................................................................................................... ......... ......................................................................................................................... ....................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ...................................


22 ใบควำมรู้ที่ 1.4 เรื่อง ปัญหำพื้นฐำนทำงเศรษฐกิจ ความขาดแคลนที่เกิดขึ้น ท าให้ทุกสังคมเผชิญกับปัญหาในการใช้ทรัพยากรในท านอง เดียวกัน ซึ่งอาจสรุปเป็นปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ (Basic Economic Problems) ที่ส าคัญ 3 ประการคือ 1. ปัญหาว่าจะผลิตอะไร จ านวนเท่าใด หรืออะไร (What and how much be produce? Or What?) การที่แต่ละสังคมไม่สามารถผลิตสินค้าทุกชนิดที่ทุกคนต้องการได้ สังคมต่าง ๆ จึงต้อง ตัดสินใจว่า จะน าทรัพยากรที่มีอยู่จ ากัดและไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ ไปผลิตสินค้าอะไรบ้าง แต่ ละชนิดจะผลิตเป็นจ านวนเท่าใด เช่น จะผลิตอาหารจ านวนมากและผลิตเสื้อผ้าจ านวนน้อย หรือจะ ผลิตสินค้าเพื่อบริโภคในปีนี้ โดยอาจจะไม่มีการผลิตสินค้าอีกในปีต่อไป เป็นต้น และนอกจากจะต้อง ตัดสินใจเกี่ยวกับชนิดและจ านวนของผลผลิตแล้ว ยังต้องค านึงถึงผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรที่มี ต่อสิ่งแวดล้อม เช่น น้ า แร่ธาตุ ป่าไม้ และอื่น ๆ เป็นต้นด้วย 2. ปัญหาว่าควรจะจัดการผลิตอย่างไร หรืออย่างไร (How should production be organized? Or How?) การผลิตสินค้าแต่ละชนิด อาจจะมีวิธีการผลิตหลายวิธี เช่น การปลูกข้าว เกษตรกรอาจใช้แรงงานเป็นปัจจัยหลัก หรือใช้เครื่องจักรเป็นปัจจัยหลักหรือใช้ร่วมกันทั้งแรงงานและ เครื่องจักร เป็นต้น แต่ละสังคมจึงต้องหาวิธีที่สามารถท าให้ได้ผลผลิตมากที่สุดโดยเสียต้นทุนต่ าที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องของการหาความรู้เกี่ยวกับการผลิตให้เหมาะสม ส่วนจะเน้นการใช้ปัจจัยการผลิตประเภท ใด ก็ขึ้นอยู่กับว่าสังคมนั้นมีปริมาณและคุณภาพของปัจจัยการผลิตแต่ละประเภทมากน้อยเพียงใด เช่น ถ้ามีพื้นที่ขนาดใหญ่ ประชากรมาก ก็ควรเน้นการผลิตประเภทที่ใช้ที่ดินและแรงงาน เป็นต้น 3. ปัญหาว่าสินค้าที่ผลิตขึ้นมาควรให้กับใคร หรือเพื่อใคร (For whom should goods be produced? or For whom?) ปัญหาการกระจายผลผลิตเป็นปัญหาอีกประการหนึ่งที่แต่ละสังคม จะต้องตัดสินว่า จะกระจายสินค้าและบริการที่ผลิตขึ้นมาให้กับใครบ้าง เช่น จะให้กับเจ้าของ ทรัพยากรหรือเจ้าของปัจจัยการผลิตไปตามความสามารถในการผลิตคือ ผลิตมากได้มาก ผลิตน้อยได้ น้อยหรือไม่ หรือจะให้ตามความจ าเป็น โดยที่บุคคลนั้นอาจจะไม่ได้เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตหรือ ส่วนร่วมในการผลิตเลยหรือไม่ ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียต่างกันคือ ถ้าให้ตามความสามารถในการผลิต อาจจะส่งผลให้มีช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมากขึ้น เนื่องจากบุคคลต่าง ๆ มีความสามารถและ โอกาสในการผลิตแตกต่างกัน แต่ถ้าให้ตามความจ าเป็น ทั้ง ๆ ที่ไม่ประกอบอาชีพหรือไม่มีส่วนร่วมใน การผลิต ก็อาจจะท าให้บุคคลที่ท างานหนักขาดแรงจูงใจในการท างาน ซึ่งอาจจะส่งผลให้ผลผลิตรวม ของสังคมลดลงได้


23 ควำมสัมพันธ์ของวิชำเศรษฐศำสตร์กับศำสตร์อื่น ๆ เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่ศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ในด้านต่าง ๆ เช่น การเลือกการผลิต การบริโภค การด ารงชีวิตและการปฏิบัติต่อบุคคลต่าง ๆ ที่อยู่ในสังคมเดียวกันหรือต่างกัน ดังนั้น เศรษฐศาสตร์จึงเป็นวิชาหนึ่งของสังคมศาสตร์ ซึ่งเป็นการศึกษาปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในหมู่มนุษย์ที่มี ผลมาจากการอยู่รวมกันในสังคมและมีการด าเนินกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ซึ่งในการศึกษาและการ แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตลอดจนการจัดระเบียบวิธีที่เกี่ยวกับมนุษย์จ าเป็นที่วิชาเศรษฐศาสตร์ต้องไป เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับวิชาอื่น ๆ ในสังคมศาสตร์ เช่น การบริหารธุรกิจ รัฐศาสตร์ จิตวิทยา ประวัติศาสตร์ นิติศาสตร์ และอื่นๆ 1. เศรษฐศำสตร์กับกำรบริหำรธุรกิจ มีความสัมพันธ์กันกล่าวคือ ในการศึกษาเศรษฐศาสตร์ นั้นส่วนหนึ่งจะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ผลิต เช่น การศึกษาทฤษฎีการผลิต ต้นทุน การผลิตและตลาด ฯลฯ จะเห็นได้ว่าแต่ละหัวข้อจะมีความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในการด าเนิน ธุรกิจ ดังนั้นกล่าวได้ว่าการบริหารธุรกิจส่วนหนึ่งเป็นการน าความรู้ทางเศรษฐศาสตร์มาประยุกต์ เพื่อให้การด าเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือให้ได้รับก าไรสูงสุดและธุรกิจเจริญเติบโต ก้าวหน้า 2. เศรษฐศำสตร์กับรัฐศำสตร์ มีความสัมพันธ์กันในแง่ที่ว่าแต่ละประเทศจะไม่สามารถ พัฒนาเศรษฐกิจให้เจริญรุ่งเรืองได้หากประเทศไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง เนื่องจากนักลงทุนทั้งใน ประเทศและต่างประเทศไม่มีความมั่นใจจึงชะลอการลงทุน ท าให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย ในทาง กลับกัน หากนักลงทุนมีความมั่นใจในสถานการณ์ทางการเมือง การลงทุนจะเพิ่มขึ้น ท าให้เศรษฐกิจ เจริญเติบโต ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าปัญหาการเมืองกับปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาควบคู่กันไม่สามารถ แยกจากกันได้ กล่าวคือ จะต้องพัฒนาไปพร้อม ๆ กันประเทศจึงจะมีการพัฒนาอย่างมั่นคงและมี เสถียรภาพ 3. เศรษฐศำสตร์กับนิติศำสตร์มีความสัมพันธ์กันในลักษณะที่กฎหมายเป็นกฎเกณฑ์ที่ใช้ ควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์ในสังคม และส่วนหนึ่งจะต้องเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางเศรษฐกิจ ดังนั้น หากนักกฎหมายมีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ย่อมจะเป็นผลดีต่อการตราหรืออกใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับเศรษฐกิจของประเทศ ในท านองเดียวกัน เนื่องจากกฎหมายเป็นเครื่องมือส าคัญที่ใช้ในการแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นนักเศรษฐศาสตร์เองจ าเป็นจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายด้วย ทั้งนี้เพื่อการใช้กฎหมายในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะได้เป็นไปตามที่มุ่งหวัง


24 4. เศรษฐศำสตร์กับประวัติศำสตร์วิชาประวัติศาสตร์เป็นการศึกษาเกี่ยวกับเหตุการณ์ใน อดีต ซึ่งส่วนหนึ่งสามารถใช้เป็นบทเรียนหรือเป็นแนวทางในการวางแผนพัฒนาและแก้ปัญหา เศรษฐกิจ อย่างน้อยที่สุดประวัติศาสตร์จะเป็นกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงล าดับของเหตุการณ์ในอดีต ที่เกิดขึ้น ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์จึงเป็นเรื่องที่มีความส าคัญต่อทุกสาขาวิชา รวมทั้งวิชา เศรษฐศาสตร์ด้วย ดังจะเห็นได้จากปัจจุบันได้มีการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของการเรียนการสอนทางด้านเศรษฐศาสตร์ในระดับมหาวิทยาลัย 5. เศรษฐศำสตร์กับจิตวิทยำ เนื่องจากวิชาเศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องที่ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรม ของมนุษย์ ดังนั้นความรู้ในด้านจิตวิทยาจึงมีส่วนส าคัญต่อการเรียนรู้ทางเศรษฐศาสตร์ เพราะต่าง ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ เช่น การจะอธิบายปรากฏการณ์บางอย่างที่เกี่ยวกับ เศรษฐศาสตร์ เช่น การเลือกบริโภคสินค้าของผู้ซื้อถ้ามีความรู้เกี่ยวกับจิตวิทยาของมนุษย์ย่อมช่วยให้ เข้าใจการกระท าบางอย่างของมนุษย์ได้ ในเวลาเดียวกัน นักจิตวิทยาอาจน าความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ มาอธิบายพฤติกรรมของมนุษย์ได้ 6. เศรษฐศำสตร์กับคณิตศำสตร์และสถิติสาขาหนึ่งของวิชาเศรษฐศาสตร์ที่ศึกษากันอยู่ใน ปัจจุบันคือการศึกษาเศรษฐศาสตร์เชิงปริมาณ ซึ่งเป็นวิชาที่ต้องอาศัยคณิตศาสตร์และสถิติเป็น เครื่องมือในการศึกษาวิเคราะห์เพื่อหาความสัมพันธ์ของตัวแปรทางเศรษฐกิจต่าง ๆ หรือเพื่ออธิบาย ความสัมพันธ์ของตัวแปรทางเศรษฐกิจเหล่านั้น สรุป เศรษฐศาสตร์มิใช่วิชาเอกเทศ ผู้ที่จะศึกษาเศรษฐศาสตร์ได้ดีและสามารถน าความรู้ทาง เศรษฐศาสตร์ไปใช้ให้เกิดผลจ าเป็นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจศาสตร์อื่น ๆ ด้วย แต่ก็มิได้ หมายความว่าจะต้องศึกษาศาสตร์ทุกแขนงโดยละเอียด เพราะอาจเป็นเรื่องสุดวิสัยที่จะท าได้ การศึกษาศาสตร์อื่น ๆ เฉพาะในแง่ที่มีความสัมพันธ์กับเศรษฐศาสตร์จะช่วยให้ผู้ศึกษาเข้าใจวิชา เศรษฐศาสตร์ได้ดีขึ้น


25 ใบกิจกรรมที่ 1.4 เรื่อง ปัญหำพื้นฐำนทำงเศรษฐกิจ ชื่อ – นามสกุล....................................................................................................ม.1/……..เลขที่............ ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบค าถามจากข้อต่อไปนี้ 1. ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ มีกี่ประการ จงอธิบาย ....................................................................................................................................................... ......... ......................................................................................................................... ....................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................................... ................. ................................................................................................................. ............................................... 2. จงอธิบายความสัมพันธ์ของเศรษฐศาสตร์กับศาสตร์อื่น ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... .......................................................................................................................................................... ...... ............................................................................................................................ .................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................ ...............................


26 แบบทดสอบหลังเรียน ชื่อ – นามสกุล....................................................................................................ม.1/……..เลขที่............ ค ำชี้แจง ให้นักเรียนท ำเครื่องหมำย X ในข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. นายหมูปิ้งมีเวลาว่างช่วงเย็นเหลือพอที่จะท างานบ้าน แต่เมื่อเพื่อนมาชวนไปเล่นกีฬา เขาจึง เลือกที่จะไปกับเพื่อน จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคิดในทางเศรษฐศาสตร์ ก. ค่าเสียโอกาส ข. ค่าสูญเปล่า ค. การใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่า ง. การเสียประโยชน์ 2. ข้อความใดให้ความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์ถูกต้องที่สุด ก. วิชาที่เกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าและบริการ ข. วิชาที่เกี่ยวกับการสนองตอบต่อความต้องการของสมาชิกในสังคม ค. วิชาที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเมือง ง. วิชาที่เกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า 3. ขนุนชอบรับประทานอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดและดื่มน้ าอัดลมเป็นประจ า แสดงว่าขนุนไม่ปฏิบัติ ตามหลักการบริโภคในเรื่องใด ก. คุณภาพของอาหาร ข. ค่านิยมในการบริโภค ค. รสนิยมและความจ าเป็น ง. ความมีประโยชน์และความปลอดภัย 4. ปีนี้ขาดแคลนน้ าเพราะฝนทิ้งช่วงนาน ชาวนาต้องปลูกข้าวได้ครั้งเดียวจากที่เคยปลูกปีละ 2 ครั้ง ท าให้ผลผลิตข้าวไม่เพียงพอกับความต้องการของประชากร ข้อความดังกล่าวสอดคล้องกับข้อใด ก. ค่าเสียโอกาส ข. ความขาดแคลน ค. ความแห้งแล้ง ง. ขาดปัจจัยการผลิต


27 5. ปัญหาที่เป็นผลมาจากการขาดแคลนทรัพยากรการผลิตคือข้อใด ก. การก่อการจลาจล ข. ผลผลิตตกต่ า ค. ความต้องการสินค้าของมนุษย์มีมากขึ้น ง. การแย่งชิงทรัพยากรและการกักตุนผลผลิต 6. ข้อใดเป็นการกระท าที่แสดงให้เห็นว่าวิชาเศรษฐศาสตร์มีความส าคัญในระดับที่แตกต่างไปจากข้ออื่น ก. เด็กชายมะนาวรู้จักจัดสรรเงินค่าขนมวันละ 40 บาท เพื่อซื้อสิ่งของที่เขาต้องการอย่างมี ประสิทธิภาพ ข. นายมะม่วงตัดสินใจเลือกท างานที่จะท าให้เขามีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงครอบครัว ค. นายมะยมรู้จักจัดสรรเงินรายได้ในการใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้เพียงพอและมี ประสิทธิภาพ ง. นายมะกรูดเจ้าของโรงงานอาหารกระป๋องวางแผนผลิตสินค้าให้มีต้นทุนต่ าที่สุด 7. วิชาเศรษฐศาสตร์ให้ความส าคัญกับเรื่องใดมากที่สุด ก. การจัดสรรทรัพยากร ข. การกินดีอยู่ดีของประชาชน ค. การซื้อสินค้าและบริการที่คุ้มค่ากับราคา ง. ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ 8. นายกล้วยกู้ยืมเงินจากธนาคารมาซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างโรงงานและเครื่องจักรใหม่มาใช้ใน การผลิตยางรถยนต์ ข้อความนี้สอดคล้องกับปัจจัยการผลิตในข้อใด ก. ที่ดิน เงิน ทุน ข. เงิน โรงงาน ที่ดิน ค. ผู้ประกอบการ ที่ดิน ทุน ง. ผู้ผลิต ธนาคาร ที่ดิน 9. บิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์คือใคร ก. อริสโตเติล ข. อดัม สมิธ ค. มาร์โค โปโล ง. จอห์น ล็อก 10. การจัดสรรทรัพยากรที่มีจ ากัดไม่สอดคล้องกับความต้องการที่ไม่จ ากัดของมนุษย์ จะท าให้เกิด อะไรขึ้น ก. การขาดทุน ข. ความขาดแคลน ค. สินค้าล้นตลาด ง. การกักตุนผลผลิต


28 บรรณำนุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. ตัวชี้วัดและสำระกำรเรียนรู้แกนกลำง กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, 2551. กระมล ทองธรรมชาติ และคณะ. หนังสือเรียน สำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 1. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์, 2551. กวี วรกวิน และคณะ. หนังสือเรียนสังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ : พัฒนา คุณภาพวิชาการ (พว.), 2551. ขวัญนภา สุขคร, กุสุมาวดี ชัยชูโชติ. หนังสือเรียนรำยวิชำพื้นฐำน เศรษฐศำสตร์. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช, 2551. ณัทธนัท เลี่ยวไพโรจน์. สังคมเก่ง สมองแกร่ง ม.1. กรุงเทพฯ : พ.ศ. พัฒนา, 2552. ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ และคณะ. คู่มือครู หนังสือเรียน เศรษฐศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่1. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์, 2551. __________. หนังสือเรียน เศรษฐศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำปีที่1. พิมพ์ครั้งที่ 12. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์, 2551. ธวัช ทันโตภาส และคณะ. คู่มือกำรสอน สังคมศึกษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม ม.1. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช ส าราญราษฎร์, 2551. ธีระ นุชเปี่ยม และคณะ. หนังสือเรียน สังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม ม.1. กรุงเทพฯ : แม็ค, 2553. วิทยา ปานะบุตร. คู่มือเสริมกำรเรียนรู้ด้วยตนเอง ช่วงชั้นที่ 3 ตำมหลักสูตรกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช 2544. กรุงเทพฯ : เพิ่มทรัพย์การพิมพ์, 2544.


29 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน ข้อ ก ข ค ง 1 X 2 X 3 X 4 X 5 X 6 X 7 X 8 X 9 X 10 X


30 เฉลยใบกิจกรรมที่ 1.1 เรื่อง ควำมหมำยของเศรษฐศำสตร์ ชื่อ – นามสกุล....................................................................................................ม.1/……..เลขที่............ ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบค าถามจากข้อต่อไปนี้ 1. สรุปความเป็นมาของเศรษฐศาสตร์พอเข้าใจ คริสต์ศตวรรษที่ 18 แนวความคิดทางเศรษฐศาสตร์เริ่มศึกษากันอย่างจริงจัง จาก อดัม สมิธ (Adam Smith) ได้แต่งหนังสือ เรื่อง “ความมั่งคั่งแห่งชาติ” (The Wealth of Nations) ได้รับ การยกย่องให้เป็นบิดาแห่งวิชาเศรษฐศาสตร์กรมหมื่นสรรค์วิไสยนรบดีฯ ทรงศึกษาส าเร็จปริญญา เอกจากประเทศเยอรมนีพระยาสุริยานุวัตร ด ารงต าแหน่ง เสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ เรียบเรียงและพิมพ์ต าราทางเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของไทย ชื่อ “ทรัพย์ศาสตร์” ต่อมา ดร.ทองเปลว ชลภูมิน ามาจัดพิมพ์ใหม่ ชื่อว่า “เศรษฐศาสตร์ภาคต้น” เล่ม 1 และเล่ม 2 เพื่อใช้เป็นต าราเรียน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถือเป็นคณะเศรษฐศาสตร์คณะแรกของไทย 2. บอกความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาที่ศึกษาถึงการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจ ากัด เพื่อตอบสนองความต้องการอันไม่ สิ้นสุดของมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพและให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3. อธิบายความส าคัญของวิชาเศรษฐศาสตร์มาพอสังเขป แบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ 1. ระดับบุคคลและครัวเรือน 2. ระดับผู้ผลิต 3. ระดับประเทศ


31 เฉลยใบกิจกรรมที่ 1.2 เรื่อง ขอบข่ำยของเศรษฐศำสตร์ ชื่อ – นามสกุล....................................................................................................ม.1/……..เลขที่............ ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบค าถามจากข้อต่อไปนี้ 1. จงบอกประโยชน์ของวิชาเศรษฐศาสตร์ในฐานะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ พอเข้าใจ ฐานะผู้บริโภค ช่วยให้ผู้บริโภคจัดสรรรายได้ที่มีอยู่อย่างจ ากัดไปซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ได้อย่าง เหมาะสม คุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด ฐานะผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการ ช่วยให้ผู้ผลิตน าไปใช้ตัดสินใจในการด าเนินธุรกิจว่าจะท าธุรกิจใด ใช้เทคนิคการผลิตอย่างไร เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ผลิตสินค้าในปริมาณเท่าใด ราคาเท่าไร จึงจะเสียต้นทุนต่ าที่สุดหรือได้รับ ก าไรสูงสุด ฐานะรัฐบาล ช่วยให้รัฐบาลเข้าใจสาเหตุและผลของปัญหาทางเศรษฐกิจของประเทศและสามารถวิเคราะห์ หาแนวทางแก้ไขโดยก าหนดออกมาเป็นนโยบายทางเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น การจัดเก็บภาษี การบริหาร งบประมาณ การลงทุนในสาธารณูปโภค สาธารณูปการ การสาธารณสุข การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การบริหารหนี้ภาครัฐ เป็นต้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและ ประเทศชาติ 2. อธิบายขอบข่ายของวิชาเศรษฐศาสตร์พอสังเขป แบ่งออกเป็น 2 สาขาคือ 1. เศรษฐศาสตร์จุลภาค 2. เศรษฐศาสตร์มหภาค


32 เฉลยใบกิจกรรมที่ 1.3 เรื่อง ทรัพยำกรทำงเศรษฐศำสตร์ ชื่อ – นามสกุล....................................................................................................ม.1/……..เลขที่............ ค าชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์ตามความเข้าใจ ทรัพยำกรทำงเศรษฐศำสตร์ 1. ทรัพยำกรมีจ ำกัด แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท 1.1 ที่ดิน 1.2 แรงงำน 1.3 ทุน 1.4 กำรประกอบกำร 2. ควำมต้องกำรมีไม่จ ำกัด เช่น เมื่อมีปัจจัยสี่คือ เครื่องนุ่งห่ม อาหาร ยารักษาโรค และ ที่อยู่อาศัย ก็อยากได้สิ่งอ านวยความสะดวกสบาย สิ่งที่ให้ความเพลิดเพลินบันเทิงใจ ต่อไปอีกไม่มีที่ สิ้นสุด 3. ควำมขำดแคลน เนื่องจากทรัพยากรการผลิตของประเทศต่าง ๆ มีอยู่อย่างจ ากัด แต่ ความต้องการของคนเรามีมากมายไม่จ ากัด 4. กำรเลือก การตัดสินใจเลือกใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสมและให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดจึงมี ความจ าเป็น 5. ค่ำเสียโอกำส หมายถึง มูลค่าของทางเลือกที่ดีที่สุดในการใช้ทรัพยากร ที่ต้องเสียสละไป เมื่อได้ตัดสินใจเลือกทางเลือกอื่น 6. สินค้ำและบริกำร เกิดจากการน าปัจจัยในการผลิตมาด าเนินการเพื่อตอบสนองความ ต้องการของผู้บริโภค


33 เฉลยใบกิจกรรมที่ 1.4 เรื่อง ปัญหำพื้นฐำนทำงเศรษฐกิจ ชื่อ – นามสกุล....................................................................................................ม.1/……..เลขที่............ ค าชี้แจง ให้นักเรียนตอบค าถามจากข้อต่อไปนี้ 1. ปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ มีกี่ประการ จงอธิบาย มี 3 ประการคือ 1. ปัญหาว่าจะผลิตอะไร จ านวนเท่าใด หรืออะไร (What and how much be produce? Or What?) 2. ปัญหาว่าควรจะจัดการผลิตอย่างไร หรืออย่างไร (How should production be organized? Or How?) 3. ปัญหาว่าสินค้าที่ผลิตขึ้นมาควรให้กับใคร หรือเพื่อใคร (For whom should goods be produced? or For whom?) 2. จงอธิบายความสัมพันธ์ของเศรษฐศาสตร์กับศาสตร์อื่น เศรษฐศาสตร์มิใช่วิชาเอกเทศ ผู้ที่จะศึกษาเศรษฐศาสตร์ได้ดีและสามารถน าความรู้ทาง เศรษฐศาสตร์ไปใช้ให้เกิดผลจ าเป็นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจศาสตร์อื่น ๆ ด้วย แต่ก็มิได้ หมายความว่าจะต้องศึกษาศาสตร์ทุกแขนงโดยละเอียด เพราะอาจเป็นเรื่องสุดวิสัยที่จะท าได้ การศึกษาศาสตร์อื่น ๆ เฉพาะในแง่ที่มีความสัมพันธ์กับเศรษฐศาสตร์จะช่วยให้ผู้ศึกษาเข้าใจวิชา เศรษฐศาสตร์ได้ดีขึ้น


34 เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน ข้อ ก ข ค ง 1 X 2 X 3 X 4 X 5 X 6 X 7 X 8 X 9 X 10 X


Click to View FlipBook Version