หน่วย การเรียนรู้ที่ 4 หน่วย การเรียนรู้ที่ 4 กระบวนการคิดวิเคราะห์ และออกแบบเชิงวัตถุ กระบวนการคิดวิเคราะห์ และออกแบบเชิงวัตถุ E - Book
คำ นำ ได้จัดทำ หนังสือ E-BOOK วิชา การวิเคราะห์และออก ระบบแบบเชิงวัตถุ (OBJECTORIENTED ANALYSIS AND DESIGN) รหัสวิชา 30204-2003 ขึ้นตรงตามจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำ อธิบายรายวิชา หลักสูตรประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2563 หมวดวิชา สมรรถนะวิชาชีพของสำ นักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วย 6 หน่วยการเรียนรู้ 1. การพัฒนาระบบสารสนเทศ 2. หลักการและแนวคิดเชิงวัตถุ 3. หลักการออกแบบ 4. กระบวนการคิดวิเคราะห์และออกแบบเชิงวัตถุ 5. โมเดลที่ใช้ออกแบบเชิงวัตถุ 6. การวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรมทางธุรกิจ หวังว่า หนังสือเรียนวิชา การวิเคราะห์และออกแบบ ระบบเชิงวัตถุ (OBJECT ORIENTED ANALYSIS AND DESIGN) รหัสวิชา 30204-2003 เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ ต่อผู้เรียนและอาจารย์ผู้สอนได้ใช้เป็นแนวทางในการ จัดการเรียนการสอน ได้จัดทำ หนังสือ E-BOOK วิชา การวิเคราะห์และออก ระบบแบบเชิงวัตถุ (OBJECTORIENTED ANALYSIS AND DESIGN) รหัสวิชา 30204-2003 ขึ้นตรงตามจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำ อธิบายรายวิชา หลักสูตรประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2563 หมวดวิชา สมรรถนะวิชาชีพของสำ นักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ประกอบด้วย 6 หน่วยการเรียนรู้ 1. การพัฒนาระบบสารสนเทศ 2. หลักการและแนวคิดเชิงวัตถุ 3. หลักการออกแบบ 4. กระบวนการคิดวิเคราะห์และออกแบบเชิงวัตถุ 5. โมเดลที่ใช้ออกแบบเชิงวัตถุ 6. การวิเคราะห์และออกแบบโปรแกรมทางธุรกิจ หวังว่า หนังสือเรียนวิชา การวิเคราะห์และออกแบบ ระบบเชิงวัตถุ (OBJECT ORIENTED ANALYSIS AND DESIGN) รหัสวิชา 30204-2003 เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ ต่อผู้เรียนและอาจารย์ผู้สอนได้ใช้เป็นแนวทางในการ จัดการเรียนการสอน
สารบับั บั ญ บั ญ การวิเคราะห์และออกแบบเชิงวัตถุ (OOAD)..............1 ขั้นตอนการออกแบบเชิงวัตถุ.............................1-2 แอ็บสแตรกชัน (ABSTRACTION)............................3 ยูสเคสไดอะแกรม...............................................4 การสร้างคลาสไดอะแกรม....................................4 สัญลักษณ์........................................................4 ซีเควนซ์ใดอะแกรม..............................................4 คอลลาบอเรชั่นไดอะแกรม....................................5 แอ็กทิวิตใดอะแกรม.............................................5 คอมโพเนนต์ไดอะแกรม........................................5 ดีพลอยเมนต์ไดอะแกรม.......................................5 แบบฝึกหัด หน่วยการเรียนรู้ที่ 4.............................6 แบบทดสอบหลังเรียน......................................7-9 การวิเคราะห์และออกแบบเชิงวัตถุ (OOAD)..............1 ขั้นตอนการออกแบบเชิงวัตถุ.............................1-2 แอ็บสแตรกชัน (ABSTRACTION)............................3 ยูสเคสไดอะแกรม...............................................4 การสร้างคลาสไดอะแกรม....................................4 สัญลักษณ์........................................................4 ซีเควนซ์ใดอะแกรม..............................................4 คอลลาบอเรชั่นไดอะแกรม....................................5 แอ็กทิวิตใดอะแกรม.............................................5 คอมโพเนนต์ไดอะแกรม........................................5 ดีพลอยเมนต์ไดอะแกรม.......................................5 แบบฝึกหัด หน่วยการเรียนรู้ที่ 4.............................6 แบบทดสอบหลังเรียน......................................7-9 เรื่รื่ รื่ อ รื่ อง หน้น้ น้ า น้ า
กระบวนการคิดวิเคราะห์ และออกแบบเชิงวัตถุ กระบวนการคิดวิเคราะห์ และออกแบบเชิงวัตถุ การวิเคราะห์และออกแบบเชิงวัตถุ (OOAD) เป็นวิธีการที่มีโครงสร้างในการวิเคราะห์ออกแบบ ระบบโดยใช้แนวคิดเชิงวัตถุและพัฒนาชุดของแบบ จำ ลองระบบกราฟิกในช่วงวงจรชีวิตของการพัฒนา ซอฟต์แวร์ OOAD ใน SDLC โดยทั่วไปวงจรชีวิต ของชอฟต์แวร์จะแบ่งออกเป็นขั้นตอตั้งแต่คำ อธิบายที่เป็นนามธรรมของปัญหาไปจนถึงการ ออกแบบจากนั้นไปจนถึงโคดและการทดสอบและ สุดท้ายไปจนถึงการปรับใช้ การวิเคราะห์และออกแบบเชิงวัตถุ (OOAD) เป็นวิธีการที่มีโครงสร้างในการวิเคราะห์ออกแบบ ระบบโดยใช้แนวคิดเชิงวัตถุและพัฒนาชุดของแบบ จำ ลองระบบกราฟิกในช่วงวงจรชีวิตของการพัฒนา ซอฟต์แวร์ OOAD ใน SDLC โดยทั่วไปวงจรชีวิต ของชอฟต์แวร์จะแบ่งออกเป็นขั้นตอตั้งแต่คำ อธิบายที่เป็นนามธรรมของปัญหาไปจนถึงการ ออกแบบจากนั้นไปจนถึงโคดและการทดสอบและ สุดท้ายไปจนถึงการปรับใช้ ขั้นตอนการออกแบบเชิงวัตถุ ขั้นตอนการวิเคราะห์ระบุวัตถุความสัมพันธ์และ พฤติกรรมโดยใช้แบบจำ ลองความคิด 1. วัตถุหรืออ็อบเจกต์ (OBJECT) คือ ทุกสิ่งที่เรา สนใจในเหตุการณ์ใณ์ ดเหตุการณ์ห ณ์ นึ่งที่เกิดขึ้นทั้งที่เราสามารถจับต้องได้และจับต้องไม่ได้ เช่น คน สถานที่ เหตุการณ์ หรือรายการต่าง ๆเป็นต้น วัตถุจะประกอบด้วยคุณสมบัติ กิจกรรม การกระทำ วิธีการ และมีความสัมพันธ์กันระหว่างวัตถุภายในระบบ 2. คลาส (CLASS) คือ กลุ่มของวัตถุที่มีโครงสร้าง และพฤติกรรมที่เหมือนกัน หรืออาจเปรียบได้ว่า คลาสเปรียบเสมือนรูปแบบที่ใช้เพื่อสร้างวัตถุ ขั้นตอนการออกแบบเชิงวัตถุ ขั้นตอนการวิเคราะห์ระบุวัตถุความสัมพันธ์และ พฤติกรรมโดยใช้แบบจำ ลองความคิด 1. วัตถุหรืออ็อบเจกต์ (OBJECT) คือ ทุกสิ่งที่เรา สนใจในเหตุการณ์ใณ์ ดเหตุการณ์ห ณ์ นึ่งที่เกิดขึ้นทั้งที่เราสามารถจับต้องได้และจับต้องไม่ได้ เช่น คน สถานที่ เหตุการณ์ หรือรายการต่าง ๆเป็นต้น วัตถุจะประกอบด้วยคุณสมบัติ กิจกรรม การกระทำ วิธีการ และมีความสัมพันธ์กันระหว่างวัตถุภายในระบบ 2. คลาส (CLASS) คือ กลุ่มของวัตถุที่มีโครงสร้าง และพฤติกรรมที่เหมือนกัน หรืออาจเปรียบได้ว่า คลาสเปรียบเสมือนรูปแบบที่ใช้เพื่อสร้างวัตถุ
3. แอตทริบิวต์ (ATTRIBUTES) คือ คุณสมบัติที่ใช้ บรรยายคลาสหรืออ็อบเจกต์โดยคุณสมบัติเหล่านี้อยู่ ภายในขอบเขตที่เราสนใจ เช่น,สี,ขนาดเครื่องยนต์ รุ่น ความเร็ว เป็นต้น 4.การดำ เนินการหรือโอเปอเรชัน(OPERATION)หรือ เมท็อด (METHOD) ในอ็อบเจกต์แต่ละอ็อบเจกต์ต้อง มีความสามารถในการดำ เนินการ หมายถึง การกระทำ ที่อ็อบเจกต์สามารถกระทำ ได้หรือสามารถถูกร้องขอให้ กระทำ ได้ ความสามารถในการดำ เนินการบางอย่างถูก แสดงออกมาให้เห็นเป็นพฤติกรรม 3. แอตทริบิวต์ (ATTRIBUTES) คือ คุณสมบัติที่ใช้ บรรยายคลาสหรืออ็อบเจกต์โดยคุณสมบัติเหล่านี้อยู่ ภายในขอบเขตที่เราสนใจ เช่น,สี,ขนาดเครื่องยนต์ รุ่น ความเร็ว เป็นต้น 4.การดำ เนินการหรือโอเปอเรชัน(OPERATION)หรือ เมท็อด (METHOD) ในอ็อบเจกต์แต่ละอ็อบเจกต์ต้อง มีความสามารถในการดำ เนินการ หมายถึง การกระทำ ที่อ็อบเจกต์สามารถกระทำ ได้หรือสามารถถูกร้องขอให้ กระทำ ได้ ความสามารถในการดำ เนินการบางอย่างถูก แสดงออกมาให้เห็นเป็นพฤติกรรม 5. สืบทอดคุณสมบัติ (INHERITANCE) เป็นวิธีการใน การสร้างคลาสใหม่จากคลาสเดิมที่มีอยู่สืบคุณสมบัติ เป็นเรื่องสำ คัญสำ หรับเทคโนโลยีเชิงวัตถุ เนื่องจาก การสืบทอดคุณสมบัตินี้ทำ ให้เกิดข้อดี คือทำ ให้ระบบ ที่มีโครงสร้างที่เป็นระบบ ปรับเปลี่ยนได้ง่ายและทำ ให้ ลดเวลาค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบ 6. ลิมอร์ฟิสซึม (POLYMORPHISM) หมายถึง คลาส ต่างกันสามารถตอบสนองต่อการดำ เนินการชื่อ เดียวกัน โดยอาจให้พฤติกรรมหรือวิธีการกระทำ ต่อ การดำ เนินการนั้นต่างกันได้ 7. เอ็นแคปซูเลชั่น (ENCAPSULATION) หมายถึง กระบวนการซ่อนรายละเอียดของคุณลักษณะต่าง ๆ และรายละเอียดการทำ งานของคลาสเอาไว้ภายใน โดย การทำ สิ่งที่อยู่ภายนอกคลาสจะติดต่อกับคลาสได้ต้อง ติดต่อผ่านทางช่องทางที่คลาสเตรียมไว้ให้เท่านั้น 5. สืบทอดคุณสมบัติ (INHERITANCE) เป็นวิธีการใน การสร้างคลาสใหม่จากคลาสเดิมที่มีอยู่สืบคุณสมบัติ เป็นเรื่องสำ คัญสำ หรับเทคโนโลยีเชิงวัตถุ เนื่องจาก การสืบทอดคุณสมบัตินี้ทำ ให้เกิดข้อดี คือทำ ให้ระบบ ที่มีโครงสร้างที่เป็นระบบ ปรับเปลี่ยนได้ง่ายและทำ ให้ ลดเวลาค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบ 6. ลิมอร์ฟิสซึม (POLYMORPHISM) หมายถึง คลาส ต่างกันสามารถตอบสนองต่อการดำ เนินการชื่อ เดียวกัน โดยอาจให้พฤติกรรมหรือวิธีการกระทำ ต่อ การดำ เนินการนั้นต่างกันได้ 7. เอ็นแคปซูเลชั่น (ENCAPSULATION) หมายถึง กระบวนการซ่อนรายละเอียดของคุณลักษณะต่าง ๆ และรายละเอียดการทำ งานของคลาสเอาไว้ภายใน โดย การทำ สิ่งที่อยู่ภายนอกคลาสจะติดต่อกับคลาสได้ต้อง ติดต่อผ่านทางช่องทางที่คลาสเตรียมไว้ให้เท่านั้น
แอ็บสแตรกชัน (ABSTRACTION) คือ กระบวนการในการสร้างแนวคิดของคลาสจาก กลุ่มของอ็อบเจกต์ที่สนใจ ซึ่งมีกระบวนการ 4 ประเภท คือ 1. CLASSIFCATION ABSTRACTION คือ กระบวนการในการให้แนวคิดกับอ็อบเจกต์ที่สนใจ เพื่อก่อให้เกิดแนวคิดของคลาส หัวใจสำ คัญของ (LASSIFICATION ABSTRACTION คือ แนวคิด รวบรวมยอดที่ให้แก่อ็อบเจกต์ การให้แนวความ คิดคือ การให้ขอบเขต แก่อ็อบเจกต์ว่าต้องมี คุณลักษณะอะไรบ้าง 2. ASSOCIATION ABSTRACTION ASSOCIATION หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่าง คลาส หรืออ็อบเจกต์ที่อยู่ในระดับเดียวกันคือ คลาสทั้งสองมีความสำ คัญเท่าเทียมกัน ไม่มีคลาส ใดเป็นองค์ประกอบของคลาสใด 3. AGGREGATION ABSTRACTION เป็นความ สัมพันธ์อีกชนิดหนึ่ง โดยที่ AGGREGATION หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างคลาสหรืออ็อบเจกต์ แบบต่างระดับกัน 4.GENERALIZATIONABSTRACTIONGENER ALIZATION หมายถึง ความสัมพันธ์แบบ ระหว่างคลาสหลัก (SUPERCLASS) กับคลาส ย่อย(SUBCLASS) โดยที่คลาสย่อยจะสืบทอด คุณลักษณะทั้งแอตทริบิวต์และการดำ เนินการที่ สำ คัญของคลาส แอ็บสแตรกชัน (ABSTRACTION) คือ กระบวนการในการสร้างแนวคิดของคลาสจาก กลุ่มของอ็อบเจกต์ที่สนใจ ซึ่งมีกระบวนการ 4 ประเภท คือ 1. CLASSIFCATION ABSTRACTION คือ กระบวนการในการให้แนวคิดกับอ็อบเจกต์ที่สนใจ เพื่อก่อให้เกิดแนวคิดของคลาส หัวใจสำ คัญของ (LASSIFICATION ABSTRACTION คือ แนวคิด รวบรวมยอดที่ให้แก่อ็อบเจกต์ การให้แนวความ คิดคือ การให้ขอบเขต แก่อ็อบเจกต์ว่าต้องมี คุณลักษณะอะไรบ้าง 2. ASSOCIATION ABSTRACTION ASSOCIATION หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่าง คลาส หรืออ็อบเจกต์ที่อยู่ในระดับเดียวกันคือ คลาสทั้งสองมีความสำ คัญเท่าเทียมกัน ไม่มีคลาส ใดเป็นองค์ประกอบของคลาสใด 3. AGGREGATION ABSTRACTION เป็นความ สัมพันธ์อีกชนิดหนึ่ง โดยที่ AGGREGATION หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างคลาสหรืออ็อบเจกต์ แบบต่างระดับกัน 4.GENERALIZATIONABSTRACTIONGENER ALIZATION หมายถึง ความสัมพันธ์แบบ ระหว่างคลาสหลัก (SUPERCLASS) กับคลาส ย่อย(SUBCLASS) โดยที่คลาสย่อยจะสืบทอด คุณลักษณะทั้งแอตทริบิวต์และการดำ เนินการที่ สำ คัญของคลาส
ยูสเคสไดอะแกรม ส่วนประกอบที่สำ คัญของยูสเคสไดอะแกรมมี 3 ส่วน คือ ยูสเคส (USE CASE) แอ็กเตอร์ (ACTOR) เส้นแสดงความสัมพันธ์ (RELATIONSHIP) การสร้างคลาสไดอะแกรม วัตถุประสงค์ของการสร้างคลาสไดอะแกรมเพื่อแสดง ถึงโครงสร้างของระบบที่ประกอบด้วยคลาส และความสัมพันธ์ระหว่างคลาส คลาสไดอะแกรม ถือว่าเป็นไดอะแกรมที่มีความสำ คัญมากเพราะถูกใช้ เป็นไดอะแกรมหลักในการสร้างไดอะแกรมอื่นอีก หลายประเภท สิ่งสำ คัญในการสร้างคลาสไดอะแกรม คือ การค้นหาแนวคิดต่าง ๆ ที่อยู่ในขอบข่ายของ ระบบที่กำ ลังสนใจ ยูสเคสไดอะแกรม ส่วนประกอบที่สำ คัญของยูสเคสไดอะแกรมมี 3 ส่วน คือ ยูสเคส (USE CASE) แอ็กเตอร์ (ACTOR) เส้นแสดงความสัมพันธ์ (RELATIONSHIP) การสร้างคลาสไดอะแกรม วัตถุประสงค์ของการสร้างคลาสไดอะแกรมเพื่อแสดง ถึงโครงสร้างของระบบที่ประกอบด้วยคลาส และความสัมพันธ์ระหว่างคลาส คลาสไดอะแกรม ถือว่าเป็นไดอะแกรมที่มีความสำ คัญมากเพราะถูกใช้ เป็นไดอะแกรมหลักในการสร้างไดอะแกรมอื่นอีก หลายประเภท สิ่งสำ คัญในการสร้างคลาสไดอะแกรม คือ การค้นหาแนวคิดต่าง ๆ ที่อยู่ในขอบข่ายของ ระบบที่กำ ลังสนใจ สัญลักษณ์ ตามมาตรฐานยูเอ็มแอล คลาสไดอะแกรมประกอบไป ด้วยสัญลักษณ์ขณ์องคลาสและเส้นแสดงความสัมพันธ์ สัญลักษณ์คณ์ลาสประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ชื่อคลาส (CLASS NAME) แอตทริบิวต์และโอเปอเรชัน ความสัมพันธ์ระหว่างคลาสซึ่งความสัมพันธ์เหล่านี้ สามารถแบ่งเป็นได้ 3 รูปแบบ ดังนี้ -1. ความสัมพันธ์แบบพึ่งพิง (DEPENDENCY) -2.ความสัมพันธ์แบถ่ายทอด(GENERALIZATION) -3. ความสัมพันธ์แบบเชื่อมโยง (ASSOCIATION) ซีเควนซ์ใดอะแกรม ชีเควนซ์ไดอะแกรมบ่งบอกถึงในยูสเคสนั้นวัตถุ แต่ละตัวจะติดต่อสื่อสารกันอย่างไร มีขั้นตอนการ ทำ งาน สัญลักษณ์ ตามมาตรฐานยูเอ็มแอล คลาสไดอะแกรมประกอบไป ด้วยสัญลักษณ์ขณ์องคลาสและเส้นแสดงความสัมพันธ์ สัญลักษณ์คณ์ลาสประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ชื่อคลาส (CLASS NAME) แอตทริบิวต์และโอเปอเรชัน ความสัมพันธ์ระหว่างคลาสซึ่งความสัมพันธ์เหล่านี้ สามารถแบ่งเป็นได้ 3 รูปแบบ ดังนี้ -1. ความสัมพันธ์แบบพึ่งพิง (DEPENDENCY) -2.ความสัมพันธ์แบถ่ายทอด(GENERALIZATION) -3. ความสัมพันธ์แบบเชื่อมโยง (ASSOCIATION) ซีเควนซ์ใดอะแกรม ชีเควนซ์ไดอะแกรมบ่งบอกถึงในยูสเคสนั้นวัตถุ แต่ละตัวจะติดต่อสื่อสารกันอย่างไร มีขั้นตอนการ ทำ งาน
คอลลาบอเรชั่นไดอะแกรม มีหน้าน้ที่เดียวกันกับซีเควนซ์ไดอะแกรมแต่ไม่ แสดงถึงแกนเวลาอย่างชัดเจนยกเว้นการโต้ตอบ ระหว่างอ็อบเจกต์สัญลักษณ์ที่ ณ์ ที่ใช้ประกอบด้วย วัตถุ หรือคลาสแทนด้วยรูปสี่เหลี่ยม แอ็กทิวิตไดอะแกรม แอ็กทิวิตีไดอะแกรมแสดงขั้นตอนการทำ งานของ ยูสเคสเช่นเดียวกับชีเควนซ์ไดอะแกรมและคอล ลาบอเรชันไดอะแกรมแต่เน้นน้ที่งานย่อยของวัตถุ ส่วนแอ็กทิวิตีไดอะแกรมจะเปลี่ยนสถานะได้โดย ไม่มีเหตุการณ์ที่ ณ์ ที่กำ หนดไว้ในไดอะแกรมมากระทำ คอลลาบอเรชั่นไดอะแกรม มีหน้าน้ที่เดียวกันกับซีเควนซ์ไดอะแกรมแต่ไม่ แสดงถึงแกนเวลาอย่างชัดเจนยกเว้นการโต้ตอบ ระหว่างอ็อบเจกต์สัญลักษณ์ที่ ณ์ ที่ใช้ประกอบด้วย วัตถุ หรือคลาสแทนด้วยรูปสี่เหลี่ยม แอ็กทิวิตไดอะแกรม แอ็กทิวิตีไดอะแกรมแสดงขั้นตอนการทำ งานของ ยูสเคสเช่นเดียวกับชีเควนซ์ไดอะแกรมและคอล ลาบอเรชันไดอะแกรมแต่เน้นน้ที่งานย่อยของวัตถุ ส่วนแอ็กทิวิตีไดอะแกรมจะเปลี่ยนสถานะได้โดย ไม่มีเหตุการณ์ที่ ณ์ ที่กำ หนดไว้ในไดอะแกรมมากระทำ คอมโพเนนต์ไดอะแกรม แสดงความสัมพันธ์ที่เชื่อมต่อกันระหว่าง ชอฟต์แวร์คอมโพเนนต์ในระบบว่าประกอบด้วย ไฟล์อะไรบ้างซึ่งอาจเป็นไฟล์ซอร์สโคด(SOURCE CODE) ไฟล์ไบนารี (BINARY CODE) และไฟล์ เอ็กซิคิวต์(EXECUTABLE CODE) ดีพลอยเมนต์ไดอะแกรม แสดงการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ฮ ณ์ าร์ดแวร์ในระบบ และมักใช้ร่วมกับคอมโพเนนต์ไดอะแกรมโดยข้าง ในฮาร์ดแวร์อาจประกอบด้วยซอฟแวร์ คอมโพเนนต์ คอมโพเนนต์ไดอะแกรม แสดงความสัมพันธ์ที่เชื่อมต่อกันระหว่าง ชอฟต์แวร์คอมโพเนนต์ในระบบว่าประกอบด้วย ไฟล์อะไรบ้างซึ่งอาจเป็นไฟล์ซอร์สโคด(SOURCE CODE) ไฟล์ไบนารี (BINARY CODE) และไฟล์ เอ็กซิคิวต์(EXECUTABLE CODE) ดีพลอยเมนต์ไดอะแกรม แสดงการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ฮ ณ์ าร์ดแวร์ในระบบ และมักใช้ร่วมกับคอมโพเนนต์ไดอะแกรมโดยข้าง ในฮาร์ดแวร์อาจประกอบด้วยซอฟแวร์ คอมโพเนนต์
1.จงอธิบายกระบวนการคิดวิเคราะห์และออกแบบเชิงวัตถุ ตอบ 2.การออกแบบเชิงวัตถุคืออะไร จงอธิบาย ตอบ 3.ให้ผู้เรียนสร้างคลาสโดยยกตัวอย่างวัตถุ พร้อมทั้งบอกชื่อ คลาส (CLASS NAME) แอตทริบิวต์ (ATTRIBUTES) โอเปอเรชัน (OPERATION) ตอบ 4.การเข้าถึงภายในชับคลาสสัญลักษณ์ที่ณ์ ที่ใช้ในแผนภาพคือ สัญลักษณ์อณ์ะไร ตอบ 5.ABSTRACTIONมีกระบวนการพัฒนากี่ประเภท อะไรบ้าง ตอบ 1.จงอธิบายกระบวนการคิดวิเคราะห์และออกแบบเชิงวัตถุ ตอบ 2.การออกแบบเชิงวัตถุคืออะไร จงอธิบาย ตอบ 3.ให้ผู้เรียนสร้างคลาสโดยยกตัวอย่างวัตถุ พร้อมทั้งบอกชื่อ คลาส (CLASS NAME) แอตทริบิวต์ (ATTRIBUTES) โอเปอเรชัน (OPERATION) ตอบ 4.การเข้าถึงภายในชับคลาสสัญลักษณ์ที่ณ์ ที่ใช้ในแผนภาพคือ สัญลักษณ์อณ์ะไร ตอบ 5.ABSTRACTIONมีกระบวนการพัฒนากี่ประเภท อะไรบ้าง ตอบ แบบฝึฝึฝึฝึ กหัหั หั ด หั ด หน่น่ น่น่ วยการเรีรี รี ย รี ยนรุ้รุ้รุ้ที่รุ้ที่ ที่ที่4 ตอนที่ที่ที่ที่1 จงตอบคำคำคำคำถามต่ต่ต่อต่ ไปนี้นี้นี้นี้(พอสัสัสังสัเขป) เรื่รื่รื่รื่รื่อรื่งกระบวนการคิคิคิดคิวิวิวิเวิคราะห์ห์ห์แห์ละออกแบบเชิชิชิงชิวัวัวัตวัถุถุถุถุ
ตอนที่ 2 จงเลือกข้อที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว 1.กระบวนการคิดวิเคราะห์และออกแบบเชิงวัตถุ คือข้อใด ก. การพัฒนาระบบงานให้มีระเบียบมากขึ้น ข. การออกแบบงานให้มีประสิทธิภาพ ค. การพัฒนารูปแบบงาน ง. การพัฒนารูปแบบงานขององค์กร 2.CLASS ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ก. CLASS NAME ATTRIBUTES OPERATION ข. ระบบ คน งาน ค. งาน คน นักวิเคราะห์ระบบ ง. ถูกทุกข้อ 3. OBJECT MODEL คือข้อใด ก. แบบจำ ลองคลาส ข. มีหน้าน้ที่แสดงหน้าน้ที่ต่าง ๆ ของระบบ ค. แบบจำ ลองเชิงวัตถุ ง. แบบจำ ลองระบบ 4. ข้อใดหมายถึงโอเปอเรชัน (OPERATION) ก. การกระทำ ที่อ็อบเจกต์ไม่สามารถกระทำ ได้ หรือไม่สามารถถูกร้องขอได้ ข.การกระทำ ที่อ็อบเจกต์สามารถกระทำ ได้หรือสามารถ ถูกร้องขอได้ ค.ไม่สามารถร้องขอโอเปอเรชัน (OPERATION) ได้ ง. ถูกทั้ง ข และ ค ตอนที่ 2 จงเลือกข้อที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว 1.กระบวนการคิดวิเคราะห์และออกแบบเชิงวัตถุ คือข้อใด ก. การพัฒนาระบบงานให้มีระเบียบมากขึ้น ข. การออกแบบงานให้มีประสิทธิภาพ ค. การพัฒนารูปแบบงาน ง. การพัฒนารูปแบบงานขององค์กร 2.CLASS ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ก. CLASS NAME ATTRIBUTES OPERATION ข. ระบบ คน งาน ค. งาน คน นักวิเคราะห์ระบบ ง. ถูกทุกข้อ 3. OBJECT MODEL คือข้อใด ก. แบบจำ ลองคลาส ข. มีหน้าน้ที่แสดงหน้าน้ที่ต่าง ๆ ของระบบ ค. แบบจำ ลองเชิงวัตถุ ง. แบบจำ ลองระบบ 4. ข้อใดหมายถึงโอเปอเรชัน (OPERATION) ก. การกระทำ ที่อ็อบเจกต์ไม่สามารถกระทำ ได้ หรือไม่สามารถถูกร้องขอได้ ข.การกระทำ ที่อ็อบเจกต์สามารถกระทำ ได้หรือสามารถ ถูกร้องขอได้ ค.ไม่สามารถร้องขอโอเปอเรชัน (OPERATION) ได้ ง. ถูกทั้ง ข และ ค แบบทดสอบหลัลั ลั ง ลั งเรีรี รี ย รี ยน
5. คุณสมบัติของ ATTRIBUTES คือ ก. ใช้บรรยายการทำ งานของระบบ ข. จำ ลองงาน ค. จำ ลองระบบ ง. ใช้บรรยายคลาสหรืออ็อบเจกต์ 6. ข้อใดคือการสืบทอดคุณสมบัติ (INHERITANCE) ก. สร้างภาพกิจกรรม แผนภาพลำ ดับ ข.สร้างคลาสใหม่จากคลาสเดิมที่มีอยู่ ค.สร้างภาพข้อมูลของนักออกแบบ ง.สร้างแบบจำ ลองเสมือนจริง 7.ข้อใดคือคุณสมบัติของโพลิมอร์ฟิสซึม (POLYMORPHISM) ก. ไม่ตอบสนองความต้องการคลาสเดียวกัน ข. คลาสเดียวกันเชื่อมต่อกันได้ ค. คลาสเดียวกันสามารถตอบสนองความ ต้องการตัวดำ เนินการชื่อเดียวกัน ง. ความสัมพันธ์ต่าง ๆ ระหว่างคลาส 8.ข้อใดคือคุณสมบัติของ ENCAPSULATION ก. การจำ ลองการปฏิบัติงาน ข. การจำ ลองด้วยภาพ (PHYSICAL) ค. คุณลักษณะการทำ งานของคลาส ง. กระบวนการซ่อนรายละเอียดคุณลักษณะต่าง ๆ และรายละเอียดการทำ งานของคลาส 5. คุณสมบัติของ ATTRIBUTES คือ ก. ใช้บรรยายการทำ งานของระบบ ข. จำ ลองงาน ค. จำ ลองระบบ ง. ใช้บรรยายคลาสหรืออ็อบเจกต์ 6. ข้อใดคือการสืบทอดคุณสมบัติ (INHERITANCE) ก. สร้างภาพกิจกรรม แผนภาพลำ ดับ ข.สร้างคลาสใหม่จากคลาสเดิมที่มีอยู่ ค.สร้างภาพข้อมูลของนักออกแบบ ง.สร้างแบบจำ ลองเสมือนจริง 7.ข้อใดคือคุณสมบัติของโพลิมอร์ฟิสซึม (POLYMORPHISM) ก. ไม่ตอบสนองความต้องการคลาสเดียวกัน ข. คลาสเดียวกันเชื่อมต่อกันได้ ค. คลาสเดียวกันสามารถตอบสนองความ ต้องการตัวดำ เนินการชื่อเดียวกัน ง. ความสัมพันธ์ต่าง ๆ ระหว่างคลาส 8.ข้อใดคือคุณสมบัติของ ENCAPSULATION ก. การจำ ลองการปฏิบัติงาน ข. การจำ ลองด้วยภาพ (PHYSICAL) ค. คุณลักษณะการทำ งานของคลาส ง. กระบวนการซ่อนรายละเอียดคุณลักษณะต่าง ๆ และรายละเอียดการทำ งานของคลาส แบบทดสอบหลัลั ลั ง ลั งเรีรี รี ย รี ยน
แบบทดสอบหลัลั ลั ง ลั งเรีรี รี ย รี ยน 9. ข้อใดต่อไปนี้คือองค์ประกอบของ USE CASE DIAGARM ก. USE CASE ACTOR RELATIONSHIP ข. CLASS USE CASE ACTOR ค. RELATIONSHIP ง. USE CASE ACTOR 10.เส้นแสดงความสัมพันธ์ระหว่างUSE CASE กับ ACTOR คือข้อใด ก. ความสัมพันธ์แบบสลับ ข. ความสัมพันธ์แบบขยาย ค. ความสัมพันธ์แบบรวม ง. ถูกทั้งข้อ ข และ ค 9. ข้อใดต่อไปนี้คือองค์ประกอบของ USE CASE DIAGARM ก. USE CASE ACTOR RELATIONSHIP ข. CLASS USE CASE ACTOR ค. RELATIONSHIP ง. USE CASE ACTOR 10.เส้นแสดงความสัมพันธ์ระหว่างUSE CASE กับ ACTOR คือข้อใด ก. ความสัมพันธ์แบบสลับ ข. ความสัมพันธ์แบบขยาย ค. ความสัมพันธ์แบบรวม ง. ถูกทั้งข้อ ข และ ค
ผู้ผู้ผู้จัผู้จั จั ด จั ดทำทำทำทำโดย นางสาวลินลดา สุธาลำ เลขที่15 นางสาวสุวิมล จันทร์ละมูล เลขที่ 19 นางสาวลินลดา สุธาลำ เลขที่15 นางสาวสุวิมล จันทร์ละมูล เลขที่ 19 สทธ.1/1