The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ploy_sermsil, 2022-10-09 00:07:00

บทที่ 6

บทที่ 6

ความงามของสาวชาววงั

ในกาพย์เหเ่ รือ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. ระบลุ กั ษณะของหญงิ ไทยในอดีต
2. อธบิ ายวัฒนธรรมเครอ่ื งหอมของสาวชาววงั ในอดีต
3. อธิบายเกีย่ วกับเครื่องแต่งกายของสาวชาววังในอดตี
4. อธบิ ายวัฒนธรรมการกรองมาลัย

ลักษณะของหญงิ ไทย ในกาพยเ์ หเ่ รอื

สาวชาววังคือผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในวังและได้รับการอบรมให้มีกิริยามารยาทท่ีดี
มคี วามรู้ความสามารถดา้ นงานฝีมอื การเยบ็ ปักถกั ร้อย การทา้ อาหาร มวี ธิ กี ารดูแลตัวเอง
และเคร่ืองแต่งกายให้สวยงาม มีกล่ินหอม ซ่ึงเป็นเอกลักษณ์ของสาวชาววัง

กาพย์เห่เรือกล่าวถึงลักษณะความงามของหญิงไทยซ่ึงเป็นความงามท้ังภายนอกและ
ภายในไว้ 4 ด้าน ได้แก่ ความงามด้านรูปร่างหน้าตา ความเป็นแม่ศรีเรือนโดยสะท้อน
ผ่านการใชเ้ ครื่องหอม เคร่ืองแตง่ กาย และการกรองมาลัย ดงั นี้

1. ความงามด้านรูปรา่ งหน้าตา

ตาคม หญิงสาวดวงตาคมโตสวยงามมแี ววตาสดใส

“ปลาเสอื เหลอื ท่ีตา เลอื่ มแหลมกวา่ ปลาท้ังปวง

เหมอื นตาสดุ าดวง ดแู หลมลา้ ขา้ เพราคม”

ผมสลวย1 มีกลิน่ หอม หญงิ สาวสระผม หวีผมจัดทรง ทา้ ให้เสน้ ผมสวยงาม มกี ลิ่นหอม

“หวีเกศเพศช่อื ปลา คิดสุดาอา่ องค์นาง

หวีเกล้าเจ้าสระสาง เส้นเกศสลวยรวยกล่นิ หอม”

ผมประบา่ หญิงสาวไว้ผมยาวจนถึงไหล่ และเก็บไรผม2สวยงาม

“หางไก่วา่ ยแหวกว่าย หางไก่คลา้ ยไม่มีหงอน

คิดอนงค์องค์เอวอร ผมประบา่ อา่ เอี่ยมไร”

ผวิ กายนมุ่ หญงิ สาวมีผิวทีอ่ อ่ นนุม่ ท้งั ตัว

“เนอ้ื ออ่ นอ่อนแต่ช่ือ เน้อื น้องฤๅออ่ นทัง้ กาย

ใครตอ้ งขอ้ งจติ ชาย ไมว่ ายนึกตรึกตรงึ ทรวง”

1 สลวย /สะ-หลวย/ ผมที่ทิ้งตัวสวย เงางาม
2 ไรผม /ไร-ผม/ ผมเสน้ เล็กท่ีขน้ึ บรเิ วณหน้าผาก

68

2. เครือ่ งหอม ของสาวชาววัง

เคร่ืองหอมคือศิลปะการสร้างกล่ินหอมจากดอกไม้ พืช และ
สมุนไพร เครื่องหอมเป็นเครื่องส้าอางของหญิงไทยสมัยก่อน
ใช้ทาใบหน้าหรือร่างกาย ใช้อบผ้าให้หอม หรือท้าให้บ้านหอมสดชื่น
เสือ้ ผ้า ผวิ พรรณ หรอื ผมของสาวชาววังจึงมีกลนิ่ หอม

กาพย์เห่เรือมีการกล่าวถึงเคร่ืองหอมคือ บุหงาร้าไป และ
กล่ าว ถึง กล่ิ นหอม ขอ งนางผู้ เป็ นท่ี รัก กล่ินหอ ม ของ ผ้า นุ่ง
ซ่ึงเกิดจากการใช้เครื่องหอม ดังนี้

69

บหุ งาราไป

ลา้ ดวนหวนหอมตรลบ1 กลน่ิ อายอบสบนาสา 2

นกึ ถวลิ 3กล่นิ บหุ งา ราไปเจา้ เศร้าถึงนาง

ดอกล้าดวนสง่ กลนิ่ หอมกระจายติดจมกู ทา้ ใหน้ ึกถึงกลน่ิ บุหงาร้าไปที่นอ้ งท้า
จึงเศรา้ เพราะคิดถงึ น้อง

บหุ งาราไป คอื การนา้ ดอกไมช้ นิดตา่ ง ๆ มารวมกนั แลว้ ปรุง
ดว้ ยเครื่องหอม

บุหงาร้าไปเป็นเครื่องหอมท่ีท้าจากดอกไม้ท่ีมีกลิ่นหอม และสมุนไพรที่มีกล่ิน
หอม โดยแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่ บุหงาร้าไปสดคือน้าดอกไม้สดมาผสมกับน้าอบน้า
ปรุงช่วยให้มีกล่ินหอมสดชื่น และบุหงาร้าไปแห้งคือน้าดอกไม้แห้งมาอบด้วยควัน
เทียน และอบด้วยน้าอบน้าปรุง หลังจากน้ันน้าบุหงาร้าไปใส่ในถุงผ้าโปร่ง
บุหงาร้าไปชว่ ยสรา้ งบรรยากาศให้มีกล่นิ หอมสดชนื่

1 ตรลบ /ตระ-หลบ/ ฟุง้ กระจาย 2 นาสา /นา-สา/ จมูก
3 ถวิล /ถะ-หวนิ / คดิ ถงึ

70

นา้ อบนา้ ปรงุ

พุดจีบกลีบแสลม้ 1 พิกุลแกมแซมสุกรม
หอมชวยรวยตามลม x เหมือนกลิน่ น้องต้องตดิ ใจ

ดอกพดุ จีบมีกลบี สวยงาม ส่วนดอกพิกุลออกดอกปะปนกบั ดอกสกุ รม เม่อื ลม
พัดท้าให้มีกลน่ิ หอมตามลมเหมือนกลนิ่ ของนอ้ งท่ีพตี่ ิดใจ

สาวชาววังมีกล่ินกายหอมเหมือนกล่ินดอกไม้ เพราะใช้น้าอบ
น้ า ป รุ ง ที่ มี ส่ ว น ผ ส ม ข อ ง ด อ ก ไ ม้ ห อ ม แ ล ะ ส มุ น ไ พ ร ไ ท ย ห ล า ย ช นิ ด
นอกจากน้ีเครื่องหอมของไทยยังมีกล่ินหอมแก้อาการเวียนหัว และช่วย
บา้ รุงผวิ พรรณได้

น้าอบน้าปรุง เป็นน้าหอมของไทย นยิ มใช้แตะตัวหลังอาบน้า

เพื่อเพิ่มความเย็นสดช่ืน เพราะมีส่วนประกอบของสมุนไพรที่
ท้าให้รู้สึกเย็นสบาย นอกจากนี้ยังใช้เป็นส่วนประกอบท้าเคร่ือง
หอม และใชผ้ สมนา้ สรงน้าพระ หรือรดน้าดา้ หวั 1ผ้ใู หญ่

1 แสลม้ /สะ-แล่ม/ สวย
2 รดน้าดาหวั /รด-น้า-ด้า-หัว/ การรดน้าเพอ่ื ขอขมา(ขอโทษ)

71

3. เคร่ืองแต่งกายสาวชาววัง

เคร่ืองแต่งกายของสาวชาววังมีเอกลักษณ์โดดเด่น สวยงาม เย็บปักด้วย
ความประณีต และมวี ธิ ีการเกบ็ รกั ษาผ้าให้มีกล่ินหอมจากการอบร้่า1ผ้า

โนรีสีปานชาด1 เหมอื นช่างฉลาดวาดแตม้ ลาย
ไมเ่ ทา่ เจ้าโฉมฉาย หม่ ตาดพรายกรายกรมา

นกโนรีมีสีแดงเหมอื นช่างวาดลวดลาย แตไ่ มส่ วยเท่านอ้ งหม่ ผา้ ตาด
ท่ีสวยงามขณะเดินมา

ผ้ า ต า ด คื อ ผ้ า ท่ี ท อ ด้ ว ย ไ หม แ ล ะ ท อ ง หรื อ เ งิ น
ปักลวดลายด้วยดิ้นเงินดิ้นทอง2 เลื่อมหรือไหมสีต่าง ๆ
อย่างงดงาม ผ้าตาดใช้ห่มเป็นสไบ3 โดยการห่มผ้าแพร
เปิดไหล่ข้างหน่ึงแล้วทับด้วยผ้าตาด การห่มตาดเป็น
เครื่องแตง่ กายของเจา้ นายช้นั สงู ส้าหรับใช้
ในงานพระราชพธิ ีสา้ คัญ เพราะเป็นผา้ ท่ี
งดงามและทอด้วยฝมี ือประณีต

1 อบรา่ /อบ-ร่้า/ การอบผ้าด้วยเครื่องหอม
2 ชาด /ชาด/ สแี ดง
3 ดนิ้ เงินดน้ิ ทอง /ดน้ิ -เงนิ -ดน้ิ -ทอง/ เสน้ สีเงินหรอื สที อง

สาหรับปกั ลายบนผ้า
4 สไบ /สะ-ไบ/ ผ้าทีผ่ หู้ ญิงใช้นุ่งหม่

72

นอกจากเคร่ืองแตง่ กายของสาวชาววงั จะสวยงาม ประณตี ยงั มีกล่ินหอมจากการ
อบผ้า ซง่ึ เปน็ เอกลักษณ์เฉพาะของสาวชาววงั ทีท่ ้าใหเ้ คร่อื งแต่งกายมีกลน่ิ หอม

อบรา่ ผา้

เต็งแตว้ แกว้ กาหลง บานบุษบงสง่ กลิน่ อาย

หอมอยไู่ ม่รหู้ าย คลา้ ยกล่ินผ้าเจ้าตาตรู

ต้นเต็ง ตน้ แตว้ ตน้ แก้ว และต้นกาหลง ออกดอกบานสง่ กลนิ่ หอม
ไมจ่ างหายเหมือนกล่นิ ผา้ ของนอ้ ง

การอบรา่ ผา้ น้าผา้ ที่ซกั รดี แล้วใส่ในหบี

ตา้ เครอ่ื งหอมให้ละเอยี ดจนเป็นผง
น้าผงโรยบนถา่ นท่เี ผาไฟจนแดง จะท้าใหเ้ กดิ ควนั

น้าดอกไม้ท่ีมีกลน่ิ หอม หรอื นา้ มนั หอมทีท่ า้ จากดอกไม้ชุบผ้า
และพบั วางไว้ในหบี กลน่ิ หอมจะซมึ เขา้ ไปในเนือ้ ผ้า

73

4. การกรองมาลัย

การกรองคอื การร้อย สว่ นมาลัยหมายถงึ ดอกไม้
การกรองมาลยั จึงหมายถงึ การรอ้ ยดอกไม้

สาวหยดุ พุทธชาด บานเกลอื่ นกลาดดาษดา1ไป
นึกนอ้ งกรองมาลัย วางให้พข่ี า้ งทน่ี อน

ดอกสายหยดุ ดอกพทุ ธชาดบานมากมาย ท้าให้นึกถงึ น้องทเี่ คยรอ้ ย
มาลยั วางใหพ้ ี่ข้างทน่ี อน

พวงมาลยั คอื ศลิ ปะการประดษิ ฐ์ดอกไม้ กลีบดอกไม้ และใบไม้
โดยน้ามาร้อยเป็นพวง ต้องมีความละเอียด ความอ่อนโยน และ
ค ว า ม ป ร ะ ณี ต ก า ร ร้ อ ย พ ว ง ม า ลั ย เ ป็ น ง า น ฝี มื อ ข อ ง
สาวชาววังที่สวยงาม มีสีสันสดใส และมีกล่ินหอมจากดอกไม้
โดยเฉพาะดอกมะลิ ในวงั จึงนิยมใชพ้ วงมาลัยในพระราชพธิ ี
และถวายพระภกิ ษสุ งฆ์

1 ดาษดา /ดาด-สะ-ดา/ มากมาย
74

บทอ่านเสริมความรู้
เคล็ดลับความงามของสาวชาววงั

ความนยิ มเร่อื งความงามของสาวชาววังในอดตี มี ดงั น้ี

สาวชาววังใช้สมุนไพรท้าความสะอาดและบ้ารุงเส้นผม เช่น
มะกรูด ใช้ท้าความสะอาดผม ท้าให้ผมเป็นเงางาม ผมนิ่ม แก้คันศีรษะ
ผม สว่ นอัญชันท้าให้ผมดา้ เงางามและชะลอ1การหงอกข2 องเส้นผม

แป้งผัดหน้าของหญิงไทยในอดีตนิยมใช้ดินสอพองละลายน้าอบ น้าหอม หน้า
เกสรดอกไม้ หรือพิมเสนทาหน้า เพ่อื บา้ รุงผิว แก้สิว ผนื่ คัน

คนไทยนิยมน้าดอกอัญชันวาดค้ิวเพื่อให้ค้ิวด้า ในอดีตใช้เน้ือ คว้ิ
มะพรา้ วแก่เหลาให้แหลมแล้วน้าไปเผาไฟจนด้าเป็นถ่านน้ามาเขียนคิ้ว
หรือขอบตา

ผวิ พรรณ วิธีบ้ารุงผิวของสาวชาววังคือ เมื่ออาบน้าแล้วทาและขัดผิวด้วย
ผงขมิ้นให้เป็นสีเหลืองผุดผ่อง แล้วจึงทาด้วยเคร่ืองหอมแบบโบราณให้
ผวิ มีกลนิ่ หอม

1 ชะลอ /ชะ-ลอ/ ทาใหช้ ้าลง 2 การหงอก /กาน-หงอก/ ผมขาว
75

แบบทดสอบท้ายบท บทท่ี 6

77

แบบทดสอบท้ายบท

จงเลือกคาตอบท่ถี กู ตอ้ งที่สดุ เพยี งขอ้ เดยี ว

ข้อ 1. “นวลจันทร์เปน็ นวลจริง เจ้างามพรง้ิ ยิ่งนวลปลา”

คาประพนั ธ์ข้างตน้ กลา่ วถงึ ลักษณะของสาวชาววังเรื่องใด

ก. ดวงตา ข. ผวิ พรรณ

ค. ทรงผม ง. เสยี งพดู

ข้อ 2. ข้อใดแสดงถงึ ความสามารถดา้ น การประดษิ ฐ์ ของสาวชาววงั
ก. พกิ ลุ บนุ นาคบาน กล่นิ หอมหวานซา่ นขจร
แม้นนชุ สดุ สายสมร เห็นจะวอนออ้ นพชี่ าย
ข. ประยงคท์ รงพวงหอ้ ย ระย้าย้อยห้อยพวงกรอง
เหมอื นอบุ ะนวลละออง เจา้ แขวนไวใ้ หเ้ รียมชม
ค. เน้ือออ่ นออ่ นแตช่ อื่ เน้อื นอ้ งฤๅอ่อนทัง้ กาย
ใครต้องข้องจิตชาย ไม่วายนกึ ตรกึ ตรึงทรวง
ง. ชมดวงพวงนางแยม้ บานแสลม้ แย้มเกสร
คิดความยามบังอร แย้มโอษฐ์ยม้ิ พรมิ้ พรายงาม

ขอ้ 3. ข้อใดไมใ่ ช่เอกลักษณ์ของสาวชาววังที่ปรากฏในกาพย์เห่เรอื

ก. กล่นิ กายหอม ข. เปน็ แม่ศรีเรือน

ค. หนา้ ตาสวยงาม ง. มีความสามารถด้านการท้าอาหาร

ข้อ 4. เครอ่ื งหอมมปี ระโยชนห์ ลายอยา่ งยกเวน้ ขอ้ ใด

ก. ใชอ้ บผ้า ข. ใชเ้ ป็นน้าหอม

ค. ใชบ้ ้ารงุ ผิวพรรณ ง. ใชท้ า้ ความสะอาดร่างกาย

ข้อ 5. ข้อใดคอื องคป์ ระกอบหลักของการทาเครือ่ งหอมของไทย

ก. เคร่ืองเทศ ข. น้ามันมะพร้าว

ค. ดอกไม้ทมี่ กี ลนิ่ หอม ง. สารสกัดจากสมุนไพร

76

ขอ้ 6. ขอ้ ใดคอื คณุ สมบัติของนา้ อบนา้ ปรงุ
ก. ท้าใหผ้ มเงางาม
ข. เพ่มิ ความเย็นสดชนื่
ค. ใชท้ ้าความสะอาดผ้า
ง. ใชข้ ัดผวิ ให้สะอาด

ขอ้ 7. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถูกตอ้ งเกยี่ วกับผา้ ตาด
ก. ผา้ ตาดใช้นงุ่ เปน็ ผ้าถงุ ยาว
ข. ทอดว้ ยไหมและทองค้าหรอื เงิน
ค. มีการปกั ลวดลายด้วยดนิ้ เงินด้ินทอง
ง. การหม่ ตาดเปน็ เครือ่ งแตง่ กายของเจา้ นายชนั้ สูง

ขอ้ 8. หากตอ้ งการซ้อื นา้ หอมแบบไทยต้องซอ้ื เครือ่ งหอมชนิดใด
ก. แป้งร่้า
ข. ดินสอพอง
ค. บุหงารา้ ไป
ง. น้าอบน้าปรุง

ข้อ 9. ข้อใดคอื ประโยชน์ของบุหงาราไป
ก. บ้ารงุ ผิวพรรณ
ข. ท้าให้มกี ลน่ิ หอม
ค. แกอ้ าการวิงเวียน
ง. เพ่มิ ความเย็นสดชื่น

ข้อ 10. ขอ้ ใดกลา่ วไมถ่ กู ตอ้ งเก่ียวกบั เคร่อื งสาอาง
ของหญิงไทยในอดตี
ก. ใช้อญั ชนั เขียนค้วิ
ข. ใช้ดนิ สอพองทาหน้า
ค. ใชถ้ ่านทาผมให้ผมดา้
ง. ใช้ผงขมนิ้ ทาผวิ ใหส้ ีเหลืองผอ่ ง

77

บรรณานกุ รม

กาญจนา วชิ ญาปกรณ์. (2550). วถิ ีสตรชี าววัง จาก ชวี ติ ในวัง ของ ม.ล. เนอ่ื ง นิลรัตน์.
วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร. 4, 33-53.

การท้าบุหงา ดอกไมใ้ ห้กลนิ่ หอม. (2546). เกษตรกรรมธรรมชาติ (4-6), 33.
กิตตพิ งษ์ วิโรจน์ธรรมากูร. (2537). น้าอบไทยดอกไมส้ ดหน่งึ ในตา้ นานเคร่อื งหอม

โบราณ. ความรคู้ ือประทปี , 2, หนา้ 3-9.
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2556). หนงั สอื เรียนรายวชิ าพ้ืนฐานภาษาไทย วรรณคดี

วจิ ักษ์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6. กรุงเทพฯ: สกสค. ลาดพรา้ ว.
จลุ ทรรศน์ พยาฆรานนท์. (2543). สาระไทย. กรงุ เทพฯ : สถาบันไทยศึกษา จฬุ าลงกรณ์

มหาวทิ ยาลยั .
ดวงฤทธ์ิ แคล้วปลอดทุกข์. (2539). การศึกษาบทความและความสาคัญของผา้ เขม้ ขาบ

ผา้ เยียรบับ ผ้าอัตลัด และผา้ ตาดทใ่ี ช้ในราชสานักแหง่ กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ถึง
กรุงรัตนโกสนิ ทร์ตอนต้น. (ปริญญาศิลปศาสตรบ์ ณั ฑติ (โบราณคดี)) มหาวิทยาลยั
ศิลปากร. กรุงเทพฯ.
บังอร โพธิ์นมิ่ แดง. (2546). เสน่ห์เคร่ืองหอมไทย. เกษตรกรรมธรรมชาติ (4-6),
19-26.
ราชบัณฑติ ยสถาน. (2556). พจนานกุ รมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. พมิ พ์
ครั้งที่ 2. กรงุ เทพฯ: นานมีบุ๊คส.์
ราศี บุรุษรัตนพันธ์ุ. (2553). เคร่ืองหอม เครื่องส้าอางไทย. วัฒนธรรมไทย. 49(6) .
30-31.
ศันสนยี ์ วรี ะศิลป์ชัย. (2553). หอมตดิ กระดาน. กรงุ เทพฯ : มติชน
เสนห่ เ์ คร่อื งหอมไทย. (2546). มติชนสดุ สปั ดาห์, 23(1179), 82.
สา้ นกั งานเสรมิ สร้างเอกลกั ษณข์ องชาติ. คณะอนุกรรมการแต่งกายไทย. (2543).
การแตง่ กายไทย : วิวัฒนาการจากอดีตสปู่ ัจจบุ ัน. กรุงเทพฯ : สา้ นกั งาน
หลากหลายคุณคา่ เคร่อื งหอมไทย. (2545). เกษตรกรรมธรรมชาติ (7-9), 26-32.
อภิโชค แซโ่ ค้ว. (2541). การแต่งกายไทย. กรุงเทพฯ : เอส.ท.ี พ.ี เวลิ ด์ มเี ดยี .

78


Click to View FlipBook Version