แบบฝกึ ทักษะการแตง่ คาประพนั ธ์
ประเภทกลอนสภุ าพ
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓
คานา
แบบฝึกทักษะการแต่งคาประพันธ์ ประเภทกลอนสุภาพ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๓
สร้างข้ึนเพ่ือใช้ประกอบในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และพัฒนาทักษะด้านการ
แต่งคาประพันธ์ ประเภทกลอนสุภาพ ให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจและเกิดความ
ภาคภูมิใจในภาษาไทย สามารถเรียงร้อยถ้อยคาสร้างสรรค์วรรณศิลป์ ทางภาษาให้เป็น
บทร้อยกรองท่ีไพเราะ ใช้คาได้อย่างสละสลวยและถูกต้องเหมาะสม แบบฝึกทักษะการ
แต่งคาประพันธ์ ประเภทกลอนสุภาพ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีจานวน ๓ หน่วย ดังน้ี
หน่วยที่ ๑ เข้าใจฉันทลักษณ์ (กลอนสุภาพ) หน่วยท่ี ๒ สัมผัส คล้องจอง หน่วยท่ี ๓ แต่ง
เติมกลอนสุภาพ มีแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เพ่ือเป็นการวัดพ้ืนฐาน
พฒั นาการเรียนรู้ หรอื เป็นการทบทวนหลงั ศึกษาเน้ือหา ในการพฒั นาทกั ษะทางด้านการ
แตง่ บทร้อยกรองได้
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แบบฝึกทักษะการแต่งคาประพันธ์ ประเภทกลอน
สุภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ที่จัดทาขึ้นน้ี จะเอ้ือให้เกิดประโยชน์แก่นักเรียน และเป็น
แนวทางให้กับผู้ทมี่ ีความสนใจในการพัฒนาการแต่งคาประพันธ์ประเภทกลอนสุภาพ ของ
นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ให้ดียิ่งขึ้น เกิดการเรียนรู้ได้รวดเร็วและจดจาได้แม่นยา
สามารถนาไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่างถูกต้อง และเป็นพื้นฐานการศึกษาในระดับสูง
ตอ่ ไป
นางสาวมลั ลิกา จาปาทอง
สารบัญ หนา้
คานา 3
สารบญั 4
คาชี้แจงการใช้แบบฝึกสาหรับครู 5
คาชแี้ จงการใช้แบบฝึกสาหรบั นกั เรียน 5
สาระสาคญั 6
จดุ ประสงค์ 11
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 16
หนว่ ยท่ี 1 เข้าใจฉันทลักษณ์ (กลอนสภุ าพ) 19
หน่วยที่ 2 สัมผัสคล้องจอง 21
หน่วยท่ี 3 แตง่ เตมิ กลอนสภุ าพ 26
แบบทดสอบหลังเรยี น 27
เฉลยแบบทดสอบก่อน – หลงั เรยี น 28
เฉลยแบบฝกึ หดั ที่ 1 29
เฉลยแบบฝึกหัดที่ 2 30
เฉลยแบบฝกึ หดั ที่ 3
บรรณานุกรม
๓
คาชี้แจงการใชแ้ บบฝึกสาหรับครู
๑. แบบฝึกนเี้ ปน็ แบบฝึกสาหรบั ใหน้ ักเรียนเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง
๒. ครูควรแจ้งจดุ มุ่งหมายในการใชแ้ บบฝกึ ใหน้ กั เรียนทราบ
๓. ดาเนนิ การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน โดยใช้แบบฝึกควบคูก่ บั การ
จัดการเรยี นรู้
๔. หลังจากสอนเนื้อหาแล้วใหน้ ักเรียนตอบคาถามเพื่อประเมนิ ความรแู้ ต่
ละเร่ือง
๕. ทดสอบความรู้หลังเรยี น หลังจากท่นี ักเรียนเรยี นจบเลม่
๖. ในการใหน้ กั เรยี นเรียนรแู้ บบฝึก ครูทาหนา้ ที่เปน็ ท่ปี รึกษาคอยให้
คาแนะนาชว่ ยเหลอื เม่อื นักเรียนเกิดปัญหา
๗. ครูควรเนน้ ย้าให้นกั เรยี นมคี วามซ่อื สตั ย์ในการเรียน ไม่ดเู ฉลยกอ่ น
ตอบคาถาม
4
คาชแี้ จงการใช้แบบฝกึ สาหรบั นักเรยี น
แบบฝกึ หัดน้ีจัดทาข้ึนเพ่ือให้นกั เรียนเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง โปรดอา่ นคาแนะนาและปฏบิ ัติ
ตามขัน้ ตอนดังน้ี
๑. แบบฝึกนไี้ ม่ใชแ่ บบทดสอบ นกั เรียนไมต่ ้องกังวลใจ พยายามเรยี นร้ทู าความเขา้ ใจไป
ชา้ ๆ ทีละแบบฝกึ ทลี ะกิจกรรม นักเรยี นจะได้รบั ความรู้ ได้ทาแบบฝึกและกิจกรรม
ต่างๆ ดว้ ยตัวของนักเรยี นเอง
๒. กอ่ นท่นี ักเรยี นจะเรยี นรู้ ควรทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี นดว้ ยตนเองทกุ ข้อ เพ่อื เป็นการ
วดั ความรูพ้ น้ื ฐานของนกั เรียน เมอ่ื ทาเสรจ็ ใหต้ รวจคาตอบจากเฉลย
๓. นกั เรียนจะตอ้ งอา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรูข้ องบทเรยี นนีโ้ ดยละเอียด เพอื่ จะไดท้ ราบ
แนวความรู้
๔. บทเรยี นจะเสนอเนือ้ หายอ่ ย ๆ อยา่ งตอ่ เนอื่ งกนั ไป
๕. นักเรยี นเรยี นรู้แตล่ ะเนื้อหาจากใบความรู้ และทาแบบฝกึ ไปตามลาดบั โดยไม่ขา้ ม
เนือ้ หาและตอบคาถาม ถ้าตอบไมไ่ ด้อย่าเพ่งิ ดูเฉลยคาตอบ ใหเ้ รยี นรูเ้ น้อื หาเดมิ อีกครง้ั
แล้วตรวจคาตอบจากเฉลย
๖. คาถามจากแบบฝึกไมใ่ ช่ข้อสอบ แต่เป็นส่วนหนง่ึ ของการเรียนรู้ หากตอบผดิ ก็ไมเ่ ปน็ ไร
เม่อื เรียนรูบ้ ทเรียนต่อไปกจ็ ะสามารถตอบคาถามได้ถกู ตอ้ ง ให้ทาอยา่ งสบายใจโดยไม่
ตอ้ งกังวลใด ๆ
๗. หากนักเรยี นมีขอ้ สงสัยในการใชแ้ บบฝึก ใหถ้ ามครูผู้สอนได้ทนั ที
๘. หลงั จากนักเรยี นรูเ้ น้อื หาครบทกุ แบบฝึกแลว้ ให้ทาแบบทดสอบหลงั เรยี นจนครบทกุ ข้อ
ด้วยตนเอง เพอื่ ดผู ลความก้าวหน้าของตนเอง
๙. การเรยี นรแู้ บบฝกึ เล่มนี้จะไม่บรรลุผลสาเร็จ ถ้านกั เรยี นขาดความซือ่ สตั ยใ์ นการปฏบิ ัติ
กิจกรรม
5
สาระสาคัญ
ฉนั ทลกั ษณเ์ ปน็ ลกั ษณะบงั คับของคาประพนั ธไ์ ทย
สว่ นกลอนสภุ าพเป็นกลอนหลักของบรรดากลอนทกุ ชนดิ
ถ้าเข้าใจกลอนสภุ าพเป็นอยา่ งดแี ลว้ กจ็ ะสามารถเขา้ ใจกลอนอ่ืนๆได้
โดยงา่ ย
ดังนน้ั การเรยี นรเู้ รอื่ งการแตง่ คาประพนั ธ์ประเภทกลอนสุภาพ
จงึ ควรเรยี นรเู้ รอ่ื งฉันทลักษณ์ของกลอนสุภาพให้เข้าใจ
ฉันทลกั ษณ์ของกลอนสุภาพประกอบด้วย คณะ จานวนคา
และสมั ผัส
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. อธิบายฉนั ทลกั ษณ์ของกลอนสุภาพได้ถูกต้อง
๒. วิเคราะห์คณะและจานวนคา/พยางคข์ องกลอนสภุ าพ
ได้ถกู ตอ้ ง
๓. แสดงสมั ผัสนอกหรอื สมั ผัสบังคับของกลอนสุภาพไดถ้ กู ตอ้ ง
๔. สามารถแตง่ กลอนสุภาพได้
6
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
แบบฝกึ ทักษะการแต่งคาประพันธ์ ประเภทกลอนสุภาพ
ระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓
คาชแี้ จง : แบบทดสอบน้ีมที ัง้ หมด 22 ขอ้ ๓๐ คะแนน
เลอื กคาตอบท่ีถกู ท่สี ดุ โดยทาเครอื่ งหมาย (X) ลงในชอ่ ง ก ข ค หรือ ง ทถ่ี ูกต้องท่ีสดุ เพียงขอ้ เดยี ว
๑. ข้อใดไม่เก่ยี วข้องกบั ฉันทลักษณ์ของกลอนสุภาพ
ก. คณะ
ข. วรรค
ค. สัมผสั
ง. คาหรอื พยางค์
๒. ขอ้ ใดเก่ยี วข้องกบั “คณะของกลอนสุภาพ”
ก. บท บาท วรรค
ข. บาท วรรค คากลอน
ค. วรรค คากลอน สัมผัส
ง. คากลอน สัมผัส พยางค์
๓. ข้อใดคือวรรคที่ ๒ ของกลอนสภุ าพ
ก. วรรครับ
ข. วรรคส่ง
ค. วรรครอง
ง. วรรคสดับ
๔. ข้อใดมจี านวนคา/พยางค์ ทกุ วรรคตรงกบั ลกั ษณะของกลอนสภุ าพ
ก. ศลี ธรรมน้อมนาใจ สดุ สดใสบริสทุ ธ์ิ
ข. กลน่ิ ผกาหอมกรุน่ อยู่ แมลงผ้งึ ภู่ดอมเกสร
ค. บปุ ผชาติดาษด่นื ชื่นโกมุท สัตตบุษย์สดใสไร้ราคี
ง. วันนส้ี รุ ยิ าขอลาลัย แลว้ จะกลบั มาพบใหม่
7
อ่านบทกลอนต่อไปน้ี แลว้ ตอบคาถามขอ้ ๕ –๑๐
วิหารพระเข้ยี วแกว้ ผ่องแผ้วค่า มงุ หลงั คาดว้ ยทองคางามสดใส
ฝาไมส้ กั สลกั ลายฉายอาไพ เหลอื งอุไรสวยศิลป์ดังจนิ ดา
บานประตดู เู หลืองรงุ่ เรอื งผ่อง เปน็ บานทองทัง้ แผ่นแน่นและหนา
บอกกันโจรปลน้ ธาตศุ าสดา หน่งึ ศอกหนาสลา้ งสร้างไว้ดี
(พระราชปรยิ ัตยาลงกรณ์ (ชว้ น ชวนปญั โญ))
๕. ข้อใดตอบคาถามเก่ียวกบั บทประพันธ์ขา้ งต้นไดถ้ ูกต้อง
ก. บทประพันธข์ ้างต้นมีทั้งหมด ๑ บท
ข. บทประพันธข์ ้างตน้ มีทั้งหมด ๔ วรรค
ค. บทประพนั ธ์ขา้ งต้นมีท้ังหมด ๔ บาท
ง. บทประพันธข์ า้ งตน้ มีทัง้ หมด ๘ คากลอน
๖. จากคาประพนั ธข์ า้ งต้น คาทข่ี ดี เสน้ ใต้ขอ้ ใดมีจานวนพยางค์มากท่สี ดุ
ก. ฝาไม้สักสลักลายฉายอาไพ
ข. บอกกนั โจรปล้นธาตุศาสดา
ค. หนึ่งศอกหนาสล้างสรา้ งไวด้ ี
ง. บานประตดู ูเหลอื งรุ่งเรอื งผอ่ ง
๗. จากคาประพันธข์ ้างตน้ ขอ้ ใดบอกสมั ผสั นอก (สมั ผัสบงั คบั ) ไม่ถูกต้อง
ก. ดา – หนา ข. ไม้ – ไร
ค. ใส – ไพ ง. ค่า – คา
๘. จากคาประพนั ธ์ข้างต้น ข้อใดบอกสัมผัสระหวา่ งบทไดถ้ กู ต้อง
ก. ผอ่ ง – ทอง ข. ผ่าน – แน่น
ค. แนน่ – หนา ง. ดา – หนา
๙. จากคาประพนั ธข์ ้างต้นมีสัมผัสนอกรวมท้งั สมั ผัสระหวา่ งบทท้งั หมดก่แี ห่ง
ก. ๗ แหง่ ข. ๙ แหง่
ค. ๑๐ แห่ง ง. ๑๒ แห่ง
8
๑๐. เมือ่ นาคาตอบมาเรียงเป็นบทกลอนแล้ว คาประพันธ์ขอ้ ใดเป็นวรรคสง่
ก. บอกกันโจรปลน้ ธาตุศาสดา
ข. เหลอื งอุไรสวยศิลป์ดงั จินดา
ค. บานประตดู เู หลืองรุ่งเรอื งผอ่ ง
ง. มุงหลงั คาด้วยทองคางามสดใส
ให้นักเรยี นอา่ นบทรอ้ ยกรองต่อไปนี้ แล้วตอบคาถามข้อ ๑๑ - ๑๕
นางวันทองร้องให้จิตใจหาย กอดเจ้าพลายงามนอ้ ยละห้อยให้
โอ้ลกู แก้วแววตาจะลาไป หนทางปา่ ค่าไมพ้ ่อไมเ่ คย
๑๑. คาว่า “หาย” สัมผสั กบั คาใด ข. พลาย
ก. เจา้ ง. ให้
ค. งาม
๑๒. คาวา่ “น้อย” “หอ้ ย” และคาวา่ “ให้” มลี กั ษณะตรงกบั ข้อใด
ก. คาสัมผสั ใน
ข. คาสมั ผสั นอก
ค. คาสมั ผสั สระ
ง. คาสัมผัสอกั ษร
๑๓. คาว่า “ให้” “ไป” และคาว่า “ป่า” มีลักษณะตรงกบั ข้อใด
ก. คาสัมผัสใน
ข. คาสัมผสั นอก
ค. คาสัมผัสสระ
ง. คาสมั ผสั อักษร
๑๔. คาว่า “ป่า” และ “คา่ ” มลี กั ษณะตรงกบั ขอ้ ใด
ก. คาคล้องจอง
ข. คาสัมผัสนอก
ค. คาสัมผสั สระ
ง. คาสมั ผสั อักษร
๑๕. คาวา่ “ไป” และ “ป่า” มลี กั ษณะตรงกบั ข้อใด
ก. คาคลอ้ งจอง
ข. คาสัมผสั ใน
ค. คาสมั ผสั สระ
ง. คาสัมผสั อกั ษร
9
ใหน้ กั เรยี นอา่ นบทร้อยกรองต่อไปน้ี แลว้ ตอบคาถามข้อ 16 - 2๐
ภาษาไทยอะไรทีต่ อ้ ง............ ฟงั อา่ น............เรยี นพูดเหมือนถูกขัง
จินตนาการแตง่ แปลง................ สร้างความ............ปลดปล่อยดว้ ยร้อยกรอง
16. ภาษาไทยอะไรทตี่ ้อง...................... ข. เรยี น
ก. เขียน ง. พลงั
ค. หวัง
17. ฟงั อ่าน...........เรียนพดู เหมอื นถูกขัง ข. เรยี น
ก. เขยี น ง. พลัง
ค. หวงั
18. จินตนาการแต่งแปลง............ ข. เรยี น
ก. เขียน ง. พลงั
ค. หวัง
๑9. สรา้ งความ............ปลดปล่อยดว้ นรอ้ ยกรอง
ก. เขียน ข. เรียน
ค. หวัง ง. พลัง
20. จากบทประพันธข์ ้างตน้ วรรคใดมีการเลน่ สัมผสั ในมากทีส่ ุด
ก. วรรค ๑ ข. วรรค ๒
ค. วรรค ๓ ง. วรรค ๔
เขยี นแผนผงั สัมผสั คลอ้ งจอง
๒1. ใหน้ ักเรียนเขยี นแผนผังสมั ผัสของกลอนแปดหรือกลอนสภุ าพมา ๑ บท ( 5 คะแนน )
....................................................................................................................................................................
.......................................................................................... ...........................................................................
10
เขียนกลอนแปดหรือกลอนสุภาพ
22. ใหน้ ักเรียนเขยี นบทร้อยกรอง กลอนแปดหรือกลอนสุภาพ ความยาว ๑ บท (ส่วี รรค)
โดยใหน้ กั เรียนกาหนดเน้ือหา และต้งั ช่ือเร่ืองเอง ( 5 คะแนน )
................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ................................................
11
หนว่ ยที่ ๑
เขา้ ใจฉันทลกั ษณ์
(กลอนสภุ าพ)
12
ใบความรู้
เรื่อง ฉันทลักษณข์ องกลอนสุภาพ
ฉนั ทลักษณ์ คือ ลักษณะบงั คับหรือข้อบงั คบั ของคาประพันธ์ไทยทีโ่ บราณได้วางเป็นแบบไวใ้ นการแต่ง
บทร้อยกรองชนิดต่างๆ ฉันทลกั ษณ์ของกลอนสภุ าพ คือลักษณะบงั คับของกลอนสภุ าพหรอื กลอนแปด ประกอบด้วย
๑. คณะของกลอนสภุ าพ หมายถงึ การจัดหมวดหม่ถู ้อยคาในแตล่ ะวรรค แต่ละบาทของคาประพนั ธ์
ประเภทกลอนสภุ าพ แยกออกเปน็ ลกั ษณะย่อยๆ ดังน้ี
- กลอนสุภาพ ๑ บท มี ๔ วรรค แตล่ ะวรรคมีชื่อเรียก ดงั นี้
วรรคที่ ๑ เรียก วรรคสดบั หรือ วรรคสลับ เปน็ วรรคข้นึ ต้นทาหนา้ ท่สี ่งสมั ผัสไปยังวรรครับ (วรรคที่ ๒)
เพยี งอย่างเดียว
วรรคท่ี ๒ เรยี ก วรรครับ ทาหนา้ ที่รับสัมผสั จากวรรคสดับหรือวรรคสลบั (วรรคที่ ๑) แลว้ สง่ สมั ผสั ไปยงั
วรรครอง (วรรคที่ ๓)
วรรคท่ี ๓ เรียก วรรครอง ทาหนา้ ท่รี ับสมั ผสั จากวรรครบั (วรรคท่ี ๒) แล้วส่งสัมผัสไปยัง วรรคสง่
(วรรคที่ ๔)
วรรคที่ ๔ เรยี ก วรรคส่ง ทาหนา้ ทรี่ ับสมั ผสั จาก วรรครอง และทาหนา้ ทส่ี าคัญในการส่งสมั ผสั ระหวา่ งบทไปยงั วรรค
รับ (วรรคท่ี ๒) ของบทต่อไป
กลอนสภุ าพ ๑ บท มี ๒ บรรทดั แตล่ ะบรรทัดเรียกวา่ บาท หรอื คากลอน แตล่ ะบาทมี ๒ วรรค ดังนี้
วรรคที่ ๑ เรยี ก วรรคสดบั หรือ วรรคสลบั
วรรคท่ี ๒ เรยี ก วรรครบั ๑ คากลอน เรยี ก บาทเอก
วรรคท่ี ๓ เรยี ก วรรครอง เรยี ก บาทโท
วรรคท่ี ๔ เรียก วรรคส่ง ๑ คากลอน
13
๒. จานวนคาหรอื พยางค์ของกลอนสุภาพ
คำในกลอนสุภำพ มคี วำมหมำยเฉพำะ หมำยถึง จำนวนพยำงค์ในแตล่ ะวรรค
พยำงค์ หมำยถึง เสยี งทเ่ี ปล่งออกมำครัง้ หนงึ่ ๆ จะมีควำมหมำยหรอื ไม่มีควำมหมำยกไ็ ด้ นิยมเรียกว่ำ
“คำ”
จำนวนคำหรอื พยำงค์ของกลอนสุภำพ หมำยถึงจำนวนคำหรอื พยำงค์ท่ีกำหนดในวรรคหน่งึ ๆ
ของกลอนสภุ ำพ ซ่ึงกำหนดมีคำอย่รู ะหว่ำง ๗ – ๙ คำ แต่นิยมวรรคละ ๘ คำ จึงอนโุ ลมเรยี กกลอนสภุ ำพ
วำ่ “กลอนแปด”
๓. สัมผสั ของกลอนสุภาพ
สมั ผสั หมำยถงึ คำที่ออกเสียงคลอ้ งจองกัน
กำรเขยี นกลอนสภุ ำพ มีกฎเกณฑ์กำรใช้สมั ผัส แบ่งเปน็ ๒ ประเภทใหญ่ ๆ คือ
๑. สมั ผสั นอก ไดแ้ ก่ สมั ผัสระหว่ำงวรรค และสมั ผัสระหวำ่ งบท
๒. สมั ผัสใน ได้แก่ สัมผัสภำยในวรรค
สมั ผสั นอก คือ สมั ผสั สระของคำทอ่ี ยูว่ รรคตำ่ งกัน แบ่งเปน็ สัมผัสระหวำ่ งวรรค และสมั ผัสระหวำ่ งบท สัมผัสนอก
เป็นสัมผัสบงั คบั ของคำประพันธ์
กลอนสภุ ำพ ๑ บท มีกำรสง่ สมั ผสั รวม ๕ แห่ง ดงั นี้
วรรคที่ ๑ คำสดุ ท้ำยของวรรคท่ี ๑ ส่งสัมผัสไปยังคำท่ี ๓ หรือ คำที่ ๕ ของวรรคที่ ๒
วรรคท่ี ๒ คำสดุ ท้ำยของวรรคที่ ๒ ส่งสมั ผสั ไปยังคำสุดทำ้ ยของวรรคที่ ๓
วรรคท่ี ๓ คำสุดท้ำยของวรรคที่ ๓ สัมผัสกับคำที่ ๓ หรือคำที่ ๕ ของวรรคท่ี ๔
สมั ผัสระหว่ำงบท คือ คำสมั ผัสหรอื คำคล้องจองท่เี ช่อื มโยงถึงกันระหว่ำงกลอนบทหน่งึ ไปสู่อีกบทหนึ่ง
ซ่งึ มเี พยี งตำแหนง่ เดยี ว คือคำสุดท้ำยของวรรคท่ี ๔ ของกลอนบทแรก สมั ผัสกบั คำสุดทำ้ ยของวรรคท่ี ๒
ในบทต่อไป
14
แผนผงั แสดงฉันทลักษณ์ของกลอนสุภาพ
ัวอยางกลอนแมบท
“กลอนสุภำพพึงจำมีกำหนด กลอนหนึง่ บทสีว่ รรคกรองอกั ร
วรรคละแปดพยำงคน์ ับ พั ท์สนุ ทร อำจยิ่งหยอ่ นเจ็ดหรอื เกำ้ เข้ำหลักกำร
สลบั จดั รบั รองส่งประสงค์สมำน
ห้ำแหง่ คำคล้องจองต้องสมั ผสั เปน็ กลอนกำนท์ครบครนั ฉันน้เี อย”
เสียงสงู ต่ำต้องเรียงเยย่ี งโบรำณ
( .. )
15
แบบฝึกหัดท่ี ๑
เขา้ ใจฉนั ทลกั ษณก์ ลอนสภุ าพ
คาชแี้ จง : พิจารณาขอ้ ความทีก่ าหนดให้ แลว้ ใสเ่ ครื่องหมาย หนา้ ขอ้ ทีใ่ หข้ ้อมูลถกู ตอ้ ง
และใส่เครอ่ื งหมาย หนา้ ข้อทใี่ ห้ข้อมลู ไมถ่ กู ต้อง ( 10 ขอ้ 10 คะแนน )
....................๑. ลกั ษณะบงั คบั ของกลอนสภุ าพ เรยี กวา่ ฉนั ทลกั ษณ์
....................๒. ข้อบังคบั ของกลอนสภุ าพ (ฉนั ทลักษณ์) ประกอบด้วย คณะ จานวนคา และสมั ผสั
....................๓. กลอนสภุ าพกาหนดให้ ๑ บท มี ๒ วรรค หรอื ๒ คากลอน หรอื ๒ บท
....................๔. วรรคแรกของกลอนสภุ าพ เรียกว่า วรรคสดับหรอื วรรคสลับ
....................๕. บาทเอกของกลอนสภุ าพ หมายถงึ วรรครอง และวรรคส่ง
....................๖. คาท่เี กย่ี วขอ้ งกบั คณะ ไดแ้ ก่ บท บาท (คากลอน) และวรรค
....................๗. เสยี งทเี่ ปลง่ ออกมาแต่ละครง้ั ในกลอนสุภาพ เรยี กว่า “พยางค”์ หรือ “คา” ก็ได้
....................๘. คาว่า “คณะ, อมร และขโมย” ในกลอนสภุ าพอาจนับเป็น ๑ คา หรอื ๒ คากไ็ ด้
....................๙. กลอนสภุ าพกาหนดจานวนคาในแตล่ ะวรรคมไี ดไ้ มเ่ กนิ ๘ คา
....................๑๐. กลอนสภุ าพ ๑ บท มสี มั ผสั นอก ๓ แห่ง ถ้ามี ๒ บท จะมสี มั ผัสนอกทงั้ หมด ๗ แหง่
16
หน่วยท่ี 2
สัมผัส
คล้องจอง
17
ใบความรู้
เรอื่ ง สัมผสั คล้องจอง
๑. สัมผสั สระ คอื คำที่มีเสยี งสระและมำตรำตวั สะกดเดียวกัน ส่วนวรรณยุกต์ จะเป็นรูปแบบใดเสียงใดก็ได้ เช่น
ก. คำสัมผัสสระท่ไี ม่มีตัวสะกด เช่น มำ - นำ , มี - รี , ดู - หนู , เฉ - เห , ไป - ได
ข. คำสมั ผสั สระทีม่ ตี ัวสะกด เช่น กิน - ลิ ป์ , น่ิง - ท้ิง , ทุกข์ - ยุค , ย - พจน์ , ยำม - ครำม
จะเหน็ ไดว้ ่ำคำขำ้ งต้นนี้แต่ละชดุ ใชส้ ระเดยี วกนั และใช้ตัวสะกดในมำตรำเดยี วกนั
แมจ้ ะใชว้ รรณยุกตต์ ำ่ งกัน กถ็ ือว่ำสมั ผัสกนั ได้
๒. สมั ผสั พยัญชนะ คือ เสยี งพยัญชนะตัวเดียวกันภำยในคำซ่ึงมเี สียงสระต่ำงกัน โดยไม่มตี ัวสะกดหรือ
มีตวั สะกดมำตรำใดก็ได้และมีเสียงวรรณยุกต์ใดกไ็ ด้ ในกรณที มี่ เี สยี งสระเดียวกันจะต้องเป็นคำท่มี ีตวั สะกดตำ่ ง
มำตรำกัน เชน่
ก. คำสมั ผัสพยัญชนะทไ่ี มมตี ัวสะกด เช่น เมื่อ – มี – มำ
ข. คำสมั ผัสพยญั ชนะท่มี ตี วั สะกด เช่น ลม – ลอด – เลยี้ ว – ลง –
สัมผัสของกลอนสุภาพ
สัมผสั หมำยถงึ คำท่ีออกเสียงคล้องจองกัน
กำรเขยี นกลอนสภุ ำพ มีกฎเกณฑ์กำรใช้สมั ผัส แบง่ เป็น ๒ ประเภทใหญ่ ๆ คือ
๑. สมั ผัสนอก ไดแ้ ก่ สัมผสั ระหว่ำงวรรค และสมั ผสั ระหวำ่ งบท
๒. สัมผสั ใน ได้แก่ สัมผสั ภำยในวรรค
สมั ผสั นอก คือ สมั ผัสสระของคำท่อี ยู่วรรคต่ำงกนั แบ่งเปน็ สมั ผสั ระหวำ่ งวรรค และสมั ผัสระหวำ่ งบท
สัมผัสนอกเป็นสัมผัสบังคบั ของคำประพันธ์
กลอนสภุ ำพ ๑ บท มีกำรส่งสมั ผสั รวม ๕ แห่ง ดังน้ี
วรรคที่ ๑ คำสุดท้ำยของวรรคที่ ๑ สง่ สัมผสั ไปยังคำที่ ๓ หรือ คำที่ ๕ ของวรรคที่ ๒
วรรคที่ ๒ คำสุดท้ำยของวรรคที่ ๒ สง่ สัมผสั ไปยงั คำสุดทำ้ ยของวรรคท่ี ๓
วรรคท่ี ๓ คำสดุ ทำ้ ยของวรรคที่ ๓ สัมผัสกับคำท่ี ๓ หรอื คำท่ี ๕ ของวรรคท่ี ๔
สัมผัสระหวำ่ งบท คอื คำสมั ผัสหรือคำคล้องจองที่เชื่อมโยงถึงกนั ระหวำ่ งกลอนบทหน่ึงไปสูอ่ กี บทหนง่ึ
ซ่งึ มีเพยี งตำแหนง่ เดยี ว คอื คำสุดทำ้ ยของวรรคที่ ๔ ของกลอนบทแรก สัมผสั กับคำสดุ ทำ้ ยของวรรคท่ี ๒
ในบทต่อไป
18
แบบฝกึ หดั ที่ 2
แสดงสัมผสั นอก ( สมั ผัสบงั คบั )
คาชี้แจง : อ่านบทกลอนตอ่ ไปน้ีแลว้ ปฏบิ ตั ิดงั น้ี ( 10 คะแนน )
๑. เขยี นแผนผงั กลอนสภุ าพใหถ้ ูกตอ้ งสวยงาม ( 3 คะแนน )
๒. โยงสมั ผสั นอก ( สัมผสั บงั คบั ) บนแผนผังกลอนสุภาพในขอ้ ๑ ใหถ้ กู ต้อง (7 คะแนน)
พงศ์กษัตรยิ ต์ รัสชวนสนิ สมทุ ร สอนให้บุตรขอสมาอัชฌาสยั
พระทรงบา่ เงือกนา้ งามวไิ ล พระหน่อไทขอสมาขน้ึ บา่ นาง
เงือกประคองสององค์ลงจากฝ่ัง มกี าลังลีลาศค่อยวาดหาง
คอ่ ยฟูฟ่องลอ่ งนา้ ไปทา่ มกลาง ลกู สาวนางเงอื กงามตามลลี า
( พระอภยั มณี : พระสนุ ทรโวหาร (ภ)ู่ )
แผนผังกลอนสภุ าพ
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
19
หนว่ ยท่ี 3
แต่งเตมิ
กลอนสภุ าพ
20
แบบฝกึ หดั ที่ ๓
แต่งเตมิ กลอนสุภาพ
คาชีแ้ จง : เลอื กคาหรอื ขอ้ ความทอ่ี ยใู่ นวงเล็บมาเตมิ ในช่องวา่ งให้ไดใ้ จความและสัมผสั ถกู ตอ้ ง
( 10 คะแนน )
๑. ภาษาไทยเปน็ ภาษาประจาชาติ งาม ________ ไพเราะ ________ แสน
ใชส้ ือ่ สารไปท่วั ทั้ง ______________ แม้นแว่นแคว้น __________ ก็ใชก้ ัน
(เสนาะ ใกล้ไกล ดินแดน พิลาส สะอาด)
๒. เมื่อยามโกรธโปรดมองสอ่ ง ________ จะต่นื ตก ________ เห็นใบหนา้
ชา่ งปนั้ ยาก ________ และลูกตา ดัง ________ ราศไี มม่ เี ลย
(ยักษา กระจก ปากจมูก ใจเต้น นักหนา)
๓. รอ้ ยมะลิร้อยใจมาไหว้ ________ ดว้ ยตระหนัก ________ ทีแ่ มใ่ ห้
ร้อยลานา __________ อบอุน่ ใจ ________ ความลึก ________ แห่งใจจริง
(คาแว่วหวาน รักแท้ แม่ บูชา ราลึกคณุ ใส)
๔. เขาเคลียน้วิ เนบิ น่มุ เสยี ง __________ เหมือนหวนหา ________ น่าใจหาย
เจ้าขมิน้ __________ นอน __________ จะ __________ หนาวน้าค้างทก่ี ลางดง
(ทุ้มแผว่ โหยไห้ เหลืองอ่อน เหนื่อยหน่าย เดียวดาย ทุม้ พรา่ )
๕. ป่าเคยปก ________ เคยอยู่คู่ ________ มีรม่ ไม้มี ________ บงั แสง _______
ฟ้าสีเทาเขา ________ ทอ่ งเทีย่ ว ________ มีสมบตั ิมี ________ เลี้ยงผูค้ น
(อาศยั ซดั เหล่า สเี ขยี ว เสบียง นก ทศั น์ รม่ เงา)
21
แบบทดสอบหลังเรยี น
แบบฝึกทกั ษะการแต่งคาประพนั ธ์ ประเภทกลอนสุภาพ
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓
คาช้ีแจง : แบบทดสอบน้ีมีทั้งหมด 22 ขอ้ ๓๐ คะแนน
เลือกคาตอบที่ถูกทส่ี ดุ โดยทาเครื่องหมาย (X) ลงในช่อง ก ข ค หรอื ง ท่ีถูกต้องทส่ี ดุ เพียงขอ้ เดยี ว
1. ข้อใดไมเ่ กย่ี วขอ้ งกบั ฉันทลักษณ์ของกลอนสุภาพ
ก. คณะ
ข. วรรค
ค. สมั ผัส
ง. คาหรือพยางค์
2. ข้อใดเก่ียวข้องกับ “คณะของกลอนสภุ าพ”
ก. บท บาท วรรค
ข. บาท วรรค คากลอน
ค. วรรค คากลอน สัมผัส
ง. คากลอน สัมผสั พยางค์
3. ขอ้ ใดคือวรรคท่ี ๒ ของกลอนสภุ าพ
ก. วรรครับ
ข. วรรคส่ง
ค. วรรครอง
ง. วรรคสดบั
4. ขอ้ ใดมจี านวนคา/พยางค์ ทกุ วรรคตรงกบั ลกั ษณะของกลอนสุภาพ
ก. ศลี ธรรมนอ้ มนาใจ สุดสดใสบริสทุ ธิ์
ข. กลนิ่ ผกาหอมกรนุ่ อยู่ แมลงผึ้งภูด่ อมเกสร
ค. บปุ ผชาติดาษดนื่ ชน่ื โกมทุ สตั ตบุษยส์ ดใสไรร้ าคี
ง. วนั น้ีสุริยาขอลาลยั แล้วจะกลับมาพบใหม่
22
อ่านบทกลอนต่อไปนี้ แล้วตอบคาถามขอ้ ๕ –๑๐
วหิ ารพระเขยี้ วแก้วผอ่ งแผว้ ค่า มงุ หลังคาดว้ ยทองคางามสดใส
ฝาไม้สกั สลกั ลายฉายอาไพ เหลืองอุไรสวยศิลป์ดังจินดา
บานประตูดูเหลืองรุ่งเรืองผ่อง เปน็ บานทองท้งั แผน่ แน่นและหนา
บอกกนั โจรปลน้ ธาตุศาสดา หนึ่งศอกหนาสล้างสร้างไว้ดี
(พระราชปรยิ ัตยาลงกรณ์ (ชว้ น ชวนปญั โญ))
๕. ข้อใดตอบคาถามเกยี่ วกับบทประพันธข์ า้ งต้นได้ถูกต้อง
ก. บทประพนั ธข์ า้ งตน้ มีท้งั หมด ๑ บท
ข. บทประพันธข์ ้างตน้ มีทั้งหมด ๔ วรรค
ค. บทประพันธข์ ้างตน้ มีทง้ั หมด ๔ บาท
ง. บทประพนั ธข์ ้างตน้ มีท้ังหมด ๘ คากลอน
๖. จากคาประพันธข์ ้างต้น คาที่ขดี เสน้ ใต้ข้อใดมจี านวนพยางค์มากที่สุด
ก. ฝาไมส้ กั สลกั ลายฉายอาไพ
ข. บอกกนั โจรปลน้ ธาตุศาสดา
ค. หน่งึ ศอกหนาสล้างสร้างไวด้ ี
ง. บานประตดู ูเหลืองร่งุ เรืองผ่อง
๗. จากคาประพันธ์ข้างตน้ ข้อใดบอกสมั ผสั นอก (สมั ผสั บงั คบั ) ไม่ถูกต้อง
ก. ดา – หนา ข. ไม้ – ไร
ค. ใส – ไพ ง. ค่า – คา
๘. จากคาประพนั ธข์ ้างต้น ขอ้ ใดบอกสัมผัสระหวา่ งบทไดถ้ กู ต้อง
ก. ผ่อง – ทอง ข. ผ่าน – แน่น
ค. แน่น – หนา ง. ดา – หนา
๙. จากคาประพันธข์ ้างต้นมีสมั ผัสนอกรวมทั้งสมั ผสั ระหวา่ งบททงั้ หมดก่แี ห่ง
ก. ๗ แหง่ ข. ๙ แห่ง
ค. ๑๐ แหง่ ง. ๑๒ แหง่
23
๑๐. เมอ่ื นาคาตอบมาเรยี งเป็นบทกลอนแลว้ คาประพันธ์ข้อใดเปน็ วรรคสง่
ก. บอกกนั โจรปลน้ ธาตุศาสดา
ข. เหลืองอไุ รสวยศิลป์ดังจินดา
ค. บานประตูดเู หลอื งรุ่งเรืองผ่อง
ง. มงุ หลงั คาด้วยทองคางามสดใส
ให้นักเรยี นอ่านบทรอ้ ยกรองต่อไปนี้ แลว้ ตอบคาถามข้อ ๑๑ - ๑๕
นางวันทองร้องให้จิตใจหาย กอดเจา้ พลายงามนอ้ ยละหอ้ ยให้
โอล้ กู แก้วแววตาจะลาไป หนทางปา่ คา่ ไมพ้ ่อไม่เคย
๑๑. คาวา่ “หาย” สมั ผสั กบั คาใด ข. พลาย
ก. เจ้า ง. ให้
ค. งาม
๑๒. คาว่า “น้อย” “หอ้ ย” และคาวา่ “ให้” มีลกั ษณะตรงกบั ข้อใด
ก. คาสมั ผสั ใน
ข. คาสัมผสั นอก
ค. คาสมั ผัสสระ
ง. คาสมั ผัสอกั ษร
๑๓. คาวา่ “ให้” “ไป” และคาวา่ “ป่า” มลี กั ษณะตรงกับข้อใด
ก. คาสมั ผสั ใน
ข. คาสมั ผัสนอก
ค. คาสมั ผสั สระ
ง. คาสมั ผัสอกั ษร
๑๔. คาว่า “ป่า” และ “คา่ ” มลี ักษณะตรงกับข้อใด
ก. คาคล้องจอง
ข. คาสัมผัสนอก
ค. คาสมั ผสั สระ
ง. คาสัมผสั อกั ษร
๑๕. คาวา่ “ไป” และ “ป่า” มีลกั ษณะตรงกบั ข้อใด
ก. คาคล้องจอง
ข. คาสัมผสั ใน
ค. คาสัมผสั สระ
ง. คาสัมผสั อักษร
24
ให้นกั เรยี นอ่านบทร้อยกรองต่อไปนี้ แล้วตอบคาถามข้อ 16 - 2๐
ภาษาไทยอะไรทตี่ อ้ ง............ ฟงั อา่ น............เรยี นพูดเหมอื นถูกขัง
จินตนาการแต่งแปลง................ สรา้ งความ............ปลดปลอ่ ยด้วยร้อยกรอง
16. ภาษาไทยอะไรที่ต้อง...................... ข. เรยี น
ก. เขียน ง. พลัง
ค. หวงั
17. ฟงั อ่าน...........เรยี นพดู เหมอื นถูกขัง ข. เรยี น
ก. เขียน ง. พลงั
ค. หวงั
18. จินตนาการแต่งแปลง............ ข. เรียน
ก. เขียน ง. พลัง
ค. หวงั
๑9. สรา้ งความ............ปลดปล่อยดว้ นร้อยกรอง
ก. เขยี น ข. เรยี น
ค. หวงั ง. พลัง
20. จากบทประพันธ์ข้างตน้ วรรคใดมีการเลน่ สมั ผัสในมากที่สดุ
ก. วรรค ๑ ข. วรรค ๒
ค. วรรค ๓ ง. วรรค ๔
เขียนแผนผังสัมผสั คลอ้ งจอง
๒1. ใหน้ กั เรียนเขยี นแผนผังสัมผัสของกลอนแปดหรือกลอนสุภาพมา ๑ บท ( 5 คะแนน )
....................................................................................................................................................................
.......................................................................................... ...........................................................................
25
เขียนกลอนแปดหรอื กลอนสภุ าพ
22. ใหน้ กั เรียนเขยี นบทร้อยกรอง กลอนแปดหรือกลอนสุภาพ ความยาว ๑ บท (สวี่ รรค)
โดยให้นกั เรียนกาหนดเน้อื หา และตัง้ ช่ือเรอ่ื งเอง ( 5 คะแนน )
................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ................................................
26
เฉลยแบบทดสอบก่อน – หลังเรยี น
แบบฝึกทักษะการแต่งคาประพันธ์ ประเภทกลอนสุภาพ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
ข้อ คาตอบ ขอ้ คาตอบ
1 ข 11 ข
2 ก 12 ก
3 ก 13 ข
4 ค 14 ค
5 ค 15 ง
6 ข 16 ข
7 ข 17 ก
8 ง 18 ง
9 ง 19 ค
10 ข 20 ก
๒1. ให้นักเรยี นเขยี น ผังสมั ผสั ของกลอนแปดหรือกลอนสภุ าพมา ๑ บท ( 5 คะแนน )
..........................................................อ...ย..ใู่.น...ด..ลุ...ย..พ...ิน..จิ..ค...ร..ผู ..ูส้...อ..น.......................................................................
.................................................................................................................................... .................................
22. ใหน้ กั เรยี นเขยี นบทรอ้ ยกรอง กลอนแปดหรือกลอนสุภาพ ความยาว ๑ บท (สี่วรรค)
โดยให้นกั เรียนกาหนดเนือ้ หา และตั้งช่ือเรอ่ื งเอง ( 5 คะแนน )
................................................................
................................................................อ..ย...ู่ใ.น...ด..ลุ..ย...พ...ิน..จิ..ค...ร..ผู ..ูส้...อ..น.........................................................................
............................................................................................................................. ................................................
27
เฉลยแบบฝกึ หัดท่ี ๑
เขา้ ใจฉันทลักษณก์ ลอนสภุ าพ
คาชแ้ี จง : พจิ ารณาข้อความท่กี าหนดให้ แลว้ ใส่เครอ่ื งหมาย หน้าขอ้ ท่ีให้ขอ้ มลู ถูกต้อง
และใส่เครอื่ งหมาย หนา้ ขอ้ ท่ใี หข้ ้อมลู ไมถ่ กู ตอ้ ง ( 10 ข้อ 10 คะแนน )
........... .........๑. ลักษณะบงั คับของกลอนสภุ าพ เรยี กวา่ ฉนั ทลักษณ์
....................๒. ข้อบังคบั ของกลอนสุภาพ (ฉนั ทลักษณ)์ ประกอบดว้ ย คณะ จานวนคาและสมั ผสั
........... ........๓. กลอนสุภาพกาหนดให้ ๑ บท มี ๒ วรรค หรอื ๒ คากลอน หรอื ๒ บท
........... .......๔. วรรคแรกของกลอนสภุ าพ เรยี กวา่ วรรคสดบั หรอื วรรคสลับ
....................๕. บาทเอกของกลอนสภุ าพ หมายถึง วรรครอง และวรรคสง่
.......... ........๖. คาท่เี กย่ี วข้องกับคณะ ได้แก่ บท บาท (คากลอน) และวรรค
......... .........๗. เสยี งทีเ่ ปลง่ ออกมาแตล่ ะครัง้ ในกลอนสภุ าพ เรยี กว่า “พยางค”์ หรือ “คา” ก็ได้
........ .........๘. คาว่า “คณะ, อมร และขโมย” ในกลอนสุภาพอาจนบั เป็น ๑ คา หรือ ๒ คากไ็ ด้
......... ........๙. กลอนสุภาพกาหนดจานวนคาในแต่ละวรรคมไี ด้ไม่เกนิ ๘ คา
........ .......๑๐. กลอนสุภาพ ๑ บท มีสมั ผสั นอก ๓ แหง่ ถา้ มี ๒ บท จะมีสมั ผสั นอกท้ังหมด ๗ แหง่
28
เฉลยแบบฝึกหัดที่ 2
แสดงสมั ผสั นอก ( สมั ผัสบังคับ )
คาชีแ้ จง : อา่ นบทกลอนต่อไปนแ้ี ลว้ ปฏิบตั ิดงั น้ี ( 10 คะแนน )
๓. เขียนแผนผงั กลอนสภุ าพให้ถกู ตอ้ งสวยงาม ( 3 คะแนน )
๔. โยงสมั ผสั นอก ( สมั ผสั บังคบั ) บนแผนผังกลอนสุภาพในข้อ ๑ ใหถ้ กู ต้อง (7 คะแนน)
พงศ์กษัตรยิ ต์ รสั ชวนสินสมุทร สอนใหบ้ ตุ รขอสมาอชั ฌาสัย
พระทรงบ่าเงือกนา้ งามวิไล พระหน่อไทขอสมาขนึ้ บา่ นาง
เงอื กประคองสององคล์ งจากฝ่ัง มกี าลงั ลีลาศค่อยวาดหาง
ค่อยฟูฟ่องล่องนา้ ไปทา่ มกลาง ลูกสาวนางเงอื กงามตามลลี า
( พระอภยั มณี : พระสนุ ทรโวหาร (ภู่) )
แผนผงั กลอนสภุ าพ
29
เฉลยแบบฝกึ หดั ท่ี ๓
แตง่ เตมิ กลอนสุภาพ
คาชีแ้ จง : เลอื กคาหรอื ขอ้ ความทอ่ี ยใู่ นวงเลบ็ มาเตมิ ในช่องว่างใหไ้ ดใ้ จความและสัมผัสถกู ตอ้ ง
( 10 คะแนน )
๑. ภาษาไทยเปน็ ภาษาประจาชาติ งาม __พิลาส____ ไพเราะ ___เสนาะ___ แสน
ใช้สื่อสารไปทั่วท้งั ____ดนิ แดน_____ แมน้ แว่นแควน้ _____ใกลไ้ กล_____ กใ็ ช้กนั
(เสนาะ ใกล้ไกล ดินแดน พิลาส สะอาด)
๒. เมอ่ื ยามโกรธโปรดมองส่อง _กระจก_____ จะตน่ื ตก ___ใจเต้น_____ เห็นใบหนา้
ช่างปั้นยาก ___ปากจมูก____ และลกู ตา ดงั ____ยักษา____ ราศีไม่มีเลย
(ยักษา กระจก ปากจมูก ใจเตน้ นกั หนา)
๓. รอ้ ยมะลริ ้อยใจมาไหว้ ___แม_่ ____ ดว้ ยตระหนัก ___รกั แท้____ ทแ่ี มใ่ ห้
ร้อยลานา ___ราลึกคุณ___ อบอนุ่ ใจ ___ใส____ ความลกึ ___บูชา_____ แห่งใจจริง
(คาแวว่ หวาน รกั แท้ แม่ บูชา ราลกึ คณุ ใส)
๔. เขาเคลยี นิว้ เนบิ นมุ่ เสียง ___ทุ้มพร่า_____ เหมอื นหวนหา ___โหยให้___ น่าใจหาย
เจ้าขม้ิน ___เหลืองออ่ น___ นอน _เหนื่อยหนา่ ย_ จะ __เดียวดาย___ หนาวน้าค้างที่กลางดง
(ทุ้มแผ่ว โหยไห้ เหลืองอ่อน เหน่อื ยหนา่ ย เดียวดาย ท้มุ พรา่ )
๕. ป่าเคยปก __นก___ เคยอยู่คู่ __อาศยั ____ มีรม่ ไม้มี __ร่มเงา______ บังแสง __ซดั _____
ฟ้าสเี ทาเขา ___สเี ขยี ว_____ เห็น ___ถนดั _____ มสี มบัตมิ ี __เสบยี ง______ เลี้ยงผูค้ น
(อาศยั ซดั เหล่า สเี ขียว เสบียง นก ถนดั ร่มเงา)
30
บรรณานกุ รม
กาชยั ทองหล่อ. (๒๕๕๒). หลกั ภาษาไทย. กรุงเทพฯ : รวมสาสน.์
คณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน, สานกั งาน. กระทรวงศึกษาธกิ าร. (๒๕๓๗). หนงั สือเรียน
รายวชิ าพ้นื ฐานภาษาไทย วิวธิ ภาษา ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3. พมิ พ์คร้ังที่ ๕. กรงุ เทพฯ :
องค์การค้าของ สกสค.
จุไรรัตน์ วรรณย่งิ . (๒๕๓๖). บทเรยี นสาเรจ็ รูปเรื่องการเขยี นกลอน. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พแ์ สงมงคล
ออฟเซ็ทการพมิ พ์ จากดั
ไตรรัตน์ สงเอยี ด. (๒๕๔๔). การสร้างแบบฝกึ แตง่ คาประพันธ์ประเภทกลอนสาหรบั นกั เรียนช้นั
มัธยมศึกษาตอนต้น. วิทยานพิ นธ์ปริญญาการศึกษามหาบณั ฑิต บัณฑิตวิทยาลยั มหาวิทยาลยั
ทักษิณ.
นภดล สงั ข์ทอง. (๒๕๔๗). รอ้ ยคาประพนั ธ์ในวนั สาคญั และโอกาสต่างๆ. กรุงเทพฯ : สถาพรบุค๊ ส์.
ประยอม ซองทอง และวินัย ภรู่ ะหงษ์. (๒๕๓๓). เอกสารการสอนชุดวชิ าภาษาไทย ๒
การประพันธ์ไทย หน่วยที่ ๑ – ๗ พิมพค์ รั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : ห้างห้นุ ส่วนจากัดกง่ิ จันทร์
การพมิ พ.์
ราชบณั ฑติ ยสถาน. (๒๕๕๖). พจนานกุ รมฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔. พมิ พค์ รงั้ ที่ ๒.
กรุงเทพฯ : ราชบณั ฑติ ยสถาน, ๒๕๕๖.
วิเชียร เกษประทุม. (๒๕๕๐). ลักษณะคาประพันธ์ไทย (ฉันทลกั ษณ์). กรงุ เทพฯ : พัฒนาศึกษา.
สุภาพร มากแจง้ . (๒๕๓๕). กวีนิพนธไ์ ทย ๑. กรงุ เทพฯ : โอเดียนสโตร.์