ใบความรู้
เร่อื ง โครงสร้างและประเภทของดอก
โครงสรา้ งของดอก
โครงสร้างของดอกไม้ประกอบด้วยโครงสร้างหลัก 4 ส่วน ได้แก่ ช้ันกลีบเล้ียง ( Calyx)
ประกอบด้วยกลบี เล้ยี ง (Sepal) เป็นโครงสรา้ ง ชั้นกลบี ดอก (Corolla) มีกลีบดอก (Petal) เป็นโครงสรา้ ง
ชั้นเกสรเพศผู้ (Stamen) และช้ันเกสรเพศเมีย (Pistil) โครงสร้างของดอกไม้แต่ละส่วนจะอยู่ด้วยกันแบบ
นแี้ ละมีหน้าทแี่ ตกตา่ งกนั
ภาพที่ 1 ส่วนประกอบของดอกไม้
ท่มี า (myfirstbrain.com 2564 : ออนไลน์)
สว่ นประกอบทสี่ าคญั ของดอก ได้แก่
1. กลีบเล้ียง (Sepal) เป็นส่วนท่ีอยู่นอกสุด ซ่ึงเจริญเปล่ยี นแปลงมาจากใบ เป็นกลีบเล็ก ๆ มัก
มสี ีเขยี ว ทาหน้าท่ีหอ่ หุ้มปอ้ งกนั อันตรายใหก้ ับส่วนประกอบต่าง ๆ ของดอกที่ยงั ตูมอยู่
2. กลีบดอก (Petal) เปน็ สว่ นทีอ่ ย่ถู ดั จากกลบี เลี้ยงเขา้ ไป มักมขี นาดใหญก่ วา่ กลีบเล้ยี ง และมัก
มีสีสวยงาม มกี ล่นิ หอม หรือมีตอ่ มนา้ หวานบริเวณโคนกลบี ดอก ทาหน้าทล่ี ่อแมลงให้มาผสมเกสร
3. เกสรตัวผู้ (Stamen) อยู่ถัดจากกลีบดอกเข้าไป ทาหน้าที่สร้างเซลล์สืบพันธ์ุเพศผู้
ประกอบดว้ ย
3.1 อับเรณู (Anther) ภายในของอับเรณูมีถุง (Pollen Sac) อยู่ 2 หรือ 4 ถุง ซึ่งภายในถุงแต่
ละใบจะมีละอองเรณูจานวนมากบรรจุอยู่
3.2 ก้านชูอับเรณู (Filament) ทาหนา้ ทช่ี อู ับเรณูใหอ้ ยสู่ งู เพื่อประโยชน์ในการผสมพันธ์ุ
4. เกสรตัวเมีย (Pistil) เป็นส่วนท่ีอยู่ในสุดทาหน้าท่ีสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศเมียหรือไข่ (Egg)
ประกอบดว้ ย
4.1 ยอดเกสรตัวเมีย (Stigma) มีน้าหวานเหนียว ๆ และขนเล็ก ๆ คอยดักจับละอองเรณู
และนา้ หวานน้ยี งั ใชเ้ ปน็ อาหารสาหรบั การงอกของละอองเรณอู ีกดว้ ย
4.2 ก้านชูเกสรตัวเมีย (Style) ทาหน้าที่ชูยอดเกสรตัวเมียให้อยู่สงู เพ่ือประโยชน์ในการผสม
พนั ธุ์ 4.3 รังไข่ (Ovary) ภายในมีออวุล (Ovule) อยู่ ซึ่งอาจจะมี 1 ออวุลหรือหลายออวุลก็ได้
ภายในออวลุ จะมไี ข่ (Egg) ซึ่งทาหน้าทเี่ ปน็ เซลล์สบื พันธเ์ุ พศเมยี
ประเภทของดอก แบง่ โดยใช้เกณฑใ์ นการแบ่ง 2 แบบ ดงั น้ี
1. ประเภทของดอกแบง่ โดยใชอ้ งคป์ ระกอบทง้ั 4 สว่ นเปน็ เกณฑ์ แบ่งได้ 2 ประเภท คอื
1.1 ดอกสมบรู ณ(์ Complete Flower) คอื ดอกทม่ี ีสว่ นประกอบครบทัง้ 4 ส่วน คอื
กลีบเลีย้ ง กลีบดอก เกสรตัวผู้ เกสรตวั เมีย เช่น ชบา ตอ้ ยติง่ กหุ ลาบ บานบรุ ี มะลิ ชงโค
อัญชัน มะแวง้ มะเขือ พ่รู ะหง ผกั บ้งุ แค แพงพวย บัวหลวง การเวก เปน็ ต้น
ภาพท่ี 2 ดอกสมบรู ณ์
ทม่ี า (sites.google.com 2564 : ออนไลน์)
1.2 ดอกไมส่ มบูรณ์ (Incomplete Flower) คือ ดอกที่มีส่วนประกอบไม่ครบท้งั 4 ส่วน อาจ
ขาดส่วนหนึ่งส่วนใด หรือมากกวา่ 1 ส่วนก็ได้ เช่น ข้าว ข้าวโพด ตาลึง ฟักทอง จาปา บานเย็น เฟื่องฟ้า อุตพิต
หนา้ ววั กล้วยไม้ มะละกอ เงาะ แตงกวามะยม มะเดอื่ มะพรา้ ว ตาล บวบ ละหงุ่ หญา้ เป็นตน้
ภาพที่ 3 ดอกไมส่ มบูรณ์
ทม่ี า (prangku.sisaket.doae.go.th 2564 : ออนไลน์)
2. ประเภทของดอกแบง่ โดยใช้เกสรตวั ผู้และเกสรตัวเมียเปน็ เกณฑ์ แบ่งได้ 2 ประเภท คือ
2.1 ดอกสมบูรณ์เพศ (Perfect Flower) คือ ดอกท่ีมีท้ังเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ใน
ดอกเดียวกันเช่น กุหลาบ บัว พู่ระหง ชงโค ถั่ว มะเขือ พริก กล้วยไม้ มะม่วง ชบา ข้าว ต้อยต่ิง จาปา
มะลิ เฟ่ืองฟ้า อัญชนั แค ผักบ้งุ แพงพวย เปน็ ต้น
ภาพท่ี 4 ดอกสมบูรณ์เพศ
ทีม่ า (sites.google.com 2564 : ออนไลน์)
2.2 ดอกไม่สมบูรณ์เพศ (Imperfect Flower) คอื ดอกทม่ี ีเฉพาะเกสรตัวผู้หรือเกสรตัวเมียอย่าง
ใดอย่างหนงึ่ โดยดอกที่มีเฉพาะเกสรตัวผู้ เรียกว่า ดอกตัวผู้ (Staminate Flower) สว่ นดอกที่มีเฉพาะเกสรตัว
เมีย เรียกว่า ดอกตัวเมีย (Pistil late Flower) เช่น ข้าวโพด มะละกอ มะพร้าว ตาล เงาะ ฟักทอง บวบ
แตงกวา มะยม มะระ ตาลงึ ละหงุ่ หน้าววั มะเดือ่ ขนุน อุตพิด เป็นต้น
ภาพที่ 4 ดอกสมบรู ณ์เพศ
ทม่ี า (bodin.ac.th/home/wp-con 2564 : ออนไลน)์
3. ประเภทของดอกแบ่งโดยใชจ้ านวนของดอกบนก้านดอกเป็นเกณฑ์ แบ่งได้ 2 ประเภท คอื
ภาพท่ี 5 ดอกเด่ยี วและดอกช่อ
ท่ีมา (blog.startdee.com 2564 : ออนไลน)์
1. ดอกเดี่ยว (solitary flower) คือ ดอกท่เี กดิ อยูบ่ นก้านดอกเพียงดอกเดียว
2. ดอกชอ่ (inflorescence) คอื ดอกทปี่ ระกอบดว้ ยดอกยอ่ ยหลาย ๆ ดอกอยบู่ นหนึง่ ก้านดอก
แต่ละดอกมีดอกยอ่ ย (floret) มีด้านดอกย่อย ทีโ่ คนกา้ นดอกยอ่ ยมใี บประดบั รองรบั ดว้ ยกา้ นดอกย่อยอยูบ่ นชอ่
ดอก แกนกลางทอี่ ย่ตู อ่ จากก้านชอ่ ดอกที่อยรู่ ะหวา่ งดอกย่อยแตล่ ะดอกเรยี กวา่ ราคสิ (rachic) แบง่ เปน็ 2
กลมุ่ ตามลกั ษณะการบานของดอก คือ
2.1 ดอกชอ่ แบบ Indeterminate ดอกย่อยชัน้ ล่างสุดหรือช้นั นอกสดุ จะบานและแก่ก่อน
ภาพท่ี 6 ดอกช่อแบบ Indeterminate
ท่มี า (blog.startdee.com 2564 : ออนไลน์)
2.2 ดอกช่อแบบ Determinate ดอกยอ่ ยชัน้ บนสุดหรือในสดุ จะบานและแกก่ ่อน
ภาพท่ี 7 ดอกช่อแบบ Determinate
ทมี่ า (blog.startdee.com 2564 : ออนไลน)์
4. ประเภทของดอกแบ่งโดยใช้ตาแหน่งของรังไขเ่ ปน็ เกณฑ์ ไดแ้ ก่ ดอกทมี่ รี ังไข่อยู่เหนือฐานรอง
ดอก ดอกทีม่ ีรงั ไขเ่ สมอกับฐานรองดอก และดอกท่มี ีรงั ไข่อยู่ใตฐ้ านรองดอก
ภาพที่ 8 ดอกท่มี ีรังไข่อยู่เหนือฐานรองดอก ดอกท่มี ีรังไข่เสมอกับฐานรองดอก และดอกที่มีรังไข่อยู่ใต้ฐานรอง
ดอก
ทม่ี า (blog.startdee.com 2564 : ออนไลน์)