The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tammaster, 2021-07-09 05:50:55

ธรรมนูญโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา สพม.พล อต.

เล่มสมบูรณ์ธรรมนูญ

ธรรมนูญโรงเรยี น

โรงเรยี นวดั โบสถศ์ กึ ษา
พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔



ธรรมนูญโรงเรียน
โรงเรยี นวดั โบสถ์ศกึ ษา
พุทธศักราช ๒๕๖๔

เอกสารโรงเรยี นวดั โบสถศ์ ึกษา ลำดับที่ ๑/๒๕๖๔
ปที พี่ ิมพ์ พ.ศ. ๒๕๖๔
จัดพิมพ์โดย โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา

สำนักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษามัธยมศึกษาพิษณโุ ลก อตุ รดติ ถ์
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ



ประกาศโรงเรียนวดั โบสถ์ศกึ ษา
เรอื่ ง การใช้ธรรมนญู โรงเรยี นวัดโบสถ์ศึกษา พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔

---------------------------------------------------------
ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน มีนโยบายให้สถานศึกษาจัดทำธรรมนญู
โรงเรยี น เพือ่ รวบรวมระเบยี บ ขอ้ กำหนด รวมท้ังแนวปฏบิ ัติของสถานศึกษาไว้เปน็ เครื่องมือในการสร้างความ
เข้าใจกับบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับระเบียบปฏิบัติ วัฒนธรรม
ประเพณี และขนบธรรมเนียมอันดีงามของสถานศึกษาแต่ละแห่งเป็นสำคัญ ในการนี้ โรงเรียนได้ดำเนินการ
จดั ทำธรรมนญู โรงเรียนให้เปน็ ไปตามเจตนารมณ์ และนโยบายดังกลา่ วแลว้
โรงเรียนวดั โบสถ์ศึกษา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พ้ืนฐานโรงเรียน
วัดโบสถ์ศึกษา ตามมติการประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 ให้โรงเรียน
ประกาศใช้ธรรมนญู โรงเรยี นวัดโบสถศ์ กึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ ต้งั แต่ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔ เป็นตน้ ไป

ประกาศ ณ วนั ที่ 7 มิถนุ ายน พ.ศ. 256๔

(นายนวพงศ์ ดวงอปุ ะ)
ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา



คำนำ

โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา มีประวัติความเป็นที่สืบทอดทางวัฒนธรรมด้านการศึกษามาตั้งแต่
สมัยเป็นโรงเรียนสายสามัญตอนต้นและเปิดการเรียนการสอนสามัญศึกษาตอนปลายจนมาถึงปัจจุบัน เป็น
เวลา ๖๒ ปี โรงเรียนมีความประสงค์ที่จะรวบรวมประวัติและวัฒนธรรมองค์กร การจัดตั้งโรงเรียนวัดโบสถ์
ศึกษา รวมทั้งความมุ่งหมาย หลักเกณฑ์ ระเบียบ และแนวทางในการบริหารจัดการโรงเรียนให้สอดคล้องกับ
บริบทความเป็นโรงเรียนประจำอำเภอ และเหมาะสมกับการเป็นโรงเรียนที่มุ่งพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดี
มีคุณธรรม จริยธรรม มีวินัย มีความรู้ความสามารถ มีความรักสามัคคีในหมู่คณะ รู้จักการเสียสละประโยชน์
สว่ นตนเพ่อื ส่วนรวม มคี วามกตัญญูกตเวที จงรกั ภกั ดตี อ่ ชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ เป็นพลเมอื งทด่ี ีของสังคม
ทั้งในปัจจุบันและอนาคตพร้อมช่วยกันพัฒนาชาติและบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองและมั่นคงต่อไป จึงจัดทำ
“ธรรมนญู โรงเรยี นวัดโบสถศ์ กึ ษา” ฉบับน้ีข้ึนเพอ่ื ใหโ้ รงเรยี นให้มคี วามเจรญิ มนั่ คงสถาพรสืบไป

ธรรมนูญโรงเรียนน้ี ได้จัดทำขึ้นเป็นครั้งแรกซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมได้ในอนาคต เพื่อให้
เกดิ ความสอดคลอ้ งกับบริบทของสงั คม ประเทศชาติและประโยชน์ของโรงเรยี นเปน็ สำคัญ

โรงเรียนขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการร่างธรรมนูญโรงเรียนนี้ให้สำเร็จตาม
ความมุ่งหมาย เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์และความเจริญรุ่งเรืองมั่นคงสถาพรของโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา
ตลอดไป

โรงเรียนวดั โบสถ์ศึกษา

สารบญั ง

คำนำ หน้า
สารบญั
ข้อมูลท่ัวไปโรงเรียนวดั โบสถ์ศึกษา ค
หมวดที่ ๑ บทท่ัวไป ง
หมวดที่ 2 นโยบายโรงเรียน ๑
หมวดท่ี 3 รปู แบบการจัดการศกึ ษา 10
หมวดที่ 4 ครู และบคุ ลากรทางการศึกษา 12
หมวดท่ี 5 นกั เรียน 13
หมวดท่ี 6 คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพืน้ ฐาน 14
หมวดที่ 7 วฒั นธรรมโรงเรียนวัดโบสถ์ศกึ ษา 17
หมวดท่ี 8 การกำกบั ตรวจสอบ และรายงาน 21
หมวดที่ 9 การประกาศใช้และการเก็บรักษาธรรมนูญโรงเรียน 22
23
24

1

ข้อมูลท่ัวไปโรงเรียนวดั โบสถ์ศกึ ษา

สภาพทวั่ ไปของโรงเรียนวดั โบสถศ์ ึกษา
โรงเรียนวดั โบสถ์ศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์ สำนักงาน

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้น
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6

ประวัตโิ ดยย่อของโรงเรียนวัดโบสถศ์ ึกษา
โรงเรยี นวัดโบสถ์ศึกษา เรม่ิ ก่อตงั้ เมอ่ื เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2502 โดยนายสิริ คำมา ศกึ ษาธิการ

อำเภอวัดโบสถ์ในขณะนน้ั ระยะแรกอาศัยสถานท่ขี องโรงเรียนประถมปลายดำเนนิ การจดั การเรยี นการสอน
วนั ท่ี 3 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2503 กระทรวงศึกษาธกิ ารได้ประกาศใหเ้ ปิด เป็นโรงเรยี น

สายสามัญศกึ ษาตอนตน้ และแตง่ ตงั้ ให้ นายสริ ิ คำมา เป็นผูร้ ักษาการในตำแหน่งครใู หญ่ และได้ยา้ ย สถานที่
เดิม (โรงเรยี นประถมปลาย) ไปอย่อู าคารหลงั ใหม่ ซึง่ อยู่หลงั ที่ว่าการอำเภอวัดโบสถ์ ในขณะนั้น

เมื่อวันที่ 11 มนี าคม พ.ศ. 2509 โรงเรยี นไดร้ บั ความรว่ มมือระดมทรัพยากร
จากนายจรูญ ศิรริ ัตน์ตานนท์ นายอำเภอวัดโบสถ์ และประชาชนรว่ มกันบรจิ าคทรัพย์ซ้ือทด่ี ิน เนื้อท่ีประมาณ
10 ไร่ ในพ้นื ท่บี ริเวณ หมู่ที่ 4 บ้านวดั โบสถ์ ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอวดั โบสถ์ จังหวัดพิษณโุ ลก

พ.ศ. 2512 โรงเรียนวัดโบสถ์ศกึ ษา ได้ย้ายสถานท่ตี ั้งมาใชท้ ด่ี นิ สาธารณะ
ของอำเภอวดั โบสถ์ จำนวน 15๘ ไร่ 12 ตารางวา เลขท่ี 528 หมูท่ ่ี 4 บ้านวดั โบสถ์ ตำบลวดั โบสถ์
อำเภอวัดโบสถ์ จงั หวดั พษิ ณุโลก

๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๗ - ๒๕ กนั ยายน ๒๕๒๔ นายรงั สรรค์ ไชยสิทธิ์ ดำรงตำแหนง่
อาจารย์ใหญ่

พ.ศ. ๒๕๑๕ กรมสามัญศึกษา ได้อนุมัติงบประมาณการก่อสร้าง อาคารเรียน ๒๑๖ ก
จำนวน ๑ หลัง ในสมยั นายรงั สรรค์ ไชยสิทธิ์ ดำรงตำแหนง่ อาจารย์ใหญ่

พ.ศ. ๒๕๒๑ กรมสามัญศึกษา ได้อนุมัติงบประมาณการก่อสร้าง อาคารเรียน 216 ล
จำนวน ๑ หลงั ในสมัยนายรงั สรรค์ ไชยสทิ ธ์ิ ดำรงตำแหนง่ อาจารย์ใหญ่

พ.ศ. 2523 กรมสามัญศึกษา ได้อนุญาตให้เปิดทำการสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
โดยนายรังสรรค์ ไชยสิทธ์ิ ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา

พ.ศ. ๒๕๒๑ กรมสามัญศึกษา ได้อนุมัติงบประมาณการก่อสร้าง หอประชุมไชยสิทธิ์รังสรรค์
จำนวน ๑ หลัง

๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๔ – ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ นายเอกศักดิ์ พันปี ดำรงตำแหน่ง
ผู้อำนวยการโรงเรียน

พ.ศ. ๒๕๓๑ โรงเรียนได้ขออนุมัติจัดสรรงบประมาณการก่อสร้าง อาคารโรงฝึกงาน 102/27
จำนวน ๑ หลงั ในสมัยนายเอกศักดิ์ พันปี ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรยี น

๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ – ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ นายพิศิษฐ์ ทรัพย์เจริญ
ดำรงตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรียน

๓๐ ธันวาคม พ.ศ ๒๕๔๑ – ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓ นายไพจติ ร วฒั นากุล ดำรงตำแหนง่
ผอู้ ำนวยการโรงเรียน

2

๔ พฤศจกิ ายน พ.ศ.๒๕๔๓ – ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๓ นายสมั ฤทธิ์ ทองรตั น์ ดำรงตำแหน่ง
ผู้อำนวยการโรงเรียน

พ.ศ. ๒๕๔๗ โรงเรียนไดร้ ับบริจาคงบประมาณการก่อสร้างอาคารเรียนก่ึงถาวร เรือนดนตรี
“หยีวิยม” จำนวน ๒๗๙,๐๐๐ บาท

พ.ศ. ๒๕45 โรงเรยี นได้รบั บริจาคงบประมาณการก่อสร้างอาคารเรอื นพยาบาลกุลมาลา
๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ – ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔ นายประกอบ พูลภไี กร ดำรงตำแหนง่
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี น
พ.ศ. ๒๕๕๘ โรงเรยี นไดร้ บั บริจาคงบประมาณการกอ่ สรา้ งอาคารกุลมาลาอนสุ รณ์
พ.ศ. ๒๕๕๕ โรงเรยี นไดร้ บั บรจิ าคงบประมาณการก่อสร้าง อาคาร 72 พรรษา มหาราชนิ ี
(ธนาคารโรงเรยี น)
๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ นายสมาน สารีคำ
ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน
๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๔ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๖๑ นายอมร อ่อนสี ดำรงตำแหน่ง
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
พ.ศ.๒๕๖๑ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณการ
กอ่ สร้างโรงอาหาร จำนวน ๒๖๐ ทีน่ ่ัง จำนวน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในสมยั นายอมร อ่อนสี ดำรงตำแหน่ง
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ – 19 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นายไพรัตน์ กลิ่นทับ ดำรงตำแหนง่
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ นายนวพงศ์ ดวงอุปะ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน
จนถึงปัจจบุ ัน
ปจั จบุ ัน โรงเรยี นวัดโบสถ์ศกึ ษา ดำเนนิ การสอนตั้งแตช่ น้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ (ม.๑– ม.๓) ถึง
ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (ม.๔ – ม.๖)

ที่ตัง้ ของโรงเรยี นวดั โบสถ์ศึกษา
โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา ตั้งอยู่เลขที่ 528 หมู่ที่ 4 ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก

มีอาณาเขตตดิ ตอ่ กบั อำเภอข้างเคียง ดงั น้ี
ทศิ เหนือ ตดิ ตอ่ กบั อำเภอพิชัย อำเภอทองแสนขัน (จงั หวดั อุตรดิตถ์)
ทศิ ตะวันออก ตดิ ต่อกับอำเภอชาตติ ระการและอำเภอวงั ทอง
ทิศใต้ ติดต่อกบั อำเภอเมืองพิษณุโลก
ทศิ ตะวันตก ติดตอ่ กบั อำเภอพรหมพริ าม และอำเภอพชิ ัย จงั หวดั อุตรดิตถ์

3

สัญลกั ษณ์ของโรงเรียนวดั โบสถ์ศึกษา

สญั ลกั ษณ์โรงเรียน ลกั ษณะเป็นรูปโบสถ์ ตัง้ อยกู่ ลางสระน้ำ มดี อกบวั 4 เหลา่
“โบสถ”์ หมายถงึ ความสงบ ความรม่ เยน็
“สระนำ้ ” หมายถึง ความสมบรู ณ์ เพราะสถานที่แห่งนี้ ชาวบา้ นเรียกว่า หนองบวั ซ่ึงเป็นแหล่งน้ำ

ทอ่ี ดุ มสมบรู ณ์
“ดอกบวั ” หมายถึง ความดี ความมสี ติปญั ญา
ตามพุทธศาสนา ดอกบวั 4 เหล่า คือ ดีเลศิ ดี ปานกลาง และไม่สามารถสอนได้ความหมาย

สปี ระจำโรงเรยี นวัดโบสถ์ศึกษา
สฟี ้า-ขาว
สีฟา้ เปน็ สญั ลักษณ์ของความร่าเรงิ สดชน่ื แจ่มใส
สีขาว เปน็ สัญลักษณข์ องความสภุ าพ อ่อนนอ้ ม ออ่ นโยน

ปรัชญา ของโรงเรียนวัดโบสถศ์ กึ ษา
เรียนดี มวี นิ ัย ใฝ่คณุ ธรรม เลศิ ล้ำกีฬา

คตพิ จน์ ของโรงเรียนวดั โบสถศ์ ึกษา
นตถฺ ิ ปัญญา สมา อาภา หมายถงึ แสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญาไม่มี

อตั ลกั ษณ์ ของนกั เรียนโรงเรียนวัดโบสถ์ศกึ ษา
เรียนดี มีวินัย ใฝค่ ณุ ธรรม เลิศล้ำกีฬา

เอกลักษณ์ ของโรงเรียนวัดโบสถศ์ กึ ษา
“ยมิ้ ...ไหว.้ ..ทักทายกนั ”

วิสัยทัศน์
มงุ่ ม่ันพฒั นานักเรยี นให้มีคุณภาพ มเี ป้าหมายและทักษะอาชพี ภายใต้การบริหารจดั การอยา่ งมคี ุณภาพ

4

ข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียนวัดโบสถศ์ ึกษา

อาคารและส่ิงก่อสร้าง อาคาร แบบ ปีท่สี รา้ ง จำนวน
ท่ี

1 อาคารเรียน 216 ก 2515 ๑ หลงั

1 อาคารเรียน 216 ล 2521 ๑ หลัง

2 อาคารอเนกประสงค์ (โรงฝึกงาน) 102/27 2527และ 2 หลงั
3 อาคารอเนกประสงค์ (หอประชุม) 005, ป005 2530 1 หลงั

2522

4 อาคารห้องสมุด อืน่ ๆ 2541 1 หลัง

5 ส้วม สว้ มมาตรฐาน 2539, 2543, 4 หลงั
6 ท่นี ง่ั /27 2544, 2551

6 ถงั เกบ็ น้ำ ฝ.30(พเิ ศษ) 2537 1 ถงั

7 อาคารประกอบเพ่มิ เติม(อาคารเรยี นกึ่งถาวร อื่นๆ - 6 หลงั

จำนวน 1 หลัง, โรงอาหาร จำนวน 1 หลงั , เรอื น - 1 สนาม
- 1 สนาม
ดนตรี“หยวี ิยม” จำนวน 1 หลงั , อาคาร 72 - 1 สนาม
- 1 สนาม
พรรษามหาราชนิ ี จำนวน 1 หลงั , อาคารเกษตร - 1 สนาม
- 1 แห่ง
จำนวน 1 หลัง, อาคารกุลมาลาอนสุ รณ์ จำนวน

1 หลงั , อาคารเรอื นพยาบาล จำนวน 1 หลงั ,

สว้ ม จำนวน 2 หลัง)

8 สนามฟตุ บอล -

9 สนามบาสเกตบอล -

10 สนามวอลเลยบ์ อล -

11 สนามตะกร้อ -

12 สนามฟุตซอล -

13 สวนสขุ ภาพ -

5

ทำเนยี บผู้บรหิ าร ดำรงตำแหน่ง ระยะเวลา

ท่ี ช่ือ-นามสกุล ครูใหญ่ 7 ม.ี ค. 2๕03 - 2 ม.ค. 2507
อาจารยใ์ หญ่ 2 ม.ค. 2507 – 2๕ ก.ย. 2524
1 นายศริ ิ คำมา ผอู้ ำนวยการ 25 ก.ย. 2524 – 2๑ ธ.ค. 2531
2 นายรังสรรค์ ไชยสทิ ธ์ิ ผู้อำนวยการ 21 ส.ค. 2531 - 30 ก.ย. 2541
3 นายเอกศกั ดิ์ พนั ปี ผอู้ ำนวยการ ๓๐ ธ.ค. 254๑ - 30 ก.ย. 2543
4 นายพศิ ิษฐ์ ทรพั ยเ์ จรญิ ผ้อู ำนวยการ ๔ พ.ย. 2543 - 14 ม.ค. 2553
5 นายไพจิตร วัฒนากุล ผู้อำนวยการ 29 ต.ค. 2553 - 30 ก.ย. 2554
6 นายสมั ฤทธิ์ ทองรัตน์ ผอู้ ำนวยการ 22 พ.ย. 2554 – 19 ก.พ. 2556
7 นายประกอบ พลู ภไี กร ผอู้ ำนวยการ 20 ก.พ. 2556 - ๔ พ.ย. 2561
8 นายสมาน สารีคำ ผู้อำนวยการ ๕ พ.ย. 2561 - 19 ต.ค. 2563
9 นายอมร อ่อนสี ผูอ้ ำนวยการ 20 ต.ค. 2563 - ปจั จบุ ัน
10 นายไพรตั น์ กลิน่ ทบั
11 นายนวพงศ์ ดวงอปุ ะ

แผนผังการบรหิ ารงานโ

6

โรงเรียนวดั โบสถ์ศึกษา

7

เกียรตปิ ระวตั ิโรงเรียนวัดโบสถศ์ กึ ษา

พ.ศ. ๒๕๑๕ กรมสามัญศึกษา ได้อนุมัติงบประมาณการก่อสร้าง อาคารเรียน ๒๑๖ ก
จำนวน ๑ หลัง ในสมยั นายรังสรรค์ ไชยสิทธิ์ ดำรงตำแหนง่ อาจารยใ์ หญ่

พ.ศ. ๒๕๒๑ กรมสามัญศึกษา ได้อนุมัติงบประมาณการก่อสร้าง อาคารเรียน 216 ล
จำนวน ๑ หลงั ในสมัยนายรังสรรค์ ไชยสทิ ธิ์ ดำรงตำแหนง่ อาจารยใ์ หญ่

พ.ศ. 2523 กรมสามัญศึกษา ได้อนุญาตให้เปิดทำการสอนในระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
ในสมัยนายรังสรรค์ ไชยสทิ ธ์ิ ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา

พ.ศ. ๒๕๓๑ โรงเรียนได้ขออนุมัติจัดสรรงบประมาณการก่อสร้าง อาคารโรงฝึกงาน
102/27 จำนวน ๑ หลงั ในสมัยนายเอกศักด์ิ พันปี ดำรงตำแหน่งผ้อู ำนวยการโรงเรียน

พ.ศ. ๒๕๔๑ นายพิศิษฐ์ ทรัพย์เจริญ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน โรงเรียน
ไดข้ ออนมุ ตั ิจดั สรรงบประมาณการก่อสรา้ งอาคารเรียนแบบ ๓๑๘ ล/๓๐ งบประมาณการก่อสรา้ ง

๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ โรงเรียนได้รับอนุญาตจัดตั้งสมาคมศิษย์เก่า ครูและผู้ปกครอง
นักเรียนโดยนายไพโรจน์ ฟักคง เปน็ ผู้จดทะเบยี นจัดต้ัง

พ.ศ. ๒๕๔๗ โรงเรียนไดร้ บั บริจาคงบประมาณการกอ่ สรา้ งอาคารเรียนก่ึงถาวรเรอื น ดนตรี
“หยีวยิ ม” จำนวน ๒๗๙,๐๐๐ บาท ในสมยั นายสัมฤทธิ์ ทองรัตน์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรยี น

พ.ศ. ๒๕๔๕ โรงเรยี นไดร้ บั บรจิ าคงบประมาณการก่อสรา้ งอาคารเรือนพยาบาลกลุ มาลา
พ.ศ. ๒๕๕๘ โรงเรียนไดร้ ับบริจาคงบประมาณการก่อสร้างอาคารกุลมาลาอนุสรณ์
พ.ศ. ๒๕๕๕ โรงเรียนได้รับการสนับสนุนการก่อสร้างอาคารเรือนเกียรติยศ โดยใช้
งบประมาณจากสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา ในสมัยนายสัมฤทธิ์ ทองรัตน์ ดำรงตำแหน่ง
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี น
พ.ศ. ๒๕๖๑ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน ไดอ้ นมุ ตั จิ ัดสรรงบประมาณการ
ก่อสร้างโรงอาหาร จำนวน ๒๖๐ ที่นั่ง จำนวน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในสมัย นายอมร อ่อนสี ดำรงตำแหน่ง
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น
พ.ศ. ๒๕๖๑ โรงเรียนได้รับรางวลั ระดบั ประเทศเป็นโรงเรียนคาร์บอนต่ำ จากไฟฟ้าฝ่ายผลิต
แหง่ ประเทศไทย ตามโครงการห้องเรียนสเี ขียวในสมยั นายอมร ออ่ นสี ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน

8

แผนผังโรงเรยี นวัดโบสถ์ศึกษา. แสดงที่ตงั้ อาคารเรียนและอาคารประกอบ

9

รูปแบบการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาของโรงเรยี นวัดโบสถศ์ กึ ษา

10

หมวดที่ 1
บทท่ัวไป

มาตรา 1 นยิ ามศัพท์
1. “โรงเรียน” หมายถึง โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา

พษิ ณุโลก อตุ รดิตถ์ สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
๒. “ครู” หมายถึง ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษาที่ปฏิบัตกิ ารสอนของโรงเรยี นวดั โบสถ์ศึกษา
๓. “นกั เรยี น” หมายถึง นักเรียนปัจจุบันของโรงเรียนวดั โบสถศ์ ึกษา
๔. “คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน” หมายถึง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของ

โรงเรียนวัดโบสถศ์ กึ ษา
5. “ธรรมนูญโรงเรียน” หมายถึง เอกสารหลักฐาน เป็นข้อกำหนดที่กำหนดขึ้นของโรงเรียนวัดโบสถ์

ศึกษา โดยความเห็นชอบคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา โดยมีบุคคลที่เป็นผู้แทน
ของทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นคณะกรรมการดำเนินการจัดทำ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน คณะครู คณะกรรมการ
สถานศึกษา เครือข่ายผู้ปกครอง ศิษย์เก่า นักเรียน และผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย เพื่อให้โรงเรียนนำไปใช้เป็น
กรอบในการบริหารภารกิจใหเ้ กดิ ประสิทธภิ าพ และมีประสทิ ธผิ ลเปน็ ไปตามจดุ ประสงค์ของโรงเรียน

๖. ธรรมนูญโรงเรียนใหม้ ผี ลตงั้ แต่วันท่โี รงเรียนประกาศใช้เป็นต้นไป

มาตรา 2 เพลงประจำโรงเรียนวัดโบสถ์ศกึ ษา

บทเพลงมารช์ โรงเรียนวดั โบสถ์ศกึ ษา
คำรอ้ ง-ทำนอง นายสมบตั ิ เพี้ยนสูงเนิน
เรยี บเรียง : นายสมบัติ เพ้ียนสงู เนิน

เพลงมารช์ โรงเรยี นวัดโบสถ์ศึกษา

วัดโบสถศ์ กึ ษา ลอื ชา เกียรติก้อง เหล่าพี่น้อง หญงิ ชาย ร่วมศึกษา

เพื่อเกยี รติภูมิ วดั โบสถ์ นนั้ งามสงา่ อยู่คู่ฟา้ วัฒนา สถาพร

ระเบียบวินัย นำ้ ใจ พร้อมสรรพ จรยิ า นอ้ มรบั คณุ ครผู ้สู งั่ สอน

หตั ถศึกษา พละ ไมย่ ่อหย่อน เกษตรกร ขน้ั ตอน ก้าวกว้างไกล

*มา พวกเรา ฟ้าขาว รวมหมู่ รว่ มเชดิ ชู สทู่ าง อันสดใส

เพอ่ื สถาบนั อันหยิ่งใหญ่ จะรกั ษาไว้ ดว้ ยใจ มน่ั คง

ฟ้า – ขาว พราว แพรวเพรศิ ส่งิ ประเสรฐิ หลกั ชยั ดังประสงค์

ดจุ รวมใจ หวังไวใ้ ห้ชื่อดำรง วัดโบสถ์จงรว่ มรกั สามคั คี*

(ซ้ำ *)

11

12

หมวดท่ี 2
นโยบายโรงเรยี น

มาตรา 3 วัตถุประสงค์ของโรงเรียน
1. เพื่อพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียนให้มีคุณภาพ มีเปา้ หมายและทักษะอาชีพภายใต้การบริหารจดั การ

อย่างมคี ุณภาพ
2. เพื่อส่งเสริม สนับสนุนระบบการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมที่หลากหลาย และพัฒนาครูให้มี

ความสามารถจัดการเรยี นรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพ
3. เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพตามหลักธรรมาภิบาล สร้างภาคีเครือข่ายและ

พฒั นาแหล่งเรยี นรู้ ร่วมมอื กับสถาบันและองค์กรต่าง ๆ สง่ เสริมพฒั นาคุณภาพการจดั การศึกษา

มาตรา 4 โรงเรียนกำหนดเปา้ หมายใหน้ ักเรียนไดร้ บั การพฒั นาศกั ยภาพทางดา้ นความรู้ ความสามารถอยา่ ง
สงู สุดตามความตอ้ งการของผูเ้ รยี น ดังต่อไปน้ี

1. โรงเรียนในฝนั ร่นุ 1 ปี 2548
2. โรงเรียนสถานศกึ ษาพอเพียง ปี 2557
3. โรงเรยี นคารบ์ อนต่ำ ปี 2561

มาตรา 5 โรงเรียนกำหนดแนวทางเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ทั้งด้านผู้เรียน ด้านกระบวนการบริหาร
และการจดั การ และดา้ นกระบวนการจดั การเรยี นการสอนที่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ โดยมกี ลยุทธ์ ดงั นี้

1) ส่งเสรมิ สนับสนุนการจดั การเรียนเชิงบูรณาการเพ่ิมโอกาสทางการศึกษา
2) สง่ เสรมิ สนับสนุนการจัดการศกึ ษาให้ผ้เู รียนมีทักษะการใชเ้ ทคโนโลยี
3) ส่งเสรมิ สนบั สนนุ บุคลากรใชเ้ ทคโนโลยแี ละสร้างสรรคน์ วตั กรรม
4) ส่งเสริมสนับสนุนการบริหารและการจัดการศึกษาสู่วิถีใหม่ วิถีคุณภาพตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
5) ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายและสร้างชุมชน แห่งการ
เรยี นรู้

มาตรา 6 โรงเรยี นจดั กิจกรรมบรกิ ารทางวชิ าการเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนและสงั คม โดย
การจัดใหม้ โี ครงการดงั นี้

1. โครงการ ค่าย English Camp
2. โครงการ ฟา้ -ขาว คัพ (ฟุตบอล 7 คน)

13

หมวดท่ี 3
รปู แบบการจดั การศกึ ษา

มาตรา 7 โรงเรียนมีรูปแบบการจัดการศึกษาเพื่อจัดการเรียนการสอนโดยมุ่งเน้น “เก่ง ดี มีอาชีพ”
ส่มู าตรฐานสากล โดยใช้รูปแบบตน้ ตาลโมเดล

มาตรา 8 โรงเรียนจัดการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง
มัธยมศึกษาปีที่ 6 การจัดแผนการเรียนในแต่ละระดับชั้น เป็นไปตามหลักสูตรสถานศึกษา จำนวนนักเรียนต่อ
ห้องเป็นไปตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ

มาตรา 9 หลักสตู รสถานศกึ ษา
โรงเรยี นจัดการบรหิ ารหลักสูตรและการเรยี นการสอนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อใหน้ ักเรียน มีความรู้

ความสามารถในทุกแขนงวิชาเป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดการศึกษาของโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนได้รับการ
พัฒนาศักยภาพทั้งทางด้านความรู้ ความสามารถ และทักษะทางสังคม เต็มตามศักยภาพ โดยหลักสูตร
สถานศึกษา มีองคป์ ระกอบ ดังนี้

1. หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
2. หลกั สูตรรายวิชาเพิ่มเติม ให้เป็นไปตามเปา้ หมายของโรงเรยี นกำหนด
3. กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ประกอบด้วย

3.1 กิจกรรมลกู เสอื /กิจกรรมนักศึกษาวิชาทหาร
3.2 กจิ กรรมชมุ นุม
3.3 กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์
3.4 กิจกรรมแนะแนว

มาตรา 10 โรงเรียนต้องให้การสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อรองรับการเปล่ียนแปลงในอนาคต โดยการ
พัฒนาและนำระบบเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสารมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาระบบบริหารจัดการ
และระบบการจดั การเรียนรู้ของผเู้ รียนให้ทันยคุ สมัยและมีประสทิ ธิภาพสูงสดุ

มาตรา 11 โรงเรยี นต้องมรี ะบบดูแลชว่ ยเหลอื นักเรียนโดยใชร้ ะบบออนไลน์ทางเว็บไซต์
http://wbs.ac.th/mis_stu4.0/index-1.php เพ่ือเป็นเครอื่ งมือในการกำกับติดตามและชว่ ยเหลือนกั เรียน
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

มาตรา 12 โรงเรียนต้องมรี ะบบรกั ษาความปลอดภัย สำหรบั นักเรยี น ครู และบุคลากร และจดั สงิ่ แวดลอ้ ม
ทีเ่ อ้ือต่อการจัดการเรยี นการสอน

14

หมวดที่ 4
บุคลากร

มาตรา 13 คณุ สมบัตขิ องผู้บริหารโรงเรยี นวัดโบสถ์ศกึ ษา
1. มคี วามจงรักภกั ดใี นสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
2. มคี วามรอบรู้ มคี วามแม่นยำในกฎระเบียบของทางราชการ
3. มีความสามารถในการตัดสนิ ใจได้อย่างถูกตอ้ งรวดเร็ว และกล้าตัดสินใจ ปฏิบัติตามนโยบาย

ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
4. มีความเป็นประชาธิปไตย ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแกผ่ ู้ใต้บงั คับบัญชา มบี คุ ลกิ ภาพและ

มนุษยธรรมทดี่ ีตอ่ ผรู้ ว่ มงาน และมีความจริงใจต่อผรู้ ว่ มงาน
5. มีความสุจริตโปร่งใส และเท่ียงธรรม รกั ษาผลประโยชนข์ องสว่ นรวม มีความเสียสละ
6. มีความรู้ ความเข้าใจในการบริหารจัดการสถานศึกษา สามารถปรับใช้ศาสตร์และศิลป์ใน

การบริหารจัดการ วางแผนพฒั นาโรงเรยี น สร้างองคก์ รแห่งการเรียนรู้
มาตรา 14 บทบาทของผู้อำนวยการโรงเรยี น

1. บรหิ ารงานตามนโยบายของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารและ นโยบายสำนักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน สำนกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษามธั ยมพิษณโุ ลก อตุ รดติ ถ์ ท่ีกำหนดไว้ที่กำหนดไวใ้ น
แผนพัฒนาพัฒนาการศึกษา (ธรรมนญู โรงเรียน) และแผนปฏิบัติราชการประจำปี

2.วางแผนในการบริหารโรงเรียนคลอบคลุม 5 งาน ประกอบดว้ ย การบรหิ ารงานวชิ าการ
งบประมาณ บุคคล กิจการนักเรยี น และบริหารท่ัวไป

๓. จดั ทำและพฒั นาหลักสตู รสถานศึกษา ควบคุมการเรยี นการสอน การวัดผลการศกึ ษา
ใหเ้ ป็นไปตามหลกั สตู ร

๔. ปฏิบตั หิ นา้ ท่รี ับผดิ ชอบดำเนินงานเกยี่ วกับงานทไี่ ดร้ ับมอบหมายตา่ ง ๆ ท่ีกำหนด เป็นอำนาจ
หน้าท่ีที่ตอ้ งปฏิบัติ

๕. ควบคมุ ดูแล ปกครอง จัดระบบงานโรงเรยี น จดั ทำมาตรฐานการปฏิบัติงาน ขอบข่ายภาระงาน
มอบหมายงานให้เหมาะสมกบั ความสามารถของบุคลากร

๖. ติดตามให้คำปรกึ ษา แก้ปัญหา และนิเทศครูและบุคลากรทางการศึกษา นกั เรียนใหส้ ามารถ
ปฏบิ ตั ิตามหน้าท่ีได้อยา่ งถกู ต้องครบถ้วน

๗. ดูแลสวัสดิภาพความเป็นอยู่ของครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรยี น และส่งเสริมสนับสนุน
ให้มีการพฒั นาตนเองอยา่ งต่อเนือ่ ง

๘. ส่งเสรมิ และสรา้ งความสมั พันธ์ระหวา่ งผูป้ กครองและชมุ ชน
๙. เขา้ ร่วมประชมุ คณะกรรมการต่าง ๆ ตามท่ีไดร้ ับการแตง่ ต้ัง
๑๐. จัดใหม้ กี ารวิเคราะห์ วิจัย ประเมินผลและรวบรวมขอ้ มูล จดั ทำรายงานประจำปีของ
สถานศึกษา จดั ทำสถติ ิต่างๆ เป็นสารสนเทศที่สำคญั โดยนำเทคนิคและวิธกี ารใหม่ ๆ มาใช้เพอื่ ปรับปรงุ
การเรียนการสอนและพฒั นาโรงเรยี นให้ได้มาตรฐานเปน็ ท่นี ิยม
๑๑. ประสานงานกับหนว่ ยงานอน่ื ๆ ท้ังภาครฐั และเอกชนเพื่อประโยชนข์ องโรงเรยี นและชุมชน
๑๒. ดำเนินการตามความเหน็ ชอบและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสถานศึกษา ข้นั พน้ื ฐาน
ของโรงเรยี นวดั โบสถศ์ ึกษา
๑๓. ปฏิบตั ิหน้าท่ีอน่ื ๆ ตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย

15

มาตรา 15 รองผู้อำนวยการโรงเรียนมีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปน้ี
๑. ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายจาก

ผู้อำนวยการสถานศึกษาในการช่วยบริหารกิจการของสถานศึกษา การวางแผนการปฏิบัติงาน การควบคุม
กำกบั ดแู ลเก่ยี วกบั การบริหารงานวชิ าการ บรหิ ารงบประมาณ บรหิ ารงานบคุ คล บริหารงานทั่วไป บริหารงาน
กจิ การนักเรยี น และงานอ่นื ท่ีเกย่ี วข้องหรือทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย

๒. บริหารกิจการของสถานศึกษาให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบายและ
วัตถุประสงคข์ องสถานศึกษา

๓. วางแผนพฒั นาการศึกษา ประเมิน และรายงานผลการจัดการศึกษา
๔. จัดทำและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การจัดกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาสื่อ นวัตกรรม
และเทคโนโลยีการศกึ ษา การนเิ ทศ และการวัดผล ประเมินผล
๕. ส่งเสริมและจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งในระบบ นอกระบบ และ
ตามอัธยาศัย
๖. จดั ทำระบบประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา
๗. การบรหิ ารงานการเงนิ งานพัสดแุ ละทรพั ย์สิน
๘. วางแผนการบริหารงานบุคคล การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน วินัยและ
การรักษาวินัย การดำเนินการทางวินยั และการออกจากราชการ
๙. จัดทำมาตรฐานและภาระงานของครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา ประเมินผล
การปฏิบัตงิ านตามมาตรฐานของครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา
๑๐. สง่ เสริมและสนบั สนนุ ครูและบคุ ลากรทางการศึกษาใหม้ ีการพัฒนาอย่างตอ่ เนื่อง
๑๑. ประสานความร่วมมือกับชุมชนและท้องถิ่นในการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาและ
ใหบ้ ริการวชิ าการแกช่ ุมชน
๑๒. จัดระบบควบคมุ ภายในสถานศึกษา
๑๓. จดั ระบบดแู ลช่วยเหลือนักเรียน
๑๔. ปฏบิ ตั ิหนา้ ทอ่ี ่ืน ๆ ตามทไ่ี ดร้ ับมอบหมายจากผูอ้ ำนวยการโรงเรียน
มาตรา 16 คณุ สมบัตขิ องครูและบคุ ลากรโรงเรียนวัดโบสถ์ศกึ ษา
1. ม่งุ ม่นั พฒั นาและส่งเสรมิ การเรียนรู้ ทกั ษะและนสิ ยั ทถ่ี ูกต้องดีงามแก่นกั เรียน
2. สามารถปฏบิ ัติกิจกรรมทางวิชาการเก่ียวกับการพฒั นาวชิ าชีพครู
3. มจี ิตวญิ ญาณของความเปน็ ครูทด่ี ี ให้บรกิ ารด้วยความจรงิ ใจและเสมอภาค
4. มคี วามรูค้ วามสามารถ มคี วามเสียสละอทุ ิศตนเปน็ ประโยชนแ์ ก่นักเรียน ดว้ ยความเตม็ ใจ
5. มีจิตใจช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดมั่นในคุณธรรมและเสริมสร้าง
ความสามคั คใี นหมคู่ ณะ
6. สามารถปฏิบตั หิ นา้ ท่ีในการจัดการเรียนการสอนแก่นักเรยี นและมีหน้าท่ีในการอบรมบ่มนสิ ยั
นักเรยี นให้นักเรียนเป็นคนดี มีคุณธรรม
7. สามารถประพฤตติ นเป็นแบบอยา่ งท่ดี แี กน่ กั เรยี นทั้งทางกาย วาจา ใจ
8. ไมเ่ ป็นผูท้ ี่แสวงหาผลประโยชนใ์ ด ๆ ท้ังทางตรงและทางอ้อมจากโรงเรียน ผปู้ กครองและ
นักเรียน

16

มาตรา 17 ครมู บี ทบาทหนา้ ที่ ดังต่อไปนี้
1. ศึกษาหาความรู้วิธีการสอน วิธีประเมินผล การใช้สื่อการเรยี นการสอน หนังสือเรียนและคู่มอื

การเรียนการสอนตามหลักสตู ร
2. ปฏบิ ตั ิงานในหน้าท่ีใหไ้ ดผ้ ลตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน
3. ประพฤติปฏบิ ัติตนตามระเบียบวนิ ยั ของทางราชการอยา่ งเครง่ ครัด
4. จัดกจิ กรรมการเรียนการสอนและอบรมบม่ นสิ ยั นักเรียนอยา่ งเตม็ ความสามารถ
5. พัฒนาและปรบั ปรุงการเรยี นการสอนให้มีประสิทธภิ าพอย่างตอ่ เนือ่ ง
6. สง่ เสรมิ และเผยแพรก่ ารปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข
7. ปลกู ฝงั วฒั นธรรม ค่านิยมและเอกลักษณ์ไทย
8. ส่งเสริมความสามคั คีในหมู่คณะครู นักเรยี นและผทู้ ีเ่ กีย่ วข้อง

มาตรา 18 บทบาทและหนา้ ทข่ี องผู้ปกครองนกั เรียนโรงเรยี นวดั โบสถ์ศกึ ษา
ผู้ปกครองนักเรียนมีความเข้าใจในระบบการจัดการศึกษาของโรงเรียนและยินยอมปฏิบัติตาม

ระเบยี บของโรงเรียนทกุ ประการ ไดแ้ ก่
1. ใหค้ วามร่วมมือ สนับสนนุ กจิ กรรมของโรงเรียน
๒. ศึกษาและเขา้ ใจวฒั นธรรม กฎระเบยี บ ของโรงเรียนวัดโบสถ์ศกึ ษา
๓. ดูแล เอาใจใส่ กำชบั ตดิ ตามบุตรในอปุ การะให้ปฏิบตั ิตามธรรมนูญของโรงเรียน
๔. มคี วามพรอ้ มในการสนบั สนุนคา่ เล่าเรยี นของบตุ รและคา่ ใช้จา่ ยอนื่ ๆ

มาตรา 19 การจัดหาเจ้าหน้าที่และบุคลากรเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน
โดยตรง เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการบรหิ ารจัดการ การบริการ และสนบั สนนุ การเรยี นการสอนให้มีคุณภาพ
และประสิทธภิ าพมากยิง่ ขึ้น ดังตำแหน่งงานและคุณสมบัติขน้ั ตน้ ดงั น้ี

1. เจ้าหน้าที่งานธุรการ ปฏิบตั ิหน้าที่
1.1 ลงเวลาการปฏบิ ัตงิ าน เสนอและจดั ทำรายงานการลา การขออนุญาตออกนอกโรงเรียน

ของครูและบุคลากร สรุปรายงานการปฏิบัติงาน การลา ในแต่ละวัน พร้อมทั้งติดตามให้เป็นไปตามระเบียบ
และจัดทำสารสนเทศอย่างเปน็ ระบบ

1.2 รบั – สง่ และลงทะเบียนหนังสือราชการใหถ้ ูกต้องตามระเบยี บงานสารบรรณ
1.3 ร่าง – พิมพ์ โต้ตอบหนังสือราชการ ให้ถูกต้องตามระเบียบงานสารบรรณ
และทันกำหนดเวลา
1.4 ประสานงานผู้ทีเ่ กี่ยวข้องในการใหข้ ้อมูลเกี่ยวกับหนงั สือราชการ เพื่อให้การดำเนนิ งาน
ทนั กำหนดเวลา
1.5 จัดทำแบบฟอร์มในการตดิ ต่อทางราชการตา่ ง ๆ เพอื่ ใหผ้ ู้รับบรกิ ารไดร้ บั ความสะดวกใน
การติดต่อราชการกบั ทางโรงเรยี น
1.6 สามารถปฏบิ ัตงิ านอ่นื ๆ ทีไ่ ด้รับมอบหมาย
2. พนกั งานขับรถ ปฏิบตั ิหนา้ ท่ี
2.1 ขับรถของโรงเรยี นตามทไี่ ด้รบั มอบหมายไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ
2.2 รกั ษาวินัยการปฏบิ ัตหิ นา้ ทด่ี ว้ ยความวริ ยิ ะ อตุ สาหะ อทุ ิศเวลาแกร่ าชการ
2.3 ดูแลรักษารถยนต์มิให้สูญหายและรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ดีอยู่เสมอ
โดยปฏบิ ตั ติ ามหลักการและวิธกี ารรกั ษาเครอ่ื งยนต์ที่ถูกต้องและใหอ้ ยู่ในสภาพพร้อมใช้ทุกวนั

17

2.4 ขับรถด้วยความระมัดระวังมิให้เกิดอุบัติเหตุหรือเป็นโอกาสให้เกิดการชำรุดเสียหาย
ไม่ขับรถด้วยความเร็ว ซึ่งเกิดการจากความคึกคะนองหรืออารมณ์อื่น ๆ ซึ่งเป็นโอกาสให้เกิดอุบัติเหตุ เกิด
ความทรุดโทรมแก่สภาพรถและมีน้ำใจในบริการรับ- สง่ ครูและนกั เรยี นดว้ ยความเตม็ ใจ

2.๕ ไม่มพี ฤตกิ รรมชูส้ าว ก้าวรา้ วกบั ผ้รู ับบริการและไมเ่ ก่ยี วขอ้ งสารเสพติดทกุ ประเภท
2.๖ ปฏบิ ตั ิงานอื่น ๆ ที่ไดร้ บั มอบหมายได้
3. ลูกจา้ งชั่วคราว ปฏิบัติหน้าท่ี
3.1 ดูแลทำความสะอาดภายในและภายนอกอาคาร ห้องเรียน ห้องพักครู ห้องน้ำ ห้องสุขา
ให้เป็นระเบียบเรียบรอ้ ย
3.2 ดแู ล บำรงุ รกั ษาตน้ ไม้ สนามหญ้าของโรงเรียนให้สวยงาม
3.3 ดูแลรักษาวัสดุ ครภุ ณั ฑใ์ นสว่ นพื้นท่ีงานทรี่ บั ผิดชอบ
๓.๔ ไม่มพี ฤติกรรมชูส้ าว ก้าวรา้ วกบั ผูร้ บั บรกิ ารและไมเ่ กี่ยวขอ้ งสารเสพติดทกุ ประเภท
3.๕ ปฏิบัตงิ านอนื่ ๆ ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย

มาตรา 20 โรงเรียนต้องจัดให้มีการพัฒนาครูและบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ให้มี
ประสทิ ธภิ าพมากขึ้น อย่างน้อย ๑ รายการตอ่ ปี ดังนี้

๑. การศึกษาดูงาน
๒. การสัมมนาทางวชิ าการ
๓. การอบรมเชิงปฏบิ ัติการในเรือ่ งทจี่ ำเป็นตอ่ ครูทกุ คน
๔. การจดั ทำวจิ ัยในชน้ั เรียน หรือผลงานทางวิชาการ

หมวดท่ี 5
นักเรียน

มาตรา 21 คณุ สมบตั พิ น้ื ฐานของผู้ทีจ่ ะสมคั รเข้าเรยี นโรงเรียนวัดโบสถศ์ ึกษา
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
1. เปน็ นกั เรียนท่ีจบการศึกษาในระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 หรือเทียบเท่าตามหลกั สตู ร

การศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
2. มีความประพฤติเรียบร้อย มรี ะเบียบวินยั อย่รู ่วมกับผู้อื่นไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
3. ผูป้ กครองมีความพร้อมทจ่ี ะให้การสนบั สนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอน

นอกเหนือหลกั สูตรการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน เพ่ือสง่ เสรมิ สนบั สนุนการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาให้นักเรยี น และ
คา่ ใชจ้ ่ายอนื่ ๆ ทโี่ รงเรยี นกำหนด ตลอดเวลาท่ีศกึ ษาอยู่ในโรงเรียน

4. ผู้ปกครองมีความพรอ้ มในการร่วมดูแลความประพฤตขิ องนักเรยี นกบั ทางโรงเรยี น
ตลอดเวลาที่กำลังศกึ ษา

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
1. เปน็ นักเรียนทจี่ บการศึกษาในระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 หรอื เทียบเท่าตามหลักสูตร

การศึกษาของกระทรวงศึกษาธกิ าร
2. มคี วามประพฤตเิ รยี บร้อย มีระเบียบวินยั อย่รู ่วมกับผู้อืน่ ได้เปน็ อยา่ งดี และสามารถ

ประพฤตติ นตามระเบียบของโรงเรยี นได้

18

3. ผปู้ กครองมคี วามพรอ้ มทจี่ ะให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการเรยี นการสอน
นอกเหนือหลกั สตู รการศึกษาข้นั พื้นฐาน เพือ่ สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาใหน้ ักเรียน และ
คา่ ใชจ้ ่ายอนื่ ๆ ทโี่ รงเรยี นกำหนด ตลอดเวลาที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียน

4. ผู้ปกครองมคี วามพรอ้ มในการรว่ มดูแลความประพฤตขิ องนักเรยี นกับทางโรงเรียน
ตลอดเวลาที่กำลงั ศกึ ษา

มาตรา 22 โรงเรียนต้องจัดให้มีสภานักเรียน ซึ่งได้มาโดยการได้รับเลือกมาจากนักเรียนและครูภายใน
โรงเรียน เพื่อเป็นผู้แทนของนักเรียน เป็นสื่อกลางเพื่อความเป็นประชาธิปไตย รักษาสิทธิและหน้าที่ของ
นกั เรียนโดยไม่ขัดกับระเบียบและนโยบายของโรงเรียน กำหนดแผนการปฏบิ ัติกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และเป็น
ประโยชน์ตอ่ โรงเรียน สงั คมและประเทศชาติ โดยต้องมีคณุ สมบตั ดิ งั ตอ่ ไปน้ี

๑. เป็นผู้ท่ียึดมน่ั ในระบอบประชาธปิ ไตย และจงรักภกั ดีตอ่ สถาบนั ชาติ ศาสนา
พระมหากษัตรยิ ์

2. เป็นนักเรียนโรงเรยี นวดั โบสถ์ศึกษาอยา่ งถูกตอ้ งตามกฎหมาย
3. ผู้สมคั รจะต้องลงสมคั รตามระเบยี บสภานกั เรียนโรงเรยี นวัดโบสถ์ศกึ ษา
4. เปน็ ผู้ท่กี ำลังศกึ ษาอยู่ในระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ในขณะที่มกี ารเลอื กตั้ง
5. ไม่มผี ลการเรยี นเปน็ 0, ร, มส หรอื มผ
6. ไดร้ บั ความยินยอมจากคุณครปู ระจำชั้น/ครูที่ปรึกษาและผ้ปู กครองให้เข้าสมัคร รับเลือกต้ัง
ประธานสภาและสมาชิกสภานักเรียน
7. เป็นผมู้ ีคณุ ธรรมและมคี วามเปน็ กลางในการดำเนนิ นโยบาย
8. เป็นผู้ท่ีรกั และเทดิ ทูนในเกยี รตขิ องโรงเรยี นอยา่ งจรงิ ใจ

มาตรา 23 นักเรียนต้องได้รับการพัฒนาจากทางโรงเรียนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อให้มีคุณลักษณะอันพึง
ประสงคด์ ังน้ี

1. มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2. ซอ่ื สัตย์ เสียสละ อดทน
3. กตัญญตู อ่ พอ่ แม่ ผู้ปกครอง ครบู าอาจารย์
4. ใฝห่ าความรู้ หมน่ั ศึกษาเลา่ เรยี นท้ังทางตรง และทางอ้อม
5. รกั ษาวัฒนธรรมประเพณีไทย
6. มีศีลธรรม รักษาความสตั ย์
7. เขา้ ใจเรยี นรู้การเปน็ ประชาธปิ ไตย
8. มรี ะเบยี บ วินัย เคารพกฎหมาย ผู้นอ้ ยรู้จกั การเคารพผ้ใู หญ่
9. มสี ตริ ู้ตวั รูค้ ิด รทู้ ำ
10. รูจ้ กั ดำรงตนอยู่โดยใช้หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
11. มคี วามเข้มแขง็ ท้ังรา่ งกาย และจิตใจ ไมย่ อมแพ้ต่ออำนาจใฝ่ต่ำ
12. คำนึงถงึ ผลประโยชน์ของส่วนรวมมากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง

19

มาตรา ๒4 นกั เรียนต้องแต่งกายใหถ้ กู ต้องตามระเบยี บของโรงเรยี นดงั นี้
1. นักเรยี นชาย (ทั้งมธั ยมศึกษาตอนต้น-ตอนปลาย)
1.1 เสื้อ เสื้อแบบเชิ้ตคอตั้ง ตัดเย็บด้วยผ้าขาวเกลี้ยงห้ามใช้ผ้าด้ายดิบ ผ้าเนื้อมัน ผ้าแพร

ผา้ ที่มลี ายในตวั หรอื ผ้าท่มี ีเนื้อบางเกนิ ไป ใหม้ ีสาบหน้าอกด้านซา้ ย ติดกระดมุ แบบกลมเสน้ ผา่ ศนู ย์กลางไม่เกิน
1 เซนติเมตร แขนเสื้อเหนือศอกประมาณ 5 เซนติเมตร ความกว้างของแบบเสื้อไม่รัดรูป หรือกว้างเกินไป
ตะเข็บแขนพับเข้าไปไม่น้อยกว่า 1.5 เซนติเมตร และไม่กว้างกว่า 2.5 เซนติเมตร ด้านหลังเสื้อไม่มีสาบ
มีกระเป๋าเปิดตามราวนมทางอกซ้าย 1 ใบ กว้าง 8 ยาว 12 เซนติเมตร และไม่เกิน 12 - 15 เซนติเมตร
เหนือกระเป๋าเสื้อ 1 นิ้ว ให้ปักชื่อ นามสกุล สูง 1 เซนติเมตร อกขวาในระดับเดียวกัน ปักอักษรย่อ ว.บ.
ต่ำลงมา 0.5 นิ้ว ปักเลขประจำตัวเป็นเลขไทย ทั้งหมดนี้ปักด้วยไหมสีน้ำเงิน (ห้ามใช้รูปลอกกำมะหย่ี)
เหนอื ชื่อนามสกลุ ดา้ นซ้ายให้ปักหมายเลขระดบั ชนั้ และหอ้ งเรยี น

1.2 กางเกง ชนั้ ม.ตน้ ใช้กางเกงส้นั สกี ากี ชน้ั ม. ปลาย ใชก้ างเกงขาสั้นสีดำ หา้ มใช้ผ้าที่มีสีเข้ม
หรืออ่อนจนเกินไป หา้ มใช้ผ้ามันหรอื ผา้ ด้ายดบิ ใหต้ ดั เย็บทรงสุภาพไม่รดั รปู หรือ เอวหลวมจนเกินไป ความยาวของ
กางเกงเหนอื เข่า 5 เซนติเมตร กระเป๋าตรงข้าง ๆ ละ 1 ใบ ไม่มีกระเป๋าหลงั มีจีบด้านหลัง ข้างละ 2 จีบ หันไปทาง
กระเป๋ากางเกง มหี รู ้อยเขม็ ขัดรวม 7 หู ยาวไมเ่ กนิ 5 เซนติเมตร

1.3 รองเท้า-ถุงเทา้
นักเรียน ม. ต้น ให้ใช้รองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีน้ำตาล ไม่มีลวดลายหรือใช้รองเท้าหนัง

สีน้ำตาลหุ้มส้น มีสายผกู สเี ดียวกันกับรองเทา้ ถุงเทา้ สีน้ำตาล หา้ มพับหรอื ม้วนถุงเทา้
นักเรียน ม. ปลาย ใช้รองเท้าผ้าใบสีดำหุ้มส้นไม่มีลวดลาย หรือใช้รองเท้าหนัง สีดำหุ้ม

ส้น มีสายผกู สีเดียวกับรองเทา้ ถงุ เทา้ สนั้ สขี าว หา้ มพับหรือม้วนถงุ เท้า
1.4 เข็มขัด
นักเรียน ม.ต้น ให้ใช้เข็มขัดโลหะสี่เหลี่ยม สายหนังสีน้ำตาลกว้างไม่เกิน 4 เซนติเมตร

อนญุ าตให้ใช้หวั เข็มขดั ลูกเสือได้ สายเขม็ ขัดห้ามสลักลวดลายหรือวาดรปู ติดสติ๊กเกอร์ต่าง ๆ เป็นอันขาด
นักเรียน ม.ปลาย ให้ใช้หัวเข็มขัดโลหะสีเงิน สี่เหลี่ยม สายหนังสีดำกว้างไม่เกิน 4 เซนติเมตร

สายเข็มขัด หา้ มสกั ลวดลายหรือวาดรปู ติดสติก๊ เกอร์ตา่ ง ๆ เป็นอันขาด
1.5 ทรงผม
นกั เรียน ม.ต้น รองทรง ด้านหน้ายาวไมเ่ กนิ 5 เซนติเมตร และสุภาพเรียบร้อย
นักเรียน ม.ปลาย รองทรง ด้านหนา้ ยาวไม่เกิน 6 เซนติเมตร และสุภาพเรียบรอ้ ย
1.6 เครื่องประดับและของมคี ่า หา้ มนกั เรยี นใช้เครือ่ งประดับและเครื่องสำอางทุกชนิด

2. นกั เรียนหญงิ ม. ตน้
2.1 เสื้อ เสื้อแบบคอทหารเรือแขนสั้นจั๊มแขน มีขอบ 4 เซนติเมตร ติดกระดุม 1 เม็ด ตัด

ด้วยผ้าขาวเกลีย้ งไม่มลี ายเส้นหรอื ลายทางใด ๆ ห้ามใช้ผ้าเนือ้ มัน ผ้าแพรผ้าดิบ ไม่มีขอบเอว มีกระเป๋า 1 ใบ
ดา้ นล่างขวามือ ใหป้ กั ช่ือ นามสกุล สงู 1 เซนติเมตร อกขวาในระดบั เดียวกัน ปักอักษรย่อ ว.บ. ต่ำลงมา 0.5
นิ้ว ปักเลขประจำตัวเป็นเลขไทย ทั้งหมดนี้ปักด้วยไหมสีน้ำเงิน (ห้ามใช้รูปลอกกำมะหยี่) เหนือชื่อนามสกุล
ดา้ นซ้ายใหป้ กั หมายเลขระดบั ชนั้ และหอ้ งเรยี น

2.2 กระโปรง นักเรียนหญิง ม. ต้น ให้ใช้กระโปรงสีกรมท่าตัดแบบนักเรียนคือมีจีบด้านหน้า
6 จีบ หันจีบออกด้านข้างๆ ละ 3 จีบ ด้านหลังเช่นเดียวกัน ตีเกล็ดทับลงมาจากเอวประมาณ 8-12 เซนติเมตร
ความลึกของจบี 5-7 เซนติเมตร ความยาวคลุมเข่าวัดจากจดุ กึง่ กลางลงไป 8-10 เซนติเมตรและให้มีกระเปา๋ เฉพาะ
ด้านขา้ งตามแนวตะเข็บเทา่ นั้น

20

2.3 รองเท้า-ถุงเท้า ให้ใช้รองเท้าหนังสีดำ มีสายรัดหลังเท้า ถุงเท้าสั้นสีขาว พับให้เรียบร้อย
เหนอื ขอ้ เทา้ พอควร และอนุญาตให้ใชถ้ งุ เทา้ ขาวพ้นื เทาขอบสงู

2.4 ทรงผม มัดรวบผมไว้ด้านหลังผูกโบว์ด้วยสีฟ้า หรือถักเปียไม่เกิน 2 เปียผูกด้วยโบว์สีฟ้า
เท่าน้นั

2.5 เครอ่ื งประดบั และของมคี า่ ห้ามนักเรียนใชเ้ ครือ่ งประดับและเคร่ืองสำอางทกุ ชนดิ
3. นกั เรียนหญงิ ม. ปลาย

3.1 เสื้อ ใช้เสื้อคอเชิ้ต ชายเสื้อซ่อนเข้าในกระโปรง มีกระดุมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1
เซนติเมตร ไม่มีสาบเสื้อแขนเสื้อ มีจีบหน้า 3 จีบ หลัง 3 จีบ แขนรัดเหนือข้อศอกประมาณ 5 เซนติเมตร
ขอบแขนเสื้อกว้าง 2.5 3 เซนติเมตร จะตอ้ งตัดด้วยผา้ ขาวเกลีย้ งไม่มลี ายเสน้ หรือลายทางใด ๆ ทั้งสน้ิ ห้ามใช้
ผ้าเนอื้ มนั ผา้ แพรผ้าดา้ ยดบิ หรอื ผา้ ท่มี ีเน้ือบางจนเกนิ ไป ใหป้ กั ชอื่ นามสกลุ สงู 1 เซนติเมตร อกขวาในระดับ
เดียวกนั ปักอักษรยอ่ ว.บ. ต่ำลงมา 0.5 น้วิ ปกั เลขประจำตัวเปน็ เลขไทย ทง้ั หมดนป้ี กั ด้วยไหมสีน้ำเงิน (ห้าม
ใชร้ ปู ลอกกำมะหย)่ี เหนือชอื่ นามสกลุ ด้านซา้ ยให้ปักหมายเลขระดับชั้นและห้องเรียน

3.2 กระโปรง นกั เรียนหญงิ ทุกคน ให้ใช้กระโปรงสกี รมท่า ตัดแบบนักเรียน คอื มีจีบด้านหนา้
6 จีบ หันจีบออกด้านข้าง ๆ ละ 3 จีบ ด้านหลังก็เช่นกัน ตีเกล็ดทับลงมาจากเอวประมาณ 8 – 12
เซนติเมตร ความลึกของจีบ 5 – 7 เซนติเมตร ความยาวคลุมเข่าวัดจากจุดกึ่งกลางเข่าลงไป 8 – 10
เซนติเมตร และใหม้ กี ระเปา๋ เฉพาะดา้ นข้างตามแนวตะเข็บเท่าน้ัน

3.3 เข็มขดั ให้หัวเข็มขดั รูปสเ่ี หลยี่ มผืนผ้า ใช้หนังหมุ้ ไมเ่ กิน 5 เซนตเิ มตร ความยาวของสาย
ไม่เกนิ 1 ใน 4 ของรอบเอว หา้ มสลกั ลวดลายหรอื ตดิ สต๊ิกเกอร์หรอื วาดรูปตา่ ง ๆ

3.4 รองเทา้ , ถงุ เทา้ ใหใ้ ช้รองเทา้ หนงั สีดำ มสี ายรัดหลงั เท้า ถงุ เท้าส้ันสีขาว พบั ให้เรียบร้อย
เหนือข้อเท้าพอควร อนญุ าตให้ใช้ถงุ เทา้ ขาวพนื้ เทาขอบสูง

3.5 ทรงผม มัดรวบผมไว้ด้านหลังผูกโบว์ด้วยสีขาว หรือถักเปียไม่เกิน 2 เปียผูกด้วยโบว์สีขาว
เท่านัน้

3.6 เคร่อื งประดบั และของมคี ่า หา้ มนกั เรียนใช้เครือ่ งประดับและเครื่องสำอาง ทกุ ชนิด
มาตรา ๒5 นักเรียนต้องปฏิบตั ิตนระหว่างเป็นนักเรียนของโรงเรียนวัดโบสถศ์ ึกษา ดังน้ี

1. หา้ มออกนอกบริเวณโรงเรยี น เวน้ แตจ่ ะได้รับอนุญาต
2. ต้องเชอื่ ฟังและปฏบิ ัตติ นใหอ้ ย่ใู นโอวาทของครู
3. ประพฤตปิ ฏิบัตติ นให้เหมาะสมกบั วยั และสภาพของนักเรียน
4. มีความสภุ าพออ่ นโยนตอ่ บุคคลทว่ั ไป รักษาความสามคั คใี นหมู่คณะ ไมก่ ่อการทะเลาะววิ าท
5. ไม่ทำการใด ๆ ทจี่ ะนำความเสอื่ มเสียมาสูโ่ รงเรยี น ช่วยกนั เสรมิ สร้างชอ่ื เสยี งมาสู่โรงเรยี น
ดว้ ยการแสดงซึง่ ความสามารถต่าง ๆ ทด่ี ีงาม
6. ชว่ ยกันดูแลรักษาทรัพยส์ ินสมบัติของโรงเรยี น อนั เป็นของส่วนรวม
7. ชว่ ยกันประหยดั ในการใช้นำ้ และไฟฟา้ ของโรงเรยี น
8. มบี ัตรประจำตวั นักเรยี น และตอ้ งนำตดิ ตวั มาด้วยทุกวัน
9. นักเรยี นท่จี ะมาตดิ ต่อกับโรงเรียนตอ้ งแตง่ กายด้วยเคร่ืองแบบนักเรียนท่โี รงเรยี นกำหนด
ยกเวน้ การจดั กจิ กรรมที่จำเป็นตอ้ งแต่งกายในรูปแบบเฉพาะ
10. ทำความเคารพครู อาจารย์ทง้ั ในและนอกโรงเรียน
11. ในระหว่างท่มี ีชว่ั โมงเรียน นักเรยี นจะต้องอยู่ในห้องเรยี นเท่านนั้ เว้นแต่จะไดร้ บั อนญุ าต
จากครผู สู้ อนในคาบเรียนนั้น ๆ

21

มาตรา ๒๖ นกั เรียนต้องดำเนินการ เรอื่ ง การลาหยุด การขาดเรียน การมาสาย และการออกนอกบรเิ วณ
โรงเรียน ดงั น้ี

การลากิจและลาป่วย
1. จะตอ้ งมีใบลาถึงครทู ่ปี รึกษาทุกครัง้ พรอ้ มทง้ั มีลายเซ็นของผู้ปกครอง (ซ่งึ ลงไว้ ในวันมอบตวั )
ในวันที่นกั เรียนมาโรงเรียนวันแรกหลงั จากลา อนญุ าตใหล้ าทางสอื่ ออนไลนไ์ ด้
2. ถ้านกั เรียนหยดุ เรียนไปแล้วเกิน 3 วนั โดยทางโรงเรียนไม่ทราบสาเหตุ ทางโรงเรยี นจะตดิ ต่อ
ขอทราบเหตผุ ลโดยตรงกบั ผู้ปกครอง ซงึ่ ผปู้ กครองจะต้องนำหนังสือการติดต่อของทางโรงเรียน มาพบกบั
ฝา่ ยบรหิ ารงานกิจการนักเรียนของโรงเรยี นทนั ที เม่อื ไดร้ ับหนังสอื
การขาดเรียน
1. ห้ามนักเรยี นขาดเรยี นโดยไม่มีสาเหตุ
2. การขาดเรียนเป็นปกตถิ ือว่า “เป็นความประพฤตทิ ี่ไม่เหมาะสมกับสภาพนกั เรียน”
3. การขาดเรยี นติดต่อกนั เกนิ 7 วัน โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือผู้ปกครองไม่แจ้งให้ทางโรงเรียน
ทราบ ทางโรงเรยี นจะมหี นังสือถึงผปู้ กครองเพ่ือให้แจ้งเหตุผลให้ทราบ ถา้ หลังจากโรงเรียนมีหนังสือไปถึง
ผู้ปกครองแลว้ 7 วัน ผปู้ กครองยังไมแ่ จง้ เหตผุ ลให้ทราบ หรอื ไม่มาติดต่อกับทางโรงเรยี น โรงเรียนจะถือวา่
นักเรยี นไม่มคี วามประสงค์ที่จะเรยี นตอ่ ไป โรงเรยี นจะจำหนา่ ยชือ่ ออกจากโรงเรยี นเพราะขาดเรียนนาน
กรณีทน่ี ักเรียนศึกษาในระดับชนั้ มัธยมศึกษาตอนปลาย
การมาสาย
1. การมาสายเป็นประจำถือว่า “เป็นความประพฤติที่ไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียน” นักเรียน
ทกุ คนต้องมาให้ทนั เวลาเขา้ แถวเคารพธงชาติ
2. นักเรยี นทกุ คนตอ้ งมาถงึ โรงเรียนกอ่ นเวลา 07.50 น. ถา้ มาหลังจากนถี้ อื ว่ามาสาย
มาตรา ๒๗ การลงโทษนักเรียนใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บโรงเรียนซึ่งเป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวา่
ด้วยการลงโทษนักเรยี นและนกั ศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๕๔ มี 4 สถานดงั น้ี

๑. วา่ กล่าวตักเตอื น
๒. ทำทณั ฑบ์ น
๓. ตัดคะแนนความประพฤติเป็นไปตามระเบียบที่กำหนด
๔. ทำกิจกรรมเพ่ือให้ปรับเปล่ียนพฤติกรรม

หมวดที่ 6
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน

มาตรา 2๘ คณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน มีองคป์ ระกอบ ดังนี้
๑. ประธานกรรมการ (มาจากกรรมการผูท้ รงคณุ วุฒ)ิ
๒. กรรมการท่ีเป็นผ้แู ทนผูป้ กครอง
๓. กรรมการทเ่ี ปน็ ผู้แทนครู
๔. กรรมการทีเ่ ปน็ ผูแ้ ทนองคก์ รชุมชน
๕ กรรมการท่เี ป็นตวั แทนองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
๖. กรรมการท่ีเป็นผแู้ ทนศิษย์เกา่

22

๗. กรรมการที่เป็นผแู้ ทนพระภกิ ษสุ งฆ์หรอื ผู้แทนองค์กรศาสนาในพนื้ ท่ี
๘. กรรมการผ้ทู รงคุณวุฒิ
๙. ผ้อู ำนวยการสถานศึกษาเปน็ กรรมการและเลขานุการ
มาตรา 2๙ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพนื้ ฐาน มบี ทบาทหน้าที่ ดังต่อไปนี้
๑. ให้ความเห็นชอบหลักสูตรสถานศึกษาและให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้
สอดคล้องกับหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐานและความตอ้ งการของผเู้ รยี น ชุมชนและท้องถิน่
๒. ให้ข้อเสนอแนะและส่งเสริมสนับสนุนในการจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม กระบวนการเรียนรู้
แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ฯลฯ เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
อย่างตอ่ เนือ่ ง
๓. ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน
สถานศึกษาตอ่ ผู้บริหารสถานศกึ ษา
๔. ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการประจำปีและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดตั้งและ การใช้
งบประมาณของสถานศึกษา
๕. ให้ความเหน็ ชอบ และเสนอแนะในการออกระเบียบข้อบังคบั ประกาศและแนวปฏิบัตเิ ก่ียวกับการ
บริหารการเงินและการจัดหารายได้จากทรัพย์สินของสถานศึกษาหรือปฏิบัติหน้าที่อื่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ตามท่ี
กฎหมาย ระเบียบประกาศ ฯลฯ กำหนด
๖. ใหค้ วามเห็นชอบ ข้อเสนอแนะและให้คำปรึกษาในการจัดทำแผนพฒั นาการศกึ ษาของสถานศึกษา
ให้สอดคล้องกบั นโยบายและแผนของกระทรวงศึกษาธิการ สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน เขต
พ้นื ที่การศึกษา ชุมชนและทอ้ งถ่นิ
๗. ให้ความเห็นชอบ เสนอแนะและให้คำปรึกษา สนบั สนุนเก่ยี วกับการระดมทรัพยากรเพ่ือการศึกษา
ที่มีคุณภาพรวมทั้งปกครองดูแลบำรุงรักษา และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษาตามที่
กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ฯลฯ กำหนด
๘. ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีอ่ืนเกีย่ วกับกจิ การของสถานศึกษาตามที่กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ฯลฯ กำหนดให้
เปน็ อำนาจหน้าท่ขี องคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน
๙. ปฏบิ ัตหิ นา้ ที่อน่ื ๆ ตามท่ีได้รบั มอบหมายจากหน่วยงานตน้ สังกัด

หมวดที่ ๗
วฒั นธรรมโรงเรยี นวัดโบสถ์ศกึ ษา

มาตรา ๓๐ วันสำคัญและกจิ กรรมตา่ ง ๆ ของโรงเรยี น
โรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา เป็นโรงเรียนประจำอำเภอวัดโบสถ์ มีรูปแบบการบริหารเป็นองค์คณะ

เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถทั้งด้านวิชาการ กีฬา ศิลปะ ดนตรี มีความเป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี
มีคุณธรรมจริยธรรม เคารพผู้อาวุโส มีความรักสามัคคีและเสียสละในหมู่คณะ กตัญญูกตเวทีต่อชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ พร้อมรับใชช้ าตบิ า้ นเมืองโดยผา่ นกิจกรรมดงั ต่อไปน้ี

1. กจิ กรรมวันสำคญั ของชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย์ ได้แก่
1.1 วนั คลา้ ยวันพระราชสมภพ (พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั และพระราชิน)ี
๑.๒ วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร

(วนั ที่ ๑๓ ตุลาคม)

23

๑.๓ วนั ปิยะมหาราช (วันท่ี ๒๓ ตลุ าคม)
1.4 วนั มหาธรี ราชเจ้า (วนั ท่ี ๒๕ พฤศจกิ ายน)
1.5 วนั พอ่ แหง่ ชาติ (วันที่ ๕ ธนั วาคม)
1.6 วนั แม่แหง่ ชาติ (วันที่ ๑๒ สิงหาคม)
1.7 วันสำคญั ทางพุทธศาสนา วันมาฆบูชา วนั วสิ าขบชู า วนั อาสาฬหบูชาและวันเขา้ พรรษา
2. วันสำคัญของโรงเรียน ได้แก่
2.1 วันสถาปนาโรงเรยี น
2.2 วันไหว้ครู
2.3 วันแขง่ ขนั กฬี าภายในโรงเรยี น
2.4 วันสำคญั ตามกิจกรรมของกลุ่มสาระการเรียนรู้

หมวดที่ 8
การกำกับ ตรวจสอบ และรายงาน (School Accountability)

มาตรา 3๑ การกำกับ ตรวจสอบ และรายงาน เป็นกระบวนการที่โรงเรียนต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
ด้วยการติดตาม และประเมินผล เพื่อแก้ไขปัญหา พัฒนาให้มีประสิทธิภาพอันจะก่อให้เกิดประสิทธิผลที่ดี
โดยมีขนั้ ตอนดังนี้

1. การกำกับ
1.1 โรงเรียนจัดระบบการกำกับ ติดตามการปฏิบัติงานตามแผนปฏิบัติการ โครงการ

กิจกรรม ในเร่ืองขน้ั ตอนวิธีการ ระยะเวลา งบประมาณและผลที่ได้รบั ตามรปู แบบท่โี รงเรียนกำหนด
1.2 โรงเรยี นจดั ใหม้ ผี ู้รับผดิ ชอบ รายงานผลการปฏบิ ัตงิ านตลอดทั้งความก้าวหน้า อุปสรรค

แนวทางแก้ไขปัญหา
2. การตรวจสอบ
2.1 การตรวจสอบภายใน
โรงเรียนจัดให้มีคณะกรรมการควบคุมภายใน มีหน้าที่ในการตรวจสอบควบคุมการดำเนิน

กิจกรรมภายในโรงเรียน ศึกษาความเสี่ยง หาแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาความเสี่ยง จัดทำรายงาน สรุปผล
พร้อม ขอ้ เสนอแนะในการดำเนนิ งาน มีระบบบังคบั บัญชาขัน้ ตรงตอ่ ผู้อำนวยการโรงเรยี น

โรงเรียนจัดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพและประเมินผลภายใน โดยโรงเรียนมี
บทบาท ในการประเมินตนเอง (School Self Evaluation) เป็นการตรวจสอบการปฏบิ ัติงานทุกขั้นตอนต้ังแต่
การวางแผน การจัดองค์กร การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน งบประมาณ บุคลากร เพื่อนำข้อมูลมาจัดทำ
สารสนเทศสำหรับใช้ ประกอบในการวางแผนและแก้ไขปัญหา พัฒนาการดำเนินงาน และจัดทำรายงานการ
ประเมินผลการดำเนนิ งานชอง แตล่ ะกจิ กรรม (Self Study Report : SSR) เพื่อนำไปสู่การประเมินโดยรวมทั้ง
ระบบของโรงเรียนเพื่อจัดทำรายงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน (Self Assessment Report : SAR)
สำหรบั รายงานผู้เกย่ี วขอ้ งต่อไป

2.2 การตรวจสอบภายนอก
โรงเรียนต้องพร้อมรับการตรวจสอบติดตาม จากหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อการตรวจสอบจาก
คณะกรรมการตรวจสอบภายใน (ตสน.) คณะกรรมการติดตามประเมินผลโครงการต่างๆ และการตรวจสอบ
ของสำนักงานคณะกรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ (สตง.)

24

โรงเรียนต้องพร้อมรับการตรวจสอบและประเมินมาตรฐานคุณภาพการศึกษาจากองค์กร
ภายนอก (สมศ.) ที่มีบทบาทหน้าที่ในการตรวจ ประเมิน รับรองคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษา
และ แนวทางการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ. 2559 - พ.ศ. 2563) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ตามกฎกระทรวงว่าด้วย ระบบหลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 มี ๓ มาตรฐาน
คอื

มาตรฐานที่ ๑ คุณภาพของผูเ้ รยี น
มาตรฐานที่ ๒ กระบวนการบริหารและการจดั การของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา
มาตรฐานท่ี ๓ กระบวนการจัดการเรยี นการสอนท่เี น้นผ้เู รยี นเป็นสำคญั
3. การรายงาน
3.1 ผ้รู บั ผิดชอบ การปฏบิ ัติงานตามทีไ่ ดร้ บั มอบหมาย จดั ทำรายงาน สรุปผลการดำเนนิ งาน
เม่ือ เสร็จส้ินโครงการ หรือตามห้วงเวลาทีก่ ำหนด
3.2 ผู้รับผิดชอบ จัดทำรายงาน ผลการปฏิบัติงาน เมื่อสิ้นสุดในแต่ละภาคเรียนชองทุกปี
การศึกษา
3.3 โรงเรียนจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี และรายงานการประเมินคุณภาพ
การศกึ ษา ภายใน เสนอตอ่ ผู้เก่ยี วช้องและสาธารณซน
3.4 โรงเรียนจดั ทำรายงานตามแบบและแนวทางตา่ งๆ ที่กำหนด เพื่อรายงานต่อหน่วยงานที่
เกย่ี วข้อง

หมวดท่ี 9
การประกาศใชแ้ ละการเก็บรกั ษาธรรมนูญโรงเรยี น

มาตรา 3๒ โรงเรียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา
ประกาศใช้ธรรมนูญโรงเรียน รวมถึงหากมีการแก้ไขเพิ่มเติมธรรมนูญโรงเรยี นซ่ึงอาจมีขึ้นในภายหลัง โดยให้มี
ผลตัง้ แต่วันท่ีประกาศใช้เป็นธรรมนูญโรงเรยี น และให้โรงเรียนประกาศเป็นที่ทราบโดยทั่วกัน

โรงเรียนจดั พมิ พ์ต้นฉบบั ธรรมนูญโรงเรยี นวดั โบสถศ์ ึกษาอย่างน้อย จำนวน 3 ฉบับ มขี อ้ ความถูกต้อง
ตรงกนั เพ่ือเป็นเอกสารหลักฐานแห่งธรรมนูญโรงเรยี นน้ี รวมถงึ หากมีการแก้ไขเพ่ิมเติมธรรมนูญโรงเรียนนี้ใน
ภายหลัง ให้จัดพิมพ์ข้อความการแก้ไขเพิ่มเติมธรรมนูญโรงเรียนขึ้นใหม่ต่างหาก หรือการแก้ไขเพิ่มเติม
ข้อความจากธรรมนูญฉบับเดิมแลว้ จัดพมิ พ์ข้ึนใหม่ท้ังฉบับ โดยให้กำหนดวา่ เปน็ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช
.......... โดยเก็บแยกส่วนชัดเจนจากธรรมนูญโรงเรียนต้นฉบับทั้ง ๓ ฉบับ ในตู้ธรรมนูญโรงเรียน และเป็น
ลิขสทิ ธ์ขิ องทางโรงเรยี น

มาตรา 3๓ ธรรมนูญโรงเรียนวัดโบสถ์ศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ มีเจตนาเพื่อรวบรวมระเบียบ ข้อบังคับ
นโยบาย หรือแนวปฏิบัติที่เปน็ วัฒนธรรมขององค์กร หากมีมาตราใดหรือข้อความใดขัดกับ ข้อกฎหมายที่ทาง
ราชการกำหนด ให้ถือปฏิบตั ติ ามข้อกฎหมายนั้น ๆ เปน็ สำคัญ

โรงเรยี นวดั โบสถศ์ กึ ษา จงั หวดั พษิ ณุโลก
สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาพษิ ณุโลก อุตรดติ ถ์

สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน


Click to View FlipBook Version