The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การปล่อยชั่วคราวศาลแขวงราชบุรี P

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pr.rcbmc, 2023-02-22 02:46:39

การปล่อยชั่วคราว

การปล่อยชั่วคราวศาลแขวงราชบุรี P

การปล่อย ชั่ว ชั่ คราว


การปลอยตัวชวั่คราว(ประกันตัว)ในศาลแขวงราชบรุี1.การขอปลอยชั่วคราวตอศาลคืออะไร? การขอปลอยช่วัคราว คือ การยื่นคำรองตอศาลเพื่อขอใหพิจารณาปลอยผูตองหาหรือจำเลย ชั่วคราวในระหวางสอบสวนหรือพิจารณาของศาล โดยไมตองมีประกนัหรือมีประกนัหรอืมีประกันและ หลักประกนัภายในระยะเวลาที่กำหนด ๒. การขอปลอยชั่วคราวเปนเรื่องยุงยากหรือไม? ไมยุงยาก ศาลแขวงราชบุรีไดจัดเจาหนาที่กลุมงานบริการประชาชนและประชาสัมพันธไวทำหนาที่ใหความชวยเหลือตั้งแตใหคำแนะนำในขั้นตอนการขอประกันตัว ใหบริการจัดทำคำรองขอ ประกันตัวโดยไมเสียคา ใชจายหรือคาธรรมเนียมแตอยางใด ขอควรระวัง การตดิตอนายประกนัอาชีพจะทำใหเสียคา ใชจายสูง และอาจถูกหลอกลวงได ๓. การขอปลอยชั่วคราวทำไดในชั้นใดบาง? ทำไดดังน ี้๓.๑ ชั้นผัดฟอง ฝากขัง ขอปลอยชั่วคราวไดเมอื่ผูตองหาถูกเจาหนาทตี่ำรวจหรือพนักงาน อัยการนำตัวมาขออนุญาตศาลผัดฟอง ฝากขงัระหวางที่ยังสอบสวน ไมแลวเสร็จ ๓.๒ ชั้นพิจารณาคดีของศาลชั้นตน เม่อืผูตองหาถูกพนักงานอยัการฟองตอศาลแลวจะเปลี่ยน ฐานะจากผูตองหาเปนจำเลย จึงมีสิทธิขอปลอยชั่วคราวตอศาลได หรือในคดีที่ราษฎรเปนโจทก เมื่อศาลประทับฟองแลวจะขอปลอยชั่วคราวกอนวนันดั ในวันนัดหรือหลังจากวันนัดที่ระบุในหมายเรียก ใหมาแกคดีก็ได ๓.๓ ชั้นอุทธรณหรือฎีกา กรณีที่จำเลยถูกขังหรือจำคุกโดยผลของคำพิพากษาศาลชั้นตน ศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค จะขอปลอยชั่วคราวกอนท่ีจะยื่นอุทธรณหรือยื่นฎีกาพรอมกันหรือ หลังจากยื่นอุทธรณหรือยื่นฎีกาก็ไดแลวแตกรณีทั้งนี้การปลอยชั่วคราวในชั้นใดใชไดเฉพาะชั้นนั้น เมื่อชั้นของการขอปลอยชั่วคราวเปลี่ยนไปตองยื่นขอปลอยชั่วคราวใหม ๔. ใครบางมีสิทธิยื่นคำรองขอประกันตวั? ๔.๑ ผูตองหาหรือจำเลย ๔.๒ ผูมีประโยชนเกี่ยวของ (เชน บุพการีผูสบืสันดาน สามีภริยา ญาติพี่นอง ผูบังคบับัญชา นายจาง บุคคลที่เกี่ยวพันโดยทางสมรส บุคคลท่ศีาล เหน็วามีความสมัพนัธใกลชดิเสมือนเปนญาติพี่นองหรือมคีวามสัมพันธในทางอื่น ที่ศาลเหน็สมควรใหประกนัได) หรือนิตบิุคคล (เชนบริษัท หาง หุนสวนจำกดั) สำหรับกรณผีตูองหาหรือจำเลยเปนกรรมการ ผูแทนตวัแทนหุนสวน พนักงาน หรือ ลูกจางของนติิบุคคลนั้น


๕. การขอปลอยชั่วคราวจะตองเตรียมเอกสารอะไรบาง? เอกสารประกอบคำรองขอประกันตวัมดีังนี้ ๕.๑ บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวเจาหนาที่ของรัฐ ๕.๒ ทะเบียนบาน ๕.๓ กรณีผูขอประกันมีคูสมรสจะตองแสดงเอกสารเพิ่มเติม ไดแก (1)บัตรประจำตวัประชาชนหรือบตัรประจำตวัเจาหนาทขี่องรัฐของคูสมรส (2)ทะเบียนบานของคูสมรส (3)ใบสำคัญการสมรส (4)หนังสือใหความยินยอมของคูสมรส ๕.๔ กรณีชื่อเจาของหลักทรพัยไมตรงกับทปี่รากฏในหลกัทรัพยตองแสดงเอกสารเพิ่มเตมิ ไดแก (1) หนังสือรับรองวาเปนบุคคลเดียวกันหรือหลกัฐาน การเปลี่ยนชื่อตัวชื่อสกุล (2) ใบสำคัญการสมรส ๕.๕ กรณีผตู องหาหรือจำเลยเปนชาวตางประเทศตองสงหนงัสอืเดินทาง (Passport) ประกอบการ ยื่นคำรองขอปลอยชวั่คราว โดยหากศาลมีคำสงั่อนญุาตใหปลอยชั่วคราวจะมีคำสงั่ใหยึดหนังสอื เดินทางไวจนกวาสัญญาประกันจะสิ้นสดุ ๖. หลักประกันใดบางทสี่ามารถใชประกันตัวผตู องหาหรือจำเลยได? ๖.๑ เงินสด ๖.๒ หลักทรัพยอื่น เชน (1) โฉนดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน(น.ส.๓ ก.หรือ น.ส.๓) (2) พันธบัตรรัฐบาล สลากออมสิน บัตรหรือสลากออมทรัพย ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเปนผูจาย และธนาคารผูจายไดรับรองตลอดไปแลว ตั๋วสัญญาใชเงินที่ธนาคารเปนผูออกตั๋วหรือเช็คที่ธนาคาร เปนผูสั่งจาย(แคชเชียรเช็ค) หรือเช็คที่ธนาคารรับรองแลว (3) สมุดเงนิฝากประจำหรือใบรับเงนิฝากประจำของธนาคาร (4) หนังสือค้ำประกันหรือหนังสือรบัรองของธนาคาร (5) หนังสือรับรองของบริษัทประกันภัย ๖.๓ บุคคลเปนหลกัประกันโดยแสดงหลักทรัพย ขาราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ขาราชการการเมืองหรือทนายความ ใชตำแหนงเปน หลักประกันเฉพาะตนเองหรือญาติใกลชิดโดยสามารถทำสัญญาประกันไดในวงเงินไมเกิน ๑๐ เทา ของอัตราเงินเดือนหรือรายไดเฉลี่ยตอเดือน ๖.๔ สวนราชการตามระเบยีบกระทรวงการคลัง วาดวยการชวยเหลือขาราชการหรือลูกจาง ของทางราชการที่ตองหาคดอีาญา ๖.5 ผูประกอบวิชาชีพ เชน แพทย เภสัชกร พยาบาล วิศวกร สถาปนิก ผูสอบบัญชี ครู ผูประกอบวิชาชีพดานสื่อสารมวลชน ฯลฯ เมื่อตกเปนผูตองหาหรือจำเลย อาจใชตนเอง เปนหลักประกันไดสำหรับกรณีความผิดที่ถูกกลาวหาเกิดจากการปฏิบัติหนาที่หรือการปฏิบัติงาน ในการประกอบวิชาชีพ โดยสามารถทำสัญญาประกันไดในวงเงินไมเกิน ๑๕ เทาของอัตราเงินเดือน หรือรายไดเฉลี่ยตอเดือน


๗. การนำหลักประกันมาใชในการขอประกันตัวจะตองทำอยางไร? ๗.๑ กรณีใชโฉนดที่ดิน น.ส.๓ หรือน.ส.๓ก. ตองมี (1) หนังสือรับรองประเมินราคาที่ดินจากสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือจากที่วาการอำเภอ ในเขตที่ที่ดินตั้งอยูแลวแตกรณี ซึ่งออกใหภายในระยะเวลาไมเกิน ๖ เดือน รับรองโดยเจาพนักงาน ที่ดินจังหวัดหรือผูปฏิบัติราชการแทนหรือผูทำการแทน กรณีรับรองโดยสำนักงานที่ดินอำเภอผู รับรองราคาประเมินจะตองเปนนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผูทำการแทน หรือเจาหนาที่บริหารงาน ที่ดินอำเภอ (2) ภาพถายที่ดินที่แสดงใหเห็นถึงสภาพที่ตั้งและลักษณะของที่ดิน (3) แผนที่เดินทางไปยังที่ตั้งของที่ดิน โดยตองระบุสถานที่สำคัญที่ใกลเคียงและ ระยะทางรวมทั้งการเขาออกสูถนนสาธารณะใหขัดเจน ๗.๒ กรณีใชสมุดเงินฝากธนาคาร สลากออมทรัพย สลากออมสิน ตองมีหนังสือรับรองยอดเงินฝากคงเหลือปจจุบันจากสาขาธนาคารที่เปดบัญชี พรอม ระบุขอความวาธนาคารจะไมใหถอนเงินจำนวนดังกลาวไปจนกวาจะไดรับคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากศาล ๗.๓ กรณีใชบุคคลเปนหลักประกัน ตองมีหนังสือรับรองจากตนสังกัดแสดงสถานะตำแหนง ระดับอัตราเงินเดือนและควร ระบุใหชัดเจนวาจะนำไปประกันใคร หากมีภาระผูกพันในการทำสัญญาประกันหรือใชตนเองเปน หลักประกันผูอื่นไวก็ใหแสดงภาระผูกพันนั้น โดยตองยื่นหลักทรัพยอยางอื่นๆ ของผูประกัน เชน โฉนดที่ดิน นส 3ก(ไมตองไปประเมินราคา) ทะเบียนรถยนต ประกอบการยื่นคำรอง ๘. การมอบอำนาจใหบุคคลอื่นมาขอปลอยชั่วคราวตองทำอยางไร? เจาของหลักทรัพยที่ประสงคจะมอบอำนาจใหบุคคลอื่นยื่นคำรองขอประกันตัวตองทำ หนังสือมอบอำนาจ ณ ที่วาการอำเภอที่มีภูมิลำเนาหรือหลักทรัพยตั้งอยู โดยใหนายอำเภอหรือ ผูรักษาราชการแทนลงลายมือชื่อและประทับตราประจำตำแหนงรับรองการมอบอำนาจ ๙. การขอปลอยชั่วคราวโดยใชหนังสือรับรองของบริษัทประกันภัย คืออะไร? คือการใชหนังสือรับรองที่ออกโดยบริษัทประกันภัยมาวางเปนหลักประกัน ในการขอ ประกันตัว หรือที่เรียกวา “การประกันภัยอิสรภาพ” มี ๒ แบบ คือ แบบที่ ๑ การทำประกันภัยอิสรภาพกอนมีการกระทำความผิด เปนกรณีที่บุคคลทั่วไปประสงคจะมีหลักทรัพยในการขอประกันตัวไวลวงหนาเนื่องจาก ตนเองมีความเสี่ยงหรือมีโอกาสที่จะกระทำความผิดทางอาญา โดยประมาทเชนผูขับขี่รถแพทยผู รับจางงานกอสรางหากในระหวางระยะเวลา คุมครองเกิดเหตุกระทำความผิดขึ้นซึ่งอาจจะตองถูก ควบคุมตัวระหวางดำเนินคดี บุคคลดังกลาวสามารถใชหนังสือรับรองเปนหลักทรัพยวางตอศาลเพื่อ ขอประกันตัวตนเองได


แบบที่ ๒ การทำประกันภัยอิสรภาพหลังมีการกระทำความผิด เปนกรณีที่บุคคลตกเปนผูตองหาหรือจำเลยในคดีอาญาแลว และจะถูก ควบคุมตัวหรือ ถูกควบคุมตัวแลวประสงคจะหาหลักทรัพยเพื่อนำไปขอประกันตัว ตนเอง บุคคลดังกลาวหรือเพื่อน หรือญาติสามารถมาติดตอขอซื้อประกันภัย อิสรภาพกับบริษัทประกันภัยไดโดยบริษัทจะออก กรมธรรมและหนังสือรับรองให ตามจำนวนเงินเอาประกันภัย บุคคลดังกลาวสามารถนำหนังสือ รับรองนั้นไปใช เปนหลักทรัพยในการขอประกันตัวตอศาลไดซึ่งปกติสามารถขอทำประกันภัย อิสรภาพไดทุกขอหาความผิดเวนแตความผิดที่เกี่ยวกับการจำหนายยาเสพติด ใหโทษ เมื่อไดรับ หนังสือรับรองแลว ผูเอาประกันภัยควรตรวจสอบชื่อ ชื่อสกุล ฐานความผิด วงเงินประกันและ รายละเอียดอื่นๆ ใหถูกตองตามความเปนจริง และเมื่อผูตองหาหรือจำเลยไดรับอนุญาตใหปลอย ชั่วคราวแลวจะตองแจงวงเงินประกันใหบริษัทประกันภัยทราบโดยเร็ว นอกจากการประกันภัยอิสรภาพดังกลาวแลว ยังมีการประกันภัยอีกแบบหนึ่งเรียกวา การประกันภัยการประกันตัวผูขับขี่รถยนต ซึ่งบริษัทประกันภัยขายเปนแบบความคุมครองเพิ่มเติม แนบทายกรมธรรมประกันภัยรถยนตภาคสมัครใจ ซึ่งสามารถใชหนังสือรับรองเปนหลักทรัพยในการ ขอประกันตัวผูขับขี่รถยนตไดเชนกัน ขอสังเกต บริษัทประกันภัยจะคืนเบี้ยประกันภัยใหแกผูเอาประกันภัยในกรณี ดังนี้ (๑) กรมธรรมประกันภัยอิสรภาพกอนกระทำความผิดคืนเบี้ยประกันภัย กรณีเดียวคือ เมื่อผูเอาประกันภัยเสียชีวิตและในระยะเวลาระหวางเอาประกันภัย ไมมีการเรียกรองใหประกันตัว แตถาผูเอาประกันภัยใชหนังสือรับรองเพื่อประกันตัวไปแลวแตยังไมเต็ม วงเงินที่ระบุไวหนาตาราง กรมธรรมผูเอาประกันภัยสามารถขอหนังสือรับรอง ฉบับใหมตามวงเงินสวนที่เหลือโดยแจงเปน หนังสือไปยังบริษัทประกันภัยได (๒) กรมธรรมประกันภัยอิสรภาพหลังกระทำความผิดคืนเบี้ยประกันภัย ๕ กรณีดงันี้ ก. หากศาลไมอนุญาตใหปลอยชั่วคราว บริษัทประกันภัยจะคืนเบี้ยประกันภัยใหแกผู เอาประกันภัยโดยหักคาใชจายในการดำเนินการไว ๕๐๐ บาท ขอสังเกต ในกรณีไมแนใจวาศาลจะอนุญาตใหปลอยชั่วคราวหรือไม ผูขอประกันควร ยื่นคำรองขอประกันตัวตอศาลเพื่อใหมีคำสั่งกอนเมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตใหปลอยชั่วคราวแลวจึงไป ติดตอขอซื้อประกันภัยอิสรภาพ ข. หากศาลอนุญาตใหปลอยชั่วคราว แตภายหลังในระหวางระยะเวลาประกันภัย ศาลไดมีคำสั่งใหถอนหรือยกเลิกการใหปลอยชั่วคราวหรือ ผูเอาประกันภัยไมประสงคจะประกันตัว อีกตอไป บริษัทประกันภัยจะคืน เบี้ยประกันภัยใหแกผูเอาประกันภัยรอยละ ๒๐ ของเบี้ยประกันภัย ค. หากผูเอาประกันภัยเสียชีวิต ในระหวางระยะเวลาประกันภัยโดยมิไดมีการผิดสัญญา ประกันตัวบริษัทประกันภัยจะคืนเบี้ยประกันภัยกึ่งหนึ่งให กับทายาทของผูเอาประกันภัย ง. หากผูเอาประกันภัยไมผิดสัญญาประกันตัวจนสิ้นสุดระยะเวลาประกันภัย บริษัท ประกันภัยจะคืนเบี้ยประกันภัยใหแกผูเอาประกันภัยรอยละ ๒๐ ของเบี้ยประกันภัย จ. หากกรณีที่ผูเอาประกันภัยไดใชหนังสือรับรองเพื่อประกันตัว ไปแลวแตยังไมเต็ม วงเงินที่ระบุไวในหนาตารางกรมธรรม บริษัทประกันภัยจะคืนเบี้ยประกันภัยสวนที่เกินจำนวนเงินที่ จะตองรับผิดตามสัญญาประกันตัวให


๑๐. กรณีเคยขอปลอยชั่วคราวไวแลว จะใชหลักทรัพยเดิมไดหรือไม? ๑๐.๑ กรณีใชเงินสดหรือหลักทรัพยอื่นเปนหลักประกัน ผูตองหาหรือจำเลยที่เคยขอปลอย ชั่วคราวไวตอพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการและยังไมไดรับหลักทรัพยคืน หากประสงคจะขอ ปลอยชั่วคราวตอไปสามารถยื่นคำรองตอศาลขอใหถือเอาเงินสดหรือ หลักทรัพยนั้นเปนหลักประกัน ตอไปได ๑๐.๒ กรณีใชบุคคลเปนหลักประกัน บุคคลที่เปนหลักประกันอาจรองขอใหศาลอาจถือเอา บุคคลนั้น เปนหลักประกันในการประกันตอไปได ๑๑. จะยื่นขอปลอยชั่วคราวตอศาลไดเมื่อใด? ๑๑.๑ เมื่อตกเปนผูตองหาและพนักงานสอบสวนนำตัวมาผัดฟอง ฝากขังตอศาล ๑๑.๒ เมื่อตกเปนจำเลย ๑๑.๒.๑ โดยพนักงานอัยการนำตัวไปฟองศาล ๑๑.๒.๒ ในคดีท่ีราษฎรเปนโจทกศาลไตสวนมูลฟองแลวคดีมีมูล ศาลออกหมายเรียก จำเลยไปสอบคำใหการแกคดี ๑๑.๓ เมื่อถูกขังตามหมายศาล เชน ศาลออกหมายจับพยานที่ไมมาศาล หรือจำเลยตอง คำพิพากษาใหจำคุกหรือกักขัง และคดียังอุทธรณฎีกาได ๑๑.๔ เมื่อถูกจำคุกตามคำพิพากษาในกรณีละเมิดอำนาจศาล ๑๒. อยากทราบวาคดีที่จะขอประกันตองใชวงเงินประกันเทาไร? ยังไมมีหลักประกันหรือหลักประกันไมพรอมยื่นคำรองขอปลอยชั่วคราวไดหรือไม? สามารถตรวจสอบวงเงินประกันในการใหประกันตัวผูตองหาหรือจำเลยไดที่ 12.1.บอรดประชาสัมพันธบริเวณหนาอาคารศาลแขวงราชบุรี 12.2 สอบถามจากเจาหนาที่งานบริการประชาชนและประชาสัมพันธ 12.3 ตรวจสอบจากเว็บไซดของศาลแขวงราชบุรี กรณีที่ไมแนใจวาศาลจะมีคำสั่งอนญุาตใหปลอยชั่วคราวหรือไม หรือยังไมไดเตรียมหลักประกันมา หรือมีหลักประกันมาแตไมครบถวนตามอัตราหลักประกัน สามารถยื่นคำรองขอปลอยชั่วคราวดวย ระบบคำรองใบเดียว เพื่อฟงคำสั่งศาลกอนไดดังนี้ (1) เขียนคำรองตามแบบที่กำหนดตอเจาที่งานบริการประชาชนและประชาสัมพันธ (ขอรับแบบฟอรมคำรองที่งานบริการประชาชนและประชาสัมพันธ)หรือ (2) แจงความประสงคตอเจาหนาที่งานบริการประชาชนและประชาสัมพันธ (3) เจาหนาที่งานบริการประชาชนฯ จัดทำคำรองใหผูตองหาหรือจำเลยหรือผูขอ ประกันลงลายมือชื่อและเสนอคำรองตอศาลเพื่อพิจารณาสั่ง (4) เจาหนาที่งานบริการประชาชนฯ แจงคำสั่งศาลตอผูตองหาหรือจำเลยหรือผูขอประกันกรณี ศาลอนุญาตใหปลอยชั่วคราวโดยไมมีหลักประกัน เมื่อทำสัญญาประกันหรือไดสาบานตนเสร็จแลว จะไดรับการปลอยตัวทันที กรณีศาลอนุญาตใหปลอยชั่วคราวโดยมีหลักประกัน จะปลอยตัวเมื่อผูประกันนำหลักประกันมา ยื่นตอศาลตามกำหนดและทำสัญญาประกันเสร็จสิ้นแลว


๑๓. วิธีปฏิบัติในการขอปลอยชั่วคราวตองทำอยางไร? ตองทำดังนี้ ๑๓.๑ ขอแบบพิมพคำรองจากเจาหนาทปี่ระชาสัมพันธ(กรณตีองการเขียนเอง)หรอื ๑๓.2 ผูขอประกันแจงความประสงคและยื่นหลักฐานตางๆ ตอเจาหนาที่ประชาสัมพันธ ๑๓.3 เจาหนาที่ประชาสมัพันธจะตรวจเอกสารหลักฐานและจัดพิมพคำรองใหผูประกันและ ผูตองหาหรือจำเลยลงลายมอืชื่อแลวนำเสนอคำรองตอผูพิพากษาเพื่อพิจารณาสั่งคำรอง เมื่อ ผูพิพากษาสั่งคำรองแลวจะสงคำรองขอประกันตวัคืนไปยังเจาหนาทปี่ระชาสัมพันธ ๑๓.4 เจาหนาที่ประชาสมัพันธจะแจงคำสั่งศาลใหผูขอประกันทราบ ๑๓.5 เม่อืศาลมีคำสงั่อนญุาตใหปลอยชั่วคราวแลวถาผูตองหาหรือจำเลยถูกควบคุมตวัอยูที่ ศาลและยังไมมีการออกหมายควบคุมไวก็จะนำตวัผูตองหาหรือจำเลยออกจากหองควบคุมในศาลได เลย แตถาผตู องหาหรือจำเลยถูกควบคุมตามหมายศาล เจาหนาทกี่ ็จะนำหมายปลอยไปปลอย ณ ที่ ถูกคุมขัง ๑๓.6 ผตู องหาหรือจำเลยจะถูกปลอยตวัในวันที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตใหปลอยชั่วคราว ๑๓.7 หากศาลไมอนญุาตใหปลอยชวั่คราว ผูขอประกนัขอรบัหลกัทรัพยคนืไดจากเจาหนาท่ี ประชาสัมพันธ ๑๓.8 การขอปลอยชั่วคราวจำเลยในระหวางอุทธรณหรอืฎีกาใชหลักเกณฑเดียวกัน


๑๔. จะยื่นคำรองขอประกันตัวไดที่ไหน เวลาใด? 14.1 กรณีมายื่นที่ศาล ยื่นคำรองขอประกันทงี่านบริการประชาชนและประชาสมัพันธ ศาลแขวงราชบุรีไดทุก วันระหวางเวลา 08.30 – 16.30 นากิา (ไมม ีวันหยุด) ๑๔.2 ยื่นคำรองขอประกันออนไลน สามารถยื่นคำรองขอประกันโดยไมต องเดนิทางมาศาลผานระบบบริการขอมูลคดี ศาลยุตธิรรม (cios) ไดทกุวนัตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง การยนื่คำรองขอประกนัออนไลนเปนบริการของ  ศาลยุตธิรรมเพื่อคุมครองสทิธิและเสรีภาพของจำเลย ลดการคุมขังทไี่มจำเปน ตามนโยบายของ ประธานศาลฎีกา ขั้นตอนงาย ๆ ดังน ี้ เพิ่มเติมรายละเอยีดไดที่ COJ Podcast Special "การยื่นคำรองขอประกันออนไลน" youtube : https://youtu.be/9FejZD45G70 Website https://iprd.coj.go.th/th/content/category/detail/id/10720/iid/229196 แนวปฏิบตัิการยื่นและรบัคำรองขอปลอยชวั่คราวทางออนไลน


๑๕. ศาลใชหลักเกณฑอะไรในการวินิจฉัยสั่งคำรองขอประกันตวั? ศาลใชดุลพินิจโดยพิจารณาจากหลักเกณฑตางๆ ดงันี้ (๑) ความหนกัเบาแหงขอหา (๒) พยานหลักฐานที่ปรากฏแลวมเีพียงใด (๓) พฤติการณตาง ๆ แหงคดีเปนอยางไร (๔) เชอื่ถือผขูอประกันหรือหลักประกันไดเพียงใด (๕) ผตู องหาหรือจำเลยนาจะหลบหนหีรือไม  (๖) ภัยอันตรายหรือความเสยีหายที่จะเกิดจากการอนุญาตใหปลอยช่วัคราวมีหรือไมเพียงใด (๗) คำคัดคานของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ โจทกหรือผูเสียหาย แลวแตกรณี (๘) ขอเท็จจริงหรือรายงานหรือความเห็นของเจาพนักงานซึ่งกฎหมายกำหนดใหมีอำนาจหนาที่ ที่เกี่ยวกับการนั้น ในกรณีผูตองหาหรือจำเลยเปนเด็กหรือเยาวชน ศาลจะพิจารณา ความประพฤติภูมิ หลัง สิ่งแวดลอมและผูปกครองในการดูแลเด็กประกอบดวย ๑๖. ศาลจะสั่งไมอนุญาตใหปลอยชั่วคราวเพราะเหตุใดบาง? ศาลใชดุลพินิจไมอนุญาตใหปลอยชั่วคราวไดตอเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อ เหตุใดเหตุหนึ่งดังตอไปนี้ (๑) ผูตองหาหรือจำเลยจะหลบหนี (๒) ผูตองหาหรือจำเลยจะไปยุงเหยิงกับพยานหลักฐาน (๓) ผูตองหาหรือจำเลยจะไปกอเหตุอันตรายประการอื่น (๔) ผูรองขอประกันหรือหลักประกันไมนาเชื่อถือ (๕) การอนุญาตใหปลอยชั่วคราวจะเปนอุปสรรคหรือกอใหเกิดความเสียหายตอการสอบสวนของ เจาพนักงานหรือการดำเนินคดีในศาล ๑๗. การอนุญาตใหปลอยชั่วคราวมีกี่ประเภท? มี ๓ ประเภท ไดแก ๑๗.๑ การปลอยชั่วคราวโดยไมมีประกัน คือ การปลอยชั่วคราว โดยไมตองทำสัญญาประกันและไมตองมหีลักประกันแตอยางใด เพียงแตใหผูตองหาหรือจำเลยสาบานหรือปฏิญาณตนวาจะมาตามนัดหรือหมายเรียกเทานั้น ๑๗.๒ การปลอยชั่วคราวโดยมีประกัน คือ การปลอยชั่วคราวโดย ผูขอประกันตองทำสัญญาประกันตอศาลวาจะปฏิบัติตามนัด หรือหมายเรียก ของศาลซึ่งใหปลอยชั่วคราวถาผูตองหาหรือจำเลยไมมาตามกำหนดผูขอประกันจะ ถูกปรับตามจำนวนเงินที่กำหนดไวในสัญญาประกันตลอดจนอาจมีการกำหนด เง่ือนไขใหปฏิบัติใน สัญญาประกัน ๑๗.๓ การปลอยชั่วคราวโดยมีประกันและหลักประกัน คือ การปลอยชั่วคราวโดยทำสัญญาวาผูตองหาหรือจำเลยจะมาและปฏิบัติตามที่ กำหนดในสัญญาหรือตามหมายเรียกและมีการวางประกันไวเพื่อที่จะบังคับเอากับ หลักประกันเมื่อมี การผิดสญัญา


๑8. เมื่อศาลชั้นตนมีคำสั่งไมอนญุาตใหปลอยชั่วคราว ผูขอประกันจะดำเนินการอยางไร? ๑8.๑ ผูขอประกันมีสิทธิอุทธรณหรือขอปลอยชั่วคราวใหมก็ไดเมื่อศาลชั้นตนมีคำสั่ง ไมอนุญาตใหปลอยชั่วคราวในระหวางสอบสวนหรือไมอนุญาตใหปลอยชั่วคราวในระหวางการ พิจารณาของศาลชั้นตน ตามที่ผูตองหา จำเลย หรือผูมีประโยชนเกี่ยวของยื่นคำรองขอประกันตัวไว ผูขอประกันมีสิทธิยื่นคำรองอุทธรณคำสั่งศาลชั้นตนดังกลาวไดหรืออาจยื่นขอปลอยชั่วคราวใหมก็ได แตการยื่นครั้งใหมควรมีเหตุผลอันสมควรที่จะทำใหศาลเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมดวย ๑8.๒ กำหนดเวลาการยื่นอุทธรณกรณีศาลไมอนุญาตใหปลอยชั่วคราว ผูตองหาหรือ จำเลยมี สิทธิยื่นอุทธรณเมื่อใดก็ไดแมเกิน ๑ เดือนนับแตวันที่ศาลมีคำสั่ง (เทียบคำสั่งคำรองศาลฎีกาที่ ๖๑๗/๒๕๒๘) ๑8.๓ สถานที่ยื่นอุทธรณ ยื่นไดที่ศาลแขวงราชบุรี ๑8.๔ สถานที่ฟงคำสั่งของศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 เมื่อศาลอุทธรณหรือศาล อุทธรณภาค 7 ทำคำสั่งเสร็จแลวจะสง คำสั่งมาใหศาลแขวงราชบุรีอานคำสั่งใหผูตองหาหรือจำเลย และผูอุทธรณคำสั่งทราบ โดยเร็ว ๑8.๕ กรณีศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 ไมอนุญาตใหปลอยชั่วคราว คำสั่งของ ศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 ที่ไมอนุญาตใหปลอยชั่วคราวยืนตามศาลชั้นตนเปนที่สุด ทั้งนี้ ไมต ัดสิทธิที่จะยื่นคำรองขอประกันตัวใหม 19. การขอปลอยชั่วคราวในระหวางการพิจารณาของศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณ ภาค 7 หลังจากศาลแขวงราชบุรีมีคำพิพากษาแลว ไมวาศาลชั้นตนจะพิพากษาลงโทษจำคุก กักขังหรือ ยกฟอง โจทกแตใหขังจำเลยไวในระหวางอุทธรณหรือจำเลยจะตองถูกกักขังแทนคา ปรับ กรณีเหลานี้ ยอมยื่นคำรองขอประกันตัวในระหวางพิจารณาของศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 ได 19.๑ ผูมีสิทธิยื่นคำรองขอประกันตัวชั้นอุทธรณไดแก (1) จำเลย (2) ผูมีประโยชนเกี่ยวของ เชน บุพการี ผูสืบสันดานสามี ภริยา ญาติพี่นอง ผูบังคับบัญชา นายจาง บุคคลที่เกี่ยวพันโดยทางสมรส บุคคลที่ศาลเห็นวามีความสัมพันธใกลชิด เสมือนเปนญาติพี่นองหรือมีความสัมพันธในทางอื่นที่ศาลเห็นสมควรใหประกันไดหรือนิติบุคคล เชน บริษัท หางหุนสวนจำกัด กรณีที่ผูตองหาหรือจำเลยเปนกรรมการ ผูแทน ตัวแทน หุนสวน พนักงานหรือลูกจางของนิติบุคคลนั้น 19.๒ สถานที่ยื่นคำรองขอประกันตัวชั้นอุทธรณ กรณียังไมมีการยื่นอุทธรณหรือมีการยื่นอุทธรณแลวแตยังไมไดสงสำนวนไปยัง ศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 ใหยื่นคำรองขอประกันตัวตอศาลแขวงราชบุรี ในกรณีนี้ หากศาลเห็นสมควรอนุญาตใหปลอยชั่วคราวในระหวางอุทธรณ ศาลแขวงราชบุรีมีอำนาจสั่งอนุญาต ได แตถาเห็นวาไมสมควรอนุญาตใหปลอยชั่วคราวในระหวางอุทธรณ จะรีบสงคำรองพรอมสำนวน คดีไปใหศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 เปนผูพิจารณาสั่ง ในกรณีที่ไดสงสำนวนคดีไปยัง ศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 แลว จะยื่นท่ีศาลแขวงราชบุรีหรือจะยื่นโดยตรงที่ศาลอุทธรณ หรือศาลอุทธรณภาค 7 ก็ได ในกรณีที่ยื่นที่ศาลแขวงราชบุรี ศาลจะรีบสงคำรองไปยังศาลอุทธรณ หรือศาลอุทธรณภาค 7 เพื่อพิจารณาสั่งตอไป


19.๓ ยื่นไดตั้งแตเมื่อใดและยื่นไดกี่ครั้ง? ตราบใดที่ศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 ยังไมมีคำพิพากษา จะยื่นเมื่อใดก็ไดและ หากศาลอุทธรณหรอืศาลอุทธรณภาค 7 ยังไมมีคำสั่งอนุญาตใหปลอยชั่วคราวจะยื่นกี่ครั้งก็ไดแตการ ยื่นครั้งใหมควรมีเหตุผลอันสมควรท่ีจะทำใหศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 เปลี่ยนแปลงคำสั่ง เดิมดวย 19.๔ การอานคำสั่งศาลอุทธรณหรือศาลอทุธรณภาค 7 เมื่อศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 พิจารณาและทำคำสั่งเสร็จแลวจะสงคำสั่งมา ใหศาลแขวงราชบุรีอานคำสั่งใหผูประกันหรือผ็อุทธรณคำสั่งทราบ 19.๕ หากศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 ไมอนุญาตใหประกัน จะทำอยางไร? กรณศีาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 มีคำสั่งไมอนุญาตใหปลอยชั่วคราวในระหวาง การพิจารณาของศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 ผูขอประกันมีสิทธิยื่นคำรองอุทธรณค ำสั่งของ ศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาคตอไปยังศาลฎีกาได ๒0. การขอปลอยชั่วคราวในระหวางการพิจารณาของศาลฎีกา ทำอยางไร? ถาศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 พิพากษาลงโทษ จำคุก กักขังหรือยกฟองโจทก แตใหขังไว ระหวางฎีกาหรือจำเลยจะตองถูกกักขังแทนคาปรับ ยอมยื่นคำรองขอประกันตัว ในระหวางพิจารณาของศาลฎีกาได ๒0.๑ ผูมีสิทธิยื่นคำรองขอประกันตัวชั้นฎีกา ไดแก (1) จำเลย (2) ผูมีประโยชนเกี่ยวของ เชน บุพการี ผูสืบสันดาน สามี ภริยา ญาติพี่นอง ผูบังคับบัญชา นายจาง บุคคลที่เกี่ยวพันโดยทางสมรส บุคคลที่ศาลเห็นวามีความสัมพันธใกลชิด เสมือนเปนญาติพี่นองหรือมีความสัมพันธในทางอื่นที่ศาลเห็นสมควรใหประกันไดหรือนิติบุคคล เชน บริษัท หางหุนสวนจำกัด ในกรณีที่ผูตองหาหรือจำเลยเปนกรรมการ ผูแทน ตัวแทนหุนสวน พนักงาน หรือลูกจางของนิติบุคคลนั้น ๒0.๒ สถานที่ยื่นคำรองขอประกันตัวชั้นฎีกา กรณียังไมม ีการยื่นฎีกาหรอืมีการยื่นฎีกาแลวแตยังไมไดสงสำนวนไปยังศาลฎีกา ยื่นคำ รองขอประกันตัวในระหวางฎีกาไดที่ศาลแขวงราชบุรี โดยหากศาลเห็นสมควรอนุญาตใหปลอย ชั่วคราวในระหวางฎีกา ศาลแขวงราชบุรีมีอำนาจสั่งอนุญาตได แตถาเห็นวาไมสมควรอนุญาตให ปลอยชั่วคราวในระหวางฎีกาจะมีคำสั่งสงคำรองพรอมสำนวนคดีไปใหศาลฎีกาเปนผูพิจารณาสั่ง ใน กรณีที่มีการสงสำนวนคดีไปยังศาลฎีกาแลว จะยื่นที่ศาลแขวงราชบุรีหรือจะยื่นโดยตรงที่ศาลฎีกา ก็ได ในกรณีที่ยื่นตอศาลแขวงราชบุรี ศาลจะสงคำรองไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่ง ๒0.๓ ยื่นไดตั้งแตเมื่อใดและยื่นไดก่คีรั้ง ? ตราบใดที่ศาลฎีกายังไมมีคำพิพากษาจะยื่นเมื่อใดก็ไดและหากศาลฎีกายังไมมีคำสั่ง อนุญาตใหปลอยชั่วคราวจะยื่นกี่ครั้งก็ได แตการยื่นครั้งใหมควรมีเหตุผลอันสมควร ๒0.๔ การอานคำสั่งศาลฎีกา เมื่อศาลฎีกาพิจารณาและทำคำสั่งเสร็จแลวจะสงคำสั่งมาใหศาลแขวงราชบุรีอานคำสั่ง ใหผูประกันหรือผูอุทธรณคำสั่งทราบ


๒1. หนาที่ของผูขอประกันมีอยางใดบาง? ผูขอประกันตองสงตัวผูตองหาหรือจำเลยตอศาลตามนัด หรือมอบอำนาจใหผูอื่นสงแทนก็ได โดยขอแบบฟอรมไดที่เจาหนาที่งานบริการประชาชนและประชาสัมพันธ หากผูตองหาหรือจำเลย มาศาลแตผูขอประกันไมมาศาล ไมถือวาผิดสัญญาประกัน แตถือวาผูขอประกันทราบคำสั่งของศาล และวันนัดสงตัวคราวตอไปแลว กรณีศาลอนุญาตใหประกันโดยมีเงื่อนไข เชน ใหผูตองหาหรือ จำเลยไปรายงานตัวตอผูกำกับดูแลการปลอยชั่วคราว พนักงานสอบสวนหรือเจาหนาที่ศาล ผูตองหา หรือจำเลยและผขูอประกันก็ตองปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกลาว ๒2. หากผตูองหาหรือจำเลยหลบหนีหรือจะหลบหนีผูขอประกัน จะทำอยางไร? ผูถูกบังคับตามสัญญาประกันอาจขอใหเจาพนักงานฝายปกครองหรือตำรวจที่ใกลที่สุดจับ ผูตองหาหรือจำเลย หรือถาไมอาจขอความชวยเหลือไดก็มีอำนาจจับผูตองหาหรือจำเลยนั้นไดเอง แลวนำตัวสงไปยังพนักงานฝายปกครองหรือตำรวจที่ใกลที่สุด ๒3. หากไมสามารถสงตัวผูตองหาหรือจำเลยมีผลอยางไร? กรณีผูประกันไมสามารถนำตัวผูตองหาหรือจำเลยมาสงตอศาลตามกำหนดนัด จะถือวา ผูประกันผิดสัญญาประกัน ศาลจะสั่งปรับผูประกันตามสัญญาประกัน โดยจะมีคำสั่งใหริบเงิน หลักประกันหรือนำหลักประกันออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระคาปรับ โดยหากหลักประกัน ที่วางไวตอศาลไมเพียงพอตอการชำระคาปรับตามสัญญาประกัน ศาลจะมีคำสั่งแตงตั้งเจาพนักงาน บังคับคดี เพื่อทำการยึด อายัดทรัพยสินอื่นของผูประกันมาชำระคาปรับจนครบถวน ขอสังเกต หากผูถูกบังคับตามสัญญาประกัน สามารถนำตัวผูตองหาหรือจำเลยมาสงศาลได ศาลอาจพิจารณาลดคาปรับลงใหตามที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงระยะเวลาที่หลบหนีจนถึงวันนำตัว มาสงตอศาล ๒4. การอทุธรณคำสั่งปรับผูถูกบังคับตามสัญญาประกันทำไดอยางไร? กรณีมีการผิดสัญญาประกันตอศาล เมื่อศาลชั้นตนสั่งประการใดแลว หากผูถูกบังคับ ตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการมีขอโตแยงหรือไมเห็นดวยกับคำสั่งนั้น มีสิทธิยื่นอุทธรณ คำสั่งของศาลชั้นตนตอศาลอุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 ไดภายใน ๑ เดือน นับแตวันที่ทราบ คำสั่ง การอุทธรณคำสั่งไมตองเสียคาธรรมเนียมและไมตองหามเรื่องทุนทรัพย โดยคำสั่งของศาล อุทธรณหรือศาลอุทธรณภาค 7 เปนที่สุดจะฎีกาอีกไมได ๒5. การถอนประกันตอศาลตองทำอยางไร? ผูประกัน อาจขอถอนสัญญาประกันหรือขอถอนหลักประกันตอศาลไดตลอดเวลาที่สัญญา ประกันยังมีผลอยู โดยการนำตัวผูตองหาหรือจำเลยมาสงตอศาล เมื่อศาลอนุญาตความรับผิดชอบ ตามสัญญาประกันเปนอันสิ้นสุดลง


๒6. นอกจากคำรองขอประกันตัวแลว ผูขอประกันสามารถยื่นคำรองอ่ืน ๆ เกี่ยวกับการขอ ปลอยชั่วคราวไดอีกหรือไม? ผูขอประกันอาจยื่นคำรองขอใหศาลมีคำสั่งในกรณีอื่นๆ ได เชน ในกรณีที่พฤติการณแหงคดี เปลี่ยนแปลงไป ผูขอประกันอาจขอลดวงเงินประกันหรือผูขอประกันอาจยื่นคำรองวาไมประสงค จะประกันตัวตอและขอหลักทรัพยคืน เปนตน ๒7. การขอรับหลักทรัพยหรือเงินสดคืนจากศาลตองปฏิบัติอยางไร? เมื่อคดีถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งอนุญาตใหถอนประกันหรือสัญญาประกัน สิ้นสุดลงดวยเหตุอื่น ความรับผิดตามสัญญาประกันสิ้นสุดลงผูขอประกันสามารถ ขอรับหลักประกันคืนไดทันทีโดยยื่นคำ รองตอศาลและแนบหลักฐานคือใบรับ หลักฐานและใบรับเงินที่ศาลออกใหเมื่อครั้งยื่นขอประกันตัว หากใบรับหลักฐาน หรือใบรับเงินสูญหาย ตองแจงความตอเจาหนาที่ตำรวจและนำใบรับแจงความ มาแสดงตอศาล โดยปกติแลว ผูขอประกันจะตองยื่นคำรองดวยตนเอง หากไมสามารถมารับไดดวย ตนเอง สามารถมอบฉันทะใหผูอื่นมารับหลักทรัพยหรือเงินสดแทนไดโดยใบมอบฉันทะขอไดที่ เจาหนาที่ประชาสัมพันธของศาล


ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๐ วรรคสาม บัญญัติให้ การเรียกประกันหรือหลักประกันจะเรียกจนเกินควรแก่กรณีมิได้ และต้องค านึงถึงเงื่อนไขและมาตรการ ป้องกันต่าง ๆ ที่ได้ใช้กับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวประกอบด้วย ประกอบกับมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง โดยศาลอาจก าหนดเงื่อนไขในการปล่อยชั่วคราว รวมถึงการตั้งผู้ก ากับดูแลผู้ถูกปล่อย ชั่วคราวและการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจ ากัดการเดินทาง อันเป็นมาตรการป้องกันมิให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหลบหนีไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุ อันตรายประการอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การเรียกประกันหรือหลักประกันในการปล่อย ชั่วคราวลดความส าคัญลง จึงสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกัน ให้สอดคล้องกับการบังคับใช้มาตรการป้องกันตามกฎหมายดังกล่าว ประธานศาลฎีกาจึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า "ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและ วิธีเรียกประกันในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๖๕" ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ ๓ ให้ยกเลิก (๑) ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเรียก ประกันหรือหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจ าเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๘ (๒) ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเรียก ประกันหรือหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจ าเลยในคดีอาญ า พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒ (๓) ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการเรียก ประกันหรือหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจ าเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้ การก ากับดูแล หมายความว่า การที่ศาลวางเงื่อนไขให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติเพื่อป้องกัน การหลบหนีหรือก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายในระหว่างปล่อยชั่วคราว มาตรการก ากับดูแล หมายความว่า วิธีการที่ศาลใช้ในการก ากับดูแล เช่น แต่งตั้งผู้ก ากับดูแล หรือใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์ที่สามารถตรวจสอบหรือจ ากัดการเดินทาง หนา ๑๗้่ เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ กันยายน ๒๕๖๕


การพิจารณาสั่งปล่อยชั่วคราว ข้อ ๕ ผู้ต้องหาหรือจ าเลยโดยตนเอง หรือผู้ที่เป็นเครือญาติหรือเกี่ยวพันโดยทางสมรสหรือ ในทางการงานหรือมีความสัมพันธ์กับผู้ต้องหาหรือจ าเลยอาจยื่นค าร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยไม่จ าต้อง เสนอหลักประกันใด ๆ มาพร้อมกับค าร้อง ข้อ ๖ ศาลอาจให้เจ้าพนักงานศาลเก็บข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุและพฤติการณ์ ที่เกี่ยวข้องกับการกระท าที่ถูกกล่าวหาหรือถูกฟ้องร้อง บุคลิกลักษณะ นิสัย สภาพทางร่างกายและ จิตใจ การศึกษา การประกอบอาชีพการงาน ประวัติการกระท าความผิดอาญา สภาพและฐานะของ ครอบครัว ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคม หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วจัดท ารายงานหรือ ความเห็นหรือประเมินความเสี่ยงเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งค าร้องขอปล่อยชั่วคราวด้วยก็ได้ ข้อ ๗ ในการสั่งค าร้องขอปล่อยชั่วคราวและการก ากับดูแลผู้ต้องหาหรือจ าเลย ให้พิจารณา และด าเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๐๘ การก ากับดูแลและการเรียกประกัน ข้อ ๘ แม้มีเหตุตามกฎหมายที่จะออกหมายขัง แต่หากศาลเห็นว่าการก ากับดูแลสามารถ ช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้นั้นจะหลบหนีหรือก่อภัยอันตรายหรือความเสียหายในระหว่างปล่อยชั่วคราว ก็ให้มีค าสั่งปล่อยชั่วคราวได้ โดยใช้การก ากับดูแลและการเรียกประกันตามล าดับความเข้มงวด ดังนี้ (๑) ก าหนดเงื่อนไขให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติ (๒) แต่งตั้งผู้ก ากับดูแล (๓) ท าสัญญาประกัน (๔) ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์ที่สามารถตรวจสอบหรือจ ากัดการเดินทาง (๕) เรียกหลักประกัน การใช้วิธีการตามวรรคหนึ่ง ศาลพึงก าหนดให้เหมาะสมและได้สัดส่วนกับพฤติการณ์ของ ผู้ต้องหาหรือจ าเลยเป็นราย ๆ ไป ข้อ ๙ เงื่อนไขที่อาจก าหนดให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติตามข้อ 8 (๑) เช่น (๑) ให้มาศาลตามก าหนดนัด (๒) ห้ามยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน (๓) ห้ามเดินทางออกนอกประเทศหรือออกนอกพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง (๔) ห้ามพบหรือเข้าใกล้ผู้เสียหาย (๕) ห้ามออกจากที่อยู่อาศัย (๖) การเปลี่ยนหรือย้ายที่อยู่อาศัยต้องแจ้งให้ศาลทราบ (๗) ห้ามเข้าไปในสถานที่บางแห่ง (๘) ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลบางประเภท (๙) ให้รายงานตัวต่อผู้ก ากับดูแล เจ้าพนักงาน หรือบุคคลที่ศาลก าหนด หนา ๑๘้่ เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ กันยายน ๒๕๖๕


(๑๐) ให้เข้ารับปรึกษาหรือบ าบัดรักษาความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ (๑๑) ให้เข้ารับการตรวจร่างกายเพื่อหาสารเสพติด (๑๒) ห้ามท ากิจกรรมหรือประกอบอาชีพบางอย่าง (๑๓) ห้ามพกพาอาวุธปืน (๑๔) ห้ามกระท าการตามที่ถูกกล่าวหาหรือฟ้องร้อง แนวทางการปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกัน หรือมีประกัน หรือมีประกันและหลักประกัน ข้อ ๑๐ เมื่อจะมีค าสั่งปล่อยชั่วคราว พึงพิจารณาใช้วิธีการปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกัน เป็นล าดับแรกและให้ผู้ต้องหาหรือจ าเลยสาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะมาตามนัดหรือหมายเรียก แต่ถ้าเห็นว่าการสาบานหรือปฏิญาณตนยังไม่เพียงพอ ศาลอาจน าวิธีการตามข้อ ๘ (๑) และ (๒) มาใช้ร่วมด้วยก็ได้ ข้อ ๑๑ กรณีที่ศาลเห็นควรปล่อยชั่วคราวโดยมีประกันหรือกฎหมายก าหนดให้ต้องมีประกัน การก าหนดวงเงินประกันควรพิจารณาให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี โดยค านึงถึงวิธีการตามข้อ ๘ (๑) และ (๒) ที่ได้น ามาใช้ประกอบด้วย ข้อ ๑๒ การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์อื่นใดที่สามารถตรวจสอบหรือจ ากัด การเดินทางตามข้อ ๘ (๔) พึงสั่งใช้เฉพาะกรณีที่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีความเสี่ยงสูงที่จะหลบหนีหรือ ก่อภัยอันตราย หรือกรณีที่มีความจ าเป็นต้องคุ้มครองผู้เสียหายหรือพยาน ซึ่งต้องมีการตรวจสอบ สถานที่อยู่ของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวอย่างเข้มงวดและการใช้วิธีการที่เบากว่าไม่เพียงพอต่อการป้องกัน การหลบหนีหรือภัยอันตรายนั้น ข้อ ๑๓ ถ้าศาลเห็นว่าการใช้วิธีการตามข้อ ๘ (1) ถึง (๔) ยังไม่เพียงพอต่อการป้องกัน การหลบหนีหรือก่อภัยอันตรายหรือความเสียหาย หรือเป็นกรณีที่เกี่ยวกับการทุจริตฉ้อฉลอันมี ผลกระทบต่อสาธารณชนส่วนรวม หรือพฤติการณ์แห่งคดีก่อให้เกิดความเสียหายแก่เศรษฐกิจหรือ สังคมอย่างร้ายแรง ศาลอาจเรียกหลักประกันได้ โดยให้ค านึงถึงความสามารถหรือข้อจ ากัดในการหา หลักประกันของผู้ต้องหาหรือจ าเลยประกอบด้วย ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ศาลเห็นควรมีค าสั่งให้ปล่อยชั่วคราวโดยมีประกันและหลักประกัน แต่หลักประกันที่ผู้ที่ร้องขอปล่อยชั่วคราวเสนอมาไม่เพียงพอหรือไม่สามารถเสนอหลักประกันได้ทัน ศาลอาจพิจารณาปล่อยชั่วคราวไปพลางก่อน โดยจะน าวิธีการอื่นตามข้อ ๘ มาใช้ร่วมด้วยในระหว่าง นั้นก็ได้ ข้อ 1 ๕ ในกรณีผู้ต้องหาหรือจ าเลยเป็นชาวต่างประเทศขอปล่อยชั่วคราว ให้ศาลมีค าสั่ง อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวต่อเมื่อผู้ต้องหาหรือจ าเลยยินยอมส่งมอบหนังสือเดินทางไว้ต่อศาลด้วย และให้ศาลมีค าสั่งห้ามผู้ต้องหาหรือจ าเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ศาลเห็นสมควรเป็น อย่างอื่น หนา ๑๙้่ เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ กันยายน ๒๕๖๕


ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจ าเลยยินยอมส่งมอบหนังสือเดินทางตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลมอบส าเนา หนังสือเดินทางให้แก่ผู้ต้องหาหรือจ าเลยดังกล่าวไว้แทน เมื่อศาลมีค าสั่งห้ามผู้ต้องหาหรือจ าเลยเดินทาง ออกนอกราชอาณาจักร ให้ศาลมีหนังสือแจ้งค าสั่งไปยังส านักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อระงับการเดินทาง ออกนอกราชอาณาจักรจนกว่าศาลจะมีค าสั่งเป็นอย่างอื่น โดยให้ส่งส าเนาหนังสือเดินทางของผู้ต้องหา หรือจ าเลยแนบไปพร้อมด้วย และเมื่อคดีถึงที่สุดหรือไม่มีเหตุจ าเป็นที่จะต้องเก็บรักษาหนังสือเดินทาง ของผู้ต้องหาหรือจ าเลยไว้ ให้คืนหนังสือเดินทางแก่ผู้ต้องหาหรือจ าเลยพร้อมทั้งแจ้งยกเลิกค าสั่ง ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปยังส านักงานตรวจคนเข้าเมืองโดยเร็ว การก าหนดวงเงินประกัน ข้อ ๑๖ ในกรณีปล่อยชั่วคราวโดยมีประกัน การก าหนดวงเงินประกันให้พิจารณา ดังนี้ ๑๖.๑ คดีความผิดลหุโทษหรือที่มีโทษปรับสถานเดียว หากมีเหตุจ าเป็นต้องมี ประกันให้ก าหนดวงเงินไม่เกินหนึ่งในสี่ของอัตราโทษปรับขั้นสูงส าหรับความผิดนั้น แต่หากมีพฤติการณ์ พิเศษในคดีอาจก าหนดวงเงินเกินกว่าอัตราดังกล่าวได้ แต่ไม่เกินกึ่งหนึ่งของอัตราโทษปรับขั้นสูง ๑๖.๒ เว้นแต่จะมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น คดีความผิดที่มีผลกระทบ ทางเศรษฐกิจซึ่งมีอัตราโทษปรับสูง ไม่ว่าจะมีโทษจ าคุกด้วยหรือไม่ก็ตาม หากมีเหตุจ าเป็นต้องมีประกัน หรือมีประกันและหลักประกัน ให้ก าหนดวงเงินไม่เกินหนึ่งในสี่ของอัตราโทษปรับขั้นสูงส าหรับความผิดนั้น แต่หากมีพฤติการณ์พิเศษในคดี อาจก าหนดวงเงินเกินกว่าอัตราดังกล่าวได้ แต่ไม่เกินอัตราโทษปรับขั้นสูง ๑๖.๓ คดีความผิดที่มีความเสียหายต่อทรัพย์มูลค่าสูงหรือส่งผลเสียหายในวงกว้าง เช่น ความผิดฐานฉ้อโกง ความผิดเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ความผิดเกี่ยวกับ ผู้บริหารสถาบันการเงิน เป็นต้น หากมีเหตุจ าเป็นต้องมีประกันหรือมีประกันและหลักประกัน ให้ก าหนดวงเงินไม่เกินหนึ่งในสามของราคาหรือมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้าย แต่หากมีพฤติการณ์ พิเศษในคดี อาจก าหนดวงเงินสูงกว่าหรือต่ ากว่าเกณฑ์ดังกล่าวได้ ในกรณีที่ก าหนดวงเงินสูงกว่าเกณฑ์ ดังกล่าว ต้องไม่เกินราคาหรือมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้ายและให้ระบุเหตุนั้นไว้โดยชัดแจ้ง การก าหนดวงเงินประกันพึงค านึงถึงอัตราโทษจ าคุกในคดีที่ถูกกล่าวหาประกอบด้วย เพื่อเป็น หลักประกันสิทธิของผู้ต้องหาหรือจ าเลยมิให้มีการเรียกประกันจนเกินควรแก่กรณี ๑๖.๔ คดีที่มีอัตราโทษจ าคุก และไม่เข้ากรณีตามข้อ ๑๖.๑ ข้อ ๑๖.๒ ข้อ ๑๖.๓ ข้อ ๑๖.๕ และข้อ ๑๖.๖ ให้ก าหนดวงเงินประกันโดยถือเกณฑ์ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อระวางโทษจ าคุก ๑ ปี แต่หากมีพฤติการณ์พิเศษในคดี อาจก าหนดให้สูงกว่าวงเงินดังกล่าวได้ แต่ไม่ควรเกิน ๒๐,๐๐๐ บาท ต่อระวางโทษจ าคุก ๑ ปี ๑๖.๕ คดีที่มีโทษจ าคุกตลอดชีวิต ให้ก าหนดวงเงินประกันไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่หากมีพฤติการณ์พิเศษในคดี อาจก าหนดให้สูงกว่าวงเงินดังกล่าวได้ แต่ไม่เกิน ๖00,000 บาท ๑๖.๖ คดีที่มีโทษประหารชีวิต ให้ก าหนดวงเงินประกันไม่เกิน ๔๐๐,0๐๐ บาท แต่หากมีพฤติการณ์พิเศษในคดี อาจก าหนดให้สูงกว่าวงเงินดังกล่าวได้ แต่ไม่เกิน ๘00,000 บาท หนา ๒๐้่ เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ กันยายน ๒๕๖๕


กรณีตามข้อ ๑๖.๔ ๑๖.๕ และ ๑๖.๖ ถ้าลักษณะและพฤติการณ์แห่งคดี มีเหตุจ าเป็นต้องก าหนดวงเงินประกันสูงกว่าที่วางไว้ข้างต้น ก็อาจเพิ่มวงเงินให้สูงขึ้นอีกได้ ทั้งนี้ ให้ระบุ เหตุนั้นไว้โดยชัดแจ้ง ข้อ 1 ๗ คดีที่มีหลายข้อหา ไม่ว่าจะเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท หรือความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ถือข้อหาที่มีอัตราโทษหนักที่สุดเป็นเกณฑ์ในการก าหนดวงเงินประกัน ในกรณีที่จ าเลยถูกฟ้องหลายคดีต่อศาลเดียวกัน ไม่ว่าจะถูกฟ้องพร้อมกันหรือต่างเวลากัน ศาลอาจก าหนดวงเงินประกันในแต่ละคดีให้ต่ ากว่าเกณฑ์ปกติ โดยให้ใช้หลักประกันร่วมกันก็ได้ ข้อ 1 ๘ ในกรณีผู้ขอประกันเป็นญาติพี่น้องหรือมีความเกี่ยวพันโดยทางสมรส หรือผู้ขอประกัน ใช้หลักทรัพย์ที่มีค่าอย่างอื่นที่ก าหนดราคามูลค่าที่แน่นอนและสะดวกแก่การบังคับคดีเป็นหลักประกัน ศาลจะก าหนดวงเงินประกันให้ต่ ากว่าเกณฑ์ปกติก็ได้ หากผู้ขอประกันซึ่งเป็นญาติพี่น้องหรือมีความเกี่ยวพันโดยทางสมรสเป็นผู้ใช้เงินสดหรือ หลักทรัพย์ของผู้ขอประกันที่ก าหนดราคามูลค่าที่แน่นอนและสะดวกแก่การบังคับคดีเป็นหลักประกัน ในการปล่อยชั่วคราว ศาลจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยให้ผู้ขอประกันวางเงินสดหรือหลักทรัพย์นั้น เพียงจ านวนร้อยละยี่สิบจากจ านวนวงเงินประกันที่ศาลก าหนดก็ได้ ข้อ ๑๙ ในกรณีผู้ต้องหาหรือจ าเลยเป็นหญิงมีครรภ์หรือมีบุตรอายุไม่เกิน ๓ ปี อยู่ในความดูแล หรือเป็นผู้เจ็บป่วยซึ่งถ้าต้องขังจะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ หรือเป็นผู้พิการหรือสูงอายุ ซึ่งโดยสภาพร่างกายหรือจิตใจอาจจะเกิดความทุกข์ยากล าบากเกินกว่าปกติในระหว่างต้องขัง ให้ศาลใช้ ดุลพินิจอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่ต้องมีประกันหรือก าหนดวงเงินประกันให้ต่ ากว่าเกณฑ์ปกติ การใช้หลักทรัพย์เป็นประกัน ข้อ ๒๐ การปล่อยชั่วคราวโดยมีหลักทรัพย์เป็นประกัน อาจใช้หลักทรัพย์ ดังต่อไปนี้ ๒๐.๑ ที่ดินมีโฉนด ที่ดินมีหนังสือรับรองการท าประโยชน์ หรือห้องชุด โดยมี โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการท าประโยชน์ หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด และหนังสือรับรองราคา ประเมินของส านักงานที่ดินมาแสดง หากจะน าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินมาเป็นประกันด้วยก็จะต้องแสดง ส าเนาทะเบียนบ้าน และหนังสือประเมินราคาสิ่งปลูกสร้างที่น่าเชื่อถือประกอบด้วย ๒๐.๒ หลักทรัพย์มีค่าอย่างอื่นที่ก าหนดราคามูลค่าที่แน่นอนได้ เช่น พันธบัตร ที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ สลากออมสิน บัตรหรือสลากออมทรัพย์ของธนาคารเพื่อการเกษตรและ สหกรณ์การเกษตร เงินฝากของสถาบันการเงินหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ ใบรับเงินฝากประจ าธนาคาร ตั๋วแลกเงินที่ธนาคารเป็นผู้จ่ายและธนาคารผู้จ่ายได้รับรองตลอดไปแล้ว ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคาร เป็นผู้ออกตั๋ว เช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่ายหรือรับรองซึ่งสามารถเรียกเก็บเงินได้ในวันที่ท าสัญญาประกัน หนังสือค้ าประกันหรือหนังสือรับรองของธนาคารหรือบริษัทประกันภัยเพื่อช าระเบี้ยปรับแทนในกรณี ผิดสัญญาประกัน หนังสือรับรองการช าระเงินของกองทุนยุติธรรม หนังสือรับรองของส่วนราชการเพื่อ ขออนุญาตประกันตัวข้าราชการ เป็นต้น ทั้งนี้ ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ศาลตรวจสอบเพื่อขอค ายืนยัน จากหน่วยงานที่ออกพันธบัตร ธนาคาร บริษัทประกันภัย หรือส่วนราชการที่ออกหนังสือรับรองนั้น หนา ๒๑้่ เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ กันยายน ๒๕๖๕


เมื่อท าสัญญาประกันแล้ว ให้ศาลมีหนังสือแจ้งอายัดไปยังส านักงานที่ดิน ส านักงานเขต หรืออ าเภอ หน่วยงานที่ออกพันธบัตร ธนาคารหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ แล้วแต่กรณีทันที และ เมื่อสัญญาประกันสิ้นสุดลง ให้รีบคืนหลักประกันและแจ้งยกเลิกการอายัดโดยเร็ว ในกรณีที่ใช้หนังสือ รับรองของบริษัทประกันภัยเป็นหลักประกัน ให้ศาลแจ้งจ านวนวงเงินประกันในสัญญาประกันให้บริษัท ประกันภัยทราบด้วย ข้อ ๒๑ กรณีที่มีการปล่อยชั่วคราวในชั้นสอบสวน ถ้าผู้ร้องขอประกันมีความประสงค์จะใช้ เงินสดหรือหลักทรัพย์อื่นที่วางประกันไว้เป็นหลักประกันการปล่อยชั่วคราวในชั้นศาลให้ด าเนินการ ดังนี้ (๑) ให้ผู้ร้องขอประกันระบุรายละเอียดเกี่ยวกับหลักประกัน ซึ่งรวมทั้งมูลค่าหรือราคาของ หลักประกันดังกล่าวและวงเงินที่ได้ประกัน พร้อมทั้งแนบส าเนาภาพถ่ายหลักทรัพย์มากับค าร้องขอ ถ้าหลักทรัพย์นั้นเป็นที่ดินหรือห้องชุด ให้แนบส าเนาหนังสือส าคัญแสดงสิทธิในหลักทรัพย์และหนังสือ รับรองราคาประเมินของส านักงานที่ดินมาด้วย (๒) ถ้าศาลเห็นสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยก าหนดวงเงินประกันไม่เกินมูลค่าหรือ ราคาของหลักประกัน และปรากฏตามค าแถลงของพนักงานสอบสวนหรือค าฟ้องหรือค าแถลง ของพนักงานอัยการว่าหลักประกันดังกล่าวยังอยู่ในความครอบครองของตน หรือมีหลักฐานอื่น ที่น่าเชื่อถือว่าหลักประกันดังกล่าวยังอยู่ในความครอบครองของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ แล้วแต่กรณี ให้ศาลมีค าสั่งให้ถือเอาหลักประกันนั้นเป็นหลักประกันในชั้นศาลได้ แต่ถ้าศาลก าหนด วงเงินประกันไว้สูงกว่ามูลค่าหรือราคาของหลักประกันนั้น ก็ให้ศาลมีอ านาจสั่งให้ผู้ร้องขอประกัน วางหลักประกันอื่นเพิ่มเติมให้เพียงพอกับวงเงินที่ประกันนั้น ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าหรือราคาของหลักประกัน ศาลอาจเรียกผู้ครอบครอง หลักประกันมาสอบถามหรือสั่งให้ผู้ร้องขอประกันเสนอหลักฐานการประเมินราคาใหม่ก็ได้ (๓) เมื่อมีค าสั่งอนุญาตตาม (๒) แล้ว ให้ศาลแจ้งให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ แล้วแต่กรณี ส่งหลักประกันนั้นต่อศาลภายในเวลาที่ก าหนด การใช้บุคคลเป็นหลักประกัน ข้อ ๒๒ การใช้บุคคลเป็นหลักประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง (๓) ให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ ๒๒.๑ บุคคลผู้เป็นหลักประกันจะต้องเป็นผู้มีความสัมพันธ์กับผู้ต้องหาหรือจ าเลย เช่น เป็นบุพการี ผู้สืบสันดาน สามี ภริยา ญาติพี่น้อง ผู้บังคับบัญชา นายจ้าง บุคคลที่เกี่ยวพัน โดยทางสมรสหรือบุคคลที่ศาลเห็นว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเสมือนเป็นญาติพี่น้อง หรือมีความสัมพันธ์ ในทางอื่นที่ศาลเห็นสมควรให้ประกันได้ และเป็นผู้มีต าแหน่งหน้าที่การงานหรือมีรายได้แน่นอน โดยมีหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ หนา ๒๒้่ เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ กันยายน ๒๕๖๕


(๑) ให้ยื่นค าร้องด้วยตนเอง และเสนอหนังสือรับรองจากต้นสังกัดหรือ นายจ้าง หรือหลักฐานอื่นที่เชื่อถือได้ และหากผู้ขอประกันมีคู่สมรส ให้แสดงหลักฐานการยินยอมของ คู่สมรสด้วย ในกรณีฉุกเฉินไม่อาจเสนอหนังสือรับรองได้ทัน ให้ผ่อนผันโดยแสดงหลักฐานอื่น เช่น บัตรประจ าตัวที่แสดงฐานะเช่นนั้นและให้น าหนังสือรับรองหรือหนังสือยินยอมมาแสดงภายหลัง (๒) ให้ท าสัญญาประกันได้ในวงเงินไม่เกิน ๑๐ เท่าของอัตราเงินเดือน หรือรายได้เฉลี่ยต่อเดือน (๓) การอนุญาต ให้พิจารณาจากเงินเดือนหรือรายได้ แต่หากวงเงินประกัน มียอดสูงกว่าวงเงินที่ผู้นั้นมีสิทธิประกันได้ ศาลอาจก าหนดให้ผู้ขอประกันวางเงินหรือหลักทรัพย์อื่นเพิ่มเติม ให้เพียงพอกับวงเงินประกันนั้นได้ หรืออาจให้มีผู้ขอประกันหลายคนร่วมกันท าสัญญาประกัน โดยใช้วงเงินของแต่ละคนรวมกันได้ (๔) หากผู้ประกันพ้นจากต าแหน่งหน้าที่การงาน ก็ให้คงมีสิทธิประกันต่อไป โดยศาลอาจใช้ดุลพินิจสั่งให้หาหลักประกันเพิ่มหรือดีกว่าเดิมได้ ๒๒.๒ นิติบุคคลอาจเป็นผู้ขอประกันได้ ในกรณีที่กรรมการ ผู้แทน ตัวแทน หุ้นส่วน พนักงาน หรือลูกจ้างของนิติบุคคลนั้นตกเป็นผู้ต้องหาหรือจ าเลย ให้ท าสัญญาประกันได้ในวงเงินตามที่ ศาลเห็นสมควรเป็นกรณี ๆ ไป และศาลอาจก าหนดให้ผู้ขอประกันวางเงินหรือหลักทรัพย์อื่นตามจ านวน ที่เห็นสมควรเพิ่มเติมด้วยก็ได้ โดยจะต้องแสดงหนังสือรับรองการจดทะเบียนและหลักฐานแสดง ฐานะการเงิน และผู้มีอ านาจท าการแทน ในกรณีฉุกเฉินไม่สามารถน าต้นฉบับเอกสารมาแสดงได้ทัน ให้ผ่อนผันโดยแสดงส าเนาเอกสารดังกล่าวและให้น าต้นฉบับเอกสารมาแสดงภายหลัง ๒๒.๓ ในกรณีที่ส่วนราชการ ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการช่วยเหลือ ข้าราชการหรือลูกจ้างของทางราชการที่ต้องหาคดีอาญา เป็นผู้ร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว หากจ านวนเงิน ที่ระบุไว้ในหนังสือรับรองหรือค าร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวเพียงพอแล้ว ควรถือว่าหนังสือรับรองหรือ ค าร้องนั้นเป็นหลักประกันที่น่าเชื่อถือได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๐๘ (๔) ข้อ ๒๓ ผู้ต้องหาหรือจ าเลยอาจท าสัญญาประกันตนเองได้ การท าสัญญาประกันตามวรรคหนึ่ง หากผู้ต้องหาหรือจ าเลยเป็นพนักงานหรือประกอบวิชาชีพ เช่น แพทย์ เภสัชกร พยาบาล วิศวกร สถาปนิก ทนายความ ผู้สอบบัญชี ครู ผู้ประกอบวิซาชีพ ด้านสื่อมวลชนหรือผู้ประกอบวิชาชีพอื่นที่ศาลเห็นสมควรให้ประกันได้ และการกระท าที่ถูกกล่าวหา ว่าเป็นความผิดเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่หรือการปฏิบัติงานในการประกอบวิชาชีพนั้น ให้ผู้ต้องหาหรือ จ าเลยท าสัญญาประกันตนเองได้ในวงเงินไม่เกิน ๑๕ เท่าของอัตราเงินเดือนหรือรายได้เฉลี่ยต่อเดือน การพิจารณาสั่งปล่อยชั่วคราวภายหลังมีค าพิพากษา ข้อ ๒๔ กรณีที่ศาลชั้นต้นหรือศาลชั้นอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจ าคุกจ าเลยไม่เกิน ๕ ปี ไม่ว่าจะเป็นคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหรือคดีที่ต้องขออนุญาตฎีกาก็ตาม หากจ าเลย ไม่เคยถูกคุมขังมาก่อนหรือได้รับการปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและศาลชั้นอุทธรณ์ หนา ๒๓้่ เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ กันยายน ๒๕๖๕


และไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนีหรือก่อภัยอันตรายใด ๆ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งอนุญาตให้ปล่อ ย ชั่วคราว โดยใช้วิธีการอย่างเดียวกับการปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาหรือจะใช้เงื่อนไขหรือ มาตรการที่เข้มงวดเพิ่มขึ้นก็ได้ โดยไม่จ าเป็นต้องส่งให้ศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกาสั่ง ในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา หากจ าเลยไม่เคยถูกคุมขังมาก่อนหรือได้รับการปล่อยชั่วคราวในระหว่าง พิจารณาของศาลชั้นต้นหรือศาลชั้นอุทธรณ์ และไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนีหรือก่อภัยอันตรายใด ๆ แม้จ าเลยยังไม่ได้ยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาหรือยังไม่ได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์หรือฎีกา ศาลที่มีอ านาจอาจมี ค าสั่งให้ปล่อยชั่วคราวโดยใช้เงื่อนไขหรือมาตรการอย่างเดียวกับศาลล่างหรือจะใช้เงื่อนไขหรือมาตรการ ที่เข้มงวดเพิ่มขึ้นก็ได้ การด าเนินการและการก าหนดแนวทางปฏิบัติอื่น ข้อ 2 ๕ การด าเนินการตามข้อบังคับนี้ ให้ใช้วิธีการประเมินความเสี่ยงและแบบพิมพ์ตามที่ ส านักงานศาลยุติธรรมก าหนด เพื่อให้การปฏิบัติตามข้อบังคับนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ศาลอาจก าหนดแนวทางปฏิบัติของ ศาลนั้นได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้ ข้อ 2 ๖ ให้ศาลประกาศและเผยแพร่ข้อบังคับนี้และแนวทางปฏิบัติของศาลเกี่ยวกับการใช้ มาตรการก ากับดูแลและการเรียกประกันในการปล่อยชั่วคราวให้ผู้ที่มาติดต่อและประชาชนได้ทราบโดยทั่วกัน ข้อ 2 ๗ ในกรณีจ าเป็นต้องมีวิธีการใดในทางธุรการเพื่อให้ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ไปได้โดยเรียบร้อย ให้เลขาธิการส านักงานศาลยุติธรรมเป็นผู้ก าหนดวิธีการนั้น ประกาศ ณ วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖ 5 ปิยกุล บุญเพิ่ม ประธานศาลฎีกา หนา ๒๔้่ เลม ๑๓๙ ตอนที่ ๕๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๘ กันยายน ๒๕๖๕


คดีหมายเลขดำที่ /๒๕ คดีหมายเลขแดงที่ /๒๕ ศาล วันที่ เดือน พุทธศักราช ๒๕ ความ อาญา ผู้ร้อง/โจทก์ ผู้ต้องหา/จำเลย ข้าพเจ้า ผู้ต้องหา/จำเลย ขอยื่นคําร้องขอให้ศาลปล่อยชั่วคราว มีข้อความตามที่จะกล่าวต่อไปนี้ ข้อ ๑. ข้าพเจ้าประสงค์ขอให้ปล่อยชั่วคราวในชั้น สอบสวน พิจารณา อุทธรณ์/ฎีกา โดยมีญาติหรือบุคคลที่สามารถติดต่อได้ ดังนี้ ๑. ชื่อ เกี่ยวข้องเป็น หมายเลขโทรศัพท์ ๒. ชื่อ เกี่ยวข้องเป็น หมายเลขโทรศัพท์ ข้าพเจ้ายินยอมปฏิบัติตามคำสั่งหรือเงื่อนไขใด ๆ ของศาลเพื่อป้องกันการหลบหนี หรือเหตุอันตราย หรือความ เสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยชั่วคราว รวมถึงการใช้มาตรการกำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ข้าพเจ้ายินยอมใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับติดตามตัว (EM) ในระหว่างปล่อยชั่วคราว ขอประทานศาลได้โปรดพิจารณาคำร้องนี้ด้วย ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ลงชื่อ ผู้ต้องหา/จำเลย หมายเหตุข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว ผู้ต้องหา/จำเลย (๗) คำร้องขอปล่อยชั่วคราว ชั้นสอบสวน/พิจารณา/อุทธรณ์/ฎีกา ระหว่าง


คำสั่งปล่อยชั่วคราวของผู้ต้องหา/ จำเลย พิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวน/พิจารณา/อุทธรณ์/ฎีกา โดย ไม่มีประกัน ให้ผู้ต้องหา/จำเลย สาบาน/ปฏิญาณตนว่าจะมาศาลตามนัดหรือหมายเรียก กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ต้องหา/จำเลย ปฏิบัติในระหว่างปล่อยชั่วคราว ดังนี้ ๑............................................................................................................................ ......................... ๒........................................................................................................ ............................................. ๓............................................................................................................................ ......................... ให้แต่งตั้ง .................................................................. เป็นผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว* โดยให้ มีหน้าที่ดังต่อไปนี้ ( ) สอดส่องดูแลให้ปฏิบัติตามคำสั่งหรือเงื่อนไขที่ศาลกำหนด ( ) รับรายงานตัวแทนศาล โดยให้ผู้ต้องหา/จำเลย ไปรายงานตัวต่อผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวทุก .......... วัน และให้มารายงานตัวต่อศาลในวันครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้าย หรือในวันที่............................................... ( ) ให้คำปรึกษา มีหนังสือแจ้งคำสั่งให้ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวทราบ มีประกันแต่ไม่ต้องวางหลักประกัน ให้..................................ทำสัญญาประกันในวงเงิน.......................บาท ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับติดตามตัว (EM) โดยกำหนดเงื่อนไข....................................................... .................................................................................................................................................................................. มีประกันและมีเหตุจำเป็นให้เรียกหลักประกัน ตีราคาประกันในวงเงิน............................บาท และ วางหลักประกัน เต็มวงเงินประกัน/บางส่วนของวงเงินประกันเป็นเงิน..................................บาท ให้ทำสัญญาประกัน และวางหลักประกันตามคำสั่งศาลก่อนปล่อยตัว หากไม่ดำเนินการ ให้หมายขัง มีประกันและมีเหตุจำเป็นให้เรียกหลักประกัน ตีราคาประกันในวงเงิน......................... ....บาท แต่ตาม คำร้องปรากฏว่าผู้ต้องหา/จำเลย ไม่สามารถเสนอหลักประกันได้ทันในวันนี้ / ผู้ต้องหา/จำเลย มี................... เป็น หลักประกันในวันนี้เพียง................... บาท จึงให้ทำสัญญาประกันและยึดหลักประกันดังกล่าวไว้ แต่หลักประกันที่ขาด อยู่มีจำนวนไม่มากและผู้ต้องหา/จำเลย ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวไปพลางก่อน ให้ผู้ต้องหา/ จำเลย นำหลักประกันส่วนที่เหลือมาวางศาลให้ครบภายใน...................วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นถือว่าผิดสัญญาประกัน ผู้ต้องหา/จำเลย เป็นชาวต่างประเทศและยินยอมส่งมอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง ไว้ต่อศาล จึงให้มอบสำเนาหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแก่ผู้ต้องหา/จำเลย ไว้แทนและกำหนด เงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล ก่อนปล่อยตัวให้มีหนังสือแจ้งสำนักงานตรวจ คนเข้าเมืองทราบ อื่น ๆ (ระบุ) ............................................................................................................................................. ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เนื่องจาก...................................................................................................... .................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................. ................................. ให้ยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว หมายขัง แจ้งคำสั่งพร้อมเหตุผลเป็นหนังสือให้ผู้ต้องหา/ จำเลย/ผู้ร้องขอประกัน ทราบ โดยเร็ว ...............................................................ผู้พิพากษา ทราบคำสั่งแล้ว ..………………..………..…ผู้ร้องขอประกัน ........................................ผู้ต้องหา/จำเลย *ถ้ายังไม่ได้กำหนดตัวผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ให้ระบุในภายหลัง


แบบกรอกข้อมูลของผู้ต้องหา/จำเลย ข้อมูล ผู้ต้องหา/จำเลย ชื่อ-นามสกุล นาย/นาง/นางสาว................................................................................................... .................................... เลขประจำตัวประชาชน............................................................................................................................................. หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่.............................................ID Line............................................ (จำเป็นต้องกรอก หากมี) ที่อยู่ปัจจุบันเลขที่.......................... หมู่ที่............ ซอย........................................... ถนน………………....…………..…..……… ตำบล/แขวง........................................ อำเภอ/เขต.......................................... จังหวัด……………………………....…………… รหัสไปรษณีย์…………………………………………. ที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร์เลขที่............................. หมู่ที่............... ซอย................................. ถนน……………..……………… ตำบล/แขวง.................................. อำเภอ/เขต................................................. จังหวัด................................................... รหัสไปรษณีย์…………………………………………. ระดับการศึกษา………….…………………………… อาชีพ……………………………..……………………… บุคคลที่สามารถติดต่อได้ที่ 1 ชื่อ-นามสกุล นาย/นาง/นางสาว............................................................................................................ ........................... เลขประจำตัวประชาชน............................................................................................................................................. หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่.............................................ID Line............................................ (จำเป็นต้องกรอก หากมี) ที่อยู่ปัจจุบันเลขที่.......................... หมู่ที่............ ซอย........................................... ถนน………………....…………..…..……… ตำบล/แขวง........................................ อำเภอ/เขต.......................................... จังหวัด……………………………....…………… รหัสไปรษณีย์…………………………………………. ที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร์เลขที่............................. หมู่ที่............... ซอย................................. ถนน……………..……………… ตำบล/แขวง.................................. อำเภอ/เขต................................................. จังหวัด................................................... รหัสไปรษณีย์…………………………………………. เกี่ยวข้องเป็น……………………………………..…… บุคคลที่สามารถติดต่อได้ที่ 2 ชื่อ-นามสกุล นาย/นาง/นางสาว....................................................................................................... ................................ เลขประจำตัวประชาชน............................................................................................................................................. หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่.............................................ID Line............................................ (จำเป็นต้องกรอก หากมี) ที่อยู่ปัจจุบันเลขที่.......................... หมู่ที่............ ซอย........................................... ถนน………………....…………..…..……… ตำบล/แขวง........................................ อำเภอ/เขต.......................................... จังหวัด……………………………....…………… รหัสไปรษณีย์…………………………………………. ที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร์เลขที่............................. หมู่ที่............... ซอย................................. ถนน……………..……………… ตำบล/แขวง.................................. อำเภอ/เขต................................................. จังหวัด................................................... รหัสไปรษณีย์…………………………………………. เกี่ยวข้องเป็น……………………………………..……


คดีหมายเลขดำที่ /๒๕ คดีหมายเลขแดงที่ /๒๕ ศาล วันที่ เดือน พุทธศักราช ๒๕ ความ อาญา ผู้ร้อง/โจทก์ ผู้ต้องหา/จำเลย ข้าพเจ้า ผู้ต้องหา/จำเลย ขอยื่นคําร้องต่อศาล......................มีข้อความตามที่จะกล่าวต่อไปนี้ ข้อ ๑. คดีนี้ ศาล........................ มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ตามคำสั่งศาลลงวันที่ ข้อ ๒. ผู้ร้องไม่เห็นพ้องด้วยกับคำสั่งศาลดังกล่าว และขออุทธรณ์คำสั่งด้วยเหตุว่า ไม่มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ร้องจะหลบหนี เนื่องจาก ไม่มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ร้องจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เนื่องจาก ไม่มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ร้องจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น เนื่องจาก ไม่มีเหตุอันควรเชื่อว่าการปล่อยชั่วคราวเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของ เจ้าพนักงาน หรือการดำเนินคดีในศาล เนื่องจาก อาศัยเหตุผลดังที่ได้ประทานกราบเรียนมาแล้ว ขอศาล................................ ได้โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้ ปล่อยชั่วคราวผู้ร้องด้วย ผู้ร้องจะไม่หลบหนีและปฏิบัติตามคำสั่งของศาลอย่างเคร่งครัด ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ลงชื่อ ผู้ต้องหา/จำเลย หมายเหตุข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว ผู้ต้องหา/จำเลย ระหว่าง (๗) คำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว


หนังสือรับรอง ข้าพเจ้านาย/นาง/นางสาว นามสกุล ตำแหน่ง ระดับ หน่วยงาน ขอรับรองว่า ปัจจุบันนี้ นาย/นาง/นางสาว นามสกุล เป็นข้าราชการ/พนักงาน ของหน่วยงาน ถนน ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด รหัสไปรษณีย์ โทรศัพท์ ตำแหน่ง ระดับ อัตราเงินเดือน บาท ( ) มีความประสงค์จะยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และทำสัญญาประกันในการปล่อยชั่วคราว ซึ่งเป็นผู้ต้องหา/จำเลย ต่อศาล และขณะนี้ผู้ขอประกันอยู่ระหว่างประกันตัวผู้ต้องหา/จำเลย คือ ในวงเงิน บาท ( ) ที่ศาล จึงขอรับรองไว้เป็นหลักฐาน รับรอง ณ วันที่ เดือน พ.ศ. ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง หมายเหตุ: 1.หนังสือรับรองตามแบบเป็นเพียงตัวอย่างโดยสังเขป ผู้ยื่นคำขอไม่จำเป็นต้องใช้ ถ้อยคำตามแบบนี้ทุกตัวอักษร เพียงให้มีสาระสำคัญครบถ้วนตรงกันก็ใช้ได้ 2. กรณีฉุกเฉิน ไม่อาจแสดงหนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชาได้ทัน อาจอนุญาตให้แสดง หลักฐานอื่นไปพลางก่อน เช่น บัตรประจำตัวที่แสดงฐานะ หรือศาลจะผ่อนเวลาให้เพื่อ นำหนังสือรับรองมาแสดงในภายหลังก็ได้


หนังสือรับรองการเป็นทนายความ ข้าพเจ้านาย/นาง/นางสาว นามสกุล ตำแหน่ง นายกสภาทนายความ/กรรมการภาค/ประธานทนายความจังหวัด ขอรับรองว่า นาย/นาง/นางสาว นามสกุล เป็นผู้ได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความตั้งแต่ปี ปัจจุบันยังเป็นสมาชิก สภาทนายความและมิได้อยู่ระหว่างการถูกห้ามทำการเป็นทนายความโดยอยู่สำนักงานชื่อ ตั้งอยู่เลขที่ แขวง/ตำบล เขต/อำเภอ กรุงเทพมหานคร/จังหวัด มีความประสงค์จะยื่นคำร้อง ขอปล่อยตัวชั่วคราวและทำสัญญาประกันในการปล่อยชั่วคราว ซึ่งเป็นผู้ต้องหา/จำเลย ต่อศาล และขณะนี้ผู้ขอประกันตัวอยู่ระหว่างประกันตัวผู้ต้องหา/จำเลย คือ ในวงเงิน บาท ( ) ที่ศาล จึงขอรับรองไว้เป็นหลักฐาน รับรอง ณ วันที่ เดือน พ.ศ. ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง นายกสภาทนายความ/กรรมการภาค/ ประธานทนายความจังหวัด หมายเหตุ: 1. หนังสือรับรองตามแบบเป็นเพียงตัวอย่างโดยสังเขป ผู้ยื่นคำขอไม่จำเป็นต้องใช้ ถ้อยคำตามแบบนี้ทุกตัวอักษร เพียงให้มีสาระสำคัญครบถ้วนตรงกันก็ใช้ได้ 2. กรณีฉุกเฉิน อาจอนุญาตให้แสดงหลักฐานอื่นไปพลางก่อน เช่น ใบอนุญาตทนายความ บัตรประจำตัว สมาชิกสภาทนายความ หรือศาลจะผ่อนเวลาให้เพื่อนำหนังสือรับรอง มาแสดงในภายหลังก็ได้


หนังสือให้ความยินยอมของคู่สมรส ข้าพเจ้านาย/นาง นามสกุล อายุ ปี อยู่บ้านเลขที่ ถนน ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด โทรศัพท์ ยินยอมให้ นาย/นาง นามสกุล ผู้ขอประกัน ซึ่งเกี่ยวพัน กับข้าพเจ้าโดยเป็น ประกันตัวผู้ต้องหา/หรือจำเลย ชื่อ ไปจากศาล ได้ หากเกิดความเสียหายและจะต้องชดใช้ ค่าเสียหายตามสัญญาประกันต่อศาลจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ข้าพเจ้าสละสิทธิ์ที่จะคัดค้านทุกประการ ให้ไว้ ณ วันที่ เดือน พ.ศ. ลงชื่อ ผู้ให้ความยินยอม ( ) พยานขอรับรองว่าเป็นลายมือชื่อของผู้ให้ความยินยอมจริง ลงชื่อ พยาน ( ) ลงชื่อ พยาน ( ) หมายเหตุ: หนังสือให้ความยินยอมของคู่สมรสเป็นเพียงตัวอย่างโดยสังเขป ผู้ให้ความยินยอม ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำตามแบบนี้ทุกตัวอักษร เพียงให้มีสาระสำคัญครบถ้วนตรงกันก็ได้


ประวัติ ผู้ต้องหา/จำเลย คดีหมายเลขดำที่............../๒๕............. คดีหมายเลขแดงที่.........../๒๕.............. ศาล............................................................ วันที่.....................เดือน.....................................พ.ศ....................... ................................................................................................................ผู้ร้อง/โจทก์ ระหว่าง ................................................................................................................ผู้ต้องหา/จำเลย ข้าพเจ้าขอให้รายละเอียดเกี่ยวกับประวัติของข้าพเจ้าต่อศาลดังนี้ ๑. ข้อมูลเบื้องต้น ชื่อตัวและชื่อสกุล วัน เดือน ปี เกิด เกิดที่อำเภอ จังหวัด ชื่อตัวและชื่อสกุลตามคำร้อง/คำฟ้อง เชื้อชาติ ๒. เพศ ชาย หญิง ๓. อายุ..................................ปี ๔. สัญชาติ ไทย จีน อื่นๆ (ระบุ)................................................................................................................. ....... ๕. ศาสนา พุทธ คริสต์ อิสลาม อื่นๆ (ระบุ)................................................................................................................. ....... ๖. การศึกษาสูงสุด ไม่รู้หนังสือ ประถมต้นหรือต่ำกว่า/อ่านออกเขียนได้ ประถมปลาย มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช. ปวท. ปกศ.ต้น ปวส./ปกศ.สูง/อนุปริญญา ปริญญาตรีและสูงกว่า อื่นๆ (ระบุ)................................................................................................................. ........................


๗. อาชีพ นักเรียน , นักศึกษา ข้าราชการ/ลูกจ้างในหน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ พนักงาน/ลูกจ้าง (ห้างร้าน , บริษัท) ค้าขาย รับจ้าง เกษตรกร อาชีพอิสระ อาชีพทำงานในสถานบันเทิง อาชีพเกี่ยวกับอบายมุข อาชีพไม่เป็นกิจจะลักษณะ ไม่มีอาชีพ อื่นๆ (ระบุ)........................................................................................................................ ................. ๘.รายได้ วันละ.............................................บาท เดือนละ.........................................บาท ๙. สถานภาพการสมรส โสด อยู่กินฉันสามีภรรยา หม้าย อาชีพของคู่สมรส....................................................... วันละ...........................................................บาท เดือนละ.......................................................บาท ๑๐. ที่อยู่ ภูมิลำเนา เลขที่.................................หมู่ที่........... ที่อยู่ปัจจุบัน เลขที่...........................หมู่ที่............ บ้าน/ตรอก/ซอย.................................................. บ้าน/ตรอก/ซอย.................................................. ถนน..................................................................... ถนน............................................. ......................... ตำบล/แขวง......................................................... ตำบล/แขวง.......................................................... อำเภอ/เขต.......................................................... อำเภอ/เขต............................................ ................ จังหวัด..............................โทรศัพท์..................... จังหวัด............................โทรศัพท์......................... อาศัยอยู่นาน................................ปี เป็นบ้าน ของตนเอง ของ............. บ้านเช่าวัน/เดือนละ...............................บาท อาศัยอยู่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. ............................... 0


๑๑. จำนวนบุตร (ที่ยังมีชีวิตอยู่)............................คน อยู่ระหว่างศึกษาเล่าเรียน..............................คน ประกอบอาชีพแล้ว..............................คน ๑๒. บุคคลที่ข้าพเจ้าต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู......................คน คือ บิดา ชื่อ............................................................................. มารดา ชื่อ............................................................................. คู่สมรส ชื่อ............................................................................. บุตร......................คน บุคคลอื่น (โปรดระบุ)............................................................... ๑๓. สุขภาพทางกายและภาวะแห่งจิต สุขภาพทางกาย แข็งแรง ไม่ค่อยแข็งแรง พิการ มีโรคประจำตัว คือ.............................................................................. เคยป่วยเป็นโรคทางกายที่ร้ายแรง คือ.............................................................................................................. เข้ารับการรักษาที่.............................................เมื่อ.................................... อื่นๆ (โปรดระบุ)................................................................................. ภาวะแห่งจิต อาการทางจิตประสาทดังนี้................................................................. .................................................................................................................. .................................................................................................................. เคยรับการรักษาที่..................................................................................... เมื่อ............................................................................................................ ผลการรักษา.............................................................................................. อื่นๆ (โปรดระบุ)................................................................................. ๑๔. สภาพความผิดและพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง ความผิดเกิดเมื่อวันที่.................................เดือน............................................พ.ศ. ................ ................. ถูกจับกุม/เข้ามอบตัวเมื่อวันที่....................เดือน............................................พ.ศ. ................................. การควบคุมตัว ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวตลอดมาตั้งแต่ถูกจักกุม ต้องขัง.................................วัน สถานที่ควบคุม................................................................................................................... .........


พฤติการณ์การที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่ถูกฟ้องร้อง (หากประสงค์ระบุ).............................................. ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ............................................................................................................................... .................................. ๑๕. ประวัติการกระทำผิด ไม่เคยถูกกล่าวหา ฟ้องร้อง หรือพิพากษาว่าได้กระทำผิดอาญา เคยถูกดำเนินคดีอาญา (ระบุรายละเอียด)..................................................................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ๑๖. ประวัติการเสพสารเสพติด ไม่เคยเสพสารเสพติด เคยเสพสารเสพติด ชนิด/ประเภท................................................ เสพอยู่นาน...................เดือน/ปี ปัจจุบันเสพสารเสพติด ชนิด/ประเภท.......................................... เสพอยู่นาน....................เดือน/ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ............................ ๑๗. สถานะทางสังคมหรือความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคม......................................................................... ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..........................................ผู้ต้องหา/จำเลย ลงชื่อ..........................................เจ้าพนักงานศาลผู้บันทึก ๑๘. ความเห็นของเจ้าพนักงานศาล ไม่สมควรปล่อยชั่วคราว สมควรปล่อยชั่วคราว สมควรปล่อยชั่วคราวโดยมีเงื่อนไข มีเหตุตามกฎหมายที่จะไม่ออกหมายขังหรือจะออกหมายปล่อยก็ได้ เหตุผล....................................................................................................................... .............................. ............................................................................................................................. ...................................


๑๙. ข้อมูลอื่นๆ ที่เจ้าหน้าพนักงานศาลเห็นสมควรเสนอต่อศาล ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ลงชื่อ..........................................เจ้าพนักงานศาล คำเตือน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่น หรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


Click to View FlipBook Version